Share

บทที่ 11

Author: โม่เสียวชี่
คำพูดของเฉียวเนี่ยน เหมือนดั่งฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ จนทำให้หลินเย่ว์เกิดอาการมึนงงไปชั่วขณะ

ในมโนภาพเห็นแต่เฉียวเนี่ยนดิ้นรนอยู่ในน้ำ ส่วนนางกำนัลอื่นก็อยู่ข้างบ่อซักล้าง ต่างพากันหัวเราะเป็นการใหญ่

พลันรู้สึกเจ็บในหัวอกมากขึ้น เขาคิดจะพูดอะไรต่ออีก แต่คล้ายมีบางอย่างจุกอยู่ในลำคอ จวบจนแผ่นหลังของเฉียวเนี่ยนถูกบานประตูขวางกั้นจนมองไม่เห็นอีก จึงค่อยมีสติกลับคืนมาบ้าง

“คุณหนู ฮือๆๆ...” เสียงร่ำไห้ของเสี่ยวชุ่ยดังขึ้นที่ข้างหู ทำให้รู้สึกรำคาญยิ่ง

หลินยวนถลึงตาใส่เสี่ยวชุ่ย “เอาแต่ร้องไห้อยู่ได้ ไม่รีบไปตามหมอมาอีก?”

เสี่ยวชุ่ยเพิ่งจะนึกได้ จึงรีบออกไปทันที

หลินเย่ว์ส่งหลินยวนกลับไปยังเรือนลั่วเหมย ส่วนหมอประจำจวนก็มาพร้อมกับฮูหยินหลิน

ขณะที่หมอกำลังตรวจชีพจรดูอาการให้หลินยวนอยู่นั้น ฮูหยินหลินก็พาหลินเย่ว์ออกไปข้างนอก “นี่มันเกิดอะไรขึ้น? น้องเจ้าอยู่ดีๆ ตกน้ำได้อย่างไร? หรือเป็นเพราะว่าเนี่ยนเนี่ยน...”

“ท่านแม่” หลินเย่ว์ขมวดคิ้ว ขัดจังหวะการพูดของฮูหยินหลินทันที “เพราะเนี่ยนเนี่ยนช่วยยวนเอ๋อร์ไว้ต่างหาก”

กล่าวพลาง เขาคล้ายกับนึกอะไรได้ จึงหันไปมองเสี่ยวชุ่ย “เจ้ามานี่”

ใบหน้าซีกซ้ายของเสี่ยวชุ่ยยังคงบวมเป่งอยู่ แสดงให้เห็นว่าหนิงซวงลงมือหนักไม่น้อย

เสี่ยวชุ่ยเดินก้มหน้ามาพร้อมคุกเข่าลงพื้น ไม่รู้ว่าเป็นความจงใจหรือไม่ ใบหน้าซีกที่บวมเป่งหันไปทางฮูหยินหลินพอดี

เมื่อฮูหยินหลินเห็นเข้าก็ตกใจเป็นอย่างมาก “ตายจริง ใบหน้าเจ้าไปโดนอะไรมาน่ะ?”

เสี่ยวชุ่ยพูดไม่ออก ได้แต่มองหน้าหลินเย่ว์ด้วยความหวาดกลัว

หลินเย่ว์จ้องเขม็งไปยังเสี่ยวชุ่ยอยู่ครู่หนึ่ง จึงได้เอ่ยปากถาม “เจ้ามีเรื่องบาดหมางกับเนี่ยนเนี่ยนรึ?”

เสี่ยวชุ่ยตกใจยิ่ง พลางรีบส่ายหน้า “ไม่มีเจ้าค่ะ บ่าวจะกล้ามีเรื่องกับคุณหนูใหญ่ได้อย่างไร?”

“ในเมื่อไม่มี แล้วเหตุใดจึงได้ใส่ร้ายนางครั้งแล้วครั้งเล่า?” หลินเย่ว์ถามเสียงเย็นชา

เมื่อครู่ตอนอยู่เรือนลั่วเหมย เขาโกรธจนหน้ามืด แต่เรื่องนั้นแม้ไม่ต้องใช้หัวคิดก็พอเข้าใจได้

เนี่ยนเนี่ยนไม่ใช่คนโง่ จะปองร้ายผู้อื่นอยู่ในเรือนของตนเอง ซ้ำยังต่อหน้าผู้คนได้อย่างไร?

