Share

บทที่ 63 นี่แค่น้ำจิ้ม

last update publish date: 2026-03-05 07:00:59

 เงาร่างฉินฟ่านพุ่งฉวัดเฉวียน จนพวกเธอตาลายมองตามไม่ทัน เสียงฟาดแก้มก้นดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากหมวดมู่คนแรก แถมแต่ละคนยังถูกลวมลามอีกหลายครั้ง

 พวกสาว ๆ ต่างส่งเสียงร้องวี๊ดว้ายกระตู้วู๊ วิ่งหลบหนีจิ้งจอกเฒ่าจอมลามกกันจ้าละหวั่น ก่อนที่จะมีอะไรเลยเถิดไปกว่านั้น จน กบว. ต้องเซ็นเซอร์ภาพและเสียง

 ทันใดนั้นก็มีเสียงฝีเท้าดังแว่วมาขัดจังหวะ ผัวหนุ่มเมียสาวที่กำลังหยอกเย้ากันอย่างสนุกสนาน ทำเอาทุกคนต้องกลับมาทำตัวสงบเสงี่ยมอีกครั้ง

 "อะแฮ่ม สวัสดีพี่สาวคนสวยทั้งหลาย เอ่อ…พี่เขยขอโทษที่ขัดจังหวะครับ มีคนมาหาพี่เขย บอกว่านี่เป็นเรื่องด๊วนด่วนนะครับ"

 เหลียนเฮ่อส่งเสียงดังแหบ เพราะอยู่ในวัยกำลังแตกเนื้อหนุ่ม นมเพิ่งจะแตกพานรายงานอย่างรวบกระชับทันที พร้อมทำสีหน้ากระดากแบบอาย ๆ

 เพราะเขาโตพอที่จะรู้ว่า เมื่อครู่พี่เขยตัวดี ไอดอลขั้นเทพของเขากำลังทำเรื่องดีงามอะไร เขาสาบานกับตัวเองว่าโตขึ้น จะต้องเป็นแบบพี่เขย เอาดีในเรื่องผู้หญิงให้ได้

 ตอนนี้ทุกคนต่างพากันทำหน้าเขิน ๆ ขณะจัดแจงทรงผมที่ยุ่งเหยิงและเสื้อผ้าที่ยับย่น ให้เรียบร้อยเข้าที่เข้าทาง พลางค้อนผีลามกเจ้าของมือปลาหมึกไปวงใหญ่

 เสียงฝีเท้าเดินเข้ามาอย่างเร่งรีบ

 "สวัสดีครับ คุณฉินฟ่าน คุณหนูซูและคุณหนูทุก ๆ ท่าน ผมมีเรื่องด่วนมารายงานครับ"

 ชายฉกรรจ์ร่างสูงหุ่นบึกบึนผมสั้นเกรียนในชุดสูทสีดำ เป็นหน่วยบอดี้การ์ดของคุณปู่ซู ยื่นแท็บเล็ตให้ฉินฟ่าน แล้วยืนตัวตรงสงบนิ่งรอคำสั่ง

 ใบหน้าฉินฟ่านเคร่งขรึมทันที เขาเปิดอ่านประวัติบุคคลอย่างช้า ๆ มีรูปภาพบุคคลอยู่สามคน

 ซึ่งดูก็พอเดาได้ว่าเป็นภาพถ่ายของครอบครัว พ่อ แม่และลูกชายวัยแปดขวบ พออ่านเสร็จ ใบหน้าเขาถึงกับเขียวคล้ำ เรื่องราวที่อ่านพบนี้ มันหนักหนาสาหัสจริง ๆ เขาส่ายหน้าทอดถอนใจเบา ๆ

 "เวรกรรม คิดไม่ถึงจริง ๆ ว่าเรื่องราวจะลงเอยแบบนี้ พวกคุณทุกคนทำได้ดีมาก ช่วยขอบคุณ คุณปู่แทนผมด้วย อาฟ่งให้รางวัลเขาด้วย"

 ชายชุดสูทสีดำรีบปฏิเสธไม่กล้ารับรางวัล

 "ข้อมูลเก่าหลายสิบปีแบบนี้ ค่อนข้างจะสืบหาได้ยาก แต่พวกคุณยังทุ่มเท แรงกายแรงใจสืบมาจนได้ พวกคุณคงจะเหน็ดเหนื่อยมากแล้ว รับไปเถอะ ถือว่าเราเลี้ยงเหล้าพวกคุณก็แล้วกันนะคะ"

 อาฟ่งยัดซองเงินหนาเตอะใส่มือเขา

 ชายชุดสูทสีดำพูดขอบคุณ แล้วโค้งคำนับทุกคน อย่างนอบน้อมแล้วจากไป

 เมื่อเดือนที่แล้ว ฉินฟ่านพยายามใช้เส้นสาย ที่มีอยู่ทุกช่องทาง ในการสืบหาตัวคนร้าย ที่วางแผนจะฆ่าลุงเย่พ่อของคุณหนูสี่ รวมถึงขอให้คุณปู่ซูช่วยส่งคนไปสืบข่าวนี้ด้วย

 คิดไม่ถึงว่าในที่สุดก็รู้ตัวคนบงการ แต่คนร้ายกลับเป็นคนใกล้ชิดกับลุงเย่ เมื่อเป็นแบบนี้แล้ว เขาควรจะทำยังไงดี ช่างเถอะถล่มเขี้ยวอสูรให้สิ้นซากก่อนก็แล้วกัน เรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง

…….

