LOGIN“สวัสดีครับแม่”
“อ้าว อาเจี้ยนมาแต่เช้าเชียว”
กวนอิมเผ็ดยิ้มให้เขาอย่างเอ็นดูตอนนี้เธอถือว่าลู่เจี้ยนเป็นลูกชายคนหนึ่งเช่นเดียวกัน
“พี่ใหญ่มาหาฉันแต่เช้าเลย มีธุระอะไรรึเปล่าฮ๊า”
ซีเหมินคังยิ้มร่าเดินนวยนาดเข้ามาหา
“ฮ่ะ ๆ พอดีวันนี้พี่ใหญ่ว่างเลยว่าจะมาขอกินข้าว ที่บ้านน้องสามสักมื้อน่ะ”
ลู่เจี้ยนส่งสายตาให้ซีเหมินคังออกไปจากห้องนั่งเล่นก่อน พอเขาเห็นก็เข้าใจความนัยทันที
“อุ๊ยตายแล้ว ต้องขอโทษจริง ๆ เลยนะฮ๊าพอดีเพิ่งนึกขึ้นมาได้ว่าฉันมีนัดกับหมอกระดูก ต้องรีบไปแล้วฮ่ะ”
ซีเหมินคังโกยแน่บไปอย่างรวดเร็ว
“เมื่อวานนี้ผมไปไหว้พระที่วัดมา พอเห็นจี้กวนอิมหยกขาวเส้นนี้เข้า ก็นึกถึงคุณแม่ขึ้นมาทันทีคุณแม่ลองดูสิครับว่าชอบรึเปล่า”
ลู่เจี้ยนยื่นกล่องกำมะหยี่สีแดงใบหนึ่งมาที่เบื้องหน้าของเธอ พอเปิดกล่องออกดู
ก็พบเจ้าแม่กวนอิมองค์เล็ก ๆ แม้จะเล็กแต่ฝีมือประณีตมาก นอกจากนี้ต่างหูกำไลแม้แต่แหวนก็มี เครื่องประดับเหล่านี้ ล้วนเป็นหยกขาวเนื้อดีท่าทางราคาคงจะแพงน่าดู
คนเฒ่าคนแก่เคยพูดเอาไว้ว่า ขิงยิ่งแก่ยิ่งเผ็ดกวนอิมเผ็ดหรี่ตามองดูเขาอยู่อึดใจหนึ่งพลางถอนหายใจยาวออกมา
“อาเจี้ยนแม่กินเกลือมากกว่าเธอกินข้าว
มีอะไรก็พูดมาเถอะ”
“ฮ่ะ ๆ แม่ครับ เรื่องของแม่ผัวกับลูกสะใภ้น่ะผมเองก็ไม่อยากจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวหรอกครับ ผมก็แค่อยากเป็นคนกลางช่วยสงบศึกในครั้งนี้ก็เท่านั้น ถ้าศึกนี้ยังยืดเยื้อต่อไปจนบ้านลุกเป็นไฟแล้วเสี่ยวฟ่านล่ะครับ เขาจะรู้สึกอึดอัดใจมากสักแค่ไหน เสี่ยวฟ่านรักแม่มากนะครับ แต่เสี่ยวฟ่านก็รักพวกเธอมากเช่นเดียวกัน แม่ช่วยฟังผมสักครั้งเถอะ พวกเธอก็เคารพแม่กันทุกคนแต่นี่แม่เล่นงานพวกเธอทุกวัน พวกเธอจะรู้สึกยังไง ถ้าพ่อแม่คุณหนูสี่รู้ว่า ลูกสาวที่ประคบประหงมมาดุจเจ้าหญิงโดนรังแกพวกท่านจะรู้สึกยังไง ความจริงพวกเธอเองก็นิสัยดีกันทุกคนเพียงแต่บางครั้งนิสัยอาจจะยังเด็กอยู่บ้างแม่ก็ช่วยหลับตาข้างหนึ่งเถอะครับ พวกเธอแต่ละคนล้วนมีความสามารถที่เก่งกาจ แม่ผัวคนอื่นจุดธูปบนบานศาลกล่าว ขอให้ได้ลูกสะใภ้เก่ง ๆ แบบนี้ก็ยังหาไม่ได้เลยนะครับ”
ลู่เจี้ยนพยายามชักแม่น้ำทั้งห้า พูดจาหว่านล้อมเธอ เธอเข้าใจดีว่าลู่เจี้ยนอุตส่าห์เอ่ยปากทั้งทีแต่ถ้าเธอยอมลงจากเวทีง่าย ๆ แบบนี้ก็เสียฟอร์มแย่ละสิ
“ชิ…เก่งอะไรกันก็แค่บ้านรวย”
“แม่ครับบ้านรวยก็จัดได้ว่าเป็นความเก่งชนิดหนึ่งเหมือนกันนะครับโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ารวยเป็นหมื่นล้าน”
อ๊ะ! เรื่องรวยนี่เป็นเรื่องจริงเหรอ นึกว่าอาฟ่งอำเราซะอีกกวนอิมเผ็ดกลอกตาคิดอย่างรวดเร็ว
“งั้นเธอบอกมาสิ ยัยหมวดมู่ปิงปิงเก่งยังไง”
กวนอิมเผ็ดยังไม่ยอมง่าย ๆ
“เธอเพิ่งได้รับเหรียญเชิดชูเกียรติ จากอธิบดีกรมตำรวจในการทลายแก๊งค้ายาเสพติดข้ามชาติมาสด ๆ ร้อน ๆ งานนั้นยิงกันสนั่นหวั่นไหว แถมผู้ร้ายยังปาระเบิดใส่อีกหลายครั้งจนตำรวจต้องตายไปหลายคนเลยครับ”
อืม…ลูกสะใภ้ของฉันนี่เก่งเอาเรื่องเหมือนกันแฮะ
“ได้ งั้นเธอบอกแม่มาสิยัยเด็กฝาแฝดกะโปโลนั่นเก่งยังไง”
“เอ่อ…”
ลู่เจี้ยนเกิดอาการอึกอักขึ้นเขารู้สึกลังเลใจ ที่จะพูดดีรึไม่พูดดี
