Beranda / แฟนตาซี / พันธนาการรักใต้เงากระบี่ / บทที่ 101 — ลายมือที่กลับมาถึงนาง

Share

บทที่ 101 — ลายมือที่กลับมาถึงนาง

last update Tanggal publikasi: 2026-10-25 16:15:20

เผยเหวินซูหันกลับมาเมื่อได้ยินคำถาม

ผู้คุมหยุดตาม เขามองบันทึกที่เยว่ซีประคองอยู่ ก่อนเดินกลับเข้ามาใต้ชายคาโดยมีคนตามประกบ

“ตอนที่เซี่ยจิ้งเหิงสั่งให้ข้านำไปส่ง มันอยู่ในห้องหนังสือของเขาแล้ว”

“เขาเคยบอกหรือไม่ว่าได้มาอย่างไร”

“ไม่เคย”

คำตอบสั้นจนเยว่ซีเผลอกำขอบกระดาษ

เผยเหวินซูเห็น แต่ไม่ได้รีบเติมสิ่งที่ตนไม่รู้ลงไปเพื่อให้นางพอใจ

“ข้าจำได้ว่าตอนรับมา ปกกับเนื้อในหลุดจากกัน เขาให้คนเย็บใหม่ก่อนส่งออก ข้าเห็นเพียงหน้าที่เปิดค้างอยู่กับข้อความที่เขาสั่งให้ตรวจ”

ผู้อาวุโสสวี่พลิกดูสันบันทึกทันที

ด้ายสองแนวซ้อนกันอยู่จริง แนวหนึ่งสีซีดเกือบกลืนกับกระดาษ อีกแนวใหม่กว่าและร้อยห่างอย่างลวก ๆ

เยว่ซีมองรอยเย็บนั้น

สิ่งที่บิดาเคยเขียนเพื่อช่วยคน ถูกใครบางคนถอดออก เปลี่ยนคำสอน แล้วเย็บกลับเข้าเล่มเหมือนไม่เคยมีสิ่งใดเกิดขึ้น

“ส่วนที่ใช้เสียงเรียกคน…” นางถาม “เป็นของท่านพ่อด้วยหรือไม่เจ้าคะ”

เยี่ยจื้อหยวนเลื่อนบันทึกเข้าหาแสง

“ที่อ่านพบตอนนี้ บิดาเจ้าใช้สิ่งคุ้นเคยช่วยให้ผู้ป่วยแยกความทรงจำออกจากสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ส่วนผู้แก้ไขกลับใช้ความคุ้นเคยนั้นหลอกให้คนยอมเปิดเส้นปราณ”

เขาชี้ข้อความซึ่งถูกขีดฆ่า

“ตรงนี้สั่งให้หยุดเมื่อผู้ป่วยเจ็บ แต่ข้างกันกลับเพิ่มวิธีฝืนต่อ”

เยว่ซีอ่านเส้นหมึกสีเข้มที่ทับลายมือบิดา

นางค่อย ๆ คลายมือ

“เช่นนั้นเราก็ทำตามส่วนที่ท่านพ่อเขียนไว้”

เสียงร้องจากในเรือนดังขึ้นทันที

“อาจารย์ฉิน!”

ทุกคนหันไปพร้อมกัน

เสิ่นซูเหอปรากฏที่ประตู ใบหน้าเคร่งเครียด

“หญิงที่ถูกช่วยกลับมาชีพจรตกเจ้าค่ะ คนที่ร้องเรียกพี่ชายตลอดทาง!”

เยี่ยจื้อหยวนคว้าบันทึกขึ้น

หลิงยวนก้าวผ่านประตูไปก่อนแล้ว

⸻

หญิงผู้นั้นนอนตัวเกร็งอยู่บนเตียง นิ้วทั้งสิบจิกผ้าจนยับ ข้อมือซึ่งเพิ่งพันแผลมีเลือดซึมออกมาอีกครั้ง

ริมฝีปากนางขยับไม่หยุด

“ข้ามาแล้ว…อย่าไป…”

อาจารย์ฉินวางสองนิ้วบนคอ อีกมือถอนเข็มเล่มหนึ่งออกแล้วเปลี่ยนตำแหน่ง

“นางพยายามส่งปราณออกทั้งที่แทบไม่เหลือแล้ว ข้าหยุดไว้ได้เพียงชั่วคราว”

หลิงยวนจับข้อมืออีกข้าง แสงสีเงินอมฟ้าแทรกเข้าไปอย่างระมัดระวัง

หญิงบนเตียงสะดุ้ง

เงาคล้ำสายเล็กปรากฏใต้ผิวจากข้อมือขึ้นไปถึงข้อพับ ก่อนเคลื่อนย้อนกลับราวหาทางผ่านไม่ได้

“มีอาคมตกค้าง” เขาบอก

เยี่ยจื้อหยวนเปิดบันทึกเทียบกับรอยที่ปรากฏ

“ตัวต้นทางถูกปิดแล้ว แต่ร่างนางยังตอบสนองเหมือนอยู่ในที่ขัง หากกดปราณสวนแรงเกินไป เส้นที่เสียหายจะรับไม่ไหว”

เยว่ซียืนตรงปลายเตียง มองริมฝีปากของหญิงผู้นั้น

นางไม่ได้ร้องขอให้หยุดเจ็บ

นางกำลังขอโทษใครบางคนที่ไปหาไม่ทัน

“เรารู้ชื่อนางหรือยังเจ้าคะ”

เสิ่นซูเหอส่ายหน้า

“ตอนรับตัวนางไม่ตอบคำถาม ส่วนป้ายที่ติดอยู่บนเปลมีเพียงเลขเก้า”

เยว่ซีหันไปยังประตู

เผยเหวินซูยืนอยู่ข้างผู้คุม เขามองภาพตรงหน้าโดยไม่ขยับเข้ามา

“บัญชีที่ท่านให้ ชื่อไหนเป็นคนที่เก้า”

เขาชะงักเพียงครู่เดียว ก่อนตอบ

“เฉินอวี้”

เยว่ซีหันกลับมาหาคนบนเตียง

“เฉินอวี้”

นิ้วที่จิกผ้าหยุดไปนิดหนึ่ง

“ข้าชื่อหลินเยว่ซี ตอนนี้เจ้าอยู่ที่สำนักชิงเสวียน”

หญิงผู้นั้นส่ายหน้าอย่างอ่อนแรง

“เขารออยู่…”

“เจ้าได้ยินใครอยู่หรือ”

“พี่ชาย…เขาบอกให้ข้าไป…”

เยว่ซีมองเยี่ยจื้อหยวน อีกฝ่ายพยักหน้าให้นางพูดต่อ ขณะไล่สายตาตามข้อความในบันทึก

นางจึงลากเก้าอี้มานั่งในระยะที่เฉินอวี้มองเห็น

“ลืมตาดูข้าก่อนสักครั้งได้หรือไม่”

หญิงบนเตียงขมวดคิ้ว ความเจ็บทำให้ทั้งร่างสั่น

เยว่ซีไม่แตะตัว ไม่จับมือบังคับให้นางหันมา เพียงรอจนเปลือกตาคู่นั้นเปิดออกเล็กน้อย

“ข้าอยู่ตรงนี้”

เฉินอวี้มองนางอย่างเลื่อนลอย

“เจ้ามารับข้าหรือ”

“คนที่พาเจ้ากลับมาชื่อโม่หลิงยวน เขากำลังจับข้อมือเจ้าอยู่ ส่วนอาจารย์ฉินกำลังรักษา”

นางบอกทีละอย่าง ไม่เร่งให้คนเจ็บจำทั้งหมด

“หากมองไหว ลองดูประตู ข้างนอกกำลังสว่างแล้ว”

เฉินอวี้เลื่อนสายตาไปทางนั้น

แสงเช้าทอดผ่านธรณีประตูจริง ๆ

แต่ทันทีที่เห็นเผยเหวินซู นางกลับเบิกตากว้าง

“เจ้า!”

ร่างบนเตียงกระตุกอย่างรุนแรง

หลิงยวนรีบประคองเส้นปราณ อาจารย์ฉินกดไหล่คนเจ็บไว้ก่อนนางจะพลัดตก

“อย่าให้เขาพาข้าไป!”

เสียงร้องแหบพร่าบาดหู

“เขาเป็นคนส่งข้ามา! ข้าจำได้!”

เยว่ซีหันกลับไปทันที

เผยเหวินซูหน้าซีดลง

เขาถอยจากประตูเองหนึ่งก้าว

“ข้าจะออกไป”

เฉินอวี้ยังส่ายหน้า น้ำตาไหลลงข้างแก้ม

“เขาบอกว่าไปแล้วจะได้พบพี่ชาย…”

เยว่ซีมองเผยเหวินซู

เขาไม่ปฏิเสธ

ผู้คุมพาเขาถอยพ้นกรอบประตู หลิงยวนส่งสายตาให้ศิษย์ปิดม่านด้านนั้น เหลืออีกบานไว้รับแสง

“เขาจะไม่เข้ามา” เยว่ซีบอก “ข้าจะอยู่ตรงนี้กับเจ้า”

“เจ้าห้ามเขาได้หรือ”