 เสียงเครื่องบินส่วนตัวดังกระหึ่มค่อย ๆ บินขึ้นไต่ระดับบนท้องฟ้า อิ๋งอิ๋งพาครอบครัวฉินฟ่านและครอบครัวตระกูลเย่ไปเที่ยวญี่ปุ่นตามแผนการที่วางเอาไว้

 ลานกว้างในป่าแห่งนี้ อยู่ห่างจากฐานลับไม่ไกลมากนัก นอกจากใบไม้แห้งที่หล่นเกลื่อนพื้น ฝูงนกที่เกาะกิ่งไม้ ก็ปราศจากผู้คนสัญจรไปมา

 แอ๊ด ๆ

 แต่ตอนนี้มีเสียงชะแลงงัดฝาของลังไม้ยาว ที่วางเรียงรายกันอยู่สิบหกใบ ข้างในลังบรรจุทั้งปืนยาว ปืนสั้น ระเบิดมือชนิดต่าง ๆ รวมถึงเสื้อเกราะกันกระสุน ส่วนกระสอบอีกสิบสองใบบรรจุชุด

ทหารสีเขียวลายพราง รองเท้าคอมแบทไซส์ต่าง ๆ

 "เป็นไง นี่แค่น้ำจิ้ม ถ้าไม่พอจะหามาให้อีก พูดแล้วจะหาว่าคุย เส้นสายเพื่อนฝูงของเฮียนะมีเยอะ จัดหาปืนแค่นี้สบายมาก"

 ลู่เจี้ยนพูดพลางยืดอกอย่างภาคภูมิใจ ในฝีมือรวบรวมอาวุธสงคราม ถึงจะยุบแก๊งไปแล้ว แต่เส้นสายของเขายังมีมากมาย

 "โอ้โฮ ไหนขอดูหน่อยสิ โอ้ พี่ชายของเราไม่ได้โม้เหม็นจริง ๆ ด้วย งานนี้สนุกแน่ ฮ่า ๆ"

 ฉินฟ่านแซวลู่เจี้ยนอย่างอารมณ์ดี

พลางแจกจ่ายอาวุธเสื้อเกราะให้กับทุกคน พวกเขาสวมชุดทหารสีเขียวลายพรางและรองเท้าคอมแบท เพื่อความคล่องตัวในการต่อสู้ เขากำลังจะหยิบเครื่องยิงจรวดอาร์พีจี แต่ก็ต้องชะงัก เมื่อมีมือมาแตะที่บ่า

 "เฮ้ย ไอ้น้อง ไอ้นั่นมันของพี่ใหญ่ คนอื่นห้ามแตะ"

 "โอ้โห สมกับเป็นลูกพี่ใหญ่ ขนาดจะใช้ปืนก็ยังต้องใช้ปืนใหญ่ ๆ เลย เยี่ยมจริง ๆ"

 เมื่อแต่งองค์ทรงเครื่องกันเสร็จ ทุกคนขยับตัวล้อมวงเข้ามา ฉินฟ่านอธิบายแผนการโจมตีอีกครั้ง หลังจากนั้นทุกคนก็เริ่มกระจายกำลังกันออกไป ประจำตำแหน่งต่าง ๆ ตามที่ได้นัดหมาย เพื่อรอสัญญาณการโจมตี

 ปากทางเข้ามียามนั่งทำงานในป้อมอยู่หกคน เขาค่อย ๆ คืบคลานเข้าไปใกล้ กะว่าจะใช้ความเร็วสยบพวกมัน แต่ชายเสื้อถูกกระตุกเบา ๆ เขาจึงหันไปมองดูโยโย่

 "เดี๋ยวฉันจัดการเอง"

 โยโย่ยักคิ้วยิ้มกริ่มจนเห็นฟันขาว เหมือนอยากจะอวดของดีจนเต็มแก่ เธอเปิดเป้สะพายหยิบหนูแฮมสเตอร์สีขาวออกมา บนหลังของมันมีกระบอกโลหะสีเงินแวววาวติดตั้งอยู่ เธอกดปุ่มสีแดงที่เป็นนาฬิกา ตั้งเวลาไว้สามนาทีบนกระบอกโลหะ แล้วชี้ไปที่ป้อมยาม ที่อยู่ห่างออกไปห้าสิบเมตร

 "เจเน็ตลูกแม่ หนูเห็นป้อมนั่นไหม เข้าไปในนั้น แล้วแม่จะให้กินเนยแข็งกับถั่วอร่อย ๆ เอาละ ลุยเลย"

 ฉินฟ่านกำลังอดทนดูว่าโยโย่มีลูกเล่นอะไรดี ๆ บ้าง นอกจากร้องเพลงแร็ป สิ่งที่เขาคาดไม่ถึงก็คือ โยโย่เป็นถึง "ผู้บงการสัตว์"

 สัตว์น้อยสัตว์ใหญ่ต่างมีความฉลาดของมัน ในประวัติศาสตร์นับพันปีก็ได้พิสูจน์แล้ว ว่ามีการฝึกช้าง ม้า สิงโต เสือดาวช่วยในการทำศึกสงคราม ฝึกเหยี่ยวช่วยในการสอดแนมกองทัพข้าศึก ฝึกสุนัขช่วยนายพรานล่าสัตว์ ช่วยดมกลิ่นเพื่อค้นหาวัตถุระเบิดของซีไอเอ ฝึกสุนัขตำรวจเพื่อค้นหายาเสพติด ฝึกสะกดรอยและโจมตี นอกจากนี้ในระดับชาวบ้าน ที่ถือเป็นการแสดงโชว์ เพื่อความสนุกสนานบันเทิง นิยมฝึกงู จระเข้ เสือโคร่ง สิงโต หนู นกแก้ว ปลาโลมา

 ถึงขนาดที่มีคนพยายามฝึกแมลงขนาดเล็กเช่นแมลงสาบ ซึ่งในสมัยก่อนบรรดาคนฝึกสัตว์เหล่านี้ มักจะถูกเรียกขานกันว่า "ผู้บงการสัตว์"