และสาวใช้ผู้นี้ก็ไปถึงเรือนฟางเหอไล่เลี่ยกับเขา ซึ่งตอนนั้นเนี่ยนเนี่ยนกับยวนเอ๋อร์ก็ได้ขึ้นฝั่งแล้วทั้งคู่ นางกลับยืนกรานเสียงแข็งว่าเนี่ยนเนี่ยนเป็นคนผลักยวนเอ๋อร์ให้ตกน้ำ

หวนนึกถึงเมื่อสามปีก่อน สาวใช้ผู้นี้ก็เคยยืนกรานเช่นนี้ พูดจาเป็นมั่นเป็นเหมาะ แค่นี้ก็ทำให้หลินเย่ว์เกิดความระแวงแล้ว

เสี่ยวชุ่ยก็รับรู้ได้ถึงแรงกดดันที่มาจากหลินเย่ว์

นางรู้ดี หากวันนี้ตนพูดผิดไปแม้แต่คำเดียว คงจะถูกลากไปโบยจนตายแน่

จึงรีบกลอกตารวดเร็ว ในที่สุดนางก็หาทางออกได้ “บ่าว...บ่าวเพียงแต่เป็นห่วงคุณหนูมาก เกรงว่านางจะถูกรังแก บ่าวทำเพื่อคุณหนูนะเจ้าคะ”

“ทำเพื่อคุณหนูกระนั้นรึ?” หลินเย่ว์หัวเราะเสียงเย็น “หรือเป็นเพราะคุณหนูเจ้าสั่งให้ทำเช่นนั้น?”

“ไม่ ไม่ใช่เจ้าค่ะ” เสี่ยวชุ่ยรีบส่ายหน้าปฏิเสธ แต่กลับไม่กล้าพูดมากความอีก

เดิมทีนางคิดว่าหากพูดเช่นนี้อาจทำให้หลินเย่ว์เกิดความเมตตาสงสาร ที่ไหนได้จะพลอยทำให้คุณหนูเดือดร้อนด้วยอีกคนเสียแล้ว

ทันใดนั้นเอง ในห้องมีเสียงหลินยวนเรียกเบาๆ “เสี่ยวชุ่ย...เสี่ยวชุ่ย...”

น้ำเสียงอ่อนแรงราวกับจะขาดใจ ฟังแล้วพาให้นึกเป็นห่วงยิ่ง

หลินเย่ว์ขมวดคิ้วมุ่น ไฟโทสะที่คุกรุ่นขึ้น ในที่สุดก็มอดลงเพราะเสียงเรียกอ่อนแรงของหลินยวน

เขาทำตาดุใส่เสี่ยวชุ่ย พร้อมกล่าวเตือนเสียงเบา “หากมีคราวหน้าอีก ไม่ต้องให้หนิงซวงลงมือ ข้าจะตัดลิ้นเจ้าไปให้สุนัขกิน! ไม่รีบไปดูแลคุณหนูอีก”

“เจ้าค่ะ เจ้าค่ะ” เสี่ยวชุ่ยลุกขึ้นลนลาน พร้อมวิ่งเข้าไปในห้องทันที

ฮูหยินหลินอยู่ด้านข้างค่อยโล่งอกหน่อย มองหน้าหลินเย่ว์คล้ายกับไม่พอใจนัก “ทำไมตำหนิน้องสาวตัวเองเช่นนั้น นิสัยยวนเอ๋อร์เป็นอย่างไร เจ้ายังไม่รู้อีกรึ?”

หลินเย่ว์มองหน้าฮูหยินหลิน แววตาแสดงออกถึงความผิดหวัง “ท่านแม่ เนี่ยนเนี่ยนว่ายน้ำเป็น ท่านรู้หรือไม่?”