“เป็นไงล่ะ พูดไม่ออกเลยใช่ไหม”
กวนอิมเผ็ดยิ้มกริ่มขึ้นมาทันที รู้สึกเหมือนกับว่าในตอนนี้ตัวเองได้แต้มต่อขึ้นมาทันที ลู่เจี้ยนเห็นสีหน้าที่กระหยิ่มยิ้มย่องของเธอทำให้คิดในใจว่าเอาวะ เป็นไงเป็นกัน
“เฮ้อ เอาเถอะครับยังไงพวกเธอก็เป็นลูกสะใภ้ของแม่นี่ก็ไม่ใช่ความลับอะไรมากมายอยู่แล้วเพราะสักวันหนึ่งแม่ก็ต้องรู้เรื่องนี้อยู่ดีความจริงแล้วพวกเธอเป็น นินจาครับ”
“ฮ่ะ ๆ อย่ามาตลก เธอถึงขนาดต้องแต่งเรื่องมาหลอกแม่เลยเหรอ”
แทนที่กวนอิมเผ็ดจะเชื่อ เธอกลับหัวเราะจนตัวโยกแต่พอได้ยินเขาพูดประโยคต่อไป ด้วยสีหน้าที่ดูเรียบเฉยจริงจังยิ้มของเธอก็แข็งค้างเหมือนถูกไอเย็นมาผนึกเอาไว้
“พวกคนเลวที่เธอฆ่า ถ้าไม่ถึงสามสิบคนก็คงนับได้ยี่สิบเก้าคน คนเราไม่ควรดูแค่รูปลักษณ์ภายนอก แม้แต่น้องสามซีเหมินคังก็ติดอันดับหนึ่งในห้ามือสังหารยอดเยี่ยมของจีน ถ้าแม่ยังคิดว่าผมโกหกก็ลองไปขอให้น้องสามเปิดชั้นใต้ดิน ที่เป็นคลังอาวุธให้ดูก็ได้นี่ครับนะแม่ บ้านเราจะได้สงบสุข”
เธอไม่ได้หูฝาดใช่ไหมเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ที่ไม่มีแม้แต่แรงจะเชือดไก่ฆ่าคนมาตั้งมากมายขนาดนั้นเลยเหรอ นี่ถ้าเธอไปด่าทอมาก ๆ แล้วจะไม่ถูกเจี๋ยนเอาเหรอ เฮ้อ เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว ช่างมันเถอะ
“ตกลง แม่เห็นแก่หน้าเธอ เรียกพวกเธอมาเถอะ”
บรรดาลูกสะใภ้ต่างยกขบวน พากันมาอย่างพร้อมเพรียง กวนอิมลุกขึ้นแล้วเดินตรงดิ่งเข้าไปช้า ๆ พร้อมกับโค้งศีรษะคำนับพวกเธอจนพวกเธอมือไม้ปั่นป่วน
“แม่ทำอะไรคะ”
“แม่ขอโทษ ขอโทษที่เป็นผู้ใหญ่แล้วรังแกเด็ก พูดจาแย่ ๆ กับพวกเธอแม่สามีคนนี้คงเลอะเลือนไปชั่วขณะที่คิดว่าวิธีการของแม่สามีในสมัยก่อน เป็นการกระทำที่ถูกต้องคิดแต่ว่าต้องข่มพวกเธอเอาไว้ ถึงจะปกครองพวกเธอได้พวกเธอก็ช่วยยกโทษให้กับคนแก่ ที่เลอะเลือนคนนี้ด้วยเถอะนะแม่ขอโทษจริง ๆ”
“โธ่ แม่คะ พวกเราแค่เข้าใจผิดกัน ก็แค่นั้นเองไม่เห็นต้องขอโทษเลยค่ะ”
“ต่อไปหนูจะเชื่อฟังแม่ค่ะ”
“แม่อยากกินอะไร หนูจะไปซื้อให้เองค่ะ”
น้ำตาของสาว ๆ ถึงกับคลอเบ้า พากันเข้ามากอดกวนอิมเสียงปรบมือกลับดังมาจากนอกบ้าน
แปะ แปะ แปะ
“ทุกคนปรับความเข้าใจกันได้แล้วสินะ
ผมดีใจจริง ๆ”
ฉินฟ่านเดินยิ้มกว้างอย่างเบิกบานใจเข้ามา เขารู้สึกผิดสังเกตกับท่าทีของทั้งสองฝ่ายมาสักพักหนึ่งแล้วจึงจับตาดูมาโดยตลอด เขาอยากรู้เหมือนกันว่าพวกเธอจะจัดการเรื่องนี้กันยังไง
“คุณรู้เรื่องของพวกเราด้วยเหรอคะ”
เหลียนฟ่งสงสัยมาก เพราะเธอสั่งห้ามทุกคนไม่ให้บอกเรื่องนี้กับเขา
“เฮอะ ๆ เราผู้วิเศษ ก้าวแรกเหยียบถึงยอดดอยที่สูงเทียมฟ้าก้าวที่สองเหยียบถึงสวรรค์มองเห็นไกลเป็นพันลี้ เรื่องเล็กน้อยกระจ้อยร่อยเช่นนี้มีหรือที่เราผู้วิเศษจะไม่รู้”
ฮ่ะ ๆ
ทุกคนพากันหัวเราะเพราะขำ ที่เขาตั้งตนเป็นผู้วิเศษเอ๊ะ! รึว่าหัวเราะเยาะที่เขาพูดเรื่อยเปื่อยกันแน่
บนเกาะนรกแห่งนั้น วันตรุษจีนของทุกปี แม่ทัพจูจะโยนลังไม้ให้หนึ่งลัง ผู้คนก็ทยอยถูกฆ่าตายมากขึ้นทั้งหมายเลขหนึ่ง สอง สี่ ห้าสิบสี่ต้องกลายเป็นอาหารปลาฉลามไปซะแล้วตอนนี้พวกเขาเหลือกันอยู่สิบห้าคน
ฮ้าว….
