Masukทั้งสองส่งเสียงหัวเราะวิ่งหยอกล้อกันออกไป ตอนนี้ทุกอย่างสงบลงแล้ว คนตายก็ตายไป คนเจ็บก็ส่งโรงพยาบาล คนมอบตัวก็เตรียมไปกินข้าวแดงในคุกได้เลย ตำรวจเริ่มเคลียร์สถานที่ ยึดอาวุธสงครามได้เป็นจำนวนมาก มากพอที่จะเลื่อนยศเลื่อนตำแหน่งให้หลาย ๆ คนในศึกครั้งนี้
ฉินฟ่านเดินกระแซะเข้าไปใกล้ ๆ กระซิบชวนมู่ปิงปิงไปจู๋จี๋ดู๋ดี๋กันที่น้ำตก แต่เธอค้อนขวับวงใหญ่ แถมแกล้งทำเสียงดุใส่
"งานยังไม่เสร็จ ไปไม่ได้"
"น่านะ คนดียอดรักของฟ่าน เสร็จงานแล้ว ก็ต้องมีการตบรางวัลบิ๊กโบนัสกันบ้างสิ ใช่ไหมจ๊ะทูนหัวจ๋า"
เขาพยายามออดอ้อน กะพริบตาปริบ ๆ ทำสีหน้าน่าสงสาร
"ไม่รู้ไม่ชี้"
"น่านะ แป๊บเดียวเอง แค่สามนาทีก็เสร็จแล้ว"
เขาพยายามต่อรอง
"คิดว่าตัวเองเป็นอุลตร้าแมนแปลงร่างได้แค่สามนาทีรึไง คราวก่อนเป็นชั่วโมง เล่นเอาเหน็บชากินขาเลย"
ไม่สนแล้วต้องใช้เส้นสายของเครือญาติให้เป็นประโยชน์ เขาหันไปหาเค่อตงหยางที่กำลังคุมลูกน้องทำงานอย่างแข็งขัน
"คุณลุงเค่อที่เคารพครับ พอดีที่บ้านมีเรื่องด่วน ผมขอพาเสี่ยวปิงกลับบ้านก่อนนะครับ จะไปเลือกชุดแต่งงาน"
ไม่ต้องรอฟังคำตอบใด ๆ จากคุณลุงเค่อที่เคารพทั้งสิ้น ฉินฟ่านช้อนตัวมู่ปิงปิงพาดบ่าของเขา แล้ววิ่งตะบึงออกไป โยโย่ได้แต่ส่ายหน้าเอือมระอากับผีลามกตนนี้
"นี่ ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ ไม่อายคนอื่นบ้างรึไง"
มู่ปิงปิงทั้งทุบ ทั้งข่วน แต่อ้อยเข้าปากช้างแล้ว ใครจะยอมปล่อยง่าย ๆ
หัวหน้าเค่อกำลังจะอ้าปากตอบ แต่ฉินฟ่านไปเร็วยังกับติดจรวด ทำให้เขาได้แต่ส่ายหน้าหัวเราะเบา ๆ ในลำคออยู่คนเดียว ท่าทางกระหยิ่มยิ้มย่องของเขาในตอนนี้ราวกับผู้เฒ่าที่กำลังจะให้บุตรีเตรียมตบแต่งออกเรือนในเร็ววัน
"เฮอะ ๆ สงสัยเราจะได้อุ้มหลานเร็ว ๆ นี้แล้วละมั้ง"
"สวยไหมจ๊ะปิงจ๋า ไม่ได้โม้ใช่ไหม บรรยากาศก็ดีเยี่ยม เหมาะที่จะเป็นสระสวาทหาดสวรรค์ของพวกเราที่สุดเลย"
มู่ปิงปิงมองอย่างเหลือเชื่อ ว่าที่นี่จะมีน้ำตกที่สวยงามแบบนี้ซุกซ่อนอยู่ เหมือนที่โยโย่เคยโม้ไว้ไม่มีผิด สายน้ำตกโกรกกระแทกโขดหินน้อยใหญ่ จนแตกกระเด็นเป็นละอองฟูฝอย เกิดเสียงดังเกรียวกราว แสงจันทร์นวลผ่องกระทบผิวน้ำจนเป็นประกายระยิบระยับ ต้นไม้ใบหญ้าพุ่มน้อยพุ่มใหญ่ทับซ้อนลดหลั่นกัน โชว์กิ่งก้านสาขาที่เขียวชอุ่มราวกับกำลังอวดโอ่รูปโฉมของมัน แถมยังมีปีศาจไม้เลื้อย ลอบชอนไชเข้ามาบีบอกอวบอูมของเธอ
ฮึ่ม ไม่ใช่ไม้เลื้อยแต่เป็นมือเลื้อยต่างหาก อีตาบ้านี่เรียกว่าเผลอไม่ได้เลย
"ที่รัก คุณนี่หอมไปทั้งตัวเลยจริง ๆ วันนี้เรามาเปลี่ยนบรรยากาศใช้สระน้ำแทนเตียงนอน ใช้แสงจันทราแทนโคมไฟ สนิทสนมจู้ฮุกกรูกัน ให้ภูตเทพเจ้าป่าเจ้าเขาอิจฉากันสักคราดีไหมจ๊ะ"
