เข้าสู่ระบบ“พ่อกับแม่ทุกข์ใจและเครียดมากนะที่ลูกมัวแต่ฝังใจอยู่กับอดีตแบบนี้ พ่อกับแม่อยากให้ลูกกลับมามีความสุขอีกครั้ง” มณีนุชเอ่ยออกไปด้วยแววตาหมองเศร้าอย่างเห็นได้ชัด ภูริที่รับรู้ว่าพ่อกับแม่คงจะทุกข์ใจกับเขามานานแล้วจึงจำต้องตัดสินใจและพูดออกไป
“ผมจะแต่งงานกับผู้หญิงคนนั้นครับ” “แม่ดีใจมากเลยที่ลูกยอมเชื่อฟังแม่” มณีนุชเอ่ยด้วยรอยยิ้มดีใจเป็นอย่างมากที่ลูกยอมทำตามที่ตัวเองขอ ก่อนที่สองแม่ลูกจะสวมกอดกัน “ผมทำให้พ่อกับแม่ทุกข์ใจมานานแล้ว ถ้าการที่ผมแต่งงานกับผู้หญิงคนนั้นแล้วทำให้พ่อกับแม่มีความสุข ผมก็จะแต่งครับ แต่ผมอยากจัดงานแต่งที่นี่” “ได้ ถ้าอย่างนั้นแม่ไปบอกหนูอัญญาก่อนนะว่าลูกตกลงแต่งงานกับเขา” ว่าแล้วมณีนุชก็ผละออกจากร่างแกร่งของลูกแล้วเดินไปหาอัญญาที่อยู่ในห้องนอน “ป้าคุยเรื่องแต่งงานกับภูริแล้วนะ ภูริตกลงจะแต่งงานกับหนูอัญญา ป้าคิดว่าเขาจะค้านหัวชนฝาซะอีก แต่ก็ผิดคาด” มณีนุชเอ่ยด้วยสีหน้าแช่มชื่น หัวใจเบิกบาน ซึ่งสองปีมาแล้วที่ไม่ได้มีความรู้สึกมีความสุขแบบนี้ อัญญาที่ได้ยินอย่างนั้นก็คลี่ยิ้มบางๆ เธอรู้สึกยินดีกับคุณป้าที่เขายอมตกลงแต่งงานกับเธอง่ายๆ และเธอก็รู้สึกดีเมื่อคิดว่าที่เขายอมแต่งงานกับเธอเพราะคิดว่าเขาคงจะไม่รังเกียจเธอ “วันมะรืนป้าจะกลับกรุงเทพ ส่วนหนูอัญญาก็อยู่ที่นี่ไปก่อน เพราะป้าอยากให้ภูริกับหนูอัญญาได้ทำความรู้จักกันและได้เรียนรู้กันมากขึ้นก่อนวันแต่งงาน” “ได้ค่ะคุณป้า” เธอรับคำด้วยรอยยิ้มอ่อน “ภูริอยากจัดงานแต่งที่นี่ ป้าคิดว่าถ้าแต่งเดือนหน้าก็คงจะทัน ก่อนป้ากลับป้าจะบอกให้ภูริพาหนูอัญญาไปเลือกชุดแต่งงาน” “ค่ะ” สองวันต่อมา เมื่อภูริไปส่งแม่ของเขาที่สนามบินก็กลับมาบ้าน เมื่อเห็นว่าที่เจ้าสาวนั่งอยู่ในห้องรับแขกจึงเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงทุ้มนิ่ง สีหน้าราบเรียบ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่เขาชวนเธอคุย สองวันที่ผ่านมานี้อย่าว่าแต่คุยกับเธอเลย แม้แต่หน้าของเธอเขาก็ไม่สนใจที่จะมอง “ที่ฉันต้องแต่งงานกับเธอเพราะฉันอยากให้พ่อกับแม่สบายใจ แต่ไม่ใช่เพราะฉันอยากได้เธอมาเป็นเมียหรอกนะ” “เรื่องนั้นอัญญาทราบดีค่ะ เพราะคุณป้าได้คุยกับอัญญามาก่อนแล้วค่ะ” “พรุ่งนี้สิบโมงฉันจะพาเธอไปเลือกชุดแต่งงาน” “ได้ค่ะ” “ฉันจะจัดงานแต่งแค่เล็กๆพอเป็นพิธีเท่านั้นแหละ เพราะฉันไม่อยากให้ใครรู้” “อัญญาแล้วแต่คุณค่ะ คุณจะจัดงานแต่งหรือไม่จัดงานแต่งก็ได้ค่ะ อัญญาอะไรก็ได้ค่ะ” เธอพูดออกไปด้วยรอยยิ้มอย่างไม่ได้อะไร “ถ้าไม่กลัวแม่จะว่า ฉันก็ไม่ได้อยากจะจัดงานหรอกนะ เพราะคนที่ฉันอยากจัดงานแต่งด้วยก็คือแพรวคนรักของฉันเท่านั้น” พูดจบ เรียวขายาวก็ก้าวเข้าห้องนอนไป อัญญามองแผ่นหลังกว้างพลางคิดในใจว่าเธอจะสามารถทำให้เขาลืมคนรักเก่าได้หรือเปล่านะ เพราะดูๆแล้วเขาคงจะไม่ลืมรักเก่าง่ายๆ แต่ถึงมันจะยากเธอก็จะใช้ความพยายามให้มากเพื่อคุณป้าจะได้สบายใจ วันต่อมา ร้านชุดแต่งงาน เมื่อทั้งสองเข้ามาในร้าน เจ้าของใบหน้าหล่อก็เอ่ยบอกกับว่าที่เจ้าสาวที่ยืนอยู่ข้างๆ แต่เขาไม่ได้หันมามองเธอ “รีบเข้าไปเลือกสิจะได้รีบกลับ เพราะฉันต้องรีบไปทำงานอื่นต่อ แล้วก็เลือกแค่ชุดที่ใส่เข้าพิธีรดน้ำสังข์ก็พอ” “ค่ะ” รับคำเสร็จ เธอก็เข้าไปเลือกชุดแต่งงานโดยมีเจ้าของร้านช่วยเลือก ใช้เวลาไม่นานเธอก็เลือกชุดของตัวเองและของเขาเสร็จ จากนั้นทั้งสองจึงพากันไปขึ้นรถหรูและกลับบ้านไป หลายอาทิตย์ต่อมา เป็นเวลาสามอาทิตย์แล้วที่อัญญามาอยู่ในบ้านหลังเดียวกับภูริ หลังจากกลับจากไปเลือกชุดแต่งงานครั้งก่อน เขาก็ไม่ได้คุยอะไรกับเธอเลย ตื่นเช้ามาเขาจะออกไปดูไร่ ส่วนเธอก็อยู่แต่บ้าน ได้คุยกับน้าเดือนที่มาทำงานบ้านทุกวันจึงรู้สึกไม่เบื่อ ซึ่งอาทิตย์หน้าก็เป็นวันแต่งงานแล้ว วันแต่งงาน เมื่องานแต่งเล็กๆได้เสร็จสิ้นไปในตอนเที่ยง จากนั้นก็เป็นพิธีส่งตัวเจ้าบ่าวเจ้าสาวเข้าห้องหอ ซึ่งงานที่จัดขึ้นมีแค่พิธีในช่วงเช้าเท่านั้น ไม่ได้มีงานเลี้ยงฉลองเอิกเกริกในช่วงตอนเย็นเหมือนงานทั่วๆไป คนที่ร่วมงานวันนี้ก็มีแค่ญาติสนิทฝ่ายพ่อและแม่ของเขาที่มาจากกรุงเทพแค่ยี่สิบคนเท่านั้น ทุกอย่างเป็นความประสงค์ของภูริทั้งหมด เขาไม่อยากจัดงานเลี้ยงให้ใหญ่โต