เข้าสู่ระบบแต่ถ้าจะพูดถึงอีกคนหนึ่ง เมียหลวงเมียน้อยเมียเล็ก เมียใหญ่กลับสนับสนุนจนคะแนนเสียงท่วมท้น ให้ไปกระทืบสุยเก้ามีดให้จมดินโทษฐานที่มันบังอาจเหิมเกริมไม่ยอมแหกตาดูให้ดีว่าซอยลูกเป็ดน้อยนี้ใครคุม
ติ๋ง! ติ๋ง!
หยดเลือดสด ๆ สีแดงคล้ำไหลออกจากปากของสุยเก้ามีดตกกระทบพื้น
เป็นจังหวะเหมือนเสียงดนตรี
ร่างของสุยเก้ามีดนักเลงโตถูกมัดมือไพล่หลังและมัดข้อเท้าทั้งสองข้างด้วยเชือกก่อนจะชักรอกขึ้นไป ทำให้ตอนนี้มันตกอยู่ในสภาพห้อยหัว
เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนนี้พวกมันกำลังล้อมชายหนุ่มคนหนึ่งด้วยอาวุธครบมือ โดยไม่ได้คาดคิดเลยแม้แต่น้อยว่าจะเป็นพวกมันเองที่ถูกยำจนเละเป็นโจ๊ก
เรื่องแก้แค้นคงไม่ต้องคิด มันไม่หวังจะไปต่อกรอะไรอีกแล้ว ตอนนี้ต้องรักษาชีวิตให้ได้ก่อน
พลั่วะ! พลั่วะ!
อ้ากก! อ้ากก!
สุยเก้ามีดกำลังถูกไอ้ฟันเหยินลูกน้องคนสนิทใช้ไม้เบสบอลหวดฟาดใส่ลำตัว
นี่เป็นการหวดครั้งที่ยี่สิบ ครบจำนวนพอดี
เงาของชายหนุ่มพาดยาวกับพื้น เขายืนอยู่ริมหน้าต่าง กำลังดื่มน้ำอัดลมดับกระหายพลางเดินข้ามร่างของเจ้ากระทิงที่นอนแผ่หราอยู่กับพื้น เขามองดูพื้นห้องพลางส่ายหน้าเบา ๆ ร่างลูกน้องของสุยเก้ามีดเกือบห้าสิบคน กำลังนอนร้องครวญครางระเกะระกะด้วยความเจ็บปวดเต็มพื้นห้องไปหมด จนแทบไม่มีที่ให้เดิน
“เอาล่ะ เจ้าฟันเหยินปล่อยมันลงมาได้แล้ว”
“ครับ”
สุยเก้ามีดพยายามฉีกยิ้มด้วยใบหน้าที่บวมปูด มันฝืนใจประคองตัวนั่งคุกเข่า แล้วโขกศีรษะเสียงดัง
“คุณชายโปรดไว้ชีวิตผมด้วยเถอะครับผมมีลูกสี่เมียสองกับแม่ยายสามที่แก่ชราต้องเลี้ยงดู ได้โปรดเถอะครับ ให้ผมเป็นหมูเป็นหมารับใช้ก็ได้ อย่าฆ่าผมเลยครับ”
“เฮ้ย เมียมีแค่สองคน แต่ทำไมมีแม่ยายตั้งสามวะ”
“ความจริงผมมีเมียสามคน แต่เมียหลวงของผมตายไปเมื่อสามปีก่อนนะครับ”
“ได้ แกพูดเองนะถ้าให้แกยุบแก๊งล่ะทำได้ไหม”
“ได้ครับ ยุบตอนนี้เลย ขอบคุณคุณชายครับ”
“ดี ฉันชอบคนตัดสินใจเฉียบขาดอย่างแก ต่อไปแก๊งของแกทุกคนไปทำงาน กับฉัน”
“ตกลงครับว่าแต่จะให้พวกผมไปคุมบ่อนหรือซ่องเขตไหนเหรอครับ”
สุยเก้ามีดเชื่อว่าชายหนุ่มผู้มากฝีมือคนนี้ จะต้องผงาดในวงการนักเลงแน่ ๆ บางทีการติดตามชายคนนี้ อาจจะส่งผลดีอย่างไม่คาดคิดก็ได้
“เขตสวนสมุนไพร”
“ห๋า…”
“ไม่ต้องมาห๋า”
ฉินฟ่านโทรศัพท์เรียกไอ้หัวทองมาหาที่ออฟฟิศสุยเก้ามีดพอไอ้หัวทองมาถึง
มันถึงกับตกตะลึงมันรู้ว่าลูกพี่เก่ง แต่นี่มันซุปเปอร์เก่งต่างหากหนึ่งต่อห้าสิบเชียวนะ แถมยังปราศจากรอยขีดข่วนอีกด้วย
“ผมมาแล้วครับลูกพี่”
ไอ้หัวทองยืนตัวตรง แต่สายตาเหลือบไปดูคนที่เกลือกกลิ้งนอนอยู่เต็มพื้น
“คนนี้ชื่อหัวทอง เป็นมือขวาของฉัน ต่อไปพวกแกต้องฟังคำสั่งจากมันฉันมีธุรกิจหลายอย่างทั้งขายน้ำหอมซึ่งต้องการพนักงาน ในแผนกขนส่งหรือบรรจุหีบห่อ ทั้งสวนสมุนไพรที่กำลังขยายกำลังเพาะปลูก แผนกก่อสร้างที่กำลังสร้างโรงงานและโกดังสินค้า”
