Share

บทที่ 8 เรดาร์หญิง

last update Last Updated: 2025-12-22 03:19:53

หลังจากกินอิ่มแล้ว พวกเขากำลังจะแวะเข้าไปดูของ ที่ร้านค้าวัตถุโบราณแห่งหนึ่ง

"นี่  ทำไมคนพวกนั้นเขามองเรากันใหญ่เลยล่ะ คุณลืมรูดซิปหรือเปล่า"

เหลียนฟ่งกระซิบถามเบา ๆ ด้วยความสงสัย 

"โธ่คุณ ผมใส่กางเกงวอร์มนะ มันจะมีซิปได้ยังไง เฮ้อ ทำยังไงได้ พวกชาวบ้านก็อย่างนี้แหละ พวกเขาคงไม่เคยเห็นผู้หญิงสวย ๆ รวยเสน่ห์อย่างคุณมาเดินเล่นแถวนี้มั้ง"

เขาแกล้งหยอกเธอ เหลียนฟ่งแก้มแดงขึ้นมาด้วยความเอียงอาย ร้อยทั้งร้อยมีสาวคนไหนไม่ชอบบ้างล่ะ เวลาได้ยินผู้ชายที่ตัวเองชอบชมว่าตัวเองสวย

"แหม ปากหวานจริง ๆ นะคะคุณชายฉิน"

"ปากหวานนะอีกเรื่องหนึ่ง ผมพูดความจริงต่างหากล่ะ คุณหนูเหลียนน่ะทั้งสวยทั้งน่ารักอย่าบอกใครเลยล่ะ ใครได้คุณเป็นแฟนคงมีความสุขที่สุดในโลก"

"คุณก็พูดเกินไป"

"รับรองว่าจริงจัง จริงใจ"

"อย่าหลอกกันนะ"

"ถ้าหลอกให้หยิกเลย"

ทั้งสองหยอกล้อต่อปากต่อคำกัน ท่ามกลางสายตาชาวบ้าน เหลียนฟ่งยืนบิดตัวไปมา ยิ้มหน้าบานอย่างมีความสุข แถมยังตีแขนเขาเบา ๆ ด้วยความเขินอาย 

ทันใดนั้นเรดาห์ลางสังหรณ์ของผู้หญิงก็ส่งสัญญาณเตือนภัยขึ้นมา เพราะหางตาของเธอ เห็นสาว ๆ หน้าตาสะสวยรุ่นราวคราวเดียวกับเธอสามสี่คน กำลังชี้ชวนกันให้ดูฉินฟ่าน ซุบซิบกันเหมือนกับกำลังวางแผน จะเดินเข้ามาอ่อยฉินฟ่าน

เชอะ! ฝันกลางวันไปเถอะ รูปหล่อคนนี้เธอตีตั๋วจองเอาไว้เรียบร้อยแล้ว เธอเชิดหน้าใส่ไม่สนใจสาว ๆ พวกนั้น หันไปคล้องแขนฉินฟ่านทำท่าเหมือนคนเป็นแฟนกันเดินเข้าไปในร้านขายวัตถุโบราณ

"สวัสดีครับเถ้าแก่ ขอเดินดูของหน่อยนะครับ"

เถ้าแก่รูปร่างอ้วนท้วนยิ้มพลางรีบต้อนรับ "สวัสดีครับคุณลูกค้า เชิญข้างในเลยครับ พวกคุณสนใจสินค้าประเภทไหน เอ่อ...ทางร้านเรามีแต่ของดี ๆ ทั้งนั้น ภาพทิวทัศน์ของจั่นจือเฉียนก็มี แต่ถ้าคุณชอบภาพดอกไม้ นก พระพุทธรูป ผมขอแนะนำภาพของกู้ฉางคัง แต่ถ้าชอบงานที่เน้นรายละเอียดลายเส้นที่งดงามของภาพ ผมคิดว่าภาพของเยียนลี่เปิ่น คงจะถูกใจ

คุณ แต่ถ้าคุณอยากเดินดูรอบ ๆ ก่อน ก็เชิญตามสบายเลยครับ"

เถ้าแก่พยายามแนะนำสิ่งของต่าง ๆ ในร้านของตน เพื่อจะได้มีโอกาสขายมากขึ้น ฉินฟ่านผงกศีรษะยิ้มให้เถ้าแก่ แล้วเดินสำรวจสิ่งของในร้านไปเรื่อย ๆ มองซ้ายทีมองขวาทีราวสิบนาที แต่ไม่มีอะไรน่าสนใจเลย จนแทบอยากจะหนีไปดูร้านอื่นแทน แต่ไหน ๆ ก็มาแล้ว เขาจึงสำรวมจิตใจ รวบรวมสมาธิหันไปใช้เนตรอัคคี ที่มองทะลุวัตถุสำรวจดูรอบ ๆ 

แล้วสายตาก็ไปสะดุดอยู่ที่พระพุทธรูปดินเผาองค์หนึ่ง ที่มีรอยกระดำกระด่างเปื้อนเศษดิน วางกองอยู่กับพื้นตรงมุมห้อง เถ้าแก่ร้านนี้คงจะตีค่าของมันต่ำมาก จึงไม่สนใจที่จะวางโชว์ตามชั้น 

