Masukอัญญาอยู่กับแม่มาตั้งแต่เกิด ที่บ้านเธอเปิดร้านขายของชำเล็กๆ พอได้ใช้จ่ายกันสองคนแม่ลูก เงินที่เรียนหนังสือก็ได้จากการขายของในแต่ละวัน
กระทั่งเธอขึ้นมอสี่แม่ของเธอก็ตรวจพบว่าเป็นโรคหัวใจ ตั้งแต่นั้นมาแม่ก็ป่วยออดๆ แอดๆ ขายของได้ไม่เต็มที่ แม่ต้องเข้าโรงพยาบาลบ่อยๆ เงินเก็บที่มีอยู่บ้างก็เริ่มร่อยหรอลงเรื่อยๆ ดังนั้นแม่จึงเอาบ้านไปขายฝากกับเพื่อนบ้านเพื่อใช้ในการรักษาตัวและให้เธอได้เรียนหนังสือ จนผ่านมาห้าเดือนอาการของแม่ก็หนักจนต้องเข้านอนโรงพยาบาลหลายวัน หลังจากที่แม่นอนโรงพยาบาลได้หนึ่งอาทิตย์ อาการของแม่ก็ไม่ดีขึ้นเลย ดังนั้นแม่จึงโทรหาคุณป้า แม่บอกเธอว่าคุณป้าเคยเป็นเพื่อนแม่สมัยเรียนมัธยมปลาย และเธอก็เพิ่งได้รู้วันนั้นว่าแม่กับคุณป้าเคยเป็นเพื่อนรักกัน แม่บอกว่าตอนอยู่โรงเรียนคุณป้าจะชอบช่วยเหลือแม่ และแม่ก็ชอบช่วยเหลือคุณป้าจนทั้งสองเป็นเพื่อนรักกัน เมื่อมณีนุชมาถึงโรงพยาบาลก็เข้าไปคุยกับเบญจวรรณที่นอนอยู่ในห้องพักฟื้น ‘ฉันรู้ตัวดีว่าฉันคงจะไม่รอด ฉันฝากเธอช่วยดูแลลูกฉันด้วยนะนุช’ เบญจวรรณพูดกับเพื่อนรักด้วยน้ำเสียงอ่อนระโหยโรยแรงเหมือนจะขาดใจเพราะตอนนี้กำลังของเธอเหลือน้อยเต็มที ‘ได้ๆ ฉันจะดูแลลูกของเธอให้ดีที่สุด เธอไม่ต้องห่วงนะเบญ’ มณีนุชพูดให้คำมั่นสัญญาด้วยความหมายมั่นต่อเพื่อนรักที่นอนอยู่บนเตียง แม่ของอัญญาที่ได้ยินเพื่อนรักรับปากว่าจะดูแลลูกสาวคนเดียวของตัวเองให้ดีจึงระบายยิ้มขอบคุณพลางน้ำตาก็ไหลพราก เธอรู้สึกเบาใจเมื่อรู้ว่าหลังจากตัวเองไม่ได้อยู่บนโลกนี้แล้ว ลูกสาวของเธอจะไม่ลำบาก จากนั้นไม่ถึงสิบนาทีเบญจวรรณก็หลับตาลงและจากไปอย่างสงบ โดยงานศพของเบญจวรรณ มณีนุชกับสามีเป็นคนจัดการงานศพให้จนถึงวันเผา หลังจากเสร็จงานศพของเบญจวรรณ มณีนุชก็พาอัญญามาอยู่คอนโดที่ซื้อไว้เพราะอยู่ใกล้กับโรงเรียนที่อัญญาเรียน “อัญญาจะแต่งงานกับคุณภูริค่ะ” เธอเอ่ยออกไปด้วยความมุ่งมั่นเมื่อคิดว่าวิธีนี้คือวิธีที่จะได้เยียวยาหัวใจของลูกชายคุณป้า