LOGINนับแต่โบราณกาลมีคนเคยกล่าวเอาไว้ว่าแม่ผัวกับลูกสะใภ้ยากที่จะอยู่ร่วมกันโดยสันติ เปรียบเสมือนน้ำกับไฟเหมือนหมากับแมว สุดแท้แต่ผู้คนจะเปรียบเปรยในสมัยก่อนฮูหยินผู้เฒ่าปกครองหลังบ้านมือเดียวค้ำฟ้า มีอำนาจเบ็ดเสร็จลูกสะใภ้คนไหนไม่ถูกใจจะสั่งเฆี่ยนตีหรือตบจนฟันหลุดร่วงออกจากปากก็ไม่มีใครกล้าหือเผลอ ๆ ถ้าไม่มีหลานชายให้เชยชม ก็จะสั่งให้ลูกชาย ที่สุดแสนจะเชื่อฟัง แต่งอนุภรรยาคนใหม่เข้าบ้าน ลูกสะใภ้ได้แต่นั่งตรอมใจน้ำตาเช็ดหัวเข่า บางครั้งลูกสะใภ้ได้แต่กัดฟันเอาอกเอาใจแม่ผัว แต่ในใจถึงกับก่นด่าสาบแช่งให้อีแก่กระดูกผุคนนี้ ลงไปนอนในโลงยิ่งเร็วได้เท่าไหร่ก็ยิ่งดีนี่แหละแม่ผัวตัวแสบ
แต่ในยุคที่รถยนต์ใช้พลังงานไฟฟ้าบทบาทของทั้งสองฝั่งกลับสวนทางกันอย่างสิ้นเชิงลูกสะใภ้ในยุคนี้ มีความมั่นใจในตัวเองสูงปรี๊ด บางคน…ขอใช้คำว่าบางคน หากแม่ผัวมาหาเรื่องด่าทอเธอก็จะด่าสวนกลับพอผัวเลิกงานกลับมาถึงบ้าน เธอยังด่าผัวเสีย ๆ หาย ๆ เพื่อระบายอารมณ์อีกคนหากผัวตัวดีของเธอเข้าข้างแม่เธอก็แค่ยักไหล่เซย์…กู๊ดบาย
แล้วหาผัวใหม่ก็แค่นั้น
เมฆดำทะมึนเริ่มปกคลุมกระท่อมน้อยกลอยใจของฉินฟ่าน โดยที่เจ้าตัวไม่รู้เรื่อง
รู้ราวอันใดเลย
“นี่ โยโย่ เธอไม่ได้กินข้าวเช้ารึไง เวลาปัดกวาดเช็ดถูบ้านน่ะ ออกแรงหน่อยมันถึงจะสะอาดจะเป็นแม่บ้านแม่เรือนทั้งทีก็ทำให้มันดี ๆ หน่อยไม่ได้รึไง หากมีแขก
เหรื่อมาเยือนเธอไม่อายแต่ว่าฉันอาย เข้าใจไหม”
โยโย่ได้แต่ทำหน้าสลด
“ค่ะ…คุณแม่”
เพียงสามวัน ที่กวนอิมเผ็ดเข้ามารับบทเป็นแม่ผัวเธอคิดว่าต้องตัดไม้ข่มนาม กำราบบรรดาลูกสะใภ้ให้อยู่หมัดไม่อย่างนั้นวันหลังใครคิดกบฏขึ้นมา แล้วยังจะมีใครเชื่อฟังเธอ หวยก็เลยออกที่โยโย่สาวน้อยบอบบางผู้น่าสงสารเป็นคนแรก
เช้านี้กวนอิมเผ็ดรีบแจ้นมาที่บ้านนี้แต่เช้า เพราะว่าวันนี้เป้าหมายของเธอคือ
ซูหลิงเธอนั่งเอกเขนกบนโซฟา จิบน้ำชารออย่างใจเย็น เสียงรองเท้าส้นสูงเดินลงบันไดมา เธอหรี่ตามองดูซูหลิง ในชุดเดรสไหมพรมรัดรูปสีแดงสไตล์ปาดไหล่สายเดี่ยว ช่วงอกเป็นกระดุมแนวตั้งสามเม็ดเธอกลับปลดมันออกสองเม็ด ทำให้แหวกเห็นร่องเนินอกขาวผ่องเป็นยองใย ออกแนวเซ็กซี่เล็ก ๆ เดรสตัวนี้สั้นเลยเข่าขึ้นมาหนึ่งคืบ เธอสวมรองเท้าบู๊ทสีดำยาวขึ้นมาครึ่งหน้าแข้ง
“สวัสดีค่ะคุณแม่มาแต่เช้าเลยนะคะ”
กวนอิมเผ็ดทำเหมือนไม่ได้ยินแถมยังเบ๊ะปาก มองดูเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า
“นี่ซูหลิง ได้ยินว่าเธอเป็นถึงซีอีโอ
ของบริษัทถึงเธอจะมีตำแหน่งหน้าที่การงานใหญ่โตก็เถอะ แต่ยังไงเธอก็เป็นลูกสะใภ้ของฉัน ดังนั้นฉันอยากจะขอเตือนเธอสักคำ เธอมีผัวเป็นตัวเป็นตนแล้วนะ จะแต่งตัวรัดรูปแหวกอกนุ่งสั้น ไปล่อตะเข้ที่ไหนอีกเวลาเดินสวนทางกับไอ้พวกขี้เมา พวกเขาจะไม่คิดว่าเธอเป็นสาวขายบริการหรอกเหรอหากมันลวนลามจับโน่นจับนี่เธอจะทำยังไง แล้วถ้าเกิดเป็นแบบนั้นจริงลูกชายของฉันจะเอาหน้าไปซุกไว้ที่ไหน”
“อ๊ะ คุณแม่พูดแรงเกินไปรึเปล่าคะมันเป็นแฟชั่นค่ะ แฟชั่นที่ผู้หญิงทั่วไปนิยมแต่งกันหนูเองก็ชอบแต่งตัวสไตล์นี้มาแต่ไหนแต่ไรฉินฟ่านเองก็ยังไม่เคยว่าอะไรหนูเลยสักคำนี่คะ”
อุตส่าห์คิดว่าเป็นเช้าที่สดใส แต่นี่เล่นมาหาว่าเธอเป็นอีตัวเลยเหรอ ซูหลิงชักจะอารมณ์ขุ่นมัวขึ้นมาเธอเป็นถึงประธานบริษัท ที่มีมูลค่านับพันล้าน เธอเคยแต่ด่าทอคนอื่นไม่เคยมีใครกล้าขึ้นเสียงกับเธอ
“แม๊ .ร้ายนะยะหล่อนนี่พูดนิดพูดหน่อยแค่นี้ เถียงคอเป็นเอ็นเชียวแล้วไอ้ความเคารพผู้หลักผู้ใหญ่มันหายไปไหนหมด ที่บ้านไม่เคยสั่งเคยสอนบ้างเลยรึไงยะหล่อน”
“หนูไปทำงานสายแล้วค่ะ ขอตัวก่อนนะคะ”
ซูหลิงไม่สนใจที่จะเสวนากับคนแบบนี้
นี่เล่มลามปามมาถึงคุณตาของเธอเลย เธอพูดจบก็เดินเชิดหน้ากระแทกส้น
สูงออกไปทันที
วันต่อมาก็เช่นกัน หมูผัดเปรี้ยวหวานของเหลียนฟ่งเพิ่งจะผัดมาเสร็จใหม่ ๆ ส่งกลิ่นหอมยั่วยวนใจจนกระเพาะของอิ๋งอิ๋งร้องจ๊อก ๆ เธอเอื้อมมือไปหยิบหมูขึ้นมาชิ้นหนึ่ง แล้วเงยหน้าขึ้นกำลังจะหย่อนใส่ปาก
เพี๊ยะ!
