LOGINฉันยืนอยู่หน้าบานกระจกใสสูงจากพื้นจรดเพดานบนชั้นสูงสุดของสำนักงานใหญ่ คอนนอลลี่ กรุ๊ป ชั้นหกสิบแปด... ทิวทัศน์ขอบฟ้าทั้งหมดของนิวยอร์กทอดตัวอยู่เบื้องล่าง แสงไฟระยิบระยับนับพันจุดกระจัดกระจายอยู่ท่ามกลางความมืดมิด ราวกับกระดานเกมที่ถูกใครบางคนปัดตกกระจัดกระจาย และฉันเป็นเพียงคนเดียวที่รู้วิธีประกอบมันกลับคืนมาคุณพ่อเดินถือแก้วนมสดอุ่นๆ เข้ามาวางไว้ข้างตัวฉัน "ยังร้อนอยู่นะลูก รอสักสองสามนาทีก่อน" น้ำเสียงของเขานุ่มนวลและระมัดระวัง ราวกับกำลังพูดกับแก้วเจียระไนอันแสนเปราะบาง ซึ่งมันดูตลกสิ้นดีเมื่อนึกถึงความจริงที่ว่าชายคนนี้คือคนที่ใช้เวลาหลายสิบปีบดขยี้คู่แข่งในโลกธุรกิจจนแหลกลาญ แต่ตอนนี้เขากลับต้องมาเดินย่องเบาๆต่อหน้าฉันฉันยกมือขวาขึ้นมาจ้องมองข้อมือตัวเอง บาดแผลหายสนิทดีแล้ว ผิวหนังใหม่นุ่มและเป็นสีชมพูอ่อนๆ โดยมีรอยแผลเป็นวงจางๆ หลงเหลืออยู่รอบขอบ คุณพ่อเคยเปรยเรื่องพาไปทำเลเซอร์เพื่อลบมันออก แต่ฉันปฏิเสธไป... เก็บมันไว้นั่นแหละ มันคอยเตือนใจฉันว่าใครคือคนที่ควรถือเป็นมิตรและใครที่ไม่ควร และเรื่องนั้นมันสำคัญมาก"ลูกได้อ่านรายงานของประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงินหรือยัง?"
หนึ่งเดือนต่อมาข่าวการล้มละลายและการชำระบัญชีล้างครอกของแฮร์ริสัน กรุ๊ป ขึ้นหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ติดต่อกันถึงสามวันเต็ม ผู้นำตระกูลแฮร์ริสันช็อกจนหัวใจวายเฉียบพลันจากความตกใจและยังคงไม่รู้สึกตัวอยู่ในห้องICUส่วนเรื่องมือของคอรี่ คุณพ่อสั่งให้คนของเราชะงักมือไว้ ไม่ถึงขั้นหักมือเขาทั้งสองข้างอย่างที่พูด สุดท้ายพวกเขาก็แค่หักนิ้วมือไปสองนิ้ว ซึ่งถือเป็นการให้เกียรติเยื่อใยไมตรีสุดท้ายที่เคยมีต่อคนรุ่นพ่อของคอรี่ แต่นั่นก็เพียงพอแล้วไม่มีใครในนิวยอร์กกล้าทำธุรกิจกับคนที่กล้าหักหลังตระกูลคอนนอลลี่อีก ทุกบริษัทในเมืองเพิ่มชื่อของคอรี่ แฮร์ริสัน ลงในแบล็กลิสต์ เมื่อไร้ซึ่งรายได้และหมดสิ้นอนาคต ใบหน้าหล่อเหลาหมดจดที่เขาเคยภาคภูมิใจ ตอนนี้กลับซุกซ่อนอยู่ใต้หนวดเคราร่ำร่อที่ปล่อยทิ้งไว้หลายสัปดาห์ เขาต้องคุ้ยถังขยะหลังร้านฟาสต์ฟู้ดเพื่อประทังชีวิตคืนหนึ่ง เขาแอบขโมยแซนด์วิชชืดๆ ที่คนไร้บ้านซุกไว้ในกล่องกระดาษ ชายคนนั้นจึงใช้ขวดแก้วฟาดเข้าที่หัวของคอรี่อย่างแรง คอรี่ลงไปนอนขดตัวอยู่บนขอบฟุตบาท ใช้มือกดเบ้าตาขวาที่มีเลือดไหลทะลักออกมาปานน้ำ โดยไม่มีใครเหลียวมองเขาเลยสักคนเดียวส่วนเรื่อง