ทันทีที่เนตรอัคคีสำแดงฤทธิ์เดช ทำให้เขาก็เห็นขวดยานัตถุ์ขนาดเล็ก ที่ซุกซ่อนอยู่ในพระพุทธรูปดินเผาปางสมาธิ ที่มีขนาดหน้าตักกว้างสิบนิ้ว โดยมีดินอุดรูไว้ที่ใต้ฐานพระอย่างแนบเนียน 

ความจริงนี่เป็นวิธีการหนึ่ง ในการซุกซ่อนของมีค่าในสมัยโบราณ เพื่อไม่ให้ถูกศัตรูที่มารุกราน แย่งชิงสิ่งของมีค่าไป ซึ่งในบางครั้งถ้าเป็นพระพุทธรูปที่หล่อด้วยทองคำ เจ้าของจะหุ้มทับภายนอกองค์พระด้วยปูนปั้น เมื่อศัตรูมาเจอเข้าก็จะเห็นว่าเป็นแค่พระพุทธรูปธรรมดา ดูไม่มีราคาค่างวดก็ย่อมที่จะไม่สนใจ

"เถ้าแก่ พระพุทธรูปดินเผานั้นขายเท่าไรครับ"

เถ้าแก่แสร้งทำเป็นหันซ้ายทีหันขวาที มองดูรอบข้างว่าปลอดคนดีแล้ว จึงโน้มหน้าเข้ามากระซิบใกล้ ๆ เขา ท่าทางยังกับเรื่องที่จะพูดต่อไปนี้ เป็นความลับสุดยอด ไม่อยากให้รู้ถึงหูบุคคลที่สาม

"พระพุทธรูปองค์นี้นะเหรอ เฮอะ ๆ พูดแล้วเหยียบไว้เลยนะครับ เพื่อนผมเป็นโจรขุดสุสานมือเซียน ที่สืบทอดสุดยอดวิชาในตำนานฉีเหมินตุ้นเจี่ย มาจากปู่ของเขา นี่เป็นของรักของหวงของเขาเลยนะจะบอกให้"

"เถ้าแก่อำผมเล่นหรือเปล่าครับ" 

เถ้าแก่ทำสีหน้าขึงขังจริงจัง ราวกับชาตินี้ไม่เคยพูดปด แม้แต่ครึ่งคำ "ผมพูดเรื่องจริงนะ มีอยู่ครั้งหนึ่งเขาไปขุดสุสานท่านอ๋องของราชวงศ์ถัง เฮ้องานครั้งนั้นมันอันตรายสุด ๆ ไปเลย เขายังเจอผีดิบอีกด้วย เขาบอกว่ามันน่ากลัวมาก จนเขาเกือบเอาชีวิตไม่รอด ดีแต่ได้ของติดไม้ติดมือมาสองสามชิ้น ไม่งั้นคงขาดทุนแย่ พระองค์นี้ก็ถูกหยิบติดมือมาด้วยในตอนนั้น นี่เขาฝากผมไว้ให้ช่วยขายในราคาหนึ่งหมื่นแปดพันหยวน น้องชายซื้อเก็บไว้บูชาหรือจะเก็บไว้เป็นงานสะสมด้านประวัติศาสตร์ศิลปะก็ได้ รับรองเลยว่าจะไม่ผิดหวัง"

ไม่เลวเลย เถ้าแกคนนี้รู้จักหลักการณ์ ตั้งราคาสูงเทียมฟ้า อีแบบนี้เขาคงต้องออกกระบวนท่าต่อราคาต่ำเรี่ยดินสินะ

"โอ้มีสตอรี่ด้วย ผมชอบนะ เรื่องราวที่คุณเล่ามา พอดีผมกำลังจะจัดสวนหลังบ้านใหม่ เลยอยากได้อะไร ที่ดูคลาสสิคเก่าแก่ไปวางประดับตรงม่านน้ำตก แต่ว่าผมคงให้เต็มที่ ได้แค่ห้าร้อยหยวนจริง ๆ ไม่งั้นมันจะเกินงบที่วางเอาไว้ ตกลงไหมครับ ไม่งั้นผมจะไปดูที่อื่นต่อ"

เถ้าแก่อึ้งไปครู่หนึ่ง ทำสีหน้าเหมือนเสียดายไม่อยากปล่อยของ ในที่สุดก็ถอนหายใจยาว แต่ก็พยายามที่จะดึงราคาขึ้นอีกครั้ง "โอ๊ะ ไม่ได้ ไม่ได้ ลดมากเกินไป เห็นแก่น้องชายที่มีความจริงใจ ขอสักหนึ่งพันเถอะครับ ภาษิตว่าไว้ทองแท้ไม่กลัวไฟ ร้านเราค้าขายซื่อสัตย์มาโดยตลอด ถ้าลดมาก ๆ ก็ขาดทุนแย่เลยครับ"