“โอ้ย แม่มาตีหนูทำไมคะ”
อิ๋งอิ๋งเอามาลูบต้นแขนที่โดนฟาดอย่างแรงจนหมูกระเด็นตกลงพื้น เธอเอาทิชชูเก็บทิ้งลงถังขยะอย่างเสียดาย
“ทำไมฉันจะตีเธอไม่ได้เป็นผีหิวโหยตายอดตายอยากมาจากไหนกันเธอรู้จักบ้างไหม คำว่ามารยาทบนโต๊ะอาหารน่ะ คนอื่นยังมากันไม่ทันครบเธอก็เล่นเอามือหยิบกินก่อนแล้วฮึ่ย จิ๊จิ๊จิ๊ แม่คนนี้นี่นิสัยแย่จริง ๆ เลยเชียวยังจะมาทำหน้าหงิกหน้างออีกฉันกำลังสั่งกำลังสอนเธออยู่นะ
หากว่าฉันไม่เข้มงวดกวดขันพวกเธอ แล้วใครจะทำ”
“แต่แม่คะหนูกินแค่ชิ้นเดียวเอง
เจ๊ฟ่งก็เห็นหนูชิมอยู่บ่อย ๆ ยังไม่เห็นจะว่าอะไรหนูเลย”
“พวกเด็กสมัยนี้นี่แย่จริง ๆ เลยผู้ใหญ่สอนก็เพราะหวังดี นี่มันท่าทีอะไรกันเถียงคำไม่ตกฟาก แล้ววันหลังจะสอนลูกสอนหลานได้ยังไงกัน”
แล้วก็มาถึงคิวของตำรวจสาวเจ้าเสน่ห์
หมวดมู่ปิงปิงเสือดาวเหล็ก ก็ต้องเดินมาสะดุดตอเข้าจังเบ้อเร่อ
“นี่ เสี่ยวปิงถึงฉันจะแก่แล้วแต่ก็เคยเป็นสาว ๆ มาก่อนฉันเข้าใจแฟชั่นสมัยนี้ดี ตอนไปร้านเสริมสวยก็เปิดหนังสือนิตยสารแฟชั่นดูออกจะบ่อยคนเราน่ะนะ การแต่งกายก็ควรที่จะพอเหมาะพองามฉันไม่เข้าใจว่า เธอจะดันทรงให้นมมัน
ตู้ม จนแทบล้นทะลัก ออกมาทำไมกันตั้งมากมาย”
มู่ปิงปิงถอนหายใจเฮือกใหญ่
“คุณแม่คะนี่ของจริงค่ะ คุณแม่จะลองจับดูไหมคะ”
มู่ปิงปิงยื่นหน้าอกให้เธอลองจับดู
กวนอิมเผ็ดก็ไม่ได้เกรงใจหรือไว้หน้าหมวดมู่บ้างเลยสักนิด เธอยื่นมือไปลองบีบดู หา…ของจริงรึนี่ แม่คนนี้เมื่อชาติก่อนทำบุญด้วยส้มโอรึไงกัน ชาตินี้ถึงได้น่าอิจฉาซะขนาดนี้ ไม่ได้ ไม่ได้ ต่อไปเวลาสวดมนต์ไหว้พระเห็นทีจะต้องถวายส้มโอมั่ง
“เฮอะ ของจริงก็ของจริงสิคิดว่านมใหญ่หน่อยวิเศษวิโสมากเลยรึไง แล้วทำไมต้องใส่ชุดที่มันรัดติ้วขนาดนี้ด้วยอยากจะโชว์นมโชว์ตูดให้คนอื่นดูมากเลยรึไง”
“คุณแม่คะนี่มันชุดเครื่องแบบตำรวจนะคะ ไม่ให้ใส่ชุดนี้แล้วหนูควรจะใส่ชุดไหนเหรอคะถ้าไม่มีอะไรหนูขอตัวก่อนค่ะหนูต้องรีบไปสอบปากคำฆาตกรฆ่าหั่นศพแถมยังต้องไปแผนกนิติเวช แวะไปดูศพที่ถูกหั่นซะเละเทะ กระจัดกระจายเป็นชิ้น ๆ เฮ้อ ความจริงหนูเองก็ไม่อยากไปที่นั่นนักหรอกค่ะเพราะคราวก่อนดันมีผีผู้หญิงลิ้นจุกปากเพราะผูกคอตาย ตามมาถึงบ้านเลยค่ะ”
กวนอิมเผ็ดถึงกับรู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆ วูบวาบยังไงชอบกล เธอยิ่งเป็นคนขี้กลัวผีจนขึ้นสมองอยู่ด้วยไม่ดีไม่ดีวันหลังยุ่งกับแม่นี่น้อย ๆ หน่อยจะดีกว่า
“เอ่อ งั้นก็รีบ ๆ ไปเถอะ”
สตรอว์เบอร์รี่ชีสเค้กหน้าตาแสนจะน่ากิน แถมยังซื้อมาจากร้านของเชฟชื่อดังที่แปะยี่ห้ออันเก่าแก่ของร้านการันตีถึงความเอร็ดอร่อย แต่กลับถูกคุณหนูสี่ตักกินไปแค่สองคำเล็ก ๆ แล้วเธอก็วางช้อนเช็ดปากเพราะว่าเธอเป็นคนรักษาหุ่น
“ทำไมถึงไม่กินต่ออีกหน่อยละ กินน้อยจนผอมแห้งเป็นไม้เสียบผีแล้วแม่คนนี้นี่ไม่ไหวเลยจริง ๆ วันหลังถ้าเธอมีลูกจะมีน้ำนมให้ลูกรึไงกัน”
วันนี้กวนอิมเผ็ดเล็งขีปนาวุธมาที่คุณหนูสี่พอดี สบโอกาสงานนี้ต้องเล่นเธอหนัก ๆ เอาให้อยู่หมัด อย่าให้เสียฤกษ์ยามอันเป็นมงคล
“หนูอิ่มแล้วค่ะ”
