LOGINพวกเขาเก็บอุปกรณ์กล้องอินฟาเรด แล้วเดินลัดเลาะชายป่าท่ามกลางแสงจันทร์ ที่พอเห็นเลือนรางไปอย่างเงียบ ๆ ประมาณหนึ่งชั่วโมง
โยโย่เป็นสาวช่างจ้อ แบบที่เรียกว่าอะไรนะ ทอล์คกาทีฟเกิรล์ละมั้ง เดี๋ยวชวนคุยเรื่องโน้น เดี๋ยวเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง แถมมุกตลกของเธอมีเพียบอีก ช่วยทำให้เขาไม่รู้สึกเบื่อหน่าย
จนกระทั่งทั้งคู่ถึงน้ำตกสายหนึ่ง จึงตัดสินใจที่จะพักเท้าชั่วคราว ทั้งคู่จึงนั่งลงที่โขดหินหยุดพักดื่มน้ำ
ฉินฟ่านหยิบแผนที่ขึ้นมากางดู เพื่อศึกษาภูมิประเทศ งานนี้เขาทุ่มจนสุดตัว จะให้เกิดข้อผิดพลาดไม่ได้เป็นอันขาด ลมโชยเบา ๆ พัดผ่านตัวเย็นสบาย
เสียงน้ำจ๋อมแจ๋มแว่วดังมาเบา ๆ สะกิดความสนใจของเขา จนอดไม่ได้ที่จะต้องหันหน้าไปดู
ภาพที่เห็นทำให้เขาเลือดลมสูบฉีด หายใจถี่เร็ว ลืมสิ้นทุกสิ่งทุกอย่างโลกหล้าใบนี้ไปชั่วขณะ
ร่างของโยโย่ที่เปลือยเปล่าขาวโพลนท่ามกลางแสงจันทร์ เรือนร่างของเธอโผล่พ้นขึ้นเหนือน้ำมาครึ่งตัว ทรวดทรงองค์เอวที่อ่อนช้อย เป็นเส้นสายชวนรัดรึงใจ พราวไปด้วยหยดน้ำเม็ดเล็ก ๆ ที่ไหลรวมหยดเป็นทางยาว ค่อย ๆ ไหลรินผ่านร่องอก จะงอยหัวนมเขื่องสีลิ้นจี่ ที่ชูชันล่อตาล่อใจ สั่นไหวกระเพื่อมไปมาตามจังหวะเดิน
รอยยิ้มพิมพ์ใจงดงามราวกับนางไม้นางสวรรค์ ที่มาแวะมาเยี่ยมเยือนยังโลกหล้าแดนมนุษย์เดินดิน
ภาพที่ชวนตราตรึงจิตใจและแสนจะเย้ายวนนี้ กระตุ้นให้เซลล์ต่าง ๆ ในร่างของเขา ส่งสัญญาณลั่นกลองรบ ปลุกกระบองทองที่หลับไหล ให้ฟื้นตื่นแข็งตัวขึ้นมาทันที
เขากลืนน้ำลายที่เหนียวหนืดลงคอ อะแฮ่ม ขอสำรวจชัยภูมิของโยโย่ก่อนก็แล้วกัน
แผนร้ายลึกของโยโย่ เชิญชวนมิสู้กระตุ้น มันได้ผลจริง ๆ ราวกับเชื้อลามกของเขา ที่นอนกลบดานอย่างสงบนิ่งอยู่ในร่างกายมานาน ถูกปลุกจนมันตื่น ร่ำร้องอยากที่จะออกมาอาละวาดเต็มที
เขาถอดเสื้อผ้าออกอย่างรวดเร็ว แต่ในใจก็ยังรู้สึกช้าอยู่ดี จนอยากจะมีมือสักแปดข้าง เสื้อผ้าถูกโยนไว้บนก้อนหิน แล้วเดินลุยน้ำแบบล่อนจ้อนลงไป น้ำกำลังเย็นสบายพอดี เขาค่อย ๆ เชยคางโยโย่ประทับจูบเบา ๆ อย่างเนิ่นนาน
"ยาหยี…ขอชื่นใจที"
คำเรียกหานี้แปลกใหม่สำหรับโยโย่จริง ๆ เธอถึงกับเคลิ้มทำตาปรือตอบเขาเบา ๆ
"ฉันชอบให้พี่เรียกแบบนี้จังเลยค่ะ
จำไว้นะคะ ต่อไปพี่ต้องเรียกแบบนี้กับฉันแค่คนเดียว ห้ามเอาไปเรียกคนอื่นเด็ดขาด"
"ได้สิงั้นพี่จะเรียกเธอว่ายาหยีจนอายุแปดสิบเลยดีไหม"
"ถึงเวลานั้นฉันก็คงเป็นแค่ยายแก่หนังเหี่ยว พี่ยังจะรักฉันอยู่อีกเหรอคะ"
"รักสิ เราจะแก่ไปด้วยกัน หนังเหี่ยวย่นไปพร้อม ๆ กันดีไหม"
"อย่าลืมสัญญารักของเรานะคะ"
เธอยิ้มหวานจ้องมองดวงตาของเขา
"ไม่ลืมแน่นอน พี่สัญญา ถ้าโกหกขอให้ฟ้าผ่าเลยเอ้า"
เปรี้ยง!
เวรกรรม!