เจ๋ง! มีภาษิตด้วย เถ้าแก่ร้านนี้มีลิ้นที่พูดจาไหลลื่นโดยแท้ "แหม…แต่ผมว่าห้าร้อยหยวนเป็นราคาที่เหมาะสมแล้ว หากแพงกว่านี้ผมคงต้องขอบาย" 

"นั่นสิเถ้าแก่ คุณไม่ขายในวันนี้ เผลอ ๆ ทิ้งเอาไว้อีกห้าปีสิบปี ก็ยังขายไม่ออกเลยนะ ของแบบนี้ใครมันจะสนใจซื้อกันบ้างละ คุณเองก็คงจะรู้ดีอยู่แก่ใจใช่ไหมคะ" 

ความจริงในใจของเหลียนฟ่งยังติว่า ห้าร้อยหยวนแพงเกินไปด้วยซ้ำ แต่เธอรู้ว่าผู้ชายรักหน้ารักตารักศักดิ์ศรี หากเธอพูดขัดออกไป เขาคงจะรู้สึกเสียหน้าแย่เลย ราคานี้ก็ไม่ใช่เงินมากมายอะไร เธอจึงไม่ได้โต้แย้งอะไรเลย เพราะดูแล้วฉินฟ่านอยากจะได้จริง ๆ เธอจึงช่วยพูดกล่อมเถ้าแก่อีกแรง

เถ้าแก่มีประสบการณ์ขายช่ำชองมากว่าสามสิบปี ดูก็รู้ว่าฉินฟ่านคงจะยืนราคาที่ห้าร้อยหยวน โดยไม่เปลี่ยนใจอย่างแน่นอน แถมพระองค์นี้อยู่ในร้านของเขามาสามปี ไม่มีลูกค้าคนไหนสนใจที่จะหยิบมาดูเลย

"เอาเถอะ คุณนี่โชคดีจริง ๆ ที่ได้ของดี ๆ ราคาไม่แพงแบบนี้ พอดีปู่ของเพื่อนผมไม่สบาย กำลังต้องการใช้เงินซะด้วยสิ ห้าร้อยก็ห้าร้อยครับ ถ้าหากวันหลังคุณต้องการอะไร ก็เชิญแวะมาที่นี่ได้เลยนะครับ ผมมีเพื่อนฝูงมากทั้งวงการหยก เครื่องเคลือบ ภาพวาดโบราณ รับรองว่าผมหาของล้ำค่าให้คุณได้อย่างแน่นอน"

อย่างว่านั่นแหละ ขิงยิ่งแก่ยิ่งเผ็ด เขาซื้อพระองค์นี้มาแค่สองร้อย งานนี้เถ้าแก่ฟันกำไรสามร้อยหยวน คืนนี้เขาคงนอนหลับฝันดี เถ้าแก่รีบจัดแจงใส่กล่องห่อให้อย่างรวดเร็ว ส่วนฉินฟ่านก็โอนเงินให้ทันที

ฉินฟ่านกับเหลียนฟ่งเดินออกมานอกร้าน แวะที่แผงเครื่องประดับข้างทาง มีทั้งป้ายหยก ลูกประคำ แหวน สร้อย ปิ่น ต่างหู เขาเห็นปิ่นหยกขาวสวยดี จะซื้อให้เหลียนฟ่งแต่เธอบอกว่าไม่เอา เธอบอกว่าเธอเป็นคนกลัวผี กลัวว่าเจ้าของปิ่นจะมาหาเธอในตอนดึก ๆ มีหวังเธอคงได้ช็อกตาย

"นี่คุณซื้อพระองค์นี้มาทำไม ฉันว่าคุณถูกหลอกแล้วล่ะ ราคานี้มันแพงเกินไป ของแบบนี้มีขายกันเกลื่อน สองร้อยหยวนก็น่าจะซื้อได้แล้ว" เธอถามด้วยความสงสัย เพราะดูไม่คุ้มเอาซะเลย

"มาเดินเล่นทั้งที ก็ต้องซื้อของติดไม้ติดมือกลับไปบ้างสิครับ มันก็ไม่ได้แพงอะไรมากมาย ผมก็แค่อยากลองเสี่ยงโชคดูเหมือนคนอื่นเขาบ้างนั่นแหละ" ฉินฟ่านไม่รู้จะบอกยังไง จะให้บอกว่าเขามีเนตรอัคคี ที่สามารถมองทะลุทุกสิ่งได้ แม้แต่เสื้อผ้าของเธอนะเหรอ 

ทั้งคู่เดินเล่นอีกครึ่งชั่วโมงและแวะร้านชานมไข่มุก แล้วไปจ่ายตลาดที่ซูเปอร์มาร์เก็ต จึงค่อยกลับบ้าน 

พอกลับมาถึงก็เจอน้องชายของเธอกำลังรดน้ำต้นไม้อยู่กับแอนโทนี่ ลูกหมาตัวเล็กหน้าตาบู้บี้พอดี

"นี่พวกคุณเจอกันหรือยัง นี่น้องชายของฉันเหลียนเฮ่อ แล้วก็เจ้าตัวเล็กนั่น มันชื่อแอนโทนี่" 

