تسجيل الدخول“พวกเรากินมื้อเช้ากันเถิด”เทศกาลหยวนเซียวจ้าวหยวนเช่อให้นางกินโคมหัวผักกาด ที่แท้ก็มีความหมายเช่นนี้นี่เองหากนางรู้แต่แรก ย่อมไม่มีทางกินโคมหัวผักกาดนั่นแน่ผู้ใดอยากมีลูกกับเขากัน?ช่างหน้าไม่อายเสียจริงเขาช่างน่ารังเกียจนัก ดีแต่รังแกที่นางไม่รู้ประสีประสา หลอกล่อให้นางทำเรื่องพรรค์นี้“คุณหนู ข้าทำเองเจ้าค่ะ”ฟางเฟยรีบก้าวเข้าไปรับงานในมือนางมาฟู่อวี้ก็เข้าไปช่วยด้วยอู๋มามาดึงมือเจียงโย่วหนิงเบา ๆเจียงโย่วหนิงขยับเข้าไปใกล้แล้วเอ่ยถามเสียงเบา “มีอันใดหรือมามา?”“ท่านคิดดีแล้วจริง ๆ หรือ ว่าจะไป?” อู๋มามาลดเสียงต่ำถามนาง“อืม” เจียงโย่วหนิงพยักหน้าอย่างแรง แววตาแน่วแน่อู๋มามาพยักหน้าเช่นกัน “ดี ที่มามายังมีเงินอยู่อีกเล็กน้อย ท่านรับไปจัดการเถิด”“มามา เงินของท่านท่านเก็บไว้ก่อนเถิด หากข้าไม่พอใช้แล้วค่อยมาเอาที่ท่าน”เจียงโย่วหนิงรั้งตัวนางไว้อู๋มามาจะมีเงินสักเท่าไรกันเชียว? ก็แค่เบี้ยหวัดรายเดือนเมื่อหลายปีก่อน และเป็นส่วนที่เหลือจากการใช้จ่ายเพื่อตัวนางทั้งสิ้นนางทำใจหยิบฉวยเงินของอู๋มามาไม่ได้จริง ๆ“เช่นนั้นก็ได้ หากท่านไม่พอใช้ก็บอกข้า”อู๋มามามองนา
……เรือนราคาถูกหลังนี้ อิฐสีเขียวล้วนซีดจางลงไปหมดแล้วอู๋มามากำลังอาบแดดอยู่ริมกำแพง พลางพูดคุยกับหญิงชราเพื่อนบ้านอีกสองสามคนดูเหมือนพวกนางจะพูดคุยถึงเรื่องน่ายินดีอันใดสักอย่าง จึงพากันหัวเราะร่วนขึ้นมาพร้อมกัน“มามา”เจียงโย่วหนิงร้องทักทายขึ้นประโยคหนึ่งเมื่อเห็นว่าอู๋มามามีสีหน้าแดงปลั่งเปล่งปลั่ง กิริยาวาจากระฉับกระเฉงกว่าแต่ก่อนมาก ในใจก็ปลาบปลื้มยิ่งนักร่างกายของมามาฟื้นฟูขึ้นไม่น้อย เช่นนี้ยามที่พวกนางจากไปก็จะสะดวกขึ้นบ้าง“โอ้!”อู๋มามาเห็นนางก็รีบหยัดกายลุกขึ้นนางมิกล้าเอ่ยเรียกเปิดเผยฐานะของอีกฝ่าย จึงหันไปเอ่ยทักทายหญิงชราเหล่านั้น แล้วเดินเข้าไปจูงมือเจียงโย่วหนิงเดินเข้าไปในเรือน“มามา ยามนี้ท่านเดินได้เร็วมากแล้ว”เจียงโย่วหนิงทั้งประหลาดใจและดีใจ นางควงแขนอีกฝ่ายเอาไว้อู๋มามาฟื้นตัวได้ดีกว่าที่นางคาดไว้เสียอีก“มิใช่เพราะท่านดูแลเป็นอย่างดีหรอกหรือ? ท่านหมอจางยังแวะเวียนมาฝังเข็มให้ข้าอยู่บ่อย ๆ ยามนี้ดีขึ้นมากแล้ว” อู๋มามาจูงมือนางเข้าไปในเรือน “รีบนั่งลงเถิด เหตุใดท่านจึงมาที่นี่ได้เล่าเจ้าคะ?”“ข้ามาเยี่ยมท่าน” เจียงโย่วหนิงนั่งลงเคียงข้างนาง “
