Masukหมายเลขสิบสามกลับเดินเลี่ยงออกไปอย่างเงียบ ๆ เพียงลำพังซึ่งในตอนนี้ทุกคนกำลังเพลิดเพลินกับฉากอีโรติกที่ชวนตื่นเต้นเร้าใจอยู่จึงไม่มีใครสนใจเขา
เขาไปที่เนินดินหลังห้องส้วม บริเวณนี้ผู้คนไม่ค่อยสัญจรผ่านไปมาเพราะรังเกียจความเหม็น เขาใช้มือขุดดินทรายจนเป็นหลุม แล้วก็เจอเป้ทหารใบหนึ่งที่ถูกฝังเอาไว้ ในนั้นมันใส่อะไรไว้คงมีแต่พระเจ้าเท่านั้นที่รู้
เจ็ดปีที่ผ่านมานี้เขาวางแผนการที่จะปลดแอกตัวเองให้เป็นอิสระมาโดยตลอดเขาพยายามจดจำภูมิประเทศทุกอย่างเอาไว้ในหัวจากการออกไปฝึกวิ่ง ฝึกดำน้ำหรือแม้แต่แกล้งปวดท้องไม่สบายเพื่อหาโอกาสไปสำรวจภูมิประเทศเท่าที่มีโอกาส
จนกระทั่งเขารู้ว่าที่ท่าเรือทางทิศตะวันตก จะมีเรือประมงขนาดเล็กแล่นมาจอดเทียบท่าทุกวันศุกร์ ซึ่งก็คือวันนี้เพื่อใช้ในการขนถ่ายอาหารสิ่งของต่าง ๆ เขาสะสมกระสุนปืนทีละนัดเพื่อไม่ให้ถูกจับพิรุธได้เวลามีการประลองอาวุธชนิดต่าง ๆ ในป่า หรือเวลาแรมโบ้เมาก็แอบทยอยขโมยปืนสั้น มีดสั้นระเบิดมือ มาทีละชิ้นสองชิ้น
ซึ่งทุกอย่างนี้เขาใช้เวลาถึงเจ็ดปีและไม่กล้าบอกใครถึงเรื่องนี้ แม้แต่ครึ่งคำเพราะกลัวว่าจะถูกหักหลังหากแม่ทัพจูรู้ว่า เขาวางแผนคิดที่จะหลบหนี คงต้องตายสถานเดียว
ช่วงแรก ๆ ที่เขาเคยตกหลุมรักครูลิลลี่เขาเคยคิดจะชวนครูลิลลี่ หนีไปครองรักด้วยกันอย่างมีความสุขยังเคราะห์ดีที่เขารู้ว่าครูลิลลี่ไม่เคยมีใจให้กับใคร
ตึก ตึก ตึก ตึก
ทุกคนได้ยินเสียงเหมือนมีอะไรสักอย่างถูกโยนแล้วกลิ้งหลุน ๆ เข้ามาใกล้
พอมองเห็นชัดถนัดตา
“เฮ้ย! ระเบิด”
บึ้ม!
เหตุการณ์เมื่อครู่นี้ แรมโบ้ที่กำลังโยกหมายเลขสิบหกอย่างเมามัน พอหางตาเหลือบไปเห็น ว่าเป็นระเบิดมือก็ร่ำร้องในใจว่า fuck me
แต่มันเป็นถึงผู้เชี่ยวชาญด้านระเบิด ย่อมรู้จักผ่อนหนักให้เป็นเบา มันจับร่างของหมายเลขสิบหก โยนออกไปทับระเบิดแล้วกระโดดพลิกตัวไปหลบอยู่หลังโต๊ะ
แต่แม่ทัพจูกับจูเก๋อปากกว้างมัวแต่ตื่นตกใจถึงแม้ว่าพยายามจะกระโดดหลบ แต่ช้าไปซะแล้วเพราะสิบสามจงใจมัดระเบิดสามลูกให้ติดกันเป็นพวง เพื่อให้มีอำนาจทำลายล้างมากขึ้นแล้วขว้างระเบิดไปให้ใกล้มันที่สุด ระเบิดสามลูกนี้ทำให้หมายเลขสาม หมายเลขเจ็ด หมายเลขสิบหก จูเก๋อปากกว้างตายคาที่
แม่ทัพจูถูกสะเก็ดระเบิดที่ท้องจนไส้ไหลทะลักออกมา แต่ยังหอบหายใจอย่างรวยรินส่วนร๊อคกี้นั้น เศษไม้ของขาโต๊ะที่แตกเป็นเสี่ยง ๆ จากแรงระเบิดเสียบเข้าที่ตาขวาจนบอด เจ็บจนมันต้องนอนร้องครวญครางแต่ยังโชคดีที่รักษาชีวิตเอาไว้ได้
สิบสามถือปืนสั้นสิบเอ็ด มม. เอาไว้ในมือข้างละกระบอกแล้วกางแขนออก เหนี่ยวไกสาดกระสุนใส่ไม่ยั้งโดยไม่สนว่าจะเป็นใครหน้าไหนฆ่า ฆ่าให้หมด
เปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยง
พริบตาเดียวคนตายไปอีกสี่คน ก็คือหมายเลขแปดสิบ เก้ายี่สิบและดอกเตอร์
กัวพวกมันถูกยิงจนพรุน คำว่าเลือดไหลนองเป็นท้องธารคงจะเป็นเช่นนี้สินะ
แชะ ๆ กระสุนหมดซะแล้ว สิบสามโยนปืนทิ้งไปด้านข้าง
“เฮ้ย พวกเรากระสุนมันหมดแล้ว
ฆ่ามันเลย”
หมายเลขยี่สิบเอ็ดร้องตะโกนบอกหมายเลขเก้ากับสิบ ทุกคนมองหน้ากันอย่างรู้ใจไม่ฆ่าก็ต้องถูกฆ่า เด็กหนุ่มที่เหลือวิ่งกรูกันเข้ามาอย่างเคียดแค้นหมายจะฆ่าให้ตาย หลังจากผ่านความเป็นความตายมาหลายต่อหลายครั้งทุกคนเริ่มมองเห็นการฆ่าและถูกฆ่าเป็นเรื่องธรรมดาเหมือนการกินข้าวมื้อหนึ่ง กินซาลาเปาลูกหนึ่ง