มือเขาไวยิ่งกว่ามือลิง เดี๋ยวแกะกระดุมเสื้อ เดี๋ยวขยำตรงนั้น เดี๋ยวแกะซิปตรงนี้ ขึ้น ๆ ลง ๆ จนมู่ปิงปิงห้ามไม่ทัน เธอต้องกลายเป็นลูกแกะตัวน้อย ให้เขาลิ้มลองรสชาติเนื้อหนังมังสาของเธอ ตามอารมณ์หื่นหมื่นฟาเรนไฮต์ของเขา
เรือนร่างที่เปลือยเปล่าขาวโพลนกำลังอวดส่วนเว้าส่วนโค้ง ราวกับเย้ยแสงจันทร์ที่นวลผ่องว่า ยังงดงามไม่เท่าเชฟบ๊ะ ๆ แบบนี้ ทำให้อารมณ์รักของเขาเดือดพล่านขึ้นมา เสียงหายใจของเขาดังฟืดฟาด เขาอุ้มเธอลงไปในน้ำที่สูงแค่สะดือ แล้วระดมจูบใส่อย่างบ้าคลั่ง
ไรหนวดแข็ง ๆ ของเขาสร้างความ
จั๊กกะจี้ให้เธอไม่หยุดหย่อน โดยเฉพาะตอนที่เขาไซ้ซอกคอของเธอ มันปลุกอารมณ์ของเธอได้เป็นอย่างดี
เสียงเดินลุยน้ำแว่วมา มู่ปิงปิงเห็น
โยโย่เปลือยกายล่อนจ้อนเดินลุยน้ำมา โดยไม่มีท่าทางเอียงอายลงมาร่วมหฤหรรษ์ด้วย ทำให้เธอหน้าแดงฉานด้วยความอาย ไม่ว่าอย่างไรประสบการณ์ทางเพศของเธอก็ยังน้อยอยู่ดี ไม่ต้องพูดถึงเรื่องแซนวงแซนวิชเลย
ถ้าเทียบกันแล้ว โยโย่ช่ำชองกว่ามู่ปิงปิงอยู่หลายขุม เธอเดินตรงเข้ามาเชยคาง แล้วจูบมู่ปิงปิงเอาดื้อ ๆ เล่นเอามู่ปิงปิงตื่นตะลึงจนต้องเบิกตาโต จะผลักเธอออกก็ใช่ที่ จะให้จูบกับผู้หญิงตนเองก็รู้สึกแปลก ๆ
จูบไปจูบมา เธอรู้สึกว่าโยโย่จูบเก่งมากจริง ๆ ยิ่งโยโย่โชว์ลีลาลากลิ้นวนรอบหัวนมของมู่ปิงปิง เล่นเอามู่ปิงปิงตัวร้อนผ่าววูบวาบ
เธอสงสัยจริง ๆ ว่า ลิ้นของโยโย่ทำไมแผลงฤทธิ์ได้ร้ายกาจถึงเพียงนี้ วันหลังต้องแอบให้เธอสอนเคล็ดลับพิสดารนี้บ้างแล้ว
"ปล่อยตัวตามสบาย อย่าเกร็งอยากทำอะไรก็ทำเลย คนรักกันชอบกันไม่ต้องอาย ส่วนที่เหลือเดี๋ยวเหล่าซือลามกคนนั้น จะสอนเธอเอง"
โยโย่พูดพลางจับมือของมู่ปิงปิงมาวางไว้บนหน้าอกของเธอ ให้มู่ปิงปิงบีบคลึงเบา ๆ แรก ๆ มู่ปิงปิงก็รู้สึกขัด ๆ เขิน ๆ แต่พอโยโย่กับเหล่าซือลามกช่วยกันสอนกระบวนท่าต่าง ๆ เธอก็เริ่มเข้าใจ ทั้งสามต่างป้อนความสุขให้กันและกันจนอิ่ม
ห้องรับแขกอันหรูหราที่เปิดแอร์จนเย็นฉ่ำ เริ่มร้อนระอุขึ้นมาด้วยการเปิดบทสนทนาของเหลียนฟ่ง
"เฮอะงามหน้าจริง ๆ แอบไปฟัดกันมาใช่ไหม แต่ละคนถึงได้มีพิรุธลุกลี้ลุกลนขนาดนั้น โยโย่เธอเริ่มก่อนว่ามา"
สายตาเหลียนฟ่งราวกับเหยี่ยวร้ายจริง ๆ มองปุ๊บรู้ปั๊บ ว่าพวกนี้ต้องแอบไปซั่มกันมาแน่ ๆ
"หนูไม่เกี่ยวนะคะ ตอนอยู่ที่น้ำตก เสี่ยวปิงต่างหาก เธอร้องซะเสียงหลงดังลั่นป่าเลยค่ะ"
โยโย่พูดด้วยหน้าตาที่เฉยเมยมากราวกับว่านี่เป็นเรื่องที่ทุกคนควรรู้ แต่ทำให้
มู่ปิงปิงถึงกับหน้าแดง เพราะความอายจนไม่อาจจะแดงได้มากไปกว่านี้อีกแล้ว
"หา!"
คุณหนูสี่ถึงกับอุทานออกมาด้วยความตกใจ
"ดี…งั้นวันหลังพวกเราต้องลองฟังเสียงคุณหนูสี่กันบ้าง"
"หา!"