“วันนี้คุณหนูจะไปเยี่ยมอู๋มามาหรือเจ้าคะ?” ฟางเฟยประหลาดใจ นางเหลียวมองออกไปด้านนอกแล้วลดเสียงลงเอ่ยว่า “มิใช่ว่าท่านซื่อจื่อส่งคนมาเฝ้าอยู่หน้าประตูหรือเจ้าคะ?”นางรู้ถึงแผนการของคุณหนูมาโดยตลอด อีกทั้งยังสนับสนุนให้คุณหนูจากจวนเจิ้นกั๋วกงไปให้ไกลจากเมืองหลวงซื่อจื่อเป็นคนดีทว่าคุณหนูจะติดตามเขาไปอย่างไร้สถานะเช่นนี้มิได้อีกอย่าง ความสัมพันธ์ของพวกเขาตามผังตระกูล หากยังคงพัวพันกันต่อไปย่อมไม่มีจุดจบที่ดีแน่มิสู้จากไปเสียให้พ้น เจ็บสั้นดีกว่าเจ็บยาว“เมื่อวานข้าขอร้องเขาแล้ว” เจียงโย่วหนิงนึกถึงเรื่องเมื่อคืนแล้วหลุบตาลง ใบหน้าแดงเรื่อขึ้นเล็กน้อย “เขาบอกว่าจะให้ข้ายืมคน ข้าเพียงส่งพวกเขาออกไปทำธุระก็พอแล้ว”นางมิได้พบอู๋มามาหลายวันแล้ว ในใจนึกเป็นห่วงยิ่งนักวันนี้ประจวบเหมาะได้ส่งคนของจ้าวหยวนเช่อออกไปทำงานจนหมด นางจึงไปเยี่ยมอู๋มามาได้“เช่นนั้นก็ดีเจ้าค่ะ” ฟางเฟยยิ้ม “ข้าจะไปกับคุณหนูด้วย”เมื่อนางแต่งกายเรียบร้อย นายบ่าวทั้งสองก็พากันเดินออกจากห้องไปฟู่อวี้รออยู่ใต้ระเบียง พอเห็นนางก็รีบย่อกายทำความเคารพ “คุณหนู”คนทั้งสี่ที่อยู่ด้านนอกระเบียงต่างทำความเคารพพร้อมเ
เจียงโย่วหนิงอดมิได้ที่จะเหลียวมองออกไปด้านนอกในยามปกติ ชิงเจี้ยนมิได้ร้อนรนถึงเพียงนี้ นี่ก็เร่งเร้ามาสองคราแล้ว ด้านหน้าคงมิใช่มีเรื่องด่วนอันใดรอให้เขาไปจัดการกระมัง?“รอประเดี๋ยว”จ้าวหยวนเช่อตอบกลับชิงเจี้ยนไปประโยคหนึ่ง สายตาพลันตกลงบนร่างของนางอีกครา“เจ้ารู้หรือไม่ว่าสถานการณ์ในโรงรับจำนำยามนี้เป็นเช่นไร?”เขาเอ่ยถามนางเสียงเบา“ไม่รู้เจ้าค่ะ รู้เพียงว่ามีพนักงานสามคน ผู้ประเมินราคาหนึ่งคน และยังมีคนทำบัญชีอีกหนึ่งคน คนทำบัญชีแม่นางหลิ่วกับท่านแม่คือ... นางเป็นคนของท่านแม่”ยามเอ่ยถึงนางหาน นางรู้สึกลังเลอยู่บ้าง ทว่าก็ยังคงเอ่ยออกมาจ้าวหยวนเช่อก็ใช่ว่าจะไม่รู้หากนางปิดบัง ซ้ำร้ายจะยิ่งอธิบายให้กระจ่างมิได้“หากกล่าวถึงคนเหล่านี้ เจ้าคิดว่าเป็นผู้ใดที่ขัดขวางมิให้เจ้าสืบเรื่องนี้?”