Beranda / แฟนตาซี / พันธนาการรักใต้เงากระบี่ / บทที่ 100 — โอกาสที่ต้องเดินกลับมา

Share

บทที่ 100 — โอกาสที่ต้องเดินกลับมา

last update Tanggal publikasi: 2026-10-25 02:17:32

“เจ้าจะออกจากที่คุมขังเพื่อช่วยคนครั้งนี้เท่านั้น”

เจ้าสำนักกล่าวพลางเลื่อนคำสั่งแผ่นหนึ่งมาตรงหน้าเผยเหวินซู

“เครื่องผนึกปราณยังอยู่ ห้ามพกอาวุธ ห้ามแยกจากผู้ควบคุม หากพบสิ่งใดต่างจากที่เคยให้การ ต้องแจ้งทันที เมื่อเสร็จงานให้กลับมารับโทษตามเดิม”

เผยเหวินซูก้มอ่านจนจบ

“ข้ายอมรับ”

ผู้คุมวางพู่กันให้ เขาจึงลงชื่อใต้คำสั่ง มือข้างที่ถูกเครื่องผนึกเสียดสีมีรอยแดง แต่ไม่ได้ร้องขอให้คลายออก

จ้าวเฉิงมองลายมือบนกระดาษแล้วหันหาเจ้าสำนัก

“ข้ามีเรื่องจะถามขอรับ”

เผยเหวินซูวางพู่กันลง

“ถามข้าเถิด”

จ้าวเฉิงมองเขาตรง ๆ

“จะให้พวกเราไว้ใจเจ้าได้อย่างไร ในเมื่อเจ้าก็เคยหักหลังพวกเรา”

ห้องเงียบลงทันที

เผยเหวินซูไม่ได้หลบสายตา แต่คำตอบกลับช้ากว่าตอนรับเงื่อนไข

“ข้าไม่มีคำใดทำให้เรื่องนั้นหายไป”

“แล้วหากข้างในมีทางหนีที่เจ้าจงใจไม่เขียน—”

“จ้าวเฉิง”

เยว่ซีเรียกเบา ๆ

เขาหันมา สีหน้ายังคงเคร่งเครียด

“ข้าไม่ได้ค้านเพราะไม่อยากช่วยคน แต่หากเขาพาหลิงยวนกับผู้อาวุโสเข้าไปติดกับ เราจะเสียคนเพิ่มอีกเท่าไร”

“ข้าก็กลัวเรื่องนั้น”

คำตอบทำให้เขานิ่ง

เยว่ซีมองเผยเหวินซู ก่อนพูดต่อ

“ข้ายังจำสิ่งที่เขาทำได้ แต่คำเตือนครั้งก่อนช่วยคนไว้จริง บัญชีที่เขาให้ก็พาเราไปพบคนที่ถูกขัง หากจะให้เขาช่วย เราควรตัดสินจากสิ่งที่ตรวจสอบได้ด้วย”

“เจ้ากลับมาเชื่อใจเขาแล้วหรือ”

นางส่ายหน้า

“ยังไม่เหมือนเดิม”

เผยเหวินซูหลุบตาลงเล็กน้อย

เยว่ซีไม่ได้เปลี่ยนคำตอบเพื่อให้เขารู้สึกดีขึ้น

“เสี่ยวถังเคยทำให้ข้าเสียใจ ข้าเองก็ไม่ได้กลับไปจับมือนางทันที แต่วันนี้ข้ากลับมาเชื่อใจนางได้ เพราะนางมีโอกาสให้ข้าเห็นว่านางเลือกทำอะไร”

นางหันไปหาเจ้าสำนัก

“เหวินซูรู้รายละเอียดที่พวกเรายังไม่รู้ หากท่านเห็นว่าจำเป็นต้องใช้เขา ข้าก็เห็นด้วยเจ้าค่ะ”

จากนั้นจึงมองจ้าวเฉิงอีกครั้ง

“จะใช้คนต้องไม่ระแวง เมื่อวางเงื่อนไขไว้แล้ว ก็ต้องยอมให้เขาทำหน้าที่ หากทุกครั้งที่เขาชี้ทาง เราหยุดเถียงกันว่าเขาคิดหลอกหรือไม่ คนที่รออยู่ข้างในอาจไม่มีเวลาพอ”

จ้าวเฉิงขบกราม ก่อนหันกลับไปหาเผยเหวินซู

“ข้าจะฟังคำแนะนำของเจ้า แต่ข้าจะดูด้วยว่าเจ้าทำอะไร”

“ควรเป็นเช่นนั้น”

เสียงเผยเหวินซูแหบกว่าตอนเข้าห้อง

โม่หลิงยวนรับคำสั่งจากเจ้าสำนักแล้วส่งให้ผู้คุม

“ถอดโซ่ข้อเท้า เขาต้องเดินทางหน้าผา ส่วนเครื่องผนึกคงไว้”

