หน้าหลัก / วาย / พันธนาการหัวใจมาเฟีย / ตอนที่ 8 : คนแปลกหน้าในคฤหาสน์

แชร์

ตอนที่ 8 : คนแปลกหน้าในคฤหาสน์

ผู้เขียน: พิมพ์ใจ
last update วันที่เผยแพร่: 2026-10-23 15:07:44

ตอนที่ 8 : คนแปลกหน้าในคฤหาสน์

เสียงบานประตูไม้สักทองสลักลายหรูหราปิดลงเบา ๆ ทว่ากลับส่งเสียงสะท้อนก้องในความรู้สึกของคนฟัง นทีทำได้เพียงยืนนิ่งอยู่ตรงใจกลางห้องกว้างขวางทึมเทา ดวงตากลมโตที่ยังคงมีร่องรอยของคราบน้ำตาแกว่งไกวไปมาราวกับลูกนกที่พลัดหลงเข้ามาในวิมานอันแปลกตา

หลังจากที่สมบัติและมาลีถูกลากตัวออกไปจากคฤหาสน์อัครเดชอย่างหมดสภาพ นทีก็ถูกชายชุดสูทสีดำสองคนเดินนำทางขึ้นมายังชั้นบนของตึกใหญ่ ทิศทางที่สลับซับซ้อนและทางเดินที่ทอดยาวเงียบสงัดทำให้เขาทำได้เพียงก้มหน้าก้มตาเดินตามเสียงรองเท้าหนังที่กระทบพื้นหินอ่อนอย่างเชื่องซึม จนกระทั่งมาหยุดอยู่ ณ ห้องพักแห่งนี้

มันเป็นห้องที่ใหญ่โตรโหฐาน... ใหญ่เสียจนนทีคิดว่าบ้านเช่าซอมซ่อหลังเก่าของเขาทั้งหลังยังยัดลงมาในห้องนี้ได้ไม่ถึงครึ่งด้วยซ้ำ

เตียงนอนขนาดคิงไซส์สีเทาควันบุหรี่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงกลางห้อง พร้อมหัวเตียงบุหนังแท้ราคาแพงระยับ ด้านข้างมีชุดโซฟากำมะหยี่สีเข้มเข้าชุดกัน ฝาผนังฝั่งหนึ่งเป็นกระจกใสบานยักษ์ที่เผยให้เห็นทิวทัศน์ยามค่ำคืนของกรุงเทพมหานครอันศิวิไลซ์ แสงไฟระยิบระยับดั่งดวงดาวบนพื้นดินด้านนอกนั่น ยิ่งตอกย้ำให้เด็กหนุ่มตระหนักถึงความห่างชั้นระหว่างเขากับเจ้าของคฤหาสน์หลังนี้

ร่างโปร่งบางในชุดนักศึกษาที่ค่อนข้างเก่าและเริ่มมอมแมมขยับตัวอย่างอึดอัด นทีไม่กล้าแม้แต่จะก้าวเท้าเดินไปไหนไกลจากประตูเกินสามก้าว สองมือเรียวบางชื้นเหงื่อยกขึ้นมากอดประคองตัวเองไว้หลวม ๆ เขาไม่กล้าแตะต้องสิ่งใดในห้องนี้เลย ไม่กล้านั่งลงบนโซฟานุ่มตัวนั้น และไม่กล้าขยับเข้าไปใกล้เตียงนอนหลังใหญ่ เพราะกลัวว่าความสกปรกและคราบไคลจากโลกเบื้องล่างที่เขาเผชิญมาตลอดชีวิต จะไปทำให้สิ่งของอันสูงค่าเหล่านั้นต้องแปดเปื้อน

สำหรับนทีแล้ว... ที่นี่ไม่ใช่ที่อยู่ของเขา มันเป็นเพียงกรงทองที่แสนงดงามทว่ากว้างใหญ่จนน่าใจหาย