หกปีที่คุณป้าอุปการะเธอ คุณป้าจะคอยดูแลและเอาใจใส่เธอดีทุกอย่างจนเธอรู้สึกซาบซึ้งใจในความเมตตาของท่าน “ป้าขอบใจหนูอัญญามากนะที่ช่วยป้า” มณีนุชพูดออกมาด้วยสีหน้าเบิกบานเพราะดีใจที่อัญญายอมช่วยเหลือ “คุณป้าดูแลอัญญามาเป็นอย่างดี คุณป้าขอความช่วยเหลือแค่นี้ อัญญาไม่มีทางปฏิเสธที่จะช่วยเหลือคุณป้าแน่นอนค่ะ” เธอพูดออกไปด้วยรอยยิ้มพลางคิดในใจว่าถ้าต่อไปเธอได้แต่งงานกับเขาแล้ว เธอจะทำให้เขาคลายจากความเศร้าที่ต้องเสียคนรักให้ได้ เพื่อคุณป้าจะได้ไม่ต้องทุกข์ใจ “ถ้าอย่างนั้นอาทิตย์หน้าป้าจะพาหนูอัญญาไปเจอกับภูริที่ไร่ชานะ เราจะค้างคืนกันที่โน่นสองคืน” “ได้ค่ะคุณป้า” “งั้นวันนี้ป้ากลับก่อนนะ” “เดี๋ยวอัญญาลงไปส่งค่ะ” จากนั้นอัญญากับมณีนุชก็พากันลงข้างล่างไป บ้านมณีนุช เมื่อมณีนุชกลับมาถึงบ้าน คนเป็นสามีก็เอ่ยถามทันที “ไปคุยกับหนูอัญญามา เป็นไงบ้าง” “หนูอัญญาเห็นใจฉัน ก็เลยตกลงจะแต่งงานกับภูริค่ะ” “แล้วต่อไปคุณจะบอกลูกยังไงเรื่องแต่งงาน” “อาทิตย์หน้าฉันจะพาหนูอัญญาไปหาลูก เพื่อให้ทั้งคู่ได้ทำความรู้จักกันก่อน” “ถ้าเกิดว่าคุณบอกให้ลูกแต่งงานแล้วลูกไม่ตกลงล่ะ แล้วจะทำยังไง” “ฉันก็จะขอร้องอ้อนวอนจนกว่าลูกจะใจอ่อนนั่นแหละ” “ถ้าลูกไม่ใจอ่อนล่ะ” “ฉันมีวิธีก็แล้วกัน” “ขอให้แผนการที่คุณวางไว้ได้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีก็แล้วกัน ผมจะเอาใจช่วยนะ” “ค่ะ งั้นฉันขอโทรไปบอกลูกก่อนนะคะว่าอาทิตย์หน้าจะไปหา” ว่าแล้วมณีนุชก็จัดการโทรหาคนเป็นลูกทันที ซึ่งสองปีที่ภูริไปอยู่ไร่ชา คนเป็นพ่อแม่จะโทรไปหาลูกบ่อยๆ แต่ก็ไม่ได้เจอกันมาสองปีแล้ว ได้เห็นหน้าตอนวิดิโอคอลเท่านั้น ตู๊ด “ครับแม่” (ทำอะไรอยู่เหรอลูก) “ผมเข้ามาดูคนงานในไร่ชาครับ แม่มีอะไรหรือเปล่า” (อาทิตย์หน้าแม่จะไปหาลูก) “พ่อมาด้วยหรือเปล่าครับ” (เปล่าหรอก แม่จะไปกับคนๆนึง) “ใครเหรอครับ” (หนูอัญญาจะไปกับแม่ด้วย) “อัญญาคือใครครับ” (หนูอัญญาที่เป็นลูกสาวของเบญเพื่อนสนิทของแม่ไง