หมายเลขสิบวิ่งถือมีดหั่นสเต๊กพุ่งเข้า
ใส่ แต่สิบสามกลับเอื้อมมือไปข้างหลังดึงค้อนออกมาทุบใส่หัวของมันอย่างแรงจนกะโหลกแตก มันสมองขาว ๆ ปนเลือดไหลเยิ้มออกมา
เหตุการณ์นี้ กลับฉุดดึงความกลัวตายของหมายเลขเก้าออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ มันได้แต่ยืนขาสั่น จนฉี่ราดทำอะไรไม่ถูก แต่ทว่าหมายเลขยี่สิบเอ็ดกลับบ้าคลั่งไม่กลัวตายมันเคยคิดว่าตนเองเก่งที่สุดในกลุ่มในด้านการต่อสู้ระยะประชิด แต่แล้วมันก็ได้พบว่าตนเองคิดผิดไป เพียงแค่ประมือกันไม่กี่ท่า มันก็ถูกศอกของสิบสามหนึ่งในกระบวนท่าของมวยแปดทิศกระทุ้งเข้าใส่อย่างจังที่ลิ้นปี่จนต้องเซถลาถอยหลังไปสามก้าว จุกจนหายใจไม่ออก
พอจะกัดฟันลงมือตอบโต้ก็ถูกสิบสามต่อยเสยอัปเปอร์คัตเข้าที่ปลายคาง ส่งผลให้มันตาค้างล้มทั้งยืน สิบสามเดินไปหยิบมีดหั่นสเต๊กที่หล่นอยู่ที่พื้นมาใช้มือจิกผมของยี่สิบเอ็ดให้เชิดหัวขึ้นแล้วเชือดคอใช่ เหมือนเชือดคอไก่เลย เลือดสีแดงคล้ำพุ่งออกมาเป็นเส้นสาย
หมายเลขเก้าคุกเข่าลงกับพื้นทันที
“สิบสาม อย่าฆ่าฉันเลยนะต่อไปแกสั่งอะไรฉันจะทำตามคำสั่งทุกอย่าง ยอมเป็นทาสรับใช้ของแก ขอร้องล่ะ”
“ดี งั้นแกไปฆ่าแรมโบ้”
“ได้ฉันจะฆ่ามันเอง”
หมายเลขเก้ายิ้มอย่างดีใจที่รอด
ตาย มันมองหาอาวุธ เจอแล้ว เหล็กเจาะน้ำแข็ง ขนาดกำลังพอดีมือ เขาถือมันเดินย่างสามขุมเข้าหาแรมโบ้ทันที แรมโบ้ที่กำลังคลานหนีตายหลบไปเกือบจะถึงประตูอยู่แล้ว แต่ดันถูกพบซะก่อนมันได้แต่สบถอีกครั้ง SHIT !
“เฮ้ย! อย่านะ”
ฉึก ฉึก ฉึก
หมายเลขเก้าใช้เหล็กเจาะน้ำแข็งแทงใส่ทั่วร่างแรมโบ้จนสุดแรงเกิด ไปยี่สิบกว่าครั้งจนแน่ใจว่าตายสนิท งานนี้เล่นเอามันเหงื่อแตกเลยทีเดียว
สิบสามเดินเข้าไปหาแม่ทัพจู
“สีหน้าดูไม่ค่อยดีเลยนะแม่ทัพจู แกควรจะกินของบำรุงให้มาก ๆ หน่อยฉันเห็นแก่ที่แกเคยอบรมสั่งสอนมา ฉันจะป้อนให้ก็แล้วกัน”
มือของสิบสามกระชากไส้ที่ไหลทะลักของมันออกมาแล้วยัดเข้าปากของมัน
“หวังว่าแกคงชอบไส้ของแกนะ”
“ถุย ฆ่ากูเลยสิวะ”
“แหม อย่าเพิ่งใจร้อนสิ ยังไม่ถึงคิวแก”
สิบสามหันไปมองทางมุมห้องด้วยหางตา ที่มีลำโพงขนาดใหญ่ตั้งอยู่พูดเสียงเบา ๆ ว่า
“คุณครูคนสวยออกมาเถอะคุณหลบยังไงก็ไม่พ้นหรอก”
ครูลิลลี่ค่อย ๆ ขยับตัวออกมาอย่าง
กล้า ๆ กลัว ๆ จากหลังลำโพงใบหน้าของเธอซีดเผือดเธอพยายามปั้นสีหน้ายิ้มแย้ม แต่ไม่ว่าจะดูยังไงก็รู้ว่ามันเป็นการฝืนยิ้ม
“เอ่อ…สิบสามอย่าฆ่าฉันเลยนะเธอเคยรักฉันใช่ไหมเอ่อ…ใช่แล้วฉันรู้รหัส
ตู้เซฟของที่นี่เธอลองคิดดูดี ๆ นะต่อให้ฆ่าพวกเราหมดจะมีประโยชน์อะไรพอเธอแล่นเรือกลับไป ก็จะกลายเป็นยาจก อีกอย่างฉันเป็นคนคุมบัญชีของที่นี่รู้จักเครือข่ายรู้จักลูกค้ารู้จักแหล่งซื้ออาวุธ ถ้าเราทำกันเอง จะหาเงินได้เป็นกอบเป็นกำอย่างมหาศาล นอกจากนี้ ฉันยัง…ฉันยังปรนนิบัติให้เธอมีความสุขได้ ขอแค่เธอต้องการ”
เธอยิ่งพูด ก็ยิ่งคล่องจนน้ำไหลไฟดับตอนท้ายถึงกับชม้ายชายตาหว่านเสน่ห์ยั่วยวน เพื่อให้เขาไม่ฆ่าเธอ
“ใช่แล้วเธอพูดถูก นายต้องมีทีมคอยช่วยทำงานให้พวกเราจะรวยล้นฟ้าอยากได้อะไรก็ได้ เหมือนกับพระเจ้า”
