หน้าหลัก / วาย / พันธนาการหัวใจมาเฟีย / ตอนที่ 9 : คนที่ไม่ชอบอยู่เฉย

แชร์

ตอนที่ 9 : คนที่ไม่ชอบอยู่เฉย

ผู้เขียน: พิมพ์ใจ
last update วันที่เผยแพร่: 2026-10-23 15:08:07

ตอนที่ 9 : คนที่ไม่ชอบอยู่เฉย

แสงทองแรกของวันใหม่ค่อย ๆ ทอประกายผ่านม่านโปร่งแสงสีขาวละมุน ทาบทับลงบนเปลือกตาสีมุกของคนที่นอนหลับ ๆ ตื่น ๆ มาตลอดทั้งคืน นทีขยับกายเล็กน้อยก่อนจะลืมตาขึ้นท่ามกลางความเงียบสงัดของห้องนอนอันหรูหรา บรรยากาศรอบตัวยังคงแปลกตา ทว่าสิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไปคือความเมื่อยขบตามเนื้อตัว เพราะเขากลัวเสียจนไม่กล้าแม้แต่จะเอนหลังนอนยาว ๆ บนเตียงนุ่ม ทำได้เพียงฟุบหน้าหลับไปในท่ากอดเข่าจนกระทั่งรุ่งสาง

เด็กหนุ่มยันกายลุกขึ้นยืนพลางบิดกายไล่ความอ่อนล้า สายตาเหลือบมองนาฬิกาเรือนหรูบนผนังที่เพิ่งจะบอกเวลาตีห้าครึ่ง ชีวิตที่ต้องตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อรองรับอารมณ์และทำงานบ้านทุกอย่างตามคำสั่งของพ่อแม่บุญธรรม กลายเป็นนาฬิกาชีวิตที่สลักลึกอยู่ภายในจิตวิญญาณ ต่อให้สถานที่แห่งนี้จะเปลี่ยนเป็นคฤหาสน์ราวกับวิมาน แต่นทีก็รู้ดีว่าคนอย่างเขาไม่มีสิทธิ์นอนตื่นสายชุบมือเปิบ

หลังจากจัดการอาบน้ำแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าชุดใหม่ที่ธามนำมาให้เมื่อคืน—เชิ้ตสีขาวนิ่มพอดีตัวกับกางเกงสแลกสีเข้มที่ส่งเสริมให้รูปร่างโปร่งบางดูหมดจดสะอาดตา—นทีก็ค่อย ๆ แง้มประตูห้องพักก้าวเท้าออกมาด้านนอกด้วยความเงียบเชียบดุจแมวขโมย

คฤหาสน์อัครเดชในยามเช้าตรู่ช่างเงียบสงบ ลมจาง ๆ หอบเอาความเย็นและกลิ่นหยาดน้ำค้างจากสวนด้านนอกเข้ามาทักทาย เด็กหนุ่มเดินลงบันไดวนหินอ่อนมายังชั้นล่าง สองมือประสานกันไว้ที่หน้าตักพลางกวาดสายตามองหาสิ่งที่ตนพอจะหยิบจับทำประโยชน์ได้ ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีมันคอยย้ำเตือนอยู่ทุกลมหายใจเข้าออกว่า ‘เขามาอยู่ที่นี่ในฐานะคนติดหนี้’ ต่อให้คุณคิรากรจะบอกว่ายกหนี้ให้ แต่นทีก็ไม่อาจตระบัดสัตย์ นั่งกินนอนกินอยู่บนความทุกข์ยากของคนอื่นได้

งานแรกที่สายตาของนทีเหลือบไปเห็น คือคุณป้าแม่บ้านวัยกลางคนคนหนึ่งที่กำลังง่วนอยู่กับการใช้ไม้ขนไก่ปัดฝุ่นตามแจกันเซรามิกเนื้อดีตรงโถงทางเดิน

ไม่รอช้า ร่างโปร่งสาวเท้าเข้าไปหาทันทีพร้อมรอยยิ้มบางเบา

“เอ่อ... คุณป้าครับ ให้ผมช่วยไหมครับ” นทีเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลพลางยื่นมือไปหมายจะช่วยจับแจกันเพื่อไม่ให้มันล้ม

