Startseite / แฟนตาซี / พันธนาการรักใต้เงากระบี่ / บทที่ 98 — วันที่เสียงปรบมือกลับมา

Teilen

บทที่ 98 — วันที่เสียงปรบมือกลับมา

last update Veröffentlichungsdatum: 24.10.2026 18:58:39

“อย่าให้ผู้ใดตามเสียงเข้าไปตามลำพัง”

เยี่ยจื้อหยวนกล่าวหลังอ่านรายงานจบ เขาพลิกกระดาษกลับไปดูคำให้การของผู้รอดชีวิตอีกครั้ง ก่อนวางลงตรงหน้าเจ้าสำนัก

“ยังสรุปไม่ได้ว่าเสียงมาจากคน อาคม หรือสิ่งอื่น แต่หากมันดังจากห้องที่ตรวจแล้วว่าไม่มีใคร ต้องรักษาระยะไว้ก่อน”

ผู้อาวุโสสวี่เตรียมแผ่นอาคมลงกล่อง

“ข้าจะไปกับคนส่งข่าว ตรวจทางเชื่อมใต้ดินและรอยสลักในห้อง ส่วนผู้รอดชีวิตให้ย้ายออกมาก่อน”

หลิงยวนเลื่อนแผนที่เข้ามา

“ใช้ทางเกวียนด้านใต้ เส้นทางสั้นกว่า และไม่ต้องผ่านช่องเขา ข้าจะให้คนไปสมทบที่ปากทาง”

เจ้าสำนักอนุญาตทันที พร้อมส่งหมอและผู้คุ้มกันเพิ่ม

เมื่อจัดการเสร็จ ฟ้าด้านนอกเริ่มสว่างแล้ว

ผู้อาวุโสสวี่ปิดกล่อง หันมองหลิงยวนซึ่งยังยืนอยู่ข้างแผนที่

“เรื่องทางนี้มีคนรับแล้ว วันนี้เจ้ามีหน้าที่บนลาน”

หลิงยวนพยักหน้า

เขารอจนกลุ่มเดินทางพ้นประตู ก่อนหยิบกระบี่ขึ้นมา

สายรัดข้อมือที่เยว่ซีผูกให้ยังเรียบร้อย

⸻

เยว่ซีมาถึงลานเหนือพร้อมยายหวัง

วันนี้เสี่ยวถังเลือกพักช่วงเช้า เพื่อเก็บแรงมาร่วมพิธีมอบรางวัลในตอนบ่าย จ้าวเฉิงรับปากจะจำกระบี่สุดท้ายไปเล่าให้ฟังอย่างละเอียด

“ข้าบอกนางแล้วว่าจะไม่แต่งเติม” เขากล่าว

อวี้หนิงซึ่งนั่งข้างเยว่ซีเหลือบมอง

“นางเชื่อหรือ”

“นางให้เยว่ซีช่วยตรวจอีกที”

เยว่ซีหัวเราะ ก่อนมองมือขวาของอวี้หนิงซึ่งพันผ้าไว้บาง ๆ

เมื่อวานหลังพักจนข้อมือคลายเจ็บ อวี้หนิงขึ้นแข่งรอบชิงประเภทปราณต่อ นางต่อสู้จนถึงช่วงท้าย ก่อนพ่ายแก่ศิษย์หญิงผู้ใช้ปราณน้ำซึ่งรักษาระยะและเปลี่ยนทิศได้ดีกว่า

วันนี้นางจึงมารอรับรางวัลอันดับสอง

“ยังเสียดายอยู่หรือไม่” เยว่ซีถาม

อวี้หนิงขยับนิ้ว

“เสียดาย แต่ข้าดูทางน้ำสายแรกจนลืมสายที่นางซ่อนไว้ด้านหลัง แพ้ก็สมควรแล้ว”

“ครั้งหน้าข้าช่วยซ้อมได้”

“เจ้าต้องหายก่อน”

จ้าวเฉิงชะโงกเข้ามา

“ข้าช่วยได้เช่นกัน”

อวี้หนิงมองเขา

“เจ้าจะจำลองปราณน้ำอย่างไร”

เขาหยุดคิด ก่อนชี้เหยือกที่โต๊ะข้างทาง

เยว่ซีรีบจับชายแขนเสื้อไว้

“อย่าแม้แต่จะคิด”

เสียงหัวเราะดังขึ้นรอบม้านั่ง

บนลาน กรรมการเรียกผู้เข้าแข่งขันคู่สุดท้ายแล้ว

⸻

คู่ชิงของหลิงยวนเป็นบุรุษในชุดสีน้ำเงินเข้ม ใช้กระบี่ธรรมดาที่ไม่มีพู่ประดับ มือซ้ายถือฝักไว้แนบแขน

เมื่อยืนตรงข้ามกัน เขาคารวะแล้วกล่าว

“ข้าดูท่านแข่งมาสองรอบ”