คุณหนูสี่ตอบแบบสบาย ๆ พร้อมยกถ้วยชาร้อนขึ้นจิบ แต่คุณหนูสี่หารู้ไม่ว่ากริยาท่าทางกรีดกรายที่เฉิดฉายเต็มเปี่ยมไปด้วยสง่าราศีของคุณหนูลูกผู้ดีมีเงินอย่างเธอกลับไปขวางหูขวางตา แม่ผัวมหาประลัยคนนี้ซะเหลือเกิน
“เฮอะ! วันก่อนฉันเห็นเธอสั่งสเต๊กมากินแค่สองคำ ก็เลิกกิน อีแบบนี้แถวซอยลูกเป็ดน้อยบ้านฉันเค้าเรียกว่า กินทิ้งกินขว้าง ใช้เงินสุรุ่ยสุร่ายไม่รู้จักประหยัด คิดว่าตัวเองร่ำรวยมาจากไหนกันเชียวยะเงินทองที่จับจ่ายใช้สอยในบ้านนี้ก็เป็นเงินของลูกชายฉันทั้งนั้น”
กวนอิมเผ็ดเพิ่งจะเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ของบ้านหลังนี้จึงยังไม่รู้จักภูมิหลังของลูกสะใภ้ครึ่งโหลเหล่านี้ดีว่าแต่ละคนล้ำลึกสุดจะหยั่งขนาดไหน
“บ้านหนูเองก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไรมากมายนักหรอกค่ะ แต่…อย่างน้อยก็คงพอที่จะซื้อเมืองเล็ก ๆ นี้ได้”
“เชอะ! แม่คนนี้ฉันขอเตือนเธอด้วยความหวังดีคนเราน่ะไม่ใช่สักแต่ว่าคุยโวโอ้อวดไปเรื่อย คิดว่าที่บ้านของเธอมีเหมืองทองให้ขุดรวยเป็นหมื่นล้านรึยังไงกันยะ”
คุณหนูสีหน้านิ่งเรียบเฉยไม่หือไม่อือ จนเหลียนฟ่งรู้สึกอดรนทนไม่ได้จนต้องออกโรงแทนเธอแกล้งกระซิบเสียงเบา ๆ ราวกับกลัวใครมาได้ยินเข้า
“อ้าว คุณแม่รู้ได้ยังไงคะว่าลูกสะใภ้ที่ไม่ถูกโฉลกคนนี้ของคุณแม่ที่บ้านของเธอ โคตรอภิมหารวยเป็นหมื่นล้านต่อให้กินทิ้งกินขว้างอีกสิบชาติก็ไม่มีทางจนหรอกค่ะอ้อ…ใช่แล้วพักก่อนลูกชายแม่ไปฝึกวิทยายุทธที่บ้านของเธอพวกเราก็ไปพักอยู่ที่นั่นกันทุกคนแต่ว่าหนูเดินเราะรั้วบ้านของเธอเล่นตั้งสามวันสามคืน ยังไปไม่รอบบ้านของเธอเลยค่ะ”
“เชอะ! เธออย่ามาอำกันซะให้ยาก ใครเชื่อก็บ้าแล้ว”
“คิกคิก คนเราพอแก่ตัวลงสายตาก็ฝ้าฟาง เผลอ ๆ สติเลอะเลือนจนกู่ไม่กลับก็ได้นะคะ ถ้าคุณแม่ไม่เชื่อก็ลองถามลูกชายสุดที่รักของคุณแม่ดูสิคะเขาคงไม่โกหกคุณแม่หรอกค่ะโน่น เขาเดินมาโน่นแล้วค่ะ”
ซูหลิงที่กำลังให้อิ๋งอิ๋งเพ้นท์เล็บมือให้
พูดแย็บแม่ผัวไปดอกหนึ่งเธอเป็นคนเจ็บแล้วจำ ประเภทแค้นฝังหุ่นซะด้วยสิ อยากมาหาว่าเธอเป็นอีตัวดีนัก
“ยัยซูหลิงอย่ามาทำปากดีให้มากนัก
นี่เธอกำลังแขวะฉันอยู่ใช่ไหม”
“อุ๊ย ตายแล้วหนูจะไปกล้าแขวะคุณแม่ได้ยังไงกันละคะ หนูก็แค่พูดความจริงก็เท่านั้นเองค่ะ”
“เฮอะ มีลูกสะใภ้ทั้งทีไม่ได้ดั่งใจเลยสักคน คิดไม่ถึงเลยจริง ๆ ว่าพวกเธอจะปากจัดได้ใจกันซะชนาดนี้”
เอ…แต่ว่ารวยเป็นหมื่นล้านจริงเหรอ ถ้าเกิดว่าฉันไปถามแล้วเจ้าหัวหมูดันตอบกลับมาว่าจริงฉันคงเสี่ยเหลี่ยมแย่เลย ชิ่งก่อนดีกว่า ใช่แล้ววันหลังยังมีโอกาสแก้มือ
“อะแฮ่ม ฉันไม่อยากคุยไร้สาระกับพวกเธอไปเล่นกับยูนาหลานย่าดีกว่า”
พอกวนอิมเผ็ดจากไปสาว ๆ ก็สบตากันเพราะรู้ทันเธอ พร้อมกับระเบิดเสียงหัวเราะกันเป็นที่ครื้นเครง
ฉินฟ่านเพิ่งกลับมาจากวิ่งออกกำลังกายเห็นสาว ๆ หัวเราะกันงอหายก็อดที่จะแปลกใจไม่ได้
“คุยอะไรกับคุณแม่เหรอครับท่าทางสนุกเชียว”
มู่ปิงปิงดึงมือให้เขานั่งลงส่วนโยโย่เทน้ำเย็นมาให้เขาดื่ม
“คุยเรื่องคนบ้ากันอยู่นะค่ะ”