“อุ๊ย! คุณหนู!” ป้าแม่บ้านสะดุ้งสุดตัวจนไม้ขนไก่แทบหลุดจากมือ นางเบิกตากว้างมองเด็กหนุ่มหน้าตาน่ารักที่จู่ ๆ ก็โผล่เข้ามา “ไม่ได้ค่ะ ๆ! คุณหนูเป็นแขกของนายใหญ่ จะมาจับของสกปรกพวกนี้ได้ยังไงคะ เดี๋ยวป้าทำเองค่ะ”

“ผมไม่ใช่คุณหนูหรอกครับป้า เรียกนทีเฉย ๆ ก็พอ” เด็กหนุ่มส่ายหน้าพัลวัน แววตาเว้าวอนระคนเกรงใจ “ให้ผมช่วยเถอะนะครับ อยู่เฉย ๆ ผมอึดอัดจะตายอยู่แล้ว งานปัดกวาดเช็ดถูแบบนี้ผมทำบ่อยครับ ที่บ้านเก่าผมทำทุกวันเลย”

ไม่พูดเปล่า นทีแย่งไม้ขนไก่มาถือไว้เองชำนาญ ก่อนจะเริ่มปัดฝุ่นตามซอกมุมเล็ก ๆ อย่างเบามือทว่าคล่องแคล่ว ป้าแม่บ้านได้แต่นืนอ้าปากค้าง ทำอะไรไม่ถูก จะเข้าไปแย่งคืนก็ไม่กล้า เพราะธามกำชับนักหนาว่าเด็กคนนี้คือคนสำคัญของนายใหญ่

เมื่อเคลียร์พื้นที่ตรงโถงเสร็จ นทีที่ยังมีพลังเหลือเฟือก็เดินเลี่ยงออกไปยังสวนหย่อมขนาดใหญ่ด้านข้างคฤหาสน์ ที่นั่นมีคนงานชายสองสามคนกำลังง่วนกับการตัดแต่งกิ่งต้นไม้และถอนหญ้า เด็กหนุ่มในชุดเชิ้ตขาวสะอาดตาไม่สนเลยว่าเศษดินเศษหญ้าจะกระเด็นมาเปื้อนชุดใหม่ เขาเดินดิ่งเข้าไปทรุดตัวลงนั่งยอง ๆ บนพื้นหญ้าชื้นแฉะ แล้วลงมือช่วยดึงต้นหญ้าต้นเล็กต้นน้อยออกจากแปลงดอกกุหลาบอย่างไม่กลัวเหน็ดเหนื่อย

“เฮ้ย! คุณนทีครับ! ทำอะไรครับนั่น! หยุดเถอะครับ!” คนงานสวนคนหนึ่งร้องลั่นเมื่อหันมาเห็น แตกตื่นจนแทบจะทิ้งกรรไกรตัดกิ่งไม้

“ไม่เป็นไรครับพี่ ผมช่วย ดอกกุหลาบพวกนี้ถ้ามีหญ้าขึ้นคลุมเยอะ ๆ มันจะแย่งสารอาหารนะ ค่อย ๆ ถอนแบบนี้แปดเดียวก็เสร็จครับ” นทีหันไปส่งยิ้มซื่อ ๆ ให้ หยาดเหงื่อเม็ดเล็ก ๆ เริ่มเกาะตามไรผมและข้างแก้มเนียน ทว่าดวงตากลับทอประกายสดใสกว่าเมื่อคืนลิบลับ

จากสวนหย่อม ลามไปจนถึงห้องครัวใหญ่ด้านหลัง นทีเดินเข้าไปช่วยแม่ครัวยกตะกร้าผักสดใบโตที่เพิ่งมาส่งจากตลาด ยอมช่วยหั่นผัก ปอกหอมแดง จนน้ำตาไหลพราก ๆ แต่ริมฝีปากบางก็ยังคงประดับไปด้วยรอยยิ้ม ความอ่อนน้อมถ่อมตน ไม่ถือตัว และความขยันขันแข็งที่ผิดกับภาพลักษณ์ ‘เด็กฝากของมาเฟีย’ ทำให้เหล่าคนงานและคนรับใช้ในคฤหาสน์พากันตกหลุมรักเด็กหนุ่มคนนี้ในเวลาอันรวดเร็ว จากความตื่นตระหนกในตอนแรก ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นความเอ็นดูระคนสงสารยามที่ได้ยินนทีพูดพึมพำว่า “ถ้าผมไม่ทำงาน ผมกลัวโดนตีน่ะครับ”