เกอก็แค่พูดส่ง ๆ ไปอย่างงั้นเอง ฟ้าไม่เห็นจะต้องผ่าลงมาเลย เพราะว่าเวลาเข้าด้ายเข้าเข็ม ไม่ว่าจะมีสัญญาหนักหนาสาหัสอะไร ผู้ชายก็ยอมทั้งนั้นแหละ
คิก ๆ
แต่แทนที่โยโย่จะโกรธ เธอกลับขำแทน
"แหม น่ารักจริง ๆ พี่นี่กะล่อนปลิ้นป้อนไปเรื่อยเลย ดูสิสาบานยังไม่ทันไร ฟ้าก็ดันผ่าเปรี้ยงลงมาแล้ว
“โธ่ พี่รักเธอสุดหัวใจจริง ๆ เชื่อพี่เถอะ”
“คิดไม่ถึงเลยจริง ๆ ว่าจะปากหวานแบบนี้ เดี๋ยวพี่สาวคนนี้จะให้ดูดนม เป็นรางวัลดีไหมเอ่ย"
ปากเธอกระซิบข้างหูเขาเบา ๆ แต่มือไม้ที่ซุกซนของเธอ กำลังค่อย ๆ เล้าโลมปลุกกระบองทองของเขาให้มันตื่นขึ้นมา
"โอ้คงต้องขอชิมดูซักหน่อย ว่านมโฟโมสต์ของพี่สาวคนนี้ จะหวานมันขนาดไหน"
ฉินฟ่านซุกหน้าลง ดูดเสียงดังจ๊วบ ๆ อย่างมันเขี้ยว
อ๊า
อารมณ์กลัดมันเริ่มคุกรุ่นขึ้น เขาโน้มหน้าลงไป จูบริมฝีปากจิ้มลิ้มน้อย ๆ อย่างดูดดื่ม มือก็ลูบไล้ไปทั่วเรือนร่าง ที่เต่งตึงชวนสัมผัสของเธอ
เขาอุ้มเธอเดินลุยน้ำไปที่โขดหินใหญ่ วางร่างเธอนอนลงอย่างเบามือ ภาพที่เขาเห็นอยู่ตรงนี้ ราวกับเทพจิตรกรสรรค์สร้าง มันเป็นภาพของหญิงงามโดยแท้ เขายื่นมือไปสัมผัสทรวงอกที่อวบอิ่มเป็นกระเปาะ ค่อย ๆ บีบเค้นทีละน้อย ทุกสิ่งทุกสัมผัส ล้วนเป็นความจริงไม่ใช่ความฝัน
เขายิ้มด้วยความพึงพอใจ พลางก้มหน้าซุกไซ้ลงที่หว่างขาของเธอ ค่อย ๆ ใช้ชิวหาพาเพลิน สำรวจความลี้ลับในซอกหลืบนั้น
ด้วยลีลาเชิงรักที่ช่ำชองของชายคนรัก โยโย่ลืมตัวลืมตนโดยสิ้นเชิง เธอปล่อยตัวปล่อยใจ เพื่อชายอันเป็นที่รักของเธอคนนี้จนหมดสิ้น
อ๊า….
เพียงแค่ครู่เดียวโยโย่ถึงกับลืมตัว
ครางเสียงกระเส่าดังออกมา จนฟังแทบไม่เป็นภาษา เล็บของเธอขูดหลังของเขาเป็นรอยยาว เขายังคงละเลงลิ้นลงไปจนโยโย่สะบัดหน้าไปมา เหมือนจะทนความเสียวซ่านไม่ไหว
ความเครียดของเธอที่สะสมมาเนิ่นนานจางหายไป อารมณ์รักชวนปั่นป่วนเร้าใจ จนทำให้เธอรู้สึกฉ่ำแฉะไปหมด เหลือเพียงความสุขท่วมท้น ที่เอ่อล้นหัวใจเธอ
เหมือนคนรักที่รู้ใจกัน โดยไม่ต้องเอ่ยปากให้มากความ "แบบวัวเคยขาม้าเคยขี่"
โยโย่เปลี่ยนท่า หมุนพลิกตัวขึ้น สองมือสองเข่ายันกับพื้น ในท่วงท่าหันหลังให้เขา เขาโน้มตัวทาบแผ่นหลังลงไป จูบไซ้ที่ซอกคอเธอ สองมือเอื้อมไปบีบคลึงอกอวบอิ่มไปมาอย่างไม่รู้เบื่อ เขาค่อย ๆ เสียบกระบองทองเข้าไปในซอกหลืบของเธอช้า ๆ จนมิดด้าม สองมือเปลี่ยนมาบีบเค้นแก้มก้นขาวเนียนแทนจนเป็นรอยแดง
ราวกับเป็นสัญญาณเริ่มกระบวนท่า ที่ไม่ต้องเอ่ยวาจา ค่อย ๆ ขยับเข้าออกเป็นจังหวะอย่างช้า ๆ เพราะบางครั้งผู้หญิงก็ต้องการสัมผัสที่นุ่มนวลเชื่องช้า แล้วค่อย ๆ เร่งความเร็วขึ้นทีละน้อย
เธอรู้สึกเสียวซ่านจากทุกสัมผัส ต้องเผลอตัวเผลอใจร้องออกมาไม่เป็นภาษาอีกรอบ
“อึ๊ย”
“แรง…แรงอีก”
ปั๊ก ปั๊ก ปั๊ก
เสียงกระแทกกระทั้นของเนื้อกระทบเนื้อดังกึกก้องไปทั่วน้ำตก จนฝูงปลาน้อยใหญ่ ตื่นตกใจมุดน้ำแหวกว่ายพงสาหร่ายหนีไปหลบอยู่ใต้สระน้ำ