“พวกแกสามารถเลือกทำงานที่ตัวเองถนัดได้ตามใจชอบ โดยลงชื่อที่เจ้าหัวทองค่าตอบแทนสวัสดิการเจ็บป่วยรักษาฟรี บ้านพักมีให้ครบ”
“แต่ถ้าคนไหนยังรู้สึกไม่พอใจกับค่าตอบแทนไม่อยากทำงานให้ฉัน ฉันก็ไม่ว่าอะไร แต่พวกแกทุกคนต้องเลิกเป็นนักเลงหันไปประกอบอาชีพสุจริตถ้าใครยังคิดจะเป็นนักเลงสร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านอีก ฉันจะตามไปหักขามันเข้าใจไหม”
“ครับ”
เสียงขานรับดังกระหึ่ม
คนที่เรียนมาน้อยจนต้องกลายมาเป็นนักเลงคอยตีรันฟันแทงอย่างพวกเขา
เมื่อโดนทั้งขู่ทั้งปลอบก็ตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว
อีกทั้งเงินเดือน ที่พักอาหารสวัสดิการดีเยี่ยมแบบนี้จะไปหาได้ที่ไหน
บางทีนี่อาจจะเป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ดีก็ได้
ไอ้หัวทองจับพลัดจับผลู ได้มาทำงานกับฉินฟ่านและลู่เจี้ยนยิ่งทำก็ยิ่งเจริญก้าวหน้ามีเงินทองใช้สอยไม่ขาดมือแถมตอนนี้ยังได้เลื่อนขั้นเป็นถึงผู้จัดการเอาไว้ไปคุยโวให้ญาติพี่น้องฟังไปได้อีกหลายวัน
ช่วงนี้มันจึงอารมณ์ดียิ้มแย้มแจ่มใส
อย่างมีความสุข
ทำไมจะไม่อารณ์ดีล่ะแม้แต่สุยเก้ามีดผู้กว้างขวางในวงการยังต้องโค้งศีรษะอย่างนอบน้อม เรียกมันว่าผู้จัดการ
หลังเลิกงานกลับไปบ้าน มันยังซื้อหนังสือเกี่ยวกับการบริหารมานั่งอ่านอย่าง
ขะมักเขม้นตรงไหนไม่เข้าใจก็บากหน้าไปถามเมีย จนมันค่อย ๆ เรียนรู้ขึ้นมาได้อีกหลายอย่าง
แถมยังโหลดหนังมาดูอีกหลายเรื่อง
เพื่อศึกษาดูว่าคนที่ดำรงตำแหน่งผู้จัดการ ควรจะใส่สูทสไตล์ไหน จะเดินยังไงให้ดูเท่
เวลาประชุมพนักงานควรวางมาดอย่างไร ให้ดูน่าเกรงขาม
แรก ๆ ก็ดูดี แต่หลัง ๆ เมียของมันเริ่ม
โมโหหึงจนเลือดขึ้นหน้าเพราะเผลอแป๊บเดียวไอ้หนังที่ดูดันเปลี่ยนเป็นหนังโป๊แทนยิ่งเป็นฉากที่ผู้จัดการกำลังซั่มเลขาสาวบนโต๊ะในออฟฟิศความฉิบหายทางความปลอดภัยของร่างกายจึงมาเยือน
เพราะเมียมันดันตั้งปุจฉาว่าทำไมเวลากุ๊กกิ๊กกับเธอไม่เห็นคึกคักแบบนี้บ้าง แสดงว่าไอ้หัวทองต้องคิดอ่านวางแผนจะไปหาเศษหาเลยนอกบ้านอย่างแน่นอน
ใช่แล้ว
คำสาบานเป็นแค่ลมปาก
แม้ว่าไอ้หัวทองจะสบถสาบานอย่างหนักแน่นแต่ก็ไร้ประโยชน์สิ้นดี
เช้าวันรุ่งขึ้น ไอ้หัวทองต้องใส่แว่นดำไปทำงาน จนพนักงานพากันหัวเราะคิก ๆ
คัก ๆ แถมคนโน้นพูดที คนนี้พูดทีช่วยกันใส่สีตีไข่ จนลือกันให้แซ่ด จากหน้าประตูป้อมยาม ไปถึงโรงอาหารทะลุไปถึงห้องส้มท้ายโรงงาน
ว่าที่ไอ้หัวทองต้องใส่แว่นมาทำงาน เพราะขยันทำงานจนดึกดื่น จนไม่มีแรงทำการบ้านส่งเมียพาลให้เมียมันเสียความสมดุลทางฮอร์โมนก็เลยโดนเมียต่อยเข้าที่เบ้าตา
แน่นอน !
บุคลิกที่น่านับถือของคนระดับผู้บริหาร
อย่างมันตอนนี้ต่ำเตี้ยเรียดดินราวกับหุ้นที่ดิ่งลงเหว
……..