 หนูแฮมสเตอร์วิ่งดุกดิกไปอย่างรวดเร็ว มันซอกแซกเข้าไปทางช่องหน้าต่าง มุดซ้ายมุดขวา แล้วมุดเข้าไปใต้โต๊ะ โดยที่ยามไม่ทันสังเกตเห็น เมื่อถึงเวลาสามนาทีที่ตั้งเอาไว้ ก๊าซยาสลบก็ค่อย ๆ พวยพุ่งออกมา จนยามทั้งหกล้มฟุบหลับไปอย่างเงียบเชียบ

 "เก่งมากยาหยี"

 ฉินฟ่านย่อมไม่ขี้เหนียวคำชม เขาหอมแก้มให้รางวัลเธอไปฟอดใหญ่ ขณะกำลังจะพุ่งตัวออกไป แต่ซีเหมินคังกลับไวกว่า

 ซีเหมินคังดีดตัวพุ่งออกไปอย่างเงียบเชียบ ทำท่าทางราวกับคางคกตัวใหญ่ พอมือเท้าแตะถึงพื้นก็หมอบนิ่งในพงหญ้า สังเกตสภาพแวดล้อมอย่างสุขุมเยือกเย็น

 พอหน่วยลาดตระเวนผ่านไป เขาก็ยิงฉมวกที่ติดตั้งอยู่ที่ข้อมือไปเกาะกิ่งใหญ่ของต้นไม้ แล้วเหวี่ยงตัวเหมือนทาร์ซาน ย้ายตัวจากต้นนี้ไปต้นนั้น จนกระโดดตีลังกาลงมาที่ข้างแท็งก์น้ำมันใบใหญ่

 เขาชักมีดจ้วงแทงใส่แท็งก์ไปสองที น้ำมันค่อย ๆ ไหลนองพื้นไปเรื่อย ๆ พอถึงตอนนี้

ฟ้าก็เริ่มมืดค่ำลงแล้ว

 ฉินฟ่านแอบปีนขึ้นหอคอยรักษาการณ์อย่างรวดเร็ว มียามอยู่สองคน พอพวกมันได้ยินเสียงผิดปกติข้างหลัง จะเหลียวหน้าไปดู คนแรกก็ถูกบิดคอจนหัก คนที่สองหันมาก็เจอฝ่ามือฉินฟ่านฟาดใส่ที่หน้าผาก จนกะโหลกแตกตายทันที โดยยังไม่ทันได้ร้องออกมาสักแอะ

 โยโย่ในชุดนินจาสีดำกับลู่เจี้ยนและมือดีของตระกูลซูตามเข้าไปติด ๆ พวกเขาแยกย้ายกันติดตั้งระเบิดเวลา ที่ตัวอาคาร ใต้ท้องรถยนต์และตามห้องที่คาดว่าจะเป็นห้องเก็บเสบียง ห้องเก็บอาวุธ

 ฉินฟ่านไม่อยากเห็นเลือดนองเป็นสายธารหรือเข่นฆ่าผู้คนเป็นผักปลา จึงให้มู่ปิงปิงนำหน่วยสวาทและตำรวจปฏิบัติการในครั้งนี้ เกลี้ยกล่อมให้คนร้ายมอบตัว แต่ถ้าพูดกันดี ๆ แล้วยังไม่ยอมฟัง ฉินฟ่าน จะล้างบางให้เหี้ยน ไม่ให้เป็น "หนามยอกอก" ของตระกูลเย่ได้อีกต่อไป

 มู่ปิงปิงสูดลมหายใจลึก ๆ ถือเครื่องขยายเสียงขึ้นพูด

 "นี่คือเจ้าหน้าที่ตำรวจ พวกเราล้อมไว้หมดแล้ว วางอาวุธแล้วคุกเข่าลงผสานมือไว้บนศีรษะ เราจะไม่ทำร้ายพวก…"

 เสียงของมู่ปิงปิงยังไม่ทันจางหาย

ปืนอาก้าของฝ่ายตรงข้าม ก็ยิงรัวมาเป็นชุดใส่พวกเธอ

 ปัง ๆ ปัง ๆ

 เงาโลหิตถึงกับเดือดดาล ที่ความลับของที่ตั้งฐานปฏิบัติการณ์นี้ ตำรวจกลับสืบทราบได้ มันจึงสั่งให้ลูกน้องทุกคนสู้ตาย

 เพราะพวกมันเป็นองค์กรนักฆ่า ที่มีอาวุธหนักครบมือ แค่ตำรวจไม่กี่คนปืนสั้นไม่กี่กระบอก ยังจะต้องกลัวอีกด้วยรึ

 เครื่องแบบของสมาชิกนักฆ่าล้วนเป็นชุดทหารสีดำ จึงจำแนกออกจากพวกฉินฟ่านได้อย่างง่ายดาย

 ฉินฟ่านพบเห็นศัตรูถือดาบอยู่สามคนเขาย่อมไม่มืออ่อนเด็ดขาด เขาลงมือคราเดียว ฟาดจนพวกมันทั้งสามคนทรวงอกยุบ กระดูกซี่โครงหักสะบั้นขาดใจตายทันที

 แต่จู่ ๆ ในห้องโถงถัดไป ก็มีพวกมือดาบกรูกันเข้ามา ยกโขยงมาล้อมกรอบเขาถึงยี่สิบคน

 สนุกละงานนี้! แสงไฟสะท้อนดาบจนเปล่งประกายแสงวิบวับ ชวนให้นึกถึง ความงดงามและความตายไปพร้อม ๆ กัน

 ฉินฟ่านหมุนตัวรอบหนึ่ง ทันใดนั้นเองกระบองสามท่อน ก็ผุดโผล่ขึ้นมาอยู่ในมือฉินฟ่านปานนักมายากล พวกมันต่างรู้สึกเหลือเชื่อกับภาพที่เห็น

