LOGINใบหน้าอ่อนหวานของสาววัยสามสิบที่อิดโรยจากการคลอดบุตร เธอยิ้มอย่างเป็นสุข ยามได้โอบอุ้มแม่หนูน้อย ที่นอนพริ้มตาอยู่ในวงแขน
"ขอบคุณมากนะคะ ฉันชื่อซ่างกวนหลินฮัว ได้คุณสองคนช่วยไว้แท้ ๆ เราสองคนแม่ลูกถึงปลอดภัย"
น้ำเสียงอันอ่อนล้าแสดงความขอบคุณ
"ผมชื่อฉินฟ่าน ส่วนเขาชื่อซีเหมินคังเดี๋ยวผมจะเขียนชื่อยาบำรุงให้นะครับ อยากให้ผมช่วยติดต่อพ่อของเด็กไหมครับ"
ฉินฟ่านหากระดาษมาจดชื่อยาอย่างรวดเร็ว ไม่ทันได้สังเกตว่า พอพูดถึงพ่อของเด็กสีหน้าของเธอสลดลงอย่างเห็นได้ชัด
"ไม่ต้องหรอกค่ะ พ่อเด็กเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถชนกัน เมื่อเดือนก่อนนี้เอง ฮือ ๆ ยัยหนูนี่ชะตาอาภัพน่าสงสารมากเลย เกิดมาก็กำพร้าพ่อแล้ว ฮืออออ
เอ่อคุณคะ คุณมีพระคุณกับยัยหนู อาจจะมีดวงชะตาที่สมพงศ์กัน คุณหมอช่วยกรุณาเป็นพ่อบุญธรรมให้กับเธอได้ไหมคะ ไม่อย่างนั้นโตขึ้นมา เธอต้องถูกเพื่อน ๆ ล้อว่าเป็นเด็กไม่มีพ่อแน่ ๆ เลย"
"ได้ครับ"
ฉินฟ่านยิ้มกว้างอย่างเต็มใจ เขาอยากมีครอบครัว ไม่อยากอยู่ตัวคนเดียวอีก เรื่องนี้เป็นปมในใจของเขามาโดยตลอด
"เอ่อ...ถ้าน้องสาวไม่รังเกียจ ช่วยเป็นแม่บุญธรรมให้เธอได้ไหมคะ"
ซ่างกวนหลินฮัวดูก็รู้ว่า ซีเหมินคังเป็นเพศที่สาม
ให้มือสังหารที่ฆ่าคนเป็นผักปลาอย่างเขานี่นะเป็นแม่ เขาเคยแต่ฆ่าคน เคยเลี้ยงเด็กซะที่ไหน แต่ว่า...เป็นแม่งั้น เหรอ
ฉินฟ่านหรี่ตามองเขาอย่างเจ้าเล่ห์
ถ้าซีเหมินคังเป็นแม่ แล้วเขาเป็นพ่อ จะตีลังกานับญาติกันยังไง ก็เป็นครอบครัวเดียวกัน ซีเหมินคังยังจะอยากฆ่าเขาอีก
เหรอ เปลี่ยนจากอาวุธเป็นแพรพรรณน่าจะดีกว่า
"ยินดีด้วยพี่คัง ยินดีด้วย ที่มีลูกสาวน่ารักถึงเพียงนี้"
ฉินฟ่านโมเมซึ่ง ๆ หน้าเลย
"ให้ฉันเป็นแม่...เป็นแม่จริง ๆ เหรอฮ๊า คิก ๆ ฉันมีลูกสาวแล้ว ผู้น้องเป็นแม่ส่วนพี่ฟ่านเป็นพ่อ คิดไม่ถึงเลยจริง ๆ แม้เราจะไม่ได้ครองรักกัน แต่เรากลับมีลูกด้วยกันนะฮ๊า" น้ำตาของซีเหมินคังร่วงหล่นราวไข่มุกเม็ดงามหยดแหมะ หยดแหมะ เขายิ้มทั้งน้ำตาอย่างดีใจ ถึงกับยกมือกรีดนิ้วร้องเพลงงิ้วออกมาอยู่สองสามท่อน เขาอยู่ตัวคนเดียวในโลกใบนี้ ไร้ญาติขาดมิตร แม้แต่ชื่อทวนเงิน "อ้างว้าง" ยังสะท้อนถึงสิ่งที่อยู่ลึกภายในจิตใจของเขา
"ผมคิดว่าพี่สาวกับลูกควรไปให้หมอตรวจสุขภาพสักหน่อย ผมยังมีบ้านว่างอีกหลังหนึ่ง หลังออกจากโรงพยาบาลก็ย้ายไปอยู่ที่นั้นเถอะ พี่คังก็ไปอยู่ด้วยดีไหมครับ"
ซีเหมินคังคิดอยู่ครู่หนึ่งก็ตกลง เขาขึ้นฝั่งไปตามหางูน้อยสีแดง แล้วจากไป
ตอนตลอดริมฝั่งถึงกับคราคร่ำไปด้วยผู้คน เมื่อคลิปบางส่วนถูกเอาลงในเว็บ ผู้คนต่างสงสัยว่าเป็นเรื่องจริงเหรอ
หรืออำกันเล่น
แต่เมื่อมีคนโพสต์ยืนยันกันนับสิบคนก็เริ่มมีความน่าเชื่อถือ จนคลิปนี้กลายเป็นไวรัลไปแล้ว จึงมีคนมากมายสนใจอยากมาชมดูด้วยตาตัวเอง สาว ๆ บางคนที่เห็นเหตุการณ์เป็นสมาชิกกลุ่มคนรักฉินฟ่าน รีบส่งคลิปต่อ ๆ กัน กระจายออกไปให้กับสมาชิกทั้งหลายดู จนพวกเธอรีบขับรถมาที่นี่