"พี่ใหญ่ อยู่ดี ๆ ทำไมให้คนแปลกหน้ามาอยู่ด้วยล่ะครับ คนสมัยนี้จะไว้ใจใครได้ที่ไหนกัน" เหลียนเฮ่อมองเขาตาขวางอย่างหงุดหงิด

"ผมฉินฟ่าน เราเคยเจอกันแล้วครับ"

เชอะ! เหลียนเฮ่อทำเมินเชิดหน้าใส่เขา ตามประสาน้องชายที่หวงพี่สาวคนสวย

หืมไอ้เด็กเวรนี่ช่างบังอาจ

ฉินฟ่านคร้านที่จะสนใจ เขาเดินไปหาค้อน เพราะจำได้ว่าเคยเห็นค้อนวางอยู่ที่มุมสวนกล้วยไม้ สองพี่น้องแซ่เหลียนชะเง้อคอมองตามด้วยความสงสัยว่า ฉินฟ่านกำลังจะทำอะไร 

เอ๊ะเขาเอาค้อนมาทำไม

ฉินฟ่านกำลังง้างมือยกค้อนขึ้นจะทุบองค์พระ เหลียนฟ่งปรี๊ดแตกทันที รีบวิ่งหน้าตั้งเข้าไปดึงค้อนจากมือของเขา 

"เดี๋ยวก่อนสิ นี่คุณจะบ้าไปแล้วเหรอ ถึงพระพุทธรูปองค์นี้จะไม่ถูกใจคุณ แต่ก็อุตส่าห์ซื้อมาแล้ว คุณจะทุบให้เสียของไปทำไมกัน เพิ่งควักกระเป๋าจ่ายเงินไปสด ๆ ร้อน ๆ ยังไม่ทันข้ามวันก็จะทุบเงินทิ้งซะแล้ว" 

"เฮ้อ เสียของเปล่า ๆ เอามาให้ฉันเถอะ เดี๋ยวฉันเอาไปขายให้เอง อย่างน้อยก็ยังได้สักร้อยสองร้อยหยวน จะได้ขาดทุนน้อยหน่อย ใช้เงินเป็นเบี้ยแบบนี้ใช้ได้ที่ไหน ไม่รู้ล่ะต่อไปถ้าเราสองคนแต่งงานกัน ฉันจะเป็นคนเก็บเงินเอง"

เหลียนฟ่งบ่นกระปอดกระแปดยืดยาว ด้วยความเคยชินจากนิสัยประหยัดมัธยัสถ์ เพราะว่าตั้งแต่เสียพ่อแม่ไป เธอต้องปากกัดตีนถีบ หาเงินเลี้ยงน้องมาอย่างยากลำบาก และแล้วเธอก็เพิ่งจะรู้สึกตัวว่ารอบข้างมันช่างเงียบสงัด 

เธอเงยหน้าขึ้น เห็นฉินฟ่านกับเหลียนเฮ่อกำลังอ้าปากค้างทำตาโตมองเธอราวกับดูตัวประหลาด เธอคิดในใจอย่างรวดเร็ว เธอพูดผิดหรือไง คนเราก็ควรที่จะประหยัดไม่ใช่เหรอ 

เอ๊ะไม่ใช่เรื่องนี้เหรอ เอ๋เมื่อกี้เราพูดถึงเรื่องอะไรหว่า ไอ้หยา ฉันพูดว่าจะแต่งงานกันนี่นา 

โอ้ยตายแล้ว ต่อหน้าเหลียนเฮ่อด้วย ฉันพูดอะไรออกไปกัน แค่คิดในใจดันหลุดปากออกมาได้ซะนี่ อายเขาตาย 

ไม่เป็นไรใจเย็น ๆ ไว้อาฟ่ง เธอมันหน้าด้านหน้าทน หน้าหนาเป็นยางมะตอย เป็นคอนกรีตเสริมเหล็กอยู่แล้ว แค่นี้จิ๊บ ๆ 

"อะแฮ่ม…ฉันขอโทษด้วย ที่ยุ่งเรื่องส่วนตัวของคุณ แต่ฉันพูดไปเพราะหวังดีจริง ๆ นะคะ คุณเชื่อฉันเถอะ อย่าลืมสิว่าฉันเป็นถึงผู้จัดการส่วนตัวของคุณไม่ใช่เหรอคะ อะไรที่เป็นผลประโยชน์ของคุณ ฉันก็ต้องปกป้องเต็มที่อยู่แล้วค่ะ"

เหลียนฟ่งพยายามทำสีหน้าขึงขังจริงจัง ตีเนียนพูดเป็นเรื่องอื่น ให้ทุกคนลืมเรื่องแต่งงานที่พูดออกมาเมื่อครู่ ฉินฟ่านได้แต่อมยิ้มมองเธอ

"พี่ใหญ่จะแต่งงานจริง ๆ เหรอ แต่งกับเขานี่นะ พี่คิดดีแล้วเหรอ ถ้าผมจำไม่ผิด พี่เพิ่งรู้จักกับเขาได้แค่สองวันเองไม่ใช่