หลิงยวนคารวะตอบ

“เช่นนั้นคงเตรียมวิธีรับไว้แล้ว”

“เตรียมไว้หลายวิธี หวังว่าจะได้ใช้ก่อนแพ้”

หลิงยวนยิ้มบาง ๆ

เสียงสัญญาณดังขึ้น

อีกฝ่ายไม่บุกทันที

เขาก้าวเฉียง หมุนกระบี่ให้คมรับแสง แล้วฟันสั้นเข้าหาข้อมือ หลิงยวนยกกระบี่รับ แต่ก่อนโลหะจะสัมผัสกัน ปลายอาวุธของชายชุดน้ำเงินกลับลดต่ำลง

ฝักกระบี่ในมือซ้ายพุ่งตรงเข้ากลางอก!

หลิงยวนเบี่ยงไหล่ ใช้สันกระบี่กดฝักออก จากนั้นก้าวเข้าไปครึ่งก้าว

คู่ต่อสู้ถอยแล้วแทงสวนทันที

เคร้ง!

เสียงปะทะครั้งแรกกังวานทั่วลาน

จ้าวเฉิงโน้มตัวไปข้างหน้า

“เขาใช้ฝักบังคับระยะ ไม่ยอมให้ศิษย์พี่เข้าถึง”

เยว่ซีมองมือซ้ายของชายผู้นั้น

ทุกครั้งที่หลิงยวนเปิดทางด้วยกระบี่ ฝักจะเข้าขวางตำแหน่งถัดไปก่อนเสมอ เขาไม่ได้เร็วกว่า แต่เตรียมรับการเข้าประชิดไว้ดีมาก

หลิงยวนเปลี่ยนเป็นฟันจากด้านข้าง

กระบี่ทั้งสองปะทะกัน ฝักของอีกฝ่ายกระแทกขึ้นใต้ศอก เขาหมุนแขนหลบแล้วถอยหนึ่งก้าว

ชายชุดน้ำเงินตามทันที

สามกระบี่ติดกันบังคับให้หลิงยวนเบี่ยงตัวออกจากกลางลาน

เสียงผู้ชมเริ่มดังขึ้น

เยว่ซีเผลอกำผ้าบนตัก ก่อนค่อย ๆ คลายออก

หลิงยวนยังไม่เสียจังหวะ

สายตาเขาอยู่ที่หัวไหล่คู่ต่อสู้ ขณะที่เท้าเคลื่อนไปตามแรงบุกอย่างมั่นคง

กระบี่ถัดมาแทงเข้าหาคอ

หลิงยวนยกอาวุธรับ ฝักไม้จึงพุ่งเข้าหาชายโครงตามคาด

คราวนี้เขาไม่ได้หลบฝัก

มือซ้ายของเขาจับมันไว้ใกล้ปากฝัก!

ชายชุดน้ำเงินออกแรงดึงกลับทันที พร้อมพลิกกระบี่ฟันลงบนแขนที่จับอยู่

หลิงยวนปล่อยมือก่อนคมถึง

แรงดึงของเจ้าของฝักทำให้แขนซ้ายถอยกลับมากกว่าที่ตั้งใจ ช่องว่างระหว่างมือทั้งสองเปิดขึ้นเพียงชั่วพริบตา

หลิงยวนก้าวเข้าไปในช่องนั้น

กระบี่สีเงินอมฟ้าพลิกขึ้นจากด้านล่าง

คู่ต่อสู้รีบยกกระบี่ขวาง เสียงโลหะกระแทกดังหนักกว่าเดิม ปราณสีน้ำเงินแผ่ออกจากคมอาวุธเป็นวง บีบให้คนที่เข้าประชิดต้องรับแรงตรง ๆ

แสงสีเงินอมฟ้าหุบแคบลงตามสันกระบี่ของหลิงยวน

เขาไม่ได้กระแทกวงปราณให้แตก

คมกระบี่ของเขาไล่ผ่านจุดที่แรงบางที่สุด หมุนข้อมือเปลี่ยนแนว แล้วกดอาวุธอีกฝ่ายออกจากกลางลำตัว

ชายชุดน้ำเงินพยายามยกฝักกลับมาช่วย

ปลายกระบี่หลิงยวนหยุดอยู่ตรงอกก่อนแล้ว

ชายผู้นั้นนิ่งค้าง

ปลายฝักของเขาห่างไหล่หลิงยวนไม่ถึงครึ่งช่วงแขน แต่ไม่อาจไปถึงก่อนคมกระบี่ตรงหน้า

เสียงรอบลานเงียบลง

จากนั้นเขาก็ค่อย ๆ ลดฝัก

“ข้ายอมแพ้”

กรรมการยกมือขึ้น

“ผู้ชนะเลิศประเภทกระบี่—โม่หลิงยวน แห่งสำนักชิงเสวียน!”