เพราะเขาคิดว่าเป็นการแต่งงานด้วยความจำเป็นเท่านั้น ภูริคิดว่าถ้าอยู่ด้วยกันแล้วไม่มีอะไรดีขึ้นก็ค่อยหย่ากัน ห้องนอนภูริ “พ่อขอให้ลูกๆทั้งสองอยู่ครองคู่กันให้นานๆจนแก่เฒ่านะ” คนเป็นพ่อเอ่ยอวยพรลูกชายและลูกสะใภ้ด้วยรอยยิ้มปริ่มเปรม ก่อนคนเป็นแม่จะเอ่ยออกไปด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม รู้สึกอิ่มเอมใจที่เห็นลูกชายได้เป็นฝั่งเป็นฝา “แม่ก็ขอให้ลูกๆอยู่กันอย่างมีความสุข ถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน และที่สำคัญคือมีหลานให้พ่อกับแม่ได้อุ้มเร็วๆนะ” ทั้งคู่ไม่มีใครรับคำ ได้แต่ส่งยิ้มบางๆให้ท่านทั้งสอง จากนั้นจึงก้มลงกราบเท้าผู้อาวุโสก่อนที่มณีนุชจะเอ่ยขึ้น “งั้นพ่อกับแม่กลับกรุงเทพก่อนนะ” “พ่อกับแม่นอนที่นี่อีกสักคืนสิครับ ค่อยกลับพรุ่งนี้ก็ได้” คนเป็นลูกเอ่ยออกไป “ไม่นอนดีกว่า พ่ออยากกลับวันนี้เลย” พ่อเอ่ย “งั้นเดี๋ยวผมไปส่งสนามบินนะครับ” “ไม่ต้องหรอกลูก เรื่องคนไปส่งพ่อจัดการไว้เรียบร้อยแล้ว วันนี้เป็นวันแต่งงานลูกก็ไม่ควรจะออกไปไหนนะ” “ถ้าอย่างนั้นก็ได้ครับ” “งั้นแม่ไปแล้วนะ” มณีนุชบอกลูกชายและลูกสะใภ้ “เดินทางปลอดภัยครับพ่อ แม่” “เดินทางปลอดภัยนะคะคุณลุงคุณป้า” “หนูอัญญาก็ต้องเรียกพ่อกับแม่ด้วยสิ” มณีนุชเอ่ยกับลูกสะใภ้ด้วยรอยยิ้มใจดี อัญญายิ้มแห้งแล้วเอ่ยออกไป “เอ่อ…อัญญาขอให้คุณพ่อคุณแม่เดินทางปลอดภัยนะคะ” “จ้ะ” จากนั้นทั้งสี่คนก็พากันออกไปจากห้องนอน ภูริกับอัญญาเดินไปส่งพ่อกับแม่ที่รถหรูซึ่งจอดรออยู่หน้าบ้าน เมื่อรถหรูเคลื่อนตัวออกไปแล้ว จากนั้นคู่บ่าวสาวก็เดินกลับเข้ามาในห้องนอน ภูริจัดการถอดชุดสูทออกแล้วใส่ชุดใหม่ ส่วนอัญญาก็หยิบผ้าขนหนูเข้าห้องน้ำไปก่อนที่ร่างสูงจะออกไปขึ้นรถและมุ่งหน้าไปยังไร่ชา“เป็นแผนของนายงั้นเหรอ” เธอมีสีหน้างุนงง“งานเลี้ยงที่บ้านฉันคืนนั้น ฉันเป็นคนอยากให้มันมีขึ้นมาเองแหละ”“…”“คืนนั้นฉันแอบใส่ยานอนหลับในแก้วเหล้าของเธอ พอเธอหลับฉันก็พาเธอไปนอนในห้องกับฉัน เพราะอยากให้พ่อกับแม่มาเห็น เพราะถ้าพ่อกับแม่มาเห็น