คุณหนูสี่อุทานเสียงดังอีกครั้ง
"เอาล่ะ ๆ หยอกล้อกันแค่นี้ก็พอ เอ่อที่รักคะงานเป็นไงบ้าง มีใครบาดเจ็บรึเปล่า"
เหลียนฟ่งหันไปถามฉินฟ่านด้วยสายตา ที่แสดงถึงความห่วงใย
"งานราบรื่นดี ทุกคนปลอดภัย เขี้ยวอสูรถูกทลายจนสิ้นซากแล้ว แต่ที่ผมยังกังวลใจอยู่อีกเรื่องหนึ่งก็คือ เรื่องของจอมบงการ ที่ว่าจ้างเขี้ยวอสูรให้ทำร้ายพ่อคุณหนูสี่ จึงคิดจะพาคุณหนูสี่กลับบ้านสักครั้ง เพื่อให้ทุกคนในตระกูลเย่ตัดสินใจว่าจะจัดการกับคน ๆ นี้ยังไง"
"อืม ทำตามที่คุณเห็นสมควรเถอะค่ะ"
คฤหาสน์ตระกูลเย่ยังคงภูมิฐานสง่างาม สมาชิกในครอบครัวกลับมาจากญี่ปุ่นเมื่อสองวันก่อน ตอนนี้ต่างนั่งอยู่พร้อมหน้าพร้อมตา ทุกคนกำลังรอให้ฉินฟ่านเปิดประเด็นพูดขึ้นก่อน
"ด้วยบารมีบรรพชนตระกูลเย่คุ้มครอง ตอนนี้องค์กรเขี้ยวอสูรของเงาโลหิตล่มสลายหมดสิ้นแล้ว ทุกคนปลอดภัยล้านเปอร์เซ็นต์อย่างแน่นอน ผมเอาหัวเป็นประกัน"
พวกเขาต่างมองฉินฟ่านอย่างทึ่ง
และชื่นชมจากใจ ชายหนุ่มคนนี้ทุ่มเทอย่างไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อย เพื่อตระกูลเย่มากจริง ๆ
"ขอบใจเธอมากจริง ๆ พ่อซึ้งใจมาก จนพูดอะไรไม่ออกแล้ว คงได้แต่ยกลูกสาวจอมเกเรให้เธอเป็นรางวัล พ่อแม่ อยากอุ้มหลานจะแย่แล้ว"
ฮ่า ๆ
ทุกคนต่างขำพ่อของตัวเอง คาดไม่ถึงว่าผู้ยิ่งใหญ่อย่างเย่หมิงทง ก็มีมุมน่ารัก ๆ แบบหยิกแกมหยอกเช่นกัน
"แต่ผมเป็นคนโลภมาก อยากได้ทั้งเมียอยากได้ทั้งเงิน ตอนนี้ผมจะสร้างสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าพี่สาวนางฟ้า ขอสักร้อยล้านหยวนเป็นรางวัลได้ไหมครับ"
"ได้แน่นอน ไม่มีปัญหา"
เย่หมิงทงรับปากทันที สำหรับเขาแล้ว สิ่งที่ไม่เคยขาดแคลนก็คือเงิน
"ผมจะสร้างโรงเรียนพี่สาวนางฟ้าต้นแบบขึ้น เพื่อให้เด็ก ๆ ทุกคนในระดับประถมได้เรียนหนังสือ ค่าเทอม ค่าชุดนักเรียน อาหารกลางวัน อุปกรณ์การเรียนสมุดหนังสือฟรีทุกอย่าง เป็นการแบ่งเบาภาระผู้ปกครอง
แล้วผมจะทำให้มาตรฐานการเรียนการสอนของโรงเรียนนี้ ติดอันดับหนึ่งในห้าของประเทศ ให้โรงเรียนเอกชนที่เก็บค่าเทอมแพงหูฉี่ร้อนใจเล่น ๆ
มีคำพูดกล่าวว่า การศึกษาสร้างคน คนสร้างชาติ" งานนี้ผมจะให้คุณหนูสี่เป็นประธาน กลุ่มทุนพี่สาวนางฟ้า
ถ้าทุกอย่างไปได้สวย หลังจากนี้ผมจะสร้างสถานีอนามัยพี่สาวนางฟ้า รักษาอาการเจ็บไข้ได้ป่วยเล็ก ๆ น้อย ๆ ค่าหมอค่ายาฟรีทุกอย่าง คนป่วยจะได้ไม่ต้องเสียค่าหมอค่าเดินทาง"
"อืม ชื่อพี่สาวนางฟ้านี้ฟังดูแล้วให้ความรู้สึกอบอุ่นดีจริง ๆ พี่ใหญ่ขอร่วมทำบุญด้วยคนร้อยล้านหยวนเป็นไง เผื่อเกิดใหม่ชาติหน้า จะได้รูปหล่อสักครึ่งหนึ่งของนาย"
ฮ่า ๆ
ทุกคนต่างพากันหัวเราะ
"เรื่องดี ๆ แบบนี้ ถ้าพี่รองไม่ยอมควักกระเป๋าจ่ายออกมา ก็คงเสียหน้าเธอแย่ ขอบริจาคร้อยล้านหยวนด้วยคน"
"โอ้ แล้วเจ้าสามล่ะ คงไม่ใช่เคาะผ่านหรอกนะ รถยนต์ซูเปอร์คาร์แกมีตั้งหลายคัน หุ้นในมือก็มีมากโขไม่ใช่เหรอ"
แปลกจริง ๆ .คุณพ่อวันนี้อารณ์ดีน่าดู รู้จักหยอกเจ้าสามด้วย ทุกคนต่างคิดเหมือนกัน
"อะแฮ่ม พอดีหุ้นกลุ่มพลังงานของผมได้กำไรมานิดหน่อย พอเป็นค่าขนม งั้นผมจะแบ่งค่าขนมให้เสี่ยวฟ่าน สักสองร้อยล้านหยวนก็แล้วกัน"
แปะ ๆ
ทุกคนปรบมือชอบใจในความใจป้ำของคุณชายสาม
"แล้วคุณหนูสี่ละครับ"
ฉินฟ่านอมยิ้มอยากรู้ว่าเธอคิดเห็นยังไงกับเรื่องนี้
"เวลาให้สัมภาษณ์ออกสื่อ ถ้าหากมีคนมาถามฉันว่า ท่านประธานบริจาคเงินส่วนตัวด้วยรึเปล่าครับ ก็คงต้องตอบไปว่า แน่นอนค่ะ ฉันบริจาคเงินส่วนตัวไปสองร้อยล้านหยวน ตอบแบบนี้ดีไหมคะ"
"โอ้น้องสี่นี่เก็บเงินเก่งเหมือนกันนะ จ่ายหนักมือเติบแบบนี้สิ ถึงจะสมกับตำแหน่งประธาน"
"ยังไม่ทันแต่ง ก็เอาใจสามีจนออกนอกหน้าเลยนะ"