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงัดทำให้คนตัวเล็กสะดุ้งสุดตัว นทีรีบหันขวับไปมอง ประตูบานใหญ่ถูกผลักเข้ามาเชื่องช้า ก่อนที่ร่างสูงโปร่งใบหน้าเรียบนิ่งของ ‘ธาม’ มือขวาคนสนิทของคิรากรจะก้าวเข้ามา ในอ้อมแขนของเขา มีเสื้อผ้าชุดใหม่ที่ดูจากเนื้อผ้าและการตัดเย็บก็รู้ทันทีว่าเป็นแบรนด์หรูราคาแพง

ธามหยุดยืนตรงหน้าเด็กหนุ่ม สายตาคู่นั้นไม่ได้ดุดันเหมือนตอนที่ใช้คาดคั้นสองสามีภรรยาใจร้าย หากแต่มีความนิ่งสงบและเจือไปด้วยกระแสความเห็นใจบางเบาที่ปิดซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีเคร่งขรึม

“เสื้อผ้าชุดใหม่ของนาย ละอองฝนข้างนอกเริ่มตกแล้ว เปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะ จะได้ไม่สบาย” ธามเอ่ยเสียงเรียบพลางยื่นท่อนแขนส่งชุดในมือให้

นทีเหลือบมองผ้าเนื้อดีเหล่านั้นก่อนจะรีบชักสายตากลับ สองมือที่กอดอกอยู่ยิ่งบีบเข้าหากันแน่น ใบหน้าหวานส่ายไปมาเบา ๆ ด้วยความเกรงใจและตื่นตระหนก

“เอ่อ... ไม่เป็นไรครับพี่ คือ... ผมใส่ชุดนี้ได้ครับ ไม่ได้เปียกอะไรมาก” น้ำเสียงหวานละล่ำละลักปฏิเสธอย่างนอบน้อม “ผม... ผมเกรงใจครับ ของพวกนี้ดูท่าทางราคาแพงมาก ผมไม่มีเงินมาชดใช้คืนให้หรอกครับ”

คำปฏิเสธที่เต็มไปด้วยความเจียมตัวและหวาดระแวงนั้น ทำให้มือขวาหนุ่มถึงกับต้องลอบถอนหายใจออกมาเบา ๆ ธามมองเด็กหนุ่มตรงหน้าที่ตัวเล็กกะทัดรัดและดูเปราะบางเหลือเกินเมื่อเทียบกับเจ้านายของเขา ความระแวดระวังตัวดั่งสัตว์ป่าที่ถูกทำร้ายมาซ้ำ ๆ ทำให้นทีเลือกที่จะสร้างเกราะกำแพงขึ้นมาปกป้องตัวเองจากทุกสิ่งรอบตัว

“นายไม่ต้องเกรงใจหรอก” ธามพูดพลางเดินเข้าไปใกล้อีกก้าว ก่อนจะวางชุดเสื้อผ้าลงบนปลายเตียงนอนอย่างถือวิสาสะ เพราะรู้ดีว่าถ้าไม่ทำแบบนี้นทีก็คงไม่ยอมรับไป “คำสั่งนายใหญ่... ถ้าฉันทำไม่สำเร็จ หรือทำให้นายอึดอัดจนไม่ยอมเปลี่ยนเสื้อผ้า คนที่จะเดือดร้อนคงเป็นฉันไม่ใช่ตัวนาย”

คำอ้างถึง ‘นายใหญ่’ ทำให้ชะงักไปทันที นทีเม้มริมฝีปากเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง ภาพใบหน้าหล่อเหลาคมคายแต่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายอันตรายของคิรากรผุดขึ้นมาในสมอง สัมผัสอุ่น ๆ จากปลายนิ้วสากที่เชยคางเขาขึ้นมาสบตาในห้องทำงานนั้น ยังคงทิ้งความรู้สึกอุ่นวาบอยู่บนผิวแก้มไม่จางหาย

