Share

บทที่ 64 คู่แค้นพบกันบนทางแคบ

last update Tanggal publikasi: 2026-03-06 07:00:46

 ในห้องที่มืดมิด มีแสงเลือนรางไหววูบเป็นบางครั้ง จากเปลวไฟที่ลุกฮือโหมของการระเบิดครั้งใหญ่ ซีเหมินคังยืนถือทวนเงินสงบนิ่งดุจขุนเขา เพราะเขาสัมผัสได้ถึงอันตรายที่ซุกซ่อนอยู่ เมื่อมืดมิดจนมองไม่เห็น เขาเลยพาลหลับตาลง ใช้หูสดับฟังเสียงเคลื่อนไหวแทน

 ฟิ้ววววว

 เสียงกระแสลมของดาบ ที่ตวัดใส่ลำคอของซีเหมินคังแว่วมา เขาสะบัดควงทวนเงินเข้าต้านปะทะติดต่อกันเก้ากระบวนท่า จนเกิดประกายไฟแลบแปลบปลาบ

 เสียงซัดอาวุธบางสิ่งออกมา ลางสังหรณ์ในใจของซีเหมินคัง ส่งสัญญาณเตือนภัยชนิดหนึ่ง บีบให้เขาดีดตัวถอยไปหลบหลังเสาอย่างรวดเร็ว

 บึ้ม…

 อาวุธที่ซัดออกมาก็คือระเบิดเพลิงขนาดเล็กของจิ้งจอกเพลิงนั่นเอง เล่นเอาเสื้อผ้าของซีเหมินคังไหม้ไปแถบหนึ่ง ไฟลวกหน้าแข้งเล็กน้อย

 "หึ ๆ เขาถึงว่าคู่แค้นทางคับแคบ ในที่สุดเราทั้งสองคนก็มาเจอกันอีกจนได้ กระสุนนัดนั้น ที่มึงยิงใส่ขากู กูยังจำได้ดี วันนี้มึงต้องตายสถานเดียว"

 จิ้งจอกเพลิงขยับดาบเก้าห่วง จนเกิดเสียงดังกรุ๊งกริ๊ง

 "ขอโทษจริง ๆ นะฮ๊า พอดียิงคนมาเยอะมากเลยจำไม่ค่อยได้ คุณคือใครช่วยบอกอีกทีได้ไหมฮ๊า"

 "บัดซบ! กูคือจิ้งจอกเพลิงนักฆ่าชื่อดังอันดับหนึ่งโว้ย จำใส่...”

 ปัง!

 จิ้งจอกเพลิงพูดยังไม่ทันจบ ก็มีเสียงปืนดังขึ้น

 "อุ้ย โทษทีปืนมันลั่น"

 ทวนเงินคืออาวุธของซีเหมินคังไม่ใช่เหรอ ถูกต้อง แต่นักฆ่าที่ไหนพกอาวุธมาชิ้นเดียวกันบ้างล่ะ ไม่รู้ว่าซีเหมินคังชักปืนออกมายิงตอนไหน แต่กระสุนคราวนี้ไม่ได้เจาะเข้าที่น่อง แต่มันเจาะเข้ากลางหน้าผากของจิ้งจอกเพลิงอย่างแม่นยำ ร่างของมันหงายหลังล้มตึงทันที

 "จุ๊ ๆ หน้าตาไม่ดีแล้วยังฉลาดน้อยอีก ยังมีหน้ามาโม้ว่า เป็นนักฆ่าชื่อดังอันดับหนึ่ง เฮ้อ ลงนรกไปแล้ว ก็เลิกนิสัยขี้โม้ได้แล้วนะฮ๊า อามิตตาพุทธ จำเริ้ญ จำเริญ"

 ซีเหมินคังส่ายหน้าไปมาราวกับตุ๊กตาไม้ สมเพชในความอ่อนหัดของจิ้งจอกเพลิง

 ปัง ๆ

 “วิญญาณบรรพชนคุ้มครอง เฮ้อ! เกือบตายแล้วไหมล่ะ”

 เค่อตงหยางหัวหน้าสถานีตำรวจเช็ดปาดเหงื่อที่ใบหน้า เมื่อครู่กระสุนสองนัดยิงถูกหน้าอกของเขา ถึงจะไม่เข้าเพราะเสื้อเกราะกันกระสุนเซฟเอาไว้

 แต่อารมณ์เฉียดตายยังคงคุกรุ่นรายล้อมเขาเอาไว้ จนต้องพร่ำสวดขอพร แถมยังเจ็บเป็นบ้า หากเคราะห์หามยามซวยขึ้นมา เมียยังสาวยังสวยหุ่นนางแบบ ที่เขาตบแต่งมาจากบ้านนอก เสียค่าสินสอดไปมากโข มีหวังได้เสพสุขบนกองสมบัติของเขากับผัวใหม่

 เธอคงไม่ยอมครองตัวเป็นหม้าย เพื่อเขาจนแก่จนเฒ่าอย่างแน่นอน ถึงแม้ว่าทั้งคู่จะมีลูกด้วยกันสองคนก็ตาม

 สมัยนี้จะมีผู้หญิงที่ไหน ต้องการป้ายกุลสตรีซื่อสัตย์กันบ้างละ แต่เหตุผลสำคัญที่เขายอมเสี่ยงนำทีมลูกน้องมากวาดล้างผู้ร้ายเหล่านี้ ก็เพราะตอนนี้เขาอายุห้าสิบแล้ว

 นี่เป็นโอกาสทองในการสร้างผลงานให้ผู้ใหญ่ในกรมได้เห็น ถึงเขาจะแก่แต่ก็ยังมีไฟอยู่ ในอดีตเขามีคะแนนยิงปืนสูงสุดอันดับหนึ่งของรุ่น ไปถามดูได้ว่าเขาไม่ได้โม้ รางวัลเหรียญทองยังแขวนอยู่ที่ฝาผนังบ้านของเขา