ฉันรู้ว่าท่านจะให้ฉันรับผิดชอบเธอด้วยการแต่งงาน”“นายทำไปเพื่ออะไร”“ฉันรักเธอตั้งแต่เธออยู่มอสี่ พอฉันรู้ว่าเธอมีแฟนฉันก็รู้สึกไม่สบายใจ พอรู้ว่าเธอจะแต่งงาน ฉันก็เลยคิดแผนการนี้ขึ้น”“โธ่…โฮป นายรักฉันมากถึงขนาดนี้เลยเหรอ” แพรวที่ได้รู้ความจริงและความในใจของโฮปก็คลี่ยิ้มแล้วสวมกอดโฮปด้วยความรัก เขาดีกับเธอเสมอต้นเสมอปลาย“เธอไม่โกรธฉันใช่ไหม” เขากอดเธอแล้วถามออกไป“ที่นายทำไปเพราะรักฉันมาก แล้วจะให้ฉันโกรธนายได้ยังไงล่ะ”“เธอรักฉันไหมแพรว”“ฉันบอกรักนายตั้งหลายครั้งแล้วนะ นายยังจะไม่เชื่ออีกเหรอ” ตอนที่อยู่ด้วยกันสองปี เธอไม่เคยบอกรักเขา แต่ตอนที่กลับมาอยู่ด้วยกันครั้งนี้เธอบอกรักเขาหลายครั้งแล้ว“ฉันรักเธอนะแพรว”“ฉันก็รักนายเหมือนกัน”“ฉันแก่กว่าเธอสามปี เธอเรียกฉันว่าพี่ได้ไหม” ตอนนี้เขาอายุยี่สิบเก้าปี ส่วนแพรวอายุยี่สิบหกปี“ได้สิ งั้นขอพูด
เมื่อภูริลุกไปรับยาและจ่ายเงินเสร็จก็เดินมาที่ร่างเล็กที่นั่งอยู่แล้วพูดออกไป“นั่งรถเข็นดีกว่านะ” เขาไม่อยากให้เธอเดินจึงอยากให้เธอนั่งรถเข็นไปขึ้นรถ“ไม่เป็นไรค่ะ อัญญาเดินเองดีกว่า”“พี่ไม่อยากให้เธอเดินเอง”“รอให้อัญญาท้องโตก่อนนะคะ แล้วค่อยให้นั่งรถเข็น”“งั้นก็กลับกันเถอะ” ว่าจบเขาก็จับข้อมือเรียวให้ลุกขึ้นแล้วพากันเดินออกไปขึ้นรถที่จอดอยู่ไม่ไกลบนรถ“ที่เธอไม่บอกพี่เรื่องท้องเพราะเธอคิดไปถึงคำพูดของพี่ตอนนั้นใช่ไหม ที่พี่บอกว่าไม่อยากมีลูกกับเธอ” เขาถามพลางในใจก็ยังรู้สึกผิดและเสียใจอยู่ที่เคยพูดแบบนั้น“ใช่ค่ะ”เขารั้งร่างสวยสมส่วนเข้ามากอดด้วยความอ่อนโยนทะนุถนอมแล้วลูบหัวเล็กพร้อมกับสูดดมกลิ่นหอมและพูดออกไป“ตอนนั้นพี่แย่มากเลยนะที่พูดแบบนั้นออกไป พี่ต้องขอโทษอัญญาอีกครั้ง”“อัญญาไม่โกรธพี่ค่ะ ตอนนั้นอัญญาเข้าใจค่ะว่าพี่ไม่ได้รักอัญญา พี่จึงไม่อยากมีลูกกับอัญญา เพราะถ้าเกิดมีลูกแล้วพ่อแม่ไม่ได้รักกัน ต่อไปพ่อแม่อาจจะแยกทางกันก็ได้ แล้วปัญหาก็มาตกอยู่ที่ลูกค่ะ”“เธอเป็นคนที่มองโลกในแง่ดีจริงๆอัญญา และเธอก็เข้าใจความรู้สึกของคนรอบข้าง พี่รักเธออัญญา”“อัญญาก็รักพี่ภูริค่ะ”เขา