ฮูหยินหลินจะรู้เรื่องนี้ได้อย่างไร?

นางชะงักเล็กน้อยก่อนเอ่ยปาก “ว่ายน้ำเป็น? แต่ว่า เมื่อก่อนนางว่ายน้ำไม่เป็นมิใช่รึ?”

ใช่ คนที่เมื่อก่อนว่ายน้ำไม่เป็น กลับถูกผู้อื่นผลักตกน้ำไป

ซ้ำพวกนางยังใช้ราวตากผ้าไล่ตีนางอีก เพื่อไม่ให้ขึ้นฝั่ง

ในตอนนั้น นางจะรู้สึกหวาดกลัวเพียงไหน?

ในตอนนั้น พี่ชายอย่างเขาไปอยู่ที่ใด?

หลินเย่ว์ไม่คิดตอบโต้อีก จึงหันหลังเดินจากไป

ฮูหยินหลินตะโกนไล่หลังมา “เจ้าจะไปที่ใด?”

“เข้าวัง” คำตอบสั้นๆ บ่งบอกถึงความเย็นชา

ฮูหยินหลินรู้สึกกังวลใจ พลันคล้ายกับนึกอะไรได้ จึงเรียกนางบ่าวแก่ผู้หนึ่งมาพบ “เร็วเข้า ไปส่งข่าวให้พระสนมเต๋อกุ้ยเฟย”

“เจ้าค่ะ!”

ไม่นานนัก

ขณะที่หลินเย่ว์โมโหโกรธาพร้อมใช้เท้าเตะประตูกรมซักล้างจนเปิดออก ก็เห็นนางกำนัลกลุ่มหนึ่งกำลังฉุดกระชากลากถูนางกำนัลร่างผอมอีกคนให้ไปทางบ่อซักล้าง

เห็นชัดว่า พวกนางคิดจะผลักนางกำนัลผู้นี้ให้ตกน้ำไปอีก

เหตุการณ์นี้ สร้างความบาดตาให้แก่หลินเย่ว์เป็นอย่างมาก เพราะสิ่งที่เขามองเห็น ก็คือนางกำนัลเด็กผู้นี้คล้ายกับเฉียวเนี่ยนเมื่อสามปีก่อน

ในตอนนั้น พวกนางได้รังแกน้องสาวเขาเช่นนี้หรอกรึ?

มีนางกำนัลผู้อาวุโสผู้หนึ่งจำหลินเย่ว์ได้ จึงรีบพาทุกคนเดินมาคารวะ “บ่าวคารวะท่านโหวน้อย ไม่ทราบมีเรื่องอันใดหรือเจ้าคะ?”

หลินเย่ว์ไม่ยอมมองหน้านาง พลางเดินไปทางกลุ่มนางกำนัลที่คุกเข่าอยู่ จากนั้นจึงไม่พูดพล่ามทำเพลง มือกระชากตัวคนไหนได้ก็จับคนนั้นโยนลงน้ำไป

เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกะทันหัน จนมีนางกำนัลสองคนร้องตกใจ นางกำนัลผู้อาวุโสจึงได้เอะอะโวยวาย “ตายจริง ท่านโหวน้อยทำอะไรเจ้าคะ?”

ไม่ทันขาดคำ แม้แต่นางกำนัลผู้อาวุโสก็ถูกยกขึ้นเช่นกัน แล้วพริบตา น้ำเย็นเฉียบในบ่อก็ทะลักเข้าปากและจมูกของนาง

หลินเย่ว์ไม่พูดไม่จา ตรงไปจับคนที่เหลือโยนลงน้ำเช่นกัน

นางกำนัลบางคนที่ลงน้ำก่อนคิดตะกายขึ้นฝั่งมา หลินเย่ว์ก็ใช้ราวตากผ้าฟาดพวกนางลงไปซ้ำอีก

เขาเป็นคนฝึกวรยุทธ์มาแต่เล็ก การลงมือจึงหนักหน่วง นางกำนัลที่โดนฟาดเพียงครั้งเดียวก็รู้สึกเหมือนขาจะหัก ร้องเสียงดังพร้อมหมดสติไปทันที

เมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นเบื้องหน้า ทุกคนจึงไม่กล้าขยับส่งเดชอีก ได้แต่ยอมอยู่ในน้ำดีๆ ด้วยสภาพเปียกปอน

แต่ละนางได้แต่แอบสะอึกสะอื้น เพราะกลัวว่าหากร้องไห้เสียงดัง จะโดนหลินเย่ว์หวดด้วยราวตากผ้าอีก

ดูๆ ไปก็น่าสงสารนัก

แต่ว่า น้องสาวเขาไม่น่าสงสารบ้างรึ?