คนในวงการแฮกเกอร์ระดับโลกล้วนต้องเคยได้ยินชื่อเสียงของ SUZHOU 1407
มาบ้างไม่มากก็น้อยแต่กลับไม่มีใครรู้จักตัวตนที่แท้จริงของคนผู้นี้
บางคนบอกว่า เป็นศาตราจารย์หนุ่มหล่อมาดผู้ดีอังกฤษของมหาวิยาลัยชื่อดัง
บางคนก็บอกว่าเป็นหนุ่มร่างอ้วนฉุผมสีทองหยิกหยอยใบหน้าตกกระ ใส่แว่นตาหนาเตอะที่หมกตัวอยู่ในห้องใต้ดินที่อัมสเตอร์ดัม บ้างก็ว่าเป็นพนักงานพาร์ทไทม์ส่งอาหารจีนในเกาหลี
แม้แต่เอ็มไอซิกซ์หน่วยสืบราชการลับของอังกฤษ ก็ยังระดมกำลังตามล่าคน ๆ นี้ เพราะว่าคน ๆ นี้ ดันไปเจาะข้อมูลชั้นลับเฉพาะเอามาใช้รองขาโต๊ะอาหาร แต่จนแล้วจนรอดเอ็มไอซิกซ์ก็คว้าน้ำเหลว จับไม่ได้ไล่ไม่ทันทุกที
แต่มีคาแรคเตอร์หนึ่ง ที่เด่นชัดในความทรงจำของคนในวงการก็คือคน ๆ นี้ชอบเต้นแทงโก้
แก๊ก…
วันนี้เหลียนฟ่งไปจ่ายตลาดตั้งแต่เช้าชุลมุนวุ่นวายอยู่ในครัวทำหมูสามชั้นทอดกรอบอบน้ำผึ้งของโปรดของฉินฟ่าน แต่ทุกคนเพิ่งพุ้ยข้าวกินกันไปได้แค่สองคำ
ฉินฟ่านก็วางตะเกียบลง
“เป็นอะไรไปคะ ไม่ถูกปากเหรอ”
คุณหนูสี่ถาม พลางเทน้ำชาร้อนให้เขาดื่ม
“อร่อยมาก แต่ผมกินไม่ลง พวกคุณกินกันเถอะ”
“คุณมีเรื่องในใจอะไรรึเปล่าลองพูดมาสิจะได้ช่วยกันแก้ หลายหัวดีกว่าหัวเดียว จริงไหมคะ”
ซูหลิงเป็นถึงซีอีโอ ถนัดในการแก้ปัญหา
มู่ปิงปิงเลยวางตะเกียบลงอีกคนแล้ว
ยกน้ำชาขึ้นจิบล้างปากเธอพูดถึงปมปัญหาให้ทุกคนฟัง
“เฮ้อ จะมีเรื่องอะไรคงจะเป็นเรื่อง
รังลับของเขี้ยวอสูรละสิ ฉันเองก็ส่งลูกน้องไปสืบตั้งหลายคนแถมยังติดต่อพวกรุ่นพี่ในกรมตำรวจให้ช่วยกันสืบ แต่สืบหายังไงก็ไม่เจอพวกมัน ยังกับว่าพวกมันหายเข้ากลีบเมฆไปดื้อ ๆ ซะงั้น”
“แม้ว่าคนตระกูลซู คนตระกูลเย่ที่มีอิทธิพลทั้งทางด้านการเงินและการค้า ระดมกำลังช่วยกันสืบก็ยังไม่มีเบาะแสเช่นเดียวกันตอนนี้มันอยู่ในที่ลับแต่เราอยู่ในที่แจ้ง ในเชิงกลยุทธแล้วเราเสียเปรียบเห็น ๆ”
คุณหนูสี่พูดเสริม
โยโย่ลุกขึ้นเดินอ้อมมาบีบนวดไหล่ให้เขาเบา ๆ
“เฮ้อ ฉันก็นึกว่าเรื่องใหญ่โตอะไร
เรื่องแค่นี้เอง ง่ายเหมือนปลอกกล้วยเข้าปาก”
ทุกคนมองโยโย่ด้วยความสงสัยนี่เธอไม่ได้แคะขี้หูบ้างเลยรึไงไม่รู้เลยรึไง ว่าสถานการณ์ที่กำลังเผชิญอยู่มันซีเรียสมากแค่ไหน
โย่โย่ยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วพูดช้า ๆ ว่า
“ฉันว่างานนี้ คงต้องให้ SUZHOU1407 แฮกเกอร์ระดับโลกลงมือเอง”
“จริงเหรอแล้วพวกเราจะติดต่อเขาได้ยังไงเรื่องเงินไม่ใช่ปัญหาแพงเท่าไหร่เราก็ยินดีจ่าย”
คุณหนูสี่ตื่นเต้นไปกับโยโย่
“อุ้ย ไม่ต้องจ่ายเงินหรอกค่ะคนกันเองทั้งนั้น”
“คนกันเองบ้าบออะไรนี่ ยัยหนูผีอย่าลีลาเยิ่นเย้อให้มากนักรีบ ๆ บอกวิธีติดต่อเขามาเร็ว ๆ เข้า”
เหลียนฟ่งตวาดแหววใส่โยโย่เพราะรู้ทันเล่ห์เหลี่ยมของเธอดี
จู่ ๆ เหลียนฟ่งก็หันขวับมาที่ฉินฟ่าน
“คุณก็อีกคนตอนนี้เรากำลังประชุมเรื่องงานกันอยู่ช่วยหยุดบีบหน้าอกของฉันสักทีจะได้ไหม”
เหลียนฟ่งแปลงร่างเป็นแม่เสือจนฉินฟ่านสะดุ้งเฮือกได้แต่ยิ้มแหะ ๆ เหมือนหัวหมาต้มสุก
“ขอโทษที ของมันเคยนะ”
ฮ่ะ ๆ
ทุกคนต่างระเบิดเสียงหัวเราะออกมา
ราวกับดูตลกในรายการทีวี
“ได้งั้นเรามาต่อกันเลยนะคะขอเชิญทุกท่านพบกับเธอได้เลยค่ะ”