เสียงปรบมือระเบิดขึ้นทั่วลาน

เยว่ซีลุกจากม้านั่งโดยไม่รู้ตัว

บนสนาม หลิงยวนถอนกระบี่แล้วคารวะคู่ต่อสู้ ชายชุดน้ำเงินก้มมองฝักในมือ ก่อนหัวเราะอย่างเสียดาย

“ท่านทำให้ข้าดึงแขนตนเองออกจากตำแหน่ง”

“เจ้ารับทางตรงได้แน่นหนามาก”

“จึงต้องให้ข้าเปิดเอง”

หลิงยวนพยักหน้า

อีกฝ่ายยิ้มแล้วคารวะอีกครั้ง ก่อนเดินลงจากลานท่ามกลางเสียงชื่นชม

คราวนี้เสียงปรบมือดังต่อเนื่องจนจบ

ไม่มีเสียงกรีดร้องแทรก ไม่มีผู้คุมสั่งให้วิ่งหนี

เยว่ซีปรบมือจนฝ่ามือร้อน แต่ยังไม่ยอมหยุด

⸻

หลิงยวนลงมาถึงข้างลานก็เห็นนางยืนรออยู่

“ข้าดูจบแล้ว” เยว่ซีบอก

เขามองใบหน้าที่สว่างขึ้นของนาง

“ข้าเห็น”

“กระบี่สุดท้ายข้ามองทันด้วย”

“เช่นนั้นต้องให้เจ้าเล่าแทนจ้าวเฉิง”

“ข้ายืนอยู่นี่” คนถูกกล่าวถึงท้วงจากด้านหลัง “และข้าก็มองทัน”

อวี้หนิงเดินผ่านเขาไป

“ตอนสุดท้ายเจ้าบังข้า”

“ข้าไม่ได้ตั้งใจ”

“เจ้าลุกขึ้นทั้งตัว”

“ก็ศิษย์พี่ชนะ!”

เยว่ซีหัวเราะ ขณะหลิงยวนลดมือข้างที่ถือกระบี่ลง นางเห็นปลายสายรัดข้อมือหลุดออกมาจากรอยพับจึงเอื้อมไปสอดกลับให้

เขายืนนิ่งรอ

จ้าวเฉิงกำลังจะพูดต่อ แต่เห็นเช่นนั้นก็หยุด แล้วหันไปหยิบแผ่นรายชื่อซึ่งอวี้หนิงวางไว้

“ข้าจะไปบอกเสี่ยวถังก่อน มิฉะนั้นนางจะคิดว่าข้ามัวแต่ชมตนเอง”

เขาเดินจากไปพร้อมรอยยิ้ม

พอพ้นกลุ่มคนจึงค่อยผ่อนลมหายใจออก

วันนี้มีเรื่องดีให้ยินดีมากพอ เขาไม่อยากให้ความรู้สึกของตนทำให้มันหม่นลง

⸻

พิธีมอบรางวัลจัดขึ้นในตอนบ่ายหน้าหอใหญ่

ผ้าประดับใหม่ถูกผูกตามเสา หีบรางวัลที่เคยย้ายหนีหลังคาร้าวถูกเปิดออกอีกครั้ง ป้ายโลหะวางบนผ้าสีเข้ม เคียงกับตำราและกล่องโอสถตามรางวัลของแต่ละประเภท

เสี่ยวถังมาถึงโดยมีจ้าวเฉิงกับยายหวังช่วยประคอง

เยว่ซีลุกไปรับทันที

“เจ็บหรือไม่”

“หากเจ้าถามอีก ข้าจะคิดว่าตนเจ็บจริง ๆ แล้ว”

ถึงพูดเช่นนั้น เสี่ยวถังก็ยอมให้จัดหมอนรองหลังโดยไม่ขัด

เมื่อผู้คนพร้อม เจ้าสำนักก้าวขึ้นหน้าหอ

เขากล่าวถึงเหตุลอบทำร้ายสั้น ๆ แจ้งว่าผู้กระทำผิดถูกควบคุมตัวและกำลังสอบสวนร่วมกับสำนักที่เกี่ยวข้อง ก่อนหันมาหาผู้เข้าแข่งขัน

“พวกเจ้าบางคนชนะ บางคนแพ้ บางคนต้องรอนานกว่าที่ควรจึงได้กลับขึ้นลาน แต่ผลที่ประกาศวันนี้มาจากการต่อสู้ของพวกเจ้าเอง”

เยว่ซีเหลือบมองเสี่ยวถัง

เพื่อนกำลังฟังอย่างตั้งใจ มือวางสงบอยู่บนตัก

พิธีเริ่มจากประเภทอาคม ตามด้วยประเภทปราณ

อวี้หนิงเดินขึ้นรับรางวัลอันดับสอง นางคารวะผู้มอบอย่างเรียบร้อย ก่อนหันไปร่วมยินดีกับศิษย์หญิงผู้ชนะ

ตอนกลับมานั่ง เยว่ซีโน้มเข้าไปดูป้ายรางวัล

“ขอจับได้หรือไม่”