คุณหนูสี่พูดยิ้ม ๆ
“หือ คนบ้าที่ไหนเหรอแต่พูดก็พูดเถอะนะ ตอนแรกผมยังคิดว่า พวกคุณจะมีปัญหาแม่ผัวกับลูกสะใภ้ซะอีก แต่ตอนนี้เห็นพวกคุณเข้ากันได้ดี ผมก็ค่อยหมดห่วงหน่อยผมไปอาบน้ำก่อนนะ”
ช่วงนี้ทุกเช้าพวกเธอจะตื่นแต่ไก่โห่
แล้วรีบแต่งตัวออกไปทำงานส่วนโย่โย่กับอิ๋งอิ๋งก็จะหมกตัวอยู่ในห้องไม่ยอมลงมานั่งเล่นที่ห้องโถงชั้นล่างเพราะแม่ผัวตัวแสบมักจะมาคอยเล่นงานพวกเธอในตอนเช้าเสมอ เช้าวันนี้กวนอิมเผ็ดถึงกับไม่เจอลูกสะใภ้สักคน
“นี่ สาว ๆ พวกนั้นหายไปไหนกันหมด”
กวนอิมเผ็ดนั่งคอยเหยื่ออยู่นานสองนานแต่ไม่เห็นมีใครโผล่มาให้เชือดเลยสักคน
“ไปทำงานกันหมดแล้วค่ะ”
เหลียนฟ่งกำลังเตรียมอาหารเช้าอยู่
จึงตอบแบบขอไปที
กวนอิมเผ็ดหรี่ตานั่งกระดิกเท้าพลางคิดว่าคนอื่นไม่อยู่ก็ช่างปะไรวันนี้เล่นงานเหลียนฟ่งไปพลาง ๆ ก่อนก็ได้ไหน ๆ ก็มาแล้วอย่าให้เสียเที่ยว แต่ว่าเราจะเล่นเธอเรื่องอะไรดีนะ เรื่องงานบ้านงานเรือนเธอก็จัดแจงทำคนเดียวซะสะอาดเรียบร้อยอาหารที่เธอทำรสมือก็อร่อย นับได้ว่าเป็นแม่บ้านแม่เรือนที่ดีมากเลยแต่งตัวสไตล์เสื้อยืดกางเกงยีนส์อาจจะเป็นวัยรุ่นจ๋าไปสักหน่อย แต่ก็ดูมิดชิดดี แต่งหน้าก็แค่เติมแป้งทาลิปบาง ๆ นี่…เธอไม่มีจุดอ่อนบ้างเลยรึไง ฮึฮึ ไม่เป็นไร คิดแผนสองออกแล้ว แผนจิกหัวใช้ดั่งข้าทาส
“ฉันปวดขามานวดให้หน่อยสิ”
กวนอิมเผ็ดนอนเอนตัวเหยียดยาวลงบนโซฟาวางท่าดุจฮองไทเฮา สั่งนางกำนัลข้าทาสผู้ต่ำต้อย
“ขอหนูทำกับข้าวให้เสร็จก่อนแล้วค่อยไปนวดให้ได้ไหมคะ”
เหลียนฟ่งกำลังขอดเกล็ดปลาจนมือระวิง
“หูหนวกรึไงวันนี้ชั้นรู้สึกปวดเมื่อยชอบกลหรือว่าเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แค่นี้ ฉันก็ใช้เธอไม่ได้ต้องให้ฉันเอ่ยปากอ้อนวอนขอร้องเธอรึไง”
“เอ่อ ขอโทษค่ะ หนูจะไปนวดให้เดี๋ยวนี้ค่ะ”
เหลียนฟ่งนั่งลงข้างเธอแล้วเริ่มนวดขาให้อย่างขะมักเขม้น
“นี่ัออกแรงหน่อยสิ งานแค่นี้ก็ทำไม่ได้เรื่อง นี่มันแรงไปแล้วเธอจะฆ่าฉันรึไงกัน”
เธอได้แต่ทน ทนนวดไปนวดมายี่สิบนาทีจนรู้สึกเมื่อยมือไปหมด ยังดีที่แม่ผัวหลับไปแล้ว แต่พอเธอลุกขึ้นแค่นั้นแหละ เสียงของเจ้ากรรมนายเวรที่ตามมาหลอกหลอนจากชาติปางก่อนก็ดังขึ้นอีก
“นี่ฉันหิวแล้ว ไปซื้อโจ๊กเห็ดหอม ร้านหอบูรพามาให้หน่อยสิ”
“เอ่อ โจ๊กร้านนั้นต้องนั่งรถไปตั้งสามสิบนาที คุณแม่รอนิดหน่อยได้ไหมคะ หนูทำอาหารแป๊บเดียวก็เสร็จแล้วค่ะ”
“ไม่เอา…ฉันนะแก่แล้ว เช้า ๆ ก็ต้องกินอาหารเบา ๆ สิชั้นอยากจะกินโจ๊กเห็ดหอมร้านนั้นตกลงจะไปหรือไม่ไปหรือว่าต้องให้คนแก่อย่างฉัน ถ่อสังขารไปซื้อมาเอง”
เหลียนฟ่งกัดฟันกำหมัดแน่นนี่มันแกล้งกันชัด ๆ
“ได้ค่ะ หนูจะไปซื้อให้”
แต่พอเธอซื้อโจ๊กกลับมา
“นี่ไปมาตั้งนานสองนาน เธอคงมัวแต่เถลไถลอยู่ละสิ ดูสิโจ๊กเย็นชืดแบบนี้ จะกินลงไปได้ยังไงกัน”
และแล้วด้วยเหตุวันโลกาวินาศที่มาเยือนครั้งแล้วครั้งเล่าการประชุมลับของสะใภ้ตระกูลฉินก็ถือกำเนิดขึ้น ที่มุมสวนกล้วยไม้ตอนสิบเอ็ดนาฬิกา
