Teilen

บทที่ 3

โย่วจื่อฉา
“เจ้าว่าอย่างไรนะ?” เซี่ยหลินยวนหรี่ตาลง จ้องมองนางด้วยสายตากดดันข่มขวัญ

ซ่งหว่านหนิงลุกขึ้นยืนสบตากับเขา “ข้าบอกว่า ข้าต้องการหย่า”

เขาปล่อยเฉียวอวี๋เอ๋อร์ในอ้อมกอด มือข้างหนึ่งบีบไหล่นางไว้แน่นพลางแค่นหัวเราะหยัน “ตอนนั้นเป็นเจ้าที่อาศัยความดีความชอบของตระกูลดึงดันจะแต่งงานกับข้าให้ได้ มาบัดนี้นึกจะไปก็ไปงั้นหรือ? เจ้าเห็นข้าเป็นสิ่งใดกัน? เป็นของเล่นของคุณหนูใหญ่ซ่งเช่นเจ้าหรือไร?”

“ช่างน่าประหลาดนัก แต่งงานกันมาสามปีไม่มีวันใดที่ท่านพอใจ มาบัดนี้ข้าต้องการหย่า ท่านกลับไม่ยินยอมเสียนี่?” ซ่งหว่านหนิงดิ้นรนสองสามครั้งพบว่าไม่อาจขยับเขยื้อนได้แม้แต่น้อย จึงปล่อยตัวตามสบายให้เขาบีบ “กองกำลังเก่าที่เหลือของท่านพ่อข้าก็ตกอยู่ใต้สังกัดท่านจนหมดสิ้นแล้ว ท่านยังต้องการสิ่งใดอีก?”

“เจ้ามองข้าเช่นนี้เองหรือ?” นัยน์ตาของเซี่ยหลินยวนราวกับจะพ่นไฟออกมา

“แล้วท่านหวังให้ข้ามองท่านเช่นไรเล่า?” นางตอบโต้โดยไม่ยอมอ่อนข้อให้เช่นกัน

เฉียวอวี๋เอ๋อร์ที่อยู่ด้านข้างเอ่ยเกลี้ยกล่อมด้วยน้ำเสียงออดอ้อน “ท่านอ๋องอย่าได้ถือสากับพระชายาเลยเจ้าค่ะ พระชายาเพียงกล่าวด้วยความโมโห ถือเป็นจริงเป็นจังมิได้หรอกเจ้าค่ะ”

“ข้ากำลังพูดอยู่กับท่านอ๋อง บ่าวไพร่เช่นเจ้ามีสิทธิ์สอดปากตั้งแต่เมื่อใดกัน?” ซ่งหว่านหนิงคร้านจะแสร้งทำตัวเป็นคุณหนูผู้สูงศักดิ์ใจกว้างมีเมตตาอีกต่อไป จึงกรอกตาใส่อย่างไม่ปิดบัง

“คุณหนู ข้า...” ดวงตาของเฉียวอวี๋เอ๋อร์แดงก่ำ ดูน่าทะนุถนอมและน่าสงสารจับใจ

“อวี๋เอ๋อร์ เจ้ากลับไปก่อน ข้าต้องการคุยกับพระชายาให้รู้เรื่อง” เซี่ยหลินยวนข่มโทสะ เอ่ยเสียงนุ่มนวลปลอบโยน

“เจ้าค่ะ ท่านอ๋อง” เฉียวอวี๋เอ๋อร์พยักหน้าอย่างว่าง่าย ก่อนจะหันไปกล่าวกับซ่งหว่านหนิง “ได้ยินมาว่าเมื่อคืนคุณหนูกับหมอหลวงลู่นั่งม้าตัวเดียวกันกลับจวนโหว นึกไม่ถึงเลยว่าหมอหลวงลู่ที่มีวิชาแพทย์เก่งกาจถึงเพียงนั้น กลับมิอาจช่วยชีวิตฮูหยินผู้เฒ่าเอาไว้ได้ ช่างน่าเสียดายยิ่งนัก”

กล่าวจบ นางก็ย่อกายทำความเคารพ แล้วเดินกรีดกรายจากไป

เมื่อได้ยินคำว่า “นั่งม้าตัวเดียวกัน” ใบหน้าของเซี่ยหลินยวนก็มืดทะมึนลงจนแทบจะบีบน้ำออกมาได้ เขากัดฟันกรอดพลางเอ่ยถาม “เจ้ายังจำได้อยู่หรือไม่ว่าตนเองเป็นพระชายาของข้า การใกล้ชิดสนิทสนมกับบุรุษอื่นถึงเพียงนี้ ต้องการให้คนทั่วทั้งเมืองหลวงหัวเราะเยาะข้าหรือไร?”