"นั่น ๆ ๆ หมอเทวดามาแล้ว"
ฝูงชนส่งเสียงฮือฮากันใหญ่ ปรบมือต้อนรับเขา เจ้าหน้าที่เอาเปลสนามรับตัวสองแม่ลูกไปขึ้นรถพยาบาลอย่างราบรื่น
พอฉินฟ่านขึ้นมาบนฝั่ง นักข่าวสำนัก
จินเทียนเดลิมิเลอร์ก็ยื่นไมค์มาข้างหน้าขอสัมภาษณ์ในทันที
"คุณฉิน คุณเป็นคนทำคลอดให้หญิงท้องแก่เหรอคะ
"ใช่ครับ โชคดีที่ปลอดภัยทั้งแม่ทั้งลูก"
"ก่อนหน้านั้น ผู้ชายสวมสูทสีแดงพยายามที่จะฆ่าคุณเหรอคะ"
"โอ๊ย…เอาที่ไหนมาพูดกันครับ เราแค่คันไม้คันมือ อยากซ้อมมือกันหลังทาน
ข้าวก็เท่านั้น ไม่ได้คิดจะเอาชีวิตกันจริง ๆ หรอกครับ"
"จริงหรือเปล่าคะ ที่เขาลือกันว่าคุณมีฝีมือที่ยอดเยี่ยมถึงระดับปรมาจารย์"
"ไม่จริงหรอกครับ เตะไปต่อยมาก็เป็นอยู่แค่สองสามท่าเท่านั้นเองครับ พอแค่นี้ก่อนนะครับ ผมต้องไปแล้ว"
"เดี๋ยวก่อนสิคะ คุณฉิน คุณหมอเทวดา จำฉันได้ไหมคะ"
เสียงหวานของหมวดมู่ปิงปิงดังขึ้น
ฉินฟ่านแกล้งทำหูทวนลมซะงั้น ไม่สนใจแม้แต่จะชายตามองเธอ เขายิ้มกว้างจนเห็นฟันขาว เร่งฝีเท้าเดินเข้าหากลุ่มแฟนคลับ ตอนนี้เสียงกรี๊ดกร๊าดของสาว ๆ เสียงรัวชัตเตอร์มือถือ ที่ยกขึ้นมาถ่ายรูปคู่กับฉินฟ่านดังเซ็งแซ่ไปหมด
หมวดมู่ปิงปิงชักจะโมโห เมื่อเห็นเขาเมินเธอ เธอยื่นมือไปฉุดลากเขาขึ้นรถตำรวจอย่างรวดเร็ว แล้วปิดประตูดังปัง
กลุ่มแฟนคลับต่างไม่พอใจ นึกว่าตำรวจมาจับฉินฟ่านอีกแล้ว ต่างพากันด่าทอไล่หลังกันยกใหญ่
ฉินฟ่านเจอเธอทีไร ต้องใช้เนตรอัคคีสำรวจดูหุ่นของเธอ จนเป็นนิสัยไปแล้ว โดยเฉพาะหน้าอกอันอวบอ้วนของเธอ จนเธอรู้สึกเหมือนโดนถ้ำมองตอนเปลือยกาย มันอดทำให้เธอรู้สึกที่จะหงุดหงิดไม่ได้
"มอง มอง มองอยู่ได้ ถ้านายไม่หยุด มอง ฉันจะควักลูกตาของนายทิ้งเสีย"
"เลี้ยวซ้ายหน้าขับตรงไปอีก สองร้อยเมตรก็ถึงแล้ว"
จู่ ๆ เขาก็พูดลอย ๆ ขึ้นมา
"ถึงไหน"
เธอยังงงไม่หาย
"ถึงโรงแรมฟันนี่ ก็คุณลากผมมา
เพราะอยากฟิกเจอร์ริ่งกับผมไม่ใช่เหรอ"
เขายิ้มอย่างยียวน
เธอพยายามสะกดอารณ์ตัวเอง ไม่ให้ชักปืนยิงเจาะกะโหลกของเขา เมื่อสามวันก่อนหัวหน้าเค่อตงหยางเรียกประชุมร่วมกับแผนกยาเสพติดว่า
มีสายรายงานมาว่า ช่วงนี้จะมีเฮโรอีน
ล็อตใหญ่ถึงหนึ่งพันกิโลกรัม ทำการซื้อขาย
ที่ซูโจว ตำรวจจะต้องจับกุมให้ได้
แต่ไม่ว่าส่งคนไปสืบข่าวเท่าไร ล้วนถูกจับได้ สายข่าวถูกทรมานแล้วฆ่าอย่างโหดเหี้ยม ถึงกับหั่นศพเป็นชิ้น ๆ แล้วใส่ถุงดำ
ไปทิ้งไว้ที่หน้าสถานีตำรวจ พร้อมข้อความเตือนให้เลิกยุ่งกับคดีนี้เสีย ทางผู้ใหญ่เสียหน้ามาก บีบให้เธอเร่งปิดคดี
แต่ดูจากการที่สายข่าว ถูกเปิดเผยตัว
ตนอย่างง่ายดาย เธอจึงคิดว่าในกรมตำรวจจะต้องมีหนอนบ่อนไส้ เธอเองก็อยากได้คนนอกที่ไม่ใช่ตำรวจ แต่มีฝีมือหมัดมวยเก่งพอตัวมาช่วยสืบคดี
เธอกำลังมืดแปดด้าน พอดีเปิดเข้าไปดูคลิป ที่ฉินฟ่านกำลังต่อสู้บนเรือน้อย จึงเกิดปิ๊งไอเดีย เอาหมอนี่แหละ เธอเองก็ไม่รู้จักใครที่เหมาะสมยิ่งกว่าเขา จึงต้องมาหาเขา
