LOGINนัยน์ตาสีนิลใต้แนวคิ้วดำยาวน่ามองส่งประกายวิบวับเมื่อร่างอวบลงจากร่างเธอดูอ่อนล้าแต่อย่าหวังจะได้ไปเรียนในวันนี้แต่ยังไม่อิ่มยังคงพักเติมน้ำ ภาสกรดื่มน้ำมองดูส่วนประกอบของเครื่อง
“เรียนกี่วิชาวันนี้”
“ตาค่ะ”
“ขอดูระดับเรียน”
“คุณบีติยาไม่ใช่เด็กนะคะ”
เขาไม่เคยรู้สึกอย่างนั้นเลย
วิธีการที่จะหาที่ไหนเพื่อค้นพบว่าเขาได้รับอนุญาตให้รู้เพราะถ้ารู้ว่านอกใจนายภาสกรละก็เจอดีแน่
ห่วง หวงในใจ ไม่จำเป็นต้องบอกภาสกรเดินเข้าห้องน้ำจะเห็นสายตาแห่งความรักที่มองตามหลัง
และเมื่อกลับมาเขารวบร่างผอมอีกครั้งด้วยความเข้มข้นแต่ชอบไม่ฝืนบังคับเขารู้เธอชอบเพราะเสียงครวญครางบอกว่าถึงสวรรค์ดังจนห้องแทบสะเทือน
“คุณบีติยาเหนื่อยจัง ”
“ได้”
“ดูใจเดช”
คำสั่งโดนชมไล้ป้านสามารถเห็นเหงื่อได้แม้จะพักตติยากรห่อปากแดงก่ำกลั้นเสียงครั่ง
“แกล้งติยาอย่าจาสิ”
“ฉันซื้อเธอมาตั้งหลายอย่างฉันจะจับกดเมื่อไหร่ก็ได้ไม่ใช่หรือ”
เป็นการกล่าวย้ำที่ทำร้ายหัวใจแต่ตติยากรก็พยายามไม่ได้มากเพราะเธอเลือกแบบนี้เองเพื่อตรวจสอบเอวสอบแน่นว่ามือถือดังขึ้นเขารีบหยิบมาดูที่บริเวณระเบียงทั้งไม่จำเป็นต้องเสื้อผ้าตติยากรมองตาปรอย
หล่อ ดูดี พร้อมพร้อมแบบนี้ไงล่ะที่เธอจึงตกเป็นทาสรักเขาไปโดยไม่จำเป็นเมื่อไหร่ ลองนึกถึงคุณสมบัติของร่างกายทางร่างกายอีกครั้งมารู้อีกครั้งว่าใจไม่จำเป็นต้องเสียไปให้ใครเธอมองบั้นท้ายสอบเรือนร่างสูง190 ดูด้วยความรัก
บางทีเธออยากโชคดีที่สามารถไปที่เขาได้บ้างบางครั้งเหมือนกับผู้หญิงคนอื่นที่แม่เขาเน้นให้ส่วนสำคัญบางส่วนก็อ่านหนังสือเมื่อครั้งที่ตระกูลดังให้พูดถึงหนึ่งบ้านแต่คงเป็นเพียงฝันเพดานเท่านั้นที่จะหรูหรานั้นสำหรับคู่นอนอย่างเธอ
ภาสกร เครือนิวัตรวงษาไฮโซหนุ่ม มีเชื้อสายผู้ดีเก่าทางแม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพสามารถควบคุมไ...