เสียงกุญแจดังขึ้น

โซ่หนักตกลงบนพื้น เผยเหวินซูขยับข้อเท้าช้า ๆ ราวกับต้องนึกก่อนว่าการก้าวโดยไม่มีน้ำหนักรั้งนั้นเป็นอย่างไร

ก่อนเขาจะได้เงยหน้า ศิษย์ส่งข่าวก็เข้ามาถึงประตู

“หน่วยล่วงหน้าพบรอยล้อใหม่ขอรับ มีรถเปล่าจอดอยู่หลังเรือนสามคัน คนเฝ้ากำลังขนหีบออกมา”

หลิงยวนรับรายงานทันที

เผยเหวินซูก้าวเข้าหาแผนที่ แต่หยุดเมื่อผู้คุมขยับมือ

“ขอข้าดูตำแหน่งรถ”

หลิงยวนกางกระดาษให้

ปลายนิ้วของเผยเหวินซูแตะเส้นทางหลังเรือน

“หากหันหัวรถไปทางนี้ พวกมันกำลังเตรียมย้ายอีกครั้ง”

“ต้องใช้เวลาเท่าไร”

“คนสิบกว่าคนที่เดินเองไม่ไหว…” เขาเงยหน้าขึ้น “เราไม่ควรรอถึงเช้า”

หลิงยวนม้วนแผนที่

“ออกเดินทางเดี๋ยวนี้”

⸻

เยว่ซีตามเขามาถึงบันไดหน้าหอใหญ่

“ข้าไปด้วย—”

หลิงยวนหันมา

นางหยุดคำพูดเองเมื่อเห็นสายตาเขา ก่อนถอนหายใจอย่างหงุดหงิดกับร่างกายตน

เมื่อครู่นางนั่งนานเกินไป เพียงเดินลงบันไดสองขั้นก็ต้องหยุดรอให้อาการหน้ามืดผ่านไปเสียก่อน

“ข้ายังพูดไม่จบเลยเจ้าค่ะ”

“ข้าก็ยังไม่ได้ตอบ”

“หน้าท่านตอบแล้ว”

เขาจับข้อศอกนางไว้จนยืนมั่นคง

เยว่ซีก้มมองมือนั้น ก่อนกล่าวเสียงเบาลง

“เช่นนั้นข้าจะอยู่ช่วยทางนี้ ให้เตรียมเรือนรับคนเจ็บไว้ก่อน พอกลับมาจะได้ไม่ต้องย้ายกันวุ่นวาย”

หลิงยวนพยักหน้า

นางจับชายแขนเสื้อเขาไว้ครู่หนึ่ง

“อย่าให้คำว่าควบคุมเหวินซู ทำให้ท่านลืมระวังตัวเอง”

“เจ้าก็อย่าให้คำว่ารอ กลายเป็นแอบตามมา”

เยว่ซีเงยหน้าทันที

“ข้ายังไม่ได้คิด”

เขาเลิกคิ้วเล็กน้อย

นางจึงยอมปล่อยแขนเสื้อ

“ก็ได้ ข้าจะไม่เริ่มคิดด้วย”

มุมปากหลิงยวนขยับ เขาจัดเสื้อคลุมที่ไหล่นางให้กระชับ ก่อนหันไปสมทบกับผู้อาวุโสสวี่ จ้าวเฉิง และศิษย์ที่ได้รับมอบหมาย

เผยเหวินซูยืนรออยู่ท้ายกลุ่ม

เยว่ซีเดินผ่านเขาไปสองก้าวแล้วหยุด

“คนที่ท่านเคยส่งไปสิบเจ็ดคน ตอนนี้เราพบแล้วคนหนึ่ง”

เขาหันมองนาง

“ข้าอยากเห็นอีกสิบหกคนกลับมา”

เผยเหวินซูพยักหน้าเพียงครั้งเดียว

คราวนี้เขาไม่ได้ให้คำมั่นว่าจะทำทุกอย่างเพื่อนาง

เขาหันไปเดินตามหลิงยวนทันที

⸻

ลมกลางคืนพัดแรงจนชายเสื้อแนบติดขา

ใต้หน้าผา ทางหินแคบกว่าที่เห็นในภาพวาด ด้านหนึ่งเป็นผาสูง อีกด้านมีเสียงน้ำกระแทกโขดดังขึ้นจากความมืด

เผยเหวินซูเดินอยู่ระหว่างหลิงยวนกับจ้าวเฉิง มือข้างหนึ่งเกาะผาหยาบ ทุกครั้งที่ต้องก้าวข้ามช่องหิน เครื่องผนึกตรงข้อมือจะกระทบผนังดังเบา ๆ

เขาหยุดตรงรอยแยกสามช่อง

“ช่องกลาง”

ศิษย์หน่วยล่วงหน้าส่ายหน้า

“ตรวจแล้ว ตันขอรับ”

“ตันตรงระดับสายตา ก้มลงจะเห็นทางลอดด้านล่าง”