ภูริวางคนตัวเล็กลงบนเคาน์เตอร์แล้วจัดการถอดเสื้อผ้าของเธอและของตัวเอง เขาจับขาของเธอให้อ้าออกกว้าง มือแกร่งจับท่อนรักยาวใหญ่ถูไถในร่องกลีบสีสวยสี่ห้าครั้งจนน้ำหล่อลื่นไหลเยิ้มออกมา ก่อนที่เขาจะสอดใส่แก่นกายแข็งร้อนเข้าไปในโพรงรักที่คับแน่น จากนั้นไม่นานทั้งสองก็ได้ปลดปล่อยน้ำกามออกมาในปริมาณมากมายจนไหลย้อยลงมาเปรอะเปื้อนบนแผ่นหินอ่อนสีขาวที่ร่างบางนั่งอยู่“อาบน้ำเลยนะ เดี๋ยวค่อยไปทำต่อบนที่นอนอีก” “ค่ะ” จากนั้นทั้งสองก็อาบน้ำด้วยกันในอ่างยี่ห้อหรูเมื่อทั้งคู่ใส่เสื้อผ้าเสร็จ ชายหนุ่มก็พาคนตัวเล็กมานั่งบนโซฟาโดยภูริให้เธอนั่งบนตักแล้วสวมกอดเธอจากทางด้านหลังภูริหยิบโทรศัพท์แล้วถือไว้ตรงหน้าเธอ เขาเปิดเข้าไปในคลังภาพแล้วพูดออกไป“เธอดูรูปในนั้นสิ”“พี่จะให้อัญญาดูรูปอะไรเหรอคะ”“เธอลองเลื่อนดูสิ” จากนั้นเธอก็เลื่อนดูภาพจึงเห็นว่าในนั้นมีแต่รูปแต่งงาน แต่ไม่มีรูปเขาที่ถ่ายกับแพรว“พี่ลบรูปที่ถ่ายกับแพรวออกหมดแล้วนะ พี่ลบออกไปเกือบเดือนแล้ว” ตอนที่เขาคลื่นไส้และนอนซมอยู่แต่ในห้องสามวัน เขาได้ลบรูปที่เขาถ่ายคู่กับแพรวออกหมด“…” อัญญาที่เห็นอย่างนั้นก็รู้สึกหัวใจพองโตพลางคิดในใจว่าในที่ส
โรงพยาบาล ตอนเย็นภูริลงจากรถหรูก็เป็นจังหวะเดียวกันกับที่แพรวก็ลงจากรถแท็กซี่มาเหมือนกัน แพรวที่เห็นร่างสูงของแฟนเก่าจึงระบายยิ้มพร้อมกับถามออกไป“พี่ภูริมาทำอะไรที่นี่คะ”“พี่มารับอัญญา อัญญาทำงานอยู่ที่นี่ แล้วแพรวล่ะมาทำอะไร” เขาพูดด้วยสีหน้าปกติ“แพรว…มาหาสามีเก่าค่ะ เขาทำงานอยู่ที่นี่เหมือนกัน”“อ๋อ” เขาพยักหน้ารับรู้พลางคิดในใจว่าหรือจะเป็นหมอคนนั้นที่คอยตามติดเมียของเขาตลอด เมื่อคิดได้อย่างนั้นภูริจึงเอ่ยถามออกไป“สามีเก่าแพรวชื่อโฮปใช่ไหม”“ใช่ค่ะ”“เขาเป็นหมอหรือเปล่า”“ใช่ค่ะ โฮปเป็นหมอสูตินรีเวชค่ะ”“พี่เคยเจอเขาหลายครั้งแล้วตอนมาหาอัญญาที่นี่ พี่เคยได้ยินอัญญาเรียกชื่อเขา อัญญาสนิทกับเขา”“อ๋อค่ะ”“งั้นพี่ขอตัวเข้าไปข้างในก่อนนะ” เขาทำท่าจะเดิน แต่แพรวเรียกไว้“พี่ภูริเดี๋ยวก่อนค่ะ แพรวมีเรื่องอยากคุยกับพี่ เราไปนั่งคุยกันตรงนั้นดีกว่านะคะ”“ได้” จากนั้นทั้งสองก็พากันไปนั่งที่โต๊ะซึ่งอยู่ไม่ไกล แล้วเธอก็เอ่ยกับร่างสูงที่นั่งตรงข้าม“แพรวย้ายกลับไปอยู่บ้านแล้วค่ะ”“พ่อแพรวหายโกรธแล้วเหรอ” ว่าแล้วหญิงสาวก็ยกมือไหว้คนตัวสูงแล้วเอ่ยออกไปด้วยท่าทีรู้สึกผิดกับเรื่องที่ตัวเองโกห