“ตัวตลกงั้นหรือ? ข้าต่างหากกระมังที่เป็นตัวตลกของคนทั้งเมืองหลวง?” ซ่งหว่านหนิงแค่นหัวเราะหยัน “หากไม่ใช่เพราะท่านเรียกตัวหมอหลวงไปจนหมด ซ้ำยังขับไล่บ่าวที่ข้าส่งไปตามท่านให้กลับมา ข้าหรือจะต้องถ่อเข้าวังไปขอความช่วยเหลือด้วยตนเอง? ชีวิตหญิงในดวงใจของท่านมีค่า แล้วชีวิตท่านแม่ของข้าไม่มีค่างั้นหรือ?”

“เรื่องเมื่อคืนข้าไม่รู้เรื่องจริง ๆ เห็นแก่ที่เจ้าเพิ่งสูญเสียมารดา เรื่องที่เจ้าเอ่ยปากว่าจะหย่า ข้าจะไม่ถือสาหาความ จงอย่าได้ไม่รู้ดีชั่วให้มันมากนัก” เซี่ยหลินยวนขมวดคิ้ว สีหน้าฉายแววรำคาญใจอย่างเห็นได้ชัด

เพียงคำว่าไม่รู้เรื่องคำเดียวก็คิดจะปัดปัญหาให้พ้นตัว ท่าทีใจกว้างนั้นช่างราวกับเป็นการประทานความเมตตา

เซี่ยหลินยวนมั่นใจอย่างมากว่านางไม่อาจขาดเขาได้ คำว่าหย่าร้างที่เอ่ยออกมาคงเป็นเพียงกลมารยาเรียกร้องความสนใจเท่านั้น

ก็ถูกของเขา ต้องโทษที่นางมีใจรักใคร่ฝ่ายเดียว ซ้ำยังทุ่มเทให้เขานานถึงสามปี จนทำให้เขารู้สึกว่านางช่างเป็นสตรีที่ไร้ค่าถึงเพียงนี้

ซ่งหว่านหนิงเงยหน้ามองเขา ขอบตาเอ่อล้นไปด้วยหยาดน้ำใส ทว่ายังคงดื้อดึงไม่ยอมปล่อยให้มันร่วงหล่นลงมา “เซี่ยหลินยวน ท่านยังจำคนที่ช่วยชีวิตท่านเมื่อสิบสองปีก่อนได้หรือไม่?”

“ย่อมต้องจำได้ อวี๋เอ๋อร์เป็นคนช่วยชีวิตข้าเอาไว้ ด้วยเหตุนี้บนท่อนแขนของนางจึงมีรอยแผลเป็นหลงเหลืออยู่” เซี่ยหลินยวนแค่นเสียงอย่างไม่แยแส “จู่ ๆ เจ้าถามเรื่องนี้ขึ้นมาด้วยเหตุใด”

“เป็นไปได้หรือไม่ ว่าคนที่ช่วยชีวิตท่านเอาไว้คือข้า?”

เซี่ยหลินยวนแค่นหัวเราะราวกับได้ยินเรื่องขบขัน “คุณหนูใหญ่ซ่ง บนเรือนร่างของเจ้ามีที่ใดบ้างที่ข้าไม่เคยเห็น มีรอยแผลเป็นอยู่แม้แต่ริ้วรอยเดียวหรือ? เจ้ามีฐานะสูงส่ง นึกอยากได้สิ่งใดก็ย่อมได้เสมอมา เรื่องเช่นนี้ยังคิดจะแย่งชิงความดีความชอบอีกหรือ?”