โยโย่ผายมือไปทางอิ๋งอิ๋งที่กำลังยิ้มแฉ่งโบกไม้โบกมือให้กับทุกคนอยู่ แต่ทุกคนยังคงนั่งนิ่งไม่พูดไม่จามองดูโยโย่
แบบงง ๆ
อ้าว…ไม่เก็ทแฮะ
งั้นเอาใหม่ คราวนี้เธอเล่นเสียงสูงๆ ต่ำ ๆ ลีลาท่าทางเหมือนพิธีกรเวทีมวยกำลังแนะนำชื่อและประวัติของนักมวยมุมน้ำเงิน
“ขอเชิญทุกท่านพบกับแฮกเกอร์ชื่อดังระดับโลก SUZHOU1407 สาวน้อยมหัศจรรย์อิ๋งอิ๋งได้เลยค่ะ”
คราวนี้ได้ผล ทุกคนหันพรึ่บไปมอง
อิ๋งอิ๋ง ที่กำลังยิ้มหน้าบานเป็นกระด้ง แถมยังชูสองนิ้ว
“ยัยแทงโก้นี่อะนะ”
เหลียนฟ่งยังไม่ค่อยอยากจะเชื่อรูหูของตัวเองสักเท่าไร่ แล้วก็ที่ตั้งฉายาให้
อิ๋งอิ๋งแบบนี้ก็เพราะว่ายัยนี้บ้าเต้นแทงโก้
โยโย่ทำสีหน้าขึงขังขึ้นมาทันที
“อ้าว อิ๋งอิ๋งไม่เหมือนตรงไหนเจ๊เอาปากกามาวงได้เลยค่ะ”
“ถึงฉันจะเรียนหนังสือไม่เก่ง แต่ก็กวาดถ้วยรางวัลชนะเลิศในการแข่งขันคอมพิวเตอร์ มาทั่วญี่ปุ่นเลยนะ”
“แจ๋ว อิ๋งอิ๋งไม่นึกไม่ฝันเลย ว่าเธอจะเก่งแบบนี้เธอช่วยฉันได้จริง ๆ เหรอ”
ฉินฟ่านยิ้มจนตาเป็นประกาย
“สบายมากแต่ว่าถ้าฉันหาโลเคชั่นของมูนชาโดว์ให้พี่ได้ พี่จะมีรางวัลให้ฉัน
รึเปล่าล่ะ”
“ได้เธออยากได้รางวัลอะไรบอกมาแค่คำเดียวเลย รถแลมโบกินี่สีน้ำเงินดีไหม”
คุณหนูสี่ถึงกับแย่งรับปากแทนฉินฟ่าน
อิ๋งอิ๋งส่ายหน้า แล้วพูดแบบอาย ๆ ว่า
“เราเกี่ยวก้อยสัญญากันก่อนว่าเสร็จงานนี้แล้ว พี่จะพาฉันไปเต้นแทงโก้”
ทั้งสองเกี่ยวก้อยกันทำให้อิ๋งอิ๋งดีใจยิ้มจนหน้าบาน
“ได้เลย ได้เลยจะแทงโก้ดิสโก้รึ
เต้นอะโกโก้พี่จะตามใจเธอทุกอย่าง
แต่เธอแน่ใจจริง ๆ เหรอว่าจะทำได้”
“วางใจได้เลย เรื่องนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฉันเอง”
“คิกคิก สวรรค์เข้าข้างพวกเราแล้ว
ที่ประทานของวิเศษน้อยแบบเธอ มาให้บ้านเรา”
ซูหลิงแซวไปยิ้มไป
อาหารมื้อนี้ทุกคนไม่กงไม่กินมันแล้ว
พากันยกขบวนไปห้องอิ๋งอิ๋งดูเธอโชว์ลีลา
เซียนคอมพิวเตอร์
อิ๋งอิ๋งเปิดเครื่องคอม แกะหมากฝั่งรสบลูเบอร์รี่ยัดเข้าปาก หยิบแว่นสายตาทรงกลมกรอบสีดำบาง ๆ มาสวม แล้วเริ่มขยับนิ้วดุ๊กดิ๊ก ๆ ไปมาเป็นการวอร์ม
“ลุยละนะ”
เสียงเคาะแป้นคีย์บอร์ดรัวถี่ยิบแค่นี้ก็แล้วว่าเธอช่างร้ายกาจอย่างเหลือเชื่อจนมู่ปิงปิงคิดในใจว่าวันหลังจะต้องซื้อขนม
อร่อย ๆ มาติดสินบนเธอบ่อย ๆ เผื่อวันไหนเจอคดีที่ยาก ๆ จะได้ให้เธอไปช่วยงานแผนกไซเบอร์ของกรมตำรวจบ้าง
เธอดึงภาพจากกล้องวงจรปิดที่ติดอยู่ตามสี่แยกไฟแดงหน้าร้านสะดวกซื้อ หน้าโรงแรมในอุโมงค์รถภาพถ่ายจากดาวเทียม ทุกช่องทางที่พอจะสืบค้นได้ ย้อนรอยเส้นทางของจิ้งจอกเพลิงและกลุ่มนักฆ่าที่ดักโจมตีฉินฟ่านครั้งแล้วครั้งเล่า ในที่สุดสามารถเชื่อมโยง พาหนะของจิ้งจอกเพลิงและเส้นทาง จนระบุตำแหน่งได้โดยคร่าว ๆ ว่าที่กบดานฐานทัพของเขี้ยวอสูร น่าจะอยู่ในป่าทางตอนใต้ของเมืองซูโจว
ทุกคนนั่งประชุมกันในห้องโถงใหญ่
ตอนนี้ตำแหน่งว่าที่ลูกเขยป้ายทองค้ำ
คอฉินฟ่านอยู่ เขาจึงถือเป็นภาระหน้าที่ในการขจัดปัดเป่าเภทภัย ที่มาคุกคามบ้านคุณหนูสี่ให้หมดสิ้น
"ผู้น้องเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวถือเป็นหน้าที่ที่พึงกระทำในการปกป้องครอบครัว แผนการโค่นองค์กรนี้จึงขอจองที่นั่งเป็นคนแรก แต่สิ่งที่สำคัญในตอนนี้ก็คือเราต้องการแผน"