 "คุณลุงเป็นไงบ้างคะ"

 มู่ปิงปิงร้อนใจรีบวิ่งมาสำรวจอาการของเขา ไม่ว่ายังไงเขาก็เป็นคุณพ่อครึ่งตัว

ของมู่ปิงปิง

 "ไม่เป็นไร แค่นี้จิ๊บ ๆ เราเป็นตำรวจ เสี่ยงตายบ้างก็ดี จะได้เก็บไว้เล่าให้ลูกๆเธอฟังเป็นนิทานก่อนนอน เธอเองก็ต้องระวังตัวให้มาก ๆ เหมือนกัน เข้าใจไหม"

 ขณะนี้ฉินฟ่านและโยโย่ยืนอยู่ที่หน้าศูนย์บัญชาการของเขี้ยวอสูร ซึ่งเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กที่สูงหกชั้น

 "เอาไงดีพี่ ท่าทางพวกมันคงจะยุ่งกับการเตรียมชาชั้นดีรอต้อนรับพวกเรา"

 "จะไปยากอาไร้ เจอคนก็ตีคน เจอผีก็ทุบผี ไล่เคลียร์ไปทีละชั้น เอาให้

เหมือนเคลียร์สเตจเล่นเกมเลยดีไหม

แต่ว่าถ้าเธอไม่อยากเหนื่อย ก็เรียกให้เพื่อน ๆ ของเธอมาช่วย"

 โยโย่ยิ้มหวานแบบถูกใจที่จะได้โชว์ฝีมือให้คนรักดู เธอหยิบขลุ่ยกระดูกออกมาเป่าพริบตาเดียวฝูงผึ้งก็บินมาตามคำสั่ง เข้าทำการจู่โจมเริ่มจากชั้นล่างไล่ขึ้นไป พวกมันถูกฝูงผึ้งนับพันต่อยคนละหลายตัวย่อมเจ็บปวดทรมาน จนพวกมันไม่มีกะจิตกะใจจะสู้ศึกอันใดทั้งสิ้น

 บางคนนึกขึ้นได้ตะโกนบอกให้จุดไฟรมควันไล่ผึ้ง แต่ไม่ทันจะหาเชื้อเพลิง ก็ถูกต่อยจนตาปูดบวมวิ่งหนีแตกฮือออกจากตัวตึก ถูกตำรวจเข้าทำการจับกุมอย่างต่อเนื่อง

 ทั้งคู่เดินขึ้นลิฟท์ไปแบบชิว ๆ พอลิฟท์ชั้นหกเปิดออก ก็ได้ยินเสียงปรบมือ

 แปะ ๆ

 เงาสะท้อนของเปลวไฟที่แผดเผา ในดวงตาของเงาโลหิต หลังจากมองดูหายนะที่มาเยือน แล้วเบือนสายตาจับจ้องไปที่ชายหนุ่มที่อยู่เบื้องหน้า มันเค้นเสียงออกจากไรฟันด้วยความเคียดแค้น

 "ฮ่า ๆไอ้บ้าเอ๊ยไม่เลวนี่หว่า แกคือฉินฟ่านสินะ ตายยากตายเย็นจริงนะแก แต่ไม่ต้องเป็นห่วง เพราะว่าวันนี้แกต้อง

ตายอย่างแน่นอน"

 ฉินฟ่านมองดูบุรุษหนุ่มหน้าตาดีเหมือนไอดอล โหนกแก้มมีรอยตีตราหมายเลขสิบสาม คิ้วเข้มตาโตจมูกโด่งริมฝีปากบางได้รูป อายุน่าจะสักยี่สิบห้า สวมเสื้อมีฮู้ทสีดำ

 ท่าทางของเขาคล้ายกับนักศึกษาในมหาวิทยาลัยซะมากกว่า ที่จะเป็นประมุขขององค์กรนักฆ่าชื่อดัง

 พูดก็พูดเถอะ ผู้ร้ายก็ใช่ว่าจะต้องมีใบหน้าเหี้ยมเกรียมดุดันหรืออัปลักษณ์เสมอไป แต่ที่เขามั่นใจว่าเงาโลหิตจะต้องเป็นคนนี้อย่างแน่นอน ก็เพราะคำ ๆ เดียวก็คือคำว่าพลังสภาวะ

 มีแต่สุดยอดฝีมือ ที่ทำให้เขาเกิดความตื่นตัวจนขนลุกขนชันได้ ความรู้สึกนี้มันยาก ที่จะบรรยายได้จริง ๆ  

 โดยเฉพาะแววตาที่แลดูโหดเหี้ยมเลือดเย็น คล้ายดั่งนัยน์ตาของปลาตาย ราวกับว่าหากมันผู้นี้ต้องฆ่าคนสักร้อยคน มันก็คงไม่ลังเลใจเลยสักนิด

 แถมเมื่อครู่เขาซัดอัคคีกรีดฟ้าช่วยโยโย่ไปแล้ว วันนี้คงหมดสิทธิ์ใช้ได้อีก เพราะพลังลมปราณคงไม่พอ สำหรับการใช้เป็นครั้งที่สอง งานนี้คงทำให้เขาหืดขึ้นคอน่าดู

 "เออฉันเอง แกคงเป็นเงาโลหิตซินะ ถามจริง ๆ เถอะ นี่แกเปียแชร์ไม่ได้ จนเงินขาดมือรึยังไง รึว่าเป็นเด็กเก็บกด ถูกลุงข้างบ้านตุ๋ยตูดตั้งแต่ยังเด็ก ถึงได้มายึดอาชีพเส็งเคร็งแบบนี้