“คุณ... คุณคิรากรเหรอครับ?” นทีพึมพำเสียงแผ่ว ช้อนดวงตาคู่ใสขึ้นมองธามราวกับต้องการคำตอบที่ค้างคาใจอยู่ลึก ๆ “ทำไม... ทำไมเขาถึงต้องดีกับผมขนาดนี้ล่ะครับ ทั้ง ๆ ที่ผมก็เป็นแค่ลูกหนี้... เป็นแค่คนที่พ่อแม่บุญธรรมเอามาขัดดอกแท้ ๆ เขาควรจะใช้งานผม หรือ... หรือทำเหมือนที่คนอื่น ๆ ทำสิครับ”

คิรกรที่ใคร ๆ ต่างขนานนามว่าเป็นมาเฟียผู้ไร้ความปรานี เหตุใดจึงยอมหักหนี้สิบล้านทิ้งไปอย่างง่ายดายเพียงเพื่อปกป้องเด็กไร้หัวนอนปลายเท้าคนหนึ่ง เหตุใดจึงต้องมอบห้องพักที่หรูหราขนาดนี้ให้ และเหตุใด... ต้องใส่ใจแม้กระทั่งเรื่องเสื้อผ้าชุดใหม่ของเขา

ธามไม่ได้ตอบคำถามนั้นโดยตรง เขาเพียงแต่มองลึกเข้าไปในดวงตาที่เต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามของนที ก่อนจะจุดรอยยิ้มบางเบาที่มุมปาก ซึ่งเป็นรอยยิ้มที่หาได้ยากยิ่งจากคนสนิทของมาเฟียใหญ่

“นายใหญ่มีเหตุผลของท่านเสมอ นที... อยู่ที่นี่ไปเถอะ แล้ววันหนึ่งนายจะเข้าใจเอง” มือขวาหนุ่มตบไหล่บางเบา ๆ เป็นการปลอบประโลม “พักผ่อนซะ ห้องนี้ปลอดภัย ไม่มีใครกล้าเข้ามาทำร้ายนายแน่นอน”

เมื่อสิ้นคำพูด ธามก็หมุนตัวเดินออกจากห้องไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่เข้าจู่โจมหัวใจของนทีอีกครั้ง เด็กหนุ่มมองบานประตูที่ปิดสนิท ก่อนจะเลื่อนสายตาไปมองชุดเสื้อผ้าเนื้อนุ่มบนปลายเตียง

ความสับสนปนเปอยู่ภายในใจจนขอบตาเริ่มร้อนผ่าว นทีค่อย ๆ ก้าวเท้าที่สั่นเทาตรงไปยังเตียงหลังใหญ่ทว่าเขาไม่ได้ล้มตัวลงนอนเหมือนคนปกติทั่วไป เด็กหนุ่มขยับขึ้นไปนั่งคุดคู้กอดเข่าอยู่ตรงมุมหนึ่งของเตียง ซุกใบหน้าลงกับหัวเข่าของตัวเองเพื่อหาที่พึ่งพิงเพียงหนึ่งเดียวในเวลานี้

ท่ามกลางความหรูหราของคฤหาสน์มาเฟีย... นทียังคงรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเพียงคนแปลกหน้าผู้โดดเดี่ยว

ในเวลาเดียวกัน ณ ห้องควบคุมระบบความปลอดภัยชั้นล่างของคฤหาสน์

แสงไฟจากหน้าจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่หลายสิบบานส่องสว่างกระทบใบหน้าคมสันราวกับรูปสลักของคิรากร มาเฟียหนุ่มยืนนิ่งสนิทอยู่เบื้องหลังโต๊ะควบคุม นิ้วเรียวยาวคีบบุหรี่ที่จุดทิ้งไว้ปล่อยให้ควันสีเทาหม่นลอยฟุ้งขึ้นไปในอากาศอย่างเชื่องช้า

สายตาคมกริบดุจพยัคฆ์ไม่ได้ละไปจากหน้าจอหนึ่งที่กำลังจับภาพภายในห้องพักรับรองแขกชั้นบนเลยแม้แต่วินาทีเดียว

