ANMELDEN“ตรวจสายเลือด?”หลินเยว่ซีเงยหน้าจากจดหมายเสียงเก็บเก้าอี้จากลานพิธีรับรางวัลยังดังลอดหน้าต่างเข้ามา ป้ายรางวัลบนฝักกระบี่ของหลิงยวนยังผูกด้วยเชือกเส้นที่นางเพิ่งจัดให้ แต่บนโต๊ะตรงหน้ากลับมีคำขอเลือดของนางวางอยู่เรียบร้อยแล้วเจ้าสำนักเลื่อนจดหมายอีกสามฉบับมารวมกัน“บางสำนักเชิญเจ้าไปพักฟื้น บางแห่งเสนอช่วยฝึกควบคุมปราณ ข้าเรียกมาถามความประสงค์ของเจ้า มิได้รับปากผู้ใด”เยว่ซีวางจดหมายคืน“ข้าไม่ไปเจ้าค่ะ”“อาจารย์ฉินกับท่านเยี่ยดูแลข้าก็เพียงพอแล้วเจ้าค่ะ”เจ้าสำนักพยักหน้า ก่อนส่งจดหมายให้ศิษย์รับรอง“แจ้งตามนี้ แล้วส่งแขกกลับไปพัก ไม่ต้องรอพบเยว่ซี”ศิษย์รับคำแล้วออกจากห้องไม่มีใครขอให้นางคิดใหม่เยว่ซีจึงคลายมือที่กำชายแขนเสื้อโดยไม่รู้ตัว หลิงยวนเห็น แต่เพียงขยับเก้าอี้ให้นางลุกสะดวกทั้งสองเดินออกทางประตูข้าง ระหว่างผ่านระเบียง เสียงสนทนาจากห้องรับรองดังขึ้นพอดี“แม้แต่พบสักครู่ก็ไม่ได้หรือ”“ศิษย์พี่หลินต้องพักขอรับ”“ข้าเพียงอยากช่วยให้นางรู้ว่าพลังนั้นมาจากไหน”เยว่ซีชะลอฝีเท้า เหลือบมองไปเพียงครู่เดียวหลิงยวนหยุดรออยู่ข้างหน้า“กลับหรือไม่”เยว่ซีเดินไปจับมือเขาเอง“กลับเ
“อย่าให้ผู้ใดตามเสียงเข้าไปตามลำพัง”เยี่ยจื้อหยวนกล่าวหลังอ่านรายงานจบ เขาพลิกกระดาษกลับไปดูคำให้การของผู้รอดชีวิตอีกครั้ง ก่อนวางลงตรงหน้าเจ้าสำนัก“ยังสรุปไม่ได้ว่าเสียงมาจากคน อาคม หรือสิ่งอื่น แต่หากมันดังจากห้องที่ตรวจแล้วว่าไม่มีใคร ต้องรักษาระยะไว้ก่อน”ผู้อาวุโสสวี่เตรียมแผ่นอาคมลงกล่อง“ข้าจะไปกับคนส่งข่าว ตรวจทางเชื่อมใต้ดินและรอยสลักในห้อง ส่วนผู้รอดชีวิตให้ย้ายออกมาก่อน”หลิงยวนเลื่อนแผนที่เข้ามา“ใช้ทางเกวียนด้านใต้ เส้นทางสั้นกว่า และไม่ต้องผ่านช่องเขา ข้าจะให้คนไปสมทบที่ปากทาง”เจ้าสำนักอนุญาตทันที พร้อมส่งหมอและผู้คุ้มกันเพิ่มเมื่อจัดการเสร็จ ฟ้าด้านนอกเริ่มสว่างแล้วผู้อาวุโสสวี่ปิดกล่อง หันมองหลิงยวนซึ่งยังยืนอยู่ข้างแผนที่“เรื่องทางนี้มีคนรับแล้ว วันนี้เจ้ามีหน้าที่บนลาน”หลิงยวนพยักหน้าเขารอจนกลุ่มเดินทางพ้นประตู ก่อนหยิบกระบี่ขึ้นมาสายรัดข้อมือที่เยว่ซีผูกให้ยังเรียบร้อย⸻เยว่ซีมาถึงลานเหนือพร้อมยายหวังวันนี้เสี่ยวถังเลือกพักช่วงเช้า เพื่อเก็บแรงมาร่วมพิธีมอบรางวัลในตอนบ่าย จ้าวเฉิงรับปากจะจำกระบี่สุดท้ายไปเล่าให้ฟังอย่างละเอียด“ข้าบอกนางแล้วว่าจะไม่แต่งเต