หลิงยวนย่อตัว แสงเล็กจากปลายนิ้วเผยให้เห็นช่องว่างหลังพุ่มหญ้าแห้งจริง ๆ

ลมอุ่นจากด้านในพัดออกมา

มีกลิ่นน้ำมันตะเกียงปะปนอยู่ด้วย

ผู้อาวุโสสวี่ส่งสัญญาณให้หน่วยที่เหลืออ้อมขึ้นไปปิดทางรถ ส่วนหลิงยวนเป็นคนแรกที่ลอดเข้าไป

ด้านหลังรอยแยกมีบันไดหินทอดสูงขึ้น

เมื่อพวกเขามาถึงขั้นสุดท้าย เสียงครางก็ดังผ่านผนังไม้

ตามด้วยเสียงตวาด

“ยกคนนี้ไปก่อน! นายท่านสั่งว่าใครเดินไม่ได้ก็ลากออกมา!”

หลิงยวนยกมือห้ามทุกคนเคลื่อนไหว

ผ่านช่องแตกของแผ่นไม้ เขาเห็นชายสองคนลากหญิงผู้หนึ่งออกจากห้อง นางพยายามเกาะขอบประตู แต่ถูกเตะจนมือหลุด

อีกคนยืนถือคบไฟอยู่ข้างกองหีบ

เผยเหวินซูเห็นตำแหน่งนั้นแล้วกระซิบทันที

“หีบขวาสุด ใต้ผ้าดำ บันทึกอยู่ในนั้น”

ชายถือคบไฟก้มลง

เปลวไฟแตะชายผ้า—

กระบี่ของหลิงยวนพุ่งทะลุแผ่นไม้!

คบไฟหลุดจากมือชายผู้นั้น ปักติดเสาห่างจากกองหีบเพียงคืบ เขายังไม่ทันร้อง หลิงยวนก็ถีบประตูเปิด กระแทกด้ามกระบี่เข้าขมับจนล้มลง

“ช่วยคน!”

จ้าวเฉิงพุ่งผ่านไปทันที เขาปัดอาวุธของคนที่ลากหญิงสาว ก่อนเตะข้อพับจนอีกฝ่ายทรุดลง

เสียงนกหวีดดังแหลมจากลานด้านนอก

ประตูอีกสามบานเปิดพร้อมกัน

ผู้อาวุโสสวี่ซัดแผ่นอาคมตรึงธรณีประตู บานหนึ่งปิดกระแทกคนถือหน้าไม้จนล้มกลับเข้าไป ส่วนอีกสองคนถูกหลิงยวนสกัดไว้กลางทางเดิน

เผยเหวินซูรีบเปิดหีบ

ด้านในมีสมุดหลายเล่ม เขาคว้าเล่มหุ้มผ้าสีน้ำตาลขึ้นมา พลิกตรวจสองหน้าแล้วส่งให้ผู้อาวุโสสวี่

“เล่มนี้!”

เสียงไม้แตกดังขึ้นเหนือศีรษะ

ชายผู้หนึ่งกระโดดลงจากคาน กระบี่ในมือฟันตรงเข้าหาคอเขา!

เผยเหวินซูถอยติดหีบ ไม่มีปราณให้ใช้ ไม่มีอาวุธให้รับ

แสงสีเงินอมฟ้าพาดผ่านตรงหน้า

กระบี่ของผู้โจมตีหักกลางเล่ม ร่างถูกแรงซัดกระแทกผนัง หลิงยวนก้าวมาขวางก่อนตวัดปลายกระบี่จ่อคออีกฝ่าย

“อยู่หลังข้า”

เผยเหวินซูกลืนลมหายใจที่สะดุดลง

แล้วเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากปลายทางเดิน

“พี่…”

จ้าวเฉิงหยุดมือ

หญิงที่เขาเพิ่งช่วยผลักเขาออกอย่างแรง นางคลานไปข้างหน้า ทั้งที่ข้อเท้ายังมีโซ่ผูกติดกัน

“พี่ ข้าอยู่นี่!”

หลิงยวนหันขวับ

ประตูเหล็กบานในสุดกำลังเปิดออก

หลังประตูมีแสงสีแดงส่องขึ้นจากพื้น

“จับนางไว้!” เผยเหวินซูตะโกน

จ้าวเฉิงคว้าแขนหญิงสาวทันก่อนนางถึงธรณีประตู แต่นางดิ้นจนบาดแผลเปิด เลือดซึมผ่านผ้าที่พันข้อมือ

เสียงเรียกดังขึ้นอีกครั้ง

คราวนี้มีคนในห้องขังขานตอบพร้อมกันหลายคน

บางคนเรียกแม่ บางคนเรียกชื่อบุตร ทั้งที่เสียงจากหลังประตูเป็นเสียงเดียวกัน

หลิงยวนแทงกระบี่เข้ารอยต่อบานเหล็กแล้วบิดปิด แสงสีเงินอมฟ้าคลุมทับอักขระแดงที่พื้น แต่เสียงยังลอดออกมาตามช่องผนัง

“ท่านสวี่!”