ซีเหมินคังพูดขึ้นมาเบา ๆ เพราะเขารู้ดีว่าจะหักเขี้ยวเสือไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เผลอ ๆ หากไม่ระวังอาจถูกเสือร้ายกัดกินถึงกระดูก
เพราะพวกมันไม่ใช่นักเลงกิ๊กก๊อกแต่เป็นองค์กรนักฆ่ามืออาชีพ
ตอนนี้ครอบครัวของฉินฟ่าน มีทั้งผู้หญิงและเด็กจะทำการใดล้วนทำให้ห่วงหน้าพะวงหลัง ในความปลอดภัยทั้งสิ้น
"ฉันจะพาคนของตระกูลเย่กับคนที่อยู่นอกแผนจู่โจมไปซิตี้ทัวร์ซักรอบยิ่งตอนนี้อากาศดีเหมาะกับการไปทัวร์ประเทศญี่ปุ่น ชมภูเขาไฟฟูจิที่งดงามตระการตา นั่งปิกนิกจิบชากินขนมในสวนซากุระที่บานสะพรั่ง
ที่นั่นเป็นรังเก่าของฉัน มีทั้งเพื่อนสนิทมิตรสหายศิษย์พี่ศิษย์น้องของเรา ต่อให้พวกมันยกโขยงนักฆ่าระดับมือพระกาฬตามไปญี่ปุ่นฉันจะให้พวกมันไปได้ แต่กลับไม่ได้"
อิ๋งอิ๋งเสนอไอเดียแจ่มจนยากที่จะ
ปฏิเสธจริง ๆ
"ฐานทัพของพวกมัน อาจจะมีคนจำนวนมากแถมคนพวกนี้ล้วนฝึกเพื่อเป็นมือสังหารอาชีพงานนี้เจ๊ขอลุยห้ามใครโต้แย้งโดยเด็ดขาด"
โยโย่เสนอตัวขึ้นทันทีวิชานินจาของเธอยิ่งเกิดประสิทธิภาพสูงสุดยามอยู่ในป่าเขาลำเนาไพร
"พวกมันเป็นคนเลวระยำที่มีปืน ดังนั้นงานนี้ขาดตำรวจอย่างฉันไม่ได้เดี๋ยวฉันจะไปบีบคอหัวหน้าเค่อตงหยาง ขอหน่วย
ปฏิบัติการพิเศษมาให้เอง"
มู่ปิงปิงพูดด้วยสีหน้าภาคภูมิใจในอาชีพตำรวจของเธอที่มุ่งขจัดภัยพาลอภิบาลคนดี เลือดในกายเธอฉีดพล่านเมื่อรู้ว่าจะได้ไปถล่มโจรร้าย
"แต่ก่อนที่จะลงมือพวกเราควรสอดแนมหาข้อมูลของพวกมันให้ละเอียดซะก่อน นี่เรียกว่า รู้เขารู้เรารบร้อยครั้งชนะร้อยครา ถึงฉันจะสู้รบปรบมือไม่เป็นแต่บอดี้การ์ดของคุณปู่ฝีมือน่าจะพอเป็นกำลังเสริมได้"
นี่คือสไตล์การทำงานของซูหลิง ในแง่ธุรกิจที่มีการแข่งขันสูงเธอมักจะสืบหาข้อมูลเชิงลึกของคู่แข่งก่อนที่จะตัดสินใจกระทำการณ์ใด ๆ
"งั้นตกลงกันตามนี้ทีมหลักของเราคือผม พี่คัง มู่ปิงปิง โยโย่ ทีมรองคือหน่วยปฏิบัติการพิเศษตำรวจและคนของซูหลิง คอยเป็นกำลังเสริม ส่วนอิ๋งอิ๋งพาคนที่เหลือและครอบครัวตระกูลเย่ไปเที่ยวญี่ปุ่น"
"เฮ้ย ไอ้เด็กบ้า ลืมพี่ชายรูปหล่อกล้ามโตคนนี้ได้ยังไงกันวะ"
เสียงคำรามของลู่เจี้ยนดังลั่นบ้านขึ้นมาด้วยความโมโหเชอะ! ทั้งสองคนเรียกหากันเป็นพี่เป็นน้อง แต่พอถึงเรื่องสำคัญกลับตัดเขาออกไป มันน่านัก
"โธ่ พี่ใหญ่ พี่กำลังจะแต่งงานกับอาซ้อคนสวยอยู่รอมร่อแล้วยังจะถือดาบไปฆ่าคนอีก เดี๋ยวอาซ้อก็มาแหกอกของผมพอดีเลย"
ด้วยความใกล้ชิดราวกับน้ำตาลใกล้มดหลังจากที่ลู่เจี้ยนกับจางเย่จือได้อยู่บ้านเดียวกันกินข้าวด้วยกันพูดคุยกันทั้งสองก็เริ่มใกล้ชิดสนิทสนมเกิดความชอบพอกันจนลู่เจี้ยนรวบรวมความกล้าเอ่ยปากขอเธอแต่งงานและเธอตกลง
"เรื่องนั้นไม่มีปัญหา อาซ้อแกไฟเขียวแล้วงานนี้เธอบอกให้ฉันลุยได้เต็มที่อีกอย่างหนึ่ง เรื่องอาวุธยุทโธปกรณ์ ใครจะจัดเตรียมได้ดีเท่ากับฉัน แกอยากได้ระเบิดเสื้อเกราะหรือกระสุน รับรองว่ามีให้ทุกอย่าง"
“เอ่อ แบบนี้จะดีเหรอครับ”
“ดีสิวะไม่งั้นแกโดนเตะแน่ ๆ”
นี่เล่นใช้ตำแหน่งพี่ใหญ่มาข่มขู่กันเลยรึ