“อืม ท่านกล่าวถูกต้องแล้ว”

นางคร้านที่จะอธิบายอีกต่อไป อธิบายไปก็ไร้ประโยชน์ ในเมื่อเขาไม่เคยเชื่อใจนางเลยแม้แต่น้อย

“หากท่านไม่อยากหย่า จะเขียนหนังสือปลดภรรยาให้ข้าสักฉบับก็ได้เช่นกัน” ซ่งหว่านหนิงมองเขาด้วยสายตาราบเรียบไร้ระลอกคลื่น

“เจ้า...” เซี่ยหลินยวนถึงกับพูดไม่ออกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ใบหน้าดำทะมึนราวกับก้นหม้อ “ไม่ว่าจะหย่าขาดหรือปลดภรรยา เจ้าก็อย่าได้แม้แต่จะฝัน”

กล่าวจบ เขาก็สะบัดชายแขนเสื้อเดินจากไปด้วยโทสะอันเดือดดาล

ซ่งหว่านหนิงไม่เข้าใจนัก ตามหลักแล้วหากนางเอ่ยปากขอหย่า เซี่ยหลินยวนก็สมควรจะดีใจมิใช่หรือ แล้วเหตุใดเขาจึงต้องเดือดดาลถึงเพียงนี้ด้วย?

หรือเป็นเพราะท่านแม่เพิ่งจะล่วงลับ เขาจึงเกรงว่าจะถูกตราหน้าว่าเป็นคนไร้น้ำใจ จนกลายเป็นที่ครหาของชาวบ้านหรือ?

ช่างเถอะ ไว้รออีกหลายวันผ่านพ้นไปค่อยว่ากันใหม่

นางหันไปมองอาภรณ์ที่ยับเยินน่าสงสารชุดนั้น ราวกับมันกำลังสะท้อนให้เห็นถึงชีวิตอันพังทลายไร้ชิ้นดีของตนเอง ของขวัญเช่นนี้ จะยังมีหน้ามอบให้ผู้อื่นได้อย่างไร

“หลีรุ่ย ไปกันเถอะ” ซ่งหว่านหนิงเอ่ยเรียกสาวใช้ข้างกาย “ไม่ต้องนำสิ่งใดไปทั้งนั้น”

เมื่อเดินทางมาถึงจวนหนิงหย่วนโหว ทั่วทั้งจวนล้วนประดับประดาไปด้วยธงผ้าสีขาว บรรดาขุนนางที่คุ้นเคยกับตระกูลซ่งและเหล่าครอบครัวต่างพากันเดินทางมาร่วมไว้อาลัย

“หนิงหย่วนโหวกำศึกมาทั้งชีวิต สละชีพเพื่อชาติ มาบัดนี้ตระกูลซ่งกลับเหลือเพียงบุตรสาวกำพร้าผู้เดียว ช่างน่าเวทนายิ่งนัก”

“นั่นสิ ได้ยินมาว่าคุณหนูซ่งกับฉีอ๋องนั้นไม่ลงรอยกัน แต่งงานมาสามปียังไร้ทายาทสืบสกุล ยามนี้ครอบครัวฝั่งมารดาก็ไม่เหลือผู้ใดแล้ว วันข้างหน้าคงใช้ชีวิตยากลำบากยิ่งกว่าเดิม”

“ข้ายังได้ยินมาอีกว่าฉีอ๋องมีอนุนอกเรือนที่โปรดปรานมากผู้หนึ่ง อาศัยอยู่ที่ตรอกเถียนสุ่ย...”

......

ซ่งหว่านหนิงคุกเข่าอยู่หน้าป้ายวิญาณด้วยความด้านชา เสียงซุบซิบนินทาดังแว่วเข้าหู ต่อให้อยากจะเพิกเฉยก็ไม่อาจทำได้

นั่นสิ สตรีที่ไร้ซึ่งครอบครัวฝั่งมารดาหนุนหลัง ซ้ำยังไม่เป็นที่รักของสามีเช่นนาง ช่วงชีวิตที่เหลืออยู่จะยังหวังพึ่งพาสิ่งใดได้อีก?

