Se connecter“จ้าวอวี้เหิง ท่านจะทำอันใด...”เจียงโย่วหนิงรู้สึกใจสั่นสะท้านขึ้นมาวูบหนึ่งเบื้องหน้ามืดสลัวจนมองไม่เห็นสิ่งใด ทว่ากลับรับรู้ได้ถึงแผงอกแกร่งที่ทาบทับลงมา ในลมหายใจล้วนอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมเย็นของโกฐชฎามังสีจากกายเขานางยกมือขึ้นผลักเขาตามสัญชาตญาณ“มือบาดเจ็บอยู่อย่าขยับซี้ซั้ว...”จ้าวหยวนเช่อคว้าข้อมือนางไว้ทว่าช้าไปเสียแล้ว“ซี๊ด...”ปลายนิ้วของเจียงโย่วหนิงชนเข้ากับแผงอกของเขา ความเจ็บปวดทำให้นางถึงกับสูดลมหายใจเข้าลึก“ท่านทำให้ข้าเจ็บ...”น้ำเสียงของนางเจือแววสะอื้น ทั้งยังกำหมัดทุบตีเขา“เจ็บแล้วยังจะตีอีกหรือ?”มือใหญ่ของจ้าวหยวนเช่อรวบข้อมือนางไว้ ดึงนางเข้ามาในอ้อมกอดแล้วเอนกายลงนอนตะแคงนางจึงถูกบีบบังคับให้ต้องซุกตัวอิงแอบแนบชิดอยู่ในอ้อมอกของเขา“ท่านจะทำอันใด?”เจียงโย่วหนิงออกแรงดิ้นรน“เจ้าบาดเจ็บถึงเพียงนี้ ข้ายังจะทำอันใดได้อีก?”จ้าวหยวนเช่อกอดนางแน่นขึ้น ใช้ขายาวเกี่ยวขานางไว้มิให้ขยับเขยื้อน น้ำเสียงเจือความจนใจอยู่นิด ๆเมื่อเจียงโย่วหนิงได้ยินเขาเอ่ยเช่นนั้น ความตึงเครียดในใจถึงได้ผ่อนคลายลง แล้วค่อย ๆ เลิกดิ้นรนภายในม่านเตียงกลับมาเงียบสงบ
นางไม่รบกวนให้เขาต้องมาใส่ใจ“เจ้ากล่าวเช่นนี้ได้ ข้าก็วางใจ อีกไม่กี่วันในจวนจะจัดงานเลี้ยงปีใหม่ ถึงยามนั้นเจ้าอย่าลืมไปร่วมงานเล่า แต่งกายให้งดงามเสียหน่อย อย่าให้รุ่ยอ๋องรู้สึกว่าจวนของเราปฏิบัติต่อเจ้าไม่ดี” นางหานพยักหน้าพลางหยัดกายลุกขึ้นอีกครั้ง “พักผ่อนให้เร็วหน่อยเถิด”“ท่านแม่เดินระวังด้วย ฟู่อวี้ ช่วยข้าไปส่งท่านแม่ที”เจียงโย่วหนิงยืดกายขึ้นกล่าวส่งสายตาทอดมองนางหานเดินออกจากประตูไป กระทั่งได้ยินเสียงฝีเท้าห่างไกลออกไป นางจึงถอนหายใจอย่างโล่งอกเสียทีเรือนร่างที่ตึงเครียดผ่อนคลายลง นางกำลังจะเลิกผ้าห่มขึ้นจ้าวหยวนเช่อกลับมุดออกมาจากใต้ผ้าห่ม สองมือค้ำยันอยู่ข้างกายนาง กักขังนางไว้ในอ้อมแขน พลางก้มลงมองนางจากมุมสูงเพราะอุดอู้อยู่ใต้ผ้าห่มเป็นเวลานาน ใบหน้าขาวซีดเกลี้ยงเกลาของเขาจึงปรากฏริ้วแดงระเรื่อที่หาดูได้ยาก ดวงตาที่ดำขลับลดทอนความคมกริบลง ดูอ่อนโยนและกระจ่างใสขึ้นหลายส่วนท่วงท่านี้ช่างคลุมเครือชวนให้คิดลึกเสียจริง ใบหน้าของเจียงโย่วหนิงพลันแดงซ่าน ยกมือขึ้นผลักแผงอกของเขา“ท่านรีบไปเถิด” นางเบือนหน้าหนีมิยอมมองเขา วาจาที่เอื้อนเอ่ยล้วนไร้เยื่อใยขึ้นเรื่อย