"ตกลงงั้นก็ลุยกันเลย"
ฉินฟ่านรู้สึกอบอุ่นในหัวใจ ที่พี่ใหญ่จะไปสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับเขา
ยามค่ำคืนในป่าสนความมืดมิดกลับช่วยอำพรางร่างของฉินฟ่านและโยโย่ พวกเขามาเพื่อยืนยันตำแหน่งของเงาโลหิตและสอดแนมศัตรู
ไม่ว่าใครก็นึกไม่ถึงว่าในป่าแห่งนี้จะมีอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กขนาดใหญ่ซุกซ่อนอยู่หลายหลัง ฉินฟ่านรวบเอวเล็กเท่ามดตะนอยของโยโย่กระโดดลงจากต้นไม้ใหญ่อย่างไร้สุ้มเสียง
โยโย่ปล่อยโดรนสอดแนมที่มีรูปร่างหน้าตาเหมือนนกพิราบออกไป มันบินลอยขึ้นไปอย่างเงียบเชียบ ค่อย ๆ สำรวจแผนผังของสิ่งปลูกสร้างและจำนวนคนใช้เวลาถึงหนึ่งชั่วโมง
จึงพบว่ามีทางเข้าเพียงทางเดียว มีอาคารหลักขนาดใหญ่อยู่สี่แห่ง สร้างอิงภูเขาที่สูงชันถึงสามด้าน มีถ้ำอยู่หนึ่งแห่งมีคนอยู่แปดสิบสองคน รถยนต์สิบห้าคัน มีแทงค์บรรจุน้ำมันขนาดใหญ่ มีสระน้ำกินน้ำใช้ขนาดใหญ่มีหอคอยสูงแปดเมตรติดสปอตไลท์กลมโตอยู่ตรงปากทางเข้า ที่มีหน่วยรักษาความปลอดภัยผลัดเวรกันลาดตระเวนตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ที่ใช้ในการสอดส่องดูแลเรื่องความปลอดภัยและลานกว้างที่ใช้ในการฝึกฝีมือ เป็นป้อมปราการที่แข็งแกร่ง ยากที่จะตีหักจริง ๆ
ทั้งสองคนมั่นใจว่า ฐานทัพของเขี้ยวอสูรจะต้องเป็นที่นี่อย่างแน่นอน เพราะดูจากจำนวนคน
ปัง ปัง ปัง ปัง!เสียงประทัดพวงยาวเหยียดดังสนั่นหวั่นไหวพร้อมเสียงรัวกลองเชิดสิงโตสร้างความครึกครื้นให้ผู้ชมที่มากันเนืองแน่น เพราะข่าวที่แพร่กระจายมาอย่างต่อเนื่อง ว่าโครงการโรงเรียน "พี่สาวนางฟ้า" ริเริ่มโดยหมอเทวดาฉินฟ่าน ซึ่งค่าเล่าเรียนทุกอย่างฟรีหมดจนคนที่ทราบข่าวต่างยกนิ้วชมเชย บางคนมีฐานะจึงยินดีที่จะบริจาคเงินทอง เพื่อสร้างชุมชนที่น่าอยู่ เพื่ออนาคตของลูกหลานชาวเมืองซูโจวถึงขนาดมีคนยุให้หมอเทวดาเล่นการเมือง เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รับประกันว่าคะแนนเสียงถล่มทลาย แต่บรรดาอาซิ่มอาซ้อกลับอยากให้เขาเป็นพระเอกหนังซีรีส์ซะมากกว่า เพราะเขานั้นหล่อบาดลึกไปถึงขั้วหัวใจของพวกเธอคุณหนูสี่ขึ้นเวทีไปกล่าวเปิดงานในฐานะประธานกลุ่มทุน "พี่สาวนางฟ้า" เสียงปรบมือดังสนั่นหวั่นไหว ช่วงนี้มีผู้สื่อข่าวหลายสำนัก มาขอสัมภาษณ์เธอไม่เว้นวันจนเธอยุ่งหัวฟูหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ที่ได้ยลโฉมงามล่มเมืองของคุณหนูสี่ ต่างคลั่งไคล้ขอเป็นแฟนคลับเธอ แต่ละคนต่างแย่งกันบริจาคเงินออกมาก้อนโต เพื่ออวดโอ่ฐานะความร่ำรวยเพราะถ้าได้แต่งกับเธอ มันเฮงยิ่งกว่าหนูตกถังข้าว
ทั้งสองส่งเสียงหัวเราะวิ่งหยอกล้อกันออกไป ตอนนี้ทุกอย่างสงบลงแล้ว คนตายก็ตายไป คนเจ็บก็ส่งโรงพยาบาล คนมอบตัวก็เตรียมไปกินข้าวแดงในคุกได้เลย ตำรวจเริ่มเคลียร์สถานที่ ยึดอาวุธสงครามได้เป็นจำนวนมาก มากพอที่จะเลื่อนยศเลื่อนตำแหน่งให้หลาย ๆ คนในศึกครั้งนี้ฉินฟ่านเดินกระแซะเข้าไปใกล้ ๆ กระซิบชวนมู่ปิงปิงไปจู๋จี๋ดู๋ดี๋กันที่น้ำตก แต่เธอค้อนขวับวงใหญ่ แถมแกล้งทำเสียงดุใส่"งานยังไม่เสร็จ ไปไม่ได้""น่านะ คนดียอดรักของฟ่าน เสร็จงานแล้ว