 ทำไมไม่รู้จักไปเป็นไรเดอร์ส่งอาหารรึไปเป็นครูสอนคณิตศาสตร์ งานการดี ๆ ไม่รู้จักไปทำ พ่อแม่แกรู้เข้าคงได้อกแตกตาย

 เอ่อ แต่ต้องขอโทษจริง ๆ ว่ะ ที่เผากระท่อมของแกซะวอดวาย แต่งานนี้ประกันคงไม่ยอมจ่ายให้แกหรอก"

 ฉินฟ่านพูดพลางขยับมายืนข้างหน้าของโยโย่ เป็นการสื่อนัย ๆ ว่า งานนี้น้องไม่ต้องพี่ลุยเอง

 โยโย่เลยไปลากเก้าอี้ มานั่งไขว่ห้างหลบอยู่ด้านข้าง คอยชมบิ๊กแมทช์มวยมันสุดสัปดาห์ แถมยังควักหมากฝรั่งมาเคี้ยวตุ้ย ๆ อย่างสบายอารมณ์

 "หึ ๆ แม่นินจาสาวนี่คงเป็นคนรักของแกละสิ อื้อฮือน่ารักไม่เบาเลยนี่หว่า ดีเชือดแกทิ้งก่อน แล้วค่อยป้อนยาปลุกเซ็กซ์ให้นังนี่ ฉันกับลูกน้องจะเรียงคิวข่มขืนอีนี่ให้สะใจไปเลย ดีไหม"

 "แกนี่คงนกเขาไม่ขัน น้องชายคงหงอยจนคอตกไม่ยอมสู้สิท่า ระวัง ๆ หน่อย หากแกดูหมิ่นดูแคลนว่าเธอเป็นผู้หญิงอ่อนแอ แกจะโดนเธอเจี๋ยนไข่ทิ้งทั้งพวง แล้วอย่าหาว่าไม่เตือนกันก่อนก็แล้วกัน"

 ทั้งสองใช้คารมปะทะกัน พลางสอดส่ายสายตาหาจุดอ่อนของอีกฝ่าย อย่างไม่รีบร้อน เงาโลหิตบิดเท้าขวาเล็กน้อย

ฉินฟ่านก็ขยับตาม ทั้งสองต่างกำลังสะสมพลังสภาวะกันอย่างช้า ๆ เพื่อระเบิดออกมาในครั้งเดียว

 เงาโลหิตเคยเจอคู่ต่อสู้ที่ร้ายกาจมาก็มาก แต่พอเจอฉินฟ่านลางสังหรณ์ในใจ จากการผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วน บอกกับมันว่าฉินฟ่านแข็งแกร่งมากจนยากที่จะประเมิน แต่มันไม่เคยคิดที่จะหลบหนี เพราะศักดิ์ศรีค้ำคอนะเหรอ

 ไม่ใช่…แต่เพราะมันรู้ดีว่า หากมันมีความคิดที่จะหลบหนีแม้แต่แวบเดียว นั่นหมายความว่ามันแพ้แล้วและความรู้สึกนี้จะคอยตามหลอกหลอนมันไปชั่วชีวิต

 เปาะ!

 เสียงเป่าหมากฝรั่งเป็นลูกโป่งใบใหญ่จนแตกดังขึ้น ราวกับเสียงตีระฆังให้สัญญาณเริ่มการชกมวย

 ไม่มีกระบวนท่าที่สวยหรู ไม่มีความพลิกแพลงของกระบวนท่า นี่เป็นการต่อสู้แบบ "ตาต่อตาฟันต่อฟัน" ราวกับอันธพาลข้างถนนต่อยตีกัน หมัดใครแข็งแกร่งกว่าคนนั้นรอด

 ตูม!

 อ๊อก!

 หมัดของทั้งสองคนต่างต่อยเข้าทรวงอกของอีกฝ่าย แต่คนกระอักเลือดออกมากลับเป็นฉินฟ่าน เหลือเชื่อจริง ๆ

เงาโลหิตถึงกับมีกำลังภายในสูงล้ำกว่าเขา

อีกรึ

 ฉินฟ่านถ่มเลือดในปากทิ้ง ก่อนที่ทั้งสองจะพุ่งเข้าหากันอย่างเอาเป็นเอาตายอีกครั้ง

ฉินฟ่านเปล่งเสียงเบา ๆ ในลำคอออกมา แล้วฟาดฝ่ามือมุทรากระบวนท่าที่สามออกไป

 โอม

 ตูม!

 เงาโลหิตใช้แขนขวากันฝ่ามือของฉินฟ่านเอาไว้ โดยที่ไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรแม้แต่เส้นผม แต่เสื้อผ้าของเงาโลหิตกลับถูกพลังฝ่ามือฟาดจนเปื่อยยุ่ยขาดไปแถบใหญ่ เผยให้เห็นแขนข้างขวาเป็นโลหะสีเงินวาววับของเงาโลหิต ไล่ตั้งแต่หัวไหล่จนถึงปลายนิ้วล้วนเป็นแขนจักรกลอย่างกับในหนังไซไฟของฮอลลีวูด

 "นี่มันบ้าไปแล้ว"

 "เฮอะ ๆ ฉันอุตส่าห์ยอมตัดแขนทิ้งข้างหนึ่ง เพื่อใส่แขนจักรกลนี้ วันนี้คงจะได้รู้กันว่า กำลังภายในของแกกับแขนจักรกลของฉัน ใครจะเจ๋งกว่ากัน"

 เงาโลิตหวดแขนต่อยหมัดออกไปไม่หยุดยั้งถึงสิบกว่าหมัด โต๊ะเก้าอี้ ฝาผนังที่ถูกพลังหมัดต่อย ต่างพังทะลายอย่างง่ายดาย ฉินฟ่านไม่กล้าเข้าปะทะตรง ๆ ได้แต่ฟุตเวิร์คหลบซ้ายหลบขวาไปมาหาจังหวะโต้กลับ

 "แกคงบ้าหนังไซบอร์กมากไปหน่อยแล้วละ"

 ย้าก!

