ログインเช้าวันแต่งงานค่อย ๆ เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นกันเองแสงแดดยามเช้าส่องลอดผ่านม่านโปร่งสีขาวแสงนั้นไหลเอื่อยลงบนพื้นห้อง ทอประกายอบอุ่นจนทุกอย่างดูนุ่มละมุนไปหมดเหมือนเช้าวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเริ่มต้นของวันใหม่ของชีวิตคู่แต่เป็นการเริ่มต้นของคำสัญญาของทั้งสองชีวิตที่กำลังจะเดินเคียงกันไปจากนี้ในความเงียบสงบของยามเช้า หัวใจทุกดวงค่อย ๆ ตื่นขึ้นพร้อมความรัก ความหวัง และความฝันที่ถูกโอบอุ้มไว้อย่างแผ่วเบาราวกับโลกทั้งใบกำลังยิ้มให้กับการเริ่มต้นครั้งสำคัญนี้ดอกไม้สีขาวและชมพูอ่อนถูกจัดเรียงอย่างประณีตตลอดแนวทางเดินกลิ่นหอมบางเบาลอยคลอเคล้าไปกับเสียงดนตรีแผ่ว ๆงานนี้ไม่ได้หวือหวา ไม่ยิ่งใหญ่ในสายตาใครแต่กลับอบอวลไปด้วยความหมายเพราะแขกที่มาร่วมเป็นสักขีพยานมีเพียงเพื่อนสนิทและญาติของทั้งสองฝ่ายคนที่รู้จักรอยยิ้ม น้ำตา และเส้นทางความรักของทั้งคู่เป็นอย่างดีเพียงฝันก้าวเข้ามาในชุดเจ้าสาวมือของพ่อเธอจับมือเธอไว้แน่นไม่ใช่เพราะไม่อยากปล่อยแต่เพราะอยากส่งเธอไปด้วยความมั่นใจที่สุดดวงตาของแม่เพียงฝันแดงนิด ๆ รอยยิ้มสั่นเล็กน้อยเป็นรอยยิ้มของคนเป็นแม่ที่มองเห็นลูกสาวเติบโตและกำลังจ
ส่วนเตวิชญ์ยังคงเป็นหมอที่ยุ่งเหมือนเดิมแต่ไม่ว่าเวรจะหนักแค่ไหนเขาจะไม่ลืมแวะมารับเธอหรืออย่างน้อยก็โทรมาบอก“วันนี้ผมอาจช้านิดนะ แต่ผมคิดถึงคุณ”บางวันเขาเข้ากะดึกเพียงฝันจะเตรียมข้าวกล่องง่าย ๆ ให้บางคืนเธอหลับไปก่อนตื่นมาอีกทีจะเจอเขานั่งอยู่ปลายเตียงลูบผมเธอเบา ๆ เหมือนกลัวเธอหายไปหมอน้ำอิงเองก็เปลี่ยนไปเธอถอยออกมาอย่างมีระยะไม่ใช่เพราะยอมแพ้แต่เพราะเข้าใจว่า ความรู้สึกที่ฝืนไว้ไม่เคยพาใครไปถึงความสุขจริง ๆและหมอไท ก็ยังคงอยู่ข้าง ๆ เธออย่างเงียบ ๆ แต่มั่นคงเย็นวันหนึ่งเตวิชญ์พาเพียงฝันไปทานข้าวที่บ้านคุณธเนศกับคุณวาสนายังแซวเหมือนเดิมเตชินียิ้มมองทั้งคู่ด้วยสายตาเอ็นดู“ดูแลกันแบบนี้ แม่ว่าบ้านเราจะคึกคักขึ้นเยอะเลยนะ”เพียงฝันยิ้มมือของเธอถูกเตวิชญ์จับไว้แน่นไม่ใช่เพราะกลัวหลุดหายไปแต่เพราะเขาเลือกจะไม่ปล่อยหลายเดือนที่ผ่านมาไม่ได้ทำให้ชีวิตสมบูรณ์แบบแต่ทำให้ทั้งสองคนมั่นใจว่าความรักที่ไม่ต้องแย่งไม่ต้องพิสูจน์ไม่ต้องเจ็บซ้ำมันกำลังเติบโตอย่างนุ่มละมุนและจริงใจวันนี้บ้านของเตวิชญ์อบอวลไปด้วยบรรยากาศอบอุ่นเป็นพิเศษเพราะเป็นวันเกิดของคุณวาสนาแม่ของเขาโต๊ะ