ภาพที่ปรากฏบนจอภาพคือร่างโปร่งบางของนทีที่กำลังนั่งกอดเข่าตัวเองอยู่บนเตียงกว้าง ท่ามกลางพื้นที่หรูหราอันกว้างขวาง เด็กหนุ่มกลับย่อตัวให้เล็กที่สุดเท่าที่จะทำได้ ดูราวกับจุดเล็ก ๆ ที่แสนเปราะบางและพร้อมจะแตกสลายได้ทุกเมื่อ ความโดดเดี่ยวและกระแสความหวาดระแวงที่แผ่ออกมาจากภาพเคลื่อนไหวนั้น ช่างขัดกับความโอ่อ่าของห้องพักอย่างสิ้นเชิง

คิรากรพ่นควันบุหรี่สีหม่นออกจากริมฝีปาก สายตาที่ทอดมองคนบนหน้าจอนั้นลึกล้ำและเต็มไปด้วยกระแสอารมณ์อันยากจะคาดเดา มันไม่ใช่สายตาของนักล่าที่มองเหยื่อ... แต่เป็นสายตาของคนที่มีความนัยบางอย่างซ่อนอยู่ลึกสุดใจ

“กลัวขนาดนั้นเชียวฮะ... ลูกนกตัวน้อย”

เสียงทุ้มต่ำพึมพำแผ่วเบากับตัวเอง มุมปากหยักยกยิ้มจาง ๆ ทว่าดวงตากลับไม่ได้มีความขบขันอยู่เลย มือหนายกขึ้นแตะที่หน้าจอสัมผัสเบา ๆ ตรงตำแหน่งที่เป็นใบหน้าหวานของนทีที่กำลังซุกอยู่กับเข่า ราวกับต้องการจะส่งผ่านความอบอุ่นไปลบเลือนความกลัวในใจของอีกฝ่าย

สำหรับคนอื่น นทีอาจเป็นแค่หมากตัวหนึ่งในเกมหนี้สิน แต่สำหรับคิรากร... เด็กคนนี้คือคนเดียวที่เขาจะไม่มีวันยอมให้ใครหน้าไหนมาทำร้ายหรือย่ำยีได้อีกต่อไป แม้กระทั่งตัวนทีเองก็ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธพันธนาการที่เขากำลังจะหยิบยื่นให้หลังจากนี้

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • พันธนาการหัวใจมาเฟีย   ตอนที่ 10 : คำสั่งของนายใหญ่

    ตอนที่ 10 : คำสั่งของนายใหญ่เสียงเคาะประตูไม้สักทองบานยักษ์ดังกังวานขึ้นสองสามครั้ง ก่อนที่บานประตูจะถูกผลักเปิดออกช้า ๆ โดยฝีมือของธาม มือขวาคนสนิทที่ผายมือเชิญให้ร่างโปร่งบางก้าวเดินเข้าไปด้านใน นทีในเวลานี้มีท่าทีที่ดูเกร็งและตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด สองมือน้อย ๆ ที่บัดนี้ยังมีกลิ่นจาง ๆ ของหอมแดงและหยาดน้ำค้างติดอยู่บีบเข้าหากันแน่น ยามเมื่อต้องก้าวข้ามธรณีประตูเข้าไปเผชิญหน้ากับเจ้าของคฤหาสน์เพียงลำพังภายในห้องทำงานขนาดใหญ่ยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นอายอันทรงอำนาจและเยือกเย็น คิรากรนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวยาว แสงแดดอุ่น ๆ ของยามสายส่องผ่านกระจกบานใหญ่ทอดเงาร่างสูงใหญ่ของเขาลงบนพื้นพรม มาเฟียหนุ่มไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาในทันที นิ้วเรียวยาวตวัดปากกาเซ็นเอกสารแผ่นสุดท้ายจนเสร็จสิ้น ก่อนจะวางมันลงอย่างเชื่องช้า แล้วจึงเลื่อนสายตาคมกริบดุจพยัคฆ์ร้ายขึ้นมาจับจ้องคนตัวเล็กที่ยืนอยู่ห่างออกไปสามก้าวสายตาคู่นั้นกวาดมองตั้งแต่วงหน้าหวานที่ขึ้นสีระเรื่อเพราะความเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานเช้าตรู่ ไรผมที่เปียกชื้นเหงื่อจาง ๆ ไปจนถึงฝ่ามือบางที่สั่นระริก“นั่งลงสิ” น้ำเสียงทุ้มต่ำเรียบเฉียบเอ่ยขึ้น ทำล