 เงาโลหิตร้องเสียงดังก้องกระโดดขึ้นราวกับค้างคาวตัวใหญ่ กางกรงเล็บเหล็กของแขนจักรกล หมายจะขยุ้มคอหอยของฉินฟ่านให้แหลกสะบั้น

 ฉินฟ่านหมุนตัวครึ่งรอบดึงเอากระบองสามท่อนออกมา สะบัดฟาดใส่จนเกิดเสียงหวีดหวิว ผสานกับเสียงกระบองที่กระทบกับกรงเล็บดังถี่ยิบ ทั้งคู่ผลัดกันรุกผลัดกันรับ ยังดีที่ฉินฟ่านเข้าค่ายฝึกการใช้อาวุธกับซีเหมินคังมา ไม่เช่นนั้นคงต้องเสียเปรียบแขนจักรกลนี้แน่

 "ฮ่า ๆ เงาโลหิตนี่แกคงเพี้ยนเข้าขั้นแล้วจริง ๆ"

 ความรุนแรงของการห้ำหั่นกันในครั้งนี้ บ่งบอกอย่างชัดเจน ถึงเจตนาที่จ้องจะสังหารอีกฝ่ายให้จงได้

 ฉินฟ่านตีลังกากลับหลังสองตลบ หลบรอดจากกรงเล็บของเงาโลหิต แต่เขายืนยังไม่ทันมั่นคงดี กรงเล็บเหล็กก็กวาดมาด้านข้าง กรีดใส่ฝาผนังจนเป็นรอยเล็บยาว การโจมตีครั้งนี้แฝงพลังที่รุนแรงพอที่จะบดขยี้ทุกสิ่งให้เป็นจุณ

ฉินฟ่านรีบสะบัดเท้าเตะสกัดออกไปสามทีซ้อน

 แต่เงาโลหิตอาศัยพลังมหาศาลของแขนจักรกลเป็นข้อได้เปรียบ ไม่มีกระบวนท่าพลิกแพลงใด ๆ มันแค่ต่อยออกไปฟาดแขนออกไป ฉินฟ่านก็ยากที่จะต้านทานพลังนี้แล้ว

 สถานการณ์ตอนนี้ของฉินฟ่านไม่สู้ดีจริง ๆ หากเปรียบเทียบกันเขาคงเป็นมวยรองบ่อน โยโย่นั่งดูอย่างร้อนใจจนกระสับกระส่ายก้นเริ่มนั่งไม่ติดเก้าอี้ ไม่ได้ใจเย็นเหมือนตอนแรกอีกแล้ว

 กรงเล็บเหล็กของเงาโลหิตพุ่งแทงใส่หน้าอกของฉินฟ่าน บังคับให้เขาต้องดีดตัวพุ่งไปข้างหลัง ใช้หัวไหล่กระแทกชนฝาผนังปูน จนพังทลายเป็นช่อง ทะลุไปห้องด้านข้างที่อยู่ติดกัน จึงหลบการโจมตีนี้ได้อย่างหวุดหวิดหวาดเสียว

 เงาโลหิตกระทืบส้นเท้าขวาเบา ๆ ทีหนึ่ง มีดสั้นกว้างหนึ่งนิ้วยาวสี่นิ้วที่มีปลายแหลมคม พลันดีดโผล่ออกมาจากหัวรองเท้าข้างขวา แล้วพุ่งตัวเข้าสู่ห้องถัดไปตามเข่นฆ่าฉินฟ่านไปติด ๆ  

 มันสะบัดเท้าเตะใส่ถี่ยิบ ราวกับหางของแมงป่อง ที่ตวัดฉกล่าเหยื่อ รุกไล่อย่างต่อเนื่องว่องไว จนมีดที่ปลายเท้ากรีดใส่เสื้อฉินฟ่านขาดเป็นทางยาว ถึงจะหลบมีดนี้พ้น แต่หลบหมัดซ้ายที่ต่อยมาที่ทรวงอกไม่พ้น

 ฉินฟ่านได้แต่ผ่อนหนักเป็นเบา ในเวลาที่ฉุกละหุกเช่นนี้ โดยเบี่ยงตัวใช้หัวไหล่รับหมัดแทน เขาถูกต่อยจนกระเด็นไป แขนซ้ายชาวูบเหมือนถูกไฟช็อต จนแขนห้อยตก ขนาดโยโย่เห็นยังรู้สึกร้อนใจเป็นห่วงว่าฉินฟ่านจะเพลี่ยงพล้ำเสียที

 ฉินฟ่านสูดลมหายใจลึก ๆ พลางครุ่นคิดว่า เขาจะแก้เกมในสถานการณ์ที่เป็นรองแบบนี้อย่างไรดี เขาค่อย ๆ เดินลมปราณรูปเกลียว แล้วส่งพลังใส่ลงไปในกระบอง

 เขาควงกระบองฟาดเหวี่ยงหมุนวนราวกับมังกรพิโรธ เดี๋ยวหวดซ้าย เดี๋ยวทุบขวาปะทะกับเล็บเหล็กรวดเร็วถี่ยิบ จนโยโย่มองตามแทบไม่ทัน เสียงอาวุธกระทบกันดังสะท้านแก้วหู

 ทั้งสองผลัดกันรับผลัดกันรุก แต่อาจจะเป็นเพราะแขนจักรกล ที่มีพลังทำลายล้างสูงจนน่าเเหลือเชื่อ ฉินฟ่านจึงต้องรับมือด้วยความยากลำบาก