นางไม่ยอมให้จ้าวหยวนเช่อเข้ามาแล้ว แต่เขากลับดึงดันจะมาให้ได้ เมื่อถูกนางหานพบเข้า เรื่องนี้ย่อมต้องให้เขารับหน้านางหานจ้องมองนางอยู่ครู่หนึ่ง แล้ววางรองเท้าข้างนั้นลง“พี่ชายของเจ้าห่วงใยเจ้า ปฏิบัติต่อเจ้าประดุจน้องสาวแท้ ๆ ในใจเจ้าควรจะรู้ดีกระมัง”นางทรุดกายลงนั่งอีกครั้ง เอ่ยปากอย่างเชื่องช้า น้ำเสียงแฝงแววกดดันดูท่า ก่อนหน้านี้นางมิได้มองผิดไปเจียงโย่วหนิงกำลังคิดหวังในตัวบุตรชายของนางจริง ๆถึงว่า โอกาสดีที่จะได้แต่งเข้าจวนรุ่ยอ๋องเช่นนี้ เจียงโย่วหนิงกลับยังมีท่าทีอิดออดที่แท้ทั้งใจก็คิดแต่จะอยู่กับจ้าวหยวนเช่อ ถึงขั้นแอบซ่อนรองเท้าของจ้าวหยวนเช่อเอาไว้ช่างฝันกลางวันเสียจริง!เจียงโย่วหนิงหลุบขนตายาวงอนหนาลง เอ่ยเสียงเบาว่า “ในใจข้าก็ถือว่าเขาเป็นพี่ชายแท้ ๆ เช่นกันเจ้าค่ะ”ในผ้าห่ม มือของจ้าวหยวนเช่อเปลี่ยนไปลูบคลำขาอีกข้างของนางเบา ๆในใจนางทั้งอับอายทั้งร้อนรน ยามนี้ไฟจวนจะลามถึงหลังคาเรือนอยู่แล้ว เขากลับยังมีอารมณ์สุนทรีย์เช่นนี้อีกช้าเร็วนางคงถูกเขาทำให้ตกใจจนเจ็บไข้เป็นแน่“เจ้าก็รู้ นิสัยพี่ชายเจ้านั้นซื่อตรงที่สุดมาแต่ไหนแต่ไร”นางหานเอ่ยอีกครั้ง“
นางหานเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังและห่วงใยคำพูดเหล่านี้ของนางล้วนออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจถึงอย่างไร การที่เจียงโย่วหนิงแต่งงานกับรุ่ยอ๋องย่อมเป็นผลดีต่อจวนเจิ้นกั๋วกง ในเมื่อมิอาจปฏิเสธเรื่องนี้ได้ เช่นนั้นก็จงกอบโกยผลประโยชน์จากมันเสียเถิด“คำสอนของท่านแม่ ลูกจำใส่ใจแล้วเจ้าค่ะ”เจียงโย่วหนิงก้มหน้าขานรับเหตุผลที่นางหานกล่าวมา มีหรือที่นางจะไม่เข้าใจ?