คำถามนั้นทำให้นางเจ็บแปลบในอก

เมื่อครู่ นางเพิ่งขอโอกาสให้ผู้ชายคนนั้น

แต่ผู้ที่นอนอยู่ตรงหน้าคือคนซึ่งต้องชดใช้แทนการตัดสินใจของเขา

เยว่ซีขยับเก้าอี้มาอยู่ระหว่างเตียงกับประตู

“ได้”

คราวนี้นางตอบโดยไม่ลังเล

“ถ้าเจ้าไม่ต้องการพบเขา เขาก็จะไม่ได้เข้ามา”

เฉินอวี้มองนางอยู่นาน ก่อนมือที่กำผ้าค่อย ๆ คลายลง

เยี่ยจื้อหยวนวางบันทึกให้ผู้อาวุโสสวี่ถือ แล้วกดสองนิ้วลงตรงข้อพับของคนเจ็บ

“หลิงยวน ผ่อนทางข้อมือ ข้าจะถอนจากตรงนี้”

แสงสีเงินอมฟ้าบางลง

รอยคล้ำใต้ผิวเคลื่อนตามปลายนิ้วของเยี่ยจื้อหยวน ขดเป็นเส้นเล็กอยู่เหนือข้อพับ เฉินอวี้ร้องออกมาแล้วคว้ามือเยว่ซีแน่น

ความร้อนแล่นขึ้นกลางฝ่ามือของเยว่ซีทันที

ภาพเลือดของเสี่ยวถังวาบผ่านหัว

นางรู้ตัวก่อนแสงจะปรากฏ

หญิงสาววางเท้าทั้งสองให้มั่น คลายหัวไหล่ แล้วผ่อนลมหายใจตามที่เคยฝึก

นางไม่จำเป็นต้องส่งพลังเพื่อช่วยทุกครั้ง

ครั้งนี้มือของนางมีไว้ให้คนเจ็บจับ

“เจ็บก็บอกได้” เยว่ซีเอ่ย แม้มือจะถูกบีบจนชา “หมออยู่ตรงนี้ ไม่มีใครให้เจ้าทนเงียบ ๆ”

“เจ็บ…”

อาจารย์ฉินขยับเข็มทันที

“ตรงแขนหรือหน้าอก”

“แขน…”

“อีกนิดเดียว อย่ากลั้นลมหายใจ”

เส้นคล้ำหลุดพ้นผิว

เยี่ยจื้อหยวนรวบมันเข้าระหว่างอักขระสองชั้น ก่อนกดลงบนถาดทองแดงที่ผู้อาวุโสสวี่เตรียมไว้

เสียงแหลมสั้น ๆ ดังขึ้น

แล้วทุกอย่างก็สงบ

เฉินอวี้สูดลมหายใจเฮือก อกยกขึ้นลงสองครั้ง ก่อนร่างที่เกร็งมานานจะอ่อนลงบนฟูก

อาจารย์ฉินตรวจชีพจรซ้ำ

“พ้นช่วงอันตรายแล้ว”

เยว่ซียังนั่งนิ่งจนคนเจ็บคลายมือออกเอง

ตรงฝ่ามือนางมีรอยเล็บแดงหลายรอย

หลิงยวนมองแล้วถามเบา ๆ

“เมื่อครู่ปราณขยับ?”

นางพยักหน้า

“แต่ข้าหยุดทัน”

เขาแตะหลังมือนางเพียงครู่เดียว

“ข้าเห็นแล้ว”

⸻

เผยเหวินซูยืนรออยู่ข้างกำแพง

เมื่อเยว่ซีเดินออกมา เขาก็มองผ่านนางไปยังประตู แต่ไม่ได้ถามทันที

นางเป็นฝ่ายบอกก่อน

“นางปลอดภัยแล้ว”

ไหล่ของเขาคลายลงเล็กน้อย

“ข้าเป็นคนบอกว่าจะพานางไปพบพี่ชายจริง”

จ้าวเฉิงซึ่งยืนอยู่ไม่ไกลหันมาทันที

เผยเหวินซูยังมองเยว่ซี

“ตอนนั้นข้าได้รับคำสั่งให้รวบรวมคนที่ตามหาญาติ เซี่ยจิ้งเหิงบอกว่ามีรายชื่อผู้สูญหายอยู่ที่เรือนพัก ข้าเห็นเอกสารบางส่วน จึงใช้เรื่องนั้นชักชวนคนไป”

“แล้วเมื่อรู้ว่าพวกเขาไม่ได้กลับมาเล่า”

คำถามของเยว่ซีทำให้เขาเงียบ

ครู่หนึ่งจึงตอบ

“ข้าหยุดถาม”

จ้าวเฉิงก้าวเข้ามาหนึ่งก้าว แต่เยว่ซียกมือห้ามไว้

นางอยากได้ยินให้จบ

“เพราะเหตุใด”