คุณชายใหญ่หยอกล้อน้องสาว จนเธอหน้าแดง
"เรื่องทำบุญสร้างกุศลนี่แม่ชอบ แม่ให้อีกร้อยล้านหยวน"
"งั้นพ่อให้สามร้อยล้าน จะได้ครบหนึ่งพันล้านพอดี แต่ว่ามีแต่จ่ายออกไม่มีรับเข้า แถมนี่เป็นโครงการใหญ่ ที่ใช้เงินมากแบบนี้ เธอจะรักษาให้คงอยู่ยาวนานได้อย่างไร"
"ผมขอขอบคุณทุกท่านแทนเด็ก ๆ ด้วยครับ ส่วนหนึ่งเราจะขอรับบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธา ส่วนที่เหลือผมจะปรุงยาเสริมลมปราณขาย โดยผ่านการประมูลในโลกใต้ดินและผลิตเครื่องสำอางขายทั้งในและต่างประเทศ เราจะทำโครงการนี้ที่ซูโจวให้ดีก่อน แล้วค่อยขยับขยายไปทีละเมือง"
"อืม พ่อเชื่อว่าเธอจะต้องทำได้ ตามที่พูดอย่างแน่นอน"
"เมื่อทุกท่านอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาในที่นี้ ผมมีเรื่องที่ต้องแจ้งให้ทราบ เพื่อให้ทุกท่านตัดสินใจ"
"ว่ามาเถอะ มีแต่คนกันเองทั้งนั้น หรือว่าเธอจะให้พี่ใหญ่ไปขอสาวงามที่ไหนให้"
ฮ่า ๆ
ฉินฟ่านยื่นแท็บเล็ตให้เย่หมิงทงดู ทุกคนเห็นสีหน้าเคร่งขรึมของฉินฟ่าน แต่ก็ยังเดาไม่ถูกว่าเขาจะพูดเรื่องอะไร
"เย่กวนไท่อายุสี่สิบปี บิดาชื่อ
เย่หมิงทง มารดาชื่อหวังอิงหง ตอนอายุสิบสามเขาโทษว่า พ่อทอดทิ้งพวกเขาสองแม่ลูก จนแม่ตรอมใจตาย ความแค้นฝังลึกเรื่อยมา เขาศัลยกรรมใบหน้าเปลี่ยนชื่อเปลี่ยนแซ่เป็นโหวเจียจิ้นหรือคนที่พวกเราคุ้นหน้ากันดี
ครับ คนที่คิดอ่านวางแผนวางยาพิษ จ้างนักฆ่าองค์กรเขี้ยวอสูร ก็คือเลขาโหวคนนี้นี่เอง"
ทุกคนต่างตกใจกับข่าวนี้ หากเป็นความจริง เลขาโหวก็คือพี่ชายต่างมารดาของพวกเขา เขารับใช้คุณพ่อมานานนับสิบปี จนได้รับความไว้ใจให้เป็นเลขาคนสนิท แบบนี้เขาก็จะรู้ทุกความเคลื่อนไหว รู้ความรักชอบในอาหาร รสนิยมการแต่งกาย นิสัยใจคอของทุกคนและคนที่เหมาะจะลงมือวางยาพิษที่สุด โดยไม่มีใครสงสัยก็คือเลขาโหวคนเดียวจริงทๆ
ทุกคนต่างหันมามองดูเย่หมิงทงที่กำลังถอนใจยาว สีหน้าท่าทางราวกับแก่ลงสิบปี ลูกชายที่วางแผนคิดฆ่าพ่อของตัวเอง สวรรค์กลั่นแกล้งชัด ๆ
"เรื่องมันก็เนิ่นนานมาแล้วจริง ๆ ตอนนั้นพ่อไปค้าขายต่างเมือง แต่เกิดอุบัติเหตุรถชน จนความจำเสื่อมชั่วคราวไปสามปี พอกลับไปหาพวกเขาอีกครั้ง ก็ไม่เจอพวกเขาแล้ว
เรื่องนี้เป็นความผิดที่ไม่อาจให้อภัยของพ่อ ขอพ่อจัดการเองเถอะนะ จำเอาไว้นะ ไม่ว่าผลจะออกมายังไง ต่อให้พ่อต้องตายไป ก็ขอให้ทุกอย่างจบลง พวกเธออย่าได้คิดแก้แค้นใด ๆ ทั้งสิ้น"
อากาศยามเช้าที่แสนจะสดชื่น
แต่จิตใจของเย่หมิงทงกลับหนักอึ้ง เหมือนมีหินก้อนใหญ่กดทับอยู่ เขายืนอยู่ที่สระน้ำ ดูฝูงปลาคาร์ปนับร้อยตัวหลากสีสันกำลังแหวกว่ายไปมา เลขาโหวยืนห่างเขาไปสามเมตรอย่างสงบนิ่ง เพื่อรอรับใช้
"พ่อไม่เคยคิดทอดทิ้งพวกเธอสองแม่ลูก พ่อรักพวกเธอดั่งแก้วตาดวงใจเสมอมา"
จู่ ๆ เย่หมิงทงที่ยืนหันหลังให้เลขาโหว ก็พูดแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยขึ้นมา แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้แววตาของเลขาโหวฉายแววดุร้าย จนแทบอยากจะกินเลือดกินเนื้อคนที่ยืนอยู่ข้างหน้า ในยามที่นึกถึงแม่ที่ตายในอ้อมแขนของเขา
"จำได้ว่าเธอตอนที่ยังเป็นเด็กชอบกินเค้กช็อกโกแลตมาก ตอนนั้นพ่อไปค้าขายต่างเมือง พอเสร็จจากงานก็รีบข้ามถนนไปซื้อเค้กให้เธอ แต่จู่ ๆ ก็มีคนเมาขับรถมาชนพ่ออย่างแรง จนสมองได้รับความกระทบกระเทือน ความจำเสื่อมชั่วคราวไปสามปี พอความทรงจำเริ่มกลับมาคืน พ่อก็รีบกลับไปหาพวกเธอ แต่ก็หาไม่พบ พ่อตามหาพวกเธออยู่หลายปี คิดไม่ถึงว่าเธอจะอยู่ข้างกายพ่อมาโดยตลอด
สวรรค์กลั่นแกล้งจริง ๆ พ่อต้องขอโทษเธอและแม่จริง ๆ"
เย่หมิงทงที่น้ำตานองหน้า หันมายิ้มให้เลขาโหว
ฉึก!