 เงาโลหิตเห็นว่าตนเองกำลังได้เปรียบรีบพุ่งทะยานตัวตามไปติด ๆ หมายจะเผด็จศึกให้เสร็จสิ้นในคราเดียว

 ฉินฟ่านคิดว่าเงาโลหิตผู้นี้ฝีมือร้ายกาจจริง ๆ เมื่อวรยุทธผสานกับพลังอำนาจแขนจักรกล ทำให้เงาโลหิตแข็งแกร่งยิ่งกว่า ปรมาจารย์ปู้ซะอีก

 แต่เขายังเชื่อว่าการต่อสู้ นอกจากอาศัยกระบวนท่า เชิงมวย สติปัญญาแล้ว บางครั้งยังต้องอาศัยโชคช่วยอีกด้วย ในเมื่อเขามีโยโย่เป็นเทพีนำโชคอยู่ข้างกายทั้งคน ยังต้องกลัวอะไรอีก

ตอนนี้เขากำลังรอ รอโชคมาเยือน

 กิ้ง…

 สายโซ่ที่เชื่อมต่อกระบองแต่ละท่อนถูกกรงเล็บเหล็กฟันขาดสะบั้นไปเส้นหนึ่ง ทำให้ในมือของฉินฟ่าน เหลือแค่กระบองสองท่อน แต่แทนที่จะถอยหนี เขากลับตะโกนก้องพร้อมกับกระโดดลอยตัว หมุนควงกระบองฟาดลงไปจนสุดแรงเกิด

 เงาโลหิตแสยะยิ้มที่มุมปาก ยกแขนจักรกลขึ้นต้านรับกระบองท่อนแรกเอาไว้ได้อย่างง่ายดาย แต่กระบองท่อนที่สองกลับสะบัดเหวี่ยงฟาดเลยไปใส่ศีรษะของมัน

โครมใหญ่จนศีรษะแตก

 เลือดสด ๆ สีแดงไหล ชโลมไปครึ่งใบหน้าของเงาโลหิต พร้อมความเจ็บปวดและมึนงง

 การต่อสู้อาศัยช่วงเวลาชั่วพริบตา อาจจะนำมาซึ่งผลแพ้ชนะได้ในทันที

 ฉินฟ่านเห็นมันชะงักงันไปครู่หนึ่ง ไหนเลยจะยอมปล่อยโอกาสทองหลุดมือไป เขาโคจรพลังลมปราณผ่านจุดชีพจร ที่ส้นเท้า บั้นเอว แผ่นหลัง หัวไหล่ แล้วกำหมัดต่อยใส่ทรวงอกของเงาโลหิตจนสุดแรงเกิด เสียงกระดูกหน้าอกแตกหักสะบั้นดังชัดเจน

 ร่างของเงาโลหิตเซถอยไปห้าก้าวพร้อมกระอักเลือดออกมาคำโต ได้ยินแต่

เสียงดังคร่อก ๆ ในลำคอของมัน คล้ายกับกระดูกทรวงอกที่แตกหักจนป่นปี้ ทิ่มแทงปอดของมัน ทำให้การหายใจของมันไม่ปกติ

 ฉินฟ่านเป็นคนอำมหิตเด็ดขาด หาใช่คนมืออ่อนใจบุญสุนทานไม่ เขากางสองนิ้วจิ้มปักเข้าไปในดวงตาของเงาโลหิต ความเจ็บปวดแผ่ซ่าน จนมันร้องลั่นโหยหวนดวงตาของมันบอดทันที แล้วจับคอตีเข่าเข้าที่ปลายคาง จนกระดูกกรามแตก เขาหมุนตัวหนึ่งรอบสะบัดเท้าเตะจนกระดูกก้านคอของเงาโลหิตหักสะบั้น

 ศีรษะของมันห้อยพับลง ร่างของมันปลิวกระเด็นไปทรุดกองลงกับพื้นราวกับผ้าขี้ริ้ว ดวงตาของมันยังคงเบิกโพลง คล้ายดั่งไม่อยากเชื่อว่ามันแพ้แล้ว คงเพราะเหตุนี้กระมังมันจึงตายตาไม่หลับ

 โยโย่วิ่งเข้ามาโอบกอดเขาด้วยความเป็นห่วง แต่คงจะกอดแบบไม่ทันตั้งตัวแรงไปหน่อย มันเลยทำให้ฉินฟ่านกระอักเลือดออกมาอีกครั้ง

 "พี่เป็นไงบ้างอย่าทำให้ฉันกลัวสิ"

 น้ำตาเธอเอ่อคลอจนจะหยดอยู่รอมร่อแล้ว

 "ไม่เป็นไร อย่าลืมสิว่าพี่คือหมอเทวะ กินยาเทียบสองเทียบก็หายแล้ว ถ้าเธอนัวเนียขึ้นคร่อมพี่ ยิ่งหายเร็วใหญ่เลย"

 ปากของเขาก็พูดไปเรื่อยเปื่อยตามสันดาน แล้วยัดยาแก้ช้ำในสามเม็ดเข้าปากกลืนลงไปทันที แต่มือที่แสนจะซุกซนของเขา กลับเลื้อยเข้าไปในอกเสื้อของ

โยโย่ หลังจากยืนยันการล๊อคป้าหมาย ก็เริ่มขยำขยี้อย่างมันมือ ให้ความรู้สึกที่ดีจริง ๆ

 แต่อย่าเข้าใจผิด ไม่ใช่ว่าได้ลวนลามเธอแล้วรู้สึกดี แต่เพราะความรู้สึกอยากลวนลามเธอยังคงมีอยู่ แสดงว่าเขายังไม่เคยเบื่อเธอ