“ราชโองการมาถึงแล้ว…”

ขันทีเฒ่าผู้หนึ่งถือราชโองการสีเหลืองทองเดินเนิบนาบเข้ามาในโถงไว้ทุกข์ก่อนจะหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าของซ่งหว่านหนิง

“ด้วยโองการแห่งฟ้า ฮ่องเต้มีรับสั่ง:

ผู้ล่วงลับแม้นจากไป ทว่าคุณงามความดียังคงอยู่ ฮูหยินซ่ง ภรรยาแห่งหนิงหย่วนโหวผู้ล่วงลับ เป็นสตรีผู้อ่อนโยนเพียบพร้อม วางตัวสง่างาม จัดการเรื่องราวในเรือนได้ดี ปรนนิบัติสามีสั่งสอนบุตรธิดา ชื่อเสียงความดีงามขจรขจายไปไกล บัดนี้จึงพระราชทานยศย้อนหลังให้เป็นฮูหยินหลวงขั้นหนึ่งเป็นกรณีพิเศษ เพื่อเชิดชูคุณงามความดี และแสดงถึงพระมหากรุณาธิคุณแห่งเรา จบราชโองการ”

ซ่งหว่านหนิงรับราชโองการจากมือขันทีเฒ่า ก่อนจะโขกศีรษะลงกับพื้นอย่างแรง “ขอบพระทัยในพระมหากรุณาธิคุณเพคะ”

ขันทีเฒ่าประคองนางลุกขึ้นพลางถอนหายใจ “พระชายาโปรดหักห้ามใจ ฝ่าบาททรงรำลึกถึงความจงรักภักดีของท่านโหวผู้เฒ่าที่สละชีพเพื่อบ้านเมือง จึงประทานพระเมตตามาให้อีกประการหนึ่ง ทายาทของท่านในวันข้างหน้า สามารถเลือกหนึ่งคนให้เปลี่ยนมาใช้แซ่ซ่ง เพื่อสืบทอดบรรดาศักดิ์หนิงหย่วนโหว ตระกูลซ่งจะได้ไม่ไร้ทายาทสืบทอด”

“ขอบพระทัยฝ่าบาทเพคะ”

ขันทีชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวเสริมว่า “เรื่องนี้เป็นฉีอ๋องที่ทูลขอจากฝ่าบาทให้ขอรับ”

เซี่ยหลินยวน? เขาจะทูลขอพระเมตตาเช่นนี้ไปเพื่อสิ่งใดกัน?

ตลอดสามปีที่ผ่านมา ทุกคราหลังจากร่วมเตียง เขาจะสั่งให้คนนำยาห้ามครรภ์มามอบให้นางเสมอ เขามิได้ต้องการทายาทจากนางอย่างชัดเจน แล้วเหตุใดจึงต้องเสแสร้งเอ่ยถึงเรื่องบุตรด้วยเล่า?

หรือว่าเขาคิดตกแล้ว และเตรียมใจที่จะยอมหย่าขาดกับนาง?

เดี๋ยวก่อน ยาห้ามครรภ์งั้นหรือ? เมื่อคืนเขารีบร้อนไปหาเฉียวอวี๋เอ๋อร์ จึงยังมิได้ให้นางดื่มยาห้ามครรภ์!

ซ่งหว่านหนิงขมวดคิ้วแน่น ในช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ หากบังเอิญตั้งครรภ์สายเลือดของเขาขึ้นมา เกรงว่าคงจะกลายเป็นเรื่องยุ่งยากเสียแล้ว

“พระชายา?” ขันทีเห็นนางเงียบไป จึงเอ่ยเรียกด้วยความฉงน

“หืม?” ซ่งหว่านหนิงดึงสติกลับมา ก่อนจะเอ่ยถาม “กงกงยังมีสิ่งใดจะชี้แนะอีกหรือไม่?”