เผยเหวินซูก้มมองผ้าพันแผลของตน

“เพราะเริ่มรู้ว่าคำตอบจะเป็นสิ่งที่ข้ารับไม่ได้ และหากยอมรับว่ารู้ ข้าก็ต้องเลือกว่าจะทำอะไรต่อ”

ไม่มีคำว่าถูกบังคับตามมา

ไม่มีคำว่าไม่มีทางเลือก

เยว่ซีมองเขาอยู่นาน ก่อนกล่าว

“การที่ข้าเห็นด้วยให้ท่านออกไปช่วยคน ไม่ได้หมายความว่าข้าจะขอให้คนเหล่านั้นให้อภัยท่าน”

“ข้าเข้าใจ”

“เฉินอวี้ไม่อยากพบท่าน ตอนนี้อย่าเข้าใกล้เรือนของนาง”

เผยเหวินซูพยักหน้า

“ส่วนชื่อคนอื่น หากท่านจำได้ ให้บอกเสิ่นซูเหอทุกคน พวกเขาไม่ควรถูกเรียกด้วยเลขบนป้ายอีกแล้ว”

เขาเงยหน้าขึ้น

เยว่ซีหันไปขอกระดาษจากศิษย์ด้านข้าง ส่งให้ผู้คุมเป็นคนรับไว้

“เริ่มจากสิ่งนี้ก่อนเถิด”

เผยเหวินซูนั่งลงบนม้านั่งใต้ชายคา

มือที่เพิ่งพันแผลจับพู่กันได้ไม่ถนัดนัก แต่เขายังเขียนชื่อแรกลงไปช้า ๆ

จ้าวเฉิงมองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนย้ายแท่นฝนหมึกมาไว้ใกล้มือเขา

“อย่าเขียนผิด”

“ข้าจะตรวจอีกครั้ง”

“สองครั้ง”

เผยเหวินซูเงยหน้ามอง

จ้าวเฉิงไม่หลบตา

“เมื่อคืนอุตส่าห์พากลับมาครบ อย่าให้พวกเขาต้องตามหาชื่อตัวเองอีก”

คราวนี้เผยเหวินซูพยักหน้าโดยไม่ตอบสิ่งใด

⸻

เมื่อคนเจ็บทั้งสิบหกคนได้รับการตรวจครบ อาจารย์ฉินก็หันมาพบเยว่ซียังนั่งอยู่ข้างโต๊ะบันทึก

เขามองถ้วยยาที่ยังไม่ถูกแตะ

แล้วมองนาง

เยว่ซีหยิบขึ้นดื่มทันที

หลิงยวนซึ่งยืนอยู่ข้างหลังหลุดยิ้มเล็กน้อย

“ทีเมื่อครู่ข้าบอก เจ้าไม่ได้ยิน”

นางวางถ้วยเปล่าลง

“อาจารย์ฉินไม่ได้พูดสักคำเจ้าค่ะ”

“เพราะข้าไม่คิดจะพูดซ้ำ” หมอตอบ “กลับไปพัก”

คราวนี้เยว่ซียอมลุก

ก่อนกลับ นางแวะไปหาเสี่ยวถังที่เรือนอีกฝั่ง เพื่อนนั่งพิงหมอนอยู่ ยายหวังกำลังช่วยรวบผมให้พ้นต้นคอ

“ช่วยกลับมาได้หมดหรือ” เสี่ยวถังถามทันที

“ครบแล้ว”

รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าซีด

เยว่ซีนั่งลงข้างเตียง เพิ่งรู้สึกว่าขาทั้งสองหนักเพียงใดเมื่อหยุดเดิน

เสี่ยวถังมองมือนาง

“เหตุใดมีรอยเล็บ”

“คนเจ็บจับไว้ตอนถอนอาคม”

“เจ้าไม่ได้ส่งปราณให้เขาใช่หรือไม่”

“ไม่ได้ส่ง”

ยายหวังจับมือนางพลิกดู ก่อนทายาบาง ๆ ลงบนรอยแดง

เยว่ซีปล่อยให้หญิงชราจัดการ แล้วพูดสิ่งที่ค้างอยู่ในอกออกมา

“ข้าพบบันทึกของท่านพ่อ”

มือยายหวังหยุด

หลิงยวนยืนอยู่ตรงประตู ไม่เข้ามาขัด

“มีคนเอาไปแก้ ใช้ทำร้ายคนเหล่านั้น” เยว่ซีมองปลายนิ้วตนเอง “ตอนแรกข้ากลัวว่าท่านพ่อจะเป็นคนเขียนวิธีพวกนั้นไว้”