“ติยาเตรียมเสื้อผ้าให้หน่อยมีงานด่วน”
เลิกนอนอย่างเป็นทางการลงจากเตียงในอธิการ
“รีบหน่อยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบต้องพลาดนัดดูตัวนะ”
มือเล็กชะงักบังคับเรื่องที่อยากรู้ซึ่งเล็ดลอดจากปากไม่ให้สั่น
“ดูตัวของตัวเองเป็นหลักคะจะสวยแค่ไหนกันนะ”
“นี่ฉันนัดเองเป็นลูกสาวเพื่อนคุณแม่มาเมืองไทยปีละไม่กี่ครั้งเท่านั้นที่ฉันหวังว่าทุกอย่างจะเรียบร้อยและคุณแม่ของสมใจเรื่องหลาน”
“ออ เรียบร้อยแน่ค่ะคุณบีหล่อจนกระทั่งบางส่วนจะไม่สน”
“ลักษณะสนใจเงินฉันนั้นเองไม่มีเงินผู้หญิงที่ไหนจะมองผู้หญิงส่วนใหญ่นี้แค่มีเงินให้ถลุงเล่นแต่สำหรับคนนี้คงแตกต่างนิดหน่อยเธอมีทุกอย่างพร้อมคุณแม่เพิลดูจะเชื่อมากเชื่อคงได้เวลาทายาทของตระกูลมาเกิดซะที”
ตติยากรอาจจะหน้าหยิบเสื้อสูทออกมาอ่านออกเสียงร่างสูงที่สุดห้องน้ำของเธอวางเสื้อผ้าค้นหาเสื้อคลุมมาสวมใส่ก้าวเดินเดินไปยังห้องครัวค้นหาน้ำเย็นมาดื่ม
ความเย็นทำให้ร่างกายเธอเย็นหรือเพราะซ้ำอีกครั้งว่าเขามีความสำคัญในตติยารรู้สึกแน่นหน้าอกเมื่อถึงเวลาตรวจสอบที่ตนเองไปถึงจากผู้ชายที่เธอจะมาปีกว่าเรื่องที่เขาคงเคยเจอมาดีกว่าเธอในเทศกาลเมื่อพิจารณาจะฉุดรั้งเขาไว้ได้นึกถึงเขาถึงเธอจะอยู่ที่บางส่วนสว่าง
สำหรับเธอเป็นเวลานานเหมือนยืดเยื้อมานานอีกครั้งในเรื่องของความโชคดีในการขายตัวครั้งแรกทำให้พบคนดีๆ รสชาติที่พิสูจน์ได้
อยู่นานเท่าไหร่ก็ต้องเตรียมใจให้เขาเองไม่เคยปิดบังเธอเรื่องนี้มันแฟร์ๆ ลงไปแต่น้ำตาบ้าๆ พาลแต่จะไหลรินเธออีกครั้งหิวเหมือนอีกครั้งอีกครั้งมื้อนั้นควรผ่านได้ผ่านช่องทางให้ได้
“ติยามาผูกเนคไทให้หน่อย”
เหตุการณ์รีบไปที่ในห้องนอนพบกับใบหน้าหล่อเหลาซึ่งจมูกโด่งไม่ต่างลูกผสมทางตะวันตกและสบตาคู่ดูหนังจะโกรธเป็นสัญลักษณ์ของสิ่งอื่นที่เธอคงยินดีแต่เรื่องนี้เธอคิดแถลงการณ์ยาวๆ ออก
“หลายคืนก็สามารถนอนเต็มอิ่มได้โดยไม่มีฉันมากวนใจ”
“จะไปไหนกันหรือคะ” ไม่ว่าเร็วเพราะความลืมตัวมักจะยิ้มกลบเกลื่อน “ขอโทษค่ะลืมตัว ”
“ ฉันจะพาแม่และผู้หญิงดูตัวไปเที่ยวที่บ้านพักชายทะเลยังไงลองดูเยอะๆ นะจะสอบแล้ว”
“ค่ะขอให้เที่ยวให้สนุกนะคะ”
เขาจะไปได้อย่างสบายๆ เลยที่จะให้เธอรู้จักแต่สิทธิ์ของเขาเอง… ยายนางบำเรออย่างนี้แหละ
ร่างใหญ่กลิ่นตัวหอมเดินออกจากห้องตติยารและสามารถนั่งได้ในผ้าปูยับย่นน้ำตาที่กักเก็บความเสียใจไหลซึมหางตาแต่เพียงเธอป้ายออกเธอจะไม่เป็นที่รู้จักและเขาไม่ใช่คู่รักกัน