อวี้หนิงส่งให้ทันที

ป้ายหนักกว่าที่เยว่ซีคิด ด้านหลังสลักประเภทและอันดับชัดเจน

นางลูบขอบเรียบแล้วส่งคืน

“เหมาะกับเจ้า”

อวี้หนิงรับไว้ มุมปากขยับขึ้นเล็กน้อย

“คราวหน้าข้าอยากเปลี่ยนเลขด้านหลัง”

“ข้าจะไปแย่งกับเจ้าด้วย”

“รออยู่”

เสียงประกาศประเภทกระบี่ดังขึ้น

เมื่อชื่อโม่หลิงยวนถูกเรียก ผู้ชมด้านหลังปรบมือกันจนจ้าวเฉิงต้องยืดคอหลบแขนคนข้าง ๆ

หลิงยวนก้าวขึ้นบันได รับป้ายผู้ชนะเลิศ ตำรากระบี่ และสิทธิ์เลือกวัสดุหลอมอาวุธจากคลังตามรางวัลที่กำหนดไว้

เขาคารวะเจ้าสำนัก แล้วหันกลับมายังผู้ชม

เยว่ซียิ้มให้จากที่นั่ง

เขาเห็นนางทันที

อวี้หนิงซึ่งนั่งถัดออกไปมองรอยยิ้มบนใบหน้าเขา ก่อนก้มจัดพู่รางวัลของตนเอง

ครู่หนึ่ง เยว่ซีหันมาสะกิด

“เจ้าดูสิ จ้าวเฉิงปรบมือจนผ้าพันแผลจะหลุดแล้ว”

อวี้หนิงเงยหน้ามอง ก่อนยื่นมือไปดึงแขนจ้าวเฉิงลง

“อยากกลับไปให้หมอพันใหม่หรือ”

เขาหยุด แล้วทำหน้าเหมือนเพิ่งจำได้ว่ามีแผล

อวี้หนิงหัวเราะออกมา

มือที่กำพู่รางวัลค่อย ๆ คลายลง

⸻

หลังมอบรางวัลการแข่งขัน เจ้าสำนักเรียกชื่อผู้ช่วยเหลือในวันเกิดเหตุ

มีทั้งผู้คุมสนาม ศิษย์หอวินัย ผู้ช่วยหมอ และศิษย์จากสำนักอื่น ชายผู้ใช้กระบี่สั้นซึ่งช่วยจับคนร้ายได้รับคำชมเชยเช่นเดียวกับคนอื่น

เมื่อถึงชื่อเสี่ยวถัง นางขยับเตรียมลุก

เสิ่นซูเหอกดไหล่ไว้ทันที

“รับตรงนี้”

ผู้ดูแลนำหนังสือชมเชยกับกล่องยาบำรุงมาให้ถึงที่นั่ง เจ้าสำนักพยักหน้ารับการคารวะจากระยะไกล

เสี่ยวถังถือหนังสืออยู่ครู่หนึ่ง

“ข้าแพ้การประลองไปแล้ว ยังมีของกลับเรือนด้วย”

จ้าวเฉิงชะโงกมอง

“ข้าก็มี”

“ของเจ้าอยู่ไหน”

เขายกมือที่พันผ้า

เสี่ยวถังหัวเราะจนต้องกดชายโครง เยว่ซีจึงรีบหันไปตีแขนจ้าวเฉิงเบา ๆ

“อย่าให้นางหัวเราะ!”

“ข้ายังไม่ได้เริ่มเล่าตอนที่ข้าเก่งเลย”

“เก็บไว้พรุ่งนี้” เสิ่นซูเหอสั่ง

เยว่ซีรับหนังสือชมเชยของตนจากผู้ดูแลเช่นกัน

นางไม่มีป้ายอันดับจากการประลอง

เมื่อมองไปยังอวี้หนิง นางยังจำความเสียดายตอนเท้าก้าวพ้นเส้นขาวได้ แต่วันนี้ความรู้สึกนั้นไม่ได้ทำให้อยากหลบหน้าใคร

นางแพ้จริง และยังมีสิ่งที่ต้องฝึกอีกมาก

เยว่ซีพับหนังสือเก็บอย่างเรียบร้อย ก่อนหันไปปรบมือให้ศิษย์คนถัดไป

⸻

ผู้คนเริ่มทยอยลงจากลานเมื่อพิธีจบ

หลิงยวนเดินกลับมาพร้อมกล่องรางวัล เยว่ซีรับตำรามาช่วยถือ ก่อนเงยหน้ามองป้ายโลหะในมือเขา

“คราวนี้ข้าดูได้เต็มตาแล้ว”

เขาวางป้ายลงบนฝ่ามือนาง

“หนักหรือไม่”

“หนักกว่าของอวี้หนิงนิดหนึ่ง”

“เจ้าชั่งมาแล้วหรือ”