ยายหวังเงยหน้า

“แล้วตอนนี้เล่า”

“ท่านเยี่ยใช้ส่วนที่ท่านพ่อเขียนช่วยคนได้แล้วเจ้าค่ะ”

พูดจบ ความแน่นในอกกลับคลายออกอย่างประหลาด

เมื่อคืนสิ่งที่นางอยากได้จากบันทึกคือคำตอบเรื่องครอบครัว

แต่เช้านี้ลายมือของบิดาเพิ่งพาคนผู้หนึ่งกลับจากอันตราย

ยายหวังลูบหลังมือนางเบา ๆ

“เช่นนั้นเก็บส่วนของพ่อเจ้าไว้ให้ดี”

เยว่ซีพยักหน้า

เสี่ยวถังดึงหมอนใบเล็กมาวางข้างตัว

“ส่วนเจ้ามานั่งเอนตรงนี้ก่อน หน้าซีดกว่าข้าแล้ว”

“ข้าไม่ได้มาขอแบ่งเตียงคนเจ็บ”

“ข้าแบ่งให้เอง ไม่คิดเงิน”

เยว่ซีหัวเราะเบา ๆ ก่อนยอมเอนศีรษะลง

หลิงยวนเดินเข้ามาคลี่เสื้อคลุมทับไหล่นาง

นางจับชายเสื้อเขาไว้ก่อนเขาถอย

“อย่าเพิ่งไปไกลนะเจ้าคะ”

“ข้าจะอยู่ข้างนอก”

เพียงเท่านั้น นางก็ยอมหลับตา

⸻

เยว่ซีตื่นขึ้นเมื่อแดดเลื่อนพ้นขอบหน้าต่าง

เสี่ยวถังหลับอยู่ข้าง ๆ ยายหวังออกไปช่วยเสิ่นซูเหอ ส่วนเสื้อคลุมของหลิงยวนยังคลุมตัวนางอยู่

เสียงสนทนาเบาดังมาจากระเบียง

“กระดาษถูกเย็บซ้อนเข้าไป” ผู้อาวุโสสวี่กล่าว “ตอนแรกข้านึกว่าเป็นใบรองปก”

เยว่ซีลุกนั่งทันที

หลิงยวนเห็นนางผ่านประตูที่เปิดไว้

“ตื่นแล้วหรือ”

นางพยักหน้า เดินออกไปโดยถือเสื้อคลุมมาด้วย

บนโต๊ะมีแผ่นกระดาษบางซึ่งถูกคลี่ออกจากปกหลัง รอยพับเก่าตัดผ่านตัวอักษรหลายแห่ง ผู้อาวุโสสวี่วางไม้ทับมุมไว้ไม่ให้มันม้วนกลับ

“ของท่านพ่อหรือเจ้าคะ”

“ใช่”

เยว่ซีนั่งลง

คราวนี้ผู้อาวุโสสวี่ไม่ได้เลื่อนให้ทันที เขามองหลิงยวนก่อน แต่ชายหนุ่มเพียงขยับถ้วยน้ำให้พ้นทาง

“ให้นางอ่านเถิด”

กระดาษจึงถูกวางตรงหน้า

บรรทัดบนสุดลงชื่อหลินจิ้งเหยียน

ถัดลงมาเป็นบันทึกอาการ วันที่ และเวลาที่ชีพจรเปลี่ยน หลายคำเป็นศัพท์ซึ่งเยว่ซีอ่านไม่เข้าใจ

แต่บรรทัดหนึ่ง นางอ่านออกชัดเจน

ผู้รับการรักษา — หลินเยว่ซี อายุสี่ปี

ปลายนิ้วของนางหยุดลงตรงชื่อตัวเอง

สี่ปี

ก่อนคืนที่เมืองหลินอันถูกทำลายหนึ่งปี

เยว่ซีเงยหน้าหาหลิงยวน เขาอ่านกระดาษแล้ว แต่ความเคร่งเครียดในดวงตาบอกนางว่าเขาเองก็เพิ่งรู้เรื่องนี้

นางจึงก้มอ่านต่อ

หลังตื่น เด็กจำเสียงที่ได้ยินไม่ได้ จดจำได้เพียงว่ามีผู้เรียกจากอีกฟากหนึ่ง

ลมหายใจเยว่ซีสะดุด

ความเย็นจากกระดาษเหมือนซึมเข้าปลายนิ้ว

ใต้ข้อความนั้น บิดาเขียนเพิ่มไว้ด้วยลายมือที่หนักกว่าส่วนอื่น

คืนนี้นางเรียกคนผู้นั้นว่าแม่

ทั้งที่ชิงหลันนั่งอยู่ข้างนางตลอดเวลา

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 101 — ลายมือที่กลับมาถึงนาง