มีดสั้นถูกซัดปักลงพื้นดินหน้าเลขาโหว
"คำพูดไม่กี่คำคงไม่อาจลบรอยแค้นในใจของเธอได้ พ่อควรจะชดใช้ให้เธอบ้าง ลงมือเถอะ"
มือที่สั่นเทาเบา ๆ นี้ ไม่ทราบว่าเกิดจากความตื่นเต้น ที่จะได้ฆ่าคน ๆ นี้รึเปล่า แต่ในที่สุดมือนี้ก็หยิบมีดขึ้นมา แทงสวบเข้าไปที่หน้าท้อง ความเจ็บปวดและเลือดต่างทะลักออกมา
"ดี แทงได้ดีลูกพ่อ"
เย่หมิงทงค่อย ๆ ทรุดตัวล้มลงอย่างช้า ๆ พร้อมรอยยิ้มที่ยังติดอยู่มุมปากดวงตายังคงจ้องมองเลขาโหว ราวกับจะเก็บไว้เป็นความทรงจำในก้นบึ้งหัวใจ
เลขาโหวมองดูเย่หมิงทงเนิ่นนาน
เขากำลังถามใจตัวเองว่า ฆ่าเย่หมิงทงแล้วรู้สึกอย่างไรบ้าง ดีใจหรือว่าสะใจ
มันไม่ใช่แบบนั้น
แต่มันกลับเป็นความรู้สึกที่ว่างเปล่า เขาหันกายเดินออกไปช้า ๆ ราวกับผีดิบ ค่อย ๆ เดินไปเรื่อย ๆ ออกจากคฤหาสน์และหลังจากนั้นก็ไม่มีใครเคยพบเห็นเขาอีกเลย
เจ็ดเข็มกระตุกวิญญาณถูกฝังลงไปอย่างรวดเร็ว พร้อมกับยัดยาสีแดงเข้าปากของเย่หมิงทง ฉินฟ่านสังหรณ์ใจว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้ จึงเตรียมหน่วยแพทย์ฉุกเฉินไว้แล้ว
เขาค่อย ๆ ถ่ายเทพลังลมปราณ เพื่อช่วยคุ้มครองชีพจรหัวใจ ที่เหลือปล่อยให้หมอจัดการจะดีกว่า สักพักเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ ก็มารับตัวเย่หมิงทงไปห้องผ่าตัด ไม่ว่ายังไง เรื่องใช้เข็มเย็บแผลใช้มีดผ่าตัด คุณหมอที่ร่ำเรียนฝึกฝนมา ก็ต้องชำนาญกว่าเขาแน่นอน
ทุกคนพอทราบข่าวนี้ต่างตื่นตกใจ
คุณหนูสี่ร้องไห้จนตาบวม จนเขาต้องคอยปลอบใจ
"ผมรับรองว่าพอคุณพ่อฟื้นขึ้นมา
จะต้องแข็งแรงกว่าเดิม นิ่งซะนะคนดี"
ในที่สุดผ่านไปสองชั่วโมง ไฟห้องผ่าตัดก็ดับลง
"ปลอดภัยแล้วครับ แต่อย่าเพิ่งเข้าไปเยี่ยมเลย ปล่อยให้คนไข้พักผ่อนมาก ๆ จะดีกว่านะครับ
เอ่อ ความจริงต้องขอบคุณ คุณหมอที่ฝังเข็มห้ามเลือดได้อย่างทันท่วงทีด้วยนะครับ เพราะฝีมือของเขา ทำให้งานผมง่ายขึ้นเยอะเลย"
ทุกคนหันไปมองฉินฟ่านโดยไม่ได้นัดหมาย แต่เจ้าตัวแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ชมนกชมไม้ไปเรื่อยเปื่อย เขาไม่อยากเปิดเผยตัวกับหมอพวกนี้
…….