สมัยก่อนน้องสาวเขาก็เคยยืนร้องไห้อยู่ในบ่อนี้ คนกลุ่มนี้เคยปล่อยนางบ้างหรือไม่?

หลินเย่ว์ยิ่งคิดก็ยิ่งโกรธ ความเกรี้ยวกราดในดวงตาแทบกลายเป็นไฟโทสะแผดเผานางกำนัลกลุ่มนี้ให้กลายเป็นเถ้าถ่านเสีย

เหล่านางกำนัลเห็นดังนี้ แม้แต่คำวิงวอนร้องขอชีวิตก็ไม่กล้าพูด มีเพียงนางกำนัลอาวุโสผู้นั้นที่ยังกล้าเอ่ยปากเกลี้ยกล่อม "ท่านโหวน้อย บ่าวรู้ว่าท่านทำเช่นนี้ก็เพื่อหวังแก้แค้นแทนแม่นางหลิน แต่ว่า จะตีสุนัขก็ควรดูหน้าเจ้าของเสียก่อน พวกเราล้วนเป็นคนของฝ่าบาททั้งสิ้น ท่านทำเช่นนี้ ถ้าให้ฝ่าบาททรงทราบเข้า...”

หลินเย่ว์ตวัดราวตากผ้าไป จนเกือบฟาดถูกใบหน้านางกำนัลอาวุโสผู้นั้น

พลันได้ยินเขาหัวเราะเสียงเย็น แววตายิ่งเย็นชาไปใหญ่ “ทำไม? คิดเอาฝ่าบาทมาขู่ข้ากระนั้นรึ?”

“ท่านโหวน้อยช่างโอหังนัก”

มีเสียงอ่อนโยนทว่าทรงอำนาจดังมาจากด้านหลังหลินเย่ว์ “แสดงว่าแม้แต่ฝ่าบาทก็ปรามเจ้าไม่อยู่ใช่หรือไม่?”
Continue to read this book for free
Scan code to download App
Comments (2)
goodnovel comment avatar
Wednesday 20
เอาเลยฟาดมันท่านพี่ ข้าจะให้อภัยท่านในตอนแรกๆก็ได้
goodnovel comment avatar
Sita
ขอติดตามตอนต่อไปค่ะ
VIEW ALL COMMENTS