“ข้าตรวจดูเฉย ๆ”

นางพลิกอ่านอักษร ก่อนยื่นคืนให้

หลิงยวนกลับวางกล่องอีกใบลงในแขนตนเอง แล้วรับป้ายด้วยมือข้างเดียว

“ช่วยผูกไว้ที่ฝักกระบี่ให้ข้าที”

เยว่ซีหยิบสายพู่ขึ้น แต่เพิ่งสอดผ่านห่วงก็ได้ยินเสียงจ้าวเฉิงจากด้านหลัง

“คราวนี้อย่าผูกติดกับแขนเสื้อเจ้าอีกเล่า”

มือของนางหยุดทันที

เสี่ยวถังยกหนังสือชมเชยบังปาก ส่วนอวี้หนิงหันหน้าไปอีกทางช้าไปนิดหนึ่ง

เยว่ซีเงยหน้ามองหลิงยวน

เขายังยื่นฝักกระบี่รอด้วยสีหน้าสงบ

“ท่านห้ามหัวเราะ”

“ข้ายังไม่ได้หัวเราะ”

แต่ดวงตาเขาทำให้นางไม่เชื่อเลย

นางก้มผูกต่อจนเสร็จ ก่อนตบปมเบา ๆ

“เรียบร้อย ไม่ติดกับใครทั้งนั้น”

หลิงยวนใช้นิ้วแตะปมที่นางผูก

“น่าเสียดาย”

เยว่ซีเงยหน้าพรวด

เสียงจ้าวเฉิงกระแอมดังลั่นกว่าที่จำเป็น ขณะที่ยายหวังหลุดหัวเราะอย่างไม่คิดปิดบัง

แก้มเยว่ซีร้อนขึ้นทันที

นางยัดตำราคืนให้หลิงยวน แล้วเดินไปช่วยเสิ่นซูเหอประคองเสี่ยวถัง โดยไม่ยอมหันกลับมามองเขาอีกหลายก้าว

⸻

ใต้ชายคาฝั่งแขก เจ้าสำนักสามคนยังไม่กลับเรือนรับรอง

คนหนึ่งมองป้ายรางวัลบนฝักกระบี่หลิงยวน ก่อนถอนสายตาไปยังเยว่ซี

“ศิษย์พี่ของนางฝีมือดีมาก”

“แต่พลังวันนั้นไม่ได้มาจากเขา” อีกคนกล่าว

เจ้าสำนักผู้มีเคราสั้นขมวดคิ้ว

“ข้าสนใจว่าหากนางควบคุมไม่ได้อีก สำนักชิงเสวียนจะรับมืออย่างไร ผู้คนอยู่ใกล้เกินไป”

บุรุษที่ยืนกลางกลุ่มลูบฝากล่องตำราซึ่งศิษย์นำกลับมาเมื่อวันก่อน

“เรื่องนั้นควรหารือร่วมกัน พลังมากถึงเพียงนั้น หากได้รับการชี้แนะจากหลายสำนักอาจเป็นประโยชน์”

“ประโยชน์แก่ผู้ใด”

คำถามดังจากเจ้าสำนักผู้มีเคราสั้น

มือบนกล่องหยุดลง

แล้วเจ้าของมันก็ยิ้ม

“ย่อมแก่ตัวนางเองก่อน”

ห่างออกไป เยว่ซีหยุดให้เสี่ยวถังพักข้างทาง หลิงยวนยกเก้าอี้มาให้ จ้าวเฉิงช่วยยายหวังจัดชายผ้า ส่วนอวี้หนิงถือกล่องรางวัลไว้เต็มสองแขน

พวกเขากำลังเถียงกันว่าคืนนี้ใครต้องเล่าการประลองให้เสี่ยวถังฟัง

เยว่ซีไม่เห็นสายตาใต้ชายคา

แต่เจ้าสำนักชิงเสวียนเห็น

เขามองแขกทั้งสาม ก่อนหันไปสั่งผู้ดูแล

“หากมีผู้ใดขอพบหลินเยว่ซี ให้แจ้งข้าก่อน”

ผู้ดูแลค้อมศีรษะ

“ขอรับ เมื่อครู่มีหนังสือขอเข้าพบส่งมาแล้ว”

“จากสำนักใด”

“สี่สำนักขอรับ”