 นี่เป็นเพราะพวกมันไม่รู้ว่า ฉินฟ่านดึงกระบองออกมาจากแหวนมิติ

 เสียงตวาดก้องดังสับสน มาพร้อมกระแสพลังดาบ ที่ฟาดฟันเข้ามาทั่วทุกทิศทุกทาง ฉินฟ่านทั้งสะบัดฟาด ทุบ ควง แทง ราวกับพยัคฆ์ร้ายคะนองศึก ตีกระหน่ำจนพวกมันลงไปนอนกองกับพื้นคนแล้วคนเล่า

 ด้านนอกอาคารตอนนี้ ตำรวจและหน่วยปฏิบัติการพิเศษและมือดีของตระกูลซูกำลังยิงต่อสู้กับพวกนักฆ่า แบบหูดับตับไหม้ เรียกได้ว่าต้องตายกันไปข้างหนึ่ง ไม่มีหนทางที่สองให้เลือก ซึ่งจากการปะทะกันก็เริ่มมีคนบาดเจ็บล้มตายทั้งสองฝ่าย

 พวกนักฆ่าย่อมถูกฝึกมาเพื่อฆ่า แถมยังฝึกฝนจนเชี่ยวชาญ ทั้งการต่อสู้ระยะประชิดแบบมือเปล่าและการใช้อาวุธหลากหลายรูปแบบ มากกว่าพวกตำรวจอีกด้วย แถมพวกมันมีจำนวนคนมากกว่าตำรวจถึงเท่าตัว

 ตอนนี้เห็น ๆ กันอยู่ว่า ฝ่ายตำรวจเสียเปรียบ ถูกระดมยิงจนแทบโงหัวไม่ขึ้น สร้างความร้อนใจแก่มู่ปิงปิงยิ่งนัก

 แต่ทว่าฉินฟ่านย้ำนักย้ำหนา ว่าให้พวกเธอประจำตำแหน่งอยู่กับที่ ห้ามเคลื่อนย้ายตำแหน่งโดยพลการโดยเด็ดขาด เพราะบางจุดถูกติดตั้งระเบิดเวลาเอาไว้

 บึ้ม!

 บึ้ม บึ้ม บึ้ม

 เสียงระเบิดที่พวกโยโย่ติดตั้งเอาไว้

ได้ระเบิดอย่างต่อเนื่อง รถยนต์หลายสิบคันถึงกับลอยขึ้นตามแรงระเบิดราวกับมีมือยักษ์จับโยนเล่นขึ้น ๆ ลง ๆ ไฟลุกลามตามน้ำมันที่ไหลนอง เป็นทางยาวมาถึงแท็งก์น้ำมัน ยิ่งกลายเป็นระเบิดลูกไฟใหญ่ยักษ์เสียงดังอื้ออึงจนหูอื้อ

 อาคารห้องเสบียงห้องเก็บอาวุธระเบิดตามเป็นจุณอีกหลายหลัง พวกนักฆ่ามีทั้งถูกระเบิดตายและถูกไฟคลอกจนคล้ายมนุษย์ไฟ ที่วิ่งสะเปะสะปะก่อนสิ้นใจตายก็มีมากมาย ส่งผลให้ฝ่ายตำรวจ กลับมามีขวัญกำลังใจ ที่ฮึกเหิมขึ้นอีกครั้ง

 ลู่เจี้ยนเอาจรวดอาร์พีจีประทับบ่าเล็งยิงใส่พวกนักฆ่า

 บรึ้ม

 บรึ้ม

 พวกนักฆ่าเจออาวุธหนักเข้าไป จนล้มตายเป็นเบือ

 แอ้นท์ ๆ

 เสียงเบิ้ลคันเร่งมอเตอร์ไซค์วิบากดังขึ้น ไม่รู้ว่าลู่เจี้ยนไปเสาะหามาจากไหน แต่เขาบิดคันเร่งขี่เหินคันดิน จนยกล้อลอยตัวขึ้นกลางอากาศ เขาใช้ปืนกลกราดยิงพวกนักฆ่าล้มตายลงเป็นเบือ

 เขาซิ่งปาดซ้ายปาดขวา แสดงทักษะการขับขี่ขั้นเทพ แบบที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน ไล่ยิงจนพวกมันต้องหนีหัวซุกหัวซุนกระเจิดกระเจิง

 ในใจของเขานึกเสียดายอยู่นิดหนึ่ง ที่ไม่ได้ใช้ดาบผีเสื้อคู่มือ เพราะนี่ไม่ใช่การประลองยุทธหรือแย่งชิงพื้นที่แก๊ง แต่เป็นสงครามที่ต่อสู้กับองค์กรร้าย

 มู่ปิงปิงโบกมือวูบออกคำสั่งทันที

 "พวกเราบุก"

 พวกตำรวจต่างรุกคืบหน้า ขยายผลการสู้รบทันที ตำรวจหนุ่มเลือดร้อนบางคนชอบดูหนังบู๊แอคชั่น แอบหลงคิดว่าตัวเองเหมือนแจ๊คกี้ชาน บุกเข้าไปอย่างบ้าระห่ำไม่กลัวตาย

 แต่บางคนปอดแหกหน่อย ก็จะหลบ ๆ ซ่อน ๆ ดึงเวลาไปเรื่อย ๆ ให้ยิงต่อสู้กันจนจบ พวกนี้เป็นคนประเภท ไม่หวังผลงาน ความดีความชอบ หวังแค่ไม่มีเรื่องผิดพลาดก็พอ

 โยโย่ในชุดนินจา กวัดแกว่งดาบไล่ล่าฆ่าฟันพวกมันตลอดระเบียงทางเดินราวกับ "เทพอาชูร่า" (เทพนักรบปีศาจผู้กระหายความรุนแรง)