ที่แม่รับมาอุปการะเมื่อหกปีก่อน แม่เคยบอกลูกแล้ว ลูกจำไม่ได้เหรอ” “อ๋อ จำได้แล้วครับ” เมื่อหลายปีก่อนซึ่งตอนนั้นเขาเรียนอยู่ปีสี่ แม่บอกว่ารับลูกของเพื่อนมาอุปการะและพาไปอยู่คอนโด หลังจากนั้นแม่ก็ไม่เคยพูดถึงเด็กคนนั้น จึงทำให้เขาลืมไปแล้ว “งั้นอาทิตย์หน้าเจอกันนะลูก” (ครับ) จากนั้นการสนทนาของสองแม่ลูกก็จบลง หนึ่งอาทิตย์ต่อมา ไร่ชาภูริ มณีนุชเดินนำอัญญาเข้ามาในบ้านชั้นเดียวที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่แล้วหันบอกกับร่างบางที่ยืนอยู่ข้างตัวเอง “หนูอัญญานั่งรอก่อนนะ ป้าขอไปดูภูริในห้องนอนก่อน” “ตามสบายเลยค่ะคุณป้า” เธอระบายยิ้มหวานพร้อมกับเอ่ยออกไป จากนั้นจึงหย่อนสะโพกนั่งบนโซฟาราคาแพงก่อนที่มณีนุชจะเดินไปยังห้องนอนของคนเป็นลูก ก๊อกๆ มณีนุชเคาะประตูสองครั้ง เมื่อเห็นว่าลูกไม่เปิดจึงเคาะอีกครั้งพร้อมกับเรียก “ภูริเปิดประตูให้แม่หน่อยลูก” ด้านภูริ ร่างสูงที่เพิ่งออกมาจากห้องน้ำเมื่อได้ยินเสียงเรียกของแม่จึงรีบเดินมาเปิดประตูทันที แกร่ก “ลูกกำลังนอนหลับอยู่เหรอ” ผู้เป็นแม่ถามด้วยรอยยิ้มอบอุ่น “ที่ผมเปิดประตูช้าเพราะผมอาบน้ำอยู่ครับ” “งั้นลูกก็ไปใส่เสื้อผ้าเถอะ แม่จะไปรอในห้องรับแขก หนูอัญญารออยู่ในห้องรับแขกน่ะ” “ครับ ผมแต่งตัวเสร็จจะออกไปครับ” ว่าแล้วคนตัวสูงก็กลับเข้าห้องแล้วมณีนุชก็เดินไปหาอัญญาในห้องรับแขก“เป็นแผนของนายงั้นเหรอ” เธอมีสีหน้างุนงง“งานเลี้ยงที่บ้านฉันคืนนั้น ฉันเป็นคนอยากให้มันมีขึ้นมาเองแหละ”“…”“คืนนั้นฉันแอบใส่ยานอนหลับในแก้วเหล้าของเธอ พอเธอหลับฉันก็พาเธอไปนอนในห้องกับฉัน เพราะอยากให้พ่อกับแม่มาเห็น เพราะถ้าพ่อกับแม่มาเห็น ฉันรู้ว่าท่านจะให้ฉันรับผิดชอบเธอด้วยการแต่งงาน”“นายทำไปเพื่ออะไร”“ฉันรักเธอตั้งแต่เธออยู่มอสี่ พอฉันรู้ว่าเธอมีแฟนฉันก็รู้สึกไม่สบายใจ พอรู้ว่าเธอจะแต่งงาน ฉันก็เลยคิดแผนการนี้ขึ้น”“โธ่…โฮป นายรักฉันมากถึงขนาดนี้เลยเหรอ” แพรวที่ได้รู้ความจริงและความในใจของโฮปก็คลี่ยิ้มแล้วสวมกอดโฮปด้วยความรัก