“บ่าวเพียงแค่มาถ่ายทอดรับสั่งแทนฝ่าบาท จะกล้าชี้แนะสิ่งใดได้” ขันทีเฒ่าถอนหายใจพลางเอ่ย “แต่บ่าวมองออกว่าในใจของท่านอ๋องยังคงมีท่านอยู่นะขอรับ ไทเฮาเองก็คาดหวังให้พวกท่านทั้งสองมีซื่อจื่อตัวน้อยโดยเร็วเช่นกัน”

มุมปากของซ่งหว่านหนิงกระตุกเล็กน้อย ได้แต่เออออรับคำไป “ขอบใจกงกงที่ช่วยชี้แนะ ข้าจดจำไว้แล้ว”

นางพอจะกระจ่างแจ้งแล้วว่าเหตุใดเซี่ยหลินยวนจึงเป็นฝ่ายทูลขอพระเมตตาให้นาง ก็เพียงเพื่อสร้างชื่อเสียงอันดีงามต่อหน้าผู้คน เพื่อที่ภายภาคหน้ายามหย่าขาดจากกันจะได้มีเสียงซุบซิบนินทาน้อยลง

หากจะให้เชื่อว่าในใจของเซี่ยหลินยวนมีนาง สู้ไปเชื่อว่าแม่หมูสามารถปีนต้นไม้ได้เสียยังจะดีกว่า

เมื่อส่งขันทีเฒ่าและคณะกลับไป ซ่งหว่านหนิงก็หันไปกำชับหลีรุ่ย “ลอบไปที่สำนักหมอหลวงเพื่อตามหาลู่จิ่งจือ อย่าให้ผู้ใดล่วงรู้เด็ดขาด”

“เจ้าตามหาลู่จิ่งจือไปทำไมกัน?” เสียงของเซี่ยหลินยวนดังแทรกขึ้นจากทางด้านหลัง

นางสะดุ้งตกใจ รีบหันกลับไปมอง ก็พบว่าเซี่ยหลินยวนในชุดสวมไว้ทุกข์กำลังยืนอยู่ไม่ไกลนัก เขาจ้องมองนางด้วยแววตาอันแสนซับซ้อน

Lies dieses Buch weiterhin kostenlos
Code scannen, um die App herunterzuladen

Aktuellstes Kapitel

  • พลิกชีวิตพระชายาผู้ถูกทอดทิ้ง   บทที่ 30

    “ที่นี่...คือที่ใดกัน?” ซ่งหว่านหนิงคิดอยากจะถอยหนีเซี่ยเหวินอินไม่รอให้เอ่ยปากก็ดึงนางเดินเข้าไปด้านใน ไม่เปิดโอกาสให้นางได้ถอยกลับทว่าเพิ่งจะก้าวพ้นประตู ซ่งหว่านหนิงก็รู้สึกได้ว่าเลือดลมทั่วร่างพากันสูบฉีดขึ้นมาบนใบหน้านางมองเห็นเวทีกลางโถงชั้นหนึ่ง บนนั้นมีเด็กหนุ่มชุดขาวผู้หนึ่งกำลังร่ายรำกระบี่ท่วงท่ากระบี่มิได้วิจิตรงดงามอันใดนัก ทว่าสาบเสื้อของเขากลับผูกไว้ไม่แน่นหนา ยามขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวจึงเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อบริเวณหน้าอกและหน้าท้องรำไรทัศนียภาพวับ ๆ แวม ๆ เช่นนี้นับว่ายั่วยวนใจผู้คนได้ดีที่สุดก่อนหน้านี้ซ่งหว่านหนิงเคยได้ยินมาว่าในเมืองหลวงมีหอคณิกาชายไว้ให้เหล่าสตรีสูงศักดิ์มาหาความสำราญ ทว่านางยังไม่เคยมาเปิดหูเปิดตาด้วยตนเองเลยสักครั้งโดยเฉพาะอย่างยิ่งเนื้อแท้ของนางยังคงเป็นคนหัวโบราณ การยอมรับเรื่องชายบำเรอจึงมีไม่มากนักนางอยากจะหนีไปให้พ้นเสียจริง“โอ้ นี่องค์หญิงเจาหยางมิใช่หรือขอรับ?” บุรุษผู้มีน้ำเสียงติดจะนุ่มนวลใช้พัดจีบกึ่งบังกึ่งเผยใบหน้าเดินตรงมาหาพวกนาง พลางเอ่ยกระเง้ากระงอด “ท่านไม่ได้มาเยือนเสียนานเลยนะขอรับ”เขาพินิจมองซ่งหว่านหนิงครู่