ร่างแกร่งผละจากหน้าอกอวบสวยหลังจากที่ได้เชยชิมอยู่นานหลายนาที ภูริปลดกระดุมเสื้อเชิ๊ตแล้วถอดออกอย่างรวดเร็ว จากนั้นจึงจัดการปลดเข็มขัด เมื่อทำท่าจะดึงกางเกงออก ร่างบางที่มองอยู่ก็เอ่ยออกไป“อย่าถอดกางเกงในออกนะ”“เธออยากให้ฉันเอาเธอทั้งกางเกงในเหรอ”“ค่ะ”“แล้วเธอจะท้องได้ไง”“เอ่อ…เรื่องลูกคุณไม่ต้องรีบหรอกค่ะ ค่อยมีก็ได้”“งั้นฉันแล้วแต่เธอ…”“แต่…เธอช่วยใช้ปากให้ฉันได้ไหม” เธอจ้องใบหน้าหล่อเหลาแล้วคิดว่าเขาใช้ปากให้เธอแล้ว ถ้าเธอจะใช้ปากให้เขาเสร็จด้วยถือว่าได้แฟร์ๆกัน เมื่อคิดได้ดังนั้นเธอจึงบอกออกไป“อัญญาจะให้คุณเสร็จด้วยปากก็ได้ค่ะ แต่คุณห้ามแตกใส่ปาก”“ได้” เขารับคำทันที “งั้นก็ลุกขึ้นมาสิคะ” ว่าแล้วร่างแกร่งก็ลุกขึ้นยืนแล้วถอดกางเกงออก ก่อนจะจับแท่งร้อนหนาจ่อไปที่ปากเล็ก มือบางจับท่อนรักยาวใหญ่ที่มีน้ำสีใสไหลออกมาตรงหัว จากนั้นจึงอ้าปากแลบลิ้นเลียอย่างนุ่มนวล“ซี้ด” ร่างกายของเขาสั่นเทิ้มพลางขนลุกซู่เมื่อลิ้นเล็กๆปาดเลียที่หัวหยักอย่างนุ่มนวลหญิงสาวอ้าปากครอบครองหัวหยักพร้อมกับรูดรั้งเข้าออกด้วยความนุ่มนวลแล้วขยับเข้าออกถี่ขึ้นบ๊วบๆ อ๊อกๆ“อืม…” ภูริก้มมองปากอวบอิ่มที่ขยั
เพ้นท์เฮาส์เมื่อเข้ามาในเพ้นท์เฮาส์ที่ไม่ได้เข้ามาเกือบเดือน ร่างบางอรชรก็เดินมาหย่อนสะโพกนั่งบนโซฟาหรูด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่าย ร่างแกร่งหย่อนกายนั่งข้างเธอก่อนจะเอ่ยออกไปด้วยโทนเสียงทุ้มนุ่ม“จะไม่เข้าไปอาบน้ำก่อนเหรอ”“จะอาบยังไงล่ะคะ ไม่มีเสื้อผ้าเปลี่ยน”“ใส่เสื้อฉันนอนไปก่อน หรือเธอจะไม่ใส่ก็ได้นะ ฉันชอบเวลาที่เธอไม่ใส่อะไรเลยมากกว่า” ใบหน้าหล่อยกยิ้มเย้า“อัญญาไม่อยากใส่เสื้อผ้าคนอื่น”“คนอื่นที่ไหนกันล่ะ ฉันเป็นผัวของเธอนะ เธอมีสิทธิ์ทุกอย่างในตัวฉันและสิ่งของทุกอย่างของฉัน