“เฮ้ย ไอ้สิบสามครูลิลลี่เรียกแกไปพบแน่ะ ฮ้าว…”
หมายเลขยี่สิบร้องตะโกนบอก แล้วเดินผ่านเตียงของหมายเลขสิบสาม ไปยัง
ที่เตียงของมัน วันนี้ฝึกหนักจริง ๆ มันหาวแล้วหาวอีกง่วงชะมัดเลยขอนอนก่อนดีกว่า
“เรียกไปพบตอนสี่ทุ่มนี่นะ”
หมายเลขสิบสามถามอย่างงุนงงนึกไม่ออกว่าเรียกไปพบทำไมตอนดึก ๆ ดื่น ๆ
“ไม่รู้เว้ยเดี๋ยวพอแกไปถึงก็รู้เองนั่น
แหล่ะ
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
หมายเลขสิบสามเคาะประตูห้องพักของครูลิลลี่
“เข้ามา”
แอ๊ด…
เขาเปิดประตูเข้ามาแต่ว่าทำไมถึงต้องดับไฟด้วยล่ะ อ้อ คงประหยัดน้ำมันที่ต้องใช้ปั่นไฟแต่แสงจันทร์สาดมาทางช่องแสง จึงยังพอมองเห็นลาง ๆ เอ๋ นอกจากห้องพักครูแล้วยังมีห้องข้างในสุดอีกด้วย ข้างในมีโคมไฟเล็กอันหนึ่ง ที่ให้แสงไม่สว่างมากจนเกินไปเขาเดินเข้าไปอย่างกล้า ๆ กลัวแล้วก็เห็นครูลิลลี่ นอนตะแคงข้างสูบบุหรี่อยู่บนเตียงนอน เธอสวมเสื้อคลุมผ้าซีทรูสีดำมีลูกไม้โดยที่ไม่ได้สวมชุดชั้นเอาไว้แม้แต่ชิ้นเดียว ผิวที่ขาวนวลเนียนปานหยวกกล้วย ที่ถูกแสงจากโคมไฟอาบไล้ไปทั่วร่าง ปิดก็เหมือนไม่ปิดวับ ๆ แวม ๆ ชวนให้รู้สึกล่อหูล่อตายั่วยวนใจจนเขารู้สึกอารมณ์ปั่นป่วน
เริ่มที่จะแข็งตัวขึ้นมาเขารีบสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แล้วก้มหน้าลง ไม่กล้ามองเธอนาน
“ไม่มีอะไรต้องกลัวมามะมานั่งบนเตียงนี่เร็ว ๆ เข้า กลัวฉันจะกินเธอรึไงกันนะ”
เขาก้าวช้า ๆ แล้วนั่งลงบนเตียงตามคำสั่ง เธอเชยคางเขาขึ้นมาพร้อมสบตากับเขา
“เธอนี่รูปหล่อไม่เบาเลยจริง ๆ วันนี้ฉันจะสอนวิธีเอาอกเอาใจผู้หญิงให้กับเธอเอง จะว่าไปแล้ว ฉันเคยเห็นเธอแอบมองฉันหลายครั้งแล้วนะ เธอคิดว่าฉันสวยรึเปล่าล่ะ”
“สวยครับ”
“อยากจูบฉันไหม”
“อยากครับ”
“งั้นรออะไรอยู่ล่ะ จูบสิ”
หัวใจที่เย็นชาของสิบสาม รู้สึกมีชีวิตชีวาอีกครั้ง ใจของเขาเต้นถี่เร็ว เขายื่นหน้าไปจุมพิตที่ริมฝีปากของเธอเบา ๆเ หมือนแมงปอแตะผิวน้ำ
“คิกคิกพ่อหนูน้อยแบบนี้ไม่เรียกว่าจูบเอ้า…อ้าปากขึ้น”
ครูลิลลี่ยัดลูกอมรสสตรอว์เบอรี่ให้เขาอมเม็ดหนึ่ง กลิ่นหอมสตรอว์เบอรี่อบอวลซาบซ่านอยู่ในปากของเขา
“จูบน่ะเขาทำกันแบบนี้”
เธอนอนหงายลงบนเตียง แล้วดึงตัวเขาให้นอนคร่อมบนตัวของเธอ เธอประกบริมฝีปากกับเขาแล้วค่อย ๆ สอดลิ้นเข้าไป
ในปากของเขาลิ้นของเธอพลิ้วไหวไปมาอย่างช้า ๆ ลิ้นของเขาก็เริ่มเลียนแบบเธอ ลูกอมถูกลิ้นของทั้งสองคน กวาดผ่านน้ำลายไปมาจนลูกอมเริ่มมีขนาดเล็กลงสักพักเธอดันเขาออกห่าง
“ถอดเสื้อออกสิ”
เธอพูดด้วยแววตาที่หยาดเยิ้ม ราวกับแมงมุมแม่ม่ายดำ เตรียมจะกลืนกินแมลงตัวน้อยที่หลงมาติดใยของมัน
มือของสิบสามถึงกับสั่นระริกนี่เป็นครั้งแรกที่มันได้สัมผัสผู้หญิงใกล้ชิดถึง
เพียงนี้ เขาถอดเสื้อผ้าของเขาออกอย่างรวดเร็วแล้วกระตุกเชือกมัดที่เอวของเธอทีเดียวเสื้อคลุมก็หลุดรุ่ยปรากฎภาพที่งดงามที่สุดในชีวิตอยู่เบื้องหน้า ปทุมถันขาวผ่องสวยได้รูปยอดสีชมพูของมันชูชันอย่างท้าทาย
“ลองจับดูสิ”
เธอพูดจบ เธอก็เอื้อมมือไปลูบเป้าของเขาที่กำลังแข็งชี้โด่เด่
สิบสามใช้มือขวาบีบหน้าอกเต่งตึงของเธอเบา ๆ แววตาของเขาฉายแววพึงพอใจในความสุขแบบนี้หน้าอกอวบอิ่มนี้เต็มไม้เต็มมือให้ความรู้สึกดีจริง ๆ ส่วนเธอจับช้างน้อยของเขา ค่อย ๆ ยัดเข้าสู่ปากอ่าวของเธอ
“อืม ดีมากทีนี้ดันสะโพกเข้ามาแล้วถอยออกช้า ๆ นั่นแหละ…ดีมาก”
แต่เพิ่งผ่านไปสิบวินาที ตัวของเขาก็กระตุกเกร็งอยู่หลายครั้ง กระฉูดออกจนถึงจุดสุดยอดเรี่ยวแรงทั่วร่างคล้ายถูกสูบไปจนหมดสิ้น แต่ที่แน่ ๆ เขารู้สึกอับอายขายหน้าจริง ๆ นกกระจอกยังไม่ทันกินน้ำ เลิฟซีนที่ใฝ่ฝันนี้ก็จบเห่ลงซะแล้ว