Latest chapter

  • พลิกชะตาชีวิตหลังเป็นทาสมาสามปี   บทที่ 1719

    อีกด้านหนึ่ง อิ๋งชีสุดจะทนฟังได้อีกต่อไป เขาวาดเท้าถีบเข้าที่ร่างของเสิ่นเยว่อย่างแรง “เจ้ายังรู้ตัวอยู่อีกหรือว่าเป็นถึงศิษย์พี่ของเจ้าสำนัก? แต่ดูสิ่งที่เจ้าทำลงไปสิ! อาศัยความเชื่อใจและความเมตตาของเจ้าสำนัก คอยทิ่มแทงทำร้ายคนรอบข้างนางครั้งแล้วครั้งเล่า กระทั่งอาจิ่วเจ้าก็ยังไม่เว้น! เสิ่นเยว่ ยามที่อดีตเจ้าสำนักประสิทธิประสาทวรยุทธ์และวิชาแพทย์ให้เจ้านั้น ท่านสอนให้เจ้ากลายเป็นคนใจคออำมหิต ไร้ซึ่งคุณธรรม ถึงขั้นลงมือเข่นฆ่าศิษย์ร่วมสำนักเช่นนี้เชียวหรือ!”“แต่ข้าทำไปทั้งหมดก็เพื่อสำนักราชาโอสถ!” เสิ่นเยว่แผดเสียงคำรามอย่างเจ็บปวดรวดร้าว “หากมิใช่เพราะนางใจอ่อนจนเกินไป ข้าจะต้องลงมือทำเรื่องพวกนี้ไปเพื่ออันใด?! ข้าเพียงต้องการให้นางสำนึกว่า บนโลกใบนี้มิใช่ทุกคนที่ควรค่าแก่การช่วยชีวิต! ความเมตตาที่มากเกินไปมีแต่จะย้อนกลับมาทำลายสำนักราชาโอสถ! สิ่งที่ข้าทำ... ล้วนทำเพื่อสำนักราชาโอสถทั้งสิ้น!”“ยังจะกล้าสับปลับ!”อิ๋งชีแค้นเคืองจนประเคนหมัดใส่เขาอีกครา “เจ้าพร่ำบอกว่าทำเพื่อสำนักราชาโอสถแต่แท้จริงแล้ว ตั้งแต่ต้นจนจบ คนที่ชักนำหายนะมาสู่สำนักราชาโอสถก็มีเพียงเจ้าผู้เดียวเท่านั้น!”

  • พลิกชะตาชีวิตหลังเป็นทาสมาสามปี   บทที่ 1718

    ราวกับสูดดมได้ถึงกลิ่นอายอันน่ารังเกียจยิ่งทว่ามีรากเหง้าเดียวกัน ทันทีที่กู่ตัวลูกมุดออกมาจากร่างของฉู่จืออี้ มันก็ดีดตัวพุ่งทะยานขึ้นฉับพลัน กลายสภาพเป็นเส้นแสงสีม่วงสายหนึ่ง พุ่งทะลวงเข้าหาเสิ่นเยว่ที่กำลังถูกกู่ตัวแม่ทรมานเจียนตายอยู่บนพื้นอย่างแม่นยำไร้ที่ติ!“ฉึก!”บังเกิดเสียงดังแผ่วเบายิ่งนักทว่ากู่ตัวลูกนั้นกลับมุดแทรกเข้าไปในบาดแผลตรงหน้าอกของเสิ่นเยว่โดยตรง!“อ๊ากกก!”ทันทีที่กู่ตัวลูกเข้าสู่ร่างกาย เสิ่นเยว่ก็แผดเสียงร้องโหยหวนอย่างแสนสาหัส ประหนึ่งเสียงภูตผีปีศาจคร่ำครวญ!เขารู้สึกราวกับโลหิตในกายกำลังเดือดพล่าน กระดูกคล้ายถูกมดนับหมื่นรุมกัดทึ้ง เส้นชีพจรปวดร้าวแทบปริแตกออกทุกชั่วข้อนิ้ว!เดิมทีภายในร่างของเขาก็มีกู่ร่วมชะตาฝังอยู่แล้วชนิดหนึ่ง แม้หลังจากหลอมรวมมันจะอยู่ในสภาวะจำศีล ทว่าเมื่อครู่ตอนที่เฉียวเนี่ยนส่งกู่ตัวแม่เข้าสู่ร่างเขา กู่ร่วมชะตาที่หลับใหลอยู่ก็พลันตื่นขึ้นยามนี้ กู่ร่วมชะตาทั้งสองชนิดได้ใช้เลือดเนื้อและพลังปราณในกายเขาต่างสมรภูมิ พวกมันกัดทึ้งและกลืนกินกันเองอย่างบ้าคลั่ง ความทุกข์ทรมานที่ตามมานั้นสาหัสสากรรจ์ยิ่งกว่าการถูกวิชาสะท้อนกลับก่อ