หมายเลขเก้ารีบสนับสนุน
สิบสามครุ่นคิดในใจอืม…ที่เธอพูดมาก็ถูก ถ้าเรากลับไปมือเปล่าแบบนี้ ก็จะกลายเป็นยาจก ไหน ๆ เราก็ก้าวขาข้างหนึ่ง เข้ามาในอาชีพรับจ้างฆ่าแล้วจะให้ไปทำอาชีพอื่นก็คงไม่ถนัด มันตัดสินใจทันที
“ดีงั้นเราไปเปิดตู้เซฟกัน แต่ก่อนไปขอเล่นสนุกอีกหน่อย”
เขาเดินกลับมาหาแม่ทัพจูอีกครั้ง
“จุ๊ ๆ นี่แกยังไม่ตายอีกเหรอ ช่างตายยากตายเย็นซะจริง ๆ เก้า”
“ครับ เจ้านาย”
หมายเลขเก้าเริ่มสอพลอเปลี่ยนคำเรียกหาสิบสามเป็นเจ้านายแทนต่อให้เรียกว่าพ่อก็ยังได้เลย เพราะเขาเห็นช่องทางรวยแล้ว
“มันหน้าซีดปากคอสั่นไปหมดแล้ว เสียเลือดมากแบบนี้มันคงจะรู้สึกหนาวช่วยเติมฟืนเติมไฟให้มันหน่อย”
“ไอ้ชาติชั่วมึงจะต้องไม่ตายดี”
แม่ทัพจูสาปแช่งก่อนตายมันรู้ดีว่าการเผาคนทั้งเป็นคนที่ถูกเผาจะรู้สึกทรมานมากขนาดไหนสู้เอาปืนยิงมันนัดเดียวที่หัวยังจะไปนรกสบายกว่าเลย
“ครับเจ้านาย”
หมายเลขเก้าถึงกับคล้ายสุนัขที่เชื่อฟัง
มันวิ่งไปเพียงครู่เดียวก็กลับมาพร้อมถังน้ำมันมันราดใส่แม่ทัพจูจนชุ่มโชก
“ไฟแช็กครับเจ้านาย”
สิบสามยิ้มนิดๆที่มุมปากด้วยความพึงพอใจในท่าทางที่นอบน้อมสอพลอของหมายเลขเก้าเขาเดินหันหลังพร้อมกับจุดไฟแช็กแล้วโยนออกไป
พรึ่บ!
ไฟลุกโชนขึ้นทันทีแผดเผาทุกอณูของเรือนร่างแม่ทัพจูจนต้องบิดกายร้องอย่างทรมาน
อ้าก!
เสียงร้องโหยหวนก่อนตายของแม่ทัพจูทำลายความเงียบในคืนนั้นไปจนหมดสิ้น
ทั้งสามเดินขึ้นไปบนตึกบัญชาการ
ตรงดิ่งไปห้องทำงานของแม่ทัพจู สิบสามคิดไม่ถึง ว่าแม่ทัพจูจะบ้าเลี้ยงบอนไซถึงสิบกระถาง บางต้นดูเหมือนยังใช้กรรไกรเล็มใบไม่เสร็จ
บนโต๊ะทำงานมีกองเอกสารรกเต็มไปหมดมุมโซฟาสีน้ำตาลยังเห็นกางเกงใน
จีสตริงสีแดงแลบโผล่ออกมา
ใช่ บนเกาะที่ไร้ความบันเทิงและแหล่งค้าประเวณี ครูลิลลี่คงเป็นคู่ขาให้กับมัน แต่เขาไม่ได้ใส่ใจเรื่องของเธออีกแล้ว
ครูลิลลี่เดินไปที่รูปภาพที่แขวนอยู่ติดผนังเป็นภาพ The Starry Night ราตรีประดับดาว ซึ่งวาดโดยศิลปินที่ชื่อว่าวินเซนต์แวนโก๊ะถึงมันจะเป็นแค่ภาพเลียนแบบ แต่ก็ยังแลดูงดงามอยู่ดี
เธอปลดภาพวางลงบนพื้นทุกคนจึงเห็นตู้เซฟที่ถูกติดตั้งฝังเข้าไปในผนังของอาคาร ครูลิลลี่ทาบสายตาเข้ากับตัวสแกนม่านตาและกดรหัสอีกชุดหนึ่งพอตู้เซฟถูกเปิดออกก็พบว่าข้างในมีทองคำแท่งพันธบัตรและเงินสด
“เยอะขนาดนี้เชียว ทั้งหมดนี่เท่าไหร่”
หมายเลขเก้าตาลุกวาวขึ้นมาทันที
“ทั้งหมดนี่ก็ราว ๆ ห้าร้อยล้านหยวน”
ครูลิลลี่รีบพูดเอาใจหมายเลขสิบสาม
“แม่ทัพจู มันใช้เวลานานแค่ไหนในการหาเงินก้อนนี้”
สิบสามถามเธอด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
ราวกับไม่เห็นเงินที่กองอยู่ข้างหน้าอยู่ในสายตาของเขา
“ฉันทำงานให้มันมาสิบปีเงินพวกนี้ก็ได้มาจากช่วงเวลานั้น”
“เฮอะ งี่เง่าสิ้นดี หาเงินมาตั้งสิบปียังไม่พอยาขี้ฟันเลย ฉันจะใช้เวลาสิบปีหาให้ได้ห้าพันล้านโดยการเปิดบริษัท”
“บริษัทของเราจะขายอะไรดีครับเจ้านาย”
“ขายหัวคน เก้า…แกเอาเงินสองร้อยล้านไปลงทุนในตลาดหุ้น ครูลิลลี่เอาเงินสองร้อยห้าสิบล้านไปสร้างอาคารซื้ออาวุธและยานพาหนะซื้อตัวนักฆ่าฝีมือดีให้มาเข้ากลุ่มกับพวกเรา ส่วนอีกห้าสิบล้านเอาไว้สำรอง ตั้งแต่พรุ่งนี้พวกเราคงมีงาน ที่ต้องตระเตรียมกันมากพอดูฉันจะเปิดบริษัทรับจ้างฆ่าไม่จำกัด”