“ชู่ว ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร เธอทำได้ดีมากไม่ต้องรู้สึกอายไป เด็กหนุ่มอายุสิบสี่แบบเธอครั้งแรกก็เป็นแบบนี้กันทั้งนั้นพอเธอมีประสบการณ์มากขึ้นก็จะรู้จักควบคุมจิตใจของตัวเองไม่ให้ตื่นเต้นมากเกินไปเพื่อชะลอการหลั่ง และคืนนี้ฉันจะเป็นทาสของเธอ เธออยากจะปู้ยี่ปู้ยำทำอะไรกับฉัน ก็ตามใจชอบเลย ว่ายังไงไม่กล้าเหรอ”
ตอนแรกสิบสามนึกว่าเธอจะด่าทอ
ตบตีเขาที่ทำให้เธออารมณ์ค้าง แต่เธอกลับดึงเขามากอดปลอบโยนเขาอย่างนุ่มนวล
เขารวบรวมความกล้าจูบปากของเธออีกครั้งหลังจากนั้นลิ้นของเขาก็ลากเลื้อยไปมาทั่วร่างขาวเนียนเต่งตึงของเธอ มือก็ลูบไล้ขาอ่อนไล่ขึ้นมาบีบเค้นปทุมถัน จนเธอต้องส่งเสียงครวญครางออกมา
“ดีมาก อื้ม แบบนั้นแหละ
“วันนี้เธอทำได้ดีทีเดียวเพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับเธอ ฉันจะมอบรางวัลพิเศษให้ก็แล้วกัน”
เธอจูบแก้มของเขาเบา ๆ แล้ว มุดลงไปข้างล่าง สวรรค์…เธอใช้ปากทำออรัลเซ็กซ์
ให้กับเขาเหรอ แต่คราวนี้เขาทำลายสถิติสิบวินาที เขานับเลขในใจ เพื่อกะเวลาไปเรื่อย ๆ จนถึงสามสิบแปด สามสิบเก้า สี่สิบ สี่สิบเอ็ด
อ๊า…เขากระฉูดใส่ในปากของเธอ ร่างของเขากระตุกเกร็งถี่ ๆ แต่เธอกลับยิ้มน้อย ๆ ไม่ได้มีทีท่ารังเกียจหรือโกรธ เธอลุกขึ้นไปห้องน้ำพอ
กลับมาก็บอกให้เขาใส่เสื้อผ้า
“วันนี้พอแค่นี้ก่อน เป็นไงเหมือนขึ้น
สวรรค์รึเปล่า”
เขาพยักหน้าถี่ ๆ
“ดีพรุ่งนี้สี่ทุ่มเธอมาใหม่ฉันจะสอนบทเรียนต่อไปให้”
เขาไม่รู้ตัวว่า เดินออกมาจากห้องของเธอเมื่อไหร่ ที่แน่ ๆ ตอนนี้ในหัวของเขามีแต่ภาพของเธอเต็มไปหมดเธอคือรักครั้งแรกของเขา
หลังจากนั้นสองเดือน ฝันหวาน ๆ ของรักวัยใส ก็กลับกลายเป็นฝันร้ายเมื่อเขาเห็นหมายเลขสิบแปดเพื่อนร่วมห้องหายไปตอนสี่ทุ่มเช่นกันพอกลับมามันถึงกับคุยโม้ให้คนอื่นฟังในโรงอาหารตอนเช้า
“เฮ้ย…สิบแปดแกไปไหนมาเมื่อคืนนี้วะดึก ๆ ดื่น ๆ ทำท่าทางลับ ๆ ล่อ ๆ ไปได้”
“เฮอะ ๆ คนมันหล่อโว้ยช่วยไม่ได้
นังครูลิลลี่นมโตนั่นคงหลงเสน่ห์ของกูเข้าเต็มเปาเลยเรียกให้กูไปขี่ถึงเตียง แต่พูดก็ ๆ เถอะ…นังนี่นมใหญ่ลีลาเด็ดดวงแถมยังร้องเสียงดังอีกด้วยดีจริง ๆ”
ฮ่ะๆๆๆๆ
สิบสามได้ยินเต็มสองหูหัวใจของเขาแทบแตกเป็นเสี่ยง ๆ เขาหยิบช้อนส้อมเดินตรงดิ่งไปหาคนปากเสียทันที
ฉึก ฉึก
หมายเลขสิบสามแทงเข้าที่เบ้าตาขวาของหมายเลขสิบแปดทันที
อ้าก! มันร้องโหยหวนด้วยความเจ็บ ต่อจากนั้นแทงที่ข้างลำคอบริเวณเส้นเลือดใหญ่อย่างแม่นยำพอดึงช้อนส้อมออกเลือดก็พุ่งกระฉูดเหมือนท่อน้ำปะปาแตก พอมันนอนลงไปกองกับพื้น หมายเลขสิบสามทั้งเตะทั้งกระทืบไปอีกสิบกว่าครั้ง ราวกับต้องการระบายโทสะที่กำลังลุกฮืออยู่ในใจ หมายเลขสิบแปดตายเพราะปากจริง ๆ
แม่ทัพจูที่นั่งกินอาหารอยู่โต๊ะข้าง ๆ
เดินไปดูตำแหน่งบาดแผลของศพ พลางพยักหน้าถี่ ๆ แล้วยิ้มที่มุมปาก
“ไม่เลว…ไม่เลว”
จากนั้นก็เรียกคนให้ลากศพออกไป
ค่อยกลับไปกินอาหารต่อไม่มีการต่อว่าหรือทำโทษหมายเลขสิบสามแม้แต่นิดเดียว
เพราะได้ยินข่าวร่านสวาทของครูลิลลี่
ที่เปรียบเสมือนนางฟ้าของมัน ทำให้จิตใจของหมายเลขสิบสามได้รับความกระทบกระเทือนอย่างหนักจิตใจเหม่อลอยไม่เป็นอันทำอะไร ช่วงกลางวันยามฝึกวิชากับแม่ทัพจูก็ทำผิดพลาดบ่อย ๆ จนถูกแม่ทัพจูใช้กระบองฟาดใส่แบบไม่ยั้งจนต้องนอนหยอดน้ำข้าวต้มไปสามวัน