  • พลิกชะตาชีวิตหลังเป็นทาสมาสามปี   บทที่ 1717

    “โลหิตกู่... ช่างเป็นของวิเศษสำหรับการหลอมกู่โดยแท้ มิน่าเล่า เมื่อก่อนแม่เฒ่าอากู่น่าถึงได้เพียรพยายามจะหลอมกลั่นโลหิตกู่ในร่างตนเองให้จงได้! เจ้าว่าจริงหรือไม่?” เฉียวเนี่ยนแย้มยิ้มบางเบา ขณะทอดมองความตื่นตะลึงในดวงตาของเสิ่นเยว่ที่ค่อย ๆ ทวีความเข้มข้นขึ้นจากนั้นนางก็มิได้ชายตาแลเขาอีก ทว่านำเข็มทองเก้าแสงดาวออกมา ค่อย ๆ ชัก นำกู่ตัวลูกที่ใสกระจ่างดุจแก้วออกมาอย่างระมัดระวัง แล้วป้อนเข้าสู่ปากของฉู่จืออี้ด้วยท่วงท่าอ่อนโยนยิ่งทันทีที่กู่ตัวลูกล่วงเข้าสู่ลำคอ มันก็หลอมรวมเข้ากับร่างกายของเขาอย่างรวดเร็ว“ในตำรากล่าวไว้ว่า นอกเหนือจากกู่ตัวลูกจะถูกดึงดูดโดยกู่ตัวแม่แล้ว มันยังกลืนกินกู่ตัวลูกด้วยกันเองอีกด้วย ดังนั้น ซากกู่ที่เจ้าทิ้งไว้ในร่างกายของเขา ไม่ช้าก็จะถูกกู่ตัวลูกของข้ากลืนกินจนสิ้นซาก”เฉียวเนี่ยนเอ่ยขณะที่สายตาตกลงบนกู่ตัวแม่สีแดงคล้ำในโถ ซึ่งกำลังดิ้นพล่านด้วยไอสังหารอันดุร้ายจากนั้น นางจึงเงยหน้าขึ้นมองเสิ่นเยว่ที่ใบหน้าซีดเผือดและเริ่มดิ้นรนอย่างรุนแรง แววตาของนางสงบนิ่งเสียจนชวนให้ขนลุกชัน“ศิษย์พี่...” นางเอ่ยเรียกด้วยคำเรียกขานที่ห่างเหินไปเนิ่นนาน น้ำเสี

  • พลิกชะตาชีวิตหลังเป็นทาสมาสามปี   บทที่ 1716

    เสิ่นเยว่ถูกคุมตัวกลับมายังสำนักราชาโอสถ และถูกนำตัวมาหยุดอยู่เบื้องหน้าเตียงของฉู่จืออี้ยามที่เขามาถึง เฉียวเนี่ยนกำลังเช็ดมือให้ฉู่จืออี้อย่างแผ่วเบา เมื่อเหล่าองครักษ์เงาได้รับคำสั่ง ก็นำร่างของเสิ่นเยว่เหวี่ยงลงแทบเท้าเตียงของฉู่จืออี้ทันทีความเจ็บปวดอันรุนแรงส่งผลให้เสิ่นเยว่ค่อย ๆ ฟื้นคืนสติขึ้นมาอย่างช้า ๆทั่วร่างของเขาเปรอะเปื้อนไปด้วยโคลนและคราบเลือดที่ยังมิได้ชำระล้าง เส้นผมยุ่งเหยิงหลุดลุ่ย มุมปากยังมีรอยเลือดแห้งกรังหลงเหลืออยู่ สภาพดูอนาถยิ่งนัก ทว่ายามที่สายตาของเขาเหลือบไปเห็นเงาร่างผมขาวโพลนข้างเตียง เขาก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาคล้ายกับเห็นเรื่องที่ขบขันที่สุดในใต้หล้า เสียงหัวเราะแผ่วต่ำนั้นค่อย ๆ ดังขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นบ้าคลั่งโอหัง“ฮ่าๆๆ... เฉียวเนี่ยน! รสชาติของกู่โลหิตมันไม่สู้ดีนักใช่หรือไม่?! ฮ่าๆๆๆ!” เสิ่นเยว่หัวเราะจนตัวโยนแทบจะขาดใจตาย ในดวงตามีแต่ความอำมหิตที่มิคิดจะปกปิด “หันกลับมาให้ข้าดูหน่อยสิ ว่ายามนี้เจ้ามีสภาพอัปลักษณ์ราวกับผีสางเพียงใด?!”กู่โลหิตสามารถเร่งวันเวลาให้คนเราแก่ชราได้ในพริบตา เขาจึงปักใจเชื่อว่าเฉีย