  • พันธนาการหัวใจมาเฟีย   ตอนที่ 9 : คนที่ไม่ชอบอยู่เฉย

    ตอนที่ 9 : คนที่ไม่ชอบอยู่เฉยแสงทองแรกของวันใหม่ค่อย ๆ ทอประกายผ่านม่านโปร่งแสงสีขาวละมุน ทาบทับลงบนเปลือกตาสีมุกของคนที่นอนหลับ ๆ ตื่น ๆ มาตลอดทั้งคืน นทีขยับกายเล็กน้อยก่อนจะลืมตาขึ้นท่ามกลางความเงียบสงัดของห้องนอนอันหรูหรา บรรยากาศรอบตัวยังคงแปลกตา ทว่าสิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไปคือความเมื่อยขบตามเนื้อตัว เพราะเขากลัวเสียจนไม่กล้าแม้แต่จะเอนหลังนอนยาว ๆ บนเตียงนุ่ม ทำได้เพียงฟุบหน้าหลับไปในท่ากอดเข่าจนกระทั่งรุ่งสางเด็กหนุ่มยันกายลุกขึ้นยืนพลางบิดกายไล่ความอ่อนล้า สายตาเหลือบมองนาฬิกาเรือนหรูบนผนังที่เพิ่งจะบอกเวลาตีห้าครึ่ง ชีวิตที่ต้องตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อรองรับอารมณ์และทำงานบ้านทุกอย่างตามคำสั่งของพ่อแม่บุญธรรม กลายเป็นนาฬิกาชีวิตที่สลักลึกอยู่ภายในจิตวิญญาณ ต่อให้สถานที่แห่งนี้จะเปลี่ยนเป็นคฤหาสน์ราวกับวิมาน แต่นทีก็รู้ดีว่าคนอย่างเขาไม่มีสิทธิ์นอนตื่นสายชุบมือเปิบหลังจากจัดการอาบน้ำแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าชุดใหม่ที่ธามนำมาให้เมื่อคืน—เชิ้ตสีขาวนิ่มพอดีตัวกับกางเกงสแลกสีเข้มที่ส่งเสริมให้รูปร่างโปร่งบางดูหมดจดสะอาดตา—นทีก็ค่อย ๆ แง้มประตูห้องพักก้าวเท้าออกมาด้านนอกด้วยความเงียบเชียบดุจแ