“เจ้านายครับแล้วเราจะไปเปิดบริษัทแม่ที่ไหนกันดีครับ”
สิบสามยิ้มกริ่มที่มุมปาก
“ซูโจว”
“แต่เจ้านายเป็นคนเหว่ยซ่านไม่ใช่เหรอครับทำไมต้องเป็นที่นั่นด้วยครับ”
“ชื่อซูโจวมันเพราะดีวะ ฉันชอบ”
เสียงเอะอะเจี๊ยวจ๊าว เสียงหัวเราะคิก ๆ คัก ๆ ดังลั่นห้องรับแขกจนกวนอิมเผ็ดที่กำลังเคี่ยวโจ๊กรังนกต้องส่ายหน้าด้วยความอิดหนาระอาใจต่อบรรดาลูกสะใภ้ทั้งหลาย เธอเดินออกมากะว่าจะปรามให้เบาเสียงลง แต่แค่อ้าปากยังไม่ทันได้พูดคุณหนูสี่ก็ยิ้มแฉ่งมาจูงมือเธอให้ไปนั่งรวมกลุ่ม
“คุณแม่คะหนูมีของดีจะให้ดู รับรองว่าคุณแม่ต้องชอบแน่ ๆ เลยค่ะ”
อิ๋งอิ๋งชะโงกหน้ามากระซิบบอกเธอเบา ๆ พลางเลื่อนมือถือไปที่เบื้องหน้าของกวนอิมเผ็ด เป็นรูปของสาวสวยคนหนึ่ง ในชุดเดรสสีแดงเปลือยไหล่ใส่วิกผมยาวสลวย
“นี่รูปใครเหรอจุ๊ ๆ สวยจังเลยตัวเต็งที่เข้าประกวดมิสไชน่ารึไง”
สาว ๆ พากันหัวเราะจนตัวโยกซูหลิงจับแขนเธอเขย่าแล้วพูดว่า
“แหม มุกตลกของคุณแม่นี่เด็ดสุด ๆ ไปเลยค่ะ”
“คุณแม่ ไม่รู้สึกคุ้น ๆ หน้าบ้างเลย
เหรอคะ”
“คุณหนูสี่นี่เธอเข้าประกวดนางงาม
เหรอ”
กวนอิมเผ็ดคิดว่าเป็นคุณหนูสี่
เพราะรูปใบหน้าของเธอสวยที่สุดในบรรดาลูกสะใภ้
โยโย่เดินไปตักโจ๊กรังนก มาแจกจ่ายให้ทุกคน
“อื้อหือ…ฝีมือคุณแม่นี่เจ๋งสุด ๆ ไปเลยค่ะวันหลังหนูขอเรียนทำโจ๊กบ้างได้ไหมคะ”
กวนอิมเผ็ดยิ้มแก้มแทบปริที่
เหลียนฟ่งแม่ครัวคนเก่งประจำบ้านนี้ชมเธอ เธอพยักหน้าเบา ๆ
“นี่ไม่ใช่รูปของหนูค่ะ แต่เป็นรูปลูกสาวคุณแม่ต่างหากละคะ”
คุณหนูสี่ปฏิเสธแบบอมยิ้มเธอแทบจะหลุดขำออกมา
“ลูกสาวของแม่เหรอ”
เธอมีลูกสาวตั้งแต่เมื่อไหร่กัน
“โธ่ ก็นี่หัวหมูลูกสาวของคุณแม่ไงคะ
จำไม่ได้เหรอ”
“หา…นี่…นี่ หัวหมูจริง ๆ เหรอมีเมียตั้งหลายคน แล้วทำไมถึงกลายเป็นกระเทยไปได้ล่ะ”
“เขาปลอมตัวเป็นผู้หญิงไปช่วยตำรวจจับโจรบ้ากามต่างหากละคะ”
มู่ปิงปิงรีบอธิบาย
“เฮ้อ ตกอกตกใจหมดเลยโล่งอกไปที แต่จะว่าไปเขาแต่งแบบนี้แล้วสวยจริง ๆ ฮ่ะ ๆ”
โยโย่เลื่อนภาพต่อไปให้เธอดูมีภาพตอนฉินฟ่านติดอยู่ในร่างแห มีภาพตอนถ่ายสติ๊กเกอร์กับวิกผมสีประหลาด ๆ ภาพทำหน้าทะเล้น สร้างเสียงหัวเราะดังไม่หยุดหย่อน
หมู่บ้านเอสพีแกรนด์วิลล์ เพื่อนบ้าน อาชีพการงานมั่นคงทุกคนล้วนอัธยาศัยดีทัศนียภาพก็ดูงดงามต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงาเป็นระเบียบพุ่มไม้ดอกก็อวดช่อเบ่งบานสีสันสดใสมีน้ำพุขนาดใหญ่ตรงวงเวียนคลับเฮาส์ ฟิตเนส สระว่ายน้ำ ร้านสะดวกซื้อก็มีอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน
ไอ้หัวทองยืนโอบเอวเมีย มองบ้านหลังใหม่ในหมู่บ้านนี้อย่างมีความสุข
เมื่อห้าวันก่อนฉินฟ่านขับรถมารับมันแต่เช้าแล้วมุ่งหน้ามาที่เอสพีแกรนด์วิลล์
พอผ่านซุ้มประตูใหญ่เข้าไป
“โอ้โห หมู่บ้านนี้สวยมากเลย แถมยังใหญ่โตหรูหราอลังการมากด้วยลูกพี่จะซื้อบ้านใหม่เหรอครับ”
“แกอยากได้บ้างไหมล่ะ”
“โธ่ ลูกพี่อย่าล้อผมเล่นสิครับ คนอย่างผมไม่มีวาสนาได้อยู่บ้านสวย ๆ แบบนี้หรอกครับ”
“พรุ่งนี้เป็นวันอะไร”
ฉินฟ่านจอดรถที่หน้าบ้านหลังหนึ่ง
ทั้งคู่เปิดประตูลงมายืนอยู่ที่หน้าประตูรั้วไฟฟ้า
“วันตรุษจีนครับลูกพี่”
“เอ้า รับไปของขวัญวันตรุษจีน”
ฉินฟ่านยื่นกุญแจรีโมทประตูไฟฟ้าให้มันแต่มันไม่กล้ารับ