ความวุ่นวายสายสิริมงคลที่เกิดขึ้นทั่วคฤหาสน์ แน่นอนว่าไม่มีทางรอดพ้นสายตาของคนสนิทอย่างธามไปได้

ณ ห้องทำงานส่วนตัวบนชั้นสาม

คิรากรนั่งอยู่เบื้องหลังโต๊ะทำงานไม้ตัวยักษ์ นิ้วเรียวยาวคีบปากกาหมึกซึมค้างไว้ สายตาคมกริบไม่ได้จับจ้องที่เอกสารตรงหน้า หากแต่กำลังฟังรายงานจากปากของมือขวาที่ยืนตรงอยู่เบื้องหน้าด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง

“...ตั้งแต่เช้ามองมา คุณนทีไปช่วยป้าพรปัดฝุ่นโถงทางเดิน ไปช่วยคนงานสวนถอนหญ้าแปลงกุหลาบ แล้วตอนนี้... ล่าสุดเห็นว่ากำลังช่วยในครัวปอกหอมแดงจนร้องไห้อยู่ครับนาย” ธามรายงานตามข้อเท็จจริง ทว่าท้ายประโยคกลับมีกระแสเสียงอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด

คิรากรนิ่งไปชั่วครู่ ปากกาในมือถูกวางลงบนโต๊ะเบา ๆ มาเฟียหนุ่มเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนัง ตัวตนที่เคยแผ่รังสีฆ่าฟันอยู่ตลอดเวลา พลันเปลี่ยนเป็นความรู้สึกอุ่นวาบและซับซ้อนลึกซึ้งในดวงตาคู่คมยามที่ภาพของเด็กหนุ่มตัวเล็ก ๆ หน้าตาจิ้มลิ้มกำลังปอกหอมแดงจนน้ำตาไหลผุดขึ้นมาในความคิด

‘เด็กโง่... คิดว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่กันแน่’ คิรากรคิดในใจพลางแค่นยิ้มบางเบา

เขารู้ดีว่าพฤติกรรมที่นทีแสดงออกมันไม่ได้เกิดจากความแสร้งทำเพื่อเรียกร้องความสนใจ แต่มันเกิดจากบาดแผลในอดีตที่หล่อหลอมให้เด็กคนนั้นคิดว่า ตัวเองต้องมี ‘คุณค่า’ หรือมี ‘ประโยชน์’ ต่อคนอื่นเท่านั้น ถึงจะได้รับสิทธิ์ในการมีชีวิตรอดและไม่ถูกทำร้าย ความเจียมเนื้อเจียมตัวจนน่าสงสารนั้น ยิ่งกระพือเปลวไฟแห่งความต้องการปกป้องในอกของมาเฟียหนุ่มให้ลุกโชนขึ้นกว่าเดิม

“ธาม” คิรากรเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ

“ครับนายใหญ่”

“ไปตามนทีมาพบฉันที่นี่...” มาเฟียหนุ่มเว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตาคมปราบทอประกายลึกล้ำ “บอกเขาว่า... ถ้ายังมีแรงเหลือจนไปวิ่งทำงานให้คนอื่นได้ ก็เอาแรงนั้นมาใช้กับฉันแทน”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • พันธนาการหัวใจมาเฟีย   ตอนที่ 10 : คำสั่งของนายใหญ่