"ฉันมีเรื่องอยากขอให้คุณช่วย"
เธอรู้สึกเสียหน้าอยู่บ้าง ที่ต้องมาขอความช่วยเหลือจากเขา จึงพูดอ้อมแอ้มเสียงเบา
"ไม่ได้ ไม่ได้ คุณก็รู้ว่าผมไม่มีเงิน จะให้ผมจ่ายค่าโรงแรมได้ไง"
ฉินฟ่านส่ายหน้ายิ้มทะเล้น ราวกับถือไพ่เหนือกว่า
"อีตาบ้า เป็นการเป็นงานหน่อยได้ไหม ฉันมีเรื่องอยากให้คุณช่วย" มู่ปิงปิงโกรธจนลมออกหู เจอไอ้บ้าโรคจิตนี่ทีไร ความดันเธอพุ่งปรี๊ดทุกที เธอเล่ารายละเอียดในการให้เขาช่วยจับกุมยาเสพติดครั้งนี้ให้ฟัง
"โน โน โน ผมขอปฏิเสธ ข้อแรกผมเพิ่งต่อสู้เฉียดตายมา อยากกลับบ้านไปนอนดูซีรีส์เกาหลี ข้อสองผมเองก็ไม่ใช่คนดีศรีสังคมอะไร แถมไม่เคยต้องการโล่ประกาศเกียรติคุณของกรมตำรวจ ดังนั้นถ้าผมช่วยคุณแล้วจะได้อะไร"
"แล้วคุณต้องการอะไร"
มู่ปิงปิงรู้สึกสังหรณ์ใจแปลก ๆ
"แหม ผมจะไปกล้าเรียกร้อง ให้คุณมาปรนนิบัติผม สักคืนสองคืนได้ยังไงกันครับ"
นี่ไม่ใช่การบอกใบ้แล้ว แต่นี่มันบอกกันโต้ง ๆ เลย ว่าจะให้เธอไปนอนกับเขาคืนหนึ่ง ตอนนี้แววตาเธอที่มองเขา ดุเหมือนเสือร้าย ที่พร้อมจะขย้ำเขา ไม่ให้เหลือแม้แต่กระดูก
"ก็บอกแล้วว่า ผมไม่กล้าเรียกร้อง คุณจอดให้ผมลงข้าง ๆ นี้ก็ได้ เดี๋ยวผมเรียกแท็กซี่กลับเอง"
"คุณต้องการอะไรบอกมาตรง ๆ"
มู่ปิงปิงจอดรถแอบข้างทาง เพราะถ้าถูกกวนประสาทแบบนี้ มีหวังเธอได้ชนกับคันอื่นแน่
"ผมชอบคนพูดเพราะ ๆ เสียงอ่อนเสียงหวานมีจ๊ะมีจ๋า ต่อไปไม่ว่าอยู่ที่ไหน คุณต้องเรียกผมว่า เบบี๋จ๋าตกลงไหมครับ จะเรียกหรือไม่เรียกแล้วแต่คุณเลยนะ ว่าไงครับไหน…มา มา ลองเรียกให้ชื่นใจสักทีสิครับ เบบี๋จ๋า"
เขายิ้มกริ่มอย่างอารมณ์ดี
แค่เรียกส่งเดชก็พอทน ยังไงก็ดีกว่าไปอุ่นเตียงให้เขา
"เบบี๋จ๋า"
เธอกัดฟันเรียกเสียงอ้อมแอ้มอยู่ในลำคอ
"นี่คุณ ไม่เคยเรียนการแสดงบ้างเลยหรือไง ความรู้สึกอ่ะ ความรู้สึก เข้าใจไหม มันต้องแสดงสีหน้าแววตาออกมาให้เห็น อารมณ์ความรู้สึกก็ต้องจัดเต็ม
ถามจริง ๆ คุณเคยส่องกระจกสำรวจตัวเอง แบบจริง ๆ จัง ๆ บ้างไหม รู้ตัวบ้างไหมว่าคุณเป็นคนสวย สวยมากด้วย ถ้าหัดรู้จักอ่อนหวานบ้างสักนิด นุ่มนวลอีกสักหน่อยผมรับรองเลยว่าเสน่ห์ของคุณล่มเมืองได้เลย ผมพูดจริง ๆ นะครับคุณผู้หญิง"
ทำไม เธอก็แมน ๆ แบบนี้มาตั้งแต่เด็กแล้ว มีปัญหาตรงไหน แล้วเมื่อกี้นี้มันอะไรกัน เขาเพิ่งชมว่าเธอสวยเหรอ
"เฮ้อ...ช่างเถอะ ช่างเถอะ เดี๋ยวผมจะค่อย ๆ ฝึกคุณเองก็แล้วกัน บอกข้อมูลของผู้ซื้อผู้ขายมาสิ"
เขาไม่อยากบีบบังคับเธอมากจนเกินไป
จู่ ๆ คนเราจะให้เปลี่ยนนิสัยปุ๊บปั๊บ ก็คงเป็นไปไม่ได้
"ฉันเตรียมเสบียงมาแล้ว สายรายงานมาก่อนที่จะถูกฆ่าตาย ว่ามีสถานที่ที่น่าสงสัยว่าจะเป็นที่ซื้อขายอยู่สามแห่ง แต่เวลายังไม่ทราบแน่ชัด เดี๋ยวเราจะไปซุ่มดูโรงงานร้างทางทิศใต้ คนขายชื่อต้าเฟย หัวหน้าแก๊งเสือบิน ส่วนคนซื้อทางเรายังระบุตัวตนไม่ได้"
มู่ปิงปิงขับลงใต้ไปสามสิบนาที ก็มาถึงโรงงานร้างแห่งหนึ่ง เธอจอดรถห่างออกไปห้าร้อยเมตร แล้วเลือกพุ่มไม้หนาทึบซ่อนตัวกับฉินฟ่าน