ครูลิลลี่ไปเยี่ยมเขาที่ห้องพยาบาลเขาถูกพันแผลไปทั่วทั้งตัว จะขยับแต่ละทีก็ปวดระบมไปหมดได้แต่นอนนิ่ง ๆ บนเตียง เธอเดินมาหยุดอยู่ข้างเตียง เขาได้แต่เมินหน้าหนี
“คุณมาทำไม”
“จุ๊ ๆ นี่คงเจ็บมากเลยละสิเฮ้อ ทำจนกลายเป็นศึกรักศึกสวาทไปซะงั้น คิดไม่ถึงว่า ฉันเองก็เสน่ห์แรงไม่เบาเหมือนกันนะนี่”
ครูลิลลี่ปัดผมดำขลับยาวสลวยที่ยาวทิ้งตัวระหน้าอกไปข้างหลังเบา ๆ พร้อมยืดอกอึ๋มด้วยความภาคภูมิใจ
“คุณกลับไปเถอะผมอยากนอนพัก”
เธอใช้นิ้วชี้ที่ทาเล็บสีแดง จิ้มลงไปที่หน้าอกของเขา
“แหม คนเคยรักกันชอบกันจู่ ๆ ก็มาไล่กันได้ลงคอเอาเถอะ ไว้หายดีเมื่อไหร่ถ้าอยากทบทวนบทเรียนอีก ก็มาหาฉันได้นะเดี๋ยวนี้เธอเก่งทุกท่วงท่าลีลาแล้วนี่ บาย”
เธอเดินส่ายสะโพกกลมกลึงออกไป
“เฮอะ! ได้ ต่อไปแกจะเป็นได้แค่
ของเล่นของฉันเท่านั้น”
กามเทพคงเล่นตลก หมายเลขสิบสามจากรักกลายเป็นแค้นไปซะแล้ว แต่ความเจ็บปวดทางกายในครั้งนี้กลับช่วยสมานแผลหัวใจให้หายดี ดีที่เขาคืนสติจากฝันร้ายครั้งนี้ได้เร็วไม่เช่นนั้นเขาต้องตาคามือแม่ทัพจูเป็นแน่
ในที่สุดหมายเลขสิบสามต่อสู้เข่นฆ่า เพื่อเอาชีวิตรอดผ่านการประลองมาได้อีกหลายปี ในระหว่างนี้คนที่ตายจากการประลองมีอีกหกคน คือหมายเลขหก สิบสอง สิบห้า สิบเจ็ด ยี่สิบสอง เท่ากับเหลือเด็กหนุ่มสาวเพียงสิบคน
หลังจากฆ่าคน เขามักจะไปหมกตัวอยู่ในถ้ำเสมอ คล้ายกับว่ามีแต่อยู่ในถ้ำ จิตใจของเขาถึงจะสงบ เขาจำได้ว่าเดือนหน้าจะถึงวันเกิดครบรอบสิบเก้าปีของเขา
ร่างกายของเขาในตอนนี้ บึกบึนสูงใหญ่มีกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่งเป็นมัด ๆ ได้สัดส่วน อาจจะเป็นเพราะเขาหน้าตาดี พอสวมชุดทักซิโด้สีดำ ก็เหมือนลูกท่านหลานเธอของตระกูลร่ำรวยขึ้นมาทันที
เหตุผลที่เด็กหนุ่มทั้งเจ็ดคนต้องสวมชุดแบบนี้ และเด็กสาวสามคนต้องสวมชุดราตรี พร้อมเครื่องประดับราคาแพงครบชุด ก็เพราะแม่ทัพจูบอกว่าเป็นวันพิเศษ เป็นวันวาเลนไทน์ จึงอยากจัดงานสังสรรค์รื่นเริง เพื่อให้ทุกคนได้ผ่อนคลายฉลองการเรียนจบไปในตัว
กิ๊ง ๆ
แม่ทัพจูชูแก้วแชมเปญขึ้นแล้วใช้ช้อนเคาะแก้วจนเกิดเสียงสดใสดังกังวาน
ทุกคนเงียบเสียงลง
“หลายปีมานี้ฉันรู้ว่าพวกเธอเหน็ดเหนื่อยกันมามาก ดังนั้นวันนี้พวกเรามา
สนุกกันให้เต็มที่ทุกคนดื่ม”
เฮ…
ดนตรีบรรเลงขึ้น ทุกคนดื่มเหล้าเต้นรำกันอย่างสนุกสุดเหวี่ยง
ครูลิลลี่คนสวย วันนี้แต่งชุดราตรีสีดำ
เกาะอก ยิ่งขับเน้นความเซ็กซี่ของเธอ
เธอเดินนวยนาดบิดสะโพกเข้ามาท่วงท่าสง่างามดุจนางพญาผู้ชายหลายคนมองเนินอกอึ๋มที่ขาวสล้างของเธอ ด้วยแววตาหื่นกระหายซึ่งความจริงทุกคนล้วนเคยผ่านคอร์สเพศศึกษากับเธอมาทั้งนั้น
แต่ยังติดใจในเทคนิคลีลาที่แพรวพราวของเธอ เธอถือเบียร์ขวดเล็กสี่ขวด มาหา
ผู้หญิงสามคน คือหมายเลขสาม เจ็ด
สิบหก
เธอเป็นคนสวยรูปร่างดีมีเสน่ห์พูดคุยเป็นกันเอง พวกเด็ก ๆ ต่างชอบเธอทุกคน
“มาสาวน้อยพวกเรามาสังสรรค์กันหน่อยเอ้า ทุกคนดื่ม”
“ดื่ม”
พวกเธอดื่มจนหมดขวด
“วันนี้ครูสวยมากเลยค่ะ”
หมายเลขสามถึงจะมีหุ่นนางแบบ แต่หน้าตาเธอพื้น ๆ ไปหน่อย เธออยากสวยเหมือนครูลิลลี่
“เด็กโง่ครูน่ะแก่แล้ว แต่พวกสาวน้อยอย่างเธอต่างหากล่ะที่ทั้งสวยทั้งน่ารัก”
“แก่อะไรกันคะ สวยเช้งซะขนาดนี้
ถ้าหนูเป็นผู้ชายจะขอครูแต่งงานเลยค่ะ”
หมายเลขเจ็ดเป็นผู้หญิงรูปร่างอวบอัด
แถมยังมีลักยิ้มแก้มบุ๋มเธอชอบไว้ผมทรงหน้าม้า เธอพูดพลางจูงครูลิลลี่ไปนั่งที่โต๊ะ
“ครูมีแฟนมากี่คนแล้วค่ะ”
หมายเลขสิบหกกลับหน้าตาดีที่สุดในกลุ่มนี้ เธอถามด้วยความสงสัยใคร่รู้
“คิกคิกไม่เยอะหรอกก็แค่สองสามคนเท่านั้นเองครูไม่ชอบการผูกมัด