หนึ่งปีต่อมา
มีคนบอกว่า เวลาที่แสนสุขนั้นจะไหลผ่านเราไปดั่งสายน้ำ
เหล้าถูกรินใส่จอกเป็นรอบที่เก้า
"มา ๆ ทุกท่านเชิญดื่ม พี่สาวนางฟ้า ข้าทำได้ดีใช่ไหมพรุ่งนี้ทั้งโรงเรียนและสถานีอนามัย จะเปิดอย่างเป็นทางการแล้ว พวกท่านน่าจะมาเห็นด้วยตาของตัวเอง ชีวิตนี้พวกท่านมอบโอกาสให้กับข้า ข้าก็จะเป็นตัวแทนของพวกท่าน มอบโอกาสให้แก่คนอื่นบ้าง
ชีวิตนี้ข้าจะไม่ให้มันเสียเปล่า ข้าจะทำดีไปเรื่อย ๆ เพื่อตอบแทนพระคุณของพวกท่าน มา ๆ พวกเรามาดื่มกันอีก ฮ่ะ ๆ คืนนี้ไม่เมาไม่กลับ"
พวกสาว ๆ เห็นจนชินตาแล้ว ฉินฟ่าน มักจะมาขลุกอยู่ห้องนี้ แล้วก็พูดเรื่อยเปื่อยกับรูปปั้นพวกนั้น บางครั้งสิบห้านาที แต่บางครั้งนานถึงห้าชั่วโมง
ราวกับมีเรื่องมากมายที่อยากจะบอกกับรูปปั้น บางครั้งร้องไห้โฮเหมือนเด็ก ๆ บางครั้งหัวเราะเสียงดังก้องเหมือนคนบ้า
พวกเธอไม่ค่อยอยากเข้าไปห้องนี้สักเท่าไร เพราะบางครั้งรู้สึกว่ารูปปั้นพวกนี้คล้ายกับยิ้มให้พวกเธอด้วย บรื๋อ!
แค่คิดก็ขนลุกแล้ว
ปัง ปัง ปัง ปัง!เสียงประทัดพวงยาวเหยียดดังสนั่นหวั่นไหวพร้อมเสียงรัวกลองเชิดสิงโตสร้างความครึกครื้นให้ผู้ชมที่มากันเนืองแน่น เพราะข่าวที่แพร่กระจายมาอย่างต่อเนื่อง ว่าโครงการโรงเรียน "พี่สาวนางฟ้า" ริเริ่มโดยหมอเทวดาฉินฟ่าน ซึ่งค่าเล่าเรียนทุกอย่างฟรีหมดจนคนที่ทราบข่าวต่างยกนิ้วชมเชย บางคนมีฐานะจึงยินดีที่จะบริจาคเงินทอง เพื่อสร้างชุมชนที่น่าอยู่ เพื่ออนาคตของลูกหลานชาวเมืองซูโจวถึงขนาดมีคนยุให้หมอเทวดาเล่นการเมือง เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รับประกันว่าคะแนนเสียงถล่มทลาย แต่บรรดาอาซิ่มอาซ้อกลับอยากให้เขาเป็นพระเอกหนังซีรีส์ซะมากกว่า เพราะเขานั้นหล่อบาดลึกไปถึงขั้วหัวใจของพวกเธอคุณหนูสี่ขึ้นเวทีไปกล่าวเปิดงานในฐานะประธานกลุ่มทุน "พี่สาวนางฟ้า" เสียงปรบมือดังสนั่นหวั่นไหว ช่วงนี้มีผู้สื่อข่าวหลายสำนัก มาขอสัมภาษณ์เธอไม่เว้นวันจนเธอยุ่งหัวฟูหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ที่ได้ยลโฉมงามล่มเมืองของคุณหนูสี่ ต่างคลั่งไคล้ขอเป็นแฟนคลับเธอ แต่ละคนต่างแย่งกันบริจาคเงินออกมาก้อนโต เพื่ออวดโอ่ฐานะความร่ำรวยเพราะถ้าได้แต่งกับเธอ มันเฮงยิ่งกว่าหนูตกถังข้าว
ทั้งสองส่งเสียงหัวเราะวิ่งหยอกล้อกันออกไป ตอนนี้ทุกอย่างสงบลงแล้ว คนตายก็ตายไป คนเจ็บก็ส่งโรงพยาบาล คนมอบตัวก็เตรียมไปกินข้าวแดงในคุกได้เลย ตำรวจเริ่มเคลียร์สถานที่ ยึดอาวุธสงครามได้เป็นจำนวนมาก มากพอที่จะเลื่อนยศเลื่อนตำแหน่งให้หลาย ๆ คนในศึกครั้งนี้ฉินฟ่านเดินกระแซะเข้าไปใกล้ ๆ กระซิบชวนมู่ปิงปิงไปจู๋จี๋ดู๋ดี๋กันที่น้ำตก แต่เธอค้อนขวับวงใหญ่ แถมแกล้งทำเสียงดุใส่"งานยังไม่เสร็จ ไปไม่ได้""น่านะ คนดียอดรักของฟ่าน เสร็จงานแล้ว ก็ต้องมีการตบรางวัลบิ๊กโบนัสกันบ้างสิ ใช่ไหมจ๊ะทูนหัวจ๋า"เขาพยายามออดอ้อน กะพริบตาปริบ ๆ ทำสีหน้าน่าสงสาร"ไม่รู้ไม่ชี้""น่านะ แป๊บเดียวเอง แค่สามนาทีก็เสร็จแล้ว"เขาพยายามต่อรอง"คิดว่าตัวเองเป็นอุลตร้าแมนแปลงร่างได้แค่สามนาทีรึไง คราวก่อนเป็นชั่วโมง เล่นเอาเหน็บชากินขาเลย"ไม่สนแล้วต้องใช้เส้นสายของเครือญาติให้เป็นประโยชน์ เขาหันไปหาเค่อตงหยางที่กำลังคุมลูกน้องทำงานอย่างแข็งขัน"คุณลุงเค่อที่เคารพครับ พอดีที่บ้านมีเรื่องด่วน ผม