“ข้ากำลังหาแนวเชื่อม!”

เผยเหวินซูมองคนเจ็บที่ดิ้นอยู่ในอ้อมแขนจ้าวเฉิง ก่อนหันไปยังเชือกเส้นหนาซึ่งทอดจากห้องขังขึ้นสู่เพดาน

เขาจำมันได้

เมื่อครั้งมาส่งบันทึก คนเฝ้าเคยดึงเชือกเส้นนี้เพื่อเปิดทางขนหีบ

“เหนือทางเดินมีประตูกั้นอีกชั้น!” เขาบอก “ลดมันลงจะปิดช่องเสียงได้!”

ผู้อาวุโสสวี่เงยหน้ามอง เห็นแผ่นหินหนาซ่อนอยู่เหนือคาน

เผยเหวินซูพุ่งไปที่สลักข้างเสาแล้วดึง

ไม่ขยับ

เขากัดฟันใช้มือทั้งสองกระชากอีกครั้ง เครื่องผนึกเสียดสีบาดแผลจนเลือดไหล

จ้าวเฉิงลากหญิงสาวพ้นแนวประตู ก่อนหันมาช่วย

“หลบ!”

เผยเหวินซูปล่อยมือทันที

จ้าวเฉิงฟันโซ่ยึดข้างสลักขาด ผู้อาวุโสสวี่ใช้ปราณประคองแผ่นหินลง ส่วนหลิงยวนถอยออกมาในจังหวะสุดท้าย

เสียงครืนสนั่นทั้งทางเดิน

ประตูหินปิดถึงพื้น

เสียงเรียกขาดหายไปทันที

หญิงในอ้อมแขนจ้าวเฉิงยังดิ้นอยู่สองครั้ง ก่อนหมดแรงซบลง เขารีบแตะชีพจรแล้วเงยหน้า

“ยังหายใจ!”

หลิงยวนกดอาคมลงบนแผ่นหิน ปิดทางไม่ให้เปิดซ้ำ ก่อนหันไปหาศิษย์ที่ตามเข้ามา

“พาคนออกทางหน้าผา ส่งสัญญาณเรียกเปลจากด้านนอก”

เผยเหวินซูหยิบพวงกุญแจจากคนเฝ้าที่สลบอยู่

“ห้องซ้ายยังมีอีกสองห้อง”

เขาวิ่งไปได้สามก้าวก็เซ

จ้าวเฉิงคว้าหลังเสื้อไว้ทัน

เผยเหวินซูหันมองด้วยสีหน้าตกใจ

“ข้าไม่ได้หนี”

“ข้าเห็นว่าเจ้าจะล้ม!”

จ้าวเฉิงดึงกุญแจจากมือเขา

“เจ้าชี้ ข้าเปิด เร็วเข้า!”

⸻

ฟ้ายังไม่สว่างเมื่อเปลแรกกลับถึงสำนักชิงเสวียน

เยว่ซีกับเหยียนอวี้หนิงรออยู่หน้าเรือนรักษา ประตูทุกบานเปิดกว้าง เตียงถูกจัดให้คนเจ็บมองเห็นทางออกได้ ไม่มีศิษย์ยืนล้อมเหมือนตอนช่วยชายคนแรก

อาจารย์ฉินรับคนเจ็บไปตรวจทีละคน เสิ่นซูเหอสั่งต้มน้ำเพิ่ม ส่วนเยี่ยจื้อหยวนคอยตรวจปราณตกค้างก่อนย้ายเข้าเรือน

“อย่าเรียกข้ามห้อง” เยว่ซีบอกศิษย์ที่กำลังจะตะโกนตามเพื่อน “เดินไปบอกเขาเถิด บางคนยังกลัวเสียงเรียกอยู่”

อีกฝ่ายพยักหน้าแล้วรีบไป

นางนับเปลที่ผ่านประตู

เก้า

สิบ

สิบเอ็ด…

ผู้หญิงบนเปลถัดมาพยายามยกมือปิดหู ทั้งที่ไม่มีใครพูดกับนาง

เยว่ซีขยับไปยืนในระยะที่มองเห็น

“ถึงสำนักชิงเสวียนแล้วเจ้าค่ะ ข้างหน้ามีหมอ ข้าจะเดินไปด้วย”

หญิงผู้นั้นจับแขนเสื้อนางแน่น

เยว่ซีจึงเดินช้า ๆ ข้างเปล ไม่ดึงมือออก

เมื่อกลับมาถึงลาน หลิงยวนกำลังลงจากม้า เสื้อบริเวณหัวไหล่มีรอยขาด แต่ยืนมั่นคงดี ผู้อาวุโสสวี่ตามมาพร้อมห่อบันทึก ส่วนจ้าวเฉิงประคองชายอีกคนลงจากรถ

“สิบหกคน” หลิงยวนบอกก่อนนางถาม “ครบแล้ว”