แววตาของโยโย่ฉ่ำเยิ้มไปด้วยอารมณ์รัก วันนี้ไม่มีสาว ๆ คนอื่น มาคอยสอดแทรกขัดจังหวะ เธอสามารถงัดลีลาโชว์ทีเด็ดออกมาได้อย่างเต็มที่
แถมวันนี้ยังมาระเริงรักกันนอกสถานที่ แบบโอเพ่นกลางแจ้ง ในป่าเขาที่เปลี่ยวร้างผู้คนแบบนี้ ไม่ต้องกังวลว่าจะมีใคร มาถ้ำมองแอบดู เพราะน้ำตกแห่งนี้ ซุกซ่อนอยู่ในป่า ที่กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา เป็นการเปลี่ยนบรรยากาศที่สุดยอดจริง ๆ ม่านราตรีฟ้าดินก็ยิ่งเป็นใจ ยิ่งรู้สึกเร้าอารมณ์มากยิ่งขึ้น
เธอผุดลุกขึ้น หันมานั่งคุกเข่าตรงหว่างขาของเขา รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของเธอฉายชัด พร้อมกับค่อย ๆ ใช้ปากรูดกระบองทองของเขาไปมา ลิ้นของเธอพลิ้วไหวระรัวราวกับ
ระลอกคลื่นสายน้ำ เล่นเอาท้องไส้ปั่นป่วน (ระวัง! กบว.เซ็นเซอร์เด้อ)
เธอจับเขานอนหงายราบลงกับพื้น ส่วนตัวเองขึ้นนั่งยอง ๆ ทับบนตัวของเขา เธอเริ่มควบม้าขย่มโขยกอย่างเมามันในอารมณ์ ร่อนส่ายสะโพกอย่างพลิ้วไหว จนอกอวบอูมเด้งขึ้นเด้งลงเป็นจังหวะ เธอถึงจุดสุดยอดเสร็จไปสองครั้งแล้ว แต่ฉินฟ่านยังไม่เสร็จเลยสักครั้ง ชายคนรักอึดทนนานแบบนี้ สาว ๆ ทั้งรักทั้งหลงเลย
เพียะ!
เสียงฟาดแก้มก้นขาว ๆ ของโยโย่ดังขึ้นสะท้อนไปทั่วบริเวณ โอ…นี่เขาคงเสพติดการฟาดก้นสาวงามไปแล้วแน่ ๆ เลย
แต่มันทำให้เขารู้สึกได้อารมณ์จริง ๆ
มีหรือที่ฉินฟ่านจะปล่อยให้เธอรุกอยู่ฝ่ายเดียว เขาจับเธอนอนลง พร้อมกับยกขาทั้งสองของเธอพาดบ่าของเขา แล้วเสียบทะลวงเข้าไปอย่างช้า ๆ เพราะกลัวเธอเจ็บ
ความจริงโยโย่ก็ชอบท่านี้ เพราะเธอจะรู้สึกฟินมาก เวลาที่เขาขึ้นคร่อมอยู่บนตัวเธอ เพราะได้เห็นสีหน้าอารมณ์ความรู้สึกของชายคนรักได้อย่างชัดเจน แถมท่านี้ก็ยังทำให้เธอรู้สึกเสียวซ่านมากอีกด้วย
ตอนนี้ฉินฟ่านเริ่มขยับสะโพกซอยแบบไม่ยั้ง มือก็ขยำขยี้อกขาว ๆ จนเริ่มเป็นริ้วรอยสีแดงขึ้นมา เสียงครวญครางเสียงหอบหายใจอย่างหนักหน่วงผสานกัน
จนร่างของเขากระตุกเป็นจังหวะพร้อมการกระแทกกระทั้นถี่ยิบอย่างหนักหน่วง ราวกับเป็นบทส่งท้ายทีเด็ดของหนังเรื่อง "เด็ดกลีบซากุระร่านสวาทสิบแปดชั้น"
ในที่สุดเขาก็เสร็จสมอารมณ์หมายจนได้ เขาจูบแก้มเธอ จูบติ่งหู จูบปาก คลอเคลียบอกรักที่ข้างหูเธอ แล้วค่อยนอนกอดร่างนุ่มนิ่มอย่างมีความสุข
"รู้ไหมครั้งแรกที่เจอพี่น่ะ ฉันก็คิดในใจว่า โอ้โห พี่เจี้ยนไปขุดเอาน้องชายหล่อ ๆ แกะกล่องแบบนี้มาจากไหนกันนะ ถ้าฉันได้มาเป็นแฟน คงปลื้มน่าดูเลย
ฉันคิดไม่ผิดเลย ที่เลือกติดตามพี่ ยิ่งอยู่กับพี่นานวันเข้า ฉันก็ยิ่งมีความสุข ว่าแต่วันหลังพวกเราสองคนแอบมาอี๋อ๋อ ที่นี่กันอีกดีไหมคะ"
"ได้สิ ขอแค่เธอชอบก็พอ"
"ดีเลย งั้นพวกเราแอบมากันเดือนละครั้ง อย่าให้ใครรู้"
เขาใช้มือลูบไล้เรียวขาของเธอเบา ๆ
"คราวหน้าเราเตรียมเต้นท์ อาหารน้ำดื่มติดมือมาด้วย ที่นี่สวยงามแถมยังเงียบสงบ เหมาะที่จะมาพักผ่อนหย่อนใจกับสาวน้อยเจ้าเสน่ห์อย่างโยโย่คนนี้เป็นที่สุด"