เหรอ อย่ามาละเมอบอกผมว่าเป็นรักแรกพบนะ หรือว่าพี่เมาเลยพลาดท่าให้เขาแล้ว"

 เหลียนฟ่งได้ยินเสียงน้องชายถาม ทำให้เธอต้องหลับตาปี๋กำหมัดแน่น เหมือนไมเกรนจะกำเริบ อึ๋ย ไอ้น้องบ้า ไอ้เด็กเลว อยากบีบคอมันให้ตายจริง ๆ เสียแรงที่อุตส่าห์เลี้ยงมา ไอ้น้องเลวดันงัดเรื่องแต่งงานขึ้นมาขยี้ใหม่อีก

จังหวะนั้นเองฉินฟ่านยื่นมือออกไปอย่างรวดเร็ว เพื่อแย่งเอาค้อนมาจากมือของเธอ 

"คิดซะว่าเราเล่นเกมเสี่ยงโชคก็แล้วกันนะครับ" ฉินฟ่านพูดจบไม่รอช้า เริ่มทุบเบา ๆ อย่างใจเย็น ซ้ายทีขวาที 

เหลียนฟ่งกับเหลียนเฮ่อใจตุ๋ม ๆ ต่อม ๆ ลุ้นจนตัวเกร็งปนรู้สึกเสียดายเงิน มองเขาค่อย ๆ ทุบพระพุทธรูปให้แตกทีละนิด ๆ จนกระทั่งเห็นขวดยานัตถุ์ที่ซุกซ่อนอยู่ข้างใน 

เขาเอาไปล้างน้ำทำความสะอาดจึงพบว่า มันเป็นขวดยานัตถุ์ทองแดงสูงประมาณนิ้วชี้ ภาพประดับข้างขวด สีสันยังคงงดงามแจ่มชัด แม้จะผ่านกาลเวลามาอย่างยาวนาน เป็นภาพสตรีแรกรุ่นสวมชุดแดง กำลังแสดงท่าทางร่ายรำอ่อนช้อยงดงามยิ่งนัก

"ว้าวสวยจังเลยค่ะ ท่าทางจะเป็นของดีนะคะเนี่ย คุณรู้ได้ยังไงว่ามีของซุกซ่อนอยู่ในองค์พระ" เหลียนฟ่งถามด้วยความตื่นเต้น

"คุณครูของผมเคยเล่าให้ฟังว่า บางครั้งวัตถุเล็ก ๆ ที่มีค่าอาจถูกซุกซ่อนอยู่ในองค์พระ ผมก็ลองเสี่ยงดวงดู คงบังเอิญโชคดีนะครับ คุณเป็นผู้จัดการส่วนตัวของผมไม่ใช่เหรอ ช่วยเอาไปขายให้ผมหน่อยจะได้ไหมครับ" ฉินฟ่านยิ้มเห็นฟันขาว รู้สึกสนุกที่ได้หยอกล้อเธอเรื่องผู้จัดการส่วนตัว

"โอเคไม่มีปัญหาเราใช้กติกาเดิม เจ็ดสิบสามสิบใช่ไหม" นี่เขายอมให้เธอเป็นผู้จัดการของเขาจริง ๆ เหรอเนี่ย อีตานี่หลอกง่ายดีแฮะ

สวรรค์คงเห็นใจเรา เห็นว่าเราชักหน้าไม่ถึงหลัง ก็เลยส่งต้นไม้เงินต้นไม้ทองนี้มาให้เรา

"ใช่ พาน้องชายคุณไปเป็นเพื่อนด้วย รีบไปรีบกลับเดี๋ยวจะค่ำมืดซะก่อน กลางค่ำกลางคืนมันอันตราย ขายได้เท่าไรก็เท่านั้น จำไว้ไม่ต้องปั่นราคาให้สูงมากจนเกินไป" 

ฉินฟ่านพูดเสร็จก็เดินไปชายป่าทันที เหลียนฟ่งรู้จักผู้คนหลากหลายอาชีพ เธอเป็นงูเจ้าถิ่น เธอย่อมมีหนทางทำให้ได้ราคาสูงสุด เพราะยอดขายยิ่งสูง ส่วนแบ่งเธอก็ยิ่งมาก เสร็จฉันล่ะ

ฉินฟ่านเริ่มเดินลมปราณหยุ่น ฝึกฝ่ามือมุทรากระบวนท่าที่สอง เขาประกบฝ่ามืออยู่กึ่งกลางหน้าอกในท่าพนมมือ แล้วฟาดสองฝ่ามือออกไปพร้อมกัน ฝึกแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่อให้ร่างกายจดจำกระบวนท่าจนใช้ออกไปได้อย่างเป็นธรรมชาติ 

พอฟ้ามืดค่ำเขาก็กลับไปอาบน้ำ เดี๋ยวคืนนี้ยังต้องอ่านหนังสือต่ออีก ทั้งสามเจอกันที่สวนหน้าบ้านพอดี 