ฉินฟ่านใช้เนตรอัคคีสำรวจดูรอบ ๆ บริเวณ แต่ไม่พบใครแม้แต่คนเดียว เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้น
"คุณจะโทรหาใครคะ"
"มือสังหาร คนที่เพิ่งไล่ฆ่าผมเมื่อชั่วโมงก่อนนี้ไง ถ้าอยากรู้ข้อมูลลับเฉพาะเรื่องโลกใต้ดิน ก็ต้องยกให้คนนี้เลย"
"เขาจะฆ่าคุณ แล้วจะช่วยคุณเหรอ"
เธอมองเขาด้วยความสงสัย
"ความสัมพันธ์ของพวกเรามันซับซ้อนนะ
พูดไปคุณคงไม่เข้าใจ"
ฉินฟ่านกดโทรออก เสียงเล็กเสียงน้อยเจ้าประจำก็ดังขึ้น
"อุ้ยตายว้ายกรี๊ด เราเพิ่งแยกจากกันไม่ทันไร พี่ฟ่านถึงกับทนคิดถึงไม่ไหวแล้วเหรอฮ๊า"
ซีเหมินคังรู้ดีว่าฉินฟ่านคงมีเรื่องด่วนฉุกเฉินให้ช่วย
"พี่คังช่วยสืบให้ผมหน่อย ผมอยากรู้ว่าต้าเฟยแก๊งเสือบิน จะซื้อขายยาเสพติดกับใคร ที่ไหน เมื่อไร งานนี้ถือว่าผมติดหนี้พี่ครั้งหนึ่งแล้วกันนะครับ"
"โฮ่ ๆ นี่พี่ฟ่านคิดเล่นบทตำรวจจับขโมยหรือไง ขอยี่สิบนาทีนะฮ๊า"
ซีเหมินคังวางสายไปแล้ว
ฉินฟ่านรับขนมมาจากเธอ ทั้งสองรอคอยอย่างเงียบ ๆ เขากัดขนมปังไส้ครีมเข้าไปคำใหญ่
แสงแดดยามบ่ายแก่ ๆ ลอดผ่านพุ่มใบไม้มายังด้านข้างของมู่ปิงปิง วงหน้าที่งดงาม ปากจิ้มลิ้มสีชมพู ท่าทางนั่งเอกเขนกสบาย ๆ ภาพที่สุดแสนจะธรรมดาของผู้หญิง ที่ไม่ธรรมดาคนนี้ กลับสะกดสายตาของเขาอย่างจัง เขาเหม่อมองจนเคลิบเคลิ้มซึมเซา เธอรู้สึกว่าถูกจ้อง จึงหันมา มองเขาโดยไม่รู้ตัว สายตาทั้งคู่พลันประสานกันโดยบังเอิญ จนทำให้เธอรู้สึกต้านทานสายตาคู่นั้นของเขาไม่ได้ ต้องเขินอายจนแก้มแดง กี่ปีแล้วนะที่เธอไม่เคยรู้สึกแบบนี่
เสียงโทรศัพท์ดันมาดังขึ้น ขัดจังหวะคนจะปิ๊งกันซะหมดเลย ฉินฟ่านกดรับสายทันที
"เจ้าต้าเฟยนี่ร้ายกาจไม่เบา เริ่มจากเป็นลูกกระจ๊อกตัวเล็ก ๆ ฉลาดเป็นกรดแถมยังโหดอีกด้วย รวยขึ้นมาจากการค้ายา แต่มันซื้อขายให้ใครยังสืบไม่ได้ รู้แต่ว่าซื้อขายกันที่โรงเรียนร้างทางฝั่งตะวันออกตอนค่ำคืนนี้
อ้อ...อีกอย่างพวกมันมีปืน แต่นั่นยังไม่เท่าไร งานนี้พี่ฟ่านต้องระวังตัวให้ดี
เพราะต้าเฟยมีหลานชายอยู่คนหนึ่ง ที่เชี่ยวชาญเรื่องระเบิด เคยเป็นทหารเพิ่งปลดประจำการมา มันชื่อว่า "ไอ้หน้าผี" ฟังว่าตอนออกรบ มันเคยถูกระเบิดจนเสียโฉม มันจึงทุ่มเทศึกษาเรื่องระเบิด เพราะความแค้นปนอาการทางจิตหน่อย ๆ ที่ฝังอยู่ในใจ เลยอยากเห็นคนอื่นโดนระเบิดบ้าง"
"ขอบคุณมากพี่คัง"
ฉินฟ่านลุกขึ้น พลางยื่นมือออกไปจะฉุดดึงมู่ปิงปิง
"โรงเรียนร้างทางฝั่งตะวันออก ไปกันเถอะ"
มู่ปิงปิงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก็ยื่นมือให้เขาดึงลุกขึ้นยืน มือของเธอนุ่มนิ่มน่าสัมผัส
"คุณควรเรียกกำลังเสริมมา เพราะพวกมันมีทั้งปืนและระเบิด"
ฉินฟ่านรู้ว่างานนี้ คงไม่จบง่าย ๆ ต้องมีการนองเลือดกันบ้าง
พวกตำรวจต่างพากันมารวมตัวที่จุดนัดพบใกล้โรงเรียนร้าง พวกเขากางแผนที่บนกระโปรงรถ เพื่อวางแผนบุกจู่โจม งานนี้หัวหน้าเค่อถึงกับขอกำลังหน่วยสวาทให้มาช่วย