เตชินีไม่ได้เปิดฉากด้วยคำตำหนิเธอเพียงเลื่อนแท็บเล็ตไปตรงกลางโต๊ะภาพจากกล้องวงจรปิดหยุดอยู่ตรงจังหวะที่คุ้นตาเกินไป“แก้ว”น้ำเสียงเรียบ แต่หนัก“ช่วยอธิบายหน่อย ว่าคุณเข้าไปในห้องทำงานของเพียงฝันทำไมในช่วงเวลาที่ไฟล์งานถูกลบพอดีแบบนี้”แก้วกัลยาหน้าซีดวูบริมฝีปากเม้มแน่นก่อนจะพยายามหัวเราะกลบเกลื่อน“แก้วแค่เข้าไปหยิบเอกสารค่ะอาจจะเผลอโดนอะไรเข้าโดยไม่ตั้งใจก็ได้”เตชินีไม่ได้ตอบทันทีเพียงแตะหน้าจออีกครั้งคลิปเดินต่อชัดเจนการคลิกเมาส์การเลือกโฟลเดอร์การกดลบอย่างตั้งใจและไม่ลังเลความเงียบในห้องหนักอึ้งเพียงฝันที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ไม่ได้พูดอะไรเธอแค่มองสายตานิ่งไม่โกรธไม่สะใจมีเพียงความผิดหวังบาง ๆ ที่คนอีกฝ่ายเลือกทางนี้“ฉันไม่ได้โกรธที่เธอไม่ชอบใคร”เตชินีพูดช้า ๆ“แต่ฉันรับไม่ได้ถ้าเธอใช้การทำงานเป็นเครื่องมือทำร้ายคนอื่น”แก้วกัลยาน้ำตาคลอแต่ไม่มีใครเอื้อมมือไปปลอบ“บริษัทให้โอกาสคนทำงานเท่านั้นไม่ใช่คนเล่นเกมสกปรกแบบนี้”เตชินีสรุปเสียงนิ่ง“ฉันจะให้ฝ่ายบุคคลดำเนินการตามระเบียบและคุณจะถูกพักงานระหว่างสอบสวน”คำว่าพักงานเหมือนฟาดลงกลางอกแก้วกัลยาลุกขึ้นอย่างสั่น ๆ มองเพ
เมื่อกลับเข้ามาในห้อง งานยังคงต้องเดินต่อเธอจัดลำดับความสำคัญใหม่แก้งานจากไฟล์สำรองบันทึกทุกขั้นตอนอย่างรัดกุมไม่นานนักเสียงรองเท้าส้นสูงก็ดังใกล้เข้ามาแก้วกัลยาโผล่หน้าเข้ามายิ้มบาง ๆ แบบที่ดูเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น“อ้าวยังอยู่อีกเหรอนึกว่างานหายไปหมดแล้วซะอีก”น้ำเสียงใส ๆ แต่คำพูดกลับแฝงเข็มเพียงฝันเงยหน้าขึ้นช้า ๆ สบตาเธอโดยไม่หลบน้ำเสียงเรียบ นุ่ม แต่มั่นคง“ยังอยู่นะ แต่งานบางส่วนหายไปจริง ๆ”เพียงฝันเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายก่อนจะถามต่อด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ“เดี๋ยวนะ….เธอรู้ได้ยังไงว่าไฟล์งานของฉันหาย”รอยยิ้มของแก้วกัลยาชะงักไปเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะรีบกลบเกลื่อนกลับมาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น“เอ่อ….แก้วก็แค่เดาเอาน่ะค่ะ พี่ฟาง”“อ่อเหรอ….นึกว่าเธอเป็นคนลบมันซะอีก”เพียงฝันยิ้มตอบเป็นรอยยิ้ม แฝงอะไรไว้บางอย่างแก้วกัลยาเม้มปากแน่นก่อนจะหัวเราะแห้ง ๆ“พูดซะน่ากลัวเลยนะคะ ใครจะกล้าล่ะคะ”เพียงฝันไม่ตอบเพียงก้มหน้ากลับไปทำงานต่อแก้วกัลยาหันหลังเดินออกไปฝีเท้าเร็วกว่าเดิมเล็กน้อยภายในห้องเพียงฝันถอนหายใจเบา ๆเหมือนปล่อยความอึดอัดออกจากอกไม่นานนักโทรศัพท์บนโต๊ะก็สั่นขึ้นช