โยโย่หอมแก้มเขาฟอดใหญ่อย่างพึงพอใจ ผู้หญิงย่อมอยากให้ชายคนรัก เอาอกเอาใจเป็นธรรมดา เธอรู้สึกดีใจที่มอบกายถวายชีวิตให้กับผู้ชายคนนี้
"พี่นี่ชักจะปากหวาน เอาใจผู้หญิงเก่งขึ้นทุกวันแล้วนะ ฉันฟังทีไรก็ยังเคลิบเคลิ้ม จนแทบจะเปลือยกายคลานขึ้นเตียงไปรอพี่ทุกทีเลย แล้วแบบนี้สาว ๆ คนอื่นจะเหลือ
อีกเหรอ"
"พี่จะไม่มีวันทำให้เธอเสียใจ"
เธอหอมแก้มเขาอีกฟอดหนึ่ง
"น่ารักที่สุด"
"เก๊งค์ เก๊งค์ ยกสองเริ่มขึ้นแล้วยาหยีจ๋า พวกเรามาจู๋จี๋ดู๋ดี๋กันต่อเถอะ"
"ถามจริง อะไรมันจะขนาดนั้น นี่เพิ่งจะพักยกได้แค่ห้านาทีเองนะคะ ฉันนะสบายอยู่แล้ว แต่พี่จะไหวเรอะ"
เธอเห็นรอยยิ้มของจิ้งจอกเฒ่าจอมลามกที่กำลังจะงาบเธอ
"ฮ๊าย…ดูถูกกันรึเนี่ย นี่ลืมไปแล้วรึไง ว่าแฟนของเธอนะ เป็นคนปรุงยาเสาค้ำสมุทร มามะขอลุยแบบนอนสทอพก่อนละ นะ"
อ๊า….
โยโย่ร้องเสียงหลงเพราะฉินฟ่านเริ่มซุกไซ้หว่างขาเธอ ละเลงลิ้นไปทั่วเรือนร่างของเธออีกครั้ง ราวกับกระหายในรสรัก จนแทบจะกลืนกินเธอลงไปทั้งตัว
…….
ฟุดฟิด…
ฟุดฟิด…
ซูหลิงดมตามร่างของโยโย่ขึ้น ๆ ลง ๆ รอบ ๆ ตัวราวกับสุนัขดมกลิ่นของตำรวจ พยายามจะจับพิรุธของโยโย่ให้ได้
"สารภาพมาซะดี ๆ สองคนแอบไปเถลไถลที่ไหนกันมา นี่มันกี่โมงกี่ยามกันแล้ว ต่อให้สอดแนมแบบเจออุปสรรคยากเย็นเข็ญใจจริง ๆ หนึ่งทุ่มก็น่าจะเสร็จแล้วไม่ใช่เหรอ"
อิ๋งอิ๋งเค้นถามจ้องมองฉินฟ่านกับโยโย่ตาเขม็ง รู้สึกน้อยใจที่ไม่ยอมชวนเธอไปสอดแนม
“เถลไถลที่ไหนกัน ไม่มี”
โยโย่ยังปากแข็ง
"นั่นสินี่มันก็ดึกดื่นปาเข้าไปสี่ทุ่มแล้ว
ไม่ใช่สอดแนมแล้ว น่าจะเป็นสอดใส่เสียมากกว่า"
มู่ปิงปิงเองก็สงสัยเช่นเดียวกัน สำหรับหญิงสาวที่เคยผ่านเรื่องอย่างว่ามาแล้ว คำพูดที่หลุดออกมาแบบโต้ง ๆ ของเธอว่า "สอดใส่" จึงไม่มีการเหนียมอายแบบเด็กสาวใสซื่ออีกต่อไป
“โธ่ คนเขาไปทำงาน พอเหนื่อยก็นั่งพักแถวน้ำตกก็แค่นั้นเอง”
โยโย่ยังยืนกรานกระต่ายขาเดียว
“ที่รักคะ หากสารภาพแต่โดยดี ศาลจะลดโทษให้กึ่งหนึ่ง”
เหลียนฟ่งพยายามตะล่อมฉินฟ่าน
“หิวเป็นบ้าเลย มีอะไรกินมั่ง”
ฉินฟ่านคิดว่าปากแข็งซะอย่าง พวกเธอจะทำอะไรเขาได้
"สารภาพมาซะดี ๆ โยโย่เธอว่าก่อน เอาแบบละเอียด ๆ นะ ว่าไปซั่มกันที่ไหนกันมา กี่ครั้ง อย่าได้คิดจะโกหกแม้แต่ครึ่งคำ"
เหลียนฟ่งยกถ้วยชาร้อน ๆ หอมกรุ่นขึ้นจิบเบา ๆ เธอเอ่ยปากทีถึงเลือดถึงเนื้อจริง ๆ นี่ถ้าเป็นภาษานักเลงก็ต้องบอกว่า "พูดน้อยต่อยหนัก" ตัวแม่ขนานแท้ดั้งเดิม
เดิมทีตอนที่โยโย่ปวารณาตัวยอมรับใช้ฉินฟ่าน เหลียนฟ่งผู้เป็นเมียหลวงย่อมถือได้ว่า มีศักดิ์เป็นนายหญิงของโยโย่โดยปริยาย
ความรู้สึกลึก ๆ ที่โยโย่มีต่อเหลียนฟ่ง ย่อมเหมือน "หนูกลัวแมว" ยังไงยังงั้น อารมณ์คงจะประมาณทั้งรัก ทั้งเคารพทั้งเกรงกลัว ถึงเธอจะเป็นนินจามือสังหารผู้เก่งกาจก็เถอะ นี่เรียกได้ว่าคนเรามันแพ้ทางกัน