    เผยเหวินซูหันกลับมาเมื่อได้ยินคำถามผู้คุมหยุดตาม เขามองบันทึกที่เยว่ซีประคองอยู่ ก่อนเดินกลับเข้ามาใต้ชายคาโดยมีคนตามประกบ“ตอนที่เซี่ยจิ้งเหิงสั่งให้ข้านำไปส่ง มันอยู่ในห้องหนังสือของเขาแล้ว”“เขาเคยบอกหรือไม่ว่าได้มาอย่างไร”“ไม่เคย”คำตอบสั้นจนเยว่ซีเผลอกำขอบกระดาษเผยเหวินซูเห็น แต่ไม่ได้รีบเติมสิ่งที่ตนไม่รู้ลงไปเพื่อให้นางพอใจ“ข้าจำได้ว่าตอนรับมา ปกกับเนื้อในหลุดจากกัน เขาให้คนเย็บใหม่ก่อนส่งออก ข้าเห็นเพียงหน้าที่เปิดค้างอยู่กับข้อความที่เขาสั่งให้ตรวจ”ผู้อาวุโสสวี่พลิกดูสันบันทึกทันทีด้ายสองแนวซ้อนกันอยู่จริง แนวหนึ่งสีซีดเกือบกลืนกับกระดาษ อีกแนวใหม่กว่าและร้อยห่างอย่างลวก ๆเยว่ซีมองรอยเย็บนั้นสิ่งที่บิดาเคยเขียนเพื่อช่วยคน ถูกใครบางคนถอดออก เปลี่ยนคำสอน แล้วเย็บกลับเข้าเล่มเหมือนไม่เคยมีสิ่งใดเกิดขึ้น“ส่วนที่ใช้เสียงเรียกคน…” นางถาม “เป็นของท่านพ่อด้วยหรือไม่เจ้าคะ”เยี่ยจื้อหยวนเลื่อนบันทึกเข้าหาแสง“ที่อ่านพบตอนนี้ บิดาเจ้าใช้สิ่งคุ้นเคยช่วยให้ผู้ป่วยแยกความทรงจำออกจากสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ส่วนผู้แก้ไขกลับใช้ความคุ้นเคยนั้นหลอกให้คนยอมเปิดเส้นปราณ”เขาชี้ข้อความซึ่งถูก

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 100 — โอกาสที่ต้องเดินกลับมา

    “เจ้าจะออกจากที่คุมขังเพื่อช่วยคนครั้งนี้เท่านั้น”เจ้าสำนักกล่าวพลางเลื่อนคำสั่งแผ่นหนึ่งมาตรงหน้าเผยเหวินซู“เครื่องผนึกปราณยังอยู่ ห้ามพกอาวุธ ห้ามแยกจากผู้ควบคุม หากพบสิ่งใดต่างจากที่เคยให้การ ต้องแจ้งทันที เมื่อเสร็จงานให้กลับมารับโทษตามเดิม”เผยเหวินซูก้มอ่านจนจบ“ข้ายอมรับ”ผู้คุมวางพู่กันให้ เขาจึงลงชื่อใต้คำสั่ง มือข้างที่ถูกเครื่องผนึกเสียดสีมีรอยแดง แต่ไม่ได้ร้องขอให้คลายออกจ้าวเฉิงมองลายมือบนกระดาษแล้วหันหาเจ้าสำนัก“ข้ามีเรื่องจะถามขอรับ”เผยเหวินซูวางพู่กันลง“ถามข้าเถิด”จ้าวเฉิงมองเขาตรง ๆ“จะให้พวกเราไว้ใจเจ้าได้อย่างไร ในเมื่อเจ้าก็เคยหักหลังพวกเรา”ห้องเงียบลงทันทีเผยเหวินซูไม่ได้หลบสายตา แต่คำตอบกลับช้ากว่าตอนรับเงื่อนไข“ข้าไม่มีคำใดทำให้เรื่องนั้นหายไป”“แล้วหากข้างในมีทางหนีที่เจ้าจงใจไม่เขียน—”“จ้าวเฉิง”เยว่ซีเรียกเบา ๆเขาหันมา สีหน้ายังคงเคร่งเครียด“ข้าไม่ได้ค้านเพราะไม่อยากช่วยคน แต่หากเขาพาหลิงยวนกับผู้อาวุโสเข้าไปติดกับ เราจะเสียคนเพิ่มอีกเท่าไร”“ข้าก็กลัวเรื่องนั้น”คำตอบทำให้เขานิ่งเยว่ซีมองเผยเหวินซู ก่อนพูดต่อ“ข้ายังจำสิ่งที่เขาทำได้ แต่คำเตือน