  • พลิกชีวิตพระชายาผู้ถูกทอดทิ้ง   บทที่ 29

    นางเปลี่ยนหัวข้อสนทนา “ทว่า ท่านอ๋องคงจะไม่เคยเห็นภาพวาดของข้า ข้าไม่เคยวาดภาพพู่กันจีน ทั้งยังไม่ชอบเขียนบทกวีลงบนภาพ จานฝนหมึกอันนี้เกรงว่าจะไร้ประโยชน์แล้ว”เซี่ยหลินยวนอ้าปากค้าง ไม่รู้ว่าควรจะกล่าวสิ่งใดดีซ่งหว่านหนิงเอ่ยต่อว่า “จานฝนหมึกที่ไร้ประโยชน์ชิ้นหนึ่ง ของขวัญที่เลยเวลาไปแล้วชิ้นหนึ่ง ในสายตาท่าน ข้าคู่ควรได้รับเพียงของพรรค์นี้เท่านั้น ใช่หรือไม่?”รูปร่างของนางซูบผอม ราวกับเพียงลมพัดวูบเดียวก็อาจล้มพับได้ ทว่ากลับหยัดแผ่นหลังตั้งตรงอย่างดื้อรั้น สบตากับเขาด้วยแววตาเย็นชาเขาอยากจะเอ่ยแย้ง ทว่ากลับไม่รู้จะเริ่มกล่าวจากตรงไหนดี“แต่ในเมื่อท่านอ๋องมอบให้แล้ว ก็ย่อมต้องใช้ให้คุ้มค่า” ซ่งหว่านหนิงหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากกล่อง แล้วเดินเข้าไปในห้องด้านใน “จานฝนหมึกชิ้นนี้ล้ำค่าเกินไป ใช้ของข้าจะดีกว่า”นางคลี่กระดาษปูลงบนโต๊ะริมหน้าต่าง แล้วให้หลีรุ่ยฝนหมึก จากนั้นจึงจรดพู่กันเริ่มเขียน“ด้วยวาสนาสิ้นสุด ไมตรีมิอาจประสาน ยินยอมพร้อมใจหย่าร้าง จึงเขียนหนังสือฉบับนี้ไว้เป็นหลักฐาน นับแต่ครองคู่กันมานานกว่าสามปี ระหว่างสามีภรรยา กลับเกิดความบาดหมางขึ้นเรื่อยมา จนท้ายที่

  • พลิกชีวิตพระชายาผู้ถูกทอดทิ้ง   บทที่ 28

    เมื่อกลับมาถึงจวนอ๋อง เซี่ยหลินยวนก็รื้อค้นข้าวของในคลังอยู่เป็นนาน ทว่ากลับไม่พบสิ่งใดที่ถูกตาต้องใจเลยแม้แต่น้อยเขาจึงเรียกสาวใช้ในห้องของซ่งหว่านหนิงมาไต่ถาม “ยามปกติพระชายาชอบทำสิ่งใดหรือ?”สาวใช้ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงตอบกลับว่า “เรียนท่านอ๋อง ยามปกติพระชายานอกเสียจากจัดการดูแลเรื่องราวในจวนแล้ว สถานที่ที่อยู่บ่อยที่สุดก็คือห้องภาพเจ้าค่ะ คิดว่าคงจะชอบวาดภาพ”ชอบวาดภาพอย่างนั้นหรือ? นี่เป็นครั้งแรกที่เซี่ยหลินยวนเพิ่งรู้ว่านางวาดภาพเป็นด้วยซ้ำเขายังไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าในจวนของตนเองจะมีห้องภาพอยู่ด้วยทว่ายามนี้คงไม่มีเวลาไปเดินชมแล้ว เขากวาดสายตามองไปรอบชั้นวางของ ก่อนที่สายตาจะหยุดลงตรงแท่นฝนหมึกอันหนึ่งของสิ่งนั้นเขาซื้อกลับมาจากเจียงหนานเมื่อหลายปีก่อน แม้จะเป็นเพียงชิ้นเล็ก ๆ แต่มูลค่ากลับสูงลิ่ว ทว่าเขาไม่โปรดปรานงานกวีและอักษรศิลป์จึงไม่เคยหยิบออกมาใช้เลยเขาสั่งให้องครักษ์หยิบแท่นฝนหมึกนั้นมา ทั้งยังเลือกกระดาษชั้นเลิศอีกปึกหนึ่งใส่รวมเข้าไปในกล่อง แล้วจึงมุ่งหน้าไปยังจวนหนิงหย่วนโหวยามที่เซี่ยหลินยวนมาถึง ซ่งหว่านหนิงกำลังคุกเข่าสวดมนต์อยู่ในศาลบรรพชน“เรียน