“ลูกพี่ ผมอาจจะเป็นคนโง่เพราะเรียนหนังสือมาน้อยแต่ถ้าผมทำอะไรผิด ลูกพี่พูดมาแค่คำเดียวผมจะปรับปรุงตัวเสียใหม่ จะไม่ทำให้ลูกพี่ผิดหวังอย่างเด็ดขาดผมขอร้องละครับ อย่าแกล้งผมอีกเลยนะครับ”
“ไอ้บ้า นี่แกพูดบ้าอะไรของแกอยู่วะฉันบอกว่าให้ ก็ให้สิชอบกวนโมโหอยู่เรื่อยเลย ไอ้เวรนี่ มา ๆ ขอเตะสักป้าบเถอะวะ”
ฉินฟ่านวิ่งไล่เตะก้นไอ้หัวทอง จนมันต้องวิ่งไปหลบอยู่หลังรถยนต์
“ผมกลัวแล้วครับ วันหลังไม่กล้าแล้วครับ”
“ฉันบอกว่าให้เป็นของขวัญแกหูแตกรึไง”
“ให้จริง ๆ เหรอครับ ลูกพี่ฮือ…”
ไอ้หัวทองท่อน้ำตาแตก
“แล้วแกจะร้องไห้ทำไมวะ”
“ฮือ…ก็พ่อของผมยังไม่ดีเท่าลูกพี่เลยนี่ครับขอบคุณมากครับลูกพี่”
บ้านหลังนี้ฉินฟ่านซื้อให้มันเป็นของขวัญวันตรุษจีน บ้านเดี่ยวสองชั้น สามห้องนอนสองห้องน้ำ ในครัวติดอุปกรณ์แบบ
โมเดิร์นครบชุด ห้องรับแขกก็ติดผ้าม่านวอลเปเปอร์ตกแต่งอย่างหรูหรา พื้นบ้านปูหินอ่อน มีสวนและสระว่ายน้ำอยู่หน้าบ้าน แถมเมื่อวานลู่เจี้ยนบอกให้มันขับรถเลี้ยวเข้าไปในศูนย์โชว์รูมรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ พอพนักขายมาต้อนรับถามลู่เจี้ยนว่าต้องการรถรุ่นไหนลู่เจี้ยนกลับหันไปบอกไอ้หัวทองบอกว่าแกชอบรุ่นไหน
เลือกได้ตามใจชอบฉันซื้อให้แกเป็นของขวัญมันนึกว่าฟังผิดแต่ลู่เจี้ยนยืนยัน
ว่าชอบรุ่นไหน สีไหนเลือกเอาเลยตามสบาย เล่นเอาพนักงานขายถึงกับอิจฉาตาร้อนว่าทำไมตนเองจึงไม่โชคดีแบบนี้บ้าง
เมียของมันดีใจจนเนื้อเต้นน้ำตาแห่งความดีใจไหลพรากได้แต่ซุกหน้าร้องไห้อยู่ที่หน้าอกของมันจนอกเสื้อของมัน
เปียกชุ่ม
บางทีนี่อาจจะเป็นผลพวงจากการที่มันขยันขันแข็งตั้งอกตั้งใจทำงาน อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยแน่นอนว่าต่อไปพ่อตาแม่ยายคงจะเลิกดูถูกมันเสียที
ซีท…ซีท
ไอ้หัวทองกำลังลับดาบอยู่หลังบ้าน
ดาบเล่มนี้เคยเป็นดาบคู่มือของมัน สมัยตอนที่ไอ้หัวทองเป็นนักเลงคุมตรอก
“พี่ใหญ่แบบนี้ผมว่ามันเหมือนกับไปรนหาที่ตายเลยนะครับ”
“อาเฉวียน แกไม่ต้องพูดอีกแล้วคนอย่างฉันมีบุญคุณต้องทดแทน มีความแค้นก็ต้องชำระพวกมันบังอาจมาหาเรื่อง
กวนอิมเผ็ดแม่บุญธรรมของลูกพี่ฉินฟ่าน
พวกมันจะต้องชดใช้ เรื่องที่ให้แกไปสืบมา
เป็นไงบ้าง”
คนเราจะมากจะน้อยมักจะมีฮีโร่ในดวงใจไอ้หัวทองเป็นคนรักพวกพ้อง ใจ
นักเลง มันคือฮีโร่เพียงหนึ่งเดียวของอาเฉวียนมันติดตามไอ้หัวทองตั้งแต่อายุสิบสี่
ตอนนี้มันอายุสิบเก้าแล้ว
“มันชื่อเกาสุย ฉายาสุยเก้ามีด ว่ากันว่ามันเป็นผู้ชำนาญในการใช้มีดหากมันจะฆ่าใคร ไม่มีใครรอดเกินเก้ามีด
ตอนนี้มีลูกน้องอยู่ในมือร่วมห้าสิบคน ไอ้กระทิงเป็นมือขวาของมันรายได้ของมันมาจากการเก็บค่าคุ้มครองอยู่แถวถนนบูรพาเปิดบ่อน คุมซ่อง
ตอนนี้เริ่มขายยาเสพติดให้พวกเด็กวัยรุ่นอีกด้วยแถมยังรู้จักหลักการที่ว่าซื้อถูกขายแพง มันจึงบังคับชาวบ้านซอยลูกเป็ดน้อยให้ขายอาคารที่ดินในราคาถูก ๆ แล้วนำมาพัฒนาเป็นหมู่บ้านจัดสรรถ้าสำเร็จก็จะทำเงินให้มันอย่างมหาศาล ตั้งแต่ไอ้เฉินฟันทองกับขันทีหลี่ตายไป ยังมีแก๊งกิเลนลู่ยุบแก๊งลงหันไปทำมาหากินสุจริตแถมไอ้พวกแก๊งค้าอาวุธสงครามยังถูกตำรวจกวาดล้างอย่างหนัก ซูโจวจึงได้มีแก๊งเล็กแก๊งน้อย ผุดขึ้นมาแทนที่ แก๊งเก้ามีดของมันเรียกได้ว่าเป็นน้องใหม่ไฟแรงเลยทีเดียว”