สู้เป็นสาวโสดสองพันปีไม่ได้”
ฮ่ะ ๆ
พวกเธอขำในคำว่าสาวโสดสองพันปีนี้มาก นานเท่าไหร่แล้วนะที่พวกเธอไม่เคยหัวเราะกันเสียงดังขนาดนี้
“อุ๊ย ดูสิหลง ๆ ลืม ๆ จนได้ครูคงแก่แล้วจริง ๆ สินะ ความจริงที่ครูมาหาพวกเธอเพราะอยากจะบอกกับพวกเธอเรื่องหนึ่ง”
ครูลิลลี่เหลียวซ้ายแลขวากระซิบเบา ๆ ท่าทางดูลึกลับชอบกล จนพวกเธอต้องเขยิบไปฟังใกล้ ๆ
“เรื่องอะไรเหรอคะ”
“ก็กลุ่มเด็กหนุ่มน่ะเขาเรียนวิชาเพศศึกษากับครูจนหมดทุกคนแล้ว เหลือแต่กลุ่มของพวกเธอนี่แหละ ที่ครูยังไม่ได้สอนแต่ไม่ต้องเป็นห่วง เพราะครูมีหลักสูตรเร่งรัด ที่จะสอนพวกเธอในวันนี้แล้ว แต่ครูคงต้องมีผู้ช่วย”
“ผู้ช่วยอะไรเหรอคะครู”
“นั่นไง ผู้ช่วยของครูเดินมาแล้ว”
แม่ทัพจูจูเก๋อปากกว้างและแรมโบ้เดินยิ้มแฉ่งมาหาพวกเธอ
“โอ๊ะ ทำไมฉันเวียนหัวจัง รึว่าเมาแล้ว”
เสียงหมายเลขสามดังขึ้นเธอ พร้อมกับเอามือกุมขมับทำไมภาพตรงข้างหน้ามันถึงได้เบลอขนาดนี้
“เอ๊ะ ฉันก็รู้สึกเวียนหัวเหมือนเธอเลย”
เสียงหมายเลขสิบหกดังขึ้น
“คิกคิกไม่เอาน่าสาวน้อย ฉันใส่ยาลงไปในเบียร์แค่นิดเดียว พวกเธอก็แค่จะรู้สึกเวียนหัวไม่ค่อยมีแรงก็แค่นั้นเอง อย่าโวยวายกันนักเลยอีกสามชั่วโมงพอหมดฤทธิ์ยาพวกเธอก็จะหายดีเอง เดี๋ยวพวกเธอก็จะได้รู้ว่าการเสียสาวมันทำให้รู้สึกเสียวซาบซ่านได้สักขนาดไหน คิกคิก”
เสียงเพลงถูกปิดลงแม่ทัพจู ใช้นิ้วชี้เคาะไมค์เบา ๆ สองที
ต๊ก ต๊ก
“ทุกคนฉันมีเรื่องจะประกาศ นับจากนี้ไปอีกเจ็ดวันพวกแกต้องออกไปปฏิบัติงาน ซึ่งในบางครั้งเด็กหนุ่มก็ต้องล่อลวงเป้าหมายที่เป็นผู้หญิงเพื่อล้วงเอาข้อมูลที่สำคัญมา ถึงกับต้องใช้ลีลาบนเตียง เพื่อเอาชนะใจเธอ แต่ด้วยเทคนิคการสอนของครูลิลลี่ฉันจึงมั่นใจมากว่าพวกเธอจะทำได้ดี แต่พวกเด็กสาวนี่สิ ยังไม่เคยเรียนกับครูลิลลี่
ดังนั้นพวกฉันสามคนจะสอนให้เองเมื่อเด็กสาวสูญเสียพรมจรรย์ไปแล้ว การทำงานก็จะสะดวกขึ้นหากมีใครต้องการเสพสุขต่อจากพวกฉันก็ไม่ว่ากันเข้ามาต่อคิวกันได้เลย”
พวกแม่ทัพจู จูเก๋อปากกว้างและแรมโบ้เดินสะแยะยิ้มเข้าไปฉีกกระชากเสื้อผ้าของพวกเธอจนขาดหลุดรุ่ย ร่างหญิงสาวบริสุทธิ์ผุดผ่องที่น้ำตานองหน้า ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงจะขัดขืน ยิ่งเร้าอารมณ์หื่นกระหายอารมณ์หงี่ของพวกมันปะทุขึ้นมา
พวกเธอทั้งสามคนถูกจับให้ยืนถ่างขา แล้วพาดร่างกายครึ่งท่อนบนให้คว่ำหน้าลงบนโต๊ะ แล้วพวกสัตว์นรกเหล่านั้น ก็พากันขืนใจพวกเธอ เมื่อพวกเธอพยายามร้องอ้อนวอนหรือดิ้นรนที่จะขัดขืนกลับยิ่งปลุกอารมณ์กลัดมันของพวกเด็กหนุ่มขึ้นมาพวกมันรีบแจ้นไปรอต่อคิวทันที
ปัง ปัง ปัง ปัง!เสียงประทัดพวงยาวเหยียดดังสนั่นหวั่นไหวพร้อมเสียงรัวกลองเชิดสิงโตสร้างความครึกครื้นให้ผู้ชมที่มากันเนืองแน่น เพราะข่าวที่แพร่กระจายมาอย่างต่อเนื่อง ว่าโครงการโรงเรียน "พี่สาวนางฟ้า" ริเริ่มโดยหมอเทวดาฉินฟ่าน ซึ่งค่าเล่าเรียนทุกอย่างฟรีหมดจนคนที่ทราบข่าวต่างยกนิ้วชมเชย บางคนมีฐานะจึงยินดีที่จะบริจาคเงินทอง เพื่อสร้างชุมชนที่น่าอยู่ เพื่ออนาคตของลูกหลานชาวเมืองซูโจวถึงขนาดมีคนยุให้หมอเทวดาเล่นการเมือง เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รับประกันว่าคะแนนเสียงถล่มทลาย แต่บรรดาอาซิ่มอาซ้อกลับอยากให้เขาเป็นพระเอกหนังซีรีส์ซะมากกว่า เพราะเขานั้นหล่อบาดลึกไปถึงขั้วหัวใจของพวกเธอคุณหนูสี่ขึ้นเวทีไปกล่าวเปิดงานในฐานะประธานกลุ่มทุน "พี่สาวนางฟ้า" เสียงปรบมือดังสนั่นหวั่นไหว ช่วงนี้มีผู้สื่อข่าวหลายสำนัก มาขอสัมภาษณ์เธอไม่เว้นวันจนเธอยุ่งหัวฟูหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ที่ได้ยลโฉมงามล่มเมืองของคุณหนูสี่ ต่างคลั่งไคล้ขอเป็นแฟนคลับเธอ แต่ละคนต่างแย่งกันบริจาคเงินออกมาก้อนโต เพื่ออวดโอ่ฐานะความร่ำรวยเพราะถ้าได้แต่งกับเธอ มันเฮงยิ่งกว่าหนูตกถังข้าว