เยว่ซีหลับตาลงชั่วครู่

ตลอดคืน นางคิดถึงช่องว่างสิบหกช่องบนกระดาษซ้ำไปซ้ำมา

บัดนี้คนเหล่านั้นกำลังหายใจอยู่ในเรือนด้านหลัง

นางก้าวเข้าหาหลิงยวน ยกมือแตะรอยขาดบนเสื้อ

“แผลหรือเจ้าคะ”

“ผ้าเกี่ยวคาน”

นางเปิดดูจนแน่ใจแล้วจึงปล่อย

หลิงยวนก้มมองใต้ตานาง

“เจ้าก็ไม่ได้นอน”

“ข้ารักษาคำพูดแล้ว ข้าไม่ได้แอบตามไป”

เขาถอนหายใจ ก่อนยกมือเช็ดคราบฝุ่นที่ติดข้างแก้มนางโดยไม่รู้ตัว

ด้านหลัง จ้าวเฉิงยกมือที่เปื้อนฝุ่นขึ้นดู แล้วเดินไปขอน้ำล้างจากอวี้หนิงเงียบ ๆ

เผยเหวินซูลงจากรถคันสุดท้าย

เมื่อส่งห่อกระดาษที่ช่วยขนให้ศิษย์แล้ว เขาก็เดินตรงไปหาผู้คุมซึ่งรออยู่ข้างประตู

ยื่นข้อมือทั้งสองออกไปเอง

เยว่ซีเห็นเลือดแห้งติดอยู่ใต้เครื่องผนึก

“รอก่อน”

เผยเหวินซูหยุด

นางหันไปหาเสิ่นซูเหอที่เพิ่งออกจากเรือน

“ขอผ้าทำแผลอีกชุดได้หรือไม่เจ้าคะ”

“ข้าไม่เป็นไร” เขาพูด

“เลือดซึมออกมาแล้ว”

เยว่ซีรับผ้าจากศิษย์ห้องยา ส่งให้ผู้คุม ก่อนหันกลับมาหาเขา

“ให้หมอดูก่อนกลับ”

เผยเหวินซูมองผ้าขาวอยู่ครู่หนึ่ง

“ขอบคุณ”

คำพูดอื่นเหมือนจะตามมา แต่เขากลืนมันลง

เยว่ซีเองก็ยังไม่พร้อมฟังคำขอโทษยาว ๆ ตรงหน้าคนเจ็บเหล่านี้ นางจึงเพียงพยักหน้า แล้วหลีกให้ผู้ช่วยหมอเข้าทำแผล

ขณะนั้น ผู้อาวุโสสวี่เรียกหลิงยวนจากโต๊ะใต้ชายคา

เขาเปิดบันทึกที่นำกลับมาแล้ว

เยี่ยจื้อหยวนยืนอยู่ข้างกัน สีหน้าของทั้งสองทำให้เยว่ซีเดินเข้าไปด้วย

บนหน้ากระดาษมีภาพเส้นปราณและคำอธิบายแน่นขนัด หลายแห่งถูกขีดแก้ด้วยหมึกคนละสี

“ต้นฉบับกล่าวถึงการประคองจิตคนที่หลงอยู่ในความทรงจำ” เยี่ยจื้อหยวนบอก “แต่ส่วนที่เติมภายหลังกลับใช้จุดเดียวกันบังคับให้คนยอมรับปราณจากภายนอก”

หลิงยวนก้มดู

“ถอนให้คนที่ช่วยมาได้หรือไม่”

“มีหลักให้เริ่มรักษาแล้ว ข้าจะอ่านร่วมกับอาจารย์ฉิน”

เยว่ซีคลายไหล่ลง

ทว่าสายตากลับสะดุดตรงมุมล่างของหน้ากระดาษ

มีข้อความสั้น ๆ เขียนแทรกไว้ข้างเส้นที่ถูกขีดฆ่า

หากผู้ป่วยฝืนต้าน ให้หยุด อย่าถือว่าความเงียบคือการยินยอม

นางเลื่อนนิ้วเข้าไปใกล้ แต่ยังไม่แตะกระดาษ

ตัวอักษรสุดท้ายตวัดขึ้นเล็กน้อย

ภาพมือใหญ่ซึ่งเคยจับมือนางเขียนหนังสือแวบเข้ามาในหัว ครั้งหนึ่งนางเคยบ่นว่าเหตุใดท่านพ่อจึงเขียนตัวเดียวกันไม่เหมือนแบบในตำรา

ผู้อาวุโสสวี่เห็นนางหยุดนิ่งจึงถาม

“เยว่ซี?”