“ดี แกกลับไปได้แล้ว”
“พี่ใหญ่ ผมไปด้วย”
อาเฉวียนยืดอกเสนอตัวทันที
“ไม่ได้แกกลับบ้านไปได้แล้ว เดือนหน้าเมียแกก็จะคลอดลูกแล้วนี่คือคำสั่ง”
“หึ หึ ฉันอยากรู้เหมือนกันว่าดาบของฉันหรือว่ามีดของมันใครจะไวกว่ากัน”
แววตาของไอ้หัวทองแข็งกร้าว มันเอานิ้วลูบตัวดาบของมันเบา ๆ อย่างอ่อนโยน
“ฉันว่ามือของฉันไวกว่าดาบของแก”
เมียของไอ้หัวทองตบกบาลของมันอย่างไม่ยั้งมือจนนับไม่ทันว่ากี่ที
“หนอยจะเอาดาบไปฟันคนอื่นไอ้ผัวเฮงซวยฉันขอถามแกหน่อยได้ไหม”
ไอ้หัวทองพยักหน้าถี่ ๆ
“ถ้าแกตายไป พวกเราสองแม่ลูกจะทำยังไง”
“ถ้าแกไม่ตาย แต่ถูกตัดแขนตัดขา ใครจะเช็ดเยี่ยวเช็ดอึให้แกอย่าบอกนะว่าให้ฉันทำ”
“ถ้าแกติดคุก แล้วลูกถูกเพื่อนที่โรงเรียนล้อว่ามีพ่อขี้คุก จะให้บอกลูกว่ายังไง”
“แล้วพวกแก๊งนั้นมีกี่คน”
“ห้าสิบ”
“แกสมองหมาปัญญาควายรึไงคิดว่าแกเป็นเฉินหลงเหรอ ถึงจะไปสู้กับคนตั้งห้าสิบคน”
หัวทองก้มหน้างุด
“แกยังไม่ทันได้เห็นหัวหน้าของพวกมัน ก็คงถูกรุมสับตายแล้วฉันว่าแกอย่าเสียเวลาไปเลย พูดก็พูดเถอะไหน ๆ ก็ลับมีดแล้วก็อย่าให้เสียเวลาเปล่า แกเชือดคอตัวเองตายตอนนี้เลย ส่วนฉันกับลูกเดี๋ยวจะกินยาฆ่าแมลงตายตามแกไปทีหลัง ว่าไง ยืนเฉยอยู่ทำไมเกิดปอดแหกขึ้นมา
เหรอ”
“เมียจ๋า ฉันไม่ไปแล้ว เชื่อฉันเถอะสาบานได้เลย”
วิถีนักเลงเลือดเดือดของไอ้หัวทองจบสิ้นลง ในเวลาเพียงหนึ่งนาทีห้าสิบเอ็ดวินาทีเท่านั้นช่างน่าอนาถใจยิ่งนัก
ปัง ปัง ปัง ปัง!เสียงประทัดพวงยาวเหยียดดังสนั่นหวั่นไหวพร้อมเสียงรัวกลองเชิดสิงโตสร้างความครึกครื้นให้ผู้ชมที่มากันเนืองแน่น เพราะข่าวที่แพร่กระจายมาอย่างต่อเนื่อง ว่าโครงการโรงเรียน "พี่สาวนางฟ้า" ริเริ่มโดยหมอเทวดาฉินฟ่าน ซึ่งค่าเล่าเรียนทุกอย่างฟรีหมดจนคนที่ทราบข่าวต่างยกนิ้วชมเชย บางคนมีฐานะจึงยินดีที่จะบริจาคเงินทอง เพื่อสร้างชุมชนที่น่าอยู่ เพื่ออนาคตของลูกหลานชาวเมืองซูโจวถึงขนาดมีคนยุให้หมอเทวดาเล่นการเมือง เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รับประกันว่าคะแนนเสียงถล่มทลาย แต่บรรดาอาซิ่มอาซ้อกลับอยากให้เขาเป็นพระเอกหนังซีรีส์ซะมากกว่า เพราะเขานั้นหล่อบาดลึกไปถึงขั้วหัวใจของพวกเธอคุณหนูสี่ขึ้นเวทีไปกล่าวเปิดงานในฐานะประธานกลุ่มทุน "พี่สาวนางฟ้า" เสียงปรบมือดังสนั่นหวั่นไหว ช่วงนี้มีผู้สื่อข่าวหลายสำนัก มาขอสัมภาษณ์เธอไม่เว้นวันจนเธอยุ่งหัวฟูหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ที่ได้ยลโฉมงามล่มเมืองของคุณหนูสี่ ต่างคลั่งไคล้ขอเป็นแฟนคลับเธอ แต่ละคนต่างแย่งกันบริจาคเงินออกมาก้อนโต เพื่ออวดโอ่ฐานะความร่ำรวยเพราะถ้าได้แต่งกับเธอ มันเฮงยิ่งกว่าหนูตกถังข้าว
ทั้งสองส่งเสียงหัวเราะวิ่งหยอกล้อกันออกไป ตอนนี้ทุกอย่างสงบลงแล้ว คนตายก็ตายไป คนเจ็บก็ส่งโรงพยาบาล คนมอบตัวก็เตรียมไปกินข้าวแดงในคุกได้เลย ตำรวจเริ่มเคลียร์สถานที่ ยึดอาวุธสงครามได้เป็นจำนวนมาก มากพอที่จะเลื่อนยศเลื่อนตำแหน่งให้หลาย ๆ คนในศึกครั้งนี้ฉินฟ่านเดินกระแซะเข้าไปใกล้ ๆ กระซิบชวนมู่ปิงปิงไปจู๋จี๋ดู๋ดี๋กันที่น้ำตก แต่เธอค้อนขวับวงใหญ่ แถมแกล้งทำเสียงดุใส่"งานยังไม่เสร็จ ไปไม่ได้""น่านะ คนดียอดรักของฟ่าน