ก็ต้องมีการตบรางวัลบิ๊กโบนัสกันบ้างสิ ใช่ไหมจ๊ะทูนหัวจ๋า"เขาพยายามออดอ้อน กะพริบตาปริบ ๆ ทำสีหน้าน่าสงสาร"ไม่รู้ไม่ชี้""น่านะ แป๊บเดียวเอง แค่สามนาทีก็เสร็จแล้ว"เขาพยายามต่อรอง"คิดว่าตัวเองเป็นอุลตร้าแมนแปลงร่างได้แค่สามนาทีรึไง คราวก่อนเป็นชั่วโมง เล่นเอาเหน็บชากินขาเลย"ไม่สนแล้วต้องใช้เส้นสายของเครือญาติให้เป็นประโยชน์ เขาหันไปหาเค่อตงหยางที่กำลังคุมลูกน้องทำงานอย่างแข็งขัน"คุณลุงเค่อที่เคารพครับ พอดีที่บ้านมีเรื่องด่วน ผม
ในห้องที่มืดมิด มีแสงเลือนรางไหววูบเป็นบางครั้ง จากเปลวไฟที่ลุกฮือโหมของการระเบิดครั้งใหญ่ ซีเหมินคังยืนถือทวนเงินสงบนิ่งดุจขุนเขา เพราะเขาสัมผัสได้ถึงอันตรายที่ซุกซ่อนอยู่ เมื่อมืดมิดจนมองไม่เห็น เขาเลยพาลหลับตาลง ใช้หูสดับฟังเสียงเคลื่อนไหวแทนฟิ้วววววเสียงกระแสลมของดาบ ที่ตวัดใส่ลำคอของซีเหมินคังแว่วมา เขาสะบัดควงทวนเงินเข้าต้านปะทะติดต่อกันเก้ากระบวนท่า จนเกิดประกายไฟแลบแปลบปลาบเสียงซัดอาวุธบางสิ่งออกมา ลางสังหรณ์ในใจของซีเหมินคัง ส่งสัญญาณเตือนภัยชนิดหนึ่ง บีบให้เขาดีดตัวถอยไปหลบหลังเสาอย่างรวดเร็วบึ้ม…อาวุธที่ซัดออกมาก็คือระเบิดเพลิงขนาดเล็กของจิ้งจอกเพลิงนั่นเอง เล่นเอาเสื้อผ้าของซีเหมินคังไหม้ไปแถบหนึ่ง ไฟลวกหน้าแข้งเล็กน้อย"หึ ๆ เขาถึงว่าคู่แค้นทางคับแคบ ในที่สุดเราทั้งสองคนก็มาเจอกันอีกจนได้ กระสุนนัดนั้น ที่มึงยิงใส่ขากู กูยังจำได้ดี วันนี้มึงต้องตายสถานเดียว"จิ้งจอกเพลิงขยับดาบเก้าห่วง จนเกิดเสียงดังกรุ๊งกริ๊ง"ขอโทษจริง ๆ นะฮ๊า พอดียิงคนมาเยอะมากเลย
เงาร่างฉินฟ่านพุ่งฉวัดเฉวียน จนพวกเธอตาลายมองตามไม่ทัน เสียงฟาดแก้มก้นดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากหมวดมู่คนแรก แถมแต่ละคนยังถูกลวมลามอีกหลายครั้งพวกสาว ๆ ต่างส่งเสียงร้องวี๊ดว้ายกระตู้วู๊ วิ่งหลบหนีจิ้งจอกเฒ่าจอมลามกกันจ้าละหวั่น ก่อนที่จะมีอะไรเลยเถิดไปกว่านั้น จน กบว. ต้องเซ็นเซอร์ภาพและเสียงทันใดนั้นก็มีเสียงฝีเท้าดังแว่วมาขัดจังหวะ ผัวหนุ่มเมียสาวที่กำลังหยอกเย้ากันอย่างสนุกสนาน ทำเอาทุกคนต้องกลับมาทำตัวสงบเสงี่ยมอีกครั้ง"อะแฮ่ม สวัสดีพี่สาวคนสวยทั้งหลาย เอ่อ…พี่เขยขอโทษที่ขัดจังหวะครับ มีคนมาหาพี่เขย บอกว่านี่เป็นเรื่องด๊วนด่วนนะครับ"เหลียนเฮ่อส่งเสียงดังแหบ เพราะอยู่ในวัยกำลังแตกเนื้อหนุ่ม นมเพิ่งจะแตกพานรายงานอย่างรวบกระชับทันที พร้อมทำสีหน้ากระดากแบบอาย ๆเพราะเขาโตพอที่จะรู้ว่า เมื่อครู่พี่เขยตัวดี ไอดอลขั้นเทพของเขากำลังทำเรื่องดีงามอะไร เขาสาบานกับตัวเองว่าโตขึ้น จะต้องเป็นแบบพี่เขย เอาดีในเรื่องผู้หญิงให้ได้ตอนนี้ทุกคนต่างพากันทำหน้าเขิน ๆ ขณะจัดแจงทรงผมที่ยุ่งเหยิงและเสื้อผ