เขาดีกับเธอเสมอต้นเสมอปลาย“เธอไม่โกรธฉันใช่ไหม” เขากอดเธอแล้วถามออกไป“ที่นายทำไปเพราะรักฉันมาก แล้วจะให้ฉันโกรธนายได้ยังไงล่ะ”“เธอรักฉันไหมแพรว”“ฉันบอกรักนายตั้งหลายครั้งแล้วนะ นายยังจะไม่เชื่ออีกเหรอ” ตอนที่อยู่ด้วยกันสองปี เธอไม่เคยบอกรักเขา แต่ตอนที่กลับมาอยู่ด้วยกันครั้งนี้เธอบอกรักเขาหลายครั้งแล้ว“ฉันรักเธอนะแพรว”“ฉันก็รักนายเหมือนกัน”“ฉันแก่กว่าเธอสามปี เธอเรียกฉันว่าพี่ได้ไหม” ตอนนี้เขาอายุยี่สิบเก้าปี ส่วนแพรวอายุยี่สิบหกปี“ได้สิ งั้นขอพูด
เมื่อภูริลุกไปรับยาและจ่ายเงินเสร็จก็เดินมาที่ร่างเล็กที่นั่งอยู่แล้วพูดออกไป“นั่งรถเข็นดีกว่านะ” เขาไม่อยากให้เธอเดินจึงอยากให้เธอนั่งรถเข็นไปขึ้นรถ“ไม่เป็นไรค่ะ อัญญาเดินเองดีกว่า”“พี่ไม่อยากให้เธอเดินเอง”“รอให้อัญญาท้องโตก่อนนะคะ แล้วค่อยให้นั่งรถเข็น”“งั้นก็กลับกันเถอะ” ว่าจบเขาก็จับข้อมือเรียวให้ลุกขึ้นแล้วพากันเดินออกไปขึ้นรถที่จอดอยู่ไม่ไกลบนรถ“ที่เธอไม่บอกพี่เรื่องท้องเพราะเธอคิดไปถึงคำพูดของพี่ตอนนั้นใช่ไหม ที่พี่บอกว่าไม่อยากมีลูกกับเธอ” เขาถามพลางในใจก็ยังรู้สึกผิดและเสียใจอยู่ที่เคยพูดแบบนั้น“ใช่ค่ะ”เขารั้งร่างสวยสมส่วนเข้ามากอดด้วยความอ่อนโยนทะนุถนอมแล้วลูบหัวเล็กพร้อมกับสูดดมกลิ่นหอมและพูดออกไป“ตอนนั้นพี่แย่มากเลยนะที่พูดแบบนั้นออกไป พี่ต้องขอโทษอัญญาอีกครั้ง”“อัญญาไม่โกรธพี่ค่ะ ตอนนั้นอัญญาเข้าใจค่ะว่าพี่ไม่ได้รักอัญญา พี่จึงไม่อยากมีลูกกับอัญญา เพราะถ้าเกิดมีลูกแล้วพ่อแม่ไม่ได้รักกัน ต่อไปพ่อแม่อาจจะแยกทางกันก็ได้ แล้วปัญหาก็มาตกอยู่ที่ลูกค่ะ”“เธอเป็นคนที่มองโลกในแง่ดีจริงๆอัญญา และเธอก็เข้าใจความรู้สึกของคนรอบข้าง พี่รักเธออัญญา”“อัญญาก็รักพี่ภูริค่ะ”เขา