รุ่ยอ๋องผู้นั้น นางไม่เคยพบหน้าค่าตามาก่อน และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาหมายตานางตั้งแต่เมื่อใดทว่านางรู้ดี อีกฝ่ายย่อมเกิดความหลงใหลในรูปโฉมเป็นแน่ เหล่าเชื้อพระวงศ์ผู้สูงศักดิ์มักเป็นเช่นนี้เสมอ การถูกตาต้องใจสตรีก็ไม่ต่างอันใดกับการถูกใจสิ่งของสวยงาม ล้วนต้องสรรหาสารพัดวิธีเพื่อให้ได้มาครอบครองทว่าเมื่อได้มาอยู่ในมือแล้วกลับไม่รู้จักทะนุถนอม พวกเขามีของดีงามมากมายให้ครอบครอง แล้วจะมอบรักแท้ให้ผู้ใดได้อย่างไร?ต่อให้แรกเริ่มจะรู้สึกแปลกใหม่กับนางอยู่บ้าง ทว่าภายหลังย่อมต้องเบื่อหน่ายดั่งเช่นประโยคหนึ่งที่จ้าวหยวนเช่อเคยสอนนางไว้ ใช้รูปโฉมปรนนิบัติผู้อื่น จะยั่งยืนไปได้สักเพียงไรเชียว?ทันทีที่นางกล่าวจบ ฝ่ามือใหญ่ของจ้าวหยวนเช่อก็
ต่างฝ่ายต่างรู้กันอยู่แก่ใจโดยมิต้องเอ่ย“ทว่า ข้าฟังจากรับสั่งของฝ่าบาทแล้ว รุ่ยอ๋องที่เพิ่งรับกลับวังมาจากข้างนอกเมื่อปีก่อน ดูเหมือนจะมีเจตนารับเจ้าเข้าจวนรุ่ยอ๋อง โย่วหนิง เจ้าเคยพบหน้ารุ่ยอ๋องตั้งแต่เมื่อใดกัน?”นางหานจ้องมองนาง พลางเอ่ยถามข้อสงสัยในใจออกมาเจิ้นกั๋วกงก็ให้นางมาสืบถามเรื่องนี้เช่นกันรุ่ยอ๋องผู้นั้น ในราชสำนักมีผู้ที่เคยพบหน้าเพียงหยิบมือ จ้าวเชียนหัวเองก็บังเอิญเดินชนเขาที่ตลาดโดยมิได้ตั้งใจ จึงได้ล่วงรู้ฐานะของเขาต่อมา ยามที่จวนจัดงานเลี้ยง เพื่อบุตรสาวแล้ว นางถึงกับจงใจส่งเทียบเชิญไปยังจวนรุ่ยอ๋องแต่เทียบเชิญนั้นกลับเงียบหายไปราวก้อนหินจมลงสู่ก้นทะเล มิได้รับการตอบกลับแม้แต่น้อยนึกไม่ถึงเลยว่า เจียงโย่วหนิงจะมีวาสนาดีถึงเพียงนี้ ถึงขั้นเป็นที่ต้องตาต้องใจของรุ่ยอ๋องในใจนางรู้สึกว่าเจียงโย่วหนิงนั้นไม่คู่ควร ทว่าก็จนปัญญาจะทำสิ่งใดได้“ข้าเองก็ไม่รู้เจ้าค่ะ”บนใบหน้าขาวกระจ่างของเจียงโย่วหนิงเต็มไปด้วยความงุนงงนางกล่าวความจริง นอกเสียจากองค์หญิงจิ้งเหอแล้ว นางก็ไม่เคยพบเชื้อพระวงศ์องค์อื่นในวังมาก่อนเลยจริง ๆยิ่งมิต้องเอ่ยถึงรุ่ยอ๋องผู้ลึกลับผู
นางกลัวว่านางหานจะสังเกตเห็นความผิดปกติ จึงบีบแขนเสื้อซับหยาดเหงื่ออย่างแนบเนียน บังคับตนเองให้สงบสติอารมณ์ลง“ท่านแม่ต้องจัดการธุระในจวน ช่างเหน็ดเหนื่อยเกินไปแล้วเจ้าค่ะ ข้าสามารถดูแลตนเองได้”นางหลุบขนตางอนยาวสีดำขลับลง ภายในใจเริ่มครุ่นคิดช่วงหลายปีที่จ้าวหยวนเช่อมิได้อยู่ในจวน นางหานแทบจะไม่เคยแม้แต่จะมาพบหน้านางด้วยซ้ำทว่าตั้งแต่จ้าวหยวนเช่อกลับมา ไม่ว่าทางสีหน้าหรือวาจา นางหานล้วนปฏิบัติต่อนางด้วยความเมตตาปรานี ทว่าไม่เคยลงมือกระทำสิ่งใดอย่างแท้จริง ตัวอย่างเช่นการจัดมุมผ้าห่มให้นางเช่นนี้ นี่เป็นครั้งแรกที่นางได้รับการปฏิบัติเช่นนี้วันนี้นางหานผิดปกติไปถึงเพียงนี้ หรือว่ามีเรื่องใดที่ต้องใช้งานนางกระนั้นหรือ?