ทั้งสองส่งเสียงหัวเราะวิ่งหยอกล้อกันออกไป ตอนนี้ทุกอย่างสงบลงแล้ว คนตายก็ตายไป คนเจ็บก็ส่งโรงพยาบาล คนมอบตัวก็เตรียมไปกินข้าวแดงในคุกได้เลย ตำรวจเริ่มเคลียร์สถานที่ ยึดอาวุธสงครามได้เป็นจำนวนมาก มากพอที่จะเลื่อนยศเลื่อนตำแหน่งให้หลาย ๆ คนในศึกครั้งนี้ฉินฟ่านเดินกระแซะเข้าไปใกล้ ๆ กระซิบชวนมู่ปิงปิงไปจู๋จี๋ดู๋ดี๋กันที่น้ำตก แต่เธอค้อนขวับวงใหญ่ แถมแกล้งทำเสียงดุใส่"งานยังไม่เสร็จ ไปไม่ได้""น่านะ คนดียอดรักของฟ่าน เสร็จงานแล้ว ก็ต้องมีการตบรางวัลบิ๊กโบนัสกันบ้างสิ ใช่ไหมจ๊ะทูนหัวจ๋า"เขาพยายามออดอ้อน กะพริบตาปริบ ๆ ทำสีหน้าน่าสงสาร"ไม่รู้ไม่ชี้""น่านะ แป๊บเดียวเอง แค่สามนาทีก็เสร็จแล้ว"เขาพยายามต่อรอง"คิดว่าตัวเองเป็นอุลตร้าแมนแปลงร่างได้แค่สามนาทีรึไง คราวก่อนเป็นชั่วโมง เล่นเอาเหน็บชากินขาเลย"ไม่สนแล้วต้องใช้เส้นสายของเครือญาติให้เป็นประโยชน์ เขาหันไปหาเค่อตงหยางที่กำลังคุมลูกน้องทำงานอย่างแข็งขัน"คุณลุงเค่อที่เคารพครับ พอดีที่บ้านมีเรื่องด่วน ผม
ในห้องที่มืดมิด มีแสงเลือนรางไหววูบเป็นบางครั้ง จากเปลวไฟที่ลุกฮือโหมของการระเบิดครั้งใหญ่ ซีเหมินคังยืนถือทวนเงินสงบนิ่งดุจขุนเขา เพราะเขาสัมผัสได้ถึงอันตรายที่ซุกซ่อนอยู่ เมื่อมืดมิดจนมองไม่เห็น เขาเลยพาลหลับตาลง ใช้หูสดับฟังเสียงเคลื่อนไหวแทนฟิ้วววววเสียงกระแสลมของดาบ ที่ตวัดใส่ลำคอของซีเหมินคังแว่วมา เขาสะบัดควงทวนเงินเข้าต้านปะทะติดต่อกันเก้ากระบวนท่า จนเกิดประกายไฟแลบแปลบปลาบเสียงซัดอาวุธบางสิ่งออกมา ลางสังหรณ์ในใจของซีเหมินคัง ส่งสัญญาณเตือนภัยชนิดหนึ่ง บีบให้เขาดีดตัวถอยไปหลบหลังเสาอย่างรวดเร็วบึ้ม…อาวุธที่ซัดออกมาก็คือระเบิดเพลิงขนาดเล็กของจิ้งจอกเพลิงนั่นเอง เล่นเอาเสื้อผ้าของซีเหมินคังไหม้ไปแถบหนึ่ง ไฟลวกหน้าแข้งเล็กน้อย"หึ ๆ เขาถึงว่าคู่แค้นทางคับแคบ ในที่สุดเราทั้งสองคนก็มาเจอกันอีกจนได้ กระสุนนัดนั้น ที่มึงยิงใส่ขากู กูยังจำได้ดี วันนี้มึงต้องตายสถานเดียว"จิ้งจอกเพลิงขยับดาบเก้าห่วง จนเกิดเสียงดังกรุ๊งกริ๊ง"ขอโทษจริง ๆ นะฮ๊า พอดียิงคนมาเยอะมากเลย
เงาร่างฉินฟ่านพุ่งฉวัดเฉวียน จนพวกเธอตาลายมองตามไม่ทัน เสียงฟาดแก้มก้นดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากหมวดมู่คนแรก แถมแต่ละคนยังถูกลวมลามอีกหลายครั้งพวกสาว ๆ ต่างส่งเสียงร้องวี๊ดว้ายกระตู้วู๊ วิ่งหลบหนีจิ้งจอกเฒ่าจอมลามกกันจ้าละหวั่น ก่อนที่จะมีอะไรเลยเถิดไปกว่านั้น จน กบว. ต้องเซ็นเซอร์ภาพและเสียงทันใดนั้นก็มีเสียงฝีเท้าดังแว่วมาขัดจังหวะ ผัวหนุ่มเมียสาวที่กำลังหยอกเย้ากันอย่างสนุกสนาน ทำเอาทุกคนต้องกลับมาทำตัวสงบเสงี่ยมอีกครั้ง"อะแฮ่ม สวัสดีพี่สาวคนสวยทั้งหลาย เอ่อ…พี่เขยขอโทษที่ขัดจังหวะครับ มีคนมาหาพี่เขย บอกว่านี่เป็นเรื่องด๊วนด่วนนะครับ"เหลียนเฮ่อส่งเสียงดังแหบ เพราะอยู่ในวัยกำลังแตกเนื้อหนุ่ม นมเพิ่งจะแตกพานรายงานอย่างรวบกระชับทันที พร้อมทำสีหน้ากระดากแบบอาย ๆเพราะเขาโตพอที่จะรู้ว่า เมื่อครู่พี่เขยตัวดี ไอดอลขั้นเทพของเขากำลังทำเรื่องดีงามอะไร เขาสาบานกับตัวเองว่าโตขึ้น จะต้องเป็นแบบพี่เขย เอาดีในเรื่องผู้หญิงให้ได้ตอนนี้ทุกคนต่างพากันทำหน้าเขิน ๆ ขณะจัดแจงทรงผมที่ยุ่งเหยิงและเสื้อผ