ทีมทนายความมาถึงเร็วกว่าที่ฉันคาดไว้ซะอีก แปดชีวิตในชุดสูทสีดำสนิท เสียงเปิดกระเป๋าเอกสารดังขึ้นพร้อมกันเป็นจังหวะเดียวตลอดความยาวของโต๊ะอาหารคุณพ่อโยนหนังสือสัญญาหย่าลงตรงหน้ามาร์กาเร็ต "เซ็นสิ"คำเดียวสั้นๆมาร์กาเร็ตฝืนยันตัวขึ้นด้วยศอกข้างหนึ่ง หรี่ตามองผ่านเปลือกตาที่บวมปูดจนแทบปิดสนิท เพื่อกวาดสายตาอ่านเอกสาร... ไม่เหลืออะไรเลย เธอไม่ได้อะไรไปเลยสักอย่าง อสังหาริมทรัพย์ทั้งหมดถูกยึดคืน หุ้นทั้งหมดถูกยกเลิก และสิทธิในการเรียกร้องสินทรัพย์ของคอนนอลลี่ กรุ๊ป ทุกรูปแบบถูกตัดขาดอย่างถาวรเธอกัดริมฝีปากที่มีคราบเลือดแน่น พลางส่ายหน้า "ฉันไม่เซ็น... เรย์มอนด์คะ... ยี่สิบปี... คุณจะทำกับฉันแบบนี้ไม่ได้นะ..."คุณพ่อนั่งลงบนโซฟาอย่างผ่อนคลาย ไขว่ห้าง เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท "ก็ดี ไม่เซ็นก็ไม่ต้องเซ็น คฤหาสน์หลังนี้มีกล้องวงจรปิดหนึ่งร้อยยี่สิบเจ็ดตัวคืนนี้ฉันจะให้คนก๊อปปี้ไฟล์วิดีโอส่งตรงถึงเอฟบีไอ ข้อหาลักพาตัว กักขังหน่วงเหนี่ยว ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บสาหัส อย่างต่ำๆ ก็ติดคุกสิบห้าถึงยี่สิบปี" เขายกนิ้วนับทีละนิ้ว "ตอนนี้เธออายุสี่สิบหก ออกมาก็หกสิบหกพอดี ตลกดีเหมือนก
สองชั่วโมงต่อมา ณ โถงกลาง คฤหาสน์ตระกูลคอนนอลลี่มาร์กาเร็ตกำลังยัดทองคำแท่งลงในกระเป๋าเดินทาง มือของเธอสั่นเทาเสียจนทองคำแท่งกระทบกันดังกร๊องแกร๊ง อยู่ทางอีกฝั่งของห้อง อิซาเบลล่ากำลังกวาดเครื่องประดับยัดใส่กระเป๋าเบอร์กิ้น ทั้งกำไลหยก สร้อยคอเพชร เข็มกลัดทับทิม หรืออะไรก็ตามแต่ที่เธอจะไขว่คว้ามาได้"เร็วเข้า ประตูหลัง เดี๋ยวนี้เลย" เสียงของมาร์กาเร็ตแทบไม่พ้นเสียงกระซิบอิซาเบลล่าคว้ากระเป๋าแล้วออกวิ่ง เธอผลักประตูหลังเปิดออกชายชุดดำหกคนยืนเรียงแถวอยู่ตรงนั้น และคนข้างหน้าสุดกำลังเล็งปืนสั้นตรงมายังหน้าผากของเธอพอดี อิซาเบลล่ากรีกร้องลั่น กระเป๋าลื่นหลุดมือ เครื่องประดับกระจายเกลื่อนเต็มพื้นการ์ดก้าวเท้ามาข้างหน้า ปลายกระบอกปืนหันตามหัวของเธอขณะที่เธอสะดุดก้าวถอยหลังกลับเข้ามากลางโถง การ์ดอีกทีมพาตัวมาร์กาเร็ตเข้ามาทางประตูครัว ทั้งสองคนถูกผลักเข้าไปกักไว้กลางโถงใหญ่ ไร้เก้าอี้ ไร้ฝาผนังให้พักอิง ไร้ที่ให้ซุกซ่อนตัว ได้แต่นิ่งค้างอยู่กลางพื้นที่โล่งราวกับสัตว์จนมุมเสียงเฮลิคอปเตอร์ดังกระหึ่มเหนือหัว จากนั้นประตูหน้าก็เปิดออกคุณพ่อเดินเข้ามา ดวงตาของเขาบอกเล่าทุกอย่าง แดงฉา