ภูริวางคนตัวเล็กลงบนเคาน์เตอร์แล้วจัดการถอดเสื้อผ้าของเธอและของตัวเอง เขาจับขาของเธอให้อ้าออกกว้าง มือแกร่งจับท่อนรักยาวใหญ่ถูไถในร่องกลีบสีสวยสี่ห้าครั้งจนน้ำหล่อลื่นไหลเยิ้มออกมา ก่อนที่เขาจะสอดใส่แก่นกายแข็งร้อนเข้าไปในโพรงรักที่คับแน่น จากนั้นไม่นานทั้งสองก็ได้ปลดปล่อยน้ำกามออกมาในปริมาณมากมายจนไหลย้อยลงมาเปรอะเปื้อนบนแผ่นหินอ่อนสีขาวที่ร่างบางนั่งอยู่“อาบน้ำเลยนะ เดี๋ยวค่อยไปทำต่อบนที่นอนอีก” “ค่ะ” จากนั้นทั้งสองก็อาบน้ำด้วยกันในอ่างยี่ห้อหรูเมื่อทั้งคู่ใส่เสื้อผ้าเสร็จ ชายหนุ่มก็พาคนตัวเล็กมานั่งบนโซฟาโดยภูริให้เธอนั่งบนตักแล้วสวมกอดเธอจากทางด้านหลังภูริหยิบโทรศัพท์แล้วถือไว้ตรงหน้าเธอ เขาเปิดเข้าไปในคลังภาพแล้วพูดออกไป“เธอดูรูปในนั้นสิ”“พี่จะให้อัญญาดูรูปอะไรเหรอคะ”“เธอลองเลื่อนดูสิ” จากนั้นเธอก็เลื่อนดูภาพจึงเห็นว่าในนั้นมีแต่รูปแต่งงาน แต่ไม่มีรูปเขาที่ถ่ายกับแพรว“พี่ลบรูปที่ถ่ายกับแพรวออกหมดแล้วนะ พี่ลบออกไปเกือบเดือนแล้ว” ตอนที่เขาคลื่นไส้และนอนซมอยู่แต่ในห้องสามวัน เขาได้ลบรูปที่เขาถ่ายคู่กับแพรวออกหมด“…” อัญญาที่เห็นอย่างนั้นก็รู้สึกหัวใจพองโตพลางคิดในใจว่าในที่ส
โรงพยาบาล ตอนเย็นภูริลงจากรถหรูก็เป็นจังหวะเดียวกันกับที่แพรวก็ลงจากรถแท็กซี่มาเหมือนกัน แพรวที่เห็นร่างสูงของแฟนเก่าจึงระบายยิ้มพร้อมกับถามออกไป“พี่ภูริมาทำอะไรที่นี่คะ”“พี่มารับอัญญา อัญญาทำงานอยู่ที่นี่ แล้วแพรวล่ะมาทำอะไร” เขาพูดด้วยสีหน้าปกติ“แพรว…มาหาสามีเก่าค่ะ เขาทำงานอยู่ที่นี่เหมือนกัน”“อ๋อ” เขาพยักหน้ารับรู้พลางคิดในใจว่าหรือจะเป็นหมอคนนั้นที่คอยตามติดเมียของเขาตลอด เมื่อคิดได้อย่างนั้นภูริจึงเอ่ยถามออกไป“สามีเก่าแพรวชื่อโฮปใช่ไหม”“ใช่ค่ะ”“เขาเป็นหมอหรือเปล่า”“ใช่ค่ะ โฮปเป็นหมอสูตินรีเวชค่ะ”“พี่เคยเจอเขาหลายครั้งแล้วตอนมาหาอัญญาที่นี่ พี่เคยได้ยินอัญญาเรียกชื่อเขา อัญญาสนิทกับเขา”“อ๋อค่ะ”“งั้นพี่ขอตัวเข้าไปข้างในก่อนนะ” เขาทำท่าจะเดิน แต่แพรวเรียกไว้“พี่ภูริเดี๋ยวก่อนค่ะ แพรวมีเรื่องอยากคุยกับพี่ เราไปนั่งคุยกันตรงนั้นดีกว่านะคะ”“ได้” จากนั้นทั้งสองก็พากันไปนั่งที่โต๊ะซึ่งอยู่ไม่ไกล แล้วเธอก็เอ่ยกับร่างสูงที่นั่งตรงข้าม“แพรวย้ายกลับไปอยู่บ้านแล้วค่ะ”“พ่อแพรวหายโกรธแล้วเหรอ” ว่าแล้วหญิงสาวก็ยกมือไหว้คนตัวสูงแล้วเอ่ยออกไปด้วยท่าทีรู้สึกผิดกับเรื่องที่ตัวเองโกห