เสร็จงานแล้ว ก็ต้องมีการตบรางวัลบิ๊กโบนัสกันบ้างสิ ใช่ไหมจ๊ะทูนหัวจ๋า"เขาพยายามออดอ้อน กะพริบตาปริบ ๆ ทำสีหน้าน่าสงสาร"ไม่รู้ไม่ชี้""น่านะ แป๊บเดียวเอง แค่สามนาทีก็เสร็จแล้ว"เขาพยายามต่อรอง"คิดว่าตัวเองเป็นอุลตร้าแมนแปลงร่างได้แค่สามนาทีรึไง คราวก่อนเป็นชั่วโมง เล่นเอาเหน็บชากินขาเลย"ไม่สนแล้วต้องใช้เส้นสายของเครือญาติให้เป็นประโยชน์ เขาหันไปหาเค่อตงหยางที่กำลังคุมลูกน้องทำงานอย่างแข็งขัน"คุณลุงเค่อที่เคารพครับ พอดีที่บ้านมีเรื่องด่วน ผม
ในห้องที่มืดมิด มีแสงเลือนรางไหววูบเป็นบางครั้ง จากเปลวไฟที่ลุกฮือโหมของการระเบิดครั้งใหญ่ ซีเหมินคังยืนถือทวนเงินสงบนิ่งดุจขุนเขา เพราะเขาสัมผัสได้ถึงอันตรายที่ซุกซ่อนอยู่ เมื่อมืดมิดจนมองไม่เห็น เขาเลยพาลหลับตาลง ใช้หูสดับฟังเสียงเคลื่อนไหวแทนฟิ้วววววเสียงกระแสลมของดาบ ที่ตวัดใส่ลำคอของซีเหมินคังแว่วมา เขาสะบัดควงทวนเงินเข้าต้านปะทะติดต่อกันเก้ากระบวนท่า จนเกิดประกายไฟแลบแปลบปลาบเสียงซัดอาวุธบางสิ่งออกมา ลางสังหรณ์ในใจของซีเหมินคัง ส่งสัญญาณเตือนภัยชนิดหนึ่ง บีบให้เขาดีดตัวถอยไปหลบหลังเสาอย่างรวดเร็วบึ้ม…อาวุธที่ซัดออกมาก็คือระเบิดเพลิงขนาดเล็กของจิ้งจอกเพลิงนั่นเอง เล่นเอาเสื้อผ้าของซีเหมินคังไหม้ไปแถบหนึ่ง ไฟลวกหน้าแข้งเล็กน้อย"หึ ๆ เขาถึงว่าคู่แค้นทางคับแคบ ในที่สุดเราทั้งสองคนก็มาเจอกันอีกจนได้ กระสุนนัดนั้น ที่มึงยิงใส่ขากู กูยังจำได้ดี วันนี้มึงต้องตายสถานเดียว"จิ้งจอกเพลิงขยับดาบเก้าห่วง จนเกิดเสียงดังกรุ๊งกริ๊ง"ขอโทษจริง ๆ นะฮ๊า พอดียิงคนมาเยอะมากเลย
เงาร่างฉินฟ่านพุ่งฉวัดเฉวียน จนพวกเธอตาลายมองตามไม่ทัน เสียงฟาดแก้มก้นดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากหมวดมู่คนแรก แถมแต่ละคนยังถูกลวมลามอีกหลายครั้งพวกสาว ๆ ต่างส่งเสียงร้องวี๊ดว้ายกระตู้วู๊ วิ่งหลบหนีจิ้งจอกเฒ่าจอมลามกกันจ้าละหวั่น ก่อนที่จะมีอะไรเลยเถิดไปกว่านั้น จน กบว. ต้องเซ็นเซอร์ภาพและเสียงทันใดนั้นก็มีเสียงฝีเท้าดังแว่วมาขัดจังหวะ ผัวหนุ่มเมียสาวที่กำลังหยอกเย้ากันอย่างสนุกสนาน ทำเอาทุกคนต้องกลับมาทำตัวสงบเสงี่ยมอีกครั้ง"อะแฮ่ม สวัสดีพี่สาวคนสวยทั้งหลาย เอ่อ…พี่เขยขอโทษที่ขัดจังหวะครับ มีคนมาหาพี่เขย บอกว่านี่เป็นเรื่องด๊วนด่วนนะครับ"เหลียนเฮ่อส่งเสียงดังแหบ เพราะอยู่ในวัยกำลังแตกเนื้อหนุ่ม นมเพิ่งจะแตกพานรายงานอย่างรวบกระชับทันที พร้อมทำสีหน้ากระดากแบบอาย ๆเพราะเขาโตพอที่จะรู้ว่า เมื่อครู่พี่เขยตัวดี ไอดอลขั้นเทพของเขากำลังทำเรื่องดีงามอะไร เขาสาบานกับตัวเองว่าโตขึ้น จะต้องเป็นแบบพี่เขย เอาดีในเรื่องผู้หญิงให้ได้ตอนนี้ทุกคนต่างพากันทำหน้าเขิน ๆ ขณะจัดแจงทรงผมที่ยุ่งเหยิงและเสื้อผ
พวกเขาเก็บอุปกรณ์กล้องอินฟาเรด แล้วเดินลัดเลาะชายป่าท่ามกลางแสงจันทร์ ที่พอเห็นเลือนรางไปอย่างเงียบ ๆ ประมาณหนึ่งชั่วโมงโยโย่เป็นสาวช่างจ้อ แบบที่เรียกว่าอะไรนะ ทอล์คกาทีฟเกิรล์ละมั้ง เดี๋ยวชวนคุยเรื่องโน้น เดี๋ยวเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง แถมมุกตลกของเธอมีเพียบอีก ช่วยทำให้เขาไม่รู้สึกเบื่อหน่ายจนกระทั่งทั้งคู่ถึงน้ำตกสายหนึ่ง จึงตัดสินใจที่จะพักเท้าชั่วคราว