“เจ๊ฟ่ง ฉันทนไม่ไหวแล้วนะพวกเราโดนเล่นงานเป็นรายวันแบบนี้ จะยอมอยู่เฉยได้ไง เจ๊เป็นพี่ใหญ่ของพวกเราแค่เจ๊สั่งมาคำเดียวฉันจะเชือดทิ้งให้เอง”
โยโย่โมโหจนควันออกหู
“ยัยบ้า เรื่องแค่นี้ ถึงกับคิดจะฆ่าจะแกงกันเลยรึไง นั่นแม่สามีของเธอนะ พวกเราลองช่วยกันแสดงความคิดเห็นออกมากันหน่อยสิ ว่าจะทำยังไงกันดี”
ซูหลิงตีแขนของโยโย่พร้อมส่งเสียงท้วงติงทันที
“เจ๊ฟ่ง รึว่าเราจะบอกให้ผัวเรารู้ถึงพฤติกรรมของคุณแม่ จะได้ไปเตือนคุณแม่หน่อยว่าอย่ามาข่มเหงรังแกกันแบบนี้ ดีไหมคะ”
คุณหนูสี่เสนอแนวทางเป็นคนแรก
“แบบนั้นสามีเราก็กลุ้มใจแย่ละสิฝั่งนี้ก็เมีย ฝั่งนั้นก็แม่”
เหลียนฟ่งส่ายหน้าปฏิเสธความคิดนี้
มู่ปิงปิงขยับเข้ามาใกล้เอามือป้องปากแล้วกระซิบเบา ๆ ว่า
“ยืมมีดฆ่าคนดีไหมคะ”
“ทำยังไงคะ”
อิ๋งอิ๋งสงสัย นี่มู่ปิงปิงจะมาไม้ไหน
“ก็แจ้งตำรวจว่า เธอมีสารเสพติดในครอบครอง พอตำรวจมาค้นก็ยัดยาบ้าไปสักเม็ดสองเม็ด”
“ไม่ดีแน่นั่นต้องติดคุกติดตะรางเลยนะคะ”
“รึไม่ก็โมเมว่า เธอคือแก๊งฉ้อโกงตามหมายจับกักตัวเธอไว้ที่สถานีตำรวจสักวันสองวัน แต่พอสอบสวนแล้ว ก็บอกว่าจับมาผิดตัว เราก็ค่อยปล่อยให้เธอกลับบ้าน
งานนี้ให้ลูกน้องฉันจัดการรับรองว่าเนียนกริบ เธอคงจะสงสัยว่าเป็นฝีมือของพวกเรา วันหลังถ้าจะลงไม้ลงมือกับเราอีกเธอก็คงต้องคิดหนักหน่อย”
ฮึ ตำรวจอย่างเธอใช้ลูกไม้นี้ออกจะบ่อย
“เฮ้อ ความคิดของเธอก็ดีอยู่หรอกนะ แต่ถ้าต้องแลกกันคนละหมัด ไม่มีการเจรจาปรองดองให้เรื่องราวยุติลง แล้วถ้าหากว่าเรื่องมันเกิดบานปลายขึ้นมา คนที่น่าสงสารที่สุดก็คงเป็นสามีของพวกเราที่ไม่รู้จะเข้าข้างใครดี”
เหลียนฟ่งยังคงไม่เห็นด้วยอยู่ดี
“งั้นก็วางยา…ใส่สลอท”
“ไม่ได้ เกิดเธอใส่ยาหนักมือเกินไปแล้วแม่ท้องเสียสามวันสามคืนจนอาการร่อแร่บักโกรกมีหวังผัวเราโกรธพวกเราตายเลย”
“งั้นแอนตี้เธอ ไม่คุยไม่มองเหมือนเธอไม่มีตัวตน”
“แต่นี่ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหา”
“เฮ้อ ไอ้นั่นก็ไม่ได้ ไอ้นี่ก็ไม่ดี แล้ว จะทำยังไง”
ทุกคนได้แต่ถอนหายใจพลางทำหน้าเก๊กซิม
“แต่งทูตเจริญสัมพันธไมตรี”
คุณหนูสี่เอ่ยขึ้นเบา ๆ เธอบังเอิญนึกวิธีนี้ขึ้นมาได้ เธอเป็นหนอนหนังสือจำได้ว่าเคยอ่านข่าวเรื่องประธานาธิบดีมูน แจ-อินผู้นำเกาหลีใต้มีแผนจะส่งทูตพิเศษไปยังเกาหลีเหนือ เพื่อเจรจาให้คาบสมุทรเกาหลีปลอดจากอาวุธนิวเคลียร์
ทุกคนเริ่มสนใจวิธีนี้ จึงตั้งอกตั้งใจเธอพูด
“ไหนลองอธิบายมาซิ”
คุณหนูสี่ถึงกับยิ้มพรายที่ทุกคนสนใจแผนการของเธอ เธอโน้มตัวไปพูดเสียงเบา ๆ
“ถ้าจะอธิบายง่าย ๆ ก็คือ ประเทศ A กับประเทศ B ทำศึกสงครามยิงกันอุตลุดผลเสียคืออะไร”
“เสียเงินทองซื้ออาวุธ”
“มีคนตายไปมากมาย”
“ทำมาค้าขายไม่ได้”
“เพาะปลูกไม่ได้”
ทุกคนแย่งกันตอบ
“ถูกต้องเพราะผู้นำประเทศ A คิดเช่นนั้น จึงได้ส่งทูตไปเจรจาขอสงบศึกยุติการยิงฝ่ายผู้นำประเทศ B เมื่อฟังเหตุผลก็เห็นด้วย ทั้งสองฝ่ายจึงตกลงเซ็นสัญญาสงบศึก ในลักษณะเดียวกันที่คุณแม่ทำศึกกับพวกเรา แต่ทูตคนนี้จะต้องเป็นคนที่มากด้วยบารมี ที่จะทำให้แม่ผัวเราอย่างน้อยยังต้องไว้หน้าเขาอยู่สามส่วน”