  • พลิกชะตาชีวิตหลังเป็นทาสมาสามปี   บทที่ 1715

    ผงพิษหลากสีสันกลุ่มใหญ่ปะปนมากับเข็มพิษที่เล็กละเอียดดุจขนวัวนับไม่ถ้วน พุ่งทะยานเข้าปกคลุมทิศทางที่หน้าไม้ถูกยิงมาประหนึ่งพายุฝนกระหน่ำ!ช่างเป็นวิถีทางที่อำมหิตและไร้ความปรานี!ทว่า อิ๋งชีคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าแล้วว่าเขาจะต้องใช้ไม้นี้!ในชั่วพริบตาที่ผงพิษและเข็มพิษถูกซัดออกมา เงาร่างทั้งสี่ก็ดีดตัวทะยานขึ้นจากปลักโคลนแล้วถอยร่นไปด้านหลังราวกับคำนวณไว้ก่อนแล้ว พร้อมกับสะบัดผ้าชุบยาเปียกชุ่มที่เตรียมไว้ เพื่อปัดเป่าหมอกพิษออกไปให้ได้มากที่สุด!พวกเขาสอดประสานกันอย่างรู้ใจ สลายกระบวนท่าพิษของเสิ่นเยว่จนหมดสิ้นและในจังหวะนั้นเอง อิ๋งชีก็โฉบทะยานลงมาจากยอดไม้แห้งดุจนกแสกราตรี มีดสั้นในมือกรีดฝ่าไอพิษโดยไร้ซึ่งเสียงลม พุ่งตรงเข้าหาจุดตายที่หลังคอของเสิ่นเยว่!เสิ่นเยว่ขนลุกซู่ไปทั้งแผ่นหลัง สัมผัสแห่งวิกฤตอันรุนแรงทำเอาเขาหนังหัวชาหนึบ!เขาแผดร้องเสียงหลง รีบเบี่ยงตัวหลบคมมีดมฤตยูที่หมายปลิดชีพตรงลำคอไปได้หวุดหวิด ทว่ามีดสั้นของอิ๋งชียังคงฝากรอยแผลลึกถึงกระดูกไว้ที่หัวไหล่ของเขา!“อิ๋งชี! เป็นเจ้า!” เสิ่นเยว่ร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด นัยน์ตาฉายแววตระหนกและเคียดแค้นเขารู้ตัวดีว่ามิใ

  • พลิกชะตาชีวิตหลังเป็นทาสมาสามปี   บทที่ 1714

    บึงมรณะใต้ผาพายุทมิฬ ปกคลุมด้วยม่านหมอกพิษสีเขียวอมเทาตลอดทั้งปี กลิ่นเน่าเปื่อยของใบไม้ทับถมผสมปนเปกับดินโคลน โชยกลิ่นคาวหวานที่ชวนให้สะอิดสะเอียนซากไม้แห้งรูปร่างประหลาดบิดเบี้ยวราวกับกรงเล็บปีศาจยื่นออกมาจากผิวน้ำอันขุ่นมัว รอบด้านเงียบสงัดจนน่าหวาดหวั่น มีเพียงเสียงสวบสาบแผ่วเบาของแมลงพิษไร้นามที่คลานยุ่มย่ามอยู่ในปลักโคลน ยิ่งขับเน้นให้ดินแดนแห่งนี้ดูตายซากและวังเวงยิ่งขึ้นอิ๋งชีและเหล่าองครักษ์เงายอดฝีมือที่เขาคัดสรรมากับมือ ต่างหมอบนิ่งประดุจโขดหินไร้ชีวิต พวกเขาซุ่มเร้นอยู่ที่นี่มานานถึงสามวันสองคืน ทั่วร่างพอกทับด้วยโคลนโอสถสูตรพิเศษเพื่อกลบเกลี่ยกลิ่นอายและต้านทานไอพิษที่คละคลุ้ง ร่างกายแนบชิดกับโขดหินเย็นชื้น บ้างจมมิดอยู่ในน้ำครำโสโครก เหลือเพียงดวงตาและจมูกที่โผล่พ้นน้ำ กลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกับดินแดนแห่งความตายนี้อย่างสมบูรณ์ตลอดสามวันที่ผ่านมา นอกจากงูพิษโง่งมไม่กี่ตัวและคางคกพิษขนาดมหึมา ก็หาได้มีสิ่งมีชีวิตใดผ่านทางมาอีกทว่า... สิ่งที่องครักษ์เงาไม่เคยขาดแคลนเลยก็คือความอดทนโดยเฉพาะอิ๋งชี เขาไม่มีท่าทีร้อนรนแม้แต่น้อยเขารู้จักเสิ่นเยว่ดี คนผู้นี้เจ้าเล่ห์และ