ในห้องที่มืดมิด มีแสงเลือนรางไหววูบเป็นบางครั้ง จากเปลวไฟที่ลุกฮือโหมของการระเบิดครั้งใหญ่ ซีเหมินคังยืนถือทวนเงินสงบนิ่งดุจขุนเขา เพราะเขาสัมผัสได้ถึงอันตรายที่ซุกซ่อนอยู่ เมื่อมืดมิดจนมองไม่เห็น เขาเลยพาลหลับตาลง ใช้หูสดับฟังเสียงเคลื่อนไหวแทนฟิ้วววววเสียงกระแสลมของดาบ ที่ตวัดใส่ลำคอของซีเหมินคังแว่วมา เขาสะบัดควงทวนเงินเข้าต้านปะทะติดต่อกันเก้ากระบวนท่า จนเกิดประกายไฟแลบแปลบปลาบเสียงซัดอาวุธบางสิ่งออกมา ลางสังหรณ์ในใจของซีเหมินคัง ส่งสัญญาณเตือนภัยชนิดหนึ่ง บีบให้เขาดีดตัวถอยไปหลบหลังเสาอย่างรวดเร็วบึ้ม…อาวุธที่ซัดออกมาก็คือระเบิดเพลิงขนาดเล็กของจิ้งจอกเพลิงนั่นเอง เล่นเอาเสื้อผ้าของซีเหมินคังไหม้ไปแถบหนึ่ง ไฟลวกหน้าแข้งเล็กน้อย"หึ ๆ เขาถึงว่าคู่แค้นทางคับแคบ ในที่สุดเราทั้งสองคนก็มาเจอกันอีกจนได้ กระสุนนัดนั้น ที่มึงยิงใส่ขากู กูยังจำได้ดี วันนี้มึงต้องตายสถานเดียว"จิ้งจอกเพลิงขยับดาบเก้าห่วง จนเกิดเสียงดังกรุ๊งกริ๊ง"ขอโทษจริง ๆ นะฮ๊า พอดียิงคนมาเยอะมากเลย
เงาร่างฉินฟ่านพุ่งฉวัดเฉวียน จนพวกเธอตาลายมองตามไม่ทัน เสียงฟาดแก้มก้นดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากหมวดมู่คนแรก แถมแต่ละคนยังถูกลวมลามอีกหลายครั้งพวกสาว ๆ ต่างส่งเสียงร้องวี๊ดว้ายกระตู้วู๊ วิ่งหลบหนีจิ้งจอกเฒ่าจอมลามกกันจ้าละหวั่น ก่อนที่จะมีอะไรเลยเถิดไปกว่านั้น จน กบว. ต้องเซ็นเซอร์ภาพและเสียงทันใดนั้นก็มีเสียงฝีเท้าดังแว่วมาขัดจังหวะ ผัวหนุ่มเมียสาวที่กำลังหยอกเย้ากันอย่างสนุกสนาน ทำเอาทุกคนต้องกลับมาทำตัวสงบเสงี่ยมอีกครั้ง"อะแฮ่ม สวัสดีพี่สาวคนสวยทั้งหลาย เอ่อ…พี่เขยขอโทษที่ขัดจังหวะครับ มีคนมาหาพี่เขย บอกว่านี่เป็นเรื่องด๊วนด่วนนะครับ"เหลียนเฮ่อส่งเสียงดังแหบ เพราะอยู่ในวัยกำลังแตกเนื้อหนุ่ม นมเพิ่งจะแตกพานรายงานอย่างรวบกระชับทันที พร้อมทำสีหน้ากระดากแบบอาย ๆเพราะเขาโตพอที่จะรู้ว่า เมื่อครู่พี่เขยตัวดี ไอดอลขั้นเทพของเขากำลังทำเรื่องดีงามอะไร เขาสาบานกับตัวเองว่าโตขึ้น จะต้องเป็นแบบพี่เขย เอาดีในเรื่องผู้หญิงให้ได้ตอนนี้ทุกคนต่างพากันทำหน้าเขิน ๆ ขณะจัดแจงทรงผมที่ยุ่งเหยิงและเสื้อผ
พวกเขาเก็บอุปกรณ์กล้องอินฟาเรด แล้วเดินลัดเลาะชายป่าท่ามกลางแสงจันทร์ ที่พอเห็นเลือนรางไปอย่างเงียบ ๆ ประมาณหนึ่งชั่วโมงโยโย่เป็นสาวช่างจ้อ แบบที่เรียกว่าอะไรนะ ทอล์คกาทีฟเกิรล์ละมั้ง เดี๋ยวชวนคุยเรื่องโน้น เดี๋ยวเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง แถมมุกตลกของเธอมีเพียบอีก ช่วยทำให้เขาไม่รู้สึกเบื่อหน่ายจนกระทั่งทั้งคู่ถึงน้ำตกสายหนึ่ง จึงตัดสินใจที่จะพักเท้าชั่วคราว ทั้งคู่จึงนั่งลงที่โขดหินหยุดพักดื่มน้ำฉินฟ่านหยิบแผนที่ขึ้นมากางดู