เจ้าสำนักรับหนังสือมา

ฉบับหนึ่งขอหารือเรื่องความปลอดภัย

อีกฉบับเสนอรับเยว่ซีไปฝึกวิชา

ส่วนฉบับล่างสุดเขียนไว้สั้น ๆ ว่า—

ขอตรวจสายเลือดของศิษย์หลิน เพื่อยืนยันต้นกำเนิดพลัง

เขาปิดหนังสือฉบับนั้นทันที

เสียงหัวเราะของเยว่ซียังดังมาจากทางเดิน

พิธีมอบรางวัลจบลงแล้ว

แต่แขกบางคนเพิ่งเริ่มบอกว่าตนต้องการสิ่งใดจากสำนักชิงเสวียน

Lies dieses Buch weiterhin kostenlos
Code scannen, um die App herunterzuladen

Aktuellstes Kapitel

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 99 — เสียงของคนที่ไม่อยู่

    “ตรวจสายเลือด?”หลินเยว่ซีเงยหน้าจากจดหมายเสียงเก็บเก้าอี้จากลานพิธีรับรางวัลยังดังลอดหน้าต่างเข้ามา ป้ายรางวัลบนฝักกระบี่ของหลิงยวนยังผูกด้วยเชือกเส้นที่นางเพิ่งจัดให้ แต่บนโต๊ะตรงหน้ากลับมีคำขอเลือดของนางวางอยู่เรียบร้อยแล้วเจ้าสำนักเลื่อนจดหมายอีกสามฉบับมารวมกัน“บางสำนักเชิญเจ้าไปพักฟื้น บางแห่งเสนอช่วยฝึกควบคุมปราณ ข้าเรียกมาถามความประสงค์ของเจ้า มิได้รับปากผู้ใด”เยว่ซีวางจดหมายคืน“ข้าไม่ไปเจ้าค่ะ”“อาจารย์ฉินกับท่านเยี่ยดูแลข้าก็เพียงพอแล้วเจ้าค่ะ”เจ้าสำนักพยักหน้า ก่อนส่งจดหมายให้ศิษย์รับรอง“แจ้งตามนี้ แล้วส่งแขกกลับไปพัก ไม่ต้องรอพบเยว่ซี”ศิษย์รับคำแล้วออกจากห้องไม่มีใครขอให้นางคิดใหม่เยว่ซีจึงคลายมือที่กำชายแขนเสื้อโดยไม่รู้ตัว หลิงยวนเห็น แต่เพียงขยับเก้าอี้ให้นางลุกสะดวกทั้งสองเดินออกทางประตูข้าง ระหว่างผ่านระเบียง เสียงสนทนาจากห้องรับรองดังขึ้นพอดี“แม้แต่พบสักครู่ก็ไม่ได้หรือ”“ศิษย์พี่หลินต้องพักขอรับ”“ข้าเพียงอยากช่วยให้นางรู้ว่าพลังนั้นมาจากไหน”เยว่ซีชะลอฝีเท้า เหลือบมองไปเพียงครู่เดียวหลิงยวนหยุดรออยู่ข้างหน้า“กลับหรือไม่”เยว่ซีเดินไปจับมือเขาเอง“กลับเ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 98 — วันที่เสียงปรบมือกลับมา

    “อย่าให้ผู้ใดตามเสียงเข้าไปตามลำพัง”เยี่ยจื้อหยวนกล่าวหลังอ่านรายงานจบ เขาพลิกกระดาษกลับไปดูคำให้การของผู้รอดชีวิตอีกครั้ง ก่อนวางลงตรงหน้าเจ้าสำนัก“ยังสรุปไม่ได้ว่าเสียงมาจากคน อาคม หรือสิ่งอื่น แต่หากมันดังจากห้องที่ตรวจแล้วว่าไม่มีใคร ต้องรักษาระยะไว้ก่อน”ผู้อาวุโสสวี่เตรียมแผ่นอาคมลงกล่อง“ข้าจะไปกับคนส่งข่าว ตรวจทางเชื่อมใต้ดินและรอยสลักในห้อง ส่วนผู้รอดชีวิตให้ย้ายออกมาก่อน”หลิงยวนเลื่อนแผนที่เข้ามา“ใช้ทางเกวียนด้านใต้ เส้นทางสั้นกว่า และไม่ต้องผ่านช่องเขา ข้าจะให้คนไปสมทบที่ปากทาง”เจ้าสำนักอนุญาตทันที พร้อมส่งหมอและผู้คุ้มกันเพิ่มเมื่อจัดการเสร็จ ฟ้าด้านนอกเริ่มสว่างแล้วผู้อาวุโสสวี่ปิดกล่อง หันมองหลิงยวนซึ่งยังยืนอยู่ข้างแผนที่“เรื่องทางนี้มีคนรับแล้ว วันนี้เจ้ามีหน้าที่บนลาน”หลิงยวนพยักหน้าเขารอจนกลุ่มเดินทางพ้นประตู ก่อนหยิบกระบี่ขึ้นมาสายรัดข้อมือที่เยว่ซีผูกให้ยังเรียบร้อย⸻เยว่ซีมาถึงลานเหนือพร้อมยายหวังวันนี้เสี่ยวถังเลือกพักช่วงเช้า เพื่อเก็บแรงมาร่วมพิธีมอบรางวัลในตอนบ่าย จ้าวเฉิงรับปากจะจำกระบี่สุดท้ายไปเล่าให้ฟังอย่างละเอียด“ข้าบอกนางแล้วว่าจะไม่แต่งเต