  • พลิกชะตาชีวิตหลังเป็นทาสมาสามปี   บทที่ 292

    "ยวนเอ๋อร์ พี่รู้ว่าเจ้าเป็นคนจิตใจงดงาม และเชื่อด้วยว่าครั้งนี้เจ้ามีเจตนาดีจริงๆ แต่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เจ้าทําเรื่องนี้ ก่อนหน้านี้เจ้าเคยทําครั้งหนึ่ง และถูกเนี่ยนเนี่ยนกดลงบนพื้นสั่งสอนไปครั้งหนึ่งแล้ว ทําไมครั้งนี้ถึงยังไม่จําอีก? เจ้าก็รู้อยู่แก่ใจว่า ในจวนโหวตอนนี้ ท่านย่าเป็นคนเดียวที่เนี่ย

  • พลิกชะตาชีวิตหลังเป็นทาสมาสามปี   บทที่ 269

    ตอนนี้รถม้าได้มาถึงถนนมู่ชิวแล้ว แม้ว่าจะมีคนไม่มาก แต่ก็มีคนสิบกว่าคนการกระทําของจิ่งเหยียนดึงดูดความสนใจของทุกคนทันทีเขาไม่ใช่คนที่เก่งในการแสดงออก และยิ่งไม่ชอบถูกชมในที่สาธารณะแต่ในเวลานี้ เขากลับไม่สนใจการชี้ไม้ชี้มือของผู้อื่นแม้แต่น้อย ดวงตาทั้งคู่จ้องมองเฉียวเนี่ยนเขม็ง น้ำเสียงทุ้มต่ำ

  • พลิกชะตาชีวิตหลังเป็นทาสมาสามปี   บทที่ 333

    เฉียวเนี่ยนไม่ชอบน้ำเสียงในเวลานี้ของเซียวเหิงจริงๆ มันดูเป็นการถามอย่างตรงไปตรงมาทว่า นางจะอยู่หรือไม่อยู่ที่นี่ หรือว่านางจะอยู่ที่ไหน ก็ไม่เกี่ยวอะไรกับเขา?สีหน้าจึงขรึมลงทันที แต่เมื่อนึกได้ว่านางจะไปแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องเปลืองน้ำลายอะไรกับเขา จึงตอบกลับอย่างราบเรียบ "จิ่งเหยียนทิ้งจดหมายไว้ใ

  • พลิกชะตาชีวิตหลังเป็นทาสมาสามปี   บทที่ 310

    พูดไป หยูว่านอันก็นำทางเซียวเหิงเข้าห้องหนึ่งในห้อง กลิ่นควาเลือดคละคลุ้งรุนแรงบนเตียงมีใครคนหนึ่งนอนอยู่ เป็นหลัวซ่างนั่นเองตอนนี้เขามิได้นอนหลับแต่อย่างใด ได้ยินวามเคลื่อนไหวดังขึ้นพลันหันขวับ ครั้นเห็นเป็นเซียวเหิง หลัวซ่างเบิกตาโพลงทันใด ดวงตาหม่นหมองแต่เดิมเหมือนได้แสงส่องสว่างเขาพยายาม

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status