 สามีภรรยาบางคู่ อย่าว่าแต่จะลวนลามเลย บางครั้งขนาดใบหน้ายังไม่อยากจะมองกันด้วยซ้ำไป

 "พี่นี่น้า มือไวยังกับปลาหมึกคอยดูนะ คืนนี้จะดูดให้หน้าซีด จนฟ้าเหลืองขาสั่นเลย คอยดูสิ"

 "เก่งจริงนะตัวแค่นี้ ถ้าปากเก่งแบบนี้ พวกเราชวนเสี่ยวปิงไปเล่นน้ำตกกันดีไหม"

 ฉินฟ่านกระซิบข้างหู พลางขบติ่งหูของเธอเล่น ลามลงมาไซ้ซอกคอของเธอ ส่วนนิ้วมือของผีลามกก็ยังเขี่ยหัวนมเธอเล่น เล่นเอาเธอชักมีอารมณ์พิศวาสขึ้นมา

ตงิด ๆ แต่อารณ์หมั่นไส้อยากแกล้งเขากลับปะทุขึ้นมามากกว่าซะดื้อ ๆ

 ตุบ!

 เธอเหวี่ยงกำปั้นทุบกล่องดวงใจของเขาเบา ๆ แต่ก็พอทำให้เขารู้สึกขึ้นมา จุกจนหน้าเขียว เขาแกล้งร้องครวญครางโอดโอยขอความเป็นธรรม

 "โอ้ยโย้โหยว ช่วยด้วยมีคนจะฆ่าสามีแล้ว หากมันใช้การไม่ได้เธออย่ามาร้องไห้ เสียดายภายหลังก็แล้วกัน

เดี๋ยว! รอด้วยสิ"

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 66ไม่เจอไม่กลับ (จบภาค 1)

    ปัง ปัง ปัง ปัง!เสียงประทัดพวงยาวเหยียดดังสนั่นหวั่นไหวพร้อมเสียงรัวกลองเชิดสิงโตสร้างความครึกครื้นให้ผู้ชมที่มากันเนืองแน่น เพราะข่าวที่แพร่กระจายมาอย่างต่อเนื่อง ว่าโครงการโรงเรียน "พี่สาวนางฟ้า" ริเริ่มโดยหมอเทวดาฉินฟ่าน ซึ่งค่าเล่าเรียนทุกอย่างฟรีหมดจนคนที่ทราบข่าวต่างยกนิ้วชมเชย บางคนมีฐานะจึงยินดีที่จะบริจาคเงินทอง เพื่อสร้างชุมชนที่น่าอยู่ เพื่ออนาคตของลูกหลานชาวเมืองซูโจวถึงขนาดมีคนยุให้หมอเทวดาเล่นการเมือง เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รับประกันว่าคะแนนเสียงถล่มทลาย แต่บรรดาอาซิ่มอาซ้อกลับอยากให้เขาเป็นพระเอกหนังซีรีส์ซะมากกว่า เพราะเขานั้นหล่อบาดลึกไปถึงขั้วหัวใจของพวกเธอคุณหนูสี่ขึ้นเวทีไปกล่าวเปิดงานในฐานะประธานกลุ่มทุน "พี่สาวนางฟ้า" เสียงปรบมือดังสนั่นหวั่นไหว ช่วงนี้มีผู้สื่อข่าวหลายสำนัก มาขอสัมภาษณ์เธอไม่เว้นวันจนเธอยุ่งหัวฟูหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ที่ได้ยลโฉมงามล่มเมืองของคุณหนูสี่ ต่างคลั่งไคล้ขอเป็นแฟนคลับเธอ แต่ละคนต่างแย่งกันบริจาคเงินออกมาก้อนโต เพื่ออวดโอ่ฐานะความร่ำรวยเพราะถ้าได้แต่งกับเธอ มันเฮงยิ่งกว่าหนูตกถังข้าว

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 65 ไม่รู้ไม่ชี้

    ทั้งสองส่งเสียงหัวเราะวิ่งหยอกล้อกันออกไป ตอนนี้ทุกอย่างสงบลงแล้ว คนตายก็ตายไป คนเจ็บก็ส่งโรงพยาบาล คนมอบตัวก็เตรียมไปกินข้าวแดงในคุกได้เลย ตำรวจเริ่มเคลียร์สถานที่ ยึดอาวุธสงครามได้เป็นจำนวนมาก มากพอที่จะเลื่อนยศเลื่อนตำแหน่งให้หลาย ๆ คนในศึกครั้งนี้ฉินฟ่านเดินกระแซะเข้าไปใกล้ ๆ กระซิบชวนมู่ปิงปิงไปจู๋จี๋ดู๋ดี๋กันที่น้ำตก แต่เธอค้อนขวับวงใหญ่ แถมแกล้งทำเสียงดุใส่"งานยังไม่เสร็จ ไปไม่ได้""น่านะ คนดียอดรักของฟ่าน เสร็จงานแล้ว ก็ต้องมีการตบรางวัลบิ๊กโบนัสกันบ้างสิ ใช่ไหมจ๊ะทูนหัวจ๋า"เขาพยายามออดอ้อน กะพริบตาปริบ ๆ ทำสีหน้าน่าสงสาร"ไม่รู้ไม่ชี้""น่านะ แป๊บเดียวเอง แค่สามนาทีก็เสร็จแล้ว"เขาพยายามต่อรอง"คิดว่าตัวเองเป็นอุลตร้าแมนแปลงร่างได้แค่สามนาทีรึไง คราวก่อนเป็นชั่วโมง เล่นเอาเหน็บชากินขาเลย"ไม่สนแล้วต้องใช้เส้นสายของเครือญาติให้เป็นประโยชน์ เขาหันไปหาเค่อตงหยางที่กำลังคุมลูกน้องทำงานอย่างแข็งขัน"คุณลุงเค่อที่เคารพครับ พอดีที่บ้านมีเรื่องด่วน ผม