ทุกคนนั่งคิดในใจว่าจะเลือกใครไปเป็นทูตดี
“เธอคงมีตัวเลือกอยู่ในใจแล้วใช่ไหม”
“แน่นอนอยู่แล้วค่ะ นั่นไงคะ พระเอกขี่ม้าขาวของเรามาโน่นแล้ว”
รอยยิ้มของคุณหนูสี่ดูเบ่งบานงดงาม
ดุจดอกโบตั๋น
ทุกคนต่างพร้อมใจกันหันขวับ ไปดูว่าใครเป็นพระเอกกันแน่แล้วพวกเธอก็เห็นรถยนต์คันหรู McLaren 675LT สีขาวแล่นเข้ามาจอดที่โรงรถพอดีคนที่เปิดประตูลงมาคือลู่เจี้ยน
คุณหนสี่ร่ายยาวต่อ
“ทำไมจึงต้องเป็นเขา เหตุผลมีสองข้อ
ข้อแรกคือถ้าพูดถึงเจ้าพ่อคนแรกที่ชาวเมืองซูโจวคิดถึงจะเป็นใคร ก็คือลู่เจี้ยน
กิเลนลู่แน่นอนแม่สามีของพวกเรา ก็เป็นชาวซูโจว”
“แล้วข้อสองล่ะ”
“เขาคือพี่ชายร่วมสาบานของฉินฟ่าน ซึ่งสามีของเรารักพี่ชายคนนี้มาก”
“ตกลงตามนี้โยโย่ไปเชิญทูตมาดื่มกาแฟกันเลยจะได้คุยเรื่องสนธิสัญญาคุณหนูสี่”
เหลียนฟ่งตัดสินใจทันที พอลู่เจี้ยน
มาถึงเธอก็ค่อย ๆ เล่าเรื่องให้เขาฟัง พอเขารับรู้ปัญหาก็ตกลงจะเป็นคนเจรจาให้
พอเช้าวันรุ่งขึ้นเขาก็ขับรถตรงดิ่งไปวิลล่าที่กวนอิมเผ็ดอาศัยอยู่ทันทีพอเดินเข้าไปในห้องนั่งเล่น ก็เจอกวนอิมเผ็ดกำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่พอดี
ปัง ปัง ปัง ปัง!เสียงประทัดพวงยาวเหยียดดังสนั่นหวั่นไหวพร้อมเสียงรัวกลองเชิดสิงโตสร้างความครึกครื้นให้ผู้ชมที่มากันเนืองแน่น เพราะข่าวที่แพร่กระจายมาอย่างต่อเนื่อง ว่าโครงการโรงเรียน "พี่สาวนางฟ้า" ริเริ่มโดยหมอเทวดาฉินฟ่าน ซึ่งค่าเล่าเรียนทุกอย่างฟรีหมดจนคนที่ทราบข่าวต่างยกนิ้วชมเชย บางคนมีฐานะจึงยินดีที่จะบริจาคเงินทอง เพื่อสร้างชุมชนที่น่าอยู่ เพื่ออนาคตของลูกหลานชาวเมืองซูโจวถึงขนาดมีคนยุให้หมอเทวดาเล่นการเมือง เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รับประกันว่าคะแนนเสียงถล่มทลาย แต่บรรดาอาซิ่มอาซ้อกลับอยากให้เขาเป็นพระเอกหนังซีรีส์ซะมากกว่า เพราะเขานั้นหล่อบาดลึกไปถึงขั้วหัวใจของพวกเธอคุณหนูสี่ขึ้นเวทีไปกล่าวเปิดงานในฐานะประธานกลุ่มทุน "พี่สาวนางฟ้า" เสียงปรบมือดังสนั่นหวั่นไหว ช่วงนี้มีผู้สื่อข่าวหลายสำนัก มาขอสัมภาษณ์เธอไม่เว้นวันจนเธอยุ่งหัวฟูหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ที่ได้ยลโฉมงามล่มเมืองของคุณหนูสี่ ต่างคลั่งไคล้ขอเป็นแฟนคลับเธอ แต่ละคนต่างแย่งกันบริจาคเงินออกมาก้อนโต เพื่ออวดโอ่ฐานะความร่ำรวยเพราะถ้าได้แต่งกับเธอ มันเฮงยิ่งกว่าหนูตกถังข้าว
ทั้งสองส่งเสียงหัวเราะวิ่งหยอกล้อกันออกไป ตอนนี้ทุกอย่างสงบลงแล้ว คนตายก็ตายไป คนเจ็บก็ส่งโรงพยาบาล คนมอบตัวก็เตรียมไปกินข้าวแดงในคุกได้เลย ตำรวจเริ่มเคลียร์สถานที่ ยึดอาวุธสงครามได้เป็นจำนวนมาก มากพอที่จะเลื่อนยศเลื่อนตำแหน่งให้หลาย ๆ คนในศึกครั้งนี้ฉินฟ่านเดินกระแซะเข้าไปใกล้ ๆ กระซิบชวนมู่ปิงปิงไปจู๋จี๋ดู๋ดี๋กันที่น้ำตก แต่เธอค้อนขวับวงใหญ่ แถมแกล้งทำเสียงดุใส่"งานยังไม่เสร็จ ไปไม่ได้""น่านะ คนดียอดรักของฟ่าน เสร็จงานแล้ว ก็ต้องมีการตบรางวัลบิ๊กโบนัสกันบ้างสิ ใช่ไหมจ๊ะทูนหัวจ๋า"เขาพยายามออดอ้อน กะพริบตาปริบ ๆ ทำสีหน้าน่าสงสาร"ไม่รู้ไม่ชี้""น่านะ แป๊บเดียวเอง แค่สามนาทีก็เสร็จแล้ว"เขาพยายามต่อรอง"คิดว่าตัวเองเป็นอุลตร้าแมนแปลงร่างได้แค่สามนาทีรึไง คราวก่อนเป็นชั่วโมง เล่นเอาเหน็บชากินขาเลย"ไม่สนแล้วต้องใช้เส้นสายของเครือญาติให้เป็นประโยชน์ เขาหันไปหาเค่อตงหยางที่กำลังคุมลูกน้องทำงานอย่างแข็งขัน"คุณลุงเค่อที่เคารพครับ พอดีที่บ้านมีเรื่องด่วน ผม