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 97 — ก้าวกลับเข้าสู่ลาน

    เสียงกระบี่ไม้กระทบกันดังขึ้นสามครั้งครั้งที่สี่ เหยียนอวี้หนิงหยุดมือก่อนปลายกระบี่จะถึงไหล่จ้าวเฉิง“เจ้าเปลี่ยนเท้าเร็วเกินไป”จ้าวเฉิงก้มมองเท้าตนเอง“ข้าฝึกมาทั้งชีวิตเพื่อให้เร็วขึ้น วันนี้กลับต้องช้าลงอีก”“ข้าขอให้เจ้าจำลองจังหวะของเขา มิได้ขอให้เจ้าชนะข้า”“คำขอของเจ้าทำร้ายความมั่นใจข้ามาก”เยว่ซีซึ่งนั่งอยู่บนม้านั่งหลุดหัวเราะ ก่อนใช้ปลายกิ่งไม้ขีดเส้นบนดิน“ตอนเขายกกระบี่หนัก ไหล่จะขยับก่อน แต่ตอนส่งปราณดิน เขาจะกดส้นเท้า”อวี้หนิงลดกระบี่แล้วเดินมาดู“หากเขาใช้สองอย่างพร้อมกัน?”เยว่ซีวางกิ่งไม้ทาบเส้นหนึ่ง“ครั้งก่อนเราคิดแต่ทำให้เขาลงเท้าไม่เต็มฝ่าเท้า แต่ถ้าเขายืนมั่นคงอยู่แล้ว เจ้าจะทำอย่างไร”อวี้หนิงมองภาพบนดิน ก่อนใช้รองเท้าลบเส้นตรงกลางทิ้ง“ข้าไม่จำเป็นต้องทำให้เขาล้ม”นางขีดเส้นใหม่ออกไปด้านข้าง“ให้กระบี่เขาไปถึงตำแหน่งที่ต้องการ แล้วข้าไปอีกทาง”จ้าวเฉิงชะโงกมอง“ดี เช่นนั้นคนที่ต้องยืนรับคือข้าหรือ”อวี้หนิงยื่นกระบี่ไม้คืนให้“เจ้าฉลาดขึ้นแล้ว”⸻สิบสองวันผ่านไปนับจากเหตุที่เรือนรักษาคนทั้งสามที่พยายามลักพาตัวผู้ป่วยถูกแยกสอบ บัญชีคลังอาวุธของสำนักต้นสังก

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 96 — คนเจ็บไม่ใช่สิ่งของ

    “ข้าบอกแล้วว่าอาจารย์ของเขาสั่งให้มารับ”ชายในเสื้อคลุมสีเทายื่นป้ายประจำสำนักให้เสิ่นซูเหอเป็นครั้งที่สองนางไม่ได้รับ“และข้าก็บอกแล้วว่าเขายังเดินทางไม่ได้”ด้านหลังชายผู้นั้นมีคนหามเปลสองคนยืนรอ ผ้ารองเปลสะอาด พับผ้าห่มเรียบร้อย แม้แต่หมอนรองศีรษะก็เตรียมมาพร้อมทุกอย่างดูเหมาะกับการรับผู้ป่วยยกเว้นคนที่มารับไม่เคยถามเลยว่าผู้ป่วยเจ็บตรงไหน“เรานำยามาด้วย” ชายชุดเทากล่าว “ระหว่างทางจะมีคนดูแล ไม่รบกวนสำนักชิงเสวียนอีก”“ยาชนิดใด”เขาชะงักเล็กน้อยเสิ่นซูเหอยื่นมือ“ให้ข้าดู”ชายผู้นั้นล้วงขวดจากแขนเสื้อ แต่ก่อนจะวางลงบนฝ่ามือนาง เสียงลงกลอนก็ดังจากประตูด้านหลังคนหามเปลหันขวับศิษย์หอวินัยสองคนเข้ายืนขวางทางออก“ขอตรวจป้ายและหนังสือคำสั่งอีกครั้ง” ผู้คุมกล่าวชายชุดเทาค่อย ๆ เก็บขวดยากลับ“เมื่อครู่ตรวจแล้ว”“ตอนนี้ได้รับคำสั่งให้ตรวจซ้ำ”ความเงียบกดลงกลางโถงบนเตียงด้านใน บุรุษผู้ใช้กระบี่หนักพยายามยันตัวลุก เสิ่นซูเหอหันไปกดไหล่เขาไว้ก่อน“นอนลง”“ข้ารู้จักเขา…”สายตาทุกคู่หันไปทันทีชายชุดเทาถอนหายใจคล้ายหมดความอดทน“เห็นหรือไม่ พวกเรามิใช่คนแปลกหน้า”แต่คนเจ็บกลับมองเขาอย่างส

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 95 — สิ่งที่เถ้าถ่านบอกไม่ได้