เสียงกระบี่ไม้กระทบกันดังขึ้นสามครั้งครั้งที่สี่ เหยียนอวี้หนิงหยุดมือก่อนปลายกระบี่จะถึงไหล่จ้าวเฉิง“เจ้าเปลี่ยนเท้าเร็วเกินไป”จ้าวเฉิงก้มมองเท้าตนเอง“ข้าฝึกมาทั้งชีวิตเพื่อให้เร็วขึ้น วันนี้กลับต้องช้าลงอีก”“ข้าขอให้เจ้าจำลองจังหวะของเขา มิได้ขอให้เจ้าชนะข้า”“คำขอของเจ้าทำร้ายความมั่นใจข้ามาก”เยว่ซีซึ่งนั่งอยู่บนม้านั่งหลุดหัวเราะ ก่อนใช้ปลายกิ่งไม้ขีดเส้นบนดิน“ตอนเขายกกระบี่หนัก ไหล่จะขยับก่อน แต่ตอนส่งปราณดิน เขาจะกดส้นเท้า”อวี้หนิงลดกระบี่แล้วเดินมาดู“หากเขาใช้สองอย่างพร้อมกัน?”เยว่ซีวางกิ่งไม้ทาบเส้นหนึ่ง“ครั้งก่อนเราคิดแต่ทำให้เขาลงเท้าไม่เต็มฝ่าเท้า แต่ถ้าเขายืนมั่นคงอยู่แล้ว เจ้าจะทำอย่างไร”อวี้หนิงมองภาพบนดิน ก่อนใช้รองเท้าลบเส้นตรงกลางทิ้ง“ข้าไม่จำเป็นต้องทำให้เขาล้ม”นางขีดเส้นใหม่ออกไปด้านข้าง“ให้กระบี่เขาไปถึงตำแหน่งที่ต้องการ แล้วข้าไปอีกทาง”จ้าวเฉิงชะโงกมอง“ดี เช่นนั้นคนที่ต้องยืนรับคือข้าหรือ”อวี้หนิงยื่นกระบี่ไม้คืนให้“เจ้าฉลาดขึ้นแล้ว”⸻สิบสองวันผ่านไปนับจากเหตุที่เรือนรักษาคนทั้งสามที่พยายามลักพาตัวผู้ป่วยถูกแยกสอบ บัญชีคลังอาวุธของสำนักต้นสังก
“ข้าบอกแล้วว่าอาจารย์ของเขาสั่งให้มารับ”ชายในเสื้อคลุมสีเทายื่นป้ายประจำสำนักให้เสิ่นซูเหอเป็นครั้งที่สองนางไม่ได้รับ“และข้าก็บอกแล้วว่าเขายังเดินทางไม่ได้”ด้านหลังชายผู้นั้นมีคนหามเปลสองคนยืนรอ ผ้ารองเปลสะอาด พับผ้าห่มเรียบร้อย แม้แต่หมอนรองศีรษะก็เตรียมมาพร้อมทุกอย่างดูเหมาะกับการรับผู้ป่วยยกเว้นคนที่มารับไม่เคยถามเลยว่าผู้ป่วยเจ็บตรงไหน“เรานำยามาด้วย” ชายชุดเทากล่าว “ระหว่างทางจะมีคนดูแล ไม่รบกวนสำนักชิงเสวียนอีก”“ยาชนิดใด”เขาชะงักเล็กน้อยเสิ่นซูเหอยื่นมือ“ให้ข้าดู”ชายผู้นั้นล้วงขวดจากแขนเสื้อ แต่ก่อนจะวางลงบนฝ่ามือนาง เสียงลงกลอนก็ดังจากประตูด้านหลังคนหามเปลหันขวับศิษย์หอวินัยสองคนเข้ายืนขวางทางออก“ขอตรวจป้ายและหนังสือคำสั่งอีกครั้ง” ผู้คุมกล่าวชายชุดเทาค่อย ๆ เก็บขวดยากลับ“เมื่อครู่ตรวจแล้ว”“ตอนนี้ได้รับคำสั่งให้ตรวจซ้ำ”ความเงียบกดลงกลางโถงบนเตียงด้านใน บุรุษผู้ใช้กระบี่หนักพยายามยันตัวลุก เสิ่นซูเหอหันไปกดไหล่เขาไว้ก่อน“นอนลง”“ข้ารู้จักเขา…”สายตาทุกคู่หันไปทันทีชายชุดเทาถอนหายใจคล้ายหมดความอดทน“เห็นหรือไม่ พวกเรามิใช่คนแปลกหน้า”แต่คนเจ็บกลับมองเขาอย่างส