"หัวหน้าคะ พวกผู้ร้ายมีประมาณสามสิบคน อาวุธครบมือทั้งปืนทั้งระเบิดค่ะ"
"เสี่ยวปิง เธอทำได้ดีมาก ถ้างานนี้สำเร็จเธอได้เลื่อนขั้นแน่
เอ๋เสี่ยวฟ่านนี่นา ทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะ หรือว่าเป็นห่วงแฟนสาว"
"สวัสดีครับ ช่วยไม่ได้นี่ครับ ก็แฟนผมเสน่ห์แรงซะขนาดนี้ จะไม่ให้ผมหลงรักหัวปักหัวปำได้ยังไงกันละครับ ใช่ไหมจ๊ะคิตตี้น้อยของผม"
แววตาฉินฟ่านชั่วร้าย ราวกับผีลามกที่คอยตามมาหลอกหลอนเธอ
"ใช่แล้วค่ะเบบี๋"
มู่ปิงปิงกัดฟันตอบตามสัญญาที่ให้ไว้ แถมแอบหยิกเอวเขาอย่างแรง จนเขาต้องซู้ดปาก
แน่นอน วันนี้เธอใส่กางเกงในลายคิตตี้มา จะเป็นความบังเอิญหรือเปล่านะ แต่พบกันสามครั้ง เขาสามารถบอกลายกางเกงใน ที่เธอใส่ถูกทั้งสามครั้งได้ยังไง ราวกับว่าเขามีตาทิพย์
"เอาล่ะทุกคนระวังตัวให้มาก ๆ ด้วย
เคลื่อนพล"
หัวหน้าเค่อตอนสั่งเคลื่อนพลนี่เท่ไม่เบาเลยจริง ๆ
บริเวณหน้าอาคารหอประชุม มีกองไฟที่ก่อไว้ในถังน้ำมันอยู่นับสิบใบ ต้าเฟยกำลังรอคอย รอคอยเงินก้อนใหญ่ ถ้างานนี้สำเร็จ เขาจะมีเงินซื้ออาวุธมีเงินจ้างลูกน้องเพิ่มขึ้น ไม่แน่ หมอดูบอกว่าปีนี้เป็นปีทองของเขา ถ้าดูแม่นจริงเขาคงรวยเละ
พวกตำรวจอาศัยม่านวิกาลที่มืดมิดลัดเลาะเข้าไปในโรงเรียนร้าง คืบคลานเข้าไปใกล้ ๆ แล้วแอบซุ่มกำลังจับตามองคนร้าย ฉินฟ่านใช้เนตรอัคคีตรวจดูรอบ ๆ ไม่มี
สไนเปอร์แอบซุ่มอยู่ เขาค่อยเบาใจ คราวก่อนตอนไปถล่มแก๊งเฉินขวาคู่ เขาถูกยิงเข้าอย่างจัง แม้จะยิงไม่เข้า แต่แรงปะทะของกระสุนที่รุนแรง ทำให้เขาบอบช้ำภายใน จนสลบไปถึงสองวัน
รถยนต์สีดำแล่นเข้ามาช้า ๆ สามคัน
แล้วจอดเบื้องหน้าต้าเฟย คนที่เปิดประตูรถลงมา ก็คือพันเอกประยุทธคนไทยที่ถูกชนเผ่ามูเซอดำเลี้ยงดูมาตั้งแต่เด็ก
เขาเป็นชายวัยกลางคน รูปร่างผอมสูงตัดผมสั้นเกรียนแต่งกายด้วยชุดทหาร ที่น่าแปลกใจก็คือ แขนขวาของเขาคล้ายเป็นแขนเทียม ลูกน้องเดินตามมาข้างหลังอีกสิบสองคนอาวุธครบมือ
ต้าเฟยรีบเดินเข้าไปต้อนรับ หลังจากทักทายกันเล็กน้อย ต้าเฟยส่งซิกให้จิ้งหรีดขาว ลูกน้องของมันไปตรวจเช็คสินค้า ลูกน้องพันเอกประยุทธก็พาจิ้งหรีดขาวเดินไปหลังรถยนต์ เปิดกระเป๋าใบใหญ่ที่บรรจุเฮโรอีนไว้นับร้อยถุง ที่ซองตีตราสิงโตคู่เหยียบลูกโลก
นี่เป็นยี่ห้อสินค้า ที่ผลิตจากสามเหลี่ยมทองคำของเถ้าแก่ใหญ่ ที่ชื่อเล่าต๋าราชายาเสพติด จิ้งหรีดชาวสุ่มหยิบขึ้นมาถุงหนึ่ง แล้วใช้มีดพกปลายแหลมจิ้มเฮโรอีนขึ้นมาเล็กน้อย แล้วใช้ลิ้นเลียชิมรสชาติดู
พบว่าเป็นของคุณภาพสูง มันจึงพยักหน้าเบา ๆ ส่งซิกให้กับต้าเฟย
ต้าเฟยยิ้มอย่างเบาใจ กำลังจะอ้าปาก เพื่อขอเบอร์บัญชีธนาคารจากพันเอกเพื่อจะโอนเงินให้ ก็มีเสียงดังขึ้น
"ทุกคนอย่าขยับ ตำรวจล้อมที่นี่ไว้หมดแล้ว"
"มึงตาย..."
พันเอกประยุทธนึกว่าต้าเฟยเป็นสายล่อซื้อของตำรวจ เขายกแขนเทียมขึ้นเล็งไปที่หัวของต้าเฟย
เปรี้ยง!!!