นางเงยหน้าขึ้นช้า ๆ

“ลายมือนี้…”

เขาก้มมองตำแหน่งที่นางชี้

สีหน้าของผู้อาวุโสเปลี่ยนไป

เยว่ซีเห็นแล้ว หัวใจก็เต้นแรงขึ้นทันที

“ท่านจำได้ใช่หรือไม่เจ้าคะ”

ผู้อาวุโสสวี่ดึงบันทึกเข้าหาแสง ตรวจตัวอักษรอีกสองครั้ง ก่อนพยักหน้า

“เป็นลายมือบิดาเจ้า”

มือของเยว่ซีหยุดค้างเหนือกระดาษ

นอกชายคา เสียงผู้คุมกำลังพาเผยเหวินซูกลับดังขึ้น นางหันไปเรียกเขาทันที

“เหวินซู!”

เขาหยุดเดิน

เยว่ซีประคองหน้ากระดาษไว้ ระวังจนไม่กล้ากำมันแน่น

“บอกข้าที…เซี่ยจิ้งเหิงเอาบันทึกของท่านพ่อข้ามาจากไหน”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 102 — คราวนี้ข้าจะไปให้ทัน

    “ตอนนั้นท่านแม่อยู่ข้างข้า แล้วข้ากำลังเรียกใคร”หลินเยว่ซีวางบันทึกลงกลางโต๊ะประโยคสุดท้ายยังติดอยู่ในสายตา นางอายุเพียงสี่ขวบ แต่กลับได้ยินเสียงเรียกจากคนที่ไม่มีตัวตน ก่อนเหตุการณ์เมืองหลินอันถูกทำลายถึงหนึ่งปีผู้อาวุโสสวี่เลื่อนกระดาษส่วนที่พับไว้ออก“วันต่อมาบิดาเจ้าพาออกจากเรือนด้านตะวันตก อาการก็สงบ เขาเขียนไว้เท่านี้”เยว่ซีอ่านต่อจนถึงปลายหน้า แล้วพลิกด้านหลังเองไม่มีข้อความอื่นนางหันหาโม่หลิงยวน“ท่านเคยได้ยินเรื่องนี้หรือไม่”“ไม่เคย ตอนข้าพบเจ้า เจ้าห้าขวบแล้ว”“เช่นนั้นอย่าเพิ่งถือว่าเป็นอาคมเดียวกับที่ใช้จับคนเหล่านั้น”เยี่ยจื้อหยวนเงยหน้ามองนางเยว่ซีชี้ข้อความเรื่องย้ายเรือน“คนเจ็บที่เราช่วยกลับมายังมีอาการหลังออกจากที่ขัง แต่ข้าสงบลงทันทีที่เปลี่ยนสถานที่ อย่างน้อยมันก็ต่างกันตรงนี้เจ้าค่ะ”“ถูกต้อง” เขาตอบ “เก็บข้อแตกต่างนี้ไว้ตรวจต่อ”นางพยักหน้า ก่อนขอกระดาษมาคัดข้อความส่วนของบิดาระหว่างเขียน สายตากลับสะดุดลายหมึกที่คนอื่นเพิ่มลงในบันทึกฉบับใหญ่ ตรงที่บิดากำชับให้หยุดเมื่อผู้ป่วยเจ็บ มีคำสั่งให้ฝืนส่งปราณต่อเขียนทับอยู่พู่กันในมือนางหยุด“คนเขียนส่วนนี้ถูกจ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 101 — ลายมือที่กลับมาถึงนาง

    เผยเหวินซูหันกลับมาเมื่อได้ยินคำถามผู้คุมหยุดตาม เขามองบันทึกที่เยว่ซีประคองอยู่ ก่อนเดินกลับเข้ามาใต้ชายคาโดยมีคนตามประกบ“ตอนที่เซี่ยจิ้งเหิงสั่งให้ข้านำไปส่ง มันอยู่ในห้องหนังสือของเขาแล้ว”“เขาเคยบอกหรือไม่ว่าได้มาอย่างไร”“ไม่เคย”คำตอบสั้นจนเยว่ซีเผลอกำขอบกระดาษเผยเหวินซูเห็น แต่ไม่ได้รีบเติมสิ่งที่ตนไม่รู้ลงไปเพื่อให้นางพอใจ“ข้าจำได้ว่าตอนรับมา ปกกับเนื้อในหลุดจากกัน เขาให้คนเย็บใหม่ก่อนส่งออก ข้าเห็นเพียงหน้าที่เปิดค้างอยู่กับข้อความที่เขาสั่งให้ตรวจ”ผู้อาวุโสสวี่พลิกดูสันบันทึกทันทีด้ายสองแนวซ้อนกันอยู่จริง แนวหนึ่งสีซีดเกือบกลืนกับกระดาษ อีกแนวใหม่กว่าและร้อยห่างอย่างลวก ๆเยว่ซีมองรอยเย็บนั้นสิ่งที่บิดาเคยเขียนเพื่อช่วยคน ถูกใครบางคนถอดออก เปลี่ยนคำสอน แล้วเย็บกลับเข้าเล่มเหมือนไม่เคยมีสิ่งใดเกิดขึ้น“ส่วนที่ใช้เสียงเรียกคน…” นางถาม “เป็นของท่านพ่อด้วยหรือไม่เจ้าคะ”เยี่ยจื้อหยวนเลื่อนบันทึกเข้าหาแสง“ที่อ่านพบตอนนี้ บิดาเจ้าใช้สิ่งคุ้นเคยช่วยให้ผู้ป่วยแยกความทรงจำออกจากสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ส่วนผู้แก้ไขกลับใช้ความคุ้นเคยนั้นหลอกให้คนยอมเปิดเส้นปราณ”เขาชี้ข้อความซึ่งถูก