อีกด้านหนึ่งเตวิชญ์ยืนรอเพียงฝันอยู่หน้าโรงพยาบาล วันนี้เธอมาหาเขาทันทีที่เธอเดินมาเขาก็ยกมือรับกระเป๋าให้โดยอัตโนมัติ“วันนี้เหนื่อยไหม” เขาถามเสียงอ่อนเพียงฝันยิ้มบาง ๆ“นิดหน่อย แต่พอเห็นหน้าหมอแล้วก็หาย”เขาหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะเอื้อมมือมาจับมือเธอไว้แน่นขึ้นนิดหนึ่งเหมือนยืนยันบางอย่างโดยไม่ต้องพูดระหว่างทางไปลานจอดรถเตวิชญ์เล่าเรื่องที่เขาคุยกับน้ำอิงให้ฟังทั้งหมดเพียงฝันฟังเงียบ ๆ ก่อนจะบีบมือเขาเบา ๆ“หมอทำถูกแล้วค่ะ”เธอพูดเสียงนุ่มเตวิชญ์มองเธอด้วยสายตาอบอุ่นสายตาของคนที่รู้ตัวชัดเจนว่าเขาเลือกคนไม่ผิดเลยจริงๆในช่วงเวลาเดียวกันนั้นเองน้ำอิงยืนมองสองคนนั้นจากระยะไกลเห็นมือที่จับกันแน่นเห็นรอยยิ้มที่ไม่ต้องฝืนหัวใจเธอเจ็บแปลบเล็กน้อยแต่ไม่ใช่ความโกรธเป็นความเข้าใจและการยอมรับในที่สุดบางความรู้สึกไม่ได้หายไปเพราะไม่ได้สมหวังแต่หายไปเพราะเรายอมปล่อยมือและยอมรับมันและนั่นอาจเป็นการเริ่มต้นที่ดีกว่าสำหรับทุกคนค่ำวันนั้นฝนตกปรอย ๆไม่หนัก แต่ทำให้เมืองดูเงียบลงกว่าปกติเตวิชญ์ขับรถช้าลงเล็กน้อยมือข้างหนึ่งยังจับพวงมาลัย อีกข้างวางทับมือเพียงฝันไว้หลวม ๆเป็นท่าทางเคย
หมอไทนั่งอยู่ไม่ไกลจากเตียงไฟในห้องเปิดไว้เพียงแสงสลัวพอให้มองเห็นทุกการขยับตัวทั้งคืนเขาแทบไม่ได้นอนคอยลุกขึ้นเช็กอาการเป็นระยะ อย่างคนที่ไม่กล้าปล่อยให้คลาดสายตาแม้แต่นาทีเดียวเขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาส่งไลน์พร้อมภาพของน้ำอิงที่หลับสนิทรายงานอาการไปให้หมอเป้เงียบ ๆสายตาหมอไทเหลือบมองนาฬิกาอีกครั้งเขาเข้าใจดีว่าเวลาทุกนาทีในคืนนี้มีความหมายแค่ไหนคืนนี้คือ คืนที่ต้องผ่านไปให้ได้และต้องปลอดภัยที่สุดเท่าที่จะทำได้และในความเงียบงันนั้นเองน้ำอิงก็ได้รู้ว่าบางครั้งไม่ต้องมีคำปลอบมากมายแค่ไม่ปล่อยให้เธอเผชิญมันลำพังก็เพียงพอแล้วเช้าวันถัดมา แสงแดดอ่อนลอดผ่านผ้าม่านสีเทาไม่จ้า ไม่อบอุ่นแต่สว่างพอจะปลุก “สติ” ให้กลับมาอย่างชัดเจนน้ำอิงลืมตาขึ้นช้า ๆ ศีรษะยังหนักอึ้งลำคอแห้งผากแต่สิ่งแรกที่เธอรับรู้ได้คือเสื้อผ้ายังอยู่ครบผ้าห่มคลุมตัวอย่างเรียบร้อยและห้อง ไม่ใช่ห้องของเธอหัวใจเธอหล่นวูบภาพเมื่อคืนไหลย้อนกลับมาเป็นช่วง ๆแก้วเหล้าเสียงเพลงความร้อนวาบในร่างกายที่ไม่ปกติแล้วก็ ใบหน้าของหมอไทจริงจังสุขุมและนิ่งเกินกว่าจะทำให้เธอกลัวน้ำอิงค่อย ๆ ลุกนั่งมือสั่นเล็กน้อยความละอายไหลเ

![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)