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 99 — เสียงของคนที่ไม่อยู่

    “ตรวจสายเลือด?”หลินเยว่ซีเงยหน้าจากจดหมายเสียงเก็บเก้าอี้จากลานพิธีรับรางวัลยังดังลอดหน้าต่างเข้ามา ป้ายรางวัลบนฝักกระบี่ของหลิงยวนยังผูกด้วยเชือกเส้นที่นางเพิ่งจัดให้ แต่บนโต๊ะตรงหน้ากลับมีคำขอเลือดของนางวางอยู่เรียบร้อยแล้วเจ้าสำนักเลื่อนจดหมายอีกสามฉบับมารวมกัน“บางสำนักเชิญเจ้าไปพักฟื้น บางแห่งเสนอช่วยฝึกควบคุมปราณ ข้าเรียกมาถามความประสงค์ของเจ้า มิได้รับปากผู้ใด”เยว่ซีวางจดหมายคืน“ข้าไม่ไปเจ้าค่ะ”“อาจารย์ฉินกับท่านเยี่ยดูแลข้าก็เพียงพอแล้วเจ้าค่ะ”เจ้าสำนักพยักหน้า ก่อนส่งจดหมายให้ศิษย์รับรอง“แจ้งตามนี้ แล้วส่งแขกกลับไปพัก ไม่ต้องรอพบเยว่ซี”ศิษย์รับคำแล้วออกจากห้องไม่มีใครขอให้นางคิดใหม่เยว่ซีจึงคลายมือที่กำชายแขนเสื้อโดยไม่รู้ตัว หลิงยวนเห็น แต่เพียงขยับเก้าอี้ให้นางลุกสะดวกทั้งสองเดินออกทางประตูข้าง ระหว่างผ่านระเบียง เสียงสนทนาจากห้องรับรองดังขึ้นพอดี“แม้แต่พบสักครู่ก็ไม่ได้หรือ”“ศิษย์พี่หลินต้องพักขอรับ”“ข้าเพียงอยากช่วยให้นางรู้ว่าพลังนั้นมาจากไหน”เยว่ซีชะลอฝีเท้า เหลือบมองไปเพียงครู่เดียวหลิงยวนหยุดรออยู่ข้างหน้า“กลับหรือไม่”เยว่ซีเดินไปจับมือเขาเอง“กลับเ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 98 — วันที่เสียงปรบมือกลับมา

    “อย่าให้ผู้ใดตามเสียงเข้าไปตามลำพัง”เยี่ยจื้อหยวนกล่าวหลังอ่านรายงานจบ เขาพลิกกระดาษกลับไปดูคำให้การของผู้รอดชีวิตอีกครั้ง ก่อนวางลงตรงหน้าเจ้าสำนัก“ยังสรุปไม่ได้ว่าเสียงมาจากคน อาคม หรือสิ่งอื่น แต่หากมันดังจากห้องที่ตรวจแล้วว่าไม่มีใคร ต้องรักษาระยะไว้ก่อน”ผู้อาวุโสสวี่เตรียมแผ่นอาคมลงกล่อง“ข้าจะไปกับคนส่งข่าว ตรวจทางเชื่อมใต้ดินและรอยสลักในห้อง ส่วนผู้รอดชีวิตให้ย้ายออกมาก่อน”หลิงยวนเลื่อนแผนที่เข้ามา“ใช้ทางเกวียนด้านใต้ เส้นทางสั้นกว่า และไม่ต้องผ่านช่องเขา ข้าจะให้คนไปสมทบที่ปากทาง”เจ้าสำนักอนุญาตทันที พร้อมส่งหมอและผู้คุ้มกันเพิ่มเมื่อจัดการเสร็จ ฟ้าด้านนอกเริ่มสว่างแล้วผู้อาวุโสสวี่ปิดกล่อง หันมองหลิงยวนซึ่งยังยืนอยู่ข้างแผนที่“เรื่องทางนี้มีคนรับแล้ว วันนี้เจ้ามีหน้าที่บนลาน”หลิงยวนพยักหน้าเขารอจนกลุ่มเดินทางพ้นประตู ก่อนหยิบกระบี่ขึ้นมาสายรัดข้อมือที่เยว่ซีผูกให้ยังเรียบร้อย⸻เยว่ซีมาถึงลานเหนือพร้อมยายหวังวันนี้เสี่ยวถังเลือกพักช่วงเช้า เพื่อเก็บแรงมาร่วมพิธีมอบรางวัลในตอนบ่าย จ้าวเฉิงรับปากจะจำกระบี่สุดท้ายไปเล่าให้ฟังอย่างละเอียด“ข้าบอกนางแล้วว่าจะไม่แต่งเต