ในห้องที่มืดมิด มีแสงเลือนรางไหววูบเป็นบางครั้ง จากเปลวไฟที่ลุกฮือโหมของการระเบิดครั้งใหญ่ ซีเหมินคังยืนถือทวนเงินสงบนิ่งดุจขุนเขา เพราะเขาสัมผัสได้ถึงอันตรายที่ซุกซ่อนอยู่ เมื่อมืดมิดจนมองไม่เห็น เขาเลยพาลหลับตาลง ใช้หูสดับฟังเสียงเคลื่อนไหวแทนฟิ้วววววเสียงกระแสลมของดาบ ที่ตวัดใส่ลำคอของซีเหมินคังแว่วมา เขาสะบัดควงทวนเงินเข้าต้านปะทะติดต่อกันเก้ากระบวนท่า จนเกิดประกายไฟแลบแปลบปลาบเสียงซัดอาวุธบางสิ่งออกมา ลางสังหรณ์ในใจของซีเหมินคัง ส่งสัญญาณเตือนภัยชนิดหนึ่ง บีบให้เขาดีดตัวถอยไปหลบหลังเสาอย่างรวดเร็วบึ้ม…อาวุธที่ซัดออกมาก็คือระเบิดเพลิงขนาดเล็กของจิ้งจอกเพลิงนั่นเอง เล่นเอาเสื้อผ้าของซีเหมินคังไหม้ไปแถบหนึ่ง ไฟลวกหน้าแข้งเล็กน้อย"หึ ๆ เขาถึงว่าคู่แค้นทางคับแคบ ในที่สุดเราทั้งสองคนก็มาเจอกันอีกจนได้ กระสุนนัดนั้น ที่มึงยิงใส่ขากู กูยังจำได้ดี วันนี้มึงต้องตายสถานเดียว"จิ้งจอกเพลิงขยับดาบเก้าห่วง จนเกิดเสียงดังกรุ๊งกริ๊ง"ขอโทษจริง ๆ นะฮ๊า พอดียิงคนมาเยอะมากเลย
เงาร่างฉินฟ่านพุ่งฉวัดเฉวียน จนพวกเธอตาลายมองตามไม่ทัน เสียงฟาดแก้มก้นดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากหมวดมู่คนแรก แถมแต่ละคนยังถูกลวมลามอีกหลายครั้งพวกสาว ๆ ต่างส่งเสียงร้องวี๊ดว้ายกระตู้วู๊ วิ่งหลบหนีจิ้งจอกเฒ่าจอมลามกกันจ้าละหวั่น ก่อนที่จะมีอะไรเลยเถิดไปกว่านั้น จน กบว. ต้องเซ็นเซอร์ภาพและเสียงทันใดนั้นก็มีเสียงฝีเท้าดังแว่วมาขัดจังหวะ ผัวหนุ่มเมียสาวที่กำลังหยอกเย้ากันอย่างสนุกสนาน ทำเอาทุกคนต้องกลับมาทำตัวสงบเสงี่ยมอีกครั้ง"อะแฮ่ม สวัสดีพี่สาวคนสวยทั้งหลาย เอ่อ…พี่เขยขอโทษที่ขัดจังหวะครับ มีคนมาหาพี่เขย บอกว่านี่เป็นเรื่องด๊วนด่วนนะครับ"เหลียนเฮ่อส่งเสียงดังแหบ เพราะอยู่ในวัยกำลังแตกเนื้อหนุ่ม นมเพิ่งจะแตกพานรายงานอย่างรวบกระชับทันที พร้อมทำสีหน้ากระดากแบบอาย ๆเพราะเขาโตพอที่จะรู้ว่า เมื่อครู่พี่เขยตัวดี ไอดอลขั้นเทพของเขากำลังทำเรื่องดีงามอะไร เขาสาบานกับตัวเองว่าโตขึ้น จะต้องเป็นแบบพี่เขย เอาดีในเรื่องผู้หญิงให้ได้ตอนนี้ทุกคนต่างพากันทำหน้าเขิน ๆ ขณะจัดแจงทรงผมที่ยุ่งเหยิงและเสื้อผ
พวกเขาเก็บอุปกรณ์กล้องอินฟาเรด แล้วเดินลัดเลาะชายป่าท่ามกลางแสงจันทร์ ที่พอเห็นเลือนรางไปอย่างเงียบ ๆ ประมาณหนึ่งชั่วโมงโยโย่เป็นสาวช่างจ้อ แบบที่เรียกว่าอะไรนะ ทอล์คกาทีฟเกิรล์ละมั้ง เดี๋ยวชวนคุยเรื่องโน้น เดี๋ยวเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง แถมมุกตลกของเธอมีเพียบอีก ช่วยทำให้เขาไม่รู้สึกเบื่อหน่ายจนกระทั่งทั้งคู่ถึงน้ำตกสายหนึ่ง จึงตัดสินใจที่จะพักเท้าชั่วคราว