"โธ่ เจ๊ฟ่ง อารมณ์มันพาไปนะ เอาละ ๆ โยโย่เป็นคนผิดเอง ที่ไม่รู้จักควบคุมอารมณ์ตัวเอง แอบหนีพี่สาวทั้งหลายไปหาความสุขใส่ตัว ฉันเป็นคนยั่วยวนพี่ฟ่าน ก่อน จึงยินดีรับโทษแต่เพียงผู้เดียว"
"เจ๋งไปเลย"
"เยี่ยม"
"แหม ไม่ชวนกันบ้างเลยนะ"
“แซ่บถึงใจรึเปล่า”
เสียงสาว ๆ จ้อกแจ่กจอแจทันที
โยโย่เริ่มเล่าให้เห็นภาพเป็นฉาก ๆ ว่า พอเห็นน้ำตกที่สวยงาม สะเก็ดน้ำน้อยใหญ่แตกกระจายฟูฟ่องปานภาพเนรมิต จึงอยากจะร่วมรักกับชายคนรักในที่แห่งนี้สักครั้ง เพื่อเก็บไว้เป็นความทรงจำดี ๆ เธอเห็นฉินฟ่านกำลังนั่งดูแผนที่ เธอจึงเปลือยร่างลงไปในน้ำ ยั่วยวนเขา แล้วต่อจากนั้นก็…ทำอย่างนั้น แล้วก็ทำอย่างนี้"
สาว ๆ นั่งล้อมวงกันฟังอย่างออกรสออกชาติ ส่วนฉินฟ่านทำเป็นทองไม่รู้ร้อน ตีหน้าซื่อแกล้งเลียนแบบก๊วยเจ๋ง พระเอกในภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์เรื่อง "มังกรหยก" ยืนสงบนิ่งเอามือไพล่หลัง เงยหน้ามองหาเจ็ดดาวเหนือบนท้องฟ้า
แต่คืนนี้เมฆคงจะหนาทึบไปสักหน่อย มองจนตาแทบถลน ก็ยังหาเจ็ดดาวเหนือไม่เจอเลย
"ดีมากกล้าทำก็กล้ารับ พวกเธอเองก็มีความสัมพันธ์ฉันท์สามีภรรยากัน เธอทำแบบนี้ย่อมไม่มีความผิด พวกเราก็แค่หยอกเธอเล่นเท่านั้นเอง ต่อให้เธอไม่ยั่วยวนก่อน มีรึตาเฒ่าจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ ที่สบโอกาสจะไม่เขมือบเธอลงท้อง ฉันพูด
ถูกรึเปล่าคะ…ที่รัก"
เหลียนฟ่งเอียงหน้าเหล่ตากลมโตที่ทรงเสน่ห์มองดูเขา แต่ฉินฟ่านที่เงยหน้ามองท้องฟ้าเลียนแบบก๊วยเจ๋ง ตอนกำลังพยายามนึกถึงเคล็ดค่ายกลเจ็ดดาวเหนืออยู่ จึงทำทีหูทวนลมเหมือนไม่ได้ยินที่เธอถาม
"เจ๊ฟ่งถามคุณอยู่นะ"
คุณหนูสี่พูดพลางเดินเข้าไปหยิกหมับ
เข้าที่เอวของฉินฟ่านอย่างหมั่นไส้ แต่เขายังคงมีสีหน้าที่เฉยเมย เงยหน้ามองท้องฟ้าอย่างเดียว ราวกับไม่มีอะไรดึงสติเขากลับเข้าร่างได้
"เจ๊ฟ่ง นี่ก็ใกล้เทศกาลกินเจแล้ว พวกเราน่าจะมีกิจกรรมกลุ่มร่วมกันบ้าง พวกเราไปสวดมนต์กินเจ สร้างบุญกุศลถือศีลละกามโลกีย์สักสองสามเดือนดี ไหมคะ"
มู่ปิงปิงเสนอไอเดียโครงการพุทธบูชา กราบไหว้พระทำบุญเก้าวัด สาว ๆ ต่างตั้งใจฟังเธอ
"อืม ทำบุญบ้างก็ดีนะ"
เจ๊ฟ่งพยักหน้าหงึก ๆ
กล้ามเนื้อแก้มของฉินฟ่านกระตุกเบา ๆ นี่…มันเกินไปแล้ว กบฏชัด ๆ คิดแบบนี้ได้ยังไง ใครเป็นคนสั่งคนสอน ไม่ใช่แค่สองสามวัน แต่นี่กะจะทิ้งให้เขานอนเหี่ยวแห้งคนเดียว ตั้งสองสามเดือนเลยรึ
อีแบบนี้มันหักเหลี่ยมเฉือนคมจิ้งจอกเฒ่ากันเห็น ๆ ถึงโครงการนี้จะถูกใจสาว ๆ ทุกคน จนพากับปรบมือเห็นด้วยก็เถอะ แต่เขาขอค้านหัวชนฝา ที่เที่ยวที่อื่นมีถมไป ฮึ่ม! เจ้าลูกหมูตัวเล็กตัวน้อยพวกนี้ ช่างน่าชัง ช่างบังอาจยิ่งนัก รู้จักจิ้งจอกเฒ่าอย่างเขาน้อยไปซะแล้ว เขาเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้น แถมเป็นคนประเภทมีแค้นต้องชำระซะด้วยสิ
อีหนูทั้งหลายเตรียมล้างก้นตัวเองไว้ให้ดี เพื่อรองรับความพิโรธโกรธาจากข้าเถอะ เฮอะ ๆ