พวกเขาเก็บอุปกรณ์กล้องอินฟาเรด แล้วเดินลัดเลาะชายป่าท่ามกลางแสงจันทร์ ที่พอเห็นเลือนรางไปอย่างเงียบ ๆ ประมาณหนึ่งชั่วโมงโยโย่เป็นสาวช่างจ้อ แบบที่เรียกว่าอะไรนะ ทอล์คกาทีฟเกิรล์ละมั้ง เดี๋ยวชวนคุยเรื่องโน้น เดี๋ยวเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง แถมมุกตลกของเธอมีเพียบอีก ช่วยทำให้เขาไม่รู้สึกเบื่อหน่ายจนกระทั่งทั้งคู่ถึงน้ำตกสายหนึ่ง จึงตัดสินใจที่จะพักเท้าชั่วคราว ทั้งคู่จึงนั่งลงที่โขดหินหยุดพักดื่มน้ำฉินฟ่านหยิบแผนที่ขึ้นมากางดู เพื่อศึกษาภูมิประเทศ งานนี้เขาทุ่มจนสุดตัว จะให้เกิดข้อผิดพลาดไม่ได้เป็นอันขาด ลมโชยเบา ๆ พัดผ่านตัวเย็นสบายเสียงน้ำจ๋อมแจ๋มแว่วดังมาเบา ๆ สะกิดความสนใจของเขา จนอดไม่ได้ที่จะต้องหันหน้าไปดูภาพที่เห็นทำให้เขาเลือดลมสูบฉีด หายใจถี่เร็ว ลืมสิ้นทุกสิ่งทุกอย่างโลกหล้าใบนี้ไปชั่วขณะร่างของโยโย่ที่เปลือยเปล่าขาวโพลนท่ามกลางแสงจันทร์ เรือนร่างของเธอโผล่พ้นขึ้นเหนือน้ำมาครึ่งตัว ทรวดทรงองค์เอวที่อ่อนช้อย เป็นเส้นสายชวนรัดรึงใจ พราวไปด้วยหยดน้ำเม็ดเล็ก ๆ ที่ไหลรวมหยดเป็นทางยาว ค่อย ๆ ไหลรินผ่านร่องอก
แต่ถ้าจะพูดถึงอีกคนหนึ่ง เมียหลวงเมียน้อยเมียเล็ก เมียใหญ่กลับสนับสนุนจนคะแนนเสียงท่วมท้น ให้ไปกระทืบสุยเก้ามีดให้จมดินโทษฐานที่มันบังอาจเหิมเกริมไม่ยอมแหกตาดูให้ดีว่าซอยลูกเป็ดน้อยนี้ใครคุมติ๋ง! ติ๋ง!หยดเลือดสด ๆ สีแดงคล้ำไหลออกจากปากของสุยเก้ามีดตกกระทบพื้นเป็นจังหวะเหมือนเสียงดนตรีร่างของสุยเก้ามีดนักเลงโตถูกมัดมือไพล่หลังและมัดข้อเท้าทั้งสองข้างด้วยเชือกก่อนจะชักรอกขึ้นไป ทำให้ตอนนี้มันตกอยู่ในสภาพห้อยหัวเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนนี้พวกมันกำลังล้อมชายหนุ่มคนหนึ่งด้วยอาวุธครบมือ โดยไม่ได้คาดคิดเลยแม้แต่น้อยว่าจะเป็นพวกมันเองที่ถูกยำจนเละเป็นโจ๊กเรื่องแก้แค้นคงไม่ต้องคิด มันไม่หวังจะไปต่อกรอะไรอีกแล้ว ตอนนี้ต้องรักษาชีวิตให้ได้ก่อนพลั่วะ! พลั่วะ!อ้ากก! อ้ากก!สุยเก้ามีดกำลังถูกไอ้ฟันเหยินลูกน้องคนสนิทใช้ไม้เบสบอลหวดฟาดใส่ลำตัวนี่เป็นการหวดครั้งที่ยี่สิบ ครบจำนวนพอดีเงาของชายหนุ่มพาดยาวกับพื้น เขายืนอยู่ริมหน้าต่าง กำลังดื่มน้ำอัดลมดับกระหายพลางเดินข้ามร่างของเจ้า
สมัยที่เป็นตำรวจที่เพิ่งจบมาใหม่ ๆ เค่อตงหยางกับมู่เสียนพ่อของมู่ปิงปิงเป็นคู่หูกัน มักจะลาดตระเวนด้วยกันเสมอ มีอยู่วันหนึ่งขณะลาดตระเวนอยู่แถวหน้าธนาคารสิตี้แบงก์เค่อตงหยางเห็นคนที่ยืนรอไฟเขียวเพื่อข้ามถนน ถือกระเป๋าเดินทาง เหลียวซ้ายแลขวาอยู่ตลอดเวลา บางครั้งยกกระเป๋าขึ้นมาก
ใบหน้าอ่อนหวานของสาววัยสามสิบที่อิดโรยจากการคลอดบุตร เธอยิ้มอย่างเป็นสุข ยามได้โอบอุ้มแม่หนูน้อย ที่นอนพริ้มตาอยู่ในวงแขน"ขอบคุณมากนะคะ ฉันชื่อซ่างกวนหลินฮัว ได้คุณสองคนช่วยไว้แท้ ๆ เราสองคนแม่ลูกถึงปลอดภัย"น้ำเสียงอันอ่อนล้าแสดงความขอบคุณ"ผมชื่อฉินฟ่าน ส่วนเขา
เหลียนฟ่ง อิ๋งอิ๋ง โยโย่ เหลียนเฮ่อกำลังเบิ่งตาดูกระเป๋าสีดำสิบใบ ที่เปิดอ้ากว้าง กระเป๋าหนึ่งใบบรรจุเงินสิบล้าน สิบใบก็เป็นเงินหนึ่งร้อยล้าน พวกเธอมองจนหูอื้อตาลาย เพราะไม่เคยเห็นเงินมากมายก่ายกองขนาดนี้มาก่อนพับผ่าเถอะ!ฉินฟ่านยืนมองเงินด้วยจิตใจเหม่อลอย
"ทำไมคุณถึงทำบ้า ๆ อะไรแบบนี้ คุณไม่กลัวตายบ้างเลยหรือไง แล้วเราก็เพิ่งจะพบหน้า รู้จักกันไม่ถึงชั่วโมงเลยนะ" คุณหนูสี่โวยวายเสียงดังลั่นบ้านใส่เขาอย่างไม่รู้ตัว จนทุกคนต่างมองเธอเป็นตาเดียว เพราะปกติเธอจะเป็นคนนิ่ง ๆ