“ที่ข้ามาก็มิได้มีเรื่องอื่นใด เพียงอยากถามเจ้าสักหน่อย ว่าเจ้าชงชาเป็นได้อย่างไร?”บนใบหน้าของนางหานเจือรอยยิ้มบางเบา เอ่ยถามความสงสัยในใจออกมา“ยามว่างข้าไม่มีสิ่งใดทำ เห็นพี่หญิงสามชงชา จึงลองศึกษาด้วยตนเองเจ้าค่ะ”หัวใจของเจียงโย่วหนิงกระตุกวูบ รีบหาข้ออ้างอย่างรวดเร็วนางกลับนึกไม่ถึงว่าการแสดงฝีมือในวันนี้ จะทำให้นางหานรวมถึงคนทั้งจวนเจิ้นกั๋วกงเกิดความร
นางหานชำเลืองมองเจียงโย่วหนิงแวบหนึ่งหางตาเจียงโย่วหนิงเห็นจ้าวหยวนเช่อเงยหน้า เหมือนจะมองมาทางนี้เช่นกันนางแสร้งทำใจเย็น คีบขนมพุทราขึ้นมาใหม่แล้ววางหน้าตัวเอง แล้วกัดคำเล็กไปหนึ่งคำจืดชืดราวกับเคี้ยวขี้ผึ้งเหตุใดนางหานจึงถามเช่นนี้กะทันหัน? ไม่ได้ตั้งใจหรือ? หรือดูบางอย่างออก จึงจงใจเหยียด
เมื่อเดินตามร่างสูงใหญ่ของจ้าวหยวนเช่อที่อยู่ข้างหน้าออกจากศาลบรรพบุรุษ นางถึงพบว่าด้านนอกฝนตกแล้วฝนพรำโปรยปราย ความเปียกชื้นที่เจือความเย็นพัดมา ทำให้นางอดตัวสั่นไม่ได้“นายท่าน”ด้านข้าง ชิงเจี้ยนที่ติดตามจ้าวหยวนเช่อมาหลายปียื่นร่มกระดาษไขให้คันหนึ่งจ้าวหยวนเช่อกางร่มออก ปรายตาส่งสัญญาณให้เ
“เจ้าช่างมีน้ำใจ มานั่งกับข้าตรงนี้มา”นางหานยิ้มพร้อมกวักมือเรียกเจียงโย่วหนิง ส่งสัญญาณให้นางมานั่งลงข้างตัวเองตอนนี้อยู่ข้างนอก ต้องดีกับเจียงโย่วหนิงหน่อย จะได้สร้างชื่อเสียงดีงามให้ตัวเองด้วยเจียงโย่วหนิงเดินเข้าไปหาอย่างว่าง่าย แล้วยื่นล่วมยาให้หมอจางหมอจางสบตากับนางแวบหนึ่ง แล้วพยักหน้
“โย่วหนิง? ไปไหนแล้วล่ะ?”นางหานเดินมาหลังฉากกั้น“ท่านแม่ ท่านอย่าเข้ามาเจ้าค่ะ ข้าไม่ระวังทำน้ำนมเลอะตัว กำลังเช็ดอยู่เจ้าค่ะ”ภายใต้ความคับขัน เจียงโย่วหนิงรีบหาข้ออ้าง ฝ่ามือชื้นไปด้วยเหงื่อนางหานได้ยินดังนั้นจึงหยุดฝีเท้า ถามนาง “พี่ชายเจ้าล่ะ?”เจียงโย่วหนิงหันมองจ้าวหยวนเช่อ ในดวงตาคือค