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 100 — โอกาสที่ต้องเดินกลับมา

    “เจ้าจะออกจากที่คุมขังเพื่อช่วยคนครั้งนี้เท่านั้น”เจ้าสำนักกล่าวพลางเลื่อนคำสั่งแผ่นหนึ่งมาตรงหน้าเผยเหวินซู“เครื่องผนึกปราณยังอยู่ ห้ามพกอาวุธ ห้ามแยกจากผู้ควบคุม หากพบสิ่งใดต่างจากที่เคยให้การ ต้องแจ้งทันที เมื่อเสร็จงานให้กลับมารับโทษตามเดิม”เผยเหวินซูก้มอ่านจนจบ“ข้ายอมรับ”ผู้คุมวางพู่กันให้ เขาจึงลงชื่อใต้คำสั่ง มือข้างที่ถูกเครื่องผนึกเสียดสีมีรอยแดง แต่ไม่ได้ร้องขอให้คลายออกจ้าวเฉิงมองลายมือบนกระดาษแล้วหันหาเจ้าสำนัก“ข้ามีเรื่องจะถามขอรับ”เผยเหวินซูวางพู่กันลง“ถามข้าเถิด”จ้าวเฉิงมองเขาตรง ๆ“จะให้พวกเราไว้ใจเจ้าได้อย่างไร ในเมื่อเจ้าก็เคยหักหลังพวกเรา”ห้องเงียบลงทันทีเผยเหวินซูไม่ได้หลบสายตา แต่คำตอบกลับช้ากว่าตอนรับเงื่อนไข“ข้าไม่มีคำใดทำให้เรื่องนั้นหายไป”“แล้วหากข้างในมีทางหนีที่เจ้าจงใจไม่เขียน—”“จ้าวเฉิง”เยว่ซีเรียกเบา ๆเขาหันมา สีหน้ายังคงเคร่งเครียด“ข้าไม่ได้ค้านเพราะไม่อยากช่วยคน แต่หากเขาพาหลิงยวนกับผู้อาวุโสเข้าไปติดกับ เราจะเสียคนเพิ่มอีกเท่าไร”“ข้าก็กลัวเรื่องนั้น”คำตอบทำให้เขานิ่งเยว่ซีมองเผยเหวินซู ก่อนพูดต่อ“ข้ายังจำสิ่งที่เขาทำได้ แต่คำเตือน

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 99 — เสียงของคนที่ไม่อยู่

    “ตรวจสายเลือด?”หลินเยว่ซีเงยหน้าจากจดหมายเสียงเก็บเก้าอี้จากลานพิธีรับรางวัลยังดังลอดหน้าต่างเข้ามา ป้ายรางวัลบนฝักกระบี่ของหลิงยวนยังผูกด้วยเชือกเส้นที่นางเพิ่งจัดให้ แต่บนโต๊ะตรงหน้ากลับมีคำขอเลือดของนางวางอยู่เรียบร้อยแล้วเจ้าสำนักเลื่อนจดหมายอีกสามฉบับมารวมกัน“บางสำนักเชิญเจ้าไปพักฟื้น บางแห่งเสนอช่วยฝึกควบคุมปราณ ข้าเรียกมาถามความประสงค์ของเจ้า มิได้รับปากผู้ใด”เยว่ซีวางจดหมายคืน“ข้าไม่ไปเจ้าค่ะ”“อาจารย์ฉินกับท่านเยี่ยดูแลข้าก็เพียงพอแล้วเจ้าค่ะ”เจ้าสำนักพยักหน้า ก่อนส่งจดหมายให้ศิษย์รับรอง“แจ้งตามนี้ แล้วส่งแขกกลับไปพัก ไม่ต้องรอพบเยว่ซี”ศิษย์รับคำแล้วออกจากห้องไม่มีใครขอให้นางคิดใหม่เยว่ซีจึงคลายมือที่กำชายแขนเสื้อโดยไม่รู้ตัว หลิงยวนเห็น แต่เพียงขยับเก้าอี้ให้นางลุกสะดวกทั้งสองเดินออกทางประตูข้าง ระหว่างผ่านระเบียง เสียงสนทนาจากห้องรับรองดังขึ้นพอดี“แม้แต่พบสักครู่ก็ไม่ได้หรือ”“ศิษย์พี่หลินต้องพักขอรับ”“ข้าเพียงอยากช่วยให้นางรู้ว่าพลังนั้นมาจากไหน”เยว่ซีชะลอฝีเท้า เหลือบมองไปเพียงครู่เดียวหลิงยวนหยุดรออยู่ข้างหน้า“กลับหรือไม่”เยว่ซีเดินไปจับมือเขาเอง“กลับเ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 98 — วันที่เสียงปรบมือกลับมา