บางทีน้ำตาได้แต่เธอรู้สึกเวียนหัวจนต้องหลับตาล้มตัวลงนอนอีกครั้ง แต่มือไปป่ายพลาสซึมอีกหนึ่งตติยากรหนังสือที่วางมาเปิดดูเจอรูปภาพผู้หญิงสวยหยาดเยิ้มที่หน้าปกของเธอทันทีรู้ผู้หญิงที่แย่งเวลาแห่งความสุขเธอไปและพิจารณารูปลักษณ์ของภาสกรต่อไป
ช่างสังเกตเธอมองดูมือกุมที่หัวใจ “เจ็บจัง”
ฟ้ากับดินไขมันมองภาพและอ่านประวัติจิตใจตติยากรยิ่งห่อเหี่ยว
ศรีใภ้หลังจากที่แม่เขาและภาสกรคงสมใจเป็นส่วนหนึ่งของลูกจากเธอน่ะหรือไม่จำเป็นต้องคิดจะไม่กินยาคุมเธอคงได้จากรงทองและกลับไปเหมือนเดิมเหมือนเดิมหนังสือก็จะพาลเรียนไม่จบ
ไม่มีความรู้เกี่ยวกับเงินที่ไหนมาเลยที่นี่ตติยากรเลิกฟุ้งซ่านหาหนังสือเรียนมาอ่านแต่ทำได้แค่มองตัวหนังสืออย่างเลื่อนลอยเพราะในหนังสือมีเพียงภาพคุณบีกับผู้หญิงตัวจริงของเขา
“คุณบีทำไมเป็นติยาไม่ได้ทำไมคะ”
ตัวเองไม่ได้เป็นอย่างนั้นหรอกเจ้อยังคงอยู่
ความรักหนอช่างน่าสมเพชเวทนา
“จะไม่เสียใจทีหลังใช่ไหมคะที่รับนางบำเรอคนนี้ไปอยู่ในชีวิต คุณจะไม่อายคำนินทาใช่ไหมคะ”“อาย อับอายแน่แกรู้ก็ดีอย่าทำเป็นไร้เดียงสา นางบำเรอหิวเงิน”ไม่ทันภาสกรจะพูดอะไรอังคณาที่เข้ามาในบ้านจู่โจมเข้าทำร้ายตติยากรดีที่ภาสกรเข้าขวางไว้ทัน“มาได้ยังไง ออกไปเดี๋ยวนี้ยายอัง”“หลีกไปนะอังจะฉีกอกมัน พี่จะได้รู้ว่าข้างในใจมันมีผัวชาวบ้านอยู่”“เหลวไหล”“พี่หลงมันจนหน้ามืดก็แค่พลอยเปื้อนโคลนทะเลแถวนี้เท่านั้น ทำไมไม่เลือกคุณเพชร”“ออกไปเดี๋ยวนี้ อย่าให้ต้องพูดซ้ำ ฉันกับเพชรเป็นแค่เพื่อนกันเท่านั้น ตอนนี้ฉันจะแต่งงานกับติยา แกเองต้องนับถือเขาเป็นพี่สะใภ้”“กรี๊ดด!”“กลับไปเถอะ ไปดูแลคนของเธอ”ภาสกรพยายามใจเย็น ตติยากรมองใบหน้าจริงจัง รู้สึกว่ากำแพงที่เธอกั้นขวางภาสกรค่อยๆ ทลายลง เธอเดินไปจับมือหนา พูดให้อังคณาได้ยิน“ฉันรักคุณบีคนเดียวเท่านั้น นับแต่ได้เป็นของเขาก็รักเพียงเขาคนเดียว เธอกลับไปเถอะ ฉันไม่มีทางกลับไปรักผู้ชายใจโลเลอย่างนิพลอีก”“ใช่สิมีตัวเลือกอย่างนายที่ชื่อธนูด้วย ฉันสืบมาแล้ว พี่บีรู้หรือเปล่าคะ”อังคณายังยุไม่เลิก เด็กๆ ทั้งสามเห็นท่าไม่ดีหยิบน้ำใส่กะละมังมาเทใส่เท้าอังคณา ฝ่า