พวกเขาเก็บอุปกรณ์กล้องอินฟาเรด แล้วเดินลัดเลาะชายป่าท่ามกลางแสงจันทร์ ที่พอเห็นเลือนรางไปอย่างเงียบ ๆ ประมาณหนึ่งชั่วโมงโยโย่เป็นสาวช่างจ้อ แบบที่เรียกว่าอะไรนะ ทอล์คกาทีฟเกิรล์ละมั้ง เดี๋ยวชวนคุยเรื่องโน้น เดี๋ยวเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง แถมมุกตลกของเธอมีเพียบอีก ช่วยทำให้เขาไม่รู้สึกเบื่อหน่ายจนกระทั่งทั้งคู่ถึงน้ำตกสายหนึ่ง จึงตัดสินใจที่จะพักเท้าชั่วคราว ทั้งคู่จึงนั่งลงที่โขดหินหยุดพักดื่มน้ำฉินฟ่านหยิบแผนที่ขึ้นมากางดู เพื่อศึกษาภูมิประเทศ งานนี้เขาทุ่มจนสุดตัว จะให้เกิดข้อผิดพลาดไม่ได้เป็นอันขาด ลมโชยเบา ๆ พัดผ่านตัวเย็นสบายเสียงน้ำจ๋อมแจ๋มแว่วดังมาเบา ๆ สะกิดความสนใจของเขา จนอดไม่ได้ที่จะต้องหันหน้าไปดูภาพที่เห็นทำให้เขาเลือดลมสูบฉีด หายใจถี่เร็ว ลืมสิ้นทุกสิ่งทุกอย่างโลกหล้าใบนี้ไปชั่วขณะร่างของโยโย่ที่เปลือยเปล่าขาวโพลนท่ามกลางแสงจันทร์ เรือนร่างของเธอโผล่พ้นขึ้นเหนือน้ำมาครึ่งตัว ทรวดทรงองค์เอวที่อ่อนช้อย เป็นเส้นสายชวนรัดรึงใจ พราวไปด้วยหยดน้ำเม็ดเล็ก ๆ ที่ไหลรวมหยดเป็นทางยาว ค่อย ๆ ไหลรินผ่านร่องอก
แต่ถ้าจะพูดถึงอีกคนหนึ่ง เมียหลวงเมียน้อยเมียเล็ก เมียใหญ่กลับสนับสนุนจนคะแนนเสียงท่วมท้น ให้ไปกระทืบสุยเก้ามีดให้จมดินโทษฐานที่มันบังอาจเหิมเกริมไม่ยอมแหกตาดูให้ดีว่าซอยลูกเป็ดน้อยนี้ใครคุมติ๋ง! ติ๋ง!หยดเลือดสด ๆ สีแดงคล้ำไหลออกจากปากของสุยเก้ามีดตกกระทบพื้นเป็นจังหวะเหมือนเสียงดนตรีร่างของสุยเก้ามีดนักเลงโตถูกมัดมือไพล่หลังและมัดข้อเท้าทั้งสองข้างด้วยเชือกก่อนจะชักรอกขึ้นไป ทำให้ตอนนี้มันตกอยู่ในสภาพห้อยหัวเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนนี้พวกมันกำลังล้อมชายหนุ่มคนหนึ่งด้วยอาวุธครบมือ โดยไม่ได้คาดคิดเลยแม้แต่น้อยว่าจะเป็นพวกมันเองที่ถูกยำจนเละเป็นโจ๊กเรื่องแก้แค้นคงไม่ต้องคิด มันไม่หวังจะไปต่อกรอะไรอีกแล้ว ตอนนี้ต้องรักษาชีวิตให้ได้ก่อนพลั่วะ! พลั่วะ!อ้ากก! อ้ากก!สุยเก้ามีดกำลังถูกไอ้ฟันเหยินลูกน้องคนสนิทใช้ไม้เบสบอลหวดฟาดใส่ลำตัวนี่เป็นการหวดครั้งที่ยี่สิบ ครบจำนวนพอดีเงาของชายหนุ่มพาดยาวกับพื้น เขายืนอยู่ริมหน้าต่าง กำลังดื่มน้ำอัดลมดับกระหายพลางเดินข้ามร่างของเจ้า
หมายเลขสิบสามกลับเดินเลี่ยงออกไปอย่างเงียบ ๆ เพียงลำพังซึ่งในตอนนี้ทุกคนกำลังเพลิดเพลินกับฉากอีโรติกที่ชวนตื่นเต้นเร้าใจอยู่จึงไม่มีใครสนใจเขาเขาไปที่เนินดินหลังห้องส้วม บริเวณนี้ผู้คนไม่ค่อยสัญจรผ่านไปมาเพราะรังเกียจความเหม็น เขาใช้มือขุดดินทรายจนเป็นหลุม แล้วก็เจอเป้ทหารใบหนึ่งที่ถูกฝัง
“สวัสดีครับแม่”“อ้าว อาเจี้ยนมาแต่เช้าเชียว”กวนอิมเผ็ดยิ้มให้เขาอย่างเอ็นดูตอนนี้เธอถือว่าลู่เจี้ยนเป็นลูกชายคนหนึ่งเช่นเดียวกัน“พี่ใหญ่มาหาฉันแต่เช้าเลย มีธุระอะไรรึเปล่าฮ๊า”ซีเหมินคังยิ้มร่าเดินนวยนาดเข้ามาหา
นับแต่โบราณกาลมีคนเคยกล่าวเอาไว้ว่าแม่ผัวกับลูกสะใภ้ยากที่จะอยู่ร่วมกันโดยสันติ เปรียบเสมือนน้ำกับไฟเหมือนหมากับแมว สุดแท้แต่ผู้คนจะเปรียบเปรยในสมัยก่อนฮูหยินผู้เฒ่าปกครองหลังบ้านมือเดียวค้ำฟ้า มีอำนาจเบ็ดเสร็จลูกสะใภ้คนไหนไม่ถูกใจจะสั่งเฆี่ยนตีหรือตบจนฟันหลุดร่วงออกจากปากก็ไม่มีใครกล้าหือเผลอ ๆ
ตอนที่ฉินฟ่านกำลังปลอบเธอก็มีคุณยายรูปร่างเล็กบอบบางคนหนึ่งที่เดินเหินแทบจะไม่ไหวมาเกาะแขนของเขา“พ่อหนุ่มช่วยหลานสาวตัวน้อยของยายด้วยเถอะคิดซะว่าเอาบุญเถอะนะยายขอร้องล่ะ เธอติดอยู่บนห้องนอนชั้นสามของตึกนั้นยังไม่มีใครช่วยลงมาเลย”เขาหันไปมองกวนอิมเผ็ด เป็นเชิงขอ