ร่างแกร่งผละจากหน้าอกอวบสวยหลังจากที่ได้เชยชิมอยู่นานหลายนาที ภูริปลดกระดุมเสื้อเชิ๊ตแล้วถอดออกอย่างรวดเร็ว จากนั้นจึงจัดการปลดเข็มขัด เมื่อทำท่าจะดึงกางเกงออก ร่างบางที่มองอยู่ก็เอ่ยออกไป“อย่าถอดกางเกงในออกนะ”“เธออยากให้ฉันเอาเธอทั้งกางเกงในเหรอ”“ค่ะ”“แล้วเธอจะท้องได้ไง”“เอ่อ…เรื่องลูกคุณไม่ต้องรีบหรอกค่ะ ค่อยมีก็ได้”“งั้นฉันแล้วแต่เธอ…”“แต่…เธอช่วยใช้ปากให้ฉันได้ไหม” เธอจ้องใบหน้าหล่อเหลาแล้วคิดว่าเขาใช้ปากให้เธอแล้ว ถ้าเธอจะใช้ปากให้เขาเสร็จด้วยถือว่าได้แฟร์ๆกัน เมื่อคิดได้ดังนั้นเธอจึงบอกออกไป“อัญญาจะให้คุณเสร็จด้วยปากก็ได้ค่ะ แต่คุณห้ามแตกใส่ปาก”“ได้” เขารับคำทันที “งั้นก็ลุกขึ้นมาสิคะ” ว่าแล้วร่างแกร่งก็ลุกขึ้นยืนแล้วถอดกางเกงออก ก่อนจะจับแท่งร้อนหนาจ่อไปที่ปากเล็ก มือบางจับท่อนรักยาวใหญ่ที่มีน้ำสีใสไหลออกมาตรงหัว จากนั้นจึงอ้าปากแลบลิ้นเลียอย่างนุ่มนวล“ซี้ด” ร่างกายของเขาสั่นเทิ้มพลางขนลุกซู่เมื่อลิ้นเล็กๆปาดเลียที่หัวหยักอย่างนุ่มนวลหญิงสาวอ้าปากครอบครองหัวหยักพร้อมกับรูดรั้งเข้าออกด้วยความนุ่มนวลแล้วขยับเข้าออกถี่ขึ้นบ๊วบๆ อ๊อกๆ“อืม…” ภูริก้มมองปากอวบอิ่มที่ขยั
เพ้นท์เฮาส์เมื่อเข้ามาในเพ้นท์เฮาส์ที่ไม่ได้เข้ามาเกือบเดือน ร่างบางอรชรก็เดินมาหย่อนสะโพกนั่งบนโซฟาหรูด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่าย ร่างแกร่งหย่อนกายนั่งข้างเธอก่อนจะเอ่ยออกไปด้วยโทนเสียงทุ้มนุ่ม“จะไม่เข้าไปอาบน้ำก่อนเหรอ”“จะอาบยังไงล่ะคะ ไม่มีเสื้อผ้าเปลี่ยน”“ใส่เสื้อฉันนอนไปก่อน หรือเธอจะไม่ใส่ก็ได้นะ ฉันชอบเวลาที่เธอไม่ใส่อะไรเลยมากกว่า” ใบหน้าหล่อยกยิ้มเย้า“อัญญาไม่อยากใส่เสื้อผ้าคนอื่น”“คนอื่นที่ไหนกันล่ะ ฉันเป็นผัวของเธอนะ เธอมีสิทธิ์ทุกอย่างในตัวฉันและสิ่งของทุกอย่างของฉัน เธอมีสิทธิ์จะได้มันคนเดียว”“แล้วตอนนี้แฟนของคุณยังอยู่ที่คอนโด…” เธอพูดไม่ทันจบประโยค