    “อย่าให้ผู้ใดตามเสียงเข้าไปตามลำพัง”เยี่ยจื้อหยวนกล่าวหลังอ่านรายงานจบ เขาพลิกกระดาษกลับไปดูคำให้การของผู้รอดชีวิตอีกครั้ง ก่อนวางลงตรงหน้าเจ้าสำนัก“ยังสรุปไม่ได้ว่าเสียงมาจากคน อาคม หรือสิ่งอื่น แต่หากมันดังจากห้องที่ตรวจแล้วว่าไม่มีใคร ต้องรักษาระยะไว้ก่อน”ผู้อาวุโสสวี่เตรียมแผ่นอาคมลงกล่อง“ข้าจะไปกับคนส่งข่าว ตรวจทางเชื่อมใต้ดินและรอยสลักในห้อง ส่วนผู้รอดชีวิตให้ย้ายออกมาก่อน”หลิงยวนเลื่อนแผนที่เข้ามา“ใช้ทางเกวียนด้านใต้ เส้นทางสั้นกว่า และไม่ต้องผ่านช่องเขา ข้าจะให้คนไปสมทบที่ปากทาง”เจ้าสำนักอนุญาตทันที พร้อมส่งหมอและผู้คุ้มกันเพิ่มเมื่อจัดการเสร็จ ฟ้าด้านนอกเริ่มสว่างแล้วผู้อาวุโสสวี่ปิดกล่อง หันมองหลิงยวนซึ่งยังยืนอยู่ข้างแผนที่“เรื่องทางนี้มีคนรับแล้ว วันนี้เจ้ามีหน้าที่บนลาน”หลิงยวนพยักหน้าเขารอจนกลุ่มเดินทางพ้นประตู ก่อนหยิบกระบี่ขึ้นมาสายรัดข้อมือที่เยว่ซีผูกให้ยังเรียบร้อย⸻เยว่ซีมาถึงลานเหนือพร้อมยายหวังวันนี้เสี่ยวถังเลือกพักช่วงเช้า เพื่อเก็บแรงมาร่วมพิธีมอบรางวัลในตอนบ่าย จ้าวเฉิงรับปากจะจำกระบี่สุดท้ายไปเล่าให้ฟังอย่างละเอียด“ข้าบอกนางแล้วว่าจะไม่แต่งเต

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 97 — ก้าวกลับเข้าสู่ลาน

    เสียงกระบี่ไม้กระทบกันดังขึ้นสามครั้งครั้งที่สี่ เหยียนอวี้หนิงหยุดมือก่อนปลายกระบี่จะถึงไหล่จ้าวเฉิง“เจ้าเปลี่ยนเท้าเร็วเกินไป”จ้าวเฉิงก้มมองเท้าตนเอง“ข้าฝึกมาทั้งชีวิตเพื่อให้เร็วขึ้น วันนี้กลับต้องช้าลงอีก”“ข้าขอให้เจ้าจำลองจังหวะของเขา มิได้ขอให้เจ้าชนะข้า”“คำขอของเจ้าทำร้ายความมั่นใจข้ามาก”เยว่ซีซึ่งนั่งอยู่บนม้านั่งหลุดหัวเราะ ก่อนใช้ปลายกิ่งไม้ขีดเส้นบนดิน“ตอนเขายกกระบี่หนัก ไหล่จะขยับก่อน แต่ตอนส่งปราณดิน เขาจะกดส้นเท้า”อวี้หนิงลดกระบี่แล้วเดินมาดู“หากเขาใช้สองอย่างพร้อมกัน?”เยว่ซีวางกิ่งไม้ทาบเส้นหนึ่ง“ครั้งก่อนเราคิดแต่ทำให้เขาลงเท้าไม่เต็มฝ่าเท้า แต่ถ้าเขายืนมั่นคงอยู่แล้ว เจ้าจะทำอย่างไร”อวี้หนิงมองภาพบนดิน ก่อนใช้รองเท้าลบเส้นตรงกลางทิ้ง“ข้าไม่จำเป็นต้องทำให้เขาล้ม”นางขีดเส้นใหม่ออกไปด้านข้าง“ให้กระบี่เขาไปถึงตำแหน่งที่ต้องการ แล้วข้าไปอีกทาง”จ้าวเฉิงชะโงกมอง“ดี เช่นนั้นคนที่ต้องยืนรับคือข้าหรือ”อวี้หนิงยื่นกระบี่ไม้คืนให้“เจ้าฉลาดขึ้นแล้ว”⸻สิบสองวันผ่านไปนับจากเหตุที่เรือนรักษาคนทั้งสามที่พยายามลักพาตัวผู้ป่วยถูกแยกสอบ บัญชีคลังอาวุธของสำนักต้นสังก

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status