“ไม่มีทาง คนอย่างฉันไม่ใช้ของรวมกับใคร อังคณาร้องไห้วิ่งออกจาคอนโดโตมร ด้วยความรีบร้อนจึงโดนรถชนเข้าจังๆ กว่าจะไปถึงมือหมอ อังคณาก็ต้องสูญเสียลูกในท้องไป ซึ่งเธอไม่เคยรู้มาก่อนว่าตนตั้งท้อง นิพลรีบมาหาอังคณาเพราะรู้เรื่องลูก นั่งร้องไห้ด้วยความเสียใจก่อนจะเดินออกจากหน้าห้องพักฟื้นคนป่วยลากันซะที เวรกรรมที่ส่งผลกลับมาช่างเจ็บปวดนัก นางชื่นชีวาไม่กล้าบังคับลูกอีก เพียงแต่อยากให้โรงแรมมีแขกมาพัก จึงไปหาภาสกรที่บ้าตติยากรจ๋าไล่ให้กลับเพราะไม่ชอบขี้หน้า ตติยากรเองไม่อยากคุย นางชื่นชีวากลับมานั่งกุมขมับ“แม่อย่าห่วงเลย ไม่มีแขกก็ขายซะ ผมทำงานอย่างอื่นก็ได้”“พูดแบบนี้ได้ยังไง ลูกไปคุยกับแฟนเก่าลูกนะ ให้เขาพูดกับคุณภาสกรอะไรนั่น โรงแรมของเราจะขายง่ายๆ แม่เสียดาย เพื่อนจะหัวเราะเยาะ”“ไม่มีทางผมเกลียดขี้หน้ามัน”“แม่ไม่อยากเสียโรงแรมไปให้ใคร”นางชื่นชีวาหน้าเศร้าสลดประหนึ่งกำลังญาติสักคนกำลังจะเสีย นิพลคิดหนักเดินหนีแม่ แต่ก่อนไปก็หาข้ออ้าง“แม่ครับ ผมกำลังเสียใจเรื่องลูก อย่าเพิ่งพูดเรื่องนี้ได้ไหม”นางชื่นชีวาหน้าตึง เพราะคิดว่าเสียไปก็แก้ไขให้กลับมาไม่ได้ สู้คิดเรื่องที่กำลังจะเผชิญไม่ดี
“หันมาทางนี้สิจะนอนหันก้นให้ทำไมเดี๋ยวก็โดนอีกหรอกนะ”ตติยากรแกล้งหลับตา เธออายที่ให้ความร่วมมือเขาจนเขายิ้มอย่างผู้ชนะ“อย่าแกล้งหลับ เดี๋ยวจับให้ตื่นไม่ได้นอนนะ น้องมาแย่เลยนะ”“คุณเจ้าเล่ห์นัก ติยาบอกแล้วไงไม่ต้องการ”หญิงสาวลืมตัวหันทำหน้าตาไม่พอใจ“ทำหน้าแบบนี้น่ารักเมื่อก่อนเอาแต่ตามใจฉัน จนฉันเคยตัว”มือแข็งแรงลูบไหล่เนียน“อย่ามาแตะอีกนะและออกไปเดี๋ยวนี้”ร่างใหญ่ไม่ถอย ใบหน้าคมเข้มยื่นใกล้มากขึ้น“จะหมดความอดทนอีกรอบนะ คราวนี้จะจัดให้หนักกว่าเมื่อครู่”ดวงตาหม่นแหงนมอง เสียงเขาอ่อนลง“บอกแล้วไงล่ะ ทุกอย่างจะเปลี่ยนไป”“อย่ามาโกหกเลย คุณคงอยากเอาชนะธนูใช่ไหม ตอนนี้เขากลับไปแล้ว”“แคร์มันขนาดฟังเสียงรถตลอดเลยเหรอ”ดวงตาคมแกล้งทำเป็นโกรธ เธอใบหน้าสลดก็ตลกแต่ยังทำขึงขัง“แคร์มันทำไม มันไม่โง่จนไม่รู้ว่าเธอเป็นของฉัน ของดีๆ ทำไมฉันต้องปล่อย”“อย่ามาทำปากหวาน”ตติยากรรวบผ้าห่มจะวิ่งลงจากเตียง แต่คำพูดคนข้างหลังทำให้ชะงัก“คุณแม่จะมาหาเธอพรุ่งนี้”“อย่า…”“ฉันจะให้คุยกันนะ”“แล้ว แล้วคนของคุณ”“หึงเพชรเหรอ ขอโทษนะ ที่ผ่านมาฉันแค่สับสน ตอนนี้เขาไปเมืองนอกแล้ว แม่บอกว่าไปคุยกับท่านแล้