เขาก็พูดขัดขึ้นเสียก่อน“แพรวคือแฟนเก่า แพรวไม่ได้เป็นแฟนของฉันนานแล้ว ทีหลังถ้าจะพูดถึงแพรวก็ใส่คำว่าเก่าเข้าไปด้วยนะ…”“เมื่อกี้เธอจะถามว่าแพรวยังอยู่ที่คอนโดหรือเปล่าใช่ไหม”“ใช่”“เอาเป็นว่าพรุ่งนี้ฉันจะบอกให้แพรวย้ายออกแล้วกัน”“ก็ไหนบอกว่าเขามีปัญหากับที่บ้านไง ถ้าคุณให้เขาย้ายออกจากคอนโด แล้วเขาจะไปอยู่ที่ไหนล่ะ”“เรื่องนั้นฉันไม่รู้หรอก แต่เพื่อความสบายใจของเธอ ฉันก็จะให้แพรวย้ายออก”“คุณไม่ต้องให้เขาย้ายออกหรอก ให้
ห้องนอน 21.45 น.อัญญาที่อยู่ในชุดนอนกางเกงขาสั้นออกจากห้องน้ำมาก็เห็นร่างสูงที่นุ่งเพียงผ้าขนหนูยืนอยู่หน้าห้องน้ำ ร่างเล็กเบี่ยงตัวหลบก่อนที่ร่างกำยำจะเข้าห้องน้ำไปร่างบางเดินมาล้มตัวนอนบนเตียงแล้วดึงผ้าห่มขึ้นมาปิดหน้าอก ก่อนที่ไม่นานชายหนุ่มจะออกมาจากห้องน้ำแล้วหยิบเสื้อผ้าออกมาสวมใส่ ร่างแกร่
เมื่ออัญญาออกจากห้องน้ำมาก็กวาดสายตามองไปรอบๆ เมื่อไม่เห็นร่างสูงจึงคิดในใจว่าเขาคงจะเข้าไปในไร่อย่างเช่นทุกวัน เธออยู่ที่นี่มาหนึ่งเดือน ทุกเช้าเธอจะเห็นเขาเข้าไปในไร่ทุกวันร่างบางเดินออกไปจากห้องนอนจึงเห็นน้าเดือนที่เป็นแม่บ้านกำลังถูพื้นอยู่ ซึ่งช่วงหลังๆมานี้เธอกับน้าเดือนเริ่มสนิทสนมกันมากขึ้
“พ่อกับแม่ทุกข์ใจและเครียดมากนะที่ลูกมัวแต่ฝังใจอยู่กับอดีตแบบนี้ พ่อกับแม่อยากให้ลูกกลับมามีความสุขอีกครั้ง” มณีนุชเอ่ยออกไปด้วยแววตาหมองเศร้าอย่างเห็นได้ชัด ภูริที่รับรู้ว่าพ่อกับแม่คงจะทุกข์ใจกับเขามานานแล้วจึงจำต้องตัดสินใจและพูดออกไป“ผมจะแต่งงานกับผู้หญิงคนนั้นครับ”“แม่ดีใจมากเลยที่ลูกยอมเชื
เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาไร้ที่ติที่อยู่ในเสื้อยืดคอกลมสีเทาดำกับกางเกงยีนส์สีดำเดินเข้ามาในห้องรับแขกที่มีแม่กับหญิงสาวร่างเล็กนั่งอยู่ภูริไม่ได้ชายตาไปมองหญิงสาว ขายาวก้าวมาหย่อนกายนั่งข้างคนเป็นแม่แล้วเอ่ยถาม“แม่หิวหรือยังครับ ถ้าหิวเดี๋ยวผมจะเรียกให้แม่บ้านมาทำอาหาร” เขาจ้างแม่บ้านไว้คอยดูแลบ้านแ