เธอมีสิทธิ์จะได้มันคนเดียว”“แล้วตอนนี้แฟนของคุณยังอยู่ที่คอนโด…” เธอพูดไม่ทันจบประโยค เขาก็พูดขัดขึ้นเสียก่อน“แพรวคือแฟนเก่า แพรวไม่ได้เป็นแฟนของฉันนานแล้ว ทีหลังถ้าจะพูดถึงแพรวก็ใส่คำว่าเก่าเข้าไปด้วยนะ…”“เมื่อกี้เธอจะถามว่าแพรวยังอยู่ที่คอนโดหรือเปล่าใช่ไหม”“ใช่”“เอาเป็นว่าพรุ่งนี้ฉันจะบอกให้แพรวย้ายออกแล้วกัน”“ก็ไหนบอกว่าเขามีปัญหากับที่บ้านไง ถ้าคุณให้เขาย้ายออกจากคอนโด แล้วเขาจะไปอยู่ที่ไหนล่ะ”“เรื่องนั้นฉันไม่รู้หรอก แต่เพื่อความสบายใจของเธอ ฉันก็จะให้แพรวย้ายออก”“คุณไม่ต้องให้เขาย้ายออกหรอก ให้
ห้องนอน 21.45 น.อัญญาที่อยู่ในชุดนอนกางเกงขาสั้นออกจากห้องน้ำมาก็เห็นร่างสูงที่นุ่งเพียงผ้าขนหนูยืนอยู่หน้าห้องน้ำ ร่างเล็กเบี่ยงตัวหลบก่อนที่ร่างกำยำจะเข้าห้องน้ำไปร่างบางเดินมาล้มตัวนอนบนเตียงแล้วดึงผ้าห่มขึ้นมาปิดหน้าอก ก่อนที่ไม่นานชายหนุ่มจะออกมาจากห้องน้ำแล้วหยิบเสื้อผ้าออกมาสวมใส่ ร่างแกร่
เมื่ออัญญาออกจากห้องน้ำมาก็กวาดสายตามองไปรอบๆ เมื่อไม่เห็นร่างสูงจึงคิดในใจว่าเขาคงจะเข้าไปในไร่อย่างเช่นทุกวัน เธออยู่ที่นี่มาหนึ่งเดือน ทุกเช้าเธอจะเห็นเขาเข้าไปในไร่ทุกวันร่างบางเดินออกไปจากห้องนอนจึงเห็นน้าเดือนที่เป็นแม่บ้านกำลังถูพื้นอยู่ ซึ่งช่วงหลังๆมานี้เธอกับน้าเดือนเริ่มสนิทสนมกันมากขึ้
เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาไร้ที่ติที่อยู่ในเสื้อยืดคอกลมสีเทาดำกับกางเกงยีนส์สีดำเดินเข้ามาในห้องรับแขกที่มีแม่กับหญิงสาวร่างเล็กนั่งอยู่ภูริไม่ได้ชายตาไปมองหญิงสาว ขายาวก้าวมาหย่อนกายนั่งข้างคนเป็นแม่แล้วเอ่ยถาม“แม่หิวหรือยังครับ ถ้าหิวเดี๋ยวผมจะเรียกให้แม่บ้านมาทำอาหาร” เขาจ้างแม่บ้านไว้คอยดูแลบ้านแ
อัญญาอยู่กับแม่มาตั้งแต่เกิด ที่บ้านเธอเปิดร้านขายของชำเล็กๆ พอได้ใช้จ่ายกันสองคนแม่ลูก เงินที่เรียนหนังสือก็ได้จากการขายของในแต่ละวันกระทั่งเธอขึ้นมอสี่แม่ของเธอก็ตรวจพบว่าเป็นโรคหัวใจ ตั้งแต่นั้นมาแม่ก็ป่วยออดๆ แอดๆ ขายของได้ไม่เต็มที่ แม่ต้องเข้าโรงพยาบาลบ่อยๆ เงินเก็บที่มีอยู่บ้างก็เริ่มร่อยหร