เหลียนเฮ่อได้ฟังเรื่องราวที่พวกเขาไปเดินเล่นที่ตลาดโบราณในวันนี้จากปากพี่สาว ทุกสิ่งทุกอย่างที่ได้ยินได้ฟังมา มันเหลือเชื่อเกินไปแล้ว

"คิดไม่ถึงเลยจริง ๆ คุณนี่ดวงดีเป็นบ้าเลย ขวดเล็ก ๆ นิดเดียวนั่น ฉันขายได้ในราคาตั้งสองแสนหยวน ส่วนแบ่งของคุณเท่ากับหนึ่งแสนสี่หมื่น ของฉันเท่ากับหกหมื่น เอ่อ...แต่ว่าถ้าคุณคิดว่าให้ฉันมากเกินไป ให้ฉันแค่สามหมื่นก็ได้นะคะ"

เธอรู้สึกกระดากใจพอสมควร ไปเดินเล่นกับเขามารอบเดียว ได้แบ่งเงินเป็นฟ่อน ๆ กลับมาหกหมื่นหยวน ถ้าเผลอไปเล่าให้ป้าข้างบ้านฟัง ไม่ว่าเป็นใครก็คงหาว่าเธอขี้โม้ หรือไม่ก็ตากแดดมากจนเป็นบ้าไปแล้ว

"ไม่เป็นไร คุณสมควรรับไว้ เพราะเราตกลงกันแล้ว อ้อ…อีกอย่างผมจ่ายเป็นค่าเช่าบ้าน ค่าอาหารล่วงหน้าให้คุณอีกสี่หมื่น หยวน ส่วนที่เหลือหนึ่งแสนหยวนก็เก็บไว้กับคุณก่อน เวลาจะใช้เงินผมค่อยบอกคุณ"

"แล้วก็ผมชอบให้ผู้จัดการส่วนตัวของผมแต่งตัวสวย ๆ วันไหนว่าง ๆ คุณกับเหลียนเฮ่อไปเดินชอปปิงเล่นสักรอบหนึ่ง ทั้งเสื้อผ้าเครื่องประดับราคาเท่าไร่ เอาเงินของผมใช้จ่ายได้ตามสบายเลย"

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 14 กระดังงาลนไฟ

    เสียงหวาน ๆ สดใสของผู้หญิง ที่เพิ่งจะนั่งลงบนเก้าอี้ที่ว่างข้าง ๆ เขา ถามเขาด้วยความสนใจ เพราะเมื่อครู่เธอยืนมองเขามาพักหนึ่งแล้วเธอสะดุดตาในความหล่อใสกิ๊งของเขาและสงสัยว่าทำไมเขาถึงแทงเพียงเบอร์เดียว ทั้ง ๆ ที่มีวิธีการแทงหลากหลายรูปแบบ ทั้งแทงคร่อมสองตัวเลข สามตัว สี่ตัว แทงเป็นโซน สูง-ต่ำ แดง-ดำหรือแทงเลขเพียงตัวเดียวแบบที่ฉินฟ่านแทงฉินฟ่านจึงหันไปมองตามเสียง จึงพบว่าสาวสวยคนนี้ไม่ธรรมดา เธอมีเรือนร่างดั่งเปลวไฟที่ร้อนแรง พร้อมจะแผดเผาอารมณ์ของผู้ชาย ให้ยอมสยบอยู่แทบเท้าของเธอเธอเป็นหญิงสาวผิวขาว ที่มีริมฝีปากอวบอิ่มชวนจูบ ดวงตาหวานซึ้งชวนให้ลุ่มหลง นับได้ว่าเป็นสาวเซ็กซี่ราวกับกระดังงาลนไฟ เพียงแค่รอยยิ้มบาง ๆ ที่มุมปาก ก็แสดงถึงความงามที่มาพร้อมกับความยั่วยวนเสน่หามาโดยกำเนิด เป็นเสน่ห์เฉพาะตัวที่ไม่มีใครลอกเลียนแบบได้เส้นผมสีดำขลับเป็นเงายาวถึงครึ่งแผ่นหลัง ทิ้งตัวเหยียดตรงเหมือนแพรไหม ราวกับนางแบบโฆษณาแชมพูสระผม สวมชุดฮั่นฝูสีม่วงเข้ม เอวที่คอดกิ่วเหมือนมดตะนอย คาดด้วยเชือกสีแดงสลับเชือกสีทอ