  • พันธนาการหัวใจมาเฟีย   ตอนที่ 8 : คนแปลกหน้าในคฤหาสน์

    ตอนที่ 8 : คนแปลกหน้าในคฤหาสน์เสียงบานประตูไม้สักทองสลักลายหรูหราปิดลงเบา ๆ ทว่ากลับส่งเสียงสะท้อนก้องในความรู้สึกของคนฟัง นทีทำได้เพียงยืนนิ่งอยู่ตรงใจกลางห้องกว้างขวางทึมเทา ดวงตากลมโตที่ยังคงมีร่องรอยของคราบน้ำตาแกว่งไกวไปมาราวกับลูกนกที่พลัดหลงเข้ามาในวิมานอันแปลกตาหลังจากที่สมบัติและมาลีถูกลากตัวออกไปจากคฤหาสน์อัครเดชอย่างหมดสภาพ นทีก็ถูกชายชุดสูทสีดำสองคนเดินนำทางขึ้นมายังชั้นบนของตึกใหญ่ ทิศทางที่สลับซับซ้อนและทางเดินที่ทอดยาวเงียบสงัดทำให้เขาทำได้เพียงก้มหน้าก้มตาเดินตามเสียงรองเท้าหนังที่กระทบพื้นหินอ่อนอย่างเชื่องซึม จนกระทั่งมาหยุดอยู่ ณ ห้องพักแห่งนี้มันเป็นห้องที่ใหญ่โตรโหฐาน... ใหญ่เสียจนนทีคิดว่าบ้านเช่าซอมซ่อหลังเก่าของเขาทั้งหลังยังยัดลงมาในห้องนี้ได้ไม่ถึงครึ่งด้วยซ้ำเตียงนอนขนาดคิงไซส์สีเทาควันบุหรี่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงกลางห้อง พร้อมหัวเตียงบุหนังแท้ราคาแพงระยับ ด้านข้างมีชุดโซฟากำมะหยี่สีเข้มเข้าชุดกัน ฝาผนังฝั่งหนึ่งเป็นกระจกใสบานยักษ์ที่เผยให้เห็นทิวทัศน์ยามค่ำคืนของกรุงเทพมหานครอันศิวิไลซ์ แสงไฟระยิบระยับดั่งดวงดาวบนพื้นดินด้านนอกนั่น ยิ่งตอกย้ำให้เด็กหนุ่มตร

  • พันธนาการหัวใจมาเฟีย   ตอนที่ 7 : คนที่ไม่ควรถูกลงโทษ

    ตอนที่ 7 : คนที่ไม่ควรถูกลงโทษบรรยากาศภายในห้องทำงานกว้างขวางของคฤหาสน์อัครเดชเงียบสงัดจนน่าอึดอัด มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่กำลังทำงานแว่วแผ่วเบา แสงไฟสีส้มสลัวส่องกระทบแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำสนิทที่กำลังยืนหันหลังกอดอกทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่างกระจกบานยักษ์‘คิรากร’ ไม่ได้ขยับตัวเลยนับตั้งแต่บุคคลทั้งสองถูกลากเข้ามาด้านใน“คุกเข่าลงไป!”เสียงทุ้มห้าวของ ธาม มือขวาคนสนิทตวาดลั่น ส่งผลให้ ‘สมบัติ’ และ ‘มาลี’ ที่กำลังตัวสั่นงันงกทรุดฮวบลงกับพื้นพรมราคาแพงทันที ทั้งคู่หน้าซีดเผือด ไร้ซึ่งความโอหังเหมือนตอนที่อยู่บ้านพักซอมซ่อของตัวเอง ข้าง ๆ กันนั้นมี ‘นที’ เด็กหนุ่มร่างโปร่งในชุดนักศึกษาที่หลุดรุ่ยเล็กน้อยนั่งคุกเข่าอยู่ด้วย ใบหน้าหวานก้มลงต่ำจนชิดอก ดวงตากลมโตสั่นระริกด้วยความกลัว จับจ้องเพียงมือของตัวเองที่กำลังกำชายเสื้อนักศึกษาแน่นจนขาวซีดเสียงฝีเท้าหนัก ๆ ย่ำลงบนพื้นพรม ช้า... แต่หนักแน่นจนคนฟังแทบหยุดหายใจ คิรากรหมุนตัวกลับมา สายตาคมกริบดุจพยัคฆ์ร้ายกวาดมองสองสามีภรรยาตรงหน้าด้วยความรังเกียจปิดไม่มิด ก่อนจะเลื่อนไปหยุดที่เด็กหนุ่มร่างบางซึ่งกำลังตัวสั่