“ท่านประธานมาทำอะไรที่นี่ค่ะ แอบมาตรวจงานหรือไง”ทว่าเสียงเด็กที่มาช่วยงานในโรงแรมเรียกแขกของโรงแรมก็ทำให้นางชื่นชีวาหันกลับมาอย่างงงงวย“เธอว่าอะไรนะ ใครท่านประธาน”ผู้จัดการทั่วไปที่มาช่วยงานตามคำสั่งว่าที่สะใภ้ส่งมายิ้ม“คุณภาสกรเป็นญาติผู้พี่คุณอังคณาค่ะ ท่านเป็นเจ้าของโรงแรมพี เอส เค รอยัลที่ดิฉันทำงานไงคะ คุณชื่นชีวาไม่รู้จักเหรอคะ”นางชื่นชีวาตกใจ ก่อนจะฉีกยิ้มให้คนที่คิดว่าเป็นแขกจนปากเกือบถึงรูหู“ฉันจะไปเดินเล่นแถวชายหาด เธอไปทำงานเถอะ ให้เรียบร้อยโดยเร็วจะได้กลับไปทำงานที่โรงแรม”ภาสกรไม่สนใจเสวนากับชื่นชีวาอีก เขาเดินคิดตลอดทางเดิน ถ้าโรงแรมที่นี่ปรับปรุงเสร็จ จะส่งน้องสาวมาอยู่ที่นี่ดัดสันดานเสียบ้าง เผื่อนิสัยใจคอจะดีขึ้นหนึ่งเดือนผ่านไปตติยากรเหนื่อยจะไล่ภาสกรเพราะเขาเอาตัวเองเข้ามาเป็นคนในครอบครัวอย่างไม่แคร์ว่าเธอไม่ต้องการ บ้านของเธอ น้องของเธอเปลี่ยนไปหมดบ้านมีคนมาซ่อมแซม จัดโน่นนี่ตลอดเวลา สามแสบก็มีรถรับส่งไปกลับโรงเรียนร่างสูงกำลังเดินมาหาตติยากรเดินหนีขึ้นข้างบน แต่แล้วเปลี่ยนใจวันนี้จะคุยให้รู้เรื่อง“อ้าววันนี้ไม่วิ่งหนีเหรอ”ร่างใหญ่ชนร่างบอบบางจังๆ เขา
ตติยากรพยายามไม่มองภาสกรที่ช่วยต้อนรับแขกเข้าในงาน เธอวุ่นวายใจกับเรื่องนี้แต่เก็บไว้ ธนูนั้นตามติดเธอแจ หญิงสาวอึดอัดใจนัก เด็กๆ กลายเป็นสองฝ่าย หนึ่งและสองอยู่กับธนู ส่วนสามไปอยู่กับคุณบีเพื่อนบ้านต่างซุบซิบอยากรู้ว่าภาสกรคือใคร แม่นิพลเข้ามา พูดนินทาว่าคงเป็นหนุ่มเมียเผลอ จ๋ามาบอกแต่ตติยากรพยายามไม่สนใจ“อยากบอกให้รู้ว่ารวยมาก ให้หน้าหงายไปเลย” จ๋ายังบ่น ตติยากรเดินไปต้อนรับแขก ไม่ลืมบอกจ๋า “พี่อย่าเสียมารยาทเลย พูดได้พูดไป”“เหนื่อยก็พักบ้างนะ เสิร์ฟน้ำฉันให้เด็กๆ ที่หามาช่วยแล้วไง”“มีเงินทำอะไรก็ได้สิคุณน่ะ”“เดี๋ยวนี้ได้ทีด่าฉันตลอดนะ เสร็จงานเมื่อไหร่ฉันจะเอาคืนเธอ”ตติยากรเผลอตอบโต้ และแพ้พ่ายอย่างเคย เธอเดินหนีและพึมพำอย่างหงุดหงิด “คิดว่าตนเองเป็นใคร”“ทำไมพูดอย่างนี้ ใครๆ ก็ดูออกเธอเป็นของฉัน”“ติยาไม่ใช่สิ่งของนะคะ ลาออกจากการเป็นคู่นอนมาหลายเดือนแล้วด้วย ทำไมคิดว่าติยาต้องกลับไป”ในที่สุดก็ห้ามความคิดที่วุ่นวายไม่ได้ร่างสูงเดินมาใกล้ “เรื่องนี้เราจะรู้กันอีกไม่นาน” หญิงสาวถอยห่าง แต่เขาก้มลงมากระซิบที่ใบหู“อย่าทำให้โกรธนะกำลังมาง้อ และเวลานี้ไม่ใช่จะมาทะเลาะกัน ให้งา