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 13 หนูทดลอง

    เสียงกระซิบเบา ๆ ที่ข้างหูเหลียนฟ่ง"ขอชื่นใจทีนะ"เหลียนฟ่งไม่ปฏิเสธ แถมยังเอียงแก้มให้เขาอย่างเอียงอาย ฉินฟ่านก็สูดดมกลิ่นอายสาวจากแก้มของเธอ พวงแก้มของเธอแดงเหมือนลูกท้อ ดูงดงามจนน่าหลงใหลกว่าเดิม"ขอจูบปากทีนะ""ไม่ได้ค่ะ""นิดเดียวน่า""ไม่ได้ค่ะ""โธ่...ผมไม่เจอหน้าคุณตั้งนาน ขอจูบให้หายคิดถึงหน่อย น่านะ""ไปล้วงอะไรตรงนั้น มืออย่าซนสิคะ"คราวนี้เขาไม่รอคำตอบ ประทับรอยจูบลงไปแบบซึ้ง ๆ ที่ริมฝีปากสีกลีบกุหลาบของเธอทันทีบางครั้งหญิงสาวอาจจะเขินอาย ดังนั้นฝ่ายชายควรเป็นผู้เปิดเกมรุกก่อนมือของเขาค่อย ๆ ลูบไล้ขาอ่อนเรียวยาวของเธอ"ผิวของคุณเนียนไปทั้งตัวเลย ผมอดใจไม่ไหวแล้ว"เขาค่อย ๆ เลื่อนมือขึ้นมาเค้นคลึงอกอวบอูมของเธอ ดวงตาของเธอดูเย้ายวนใจยิ่งนักเธอไม่มีท่าทีที่จะขัดขืนเลยแม้แต่น้อยเธอคงมีใจให้เขาเช่นกัน"คืนนี้ เป็นของผมเถอะนะ""อย่าค่ะ อย่า"ผู้หญิงยิ่งห้

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 12 ฉีเคอะ

    ละลองฟูฝอยของน้ำตกกระทบกับแสงแดดจนเห็นสายรุ้ง ฉินฟ่านถกขากางเกงขึ้นสูง ยืนสงบนิ่งอยู่กลางลำธาร ที่มีระดับน้ำสูงแค่หัวเข่า ในมือถือไม้ปลายแหลมกำลังจะแทงปลา ที่ว่ายใกล้เข้ามา เพื่อนำปลาไปทำอาหารมื้อกลางวันแต่แล้วฝันก็สลาย เพราเจ้าฉีเคอะกระโดดลงมาข้าง ๆ ตัวเขา จนน้ำสาดกระจาย ปลาเล็กปลาใหญ่แตกตื่น ว่ายน้ำมุดหนีหายกันไปหมดเขาโมโหจนต้องร้องตะโกนด่าเจ้าลิงตัวแสบ"ฉีเคอะไอ้ลิงบัดซบ แกเล่นกระโดดลงมาแบบนี้ ปลามันตกใจจนหนีไปหมดแล้วโธ่หมดกัน มื้อเที่ยงของฉัน"เจี๊ยก ๆ เจี๊ยก ๆฉีเคอะแยกเขี้ยวยิงฟันปรบมือชอบใจ ที่ได้แกล้งเขา แล้วมันก็ดึงแขนเสื้อของเขา"นี่แกจะพาฉันไปไหน""จะให้ฉันตามแกไปเหรอ"เจ้าฉีเคอะมันดึงแขนเสื้อเขา ทำท่าทำทาง เหมือนอยากจะให้เขาตามมันไปที่ไหนสักแห่ง แล้วมันก็วิ่งนำทางไป บางครั้งมันก็ส่งเสียงร้อง พยายามเร่งให้เขาเดินเร็ว ๆ ทั้งคู่เดินทางร่วมยี่สิบนาทีในที่สุดหนึ่งคนหนึ่งลิงก็มาหยุดยืนอยู่ที่ดงต้นท้อ ฉินฟ่านมองซ้ายมองขวาอย่างงง ๆ"ที่นี่ไม่เห็นจะมีอะไรเลย แกพาฉันมาที่นี่ทำไ

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 11 สุราวานร

    อู่อี๋ซานอยู่ในมณฑลฝูเจี้ยน มีอาณาเขตเจ็ดสิบตารางกิโลเมตร มีหวงกั่งซานเป็นยอดเขาที่สูงที่สุด อยู่เหนือระดับน้ำทะเล 2,158 เมตร ได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลก ทั้งทางด้านวัฒนธรรมและธรรมชาติ สภาพอากาศบริสุทธิ์การันตีได้ว่า ที่นี่มีทัศนียภาพสวยงามที่สุดของจีน แถมยังเป็นสถานที่ต้นกำเนิดของชาดีที่สุด เช่น ชาสุ่ยเซียน โย่วกุ้ย อูหลง ฝอโส่ว เหมยจัน อีกทั้งยังอุดมไปด้วยสมุนไพรและสัตว์ป่าหายากนานาชนิดโปรแกรมทัวร์ส่วนใหญ่มักจะพาลูกทัวร์เที่ยวชมไร่ชาต้าหงเผา ล่องแพไม้ไผ่จิ่วชีว์ซี ชมความงามของธารน้ำเก้าโค้งสิบแปดเลี้ยว ที่ใสสะอาดดุจกระจกเงา ชมวิวทิวทัศน์สองฟากฝั่งธาร ที่งดงามดุจแดนสวรรค์ ถ่ายรูปสวย ๆ คู่กับเขาเทียนโหยว เอาไว้ไปอวดเพื่อนในโลกโซเชียล แวะเดินเล่นชอปปิงของที่ระลึก ที่ถนนโบราณราชวงศ์ซ่งฉินฟ่านมองทัศนียภาพที่งดงามของทิวเขา ที่ทอดยาวต่อเนื่องกันลูกแล้วลูกเล่า ความเขียวชอุ่มแสดงถึงระบบนิเวศน์ที่สมบูรณ์ พลางครุ่นคิดในใจว่า เขาจะต้องใช้เวลาเดินทางยาวนานสักเท่าใดโบราณยังเคยกล่าวไว้ว่า มองขุนเขาควบอาชาจนสิ้นใจ ตอนนี้อาชาหรือล่อสักตัวก็ไม่มี มีแต่ต