 วิชาดาบของเธอเรียบง่าย แต่อำมหิต ตำแหน่งที่ลงดาบ ลำคอ ทรวงอก ท้องน้อย ล้วนเป็นจุดตายทั้งสิ้น เธอซัดดาวกระจายที่พกมาสามสิบอันจนหมด โคกกระสุนเหล็กอีกหนึ่งถุง มีดสั้นอีกสิบสองเล่ม ลูกธนูหน้าไม้ก็ใช้จนหมดสิ้นแล้ว ตอนนี้จึงเหลือเพียงดาบนินจาติดมือแค่สองเล่ม

 โยโย่อยู่ในวงล้อมของนักฆ่าสิบสามคน แต่เธอยังคงใจเย็นเป็นน้ำแข็ง ค่อย ๆ ล้วงขลุ่ยสีขาวยาวเท่าฝ่ามือ ที่ทำจากกระดูกสัตว์ออกมาจากอกเสื้อ เป่าเป็นเสียงแปลกหูท่วงทำนองสูง ๆ ต่ำ ๆ  

 เหล่าศัตรูต่างชูดาบส่งเสียงขู่ขวัญฮือกันเข้ามา ยังไม่ทันที่พวกมันจะรุมกินโต๊ะสับเธอให้เละ จนกลายเป็นหมูบะช่อ เสียงหึ่ง ๆ ก็ดังแว่วมาแต่ไกล

 พวกมันเบิกตาโตแทบถลนออกมาทันที ที่เห็นเจ้าของเสียงตัวจริงเสียงจริง กำลังมุ่งหน้ามาทางพวกมัน

 "ผึ้ง…ฝูงผึ้งหนีเร็ว อ้าก!"

 ฝูงผึ้งรุมต่อย จนพวกมันหัวปูดตาบวม วิ่งหนีตายกันจ้าล่ะหวั่น ตอนนี้พวกนักฆ่าเห็นเธอแล้ว กลับหวาดผวายิ่งกว่าเจอปีศาจเสียอีก ต่างวิ่งหนีหายไปกันจนหมดสิ้น

 "เจ๋งไปเลยยาหยี นับถือ นับถือ เอ่อ…ว่าแต่เธอสั่งสิงโตได้ด้วยรึเปล่า"

 ฉินฟ่านอมยิ้มพูดจาหยอกล้อเธอ จนเธออดที่จะค้อนไปวงใหญ่ไม่ได้ โยโย่ใน

ชุดนินจา ยิ่งงามซึ้งมีเสน่ห์ไปอีกแบบหนึ่ง จนเขาอดใจไม่ไหวต้องรวบเอวเธอเข้ามา ดึงผ้าปิดหน้าลง แล้วบดขยี้จูบอย่างหนักหน่วง จนริมฝีปากจิ้มลิ้มสีชมพูของเธอบวมเจ่อขึ้นมาทันที

 "คราวหน้าเวลาเราสนิทสนมกัน ลองใส่ชุดนินจาดูบ้างดีไหม"

 เขากระซิบถาม เพราะชักจะสนใจแนวคอสตูม ตอนเมคเลิฟขึ้นมาตงิด ๆ ว่ามันจะสร้างอารมณ์ได้เร้าใจขนาดไหน

 เพียะ!

 โยโย่ฟาดแขนเขาเสียงดัง พร้อมกับต่อว่าเขา

 "พี่นี่ก็เหลือเกินจริง ๆ ปากฉันบวมเจ่อไปหมดแล้ว กำลังฆ่าฟันกันอยู่ ศพก็ยังนอนจมกองเลือดอยู่ที่พื้น ยังจะมีอารมณ์คิดเรื่องอย่างว่าอีก ถ้าเจ๊ฟ่งรู้เข้าคงด่าพี่จนหูชา สามวันสามคืนยังไม่จบเลย"

 สมุนขององค์กรเขี้ยวอสูรนอนตายเกลื่อนกลาดกองอยู่ที่พื้น เลือดไหลนอง

พื้นไปทั่วแทบจะเป็นสายธาร ขณะที่ทั้งสองกำลังจะเดินพ้นประตูห้อง หางตาของฉินฟ่านก็เห็นคนที่แกล้งตายชักปืนสั้นเล็งยิงใส่โยโย่

 ราวกับรู้สึกว่าหัวใจของเขาถูกบีบรัดอย่างแรง แล้วหล่นไปถึงตาตุ่ม ในช่วงเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตาย

 "กรีดฟ้า"

 เขาะโกนก้องพร้อมสะบัดมีดพุ่งวาบออกไปราวฟ้าแล่บ

 กระสุนถูกอัคคีกรีดฟ้ากระแทกปลิวกระเด็นออกไปอย่างแม่นยำ โยโย่สะกิดเท้าเตะดาบที่หล่นอยู่ที่พื้น ให้พุ่งไปปักทะลุอกของมือปืนคนนั้น จนมันขาดใจตายทันที

 ฉินฟ่านรีบดึงโยโย่มากอดแน่น จนเธอแทบหายใจไม่ออก เขาไม่เกรงฟ้าไม่กลัวดิน แต่ตอนนี้เขากำลังตัวสั่นรึนี่

 ใช่…คนที่ขวัญหนีดีฝ่อไม่ใช่เธอ แต่กลับเป็นเขา เขากำลังตัวสั่นเทิ้มด้วยความกลัว กลัวที่จะสูญเสียหญิงคนรักไป

 พวกเขากอดกันเนิ่นนาน โดยไม่พูดอะไรเลย คนรักกันชอบกัน บางครั้งไม่ต้องพูดอะไรให้มากความ ก็สามารถสื่อถึงอารมณ์ความนึกคิดกันได้

 “ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร เธอปลอดภัยแล้ว”

 เขาพึมพำเบา ๆ ราวกับกำลังพูดปลอบใจตัวเอง ที่ขวัญหนีดีฝ่อซะมากกว่า

 โยโย่ยิ้มอย่างสดใสพลางลูบหลังของเขาเบา ๆ เป็นการปลอบโยน ตอนนี้เธอมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยมว่าเขารักเธอ