จู่ ๆ ก็มีมือสองข้างสอดมาจากข้างหลัง ขยำขยี้บีบเค้นหน้าอกหน้าใจของมู่ปิงปิง
อย่างมันมือ เล่นเอาเธอหน้าแดง ตัวแข็งทื่อชะงักงัน ตั้งกระบวนท่ารับไม่ทัน ปล่อยให้เขาเอารัดเอาเปรียบอยู่นานสองนาน เมื่อตกอยู่ในอุ้งมือมาร ต่อให้ดิ้นยังไงก็ดิ้นไม่หลุด
ฉินฟ่านเอียงหน้าเข้าไปกระซิบข้างหูหมวดมู่ปิงปิง
"หึ ๆ ร้ายนักนะเดี๋ยวนี้ปีกกล้าขาแข็ง คิดจะรวมหัวกันก่อกบฏรึไงผู้หมวดมู่"
ฉินฟ่านพูดจบก็หอมแก้มเธอไปฟอดใหญ่ แล้วหันไปแยกเขี้ยวหาสาว ๆ
"พวกเธอก็เหมือนกัน ดีละวันนี้ต้องลงโทษทุกคนตามกฎบ้าน ไม่มีข้อยกเว้น
วันหลังจะได้หราบจำ"
เพียะ ๆ
ปัง ปัง ปัง ปัง!เสียงประทัดพวงยาวเหยียดดังสนั่นหวั่นไหวพร้อมเสียงรัวกลองเชิดสิงโตสร้างความครึกครื้นให้ผู้ชมที่มากันเนืองแน่น เพราะข่าวที่แพร่กระจายมาอย่างต่อเนื่อง ว่าโครงการโรงเรียน "พี่สาวนางฟ้า" ริเริ่มโดยหมอเทวดาฉินฟ่าน ซึ่งค่าเล่าเรียนทุกอย่างฟรีหมดจนคนที่ทราบข่าวต่างยกนิ้วชมเชย บางคนมีฐานะจึงยินดีที่จะบริจาคเงินทอง เพื่อสร้างชุมชนที่น่าอยู่ เพื่ออนาคตของลูกหลานชาวเมืองซูโจวถึงขนาดมีคนยุให้หมอเทวดาเล่นการเมือง เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รับประกันว่าคะแนนเสียงถล่มทลาย แต่บรรดาอาซิ่มอาซ้อกลับอยากให้เขาเป็นพระเอกหนังซีรีส์ซะมากกว่า เพราะเขานั้นหล่อบาดลึกไปถึงขั้วหัวใจของพวกเธอคุณหนูสี่ขึ้นเวทีไปกล่าวเปิดงานในฐานะประธานกลุ่มทุน "พี่สาวนางฟ้า" เสียงปรบมือดังสนั่นหวั่นไหว ช่วงนี้มีผู้สื่อข่าวหลายสำนัก มาขอสัมภาษณ์เธอไม่เว้นวันจนเธอยุ่งหัวฟูหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ที่ได้ยลโฉมงามล่มเมืองของคุณหนูสี่ ต่างคลั่งไคล้ขอเป็นแฟนคลับเธอ แต่ละคนต่างแย่งกันบริจาคเงินออกมาก้อนโต เพื่ออวดโอ่ฐานะความร่ำรวยเพราะถ้าได้แต่งกับเธอ มันเฮงยิ่งกว่าหนูตกถังข้าว
ทั้งสองส่งเสียงหัวเราะวิ่งหยอกล้อกันออกไป ตอนนี้ทุกอย่างสงบลงแล้ว คนตายก็ตายไป คนเจ็บก็ส่งโรงพยาบาล คนมอบตัวก็เตรียมไปกินข้าวแดงในคุกได้เลย ตำรวจเริ่มเคลียร์สถานที่ ยึดอาวุธสงครามได้เป็นจำนวนมาก มากพอที่จะเลื่อนยศเลื่อนตำแหน่งให้หลาย ๆ คนในศึกครั้งนี้ฉินฟ่านเดินกระแซะเข้าไปใกล้ ๆ กระซิบชวนมู่ปิงปิงไปจู๋จี๋ดู๋ดี๋กันที่น้ำตก แต่เธอค้อนขวับวงใหญ่ แถมแกล้งทำเสียงดุใส่"งานยังไม่เสร็จ ไปไม่ได้""น่านะ คนดียอดรักของฟ่าน เสร็จงานแล้ว ก็ต้องมีการตบรางวัลบิ๊กโบนัสกันบ้างสิ ใช่ไหมจ๊ะทูนหัวจ๋า"เขาพยายามออดอ้อน กะพริบตาปริบ ๆ ทำสีหน้าน่าสงสาร"ไม่รู้ไม่ชี้""น่านะ แป๊บเดียวเอง แค่สามนาทีก็เสร็จแล้ว"เขาพยายามต่อรอง"คิดว่าตัวเองเป็นอุลตร้าแมนแปลงร่างได้แค่สามนาทีรึไง คราวก่อนเป็นชั่วโมง เล่นเอาเหน็บชากินขาเลย"ไม่สนแล้วต้องใช้เส้นสายของเครือญาติให้เป็นประโยชน์ เขาหันไปหาเค่อตงหยางที่กำลังคุมลูกน้องทำงานอย่างแข็งขัน"คุณลุงเค่อที่เคารพครับ พอดีที่บ้านมีเรื่องด่วน ผม