หัวต้าเฟยกระจุยกระจายหายไปครึ่งหัวทันที ต้าเฟยเป็นคนไหหลำ มันอาจจะฟังสำเนียงฮกเกี้ยนของหมอดูได้แบบครึ่ง ๆ กลาง ๆ หรือเปล่าก็ไม่อาจทราบได้ เพราะหมอดูบอกว่า ถ้าไม่มีเคราะห์ร้ายถึงชีวิต ปีนี้จะเป็นปีทองของมัน
แขนเทียมของพันเอกที่แท้ซ่อนปืนไว้ ตอนนี้ฝ่ามือเทียมหลุดหายไป เหลือแค่ปลายกระบอกปืนที่โผล่มาแทนที่ฝ่ามือ
เปรี้ยง ๆ
ลูกน้องพันเอกสาดกระสุนใส่ลูกน้องต้าเฟยและตำรวจ
ตำรวจก็ระดมยิงตอบโต้จนหูดับตับไหม้ กระสุนปลิวเวียนว่อนไปทั่ว
บริเวณหน้าอาคารหอประชุมเป็นที่โล่ง ลูกน้องต้าเฟยจึงถูกยิงล้มลงตายกันเกลื่อนกลาด ตำรวจรีบเคลื่อนกำลังเข้าไปใกล้ เพื่อปราบให้สิ้นซาก
ตูม...ตูม...ตูม...
ระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว ร่างตำรวจสามนายกระเด็นขึ้นตามแรงระเบิด บางจุดมีเซ็นเซอร์จับความเคลื่อนไหว ถ้ามีสิ่งใดเคลื่อนไหว ระเบิดจะทำงานทันที
แต่บางจุดกลับระเบิดด้วยไดนาไมต์ โดยการจุดไฟที่สายชนวนแล้วขว้างออกไป
ฉินฟ่านถึงกับเหงื่อแตกพลั่ก เขารีบมองหามือระเบิด ไม่เช่นนั้นต่อให้แผนสำเร็จจับได้ทั้งคนทั้งของกลาง ก็ต้องมีคนตายเป็นเบือแน่
เห็นแล้ว มือระเบิดหลบอยู่ภายในอาคาร ตอนนี้กำลังถอดสลักระเบิดน้อยหน่า แล้วยัดเข้าไปในกระเป๋าสีดำใบเล็ก ๆ ที่มีระเบิดอีกเจ็ดลูกนอนรออยู่ แล้วโยนกระเป๋าสีดำออกไปทันที
ตูม!
แรงระเบิดหลายลูกทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้า รถยนต์ของพันเอกอยู่บริเวณนั้นพอดี จึงพลอยเกิดระเบิดขึ้นไล่ ๆ กัน จนเป็นก้อนไฟยักษ์ ไอ้หน้าผีมือระเบิดไม่ได้สนใจว่าเป็นใครหน้าไหน มันแค่อยากเห็นคนต้องทนทุกข์ทรมานจากระเบิดแบบมัน ซึ่งคงจะสมใจมันแล้ว
มีบางคนเห็นพันเอกไส้ไหลออกมา เมื่อเห็นแล้วชวนให้อยากอาเจียน บางคนแขนขาด บางคนตาบอด ทั้งตำรวจทั้งผู้ร้ายส่งเสียงร้องกันระงมด้วยความเจ็บปวดจากสะเก็ดระเบิด
ไอ้หน้าผีชื่นชมผลงานของตัวเองด้วยความสะใจ จนเผลอยิ้มออกมา ทำให้ใบหน้าที่เหมือนผีน่าเกลียดอัปลักษณ์มากขึ้นกว่าเดิม
ตอนนี้ทั้งผู้ร้ายและตำรวจต่างกลัวเป็นเหยื่อของระเบิด ต่างวิ่งหาที่กำบังกันจ้าละหวั่น ยกเว้นมู่ปิงปิงที่ยิงตอบโต้ไอ้หน้าผี แล้ววิ่งเข้าใส่เพื่อจะหาตำแหน่งยิงที่ดีขึ้น แต่เอวของเธอกับถูกฉินฟ่านที่ดีดตัวพุ่งออกมารวบเอวเธอไปด้านข้าง แล้วกอดบังร่างเธอไว้จนมิดพร้อมกับเสียงดังกัมปนาทราวฟ้าผ่า
ตูม!
ร่างทั้งคู่กระเด็นลอยออกไปด้วยแรงระเบิด พอร่างแตะพื้นก็ถึงกับม้วนกลิ้งไปหลายตลบ กลิ้งไปตามทางที่ลาดต่ำ ลงประมาณหนึ่งเมตร ที่แท้เป็นขอบสระน้ำที่แห้งขอดแล้ว
หัวหน้าเค่อเห็นเหตุการณ์นี้เต็มสองตา เขาถึงกับร้องเสียงหลง
"ไม่..."