 ฉินฟ่านค่อย ๆ รวบรวมสติอีกครั้ง เขาผ่อนลมหายใจยาวออกมาทางปาก เขากำลังจะพูดแก้เก้อติดตลกแบบที่เคยชอบทำ ว่าตัวเองไม่เป็นอะไร แต่โยโย่กลับชิงจูบปิดปากให้รางวัลเขาเสียก่อน จูบที่หวานซึ้งปานน้ำผึ้งเดือนห้า กลายเป็นคำตอบสุดท้ายที่อยู่ในใจของทั้งสองคน

 หลังจากนั้นพวกเขาก็เดินไปคุยไปสำรวจสถานที่กันไปเรื่อยเปื่อย โดยไม่สนใจเหตุการณ์ด้านนอกเลยสักนิด เพราะแผนการนี้ได้วางมาเป็นอย่างดีแล้ว

 "พี่ไม่ชอบแนวเซเลอร์มูนเหรอ พวกมนุษย์ลุงที่ญี่ปุ่นน่ะ ทั้งผู้จัดการโรงงาน คุณครู ผู้พิพากษา ตาแก่ร้านขายของชำชอบแนวนักเรียนมัธยมจะตาย

 รึจะเอาชุดนางพยาบาล ชุดหนังสีดำแบบแคทวูแมน ชุดไหนก็ได้ ฉันจะใส่ตามใจพี่เลย แต่ว่าฉันต้องอยู่ข้างบนเท่านั้นนะ โอเคไหม"

 "ฮ่า ๆ ไม่มีปัญหาพี่ตามใจเธอเลย เอาล่ะ จัดการที่นี่ให้เสร็จก่อน แล้วคืนนี้ค่อยจัดการเธอ"

 เพียะ!

 เขารู้สึกอิ่มอกอิ่มใจ เดินส่ายอาด ๆ ออกไปอย่างกระหยิ่มยิ้มย่อง

 ถ้ารู้สึกหมั้นไส้ลูกพี่ ก็เร่เข้ามา เดิมพันกันคนละล้านเลย มีใครฟาดก้นนินจาสาวเจ้าเสน่ห์ได้อย่างลูกพี่บ้าง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 66ไม่เจอไม่กลับ (จบภาค 1)

    ปัง ปัง ปัง ปัง!เสียงประทัดพวงยาวเหยียดดังสนั่นหวั่นไหวพร้อมเสียงรัวกลองเชิดสิงโตสร้างความครึกครื้นให้ผู้ชมที่มากันเนืองแน่น เพราะข่าวที่แพร่กระจายมาอย่างต่อเนื่อง ว่าโครงการโรงเรียน "พี่สาวนางฟ้า" ริเริ่มโดยหมอเทวดาฉินฟ่าน ซึ่งค่าเล่าเรียนทุกอย่างฟรีหมดจนคนที่ทราบข่าวต่างยกนิ้วชมเชย บางคนมีฐานะจึงยินดีที่จะบริจาคเงินทอง เพื่อสร้างชุมชนที่น่าอยู่ เพื่ออนาคตของลูกหลานชาวเมืองซูโจวถึงขนาดมีคนยุให้หมอเทวดาเล่นการเมือง เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รับประกันว่าคะแนนเสียงถล่มทลาย แต่บรรดาอาซิ่มอาซ้อกลับอยากให้เขาเป็นพระเอกหนังซีรีส์ซะมากกว่า เพราะเขานั้นหล่อบาดลึกไปถึงขั้วหัวใจของพวกเธอคุณหนูสี่ขึ้นเวทีไปกล่าวเปิดงานในฐานะประธานกลุ่มทุน "พี่สาวนางฟ้า" เสียงปรบมือดังสนั่นหวั่นไหว ช่วงนี้มีผู้สื่อข่าวหลายสำนัก มาขอสัมภาษณ์เธอไม่เว้นวันจนเธอยุ่งหัวฟูหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ที่ได้ยลโฉมงามล่มเมืองของคุณหนูสี่ ต่างคลั่งไคล้ขอเป็นแฟนคลับเธอ แต่ละคนต่างแย่งกันบริจาคเงินออกมาก้อนโต เพื่ออวดโอ่ฐานะความร่ำรวยเพราะถ้าได้แต่งกับเธอ มันเฮงยิ่งกว่าหนูตกถังข้าว

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 65 ไม่รู้ไม่ชี้

    ทั้งสองส่งเสียงหัวเราะวิ่งหยอกล้อกันออกไป ตอนนี้ทุกอย่างสงบลงแล้ว คนตายก็ตายไป คนเจ็บก็ส่งโรงพยาบาล คนมอบตัวก็เตรียมไปกินข้าวแดงในคุกได้เลย ตำรวจเริ่มเคลียร์สถานที่ ยึดอาวุธสงครามได้เป็นจำนวนมาก มากพอที่จะเลื่อนยศเลื่อนตำแหน่งให้หลาย ๆ คนในศึกครั้งนี้ฉินฟ่านเดินกระแซะเข้าไปใกล้ ๆ กระซิบชวนมู่ปิงปิงไปจู๋จี๋ดู๋ดี๋กันที่น้ำตก แต่เธอค้อนขวับวงใหญ่ แถมแกล้งทำเสียงดุใส่"งานยังไม่เสร็จ ไปไม่ได้""น่านะ คนดียอดรักของฟ่าน เสร็จงานแล้ว ก็ต้องมีการตบรางวัลบิ๊กโบนัสกันบ้างสิ ใช่ไหมจ๊ะทูนหัวจ๋า"เขาพยายามออดอ้อน กะพริบตาปริบ ๆ ทำสีหน้าน่าสงสาร"ไม่รู้ไม่ชี้""น่านะ แป๊บเดียวเอง แค่สามนาทีก็เสร็จแล้ว"เขาพยายามต่อรอง"คิดว่าตัวเองเป็นอุลตร้าแมนแปลงร่างได้แค่สามนาทีรึไง คราวก่อนเป็นชั่วโมง เล่นเอาเหน็บชากินขาเลย"ไม่สนแล้วต้องใช้เส้นสายของเครือญาติให้เป็นประโยชน์ เขาหันไปหาเค่อตงหยางที่กำลังคุมลูกน้องทำงานอย่างแข็งขัน"คุณลุงเค่อที่เคารพครับ พอดีที่บ้านมีเรื่องด่วน ผม