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 10 หวังว่าคุณจะเข้าใจ

    ฉินฟ่านประคองเขาเดินกลับบ้านที่อยู่ไม่ไกล"นี่...พี่เขยอย่าหาว่า ผมคุยโวโอ้อวดเลยนะ พี่สาวของผมเอง หุ่นเหิ่นก็แจ่มไม่เบา แถมยังเป็นคนจิตใจดีอีกต่างหาก สาว ๆ ในย่านนี้สวยสู้พี่สาวของผมไม่ได้เลยสักคน ฝีมือทำอาหารก็เป็นเลิศ ทั้งสวยทั้งเก่งขนาดนี้หาไม่ได้ง่าย ๆ นะครับ พี่เขยไม่คิดจะสนใจบ้างเลยเหรอ ถ้าพี่เขยตกลงเซย์เยส เดี๋ยวผมชงเรื่องให้เอง รับรองว่าสำเร็จปิดจ๊อบในเดือนเดียว"ฉินฟ่านฟังเหลียนเฮ่อแล้ว ก็ได้แต่ยิ้ม ดูแล้วก็ไม่รู้ว่า ในหัวของเขาคิดเห็นยังไงกับเรื่องการเชื่อมสัมพันธไมตรี ระหว่างพี่เขยสด ๆ กับน้องเขยหมาด ๆยิ่งเรียกยิ่งชินปาก แถมพี่เขยคนนี้ไม่เพียงมีวรยุทธสูงส่งระดับเทพเซียน ยังหาเงินเก่งอีกต่างหาก ถ้าหากยังไม่รีบคว้าไว้เป็นพี่เขย ก็เอาหัวโขกเต้าหู้ ให้ตายไปเลยยังดีซะกว่า โทษฐานที่โง่งม อีแบบนี้ต้องรีบกลับไปเป่าหูพี่สาวซะหน่อยแล้วพอทั้งคู่มาถึงหน้าบ้าน"กรี๊ด!"เสียงกรี๊ดดังลั่น พร้อมเงาคนวิ่งออกมาอย่างรวดเร็ว เพราะเหลียนฟ่งเห็นทั้งคู่แต่ไกล คนหนึ่งเดินกะโผลกกะเผลก ส่วนอีกคนก็ป

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 8 เรดาร์หญิง

    หลังจากกินอิ่มแล้ว พวกเขากำลังจะแวะเข้าไปดูของ ที่ร้านค้าวัตถุโบราณแห่งหนึ่ง"นี่ ทำไมคนพวกนั้นเขามองเรากันใหญ่เลยล่ะ คุณลืมรูดซิปหรือเปล่า"เหลียนฟ่งกระซิบถามเบา ๆ ด้วยความสงสัย "โธ่คุณ ผมใส่กางเกงวอร์มนะ มันจะมีซิปได้ยังไง เฮ้อ ทำยังไงได้ พวกชาวบ้านก็อย่างนี้แหละ พวกเขาคงไม่เคยเห็นผู้หญิงสวย ๆ รวยเสน่ห์อย่างคุณมาเดินเล่นแถวนี้มั้ง""แหม ปากหวานจริง ๆ นะคะคุณชายฉิน"เขาแกล้งหยอกเธอ เหลียนฟ่งแก้มแดงขึ้นมาด้วยความเอียงอาย ร้อยทั้งร้อยมีสาวคนไหนไม่ชอบบ้างล่ะ เวลาได้ยินผู้ชายที่ตัวเองชอบชมว่าตัวเองสวย"ปากหวานนะอีกเรื่องหนึ่ง ผมพูดความจริงต่างหากล่ะ คุณหนูเหลียนน่ะทั้งสวยทั้งน่ารักอย่าบอกใครเลยล่ะ ใครได้คุณเป็นแฟนคงมีความสุขที่สุดในโลก""คุณก็พูดเกินไป""รับรองว่าจริงจัง จริงใจ""อย่าหลอกกันนะ""ถ้าหลอกให้หยิกเลย"ทั้งสองหยอกล้อต่อปากต่อคำกัน ท่ามกลางสายตาชาวบ้าน เหลียนฟ่งยืนบิดตัวไปมา ยิ้มหน้าบานอย่างมีความสุข แถมยังตีแขนเขาเบา ๆ ด้วยความเขินอาย ทันใดนั้นเรดาห์ลางสังหรณ์ของผู้หญิงก็ส่งสัญญาณเตือนภัยขึ้นมา เพราะหางตาของเธอ เห็นสาว ๆ หน้าตาสะสวยรุ่นราวคราวเดียวกับเธอสามสี่คน กำลังชี้ชว

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status