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 64 คู่แค้นพบกันบนทางแคบ

    ในห้องที่มืดมิด มีแสงเลือนรางไหววูบเป็นบางครั้ง จากเปลวไฟที่ลุกฮือโหมของการระเบิดครั้งใหญ่ ซีเหมินคังยืนถือทวนเงินสงบนิ่งดุจขุนเขา เพราะเขาสัมผัสได้ถึงอันตรายที่ซุกซ่อนอยู่ เมื่อมืดมิดจนมองไม่เห็น เขาเลยพาลหลับตาลง ใช้หูสดับฟังเสียงเคลื่อนไหวแทนฟิ้วววววเสียงกระแสลมของดาบ ที่ตวัดใส่ลำคอของซีเหมินคังแว่วมา เขาสะบัดควงทวนเงินเข้าต้านปะทะติดต่อกันเก้ากระบวนท่า จนเกิดประกายไฟแลบแปลบปลาบเสียงซัดอาวุธบางสิ่งออกมา ลางสังหรณ์ในใจของซีเหมินคัง ส่งสัญญาณเตือนภัยชนิดหนึ่ง บีบให้เขาดีดตัวถอยไปหลบหลังเสาอย่างรวดเร็วบึ้ม…อาวุธที่ซัดออกมาก็คือระเบิดเพลิงขนาดเล็กของจิ้งจอกเพลิงนั่นเอง เล่นเอาเสื้อผ้าของซีเหมินคังไหม้ไปแถบหนึ่ง ไฟลวกหน้าแข้งเล็กน้อย"หึ ๆ เขาถึงว่าคู่แค้นทางคับแคบ ในที่สุดเราทั้งสองคนก็มาเจอกันอีกจนได้ กระสุนนัดนั้น ที่มึงยิงใส่ขากู กูยังจำได้ดี วันนี้มึงต้องตายสถานเดียว"จิ้งจอกเพลิงขยับดาบเก้าห่วง จนเกิดเสียงดังกรุ๊งกริ๊ง"ขอโทษจริง ๆ นะฮ๊า พอดียิงคนมาเยอะมากเลย

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 63 นี่แค่น้ำจิ้ม

    เงาร่างฉินฟ่านพุ่งฉวัดเฉวียน จนพวกเธอตาลายมองตามไม่ทัน เสียงฟาดแก้มก้นดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากหมวดมู่คนแรก แถมแต่ละคนยังถูกลวมลามอีกหลายครั้งพวกสาว ๆ ต่างส่งเสียงร้องวี๊ดว้ายกระตู้วู๊ วิ่งหลบหนีจิ้งจอกเฒ่าจอมลามกกันจ้าละหวั่น ก่อนที่จะมีอะไรเลยเถิดไปกว่านั้น จน กบว. ต้องเซ็นเซอร์ภาพและเสียงทันใดนั้นก็มีเสียงฝีเท้าดังแว่วมาขัดจังหวะ ผัวหนุ่มเมียสาวที่กำลังหยอกเย้ากันอย่างสนุกสนาน ทำเอาทุกคนต้องกลับมาทำตัวสงบเสงี่ยมอีกครั้ง"อะแฮ่ม สวัสดีพี่สาวคนสวยทั้งหลาย เอ่อ…พี่เขยขอโทษที่ขัดจังหวะครับ มีคนมาหาพี่เขย บอกว่านี่เป็นเรื่องด๊วนด่วนนะครับ"เหลียนเฮ่อส่งเสียงดังแหบ เพราะอยู่ในวัยกำลังแตกเนื้อหนุ่ม นมเพิ่งจะแตกพานรายงานอย่างรวบกระชับทันที พร้อมทำสีหน้ากระดากแบบอาย ๆเพราะเขาโตพอที่จะรู้ว่า เมื่อครู่พี่เขยตัวดี ไอดอลขั้นเทพของเขากำลังทำเรื่องดีงามอะไร เขาสาบานกับตัวเองว่าโตขึ้น จะต้องเป็นแบบพี่เขย เอาดีในเรื่องผู้หญิงให้ได้ตอนนี้ทุกคนต่างพากันทำหน้าเขิน ๆ ขณะจัดแจงทรงผมที่ยุ่งเหยิงและเสื้อผ

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 62 ยาหยี

    พวกเขาเก็บอุปกรณ์กล้องอินฟาเรด แล้วเดินลัดเลาะชายป่าท่ามกลางแสงจันทร์ ที่พอเห็นเลือนรางไปอย่างเงียบ ๆ ประมาณหนึ่งชั่วโมงโยโย่เป็นสาวช่างจ้อ แบบที่เรียกว่าอะไรนะ ทอล์คกาทีฟเกิรล์ละมั้ง เดี๋ยวชวนคุยเรื่องโน้น เดี๋ยวเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง แถมมุกตลกของเธอมีเพียบอีก ช่วยทำให้เขาไม่รู้สึกเบื่อหน่ายจนกระทั่งทั้งคู่ถึงน้ำตกสายหนึ่ง จึงตัดสินใจที่จะพักเท้าชั่วคราว ทั้งคู่จึงนั่งลงที่โขดหินหยุดพักดื่มน้ำฉินฟ่านหยิบแผนที่ขึ้นมากางดู เพื่อศึกษาภูมิประเทศ งานนี้เขาทุ่มจนสุดตัว จะให้เกิดข้อผิดพลาดไม่ได้เป็นอันขาด ลมโชยเบา ๆ พัดผ่านตัวเย็นสบายเสียงน้ำจ๋อมแจ๋มแว่วดังมาเบา ๆ สะกิดความสนใจของเขา จนอดไม่ได้ที่จะต้องหันหน้าไปดูภาพที่เห็นทำให้เขาเลือดลมสูบฉีด หายใจถี่เร็ว ลืมสิ้นทุกสิ่งทุกอย่างโลกหล้าใบนี้ไปชั่วขณะร่างของโยโย่ที่เปลือยเปล่าขาวโพลนท่ามกลางแสงจันทร์ เรือนร่างของเธอโผล่พ้นขึ้นเหนือน้ำมาครึ่งตัว ทรวดทรงองค์เอวที่อ่อนช้อย เป็นเส้นสายชวนรัดรึงใจ พราวไปด้วยหยดน้ำเม็ดเล็ก ๆ ที่ไหลรวมหยดเป็นทางยาว ค่อย ๆ ไหลรินผ่านร่องอก