รถของลู่เจี้ยนมาถึงคฤหาสน์ตระกูลเย่วันนี้พนักงานรักษาความปลอดภัยคงต้องทำงานกันหนัก ไหนจะดูแลเรื่องความปลอดภัย ไหนจะต้องบริการโบกรถ เพื่ออำนวยความสะดวก เพราะมีแขกเหรื่อคหบดีนักการเมืองระดับประเทศมาร่วมแสดงความยินดี ในงานนี้เป็นจำนวนมากแต่เพราะความใหญ่โตกว้างขวางของคฤหาสน์แห่งนี้ ถึงจะมีแขกหลายร้อยคน ก็ไม่รู้สึกแออัด แต่อย่างใดงานฉลองวันเกิดของภรรยาเศรษฐีหมื่นล้านจะธรรมดาได้ยังไง งานนี้จึงอลังการเลิศหรูทุกอย่างพวกเขาเดินเข้าไปในบริเวณงานก็เจอครอบครัวตระกูลเย่ยืนอยู่กันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา เพื่อคอยทักทายต้อนรับแขกเหรื่อฉินฟ่านทักทายทุกคนอย่างสนิทสนม เพราะว่าในตอนนี้เขาเป็นถึงว่าที่ลูกเขยป้ายแดงเชียวนะแถมวันนี้เขาอารมณ์ดีอยากเปลี่ยนลุคดูบ้าง จึงฉีดสเปรย์แต่งผมเยอะหน่อยแล้วหวีผมเสยไปข้างหลัง สวมชุดสูทสีดำทับด้วยเสื้อคลุมโอเวอร์โค้ทสีขาว มีผ้าพันคอสีดำคล้องเอาไว้สวมแว่นตาดำเดินเข้ามาในงานอย่างช้า ๆ ด้วยรูปร่างที่สูงโปร่งสง่างามมาดของเขาเหมือนเจ้าพ่อมากกว่าตัวลู่เจี้ยนซะอีกจนแขกเหรื่อละแวกนั้นต้องรีบแหวกเป็นทางให้กับเขาคุณหนูสี่เดินยิ้มเข้
ทุกคนพอเห็นสภาวะผู้นำของเธอเสียงดังฟังชัดแบบตัดไม้ข่มนาม แถมยังเผด็จการ ผู้คนสี่ห้าสิบคนได้แต่พากันพยักหน้าหงึก ๆ โดยไม่รู้ตัว ราวกับต้องมนต์สะกด“ดี วันนี้ฉันเห็นแก่หน้าคนเฒ่าคนแก่อายุเจ็ดสิบห้าแบบลุงหมิงที่กำลังจะลงโลงอยู่แล้ว ยังอุตส่าห์ถ่อสังขารออกหน้ามาช่วยพูดให้พวกแกดังนั้นฉันจะให้โอกาสพวกแกสักครั้ง”พอกวนอิมเผ็ดพูดถึงตรงนี้ สายตาของเธอมองไปที่มีดบนพื้นทุกคนต่างเริ่มคาดเดาความคิดของเธอออก“พวกแกเอามีดเสียบพุงอีกฝ่าย ให้ตับไตไส้พุงค่อย ๆ ไหลทะลักออกมากองกับพื้น เอาให้สุดแรงเกิดเลยนะ ไม่ต้องมาเกรงใจฉัน ฉันไม่ใช่คนใจจืดใจดำเลือดหมูเลือดหมาแค่นี้ ฉันล้างพื้นแป๊บเดียวก็เสร็จแล้ว เอ้า อย่ามัวแต่ยืนบื้อเป็นไอ้โง่สิลงมือกันได้แล้ว”คู่กรณีต่างยืนนิ่งตัวแข็งทื่อเป็นหุ่นไล่กาได้แต่มองหน้ากันพร้อมกับทำตาปริบ ๆ ล้อเล่นน่าเอามีดเสียบพุงสุดแรงเกิด แบบนี้มันถึงตายเลยนะ“นี่ พวกแกเป็นลูกผู้ชายรึเปล่าไม่กล้ารึไง”กวนอิมเผ็ดเดินไปหยิบมีด แล้วยัดใส่มือทั้งสองคน“กำมีดให้มันแน่น ๆ หน่อย
ทุกคนเดินเข้าไปในวิลล่าของฉินฟ่านด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสโยโย่อวดผลงานชิ้นโบว์แดงให้พวกเหลียนฟ่งฟังว่าได้ปรับลุคเปลี่ยนโฉมให้กับลู่เจี้ยนใหม่ จนหล่อสมาร์ทขนาดไหนส่วนอิ๋งอิ๋งเล่าเรื่องสาวนักล้วงให้ทุกคนฟัง ทุกคนถึงกับปรบมือชอบใจฝีมือของเสี่ยวจงประณีตมากแถมยังมีไอเดียสร้างสรรค์ แต่เขาคิดว่าเงินทองกินคนเดียวอาจจะท้องแตกตาย งานนี้จะต้องสุดฝีมือ ทำให้ฉินฟ่านเกิดความพึงพอใจในผลงานของเขาให้ได้ไม่แน่ว่าอาจจะมีงานคราวหน้ามาใช้บริการจากเขาอีกเขาจึงชวนเพื่อนที่คณะ ที่เก่งในแต่ละด้านมาร่วมทีมอีกถึงห้าคน เขาใส่ใจในทุกรายละเอียด ตั้งแต่คัดเลือกหินการแกะสลัก การขนย้ายหิน เพื่อนำไปจัดวางที่บ้านฉินฟ่านเขาใส่เส้นผมหนวดเครา ขนตาให้กับรูปปั้น ดวงตาก็ทำมาจากลูกแก้วแล้วติดคอนแทคเลนส์ ผิวกายทำจากซิลิโคนที่มีความยืดหยุ่นสมจริง ในยามที่แตะสัมผัสเรียกช่างเสริมสวยมือหนึ่งมาแต่งหน้าทาปากจัดแต่งทรงผมให้กับรูปปั้นจนดูเหมือนคนจริงทุกประการเขาเคยถามฉินฟ่านว่า ทำไมไม่ทำเป็นหุ่นขี้ผึ้งฉินฟ่านตอบว่า เขาอยากให้รูปปั้นนี้คงอยู่ไปอีกร้อยปีพันปีเสี่ยวจงติดตั้งไฟดาวน์ไลท์เสร็จ ก