ทั้งคู่จึงนั่งลงที่โขดหินหยุดพักดื่มน้ำฉินฟ่านหยิบแผนที่ขึ้นมากางดู เพื่อศึกษาภูมิประเทศ งานนี้เขาทุ่มจนสุดตัว จะให้เกิดข้อผิดพลาดไม่ได้เป็นอันขาด ลมโชยเบา ๆ พัดผ่านตัวเย็นสบายเสียงน้ำจ๋อมแจ๋มแว่วดังมาเบา ๆ สะกิดความสนใจของเขา จนอดไม่ได้ที่จะต้องหันหน้าไปดูภาพที่เห็นทำให้เขาเลือดลมสูบฉีด หายใจถี่เร็ว ลืมสิ้นทุกสิ่งทุกอย่างโลกหล้าใบนี้ไปชั่วขณะร่างของโยโย่ที่เปลือยเปล่าขาวโพลนท่ามกลางแสงจันทร์ เรือนร่างของเธอโผล่พ้นขึ้นเหนือน้ำมาครึ่งตัว ทรวดทรงองค์เอวที่อ่อนช้อย เป็นเส้นสายชวนรัดรึงใจ พราวไปด้วยหยดน้ำเม็ดเล็ก ๆ ที่ไหลรวมหยดเป็นทางยาว ค่อย ๆ ไหลรินผ่านร่องอก
แต่ถ้าจะพูดถึงอีกคนหนึ่ง เมียหลวงเมียน้อยเมียเล็ก เมียใหญ่กลับสนับสนุนจนคะแนนเสียงท่วมท้น ให้ไปกระทืบสุยเก้ามีดให้จมดินโทษฐานที่มันบังอาจเหิมเกริมไม่ยอมแหกตาดูให้ดีว่าซอยลูกเป็ดน้อยนี้ใครคุมติ๋ง! ติ๋ง!หยดเลือดสด ๆ สีแดงคล้ำไหลออกจากปากของสุยเก้ามีดตกกระทบพื้นเป็นจังหวะเหมือนเสียงดนตรีร่างของสุยเก้ามีดนักเลงโตถูกมัดมือไพล่หลังและมัดข้อเท้าทั้งสองข้างด้วยเชือกก่อนจะชักรอกขึ้นไป ทำให้ตอนนี้มันตกอยู่ในสภาพห้อยหัวเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนนี้พวกมันกำลังล้อมชายหนุ่มคนหนึ่งด้วยอาวุธครบมือ โดยไม่ได้คาดคิดเลยแม้แต่น้อยว่าจะเป็นพวกมันเองที่ถูกยำจนเละเป็นโจ๊กเรื่องแก้แค้นคงไม่ต้องคิด มันไม่หวังจะไปต่อกรอะไรอีกแล้ว ตอนนี้ต้องรักษาชีวิตให้ได้ก่อนพลั่วะ! พลั่วะ!อ้ากก! อ้ากก!สุยเก้ามีดกำลังถูกไอ้ฟันเหยินลูกน้องคนสนิทใช้ไม้เบสบอลหวดฟาดใส่ลำตัวนี่เป็นการหวดครั้งที่ยี่สิบ ครบจำนวนพอดีเงาของชายหนุ่มพาดยาวกับพื้น เขายืนอยู่ริมหน้าต่าง กำลังดื่มน้ำอัดลมดับกระหายพลางเดินข้ามร่างของเจ้า
หมายเลขสิบสามกลับเดินเลี่ยงออกไปอย่างเงียบ ๆ เพียงลำพังซึ่งในตอนนี้ทุกคนกำลังเพลิดเพลินกับฉากอีโรติกที่ชวนตื่นเต้นเร้าใจอยู่จึงไม่มีใครสนใจเขาเขาไปที่เนินดินหลังห้องส้วม บริเวณนี้ผู้คนไม่ค่อยสัญจรผ่านไปมาเพราะรังเกียจความเหม็น เขาใช้มือขุดดินทรายจนเป็นหลุม แล้วก็เจอเป้ทหารใบหนึ่งที่ถูกฝัง
“สวัสดีครับแม่”“อ้าว อาเจี้ยนมาแต่เช้าเชียว”กวนอิมเผ็ดยิ้มให้เขาอย่างเอ็นดูตอนนี้เธอถือว่าลู่เจี้ยนเป็นลูกชายคนหนึ่งเช่นเดียวกัน“พี่ใหญ่มาหาฉันแต่เช้าเลย มีธุระอะไรรึเปล่าฮ๊า”ซีเหมินคังยิ้มร่าเดินนวยนาดเข้ามาหา
ตอนที่ฉินฟ่านกำลังปลอบเธอก็มีคุณยายรูปร่างเล็กบอบบางคนหนึ่งที่เดินเหินแทบจะไม่ไหวมาเกาะแขนของเขา“พ่อหนุ่มช่วยหลานสาวตัวน้อยของยายด้วยเถอะคิดซะว่าเอาบุญเถอะนะยายขอร้องล่ะ เธอติดอยู่บนห้องนอนชั้นสามของตึกนั้นยังไม่มีใครช่วยลงมาเลย”เขาหันไปมองกวนอิมเผ็ด เป็นเชิงขอ
ชายชราดีใจที่ได้ยินว่าซีเหมินคังจะไม่ร่วมวงต่อสู้ด้วย งานนี้ย่อมง่ายขึ้นเขายืนแยกเท้าเล็กน้อย มือทั้งสองข้างกางกรงเล็บมือขวายกงอหักศอกเสมอปลายคางมือซ้ายกางกรงเล็บเหยียดตรงมาเบื้องหน้าเสมอหน้าอกนี่เป็นกระบวนท่าไม้ตายของมัน"ฮ่ะ ๆ กรงเล็บลูกไก่น้อยจะร้ายกาจสักแค่ไหนอยาก