ในห้องที่มืดมิด มีแสงเลือนรางไหววูบเป็นบางครั้ง จากเปลวไฟที่ลุกฮือโหมของการระเบิดครั้งใหญ่ ซีเหมินคังยืนถือทวนเงินสงบนิ่งดุจขุนเขา เพราะเขาสัมผัสได้ถึงอันตรายที่ซุกซ่อนอยู่ เมื่อมืดมิดจนมองไม่เห็น เขาเลยพาลหลับตาลง ใช้หูสดับฟังเสียงเคลื่อนไหวแทนฟิ้วววววเสียงกระแสลมของดาบ ที่ตวัดใส่ลำคอของซีเหมินคังแว่วมา เขาสะบัดควงทวนเงินเข้าต้านปะทะติดต่อกันเก้ากระบวนท่า จนเกิดประกายไฟแลบแปลบปลาบเสียงซัดอาวุธบางสิ่งออกมา ลางสังหรณ์ในใจของซีเหมินคัง ส่งสัญญาณเตือนภัยชนิดหนึ่ง บีบให้เขาดีดตัวถอยไปหลบหลังเสาอย่างรวดเร็วบึ้ม…อาวุธที่ซัดออกมาก็คือระเบิดเพลิงขนาดเล็กของจิ้งจอกเพลิงนั่นเอง เล่นเอาเสื้อผ้าของซีเหมินคังไหม้ไปแถบหนึ่ง ไฟลวกหน้าแข้งเล็กน้อย"หึ ๆ เขาถึงว่าคู่แค้นทางคับแคบ ในที่สุดเราทั้งสองคนก็มาเจอกันอีกจนได้ กระสุนนัดนั้น ที่มึงยิงใส่ขากู กูยังจำได้ดี วันนี้มึงต้องตายสถานเดียว"จิ้งจอกเพลิงขยับดาบเก้าห่วง จนเกิดเสียงดังกรุ๊งกริ๊ง"ขอโทษจริง ๆ นะฮ๊า พอดียิงคนมาเยอะมากเลย
เงาร่างฉินฟ่านพุ่งฉวัดเฉวียน จนพวกเธอตาลายมองตามไม่ทัน เสียงฟาดแก้มก้นดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากหมวดมู่คนแรก แถมแต่ละคนยังถูกลวมลามอีกหลายครั้งพวกสาว ๆ ต่างส่งเสียงร้องวี๊ดว้ายกระตู้วู๊ วิ่งหลบหนีจิ้งจอกเฒ่าจอมลามกกันจ้าละหวั่น ก่อนที่จะมีอะไรเลยเถิดไปกว่านั้น จน กบว. ต้องเซ็นเซอร์ภาพและเสียงทันใดนั้นก็มีเสียงฝีเท้าดังแว่วมาขัดจังหวะ ผัวหนุ่มเมียสาวที่กำลังหยอกเย้ากันอย่างสนุกสนาน ทำเอาทุกคนต้องกลับมาทำตัวสงบเสงี่ยมอีกครั้ง"อะแฮ่ม สวัสดีพี่สาวคนสวยทั้งหลาย เอ่อ…พี่เขยขอโทษที่ขัดจังหวะครับ มีคนมาหาพี่เขย บอกว่านี่เป็นเรื่องด๊วนด่วนนะครับ"เหลียนเฮ่อส่งเสียงดังแหบ เพราะอยู่ในวัยกำลังแตกเนื้อหนุ่ม นมเพิ่งจะแตกพานรายงานอย่างรวบกระชับทันที พร้อมทำสีหน้ากระดากแบบอาย ๆเพราะเขาโตพอที่จะรู้ว่า เมื่อครู่พี่เขยตัวดี ไอดอลขั้นเทพของเขากำลังทำเรื่องดีงามอะไร เขาสาบานกับตัวเองว่าโตขึ้น จะต้องเป็นแบบพี่เขย เอาดีในเรื่องผู้หญิงให้ได้ตอนนี้ทุกคนต่างพากันทำหน้าเขิน ๆ ขณะจัดแจงทรงผมที่ยุ่งเหยิงและเสื้อผ
พวกเขาเก็บอุปกรณ์กล้องอินฟาเรด แล้วเดินลัดเลาะชายป่าท่ามกลางแสงจันทร์ ที่พอเห็นเลือนรางไปอย่างเงียบ ๆ ประมาณหนึ่งชั่วโมงโยโย่เป็นสาวช่างจ้อ แบบที่เรียกว่าอะไรนะ ทอล์คกาทีฟเกิรล์ละมั้ง เดี๋ยวชวนคุยเรื่องโน้น เดี๋ยวเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง แถมมุกตลกของเธอมีเพียบอีก ช่วยทำให้เขาไม่รู้สึกเบื่อหน่ายจนกระทั่งทั้งคู่ถึงน้ำตกสายหนึ่ง จึงตัดสินใจที่จะพักเท้าชั่วคราว ทั้งคู่จึงนั่งลงที่โขดหินหยุดพักดื่มน้ำฉินฟ่านหยิบแผนที่ขึ้นมากางดู เพื่อศึกษาภูมิประเทศ งานนี้เขาทุ่มจนสุดตัว จะให้เกิดข้อผิดพลาดไม่ได้เป็นอันขาด ลมโชยเบา