รถกระบะยังคงเคลื่อนตัวไปข้างหน้า แม่บังเกิดเกล้านั่งไขว่ห้าง พูดคุยกับพ่อบังเกิดเกล้าถึงแผนการที่เธอวางไว้สำหรับอนาคตของฉันอย่างสบายอารมณ์"พอไปถึงบ้าน จับมันขังไว้ในห้องใต้ดินสักสามวัน อดข้าวอดน้ำ ถ้ามันยังไม่ยอมเอ่ยปากเรียกพวกเราว่าพ่อกับแม่ ก็ไม่ต้องปล่อยมันออกมา ถ้ามันยอมว่าง่าย ก็จับแต่งงานไป แต่ถ้ามันขัดขืน ก็ทุบตีมันจนกว่ามันจะยอม"ฉันนั่งเอนหลังพิงเบาะหลังโดยไม่เอ่ยคำใด... ฉันกำลังคอยเวลาเสียงกระหึ่มกึกก้องผ่าแหวกท้องฟ้าด้านบน เฮลิคอปเตอร์ลำใหญ่ยักษ์สามลำบินโฉบลงมาในระดับต่ำ ใบพัดหมุนกระพือลมพัดกระหน่ำปะทะเข้ากับตัวรถกระบะอย่างจัง ตัวรถโคลงเคลงเอียงไปข้างๆ พ่อบังเกิดเกล้ารีบจับพวงมาลัยไว้แน่นแล้วกรีดร้องลั่น เหยียบเบรกซ้ำๆแต่ว่ามันสายไปเสียแล้วรถเอสยูวีหุ้มเกราะสีดำนับสิบคันพุ่งพรวดเข้ามาจากทุกทิศทุกทาง กันชนของคันแรกพุ่งชนเข้าที่ล้อหน้าซ้ายของรถกระบะด้วยความเร็วหกสิบไมล์ต่อชั่วโมง เสียงโลหะบิดเบี้ยวบดขยี้กันดังสนั่นบาดแก้วหู รถกระบะไถลออกข้างไปถึงสองเมตร ส่งผลให้ร่างของคนทั้งสองคนที่นั่งข้างหน้าพุ่งไปกระแทกกับกระจกหน้าอย่างแรงแม่บังเกิดเกล้ายกมือทั้งสองข้างขึ้นกุมหน้
เสียงตวาดลั่นทางโทรศัพท์ยังคงดังอย่างต่อเนื่อง ขาของมาร์กาเร็ตสั่นพั่บๆ แต่ด้วยประสบการณ์การคุมเกมในสังคมมาตลอดยี่สิบปี จึงบีบให้เธอต้องดึงความเยือกเย็นกลับคืนมาเธอเลียริมฝีปากที่แห้งผาก พยายามพยุงน้ำเสียงให้เรียบสม่ำเสมอที่สุดเท่าที่จะทำได้ "เรย์มอนด์ ใจเย็นๆ ก่อนนะคะ ฟังฉันอธิบายก่อน ไอวี่เป็นฝ่ายเดินออกไปเองค่ะ เธอยอมรับไม่ได้ที่อิซาเบลล่ากลับมา ก็เลยอาละวาด เก็บข้าวของออกไปจากบ้านเอง ฉันห้ามไว้ไม่ทันจริงๆ"อิซาเบลล่ารีบรับช่วงต่อทันควัน บีบน้ำเสียงให้ฟังดูเจ็บปวดรวดร้าวอย่างพอเหมาะพอเจาะ "พ่อคะ ก่อนไปเธอยังพังเรือนกระจกจนราบคาบ กระจกแตกกระจายหมดเลย... หนูตกใจมาก แต่ก็ไม่อยากทำให้พ่อต้องเป็นห่วงค่ะ"สองแม่ลูกเล่นละครรับส่งกันได้อย่างแนบเนียนเข้าขากันราวกับเป็นปี่เป็นขลุ่ยปลายสายเงียบกริบไปราวสามวินาที"เดินออกไปเองงั้นเหรอ? พังเรือนกระจกด้วยเหรอ?"เขาเอ่ยทวนคำช้าๆ ทีละคำอย่างหนักแน่น "มาร์กาเร็ต เธอมีเวลาตั้งยี่สิบปีในการแต่งเรื่อง แต่นี่คือปัญญาที่เธอทำได้ดีที่สุดแล้วเหรอ?"กล้ามเนื้อบนใบหน้าของมาร์กาเร็ตกระตุกเกร็ง"มีกล้องวงจรปิดซ่อนอยู่ทั่วคฤหาสน์หลังนี้ถึงหนึ่งร้อยยี่สิ