เพื่อศึกษาภูมิประเทศ งานนี้เขาทุ่มจนสุดตัว จะให้เกิดข้อผิดพลาดไม่ได้เป็นอันขาด ลมโชยเบา ๆ พัดผ่านตัวเย็นสบายเสียงน้ำจ๋อมแจ๋มแว่วดังมาเบา ๆ สะกิดความสนใจของเขา จนอดไม่ได้ที่จะต้องหันหน้าไปดูภาพที่เห็นทำให้เขาเลือดลมสูบฉีด หายใจถี่เร็ว ลืมสิ้นทุกสิ่งทุกอย่างโลกหล้าใบนี้ไปชั่วขณะร่างของโยโย่ที่เปลือยเปล่าขาวโพลนท่ามกลางแสงจันทร์ เรือนร่างของเธอโผล่พ้นขึ้นเหนือน้ำมาครึ่งตัว ทรวดทรงองค์เอวที่อ่อนช้อย เป็นเส้นสายชวนรัดรึงใจ พราวไปด้วยหยดน้ำเม็ดเล็ก ๆ ที่ไหลรวมหยดเป็นทางยาว ค่อย ๆ ไหลรินผ่านร่องอก
แต่ถ้าจะพูดถึงอีกคนหนึ่ง เมียหลวงเมียน้อยเมียเล็ก เมียใหญ่กลับสนับสนุนจนคะแนนเสียงท่วมท้น ให้ไปกระทืบสุยเก้ามีดให้จมดินโทษฐานที่มันบังอาจเหิมเกริมไม่ยอมแหกตาดูให้ดีว่าซอยลูกเป็ดน้อยนี้ใครคุมติ๋ง! ติ๋ง!หยดเลือดสด ๆ สีแดงคล้ำไหลออกจากปากของสุยเก้ามีดตกกระทบพื้นเป็นจังหวะเหมือนเสียงดนตรีร่างของสุยเก้ามีดนักเลงโตถูกมัดมือไพล่หลังและมัดข้อเท้าทั้งสองข้างด้วยเชือกก่อนจะชักรอกขึ้นไป ทำให้ตอนนี้มันตกอยู่ในสภาพห้อยหัวเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนนี้พวกมันกำลังล้อมชายหนุ่มคนหนึ่งด้วยอาวุธครบมือ โดยไม่ได้คาดคิดเลยแม้แต่น้อยว่าจะเป็นพวกมันเองที่ถูกยำจนเละเป็นโจ๊กเรื่องแก้แค้นคงไม่ต้องคิด มันไม่หวังจะไปต่อกรอะไรอีกแล้ว ตอนนี้ต้องรักษาชีวิตให้ได้ก่อนพลั่วะ! พลั่วะ!อ้ากก! อ้ากก!สุยเก้ามีดกำลังถูกไอ้ฟันเหยินลูกน้องคนสนิทใช้ไม้เบสบอลหวดฟาดใส่ลำตัวนี่เป็นการหวดครั้งที่ยี่สิบ ครบจำนวนพอดีเงาของชายหนุ่มพาดยาวกับพื้น เขายืนอยู่ริมหน้าต่าง กำลังดื่มน้ำอัดลมดับกระหายพลางเดินข้ามร่างของเจ้า
หมายเลขสิบสามกลับเดินเลี่ยงออกไปอย่างเงียบ ๆ เพียงลำพังซึ่งในตอนนี้ทุกคนกำลังเพลิดเพลินกับฉากอีโรติกที่ชวนตื่นเต้นเร้าใจอยู่จึงไม่มีใครสนใจเขาเขาไปที่เนินดินหลังห้องส้วม บริเวณนี้ผู้คนไม่ค่อยสัญจรผ่านไปมาเพราะรังเกียจความเหม็น เขาใช้มือขุดดินทรายจนเป็นหลุม แล้วก็เจอเป้ทหารใบหนึ่งที่ถูกฝัง
“สวัสดีครับแม่”“อ้าว อาเจี้ยนมาแต่เช้าเชียว”กวนอิมเผ็ดยิ้มให้เขาอย่างเอ็นดูตอนนี้เธอถือว่าลู่เจี้ยนเป็นลูกชายคนหนึ่งเช่นเดียวกัน“พี่ใหญ่มาหาฉันแต่เช้าเลย มีธุระอะไรรึเปล่าฮ๊า”ซีเหมินคังยิ้มร่าเดินนวยนาดเข้ามาหา
นับแต่โบราณกาลมีคนเคยกล่าวเอาไว้ว่าแม่ผัวกับลูกสะใภ้ยากที่จะอยู่ร่วมกันโดยสันติ เปรียบเสมือนน้ำกับไฟเหมือนหมากับแมว สุดแท้แต่ผู้คนจะเปรียบเปรยในสมัยก่อนฮูหยินผู้เฒ่าปกครองหลังบ้านมือเดียวค้ำฟ้า มีอำนาจเบ็ดเสร็จลูกสะใภ้คนไหนไม่ถูกใจจะสั่งเฆี่ยนตีหรือตบจนฟันหลุดร่วงออกจากปากก็ไม่มีใครกล้าหือเผลอ ๆ
ตอนที่ฉินฟ่านกำลังปลอบเธอก็มีคุณยายรูปร่างเล็กบอบบางคนหนึ่งที่เดินเหินแทบจะไม่ไหวมาเกาะแขนของเขา“พ่อหนุ่มช่วยหลานสาวตัวน้อยของยายด้วยเถอะคิดซะว่าเอาบุญเถอะนะยายขอร้องล่ะ เธอติดอยู่บนห้องนอนชั้นสามของตึกนั้นยังไม่มีใครช่วยลงมาเลย”เขาหันไปมองกวนอิมเผ็ด เป็นเชิงขอ