ตื่นขึ้นมาในตอนบ่ายของอีกวันหนึ่งฉินฟ่านอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ก็ชวนอิ๋งอิ๋งกับโยโย่ออกไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อติ๊งต่อง ติ๊งต่อง !หนุ่มวัยสามสิบมาดเท่หวีผมแสกข้างสวมสูทราคาแพง ยืนถือดอกกุหลาบช่อใหญ่อยู่ที่หน้าประตูรั้วชื่อเหลียนซินซวง เป็นญาติห่าง ๆ ของเหลียนฟ่งดีกรีเป็นถึงดอกเตอร์จบจากฮาเวิร์ดทำธุรกิจนำเข้าและส่งออกจนร่ำรวย แต่รักแรกยากจะลืมเลือน ใช่ เธอคือรักแรกและรักเดียวของเขา วันนี้เขาจึงกลับมาเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้อีกครั้ง เพื่อขอเธอแต่งงานเหลียนฟ่งออกมาเปิดประตูรั้วพอเห็นว่าใครมาเธอฉีกยิ้มกว้างอย่างดีใจ เขาโผเข้าไปกอดเธอให้หายคิดถึงถึง แม้เธอจะยังงง ๆ ที่จู่ ๆ เขาเข้ามากอดเธอ อ๋อ คงเป็นธรรมเนียมของพวกฝรั่งสินะ เธอก็เลยไม่ได้ติดใจอะไรรีบดึงแขนเขา ให้เข้ามานั่งที่สนามหญ้าหน้าบ้าน“พี่ใหญ่ซวงฉันดีใจจริง ๆ ที่ได้เจอพี่”“ฉันเองก็ดีใจ อืม…ไม่เจอกันตั้งหลายปีเธอโตขึ้นแถมยังสวยขึ้นอีกด้วยนะ”กรอบแกรบ!ฉินฟ่านเดินกลับมาใกล้จะถึงบ้าน พลางขบเคี้ยวมันฝั่งทอดกรอบอย่างเอร็ดอร่อยแล้วก็บังเอ
ต้นไม้สูงใหญ่มีกิ่งก้านหนาทึบ กลับถูกดัดแปลงเป็นห้างล่าสัตว์แบบง่าย ๆ แบทแมนกำลังนั่งกระดิกขากินขนมอย่างสบายอารมณ์ มันกำลังเลือกเหยื่ออยู่ มีสาว ๆ เดินผ่านมันไปหลายคน แต่มันไม่สนใจ มันชอบหญิงสาวที่หุ่นดี ๆ โดยเฉพาะสาวที่ใส่ชุดแดงตอนนี้ตาของมันกำลังลุกวาวจ้องมองมายังฉินฟ่าน หึ…หึ เจอเหยื่อชั้นเยี่ยมเข้าให้แล้วตั้งแต่มันก่อคดีมา เหยื่อคนนี้ถูกใจมันที่สุด ถ้าได้สัมผัสหน้าอกของเธอ คงฟินน่าดูฉินฟ่านได้ยินเสียงแหวกอากาศ พุ่งวาบเข้ามาใกล้อย่างรวดเร็วแบทแมนโผเข้ามาหาเขาว้ายยยยเสียงกรีดร้องของฉินฟ่านอาจจะฟังดูแปลก แตกต่างจากผู้หญิงอยู่บ้างรูปร่างก็สูงใหญ่เกินผู้หญิงแถมยังเดินด้วยเท้าเปล่า แต่เผอิญตอนนี้แบทแมนกำลังหลงระเริงในเหยื่อชั้นเยี่ยม จึงละเลยละเอียดปลีกย่อยเหล่านี้“ฮ่ะ ๆ น้องสาวอย่ากลัวไปเลย แค่ขอจูบนิด ๆ หน่อย ๆ เท่านั้นเอง”แบทแมนจู่โจมอีกครั้ง แต่ฉินฟ่านแกล้งทำเป็นหวาดกลัว“อย่านะอย่า ช่วยด้วยค่ะ”ฉินฟ่านพยายามร้องดัดเสียงให้เหมือนผู้หญิง เขาส่ายหัวหลบเลี่ยงริมฝีปากของแ
อาเฉียนเองก็เป็นผู้นิยมความงามดังนั้นเขาจึงรีบมองหาสาวสวยอาลี่รู้ดีว่า นี่เป็นความสุขเล็ก ๆ ของทีมเธอที่ช่วยให้คลายเครียดผ่านไปวัน ๆ ด้วยการเหล่สาวสวยแต่พออาเฉียนหันไปมองสาวชุดแดงที่กำลังเดินเข้ามาใกล้เขาก็ต้องตะลึงอ้าปากค้างจนขนมปังที่กัดอยู่คาปากต้องร่วงหล่นลงบนพื้นทั้งสามคนถึงกับพูดพร้อมกัน“เจ๊เหรอ”หมวดมู่ปิงปิงอุตส่าห์ลงทุนขับรถเข้าไปในเมืองเพื่อเช่าชุดเดรสสีแดงเปลือยไหล่ตัวสั้นจุดจู๋ ส่วนรองเท้าส้นสูงหายืมเพื่อนไม่ได้เลยต้องกัดฟันซื้อเอง“โอ้โห คืนนี้เจ๊แต่งมาเต็มยศ สวยสุด ๆ ไปเลย ถ้าไม่คิดจะเอาดีทางตำรวจ ฉันว่าเจ๊ไปประกวดมิสไชน่าได้เลยนะ”“โอ้โห สวยแบบหมวด แต่ไม่ยอมมีแฟนแบบนี้ เสียของชะมัดยาดเลย”“เฮ้อ ฉันอยากสวยแบบหมวดจังเลย”“อย่ามัวแต่พูดมาก รีบขึ้นรถกันได้แล้ว”เธอเองก็เขินเป็นเหมือนกันนะ…….ก๊อก ๆเสียงเคาะประตูห้องเค่อตงหยางดังขึ้นเขาเงยหน้าจากแฟ้มเอกสารด้วยความหงุดหงิด แต่ปากก