จ้าวหยวนเช่อช่วยจัดปอยผมให้นาง พลางเอ่ยชี้แนะอย่างใจเย็นเจียงโย่วหนิงกะพริบตา ครุ่นคิดครู่หนึ่งจึงเอ่ยว่า “คือแม่นางหลิ่วเจ้าค่ะ ข้ากลัวว่าหากผลีผลามไปสืบสาว จะเป็นการทำให้ศัตรูไหวตัวทัน จนพาลสืบอันใดมิได้เลย”“อืม” จ้าวหยวนเช่อพยักหน้า “พักเรื่องแม่นางหลิ่วไว้ก่อน เจ้าคิดว่าคนอื่น ๆ
เหตุใดเขามักจะจดจำได้ทุกครา! พอจุมพิตนาง มือไม้ก็เริ่มอยู่ไม่สุขขึ้นมาทันทีจ้าวหยวนเช่อเม้มริมฝีปาก แผงอกกระเพื่อมไหวเล็กน้อย นิ้วมือม้วนงอเข้าหากัน ลูบไล้ความนุ่มนวลหอมกรุ่นที่ยังหลงเหลืออยู่ที่ปลายนิ้วราวกับหยกอุ่น“พอหรือยัง?”เจียงโย่วหนิงจัดระเบียบชายเสื้อผ้า พลางเอ่ยถามเขาเสียงเบา“อืม”จ้าวหยวนเช่อขานรับคำหนึ่งเจียงโย่วหนิงกำลังจะเอ่ยปากทว่าด้านนอกพลันมีเสียงของชิงเจี้ยนดังขึ้น “นายท่าน ด้านหน้ากำลังรอท่านอยู่นะขอรับ”จ้าวหยวนเช่อมิได้ตอบกลับไปสายตาของเขาจับจ้องลงบนใบหน้าของเจียงโย่วหนิงอีกครา ยกมือขึ้นเช็ดคราบน้ำบนริมฝีปากให้นาง พลางเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ “พวกเขาทั้งสี่คน ล้วนฟังคำสั่งเจ้า”เขากล่าวจบ ก็เตรียมจะลุกขึ้นและปล่อยตัวนางลง“ท่านอย่าเพิ่งไป!”ท่อนแขนเรียวเล็กของเจียงโย่วหนิงสวมกอดลำคอของเขาไว้แน่น โผเข้าสู่อ้อมอกของเขา ไม่ยอมให้เขาจากไปนางยังมีเรื่องที่เอ่ยถามไม่หมดมีเพียงลูกน้องแล้วจะไปมีประโยชน์อันใด? นางไม่รู้จะลงมือเช่นไร ยังคงต้องถามเขา ว่าสมควรเริ่มต้นจากที่ใดหากพึ่งพาเพียงตัวนางเอง คงต้องใช้เวลาเนิ่นนานกว่าจะคิดหาวิธีได้ นางมิอาจปล่อยให้ล่าช้าไ
แพขนตาดำขลับของเจียงโย่วหนิงสั่นระริกแผ่วเบา นัยน์ตาดำขลับมีหยาดน้ำคลอหน่วย ราวกับถูกปกคลุมด้วยม่านหมอก จ้องมองเขาด้วยแววตาพร่ามัวปลายนิ้วของเขาที่มีรอยด้านบาง ๆ ลูบไล้ลงบนริมฝีปากจนก่อให้เกิดความรู้สึกคันยุบยิบ ความรู้สึกชาซ่านทำให้นางเผลอเกร็งเรือนร่างขึ้นมาโดยไม่รู้ตัวนางปัดมือของเขาออกไปตามสัญชาตญาณจ้าวหยวนเช่อจ้องมองนางด้วยแววตาลึกล้ำเจียงโย่วหนิงเงยหน้าขึ้นมองลึกเข้าไปในดวงตาของเขาภายในแววตาดำขลับกระจ่างใสคู่นั้นสะท้อนภาพของนางที่กำลังหน้าแดงซ่านและกระวนกระวายใจนางเบือนหน้าหลบสายตาเขาอย่างลุกลี้ลุกลน