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 97 — ก้าวกลับเข้าสู่ลาน

    เสียงกระบี่ไม้กระทบกันดังขึ้นสามครั้งครั้งที่สี่ เหยียนอวี้หนิงหยุดมือก่อนปลายกระบี่จะถึงไหล่จ้าวเฉิง“เจ้าเปลี่ยนเท้าเร็วเกินไป”จ้าวเฉิงก้มมองเท้าตนเอง“ข้าฝึกมาทั้งชีวิตเพื่อให้เร็วขึ้น วันนี้กลับต้องช้าลงอีก”“ข้าขอให้เจ้าจำลองจังหวะของเขา มิได้ขอให้เจ้าชนะข้า”“คำขอของเจ้าทำร้ายความมั่นใจข้ามาก”เยว่ซีซึ่งนั่งอยู่บนม้านั่งหลุดหัวเราะ ก่อนใช้ปลายกิ่งไม้ขีดเส้นบนดิน“ตอนเขายกกระบี่หนัก ไหล่จะขยับก่อน แต่ตอนส่งปราณดิน เขาจะกดส้นเท้า”อวี้หนิงลดกระบี่แล้วเดินมาดู“หากเขาใช้สองอย่างพร้อมกัน?”เยว่ซีวางกิ่งไม้ทาบเส้นหนึ่ง“ครั้งก่อนเราคิดแต่ทำให้เขาลงเท้าไม่เต็มฝ่าเท้า แต่ถ้าเขายืนมั่นคงอยู่แล้ว เจ้าจะทำอย่างไร”อวี้หนิงมองภาพบนดิน ก่อนใช้รองเท้าลบเส้นตรงกลางทิ้ง“ข้าไม่จำเป็นต้องทำให้เขาล้ม”นางขีดเส้นใหม่ออกไปด้านข้าง“ให้กระบี่เขาไปถึงตำแหน่งที่ต้องการ แล้วข้าไปอีกทาง”จ้าวเฉิงชะโงกมอง“ดี เช่นนั้นคนที่ต้องยืนรับคือข้าหรือ”อวี้หนิงยื่นกระบี่ไม้คืนให้“เจ้าฉลาดขึ้นแล้ว”⸻สิบสองวันผ่านไปนับจากเหตุที่เรือนรักษาคนทั้งสามที่พยายามลักพาตัวผู้ป่วยถูกแยกสอบ บัญชีคลังอาวุธของสำนักต้นสังก

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 96 — คนเจ็บไม่ใช่สิ่งของ

    “ข้าบอกแล้วว่าอาจารย์ของเขาสั่งให้มารับ”ชายในเสื้อคลุมสีเทายื่นป้ายประจำสำนักให้เสิ่นซูเหอเป็นครั้งที่สองนางไม่ได้รับ“และข้าก็บอกแล้วว่าเขายังเดินทางไม่ได้”ด้านหลังชายผู้นั้นมีคนหามเปลสองคนยืนรอ ผ้ารองเปลสะอาด พับผ้าห่มเรียบร้อย แม้แต่หมอนรองศีรษะก็เตรียมมาพร้อมทุกอย่างดูเหมาะกับการรับผู้ป่วยยกเว้นคนที่มารับไม่เคยถามเลยว่าผู้ป่วยเจ็บตรงไหน“เรานำยามาด้วย” ชายชุดเทากล่าว “ระหว่างทางจะมีคนดูแล ไม่รบกวนสำนักชิงเสวียนอีก”“ยาชนิดใด”เขาชะงักเล็กน้อยเสิ่นซูเหอยื่นมือ“ให้ข้าดู”ชายผู้นั้นล้วงขวดจากแขนเสื้อ แต่ก่อนจะวางลงบนฝ่ามือนาง เสียงลงกลอนก็ดังจากประตูด้านหลังคนหามเปลหันขวับศิษย์หอวินัยสองคนเข้ายืนขวางทางออก“ขอตรวจป้ายและหนังสือคำสั่งอีกครั้ง” ผู้คุมกล่าวชายชุดเทาค่อย ๆ เก็บขวดยากลับ“เมื่อครู่ตรวจแล้ว”“ตอนนี้ได้รับคำสั่งให้ตรวจซ้ำ”ความเงียบกดลงกลางโถงบนเตียงด้านใน บุรุษผู้ใช้กระบี่หนักพยายามยันตัวลุก เสิ่นซูเหอหันไปกดไหล่เขาไว้ก่อน“นอนลง”“ข้ารู้จักเขา…”สายตาทุกคู่หันไปทันทีชายชุดเทาถอนหายใจคล้ายหมดความอดทน“เห็นหรือไม่ พวกเรามิใช่คนแปลกหน้า”แต่คนเจ็บกลับมองเขาอย่างส

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status