“ข้าอยากเห็นสนาม”หลินเยว่ซีพูดขณะโม่หลิงยวนกำลังพานางกลับจากเรือนเสี่ยวถังเขาหยุดตรงทางแยก ด้านหนึ่งนำกลับเรือนพัก อีกด้านมีรั้วไม้ชั่วคราวขวางอยู่ ไกลออกไปได้ยินเสียงสิ่วกระทบหินเป็นระยะ“วันนี้เจ้าเดินมามากแล้ว”“ขอเพียงดูจากข้างนอก ไม่ลงไป”หลิงยวนมองใบหน้านางเยว่ซีไม่ได้หลบตา“ข้าจำได้แค่ตอนมันแตก แต่จำไม่ได้ว่าข้าทำอะไรลงไปบ้าง หากต้องเริ่มฝึกใหม่ ข้าอยากเห็นให้ชัดก่อน”เขาจึงเปลี่ยนทางเมื่อพ้นแนวต้นไม้ เยว่ซีก็หยุดเดินเองกำแพงเตี้ยหายไปทั้งแถบทางผ่านระหว่างลานกับเรือนเก็บอุปกรณ์กลายเป็นร่องลึก แผ่นหินถูกขนมากองไว้ด้านข้าง บางก้อนแตกละเอียดจนต้องตักใส่กระบุงนางมองจากร่องนั้นไปยังประตูเรือนจากตรงที่นางเคยยืน ถึงตรงที่กำแพงเคยอยู่ ระยะทางไกลกว่าที่จำได้มากเยว่ซีค่อย ๆ กำมือไว้ในแขนเสื้อศิษย์ที่กำลังซ่อมลานคนหนึ่งเงยหน้าเห็นนาง เขาชะงัก ก่อนคารวะแล้วหันไปยกหินต่อ เสียงสิ่วเงียบลงสองสามจุด“มีคนอยู่ตรงกำแพงหรือไม่” นางถาม“ย้ายออกไปก่อนแล้ว”“ถ้าย้ายไม่ทัน…”หลิงยวนมองร่องบนพื้นเช่นเดียวกับนาง“ตอนฝึกครั้งหน้า เราจะเตรียมที่ให้พร้อม และหยุดตั้งแต่เจ้ารู้สึกผิดปกติ”เยว่ซีพย
เยว่ซีรู้สึกตัวเพราะมีใครบางคนกำลังเช็ดมือให้นางผ้าอุ่นเคลื่อนผ่านปลายนิ้วอย่างเบามือ กลิ่นสมุนไพรลอยอยู่ใกล้จมูก นางพยายามขยับแขน แต่ร่างกายหนักจนทำได้เพียงงอนิ้วเข้าหาฝ่ามือเลือด…นางจำได้ว่ามือคู่นี้เปื้อนเลือด“เสี่ยวถัง…”ผ้าที่กำลังเช็ดมือหยุดลง“นางปลอดภัยแล้ว”เสียงเสิ่นซูเหอดังอยู่ข้างเตียง เยว่ซีฝืนลืมตา เห็นใบหน้าของอีกฝ่ายผ่านแสงตะเกียงเลือนราง ก่อนพยายามยันตัวลุกความปวดแล่นขึ้นจากใต้ลิ้นปี่ทันทีเสิ่นซูเหอประคองไหล่นางไว้“ค่อย ๆ ขยับ เจ้าเพิ่งฟื้น”“นางอยู่ที่ใดเจ้าคะ”“เรือนข้างกัน อาจารย์ฉินเฝ้าอยู่ เลือดหยุดแล้ว ไม่มีปราณมารเหลือในร่าง”เยว่ซีมองริมฝีปากของผู้พูด ราวกับต้องเห็นทุกคำจึงจะเชื่อได้“จริงหรือเจ้าคะ”เสิ่นซูเหอจับมือนางวางลงบนผ้าห่ม“จริง นางผ่านคืนที่อันตรายที่สุดมาแล้ว”ลมหายใจซึ่งเยว่ซีกลั้นไว้ค่อย ๆ ผ่อนออกนางหันมองรอบห้อง บนโต๊ะมีถ้วยยาและผ้าสะอาด ตรงเก้าอี้ใกล้ประตู โม่หลิงยวนนั่งหลับอยู่โดยยังสวมเสื้อคลุมตัวนอก กระบี่วางพิงอยู่ข้างเข่า มือข้างหนึ่งทอดอยู่บนขอบโต๊ะ“ข้าหลับไปนานเท่าใด”“สามวันสามคืน”เยว่ซีหันกลับมาทันทีแต่เพียงเท่านั้นก็ทำให้เว