หัวใจเต้นกระหน่ำระรัว ราวกับว่าวินาทีต่อมามันจะทะลุหลุดออกมานอกร่างอันที่จริง นางรู้ดีว่ายามนี้ตนเองสมควรทำสิ่งใดนั่นคือการเป็นฝ่ายริเริ่มจุมพิตเขามิใช่เพียงการประทับริมฝีปากลงบนมุมปากของเขาอย่างแผ่วเบาดุจสองคราก่อน แต่เป็นการจุมพิตอย่างดูดดื่มลึกซึ้ง เฉกเช่นที่เขาเคยกระทำต่อนางทว่านางกลับทำตัวไม่ถูก ไม่รู้ว่าควรจะเริ่มเช่นไรดีที่ผ่านมาล้วนเป็นเขาที่เป็นฝ่ายริเริ่ม นางไม่สันทัดเรื่องพรรค์นี้เลยจริง ๆ“ช่างเถิด”จ้าวหยวนเช่อทำท่าจะลุกขึ้น“ท่านช้าก่อน”เจียงโ
“ไม่กลัวถูกขังในศาลบรรพบุรุษ แล้วกลัวไม้ตีมือหรือไม่?”จ้าวหยวนเช่อมือไพล่หลังเดินออกมาจากหลังฉากกั้น ดวงตาใสกระจ่างจ้องจ้าวเชียนหัว แววตาแผ่ซ่านความเยือกเย็น“ท่านซื่อจื่อ!”สาวใช้บ่าวหญิงเฒ่าคุกเข่าเต็มพื้นเจียงโย่วหนิงหน้าซีดจ้องมองจ้าวหยวนเช่อ ในใจเต็มไปด้วยความหวาดกลัว แม้เขาจะไม่อยู่ในต
เจียงโย่วหนิงไม่มีเวลาคิดว่าเขาเข้ามาตั้งแต่เมื่อใด ยื่นมือคิดจะปิดประตูแล้ววิ่งหนี แต่ช่วยไม่ได้ขาสองข้างไม่เอาไหน ไม่ฟังคำสั่งนางสักนิด ก้าวไม่ออกแม้แต่ก้าวเดียว“เข้ามา”จ้าวหยวนเช่อไม่หันหลัง แต่เหมือนมองเห็นการกระทำของนางเจียงโย่วหนิงกลัวถูกคนจับได้ เลยก้มหน้าเดินเข้าห้องด้านใน แล้วถามเสียง
“เจ้าช่างมีน้ำใจ มานั่งกับข้าตรงนี้มา”นางหานยิ้มพร้อมกวักมือเรียกเจียงโย่วหนิง ส่งสัญญาณให้นางมานั่งลงข้างตัวเองตอนนี้อยู่ข้างนอก ต้องดีกับเจียงโย่วหนิงหน่อย จะได้สร้างชื่อเสียงดีงามให้ตัวเองด้วยเจียงโย่วหนิงเดินเข้าไปหาอย่างว่าง่าย แล้วยื่นล่วมยาให้หมอจางหมอจางสบตากับนางแวบหนึ่ง แล้วพยักหน้
“โย่วหนิง? ไปไหนแล้วล่ะ?”นางหานเดินมาหลังฉากกั้น“ท่านแม่ ท่านอย่าเข้ามาเจ้าค่ะ ข้าไม่ระวังทำน้ำนมเลอะตัว กำลังเช็ดอยู่เจ้าค่ะ”ภายใต้ความคับขัน เจียงโย่วหนิงรีบหาข้ออ้าง ฝ่ามือชื้นไปด้วยเหงื่อนางหานได้ยินดังนั้นจึงหยุดฝีเท้า ถามนาง “พี่ชายเจ้าล่ะ?”เจียงโย่วหนิงหันมองจ้าวหยวนเช่อ ในดวงตาคือค