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 64 คู่แค้นพบกันบนทางแคบ

    ในห้องที่มืดมิด มีแสงเลือนรางไหววูบเป็นบางครั้ง จากเปลวไฟที่ลุกฮือโหมของการระเบิดครั้งใหญ่ ซีเหมินคังยืนถือทวนเงินสงบนิ่งดุจขุนเขา เพราะเขาสัมผัสได้ถึงอันตรายที่ซุกซ่อนอยู่ เมื่อมืดมิดจนมองไม่เห็น เขาเลยพาลหลับตาลง ใช้หูสดับฟังเสียงเคลื่อนไหวแทนฟิ้วววววเสียงกระแสลมของดาบ ที่ตวัดใส่ลำคอของซีเหมินคังแว่วมา เขาสะบัดควงทวนเงินเข้าต้านปะทะติดต่อกันเก้ากระบวนท่า จนเกิดประกายไฟแลบแปลบปลาบเสียงซัดอาวุธบางสิ่งออกมา ลางสังหรณ์ในใจของซีเหมินคัง ส่งสัญญาณเตือนภัยชนิดหนึ่ง บีบให้เขาดีดตัวถอยไปหลบหลังเสาอย่างรวดเร็วบึ้ม…อาวุธที่ซัดออกมาก็คือระเบิดเพลิงขนาดเล็กของจิ้งจอกเพลิงนั่นเอง เล่นเอาเสื้อผ้าของซีเหมินคังไหม้ไปแถบหนึ่ง ไฟลวกหน้าแข้งเล็กน้อย"หึ ๆ เขาถึงว่าคู่แค้นทางคับแคบ ในที่สุดเราทั้งสองคนก็มาเจอกันอีกจนได้ กระสุนนัดนั้น ที่มึงยิงใส่ขากู กูยังจำได้ดี วันนี้มึงต้องตายสถานเดียว"จิ้งจอกเพลิงขยับดาบเก้าห่วง จนเกิดเสียงดังกรุ๊งกริ๊ง"ขอโทษจริง ๆ นะฮ๊า พอดียิงคนมาเยอะมากเลย

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 63 นี่แค่น้ำจิ้ม

    เงาร่างฉินฟ่านพุ่งฉวัดเฉวียน จนพวกเธอตาลายมองตามไม่ทัน เสียงฟาดแก้มก้นดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากหมวดมู่คนแรก แถมแต่ละคนยังถูกลวมลามอีกหลายครั้งพวกสาว ๆ ต่างส่งเสียงร้องวี๊ดว้ายกระตู้วู๊ วิ่งหลบหนีจิ้งจอกเฒ่าจอมลามกกันจ้าละหวั่น ก่อนที่จะมีอะไรเลยเถิดไปกว่านั้น จน กบว. ต้องเซ็นเซอร์ภาพและเสียงทันใดนั้นก็มีเสียงฝีเท้าดังแว่วมาขัดจังหวะ ผัวหนุ่มเมียสาวที่กำลังหยอกเย้ากันอย่างสนุกสนาน ทำเอาทุกคนต้องกลับมาทำตัวสงบเสงี่ยมอีกครั้ง"อะแฮ่ม สวัสดีพี่สาวคนสวยทั้งหลาย เอ่อ…พี่เขยขอโทษที่ขัดจังหวะครับ มีคนมาหาพี่เขย บอกว่านี่เป็นเรื่องด๊วนด่วนนะครับ"เหลียนเฮ่อส่งเสียงดังแหบ เพราะอยู่ในวัยกำลังแตกเนื้อหนุ่ม นมเพิ่งจะแตกพานรายงานอย่างรวบกระชับทันที พร้อมทำสีหน้ากระดากแบบอาย ๆเพราะเขาโตพอที่จะรู้ว่า เมื่อครู่พี่เขยตัวดี ไอดอลขั้นเทพของเขากำลังทำเรื่องดีงามอะไร เขาสาบานกับตัวเองว่าโตขึ้น จะต้องเป็นแบบพี่เขย เอาดีในเรื่องผู้หญิงให้ได้ตอนนี้ทุกคนต่างพากันทำหน้าเขิน ๆ ขณะจัดแจงทรงผมที่ยุ่งเหยิงและเสื้อผ

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 62 ยาหยี

    พวกเขาเก็บอุปกรณ์กล้องอินฟาเรด แล้วเดินลัดเลาะชายป่าท่ามกลางแสงจันทร์ ที่พอเห็นเลือนรางไปอย่างเงียบ ๆ ประมาณหนึ่งชั่วโมงโยโย่เป็นสาวช่างจ้อ แบบที่เรียกว่าอะไรนะ ทอล์คกาทีฟเกิรล์ละมั้ง เดี๋ยวชวนคุยเรื่องโน้น เดี๋ยวเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง แถมมุกตลกของเธอมีเพียบอีก ช่วยทำให้เขาไม่รู้สึกเบื่อหน่ายจนกระทั่งทั้งคู่ถึงน้ำตกสายหนึ่ง จึงตัดสินใจที่จะพักเท้าชั่วคราว ทั้งคู่จึงนั่งลงที่โขดหินหยุดพักดื่มน้ำฉินฟ่านหยิบแผนที่ขึ้นมากางดู เพื่อศึกษาภูมิประเทศ งานนี้เขาทุ่มจนสุดตัว จะให้เกิดข้อผิดพลาดไม่ได้เป็นอันขาด ลมโชยเบา ๆ พัดผ่านตัวเย็นสบายเสียงน้ำจ๋อมแจ๋มแว่วดังมาเบา ๆ สะกิดความสนใจของเขา จนอดไม่ได้ที่จะต้องหันหน้าไปดูภาพที่เห็นทำให้เขาเลือดลมสูบฉีด หายใจถี่เร็ว ลืมสิ้นทุกสิ่งทุกอย่างโลกหล้าใบนี้ไปชั่วขณะร่างของโยโย่ที่เปลือยเปล่าขาวโพลนท่ามกลางแสงจันทร์ เรือนร่างของเธอโผล่พ้นขึ้นเหนือน้ำมาครึ่งตัว ทรวดทรงองค์เอวที่อ่อนช้อย เป็นเส้นสายชวนรัดรึงใจ พราวไปด้วยหยดน้ำเม็ดเล็ก ๆ ที่ไหลรวมหยดเป็นทางยาว ค่อย ๆ ไหลรินผ่านร่องอก