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 61 แฮกเกอร์

    แต่ถ้าจะพูดถึงอีกคนหนึ่ง เมียหลวงเมียน้อยเมียเล็ก เมียใหญ่กลับสนับสนุนจนคะแนนเสียงท่วมท้น ให้ไปกระทืบสุยเก้ามีดให้จมดินโทษฐานที่มันบังอาจเหิมเกริมไม่ยอมแหกตาดูให้ดีว่าซอยลูกเป็ดน้อยนี้ใครคุมติ๋ง! ติ๋ง!หยดเลือดสด ๆ สีแดงคล้ำไหลออกจากปากของสุยเก้ามีดตกกระทบพื้นเป็นจังหวะเหมือนเสียงดนตรีร่างของสุยเก้ามีดนักเลงโตถูกมัดมือไพล่หลังและมัดข้อเท้าทั้งสองข้างด้วยเชือกก่อนจะชักรอกขึ้นไป ทำให้ตอนนี้มันตกอยู่ในสภาพห้อยหัวเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนนี้พวกมันกำลังล้อมชายหนุ่มคนหนึ่งด้วยอาวุธครบมือ โดยไม่ได้คาดคิดเลยแม้แต่น้อยว่าจะเป็นพวกมันเองที่ถูกยำจนเละเป็นโจ๊กเรื่องแก้แค้นคงไม่ต้องคิด มันไม่หวังจะไปต่อกรอะไรอีกแล้ว ตอนนี้ต้องรักษาชีวิตให้ได้ก่อนพลั่วะ! พลั่วะ!อ้ากก! อ้ากก!สุยเก้ามีดกำลังถูกไอ้ฟันเหยินลูกน้องคนสนิทใช้ไม้เบสบอลหวดฟาดใส่ลำตัวนี่เป็นการหวดครั้งที่ยี่สิบ ครบจำนวนพอดีเงาของชายหนุ่มพาดยาวกับพื้น เขายืนอยู่ริมหน้าต่าง กำลังดื่มน้ำอัดลมดับกระหายพลางเดินข้ามร่างของเจ้า

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 60 สาบาน

    หมายเลขสิบสามกลับเดินเลี่ยงออกไปอย่างเงียบ ๆ เพียงลำพังซึ่งในตอนนี้ทุกคนกำลังเพลิดเพลินกับฉากอีโรติกที่ชวนตื่นเต้นเร้าใจอยู่จึงไม่มีใครสนใจเขาเขาไปที่เนินดินหลังห้องส้วม บริเวณนี้ผู้คนไม่ค่อยสัญจรผ่านไปมาเพราะรังเกียจความเหม็น เขาใช้มือขุดดินทรายจนเป็นหลุม แล้วก็เจอเป้ทหารใบหนึ่งที่ถูกฝัง

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 59 แม่ขอโทษ

    “สวัสดีครับแม่”“อ้าว อาเจี้ยนมาแต่เช้าเชียว”กวนอิมเผ็ดยิ้มให้เขาอย่างเอ็นดูตอนนี้เธอถือว่าลู่เจี้ยนเป็นลูกชายคนหนึ่งเช่นเดียวกัน“พี่ใหญ่มาหาฉันแต่เช้าเลย มีธุระอะไรรึเปล่าฮ๊า”ซีเหมินคังยิ้มร่าเดินนวยนาดเข้ามาหา

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 58 แม่ผัวตัวแสบ

    นับแต่โบราณกาลมีคนเคยกล่าวเอาไว้ว่าแม่ผัวกับลูกสะใภ้ยากที่จะอยู่ร่วมกันโดยสันติ เปรียบเสมือนน้ำกับไฟเหมือนหมากับแมว สุดแท้แต่ผู้คนจะเปรียบเปรยในสมัยก่อนฮูหยินผู้เฒ่าปกครองหลังบ้านมือเดียวค้ำฟ้า มีอำนาจเบ็ดเสร็จลูกสะใภ้คนไหนไม่ถูกใจจะสั่งเฆี่ยนตีหรือตบจนฟันหลุดร่วงออกจากปากก็ไม่มีใครกล้าหือเผลอ ๆ

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 57 อย่างนี้ต้องตีให้ตาย

    ตอนที่ฉินฟ่านกำลังปลอบเธอก็มีคุณยายรูปร่างเล็กบอบบางคนหนึ่งที่เดินเหินแทบจะไม่ไหวมาเกาะแขนของเขา“พ่อหนุ่มช่วยหลานสาวตัวน้อยของยายด้วยเถอะคิดซะว่าเอาบุญเถอะนะยายขอร้องล่ะ เธอติดอยู่บนห้องนอนชั้นสามของตึกนั้นยังไม่มีใครช่วยลงมาเลย”เขาหันไปมองกวนอิมเผ็ด เป็นเชิงขอ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status