  • พลิกชีวิตพระชายาผู้ถูกทอดทิ้ง   บทที่ 27

    “เจ้าว่ากระไรนะ?” เซี่ยหลินยวนอ้าปากค้างอยู่นาน กว่าจะเค้นคำพูดเหล่านี้ออกมาได้เซี่ยเหวินอินโกรธจัดจนดึงกำไลหยกในมือปาใส่เขา กำไลวงน้อยร่วงกระแทกพื้นเสียงดัง “เคร้ง” แตกกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย“ท่านถึงกับเตรียมดอกไม้ไฟให้หญิงอื่นในวันเกิดของพี่สะใภ้ เสด็จพี่ ข้านึกไม่ถึงเลยว่าท่านจะเป็นคนเช่นนี้!” นัยน์ตาของนางเต็มไปด้วยความดูแคลนเซี่ยหลินยวนแสร้งทำสีหน้าเรียบเฉย โพล่งออกไปว่า “ข้าไม่รู้ว่าเป็นวันเกิดของนาง เฉียวอวี๋เอ๋อร์ใกล้จะตายแล้ว ข้าช่วยทำความปรารถนาของนางให้เป็นจริงมันผิดตรงไหนกัน?”เหตุใดเขาต้องรู้ด้วยว่าเป็นวันเกิดของซ่งหว่านหนิง? เขาไม่ได้เป็นฝ่ายอ้อนวอนให้นางแต่งงานด้วยเสียหน่อยเขาอยากจะดีกับผู้ใด ก็ยังไม่ถึงคราวให้คนอื่นมาสอดปากวิจารณ์ข้ออ้างเหล่านี้โน้มน้าวใจเขาได้สำเร็จ ชายหนุ่มรู้สึกสบายใจขึ้นมาทันที แววตาพลันเยียบเย็นลงทว่าในใจกลับยังคงเจ็บปวดอยู่จาง ๆ ราวกับมีหนามแหลมทิ่มแทงอยู่ตรงนั้น มันคอยทิ่มลึกลงในเนื้อทุกจังหวะลมหายใจเข้าออก“ผิดตรงไหนหรือ? เสด็จพี่ ท่านยังมีหัวใจอยู่หรือไม่?” เซี่ยเหวินอินผุดลุกขึ้น ยืนเท้าสะเอวเอ่ยถามอย่างเอาเรื่องนางชี้ไปที่ห