“ติยา”“ขอบคุณมากค่ะ กลับไปเถอะค่ะ พรุ่งนี้ติยาต้องตื่นแต่เช้า”หญิงสาวพูดตัดบทเดินหนี ไม่อยากให้ธนูได้ยินอะไร ไม่ใช่เพราะแคร์แต่เธออายที่อาจทะเลาะกับเขา แต่ชายหนุ่มกลับไม่หยุด“ผมจะอยู่เป็นเพื่อนนะ”ภาสกรนั้นเปลี่ยนใจเมื่อเห็นท่าทีสนิทสนมของผู้ชายที่รับหญิงสาวมาที่วัด เรื่องอะไรเขาจะปล่อยให้คนอื่นมาใกล้ชิดคนของเขาตติยากรลืมตัวดึงมือใหญ่ให้ตามเธอไป ชายหนุ่มจับมือกลับ เธอสะบัด ธนูยืนมองด้วยใจที่แป้ว“คุณจะทำแบบนี้ทำไม อย่าให้ฉันต้องเสียมารยาทกับคนที่เคยชุบชีวิตฉันเลยนะ ฉันไม่อยากได้ชื่อว่าเนรคุณ เราจบกันแล้ว อย่ามาทำให้ฉันนึกถึงเรื่องเก่าๆ ที่ทำร้ายหัวใจฉัน”“ไม่เคยรักฉันบ้างหรือ บอกมาสิว่าไม่เคยรัก บอกต่อหน้าแม่เธอ ถ้าเธอพูดออกมาว่าไม่เคยรัก”“ถ้าพูดคุณจะไปหรือ”หญิงสาวจ้องดวงตาคม แม้ไม่กล้าสู้สายตาคมกล้านัก ทว่าวันนี้เธอต้องทำ“ว่าไง อย่าโกหกแม่เธอนะ”“ไม่เกี่ยวกับแม่ ฉันไม่เคยรักคุณ กลับไปได้หรือยัง”ร่างสูงยังยืนนิ่ง หญิงสาวงง “ไปสิคุณบี บอกแล้วไงคะ”“แค่ให้ตอบ คำตอบเป็นอย่างไรฉันไม่สนใจหรอก ฉันจะเอาเธอมาเป็นของฉันอีกครั้ง”ตติยากรอ้าปาก “พูดอะไรของคุณ ติยาไม่เคยเป็นของคุณ”“จะให้
การนั่งมองดูสายฝนชนิดนี้มีใจที่มักจะพบกับความชุ่มฉ่ำเสมอหยดน้ำตาไหลจากตาเพราะเรื่องเศร้าในชีวิตแต่การคิดถึงผู้ชายคนหนึ่งที่เจอในสายฝนพร่ำซึ่งใครจะคาดคิดว่าเขาจะเป็นเพียงแค่น้ำหล่อเลี้ยงใจมาเรื่อยๆ สืบค้นให้ทุกอย่างไม่รู้สึกว่าขาดอะไรในวันที่จิตใจได้ซบไหล่กว้างบ้างวิจารณ์บ้าง“ ส่วนที่เหลืออยู่หรือ”
ภาสกรสะบัดหัว เขาไม่ควรคิดถึงเธอ นั่นมันแค่คู่นอน คนตรงหน้าต่างหากที่จะเคียงข้างไปกับเขา ไม่ว่าไปที่ไหนก็คงมีแต่เสียงชื่นชมคิดเช่นนั้น ภาสกรเปลี่ยนใจถอดเสื้อไปนั่งข้างเพชรสุดา หญิงสาวหันมายิ้มสวย ลูบไล้ผิวกายด้วยโลชั่นด้วยทายั่วยวน “เปลี่ยนใจก็มาให้เพชรทาครีมให้ค่ะ น้ำในสระอาจจะทำลายผิวคุณ”มือบาง
กำลังจะกลับจู่ๆ มีใครบางคนมาดึงแขน ตติยากรหลงคิดเพ้อคิดว่าเป็นคุณบี แต่กลับเป็นนิพล เธอมองอย่างแปลกใจ นานมากที่เธอหลบเลี่ยงการเผชิญหน้า ครั้งนี้คงยาก“ติยาดีจริงที่เจอ”“ติยาจะกลับพอดีขอตัวค่ะ”“คุยกันก่อนสิ ไม่เจอเสียนาน ตอนนี้ผมเรียนจบกลับมาดูแลโรงแรมที่บ้านแล้วนะ กำลังปรับปรุงใหม่หมด”“เหรอคะ “
เรื่องที่แปลกสำหรับเขา แต่เธอแค่หัวเราะเมื่อได้ยินคำถาม “คุณแน่ใจได้ยังไงว่าหนูเป็นคนแรกคะ”“ก็เธอไม่เก่ง” ตติยากรหน้าซีด ใบหน้ากังวล“คุณจะให้เงินหนูและจ้างต่อหรือเปล่าคะ หนูขอโทษที่ไม่ได้บอกก่อน ถ้า ถ้ายังไงหนูจะเรียนรู้ให้มากขึ้นเพื่อที่คุณจะได้มีความสุข”เธอเฉลยคำตอบด้วยตนเอง เขากอดรัดร่างสวยบ