ทั้งคู่จึงนั่งลงที่โขดหินหยุดพักดื่มน้ำฉินฟ่านหยิบแผนที่ขึ้นมากางดู เพื่อศึกษาภูมิประเทศ งานนี้เขาทุ่มจนสุดตัว จะให้เกิดข้อผิดพลาดไม่ได้เป็นอันขาด ลมโชยเบา ๆ พัดผ่านตัวเย็นสบายเสียงน้ำจ๋อมแจ๋มแว่วดังมาเบา ๆ สะกิดความสนใจของเขา จนอดไม่ได้ที่จะต้องหันหน้าไปดูภาพที่เห็นทำให้เขาเลือดลมสูบฉีด หายใจถี่เร็ว ลืมสิ้นทุกสิ่งทุกอย่างโลกหล้าใบนี้ไปชั่วขณะร่างของโยโย่ที่เปลือยเปล่าขาวโพลนท่ามกลางแสงจันทร์ เรือนร่างของเธอโผล่พ้นขึ้นเหนือน้ำมาครึ่งตัว ทรวดทรงองค์เอวที่อ่อนช้อย เป็นเส้นสายชวนรัดรึงใจ พราวไปด้วยหยดน้ำเม็ดเล็ก ๆ ที่ไหลรวมหยดเป็นทางยาว ค่อย ๆ ไหลรินผ่านร่องอก
แต่ถ้าจะพูดถึงอีกคนหนึ่ง เมียหลวงเมียน้อยเมียเล็ก เมียใหญ่กลับสนับสนุนจนคะแนนเสียงท่วมท้น ให้ไปกระทืบสุยเก้ามีดให้จมดินโทษฐานที่มันบังอาจเหิมเกริมไม่ยอมแหกตาดูให้ดีว่าซอยลูกเป็ดน้อยนี้ใครคุมติ๋ง! ติ๋ง!หยดเลือดสด ๆ สีแดงคล้ำไหลออกจากปากของสุยเก้ามีดตกกระทบพื้นเป็นจังหวะเหมือนเสียงดนตรีร่างของสุยเก้ามีดนักเลงโตถูกมัดมือไพล่หลังและมัดข้อเท้าทั้งสองข้างด้วยเชือกก่อนจะชักรอกขึ้นไป ทำให้ตอนนี้มันตกอยู่ในสภาพห้อยหัวเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนนี้พวกมันกำลังล้อมชายหนุ่มคนหนึ่งด้วยอาวุธครบมือ โดยไม่ได้คาดคิดเลยแม้แต่น้อยว่าจะเป็นพวกมันเองที่ถูกยำจนเละเป็นโจ๊กเรื่องแก้แค้นคงไม่ต้องคิด มันไม่หวังจะไปต่อกรอะไรอีกแล้ว ตอนนี้ต้องรักษาชีวิตให้ได้ก่อนพลั่วะ! พลั่วะ!อ้ากก! อ้ากก!สุยเก้ามีดกำลังถูกไอ้ฟันเหยินลูกน้องคนสนิทใช้ไม้เบสบอลหวดฟาดใส่ลำตัวนี่เป็นการหวดครั้งที่ยี่สิบ ครบจำนวนพอดีเงาของชายหนุ่มพาดยาวกับพื้น เขายืนอยู่ริมหน้าต่าง กำลังดื่มน้ำอัดลมดับกระหายพลางเดินข้ามร่างของเจ้า
ทุกคนพอเห็นสภาวะผู้นำของเธอเสียงดังฟังชัดแบบตัดไม้ข่มนาม แถมยังเผด็จการ ผู้คนสี่ห้าสิบคนได้แต่พากันพยักหน้าหงึก ๆ โดยไม่รู้ตัว ราวกับต้องมนต์สะกด“ดี วันนี้ฉันเห็นแก่หน้าคนเฒ่าคนแก่อายุเจ็ดสิบห้าแบบลุงหมิงที่กำลังจะลงโลงอยู่แล้ว ยังอุตส่าห์ถ่อสังขารออกหน้ามาช่วยพูดให้พวกแกดัง
ทุกคนเดินเข้าไปในวิลล่าของฉินฟ่านด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสโยโย่อวดผลงานชิ้นโบว์แดงให้พวกเหลียนฟ่งฟังว่าได้ปรับลุคเปลี่ยนโฉมให้กับลู่เจี้ยนใหม่ จนหล่อสมาร์ทขนาดไหนส่วนอิ๋งอิ๋งเล่าเรื่องสาวนักล้วงให้ทุกคนฟัง ทุกคนถึงกับปรบมือชอบใจฝีมือของเสี่ยวจงประณีตมากแถมยังมีไอเดียสร้างสรรค์
ตื่นขึ้นมาในตอนบ่ายของอีกวันหนึ่งฉินฟ่านอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ก็ชวนอิ๋งอิ๋งกับโยโย่ออกไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อติ๊งต่อง ติ๊งต่อง !หนุ่มวัยสามสิบมาดเท่หวีผมแสกข้างสวมสูทราคาแพง ยืนถือดอกกุหลาบช่อใหญ่อยู่ที่หน้าประตูรั้วชื่อเหลียนซินซวง เป็นญาติห่าง ๆ ของเหลียนฟ่งดีกรีเป็นถึงดอกเตอร์จบ
ต้นไม้สูงใหญ่มีกิ่งก้านหนาทึบ กลับถูกดัดแปลงเป็นห้างล่าสัตว์แบบง่าย ๆ แบทแมนกำลังนั่งกระดิกขากินขนมอย่างสบายอารมณ์ มันกำลังเลือกเหยื่ออยู่ มีสาว ๆ เดินผ่านมันไปหลายคน แต่มันไม่สนใจ มันชอบหญิงสาวที่หุ่นดี ๆ โดยเฉพาะสาวที่ใส่ชุดแดงตอนนี้ตาของมันกำลังลุกวาวจ้องมองมายังฉินฟ่าน หึ…หึ เจ