    “ข้าอยากเห็นสนาม”หลินเยว่ซีพูดขณะโม่หลิงยวนกำลังพานางกลับจากเรือนเสี่ยวถังเขาหยุดตรงทางแยก ด้านหนึ่งนำกลับเรือนพัก อีกด้านมีรั้วไม้ชั่วคราวขวางอยู่ ไกลออกไปได้ยินเสียงสิ่วกระทบหินเป็นระยะ“วันนี้เจ้าเดินมามากแล้ว”“ขอเพียงดูจากข้างนอก ไม่ลงไป”หลิงยวนมองใบหน้านางเยว่ซีไม่ได้หลบตา“ข้าจำได้แค่ตอนมันแตก แต่จำไม่ได้ว่าข้าทำอะไรลงไปบ้าง หากต้องเริ่มฝึกใหม่ ข้าอยากเห็นให้ชัดก่อน”เขาจึงเปลี่ยนทางเมื่อพ้นแนวต้นไม้ เยว่ซีก็หยุดเดินเองกำแพงเตี้ยหายไปทั้งแถบทางผ่านระหว่างลานกับเรือนเก็บอุปกรณ์กลายเป็นร่องลึก แผ่นหินถูกขนมากองไว้ด้านข้าง บางก้อนแตกละเอียดจนต้องตักใส่กระบุงนางมองจากร่องนั้นไปยังประตูเรือนจากตรงที่นางเคยยืน ถึงตรงที่กำแพงเคยอยู่ ระยะทางไกลกว่าที่จำได้มากเยว่ซีค่อย ๆ กำมือไว้ในแขนเสื้อศิษย์ที่กำลังซ่อมลานคนหนึ่งเงยหน้าเห็นนาง เขาชะงัก ก่อนคารวะแล้วหันไปยกหินต่อ เสียงสิ่วเงียบลงสองสามจุด“มีคนอยู่ตรงกำแพงหรือไม่” นางถาม“ย้ายออกไปก่อนแล้ว”“ถ้าย้ายไม่ทัน…”หลิงยวนมองร่องบนพื้นเช่นเดียวกับนาง“ตอนฝึกครั้งหน้า เราจะเตรียมที่ให้พร้อม และหยุดตั้งแต่เจ้ารู้สึกผิดปกติ”เยว่ซีพย

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 94 — คนที่ยังอยู่ตรงนี้

    เยว่ซีรู้สึกตัวเพราะมีใครบางคนกำลังเช็ดมือให้นางผ้าอุ่นเคลื่อนผ่านปลายนิ้วอย่างเบามือ กลิ่นสมุนไพรลอยอยู่ใกล้จมูก นางพยายามขยับแขน แต่ร่างกายหนักจนทำได้เพียงงอนิ้วเข้าหาฝ่ามือเลือด…นางจำได้ว่ามือคู่นี้เปื้อนเลือด“เสี่ยวถัง…”ผ้าที่กำลังเช็ดมือหยุดลง“นางปลอดภัยแล้ว”เสียงเสิ่นซูเหอดังอยู่ข้างเตียง เยว่ซีฝืนลืมตา เห็นใบหน้าของอีกฝ่ายผ่านแสงตะเกียงเลือนราง ก่อนพยายามยันตัวลุกความปวดแล่นขึ้นจากใต้ลิ้นปี่ทันทีเสิ่นซูเหอประคองไหล่นางไว้“ค่อย ๆ ขยับ เจ้าเพิ่งฟื้น”“นางอยู่ที่ใดเจ้าคะ”“เรือนข้างกัน อาจารย์ฉินเฝ้าอยู่ เลือดหยุดแล้ว ไม่มีปราณมารเหลือในร่าง”เยว่ซีมองริมฝีปากของผู้พูด ราวกับต้องเห็นทุกคำจึงจะเชื่อได้“จริงหรือเจ้าคะ”เสิ่นซูเหอจับมือนางวางลงบนผ้าห่ม“จริง นางผ่านคืนที่อันตรายที่สุดมาแล้ว”ลมหายใจซึ่งเยว่ซีกลั้นไว้ค่อย ๆ ผ่อนออกนางหันมองรอบห้อง บนโต๊ะมีถ้วยยาและผ้าสะอาด ตรงเก้าอี้ใกล้ประตู โม่หลิงยวนนั่งหลับอยู่โดยยังสวมเสื้อคลุมตัวนอก กระบี่วางพิงอยู่ข้างเข่า มือข้างหนึ่งทอดอยู่บนขอบโต๊ะ“ข้าหลับไปนานเท่าใด”“สามวันสามคืน”เยว่ซีหันกลับมาทันทีแต่เพียงเท่านั้นก็ทำให้เว

Weitere Kapitel
Entdecke und lies gute Romane kostenlos
Kostenloser Zugriff auf zahlreiche Romane in der GoodNovel-App. Lade deine Lieblingsbücher herunter und lies jederzeit und überall.
Bücher in der App kostenlos lesen
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status