  • พลิกชีวิตพระชายาผู้ถูกทอดทิ้ง   บทที่ 26

    เซี่ยหลินยวนประคองเฉียวอวี๋เอ๋อร์เดินขึ้นไปบนกำแพงเมือง เงยหน้ามองดอกไม้ไฟที่เตรียมการมาอย่างพิถีพิถัน ทว่าในใจกลับรู้สึกเหม่อลอยชอบกล“ขอบคุณท่านอ๋องที่อุตส่าห์ใส่ใจ บ่าวดีใจยิ่งนักเจ้าค่ะ” เฉียวอวี๋เอ๋อร์เอนศีรษะซบแผงอกของเขา น้ำเสียงอ่อนระโหยโรยแรงนับตั้งแต่หน้าผากกระแทกจนได้รับบาดเจ็บคราวก่อน อาการป่วยของนางก็ยิ่งทรุดหนัก หมอหลวงกล่าวว่าหากไม่ได้โสมพันปีมาเป็นกระสายยา เกรงว่าคงจะมีชีวิตอยู่ไม่พ้นฤดูหนาวนี้หลังจากฟื้นขึ้นมาในวันนั้น นางได้บอกกับเขาว่าตนเองฝันไปเรื่องหนึ่งในความฝันนางยืนอยู่บนป้อมปราการกำแพงเมือง ทอดสายตามองไปทางแคว้นซีเซี่ยอันห่างไกล โดยมีดอกไม้ไฟสว่างไสวเต็มท้องฟ้าอยู่เบื้องหลังเขาจึงเรียกตัวช่างทำดอกไม้ไฟทั่วทั้งเมืองหลวงมาเร่งมือทำงานหามรุ่งหามค่ำ เพื่อเนรมิตความฝันนี้ให้เป็นจริงในช่วงเวลาบั้นปลายชีวิตที่เหลืออยู่ของนาง“เจ้ายังมีความปรารถนาใดอีกหรือไม่? ข้าจะช่วยทำให้มันเป็นจริงทุกประการ” เซี่ยหลินยวนยื่นมือลูบไล้เรือนผมของนางพลางเอ่ยถามด้วยความอ่อนโยนเฉียวอวี๋เอ๋อร์เงยหน้าขึ้น เอ่ยถ้อยคำอย่างระแวดระวัง “บ่าวรู้ตัวดีว่ามีฐานะต่ำต้อย มิอาจเอื้อมคู่ควร

  • พลิกชีวิตพระชายาผู้ถูกทอดทิ้ง   บทที่ 25

    เซี่ยเหวินอินปักดอกไม้ประดิษฐ์สีเรียบง่ายลงบนมวยผมของซ่งหว่านหนิง พลางมองภาพของนางในกระจกทองเหลืองแล้วเอ่ยชมจากใจจริงซ่งหว่านหนิงยิ้มบาง ๆ แล้วกล่าวว่า “ไปกันเถอะ อย่ามัวแต่ล้อข้าเล่นอยู่เลย”เซี่ยเหวินอินหยิบผ้าแถบเส้นหนึ่งออกมา นำมาปิดตานางด้วยรอยยิ้ม “พี่สะใภ้ ท่านแค่เดินตามข้ามาก็พอ รับรองว่าต้องมีเรื่องประหลาดใจเป็นแน่!”เบื้องหน้ามืดมิดไปหมด เซี่ยเหวินอินจูงมือนางพาเดินออกไปจนกระทั่งขึ้นไปนั่งบนรถม้าดูเหมือนจะเดินทางมาไกลเอาการ จนถึงขั้นได้ยินเสียงน้ำไหลเอื่อย ๆ ในที่สุดรถม้าก็หยุดลง“นี่เจ้าพาข้ามาที่ใดกัน?” ซ่งหว่านหนิงก้าวลงจากรถม้าอย่างระมัดระวัง ขมวดคิ้วพลางเอ่ยถามน้ำเสียงของเซี่ยเหวินอินเจือรอยยิ้ม “อย่าเพิ่งใจร้อนสิ ประเดี๋ยวท่านก็จะรู้เอง”ซ่งหว่านหนิงคิดจะปลดผ้าปิดตาออก ทว่ากลับถูกเซี่ยเหวินอินจับมือห้ามเอาไว้ “รออีกนิดเถิด หากเห็นก่อนก็ไม่ประหลาดใจแล้ว”นางไม่รู้ว่าเซี่ยเหวินอินต้องการให้รอสิ่งใด จึงทำได้เพียงเดินตามอีกฝ่ายก้าวขึ้นบันไดไปสู่ที่สูงทีละขั้นในที่สุดก็มาถึงชั้นบนสุด ข้างหูแว่วเสียงพลุดอกไม้ไฟระเบิดดังทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าเซี่ยเหวินอินยอมปลดผ้าผ

Weitere Kapitel
Entdecke und lies gute Romane kostenlos
Kostenloser Zugriff auf zahlreiche Romane in der GoodNovel-App. Lade deine Lieblingsbücher herunter und lies jederzeit und überall.
Bücher in der App kostenlos lesen
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status