  • พันธนาการหัวใจมาเฟีย   ตอนที่ 6 : ราชันแห่งโลกมืด

    ตอนที่ 6 : ราชันแห่งโลกมืดภายในห้องทำงานขนาดใหญ่ที่ถูกปกคลุมด้วยโทนสีเข้มหรูหรา เสียงบานประตูไม้สักทองปิดลงเบา ๆ ที่ด้านหลัง ทว่ากลับส่งแรงสั่นสะเทือนลึกเข้าไปในความรู้สึกของนทีราวกับเสียงลั่นดาลประตูคุก ร่างโปร่งบางยืนนิ่งงันอยู่ใกล้ขอบพรมกำมะหยี่สีเข้ม ไม่กล้าแม้แต่จะก้าวขาเดินต่อหรือขยับกายไปทิศทางใด นิ้วมือเรียวซีดยังคงกำหูหิ้วกระเป๋าผ้าใบเก่าเอาไว้แน่นหนาจนสั่นระริกแสงสว่างยามสายที่สอดส่องผ่านบานกระจกหน้าต่างบานใหญ่จากพื้นจรดเพดานด้านหลังโต๊ะทำงาน ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศในห้องนี้ดูอบอุ่นขึ้นเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน แสงแดดเหล่านั้นกลับทำหน้าที่ขับเน้นให้ร่างของชายหนุ่มที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานไม้ตัวหนาดูน่าเกรงขามและลึกลับราวกับภาพวาดของซาตานในโลกมืด‘คิรากร อัครเดช’ชายหนุ่มในชุดสูทสากลสามชิ้นสีดำสนิท คัตติ้งเนี๊ยบกริบรับกับช่วงไหล่กว้างและโครงสร้างร่างกายที่สูงใหญ่ทว่าเต็มไปด้วยมวลกล้ามเนื้อของคนที่ฝึกฝนมาอย่างดี เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาคมคายราวกับรูปสลักหินอ่อนที่ไร้รอยตำหนิ นัยน์ตาคมกริบสีนิลสนิทคู่นั้นทอประกายความนิ่งสงบ เยือกเย็น แต่กลับแฝงไปด้วยอำนาจดิบเถื่อนที่พร้อมจะบดขยี้ท

  • พันธนาการหัวใจมาเฟีย   ตอนที่ 5 : คฤหาสน์อัครเดช

    ตอนที่ 5 : คฤหาสน์อัครเดชทัศนียภาพสองข้างทางผ่านบานกระจกฟิล์มดำทึบของรถหรูเคลื่อนผ่านไปอย่างรวดเร็ว จากตึกแถวซอมซ่อในย่านชุมชนเก่าแปรเปลี่ยนเป็นถนนสายหลักที่คลาคล่ำไปด้วยแสงสีของเมืองกรุงยามเช้าตรู่ ทว่าสำหรับนทีแล้ว โลกภายนอกเหล่านั้นกลับไม่ได้เข้าสู่การรับรู้ของเขาเลยแม้แต่น้อย ร่างโปร่งบางยังคงนั่งคุดคู้ขดตัวอยู่บนเบาะหนังแท้ฝั่งหนึ่ง มือเรียวทั้งสองข้างกอดกระเป๋าผ้าใบเก่าของตนเองไว้แน่นหนาราวกับมันเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจชิ้นสุดท้ายในชีวิตภายในรถเงียบสนิท มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานอย่างนิ่มนวลและแผ่วเบา ชายชุดดำสองคนที่นั่งอยู่เบาะหน้าไม่มีใครเอ่ยปากพูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว บรรยากาศที่ไร้เสียงบวกกับกลิ่นน้ำหอมปรับอากาศราคาแพงในตัวรถ ยิ่งขับเน้นให้ความเงียบนั้นทวีความอึดอัดจนแทบจะหายใจไม่ออก‘ชีวิตของเรา... คงจบลงแค่นี้แล้วจริง ๆ ใช่ไหม’กระแสความหวาดกลัวแล่นพล่านไปทั่วทุกอณูความคิด นทีหลับตาลงแน่นพยายามข่มก้อนสะอื้นที่จุกขึ้นมาถึงลำคอ จินตนาการในหัวเตลิดเปิดเปิงไปถึงภาพความโหดร้ายต่าง ๆ นานาที่เคยได้ยินมาเกี่ยวกับพวกมาเฟีย เขาเป็นเพียงเด็กหนุ่มธรรมดาที่วัน ๆ อยู่แต่ในก้

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status