ๆ พัดผ่านตัวเย็นสบายเสียงน้ำจ๋อมแจ๋มแว่วดังมาเบา ๆ สะกิดความสนใจของเขา จนอดไม่ได้ที่จะต้องหันหน้าไปดูภาพที่เห็นทำให้เขาเลือดลมสูบฉีด หายใจถี่เร็ว ลืมสิ้นทุกสิ่งทุกอย่างโลกหล้าใบนี้ไปชั่วขณะร่างของโยโย่ที่เปลือยเปล่าขาวโพลนท่ามกลางแสงจันทร์ เรือนร่างของเธอโผล่พ้นขึ้นเหนือน้ำมาครึ่งตัว ทรวดทรงองค์เอวที่อ่อนช้อย เป็นเส้นสายชวนรัดรึงใจ พราวไปด้วยหยดน้ำเม็ดเล็ก ๆ ที่ไหลรวมหยดเป็นทางยาว ค่อย ๆ ไหลรินผ่านร่องอก
แต่ถ้าจะพูดถึงอีกคนหนึ่ง เมียหลวงเมียน้อยเมียเล็ก เมียใหญ่กลับสนับสนุนจนคะแนนเสียงท่วมท้น ให้ไปกระทืบสุยเก้ามีดให้จมดินโทษฐานที่มันบังอาจเหิมเกริมไม่ยอมแหกตาดูให้ดีว่าซอยลูกเป็ดน้อยนี้ใครคุมติ๋ง! ติ๋ง!หยดเลือดสด ๆ สีแดงคล้ำไหลออกจากปากของสุยเก้ามีดตกกระทบพื้นเป็นจังหวะเหมือนเสียงดนตรีร่างของสุยเก้ามีดนักเลงโตถูกมัดมือไพล่หลังและมัดข้อเท้าทั้งสองข้างด้วยเชือกก่อนจะชักรอกขึ้นไป ทำให้ตอนนี้มันตกอยู่ในสภาพห้อยหัวเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนนี้พวกมันกำลังล้อมชายหนุ่มคนหนึ่งด้วยอาวุธครบมือ โดยไม่ได้คาดคิดเลยแม้แต่น้อยว่าจะเป็นพวกมันเองที่ถูกยำจนเละเป็นโจ๊กเรื่องแก้แค้นคงไม่ต้องคิด มันไม่หวังจะไปต่อกรอะไรอีกแล้ว ตอนนี้ต้องรักษาชีวิตให้ได้ก่อนพลั่วะ! พลั่วะ!อ้ากก! อ้ากก!สุยเก้ามีดกำลังถูกไอ้ฟันเหยินลูกน้องคนสนิทใช้ไม้เบสบอลหวดฟาดใส่ลำตัวนี่เป็นการหวดครั้งที่ยี่สิบ ครบจำนวนพอดีเงาของชายหนุ่มพาดยาวกับพื้น เขายืนอยู่ริมหน้าต่าง กำลังดื่มน้ำอัดลมดับกระหายพลางเดินข้ามร่างของเจ้า
หมายเลขสิบสามกลับเดินเลี่ยงออกไปอย่างเงียบ ๆ เพียงลำพังซึ่งในตอนนี้ทุกคนกำลังเพลิดเพลินกับฉากอีโรติกที่ชวนตื่นเต้นเร้าใจอยู่จึงไม่มีใครสนใจเขาเขาไปที่เนินดินหลังห้องส้วม บริเวณนี้ผู้คนไม่ค่อยสัญจรผ่านไปมาเพราะรังเกียจความเหม็น เขาใช้มือขุดดินทรายจนเป็นหลุม แล้วก็เจอเป้ทหารใบหนึ่งที่ถูกฝัง
“สวัสดีครับแม่”“อ้าว อาเจี้ยนมาแต่เช้าเชียว”กวนอิมเผ็ดยิ้มให้เขาอย่างเอ็นดูตอนนี้เธอถือว่าลู่เจี้ยนเป็นลูกชายคนหนึ่งเช่นเดียวกัน“พี่ใหญ่มาหาฉันแต่เช้าเลย มีธุระอะไรรึเปล่าฮ๊า”ซีเหมินคังยิ้มร่าเดินนวยนาดเข้ามาหา
นับแต่โบราณกาลมีคนเคยกล่าวเอาไว้ว่าแม่ผัวกับลูกสะใภ้ยากที่จะอยู่ร่วมกันโดยสันติ เปรียบเสมือนน้ำกับไฟเหมือนหมากับแมว สุดแท้แต่ผู้คนจะเปรียบเปรยในสมัยก่อนฮูหยินผู้เฒ่าปกครองหลังบ้านมือเดียวค้ำฟ้า มีอำนาจเบ็ดเสร็จลูกสะใภ้คนไหนไม่ถูกใจจะสั่งเฆี่ยนตีหรือตบจนฟันหลุดร่วงออกจากปากก็ไม่มีใครกล้าหือเผลอ ๆ
ตอนที่ฉินฟ่านกำลังปลอบเธอก็มีคุณยายรูปร่างเล็กบอบบางคนหนึ่งที่เดินเหินแทบจะไม่ไหวมาเกาะแขนของเขา“พ่อหนุ่มช่วยหลานสาวตัวน้อยของยายด้วยเถอะคิดซะว่าเอาบุญเถอะนะยายขอร้องล่ะ เธอติดอยู่บนห้องนอนชั้นสามของตึกนั้นยังไม่มีใครช่วยลงมาเลย”เขาหันไปมองกวนอิมเผ็ด เป็นเชิงขอ