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 61 แฮกเกอร์

    แต่ถ้าจะพูดถึงอีกคนหนึ่ง เมียหลวงเมียน้อยเมียเล็ก เมียใหญ่กลับสนับสนุนจนคะแนนเสียงท่วมท้น ให้ไปกระทืบสุยเก้ามีดให้จมดินโทษฐานที่มันบังอาจเหิมเกริมไม่ยอมแหกตาดูให้ดีว่าซอยลูกเป็ดน้อยนี้ใครคุมติ๋ง! ติ๋ง!หยดเลือดสด ๆ สีแดงคล้ำไหลออกจากปากของสุยเก้ามีดตกกระทบพื้นเป็นจังหวะเหมือนเสียงดนตรีร่างของสุยเก้ามีดนักเลงโตถูกมัดมือไพล่หลังและมัดข้อเท้าทั้งสองข้างด้วยเชือกก่อนจะชักรอกขึ้นไป ทำให้ตอนนี้มันตกอยู่ในสภาพห้อยหัวเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนนี้พวกมันกำลังล้อมชายหนุ่มคนหนึ่งด้วยอาวุธครบมือ โดยไม่ได้คาดคิดเลยแม้แต่น้อยว่าจะเป็นพวกมันเองที่ถูกยำจนเละเป็นโจ๊กเรื่องแก้แค้นคงไม่ต้องคิด มันไม่หวังจะไปต่อกรอะไรอีกแล้ว ตอนนี้ต้องรักษาชีวิตให้ได้ก่อนพลั่วะ! พลั่วะ!อ้ากก! อ้ากก!สุยเก้ามีดกำลังถูกไอ้ฟันเหยินลูกน้องคนสนิทใช้ไม้เบสบอลหวดฟาดใส่ลำตัวนี่เป็นการหวดครั้งที่ยี่สิบ ครบจำนวนพอดีเงาของชายหนุ่มพาดยาวกับพื้น เขายืนอยู่ริมหน้าต่าง กำลังดื่มน้ำอัดลมดับกระหายพลางเดินข้ามร่างของเจ้า

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 60 สาบาน

    หมายเลขสิบสามกลับเดินเลี่ยงออกไปอย่างเงียบ ๆ เพียงลำพังซึ่งในตอนนี้ทุกคนกำลังเพลิดเพลินกับฉากอีโรติกที่ชวนตื่นเต้นเร้าใจอยู่จึงไม่มีใครสนใจเขาเขาไปที่เนินดินหลังห้องส้วม บริเวณนี้ผู้คนไม่ค่อยสัญจรผ่านไปมาเพราะรังเกียจความเหม็น เขาใช้มือขุดดินทรายจนเป็นหลุม แล้วก็เจอเป้ทหารใบหนึ่งที่ถูกฝัง

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 59 แม่ขอโทษ

    “สวัสดีครับแม่”“อ้าว อาเจี้ยนมาแต่เช้าเชียว”กวนอิมเผ็ดยิ้มให้เขาอย่างเอ็นดูตอนนี้เธอถือว่าลู่เจี้ยนเป็นลูกชายคนหนึ่งเช่นเดียวกัน“พี่ใหญ่มาหาฉันแต่เช้าเลย มีธุระอะไรรึเปล่าฮ๊า”ซีเหมินคังยิ้มร่าเดินนวยนาดเข้ามาหา

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 58 แม่ผัวตัวแสบ

    นับแต่โบราณกาลมีคนเคยกล่าวเอาไว้ว่าแม่ผัวกับลูกสะใภ้ยากที่จะอยู่ร่วมกันโดยสันติ เปรียบเสมือนน้ำกับไฟเหมือนหมากับแมว สุดแท้แต่ผู้คนจะเปรียบเปรยในสมัยก่อนฮูหยินผู้เฒ่าปกครองหลังบ้านมือเดียวค้ำฟ้า มีอำนาจเบ็ดเสร็จลูกสะใภ้คนไหนไม่ถูกใจจะสั่งเฆี่ยนตีหรือตบจนฟันหลุดร่วงออกจากปากก็ไม่มีใครกล้าหือเผลอ ๆ

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 57 อย่างนี้ต้องตีให้ตาย

    ตอนที่ฉินฟ่านกำลังปลอบเธอก็มีคุณยายรูปร่างเล็กบอบบางคนหนึ่งที่เดินเหินแทบจะไม่ไหวมาเกาะแขนของเขา“พ่อหนุ่มช่วยหลานสาวตัวน้อยของยายด้วยเถอะคิดซะว่าเอาบุญเถอะนะยายขอร้องล่ะ เธอติดอยู่บนห้องนอนชั้นสามของตึกนั้นยังไม่มีใครช่วยลงมาเลย”เขาหันไปมองกวนอิมเผ็ด เป็นเชิงขอ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status