    ตอนที่ 10 : คำสั่งของนายใหญ่เสียงเคาะประตูไม้สักทองบานยักษ์ดังกังวานขึ้นสองสามครั้ง ก่อนที่บานประตูจะถูกผลักเปิดออกช้า ๆ โดยฝีมือของธาม มือขวาคนสนิทที่ผายมือเชิญให้ร่างโปร่งบางก้าวเดินเข้าไปด้านใน นทีในเวลานี้มีท่าทีที่ดูเกร็งและตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด สองมือน้อย ๆ ที่บัดนี้ยังมีกลิ่นจาง ๆ ของหอมแดงและหยาดน้ำค้างติดอยู่บีบเข้าหากันแน่น ยามเมื่อต้องก้าวข้ามธรณีประตูเข้าไปเผชิญหน้ากับเจ้าของคฤหาสน์เพียงลำพังภายในห้องทำงานขนาดใหญ่ยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นอายอันทรงอำนาจและเยือกเย็น คิรากรนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวยาว แสงแดดอุ่น ๆ ของยามสายส่องผ่านกระจกบานใหญ่ทอดเงาร่างสูงใหญ่ของเขาลงบนพื้นพรม มาเฟียหนุ่มไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาในทันที นิ้วเรียวยาวตวัดปากกาเซ็นเอกสารแผ่นสุดท้ายจนเสร็จสิ้น ก่อนจะวางมันลงอย่างเชื่องช้า แล้วจึงเลื่อนสายตาคมกริบดุจพยัคฆ์ร้ายขึ้นมาจับจ้องคนตัวเล็กที่ยืนอยู่ห่างออกไปสามก้าวสายตาคู่นั้นกวาดมองตั้งแต่วงหน้าหวานที่ขึ้นสีระเรื่อเพราะความเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานเช้าตรู่ ไรผมที่เปียกชื้นเหงื่อจาง ๆ ไปจนถึงฝ่ามือบางที่สั่นระริก“นั่งลงสิ” น้ำเสียงทุ้มต่ำเรียบเฉียบเอ่ยขึ้น ทำล

  • พันธนาการหัวใจมาเฟีย   ตอนที่ 9 : คนที่ไม่ชอบอยู่เฉย

    ตอนที่ 9 : คนที่ไม่ชอบอยู่เฉยแสงทองแรกของวันใหม่ค่อย ๆ ทอประกายผ่านม่านโปร่งแสงสีขาวละมุน ทาบทับลงบนเปลือกตาสีมุกของคนที่นอนหลับ ๆ ตื่น ๆ มาตลอดทั้งคืน นทีขยับกายเล็กน้อยก่อนจะลืมตาขึ้นท่ามกลางความเงียบสงัดของห้องนอนอันหรูหรา บรรยากาศรอบตัวยังคงแปลกตา ทว่าสิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไปคือความเมื่อยขบตามเนื้อตัว เพราะเขากลัวเสียจนไม่กล้าแม้แต่จะเอนหลังนอนยาว ๆ บนเตียงนุ่ม ทำได้เพียงฟุบหน้าหลับไปในท่ากอดเข่าจนกระทั่งรุ่งสางเด็กหนุ่มยันกายลุกขึ้นยืนพลางบิดกายไล่ความอ่อนล้า สายตาเหลือบมองนาฬิกาเรือนหรูบนผนังที่เพิ่งจะบอกเวลาตีห้าครึ่ง ชีวิตที่ต้องตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อรองรับอารมณ์และทำงานบ้านทุกอย่างตามคำสั่งของพ่อแม่บุญธรรม กลายเป็นนาฬิกาชีวิตที่สลักลึกอยู่ภายในจิตวิญญาณ ต่อให้สถานที่แห่งนี้จะเปลี่ยนเป็นคฤหาสน์ราวกับวิมาน แต่นทีก็รู้ดีว่าคนอย่างเขาไม่มีสิทธิ์นอนตื่นสายชุบมือเปิบหลังจากจัดการอาบน้ำแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าชุดใหม่ที่ธามนำมาให้เมื่อคืน—เชิ้ตสีขาวนิ่มพอดีตัวกับกางเกงสแลกสีเข้มที่ส่งเสริมให้รูปร่างโปร่งบางดูหมดจดสะอาดตา—นทีก็ค่อย ๆ แง้มประตูห้องพักก้าวเท้าออกมาด้านนอกด้วยความเงียบเชียบดุจแ

  • พันธนาการหัวใจมาเฟีย   ตอนที่ 8 : คนแปลกหน้าในคฤหาสน์

    ตอนที่ 8 : คนแปลกหน้าในคฤหาสน์เสียงบานประตูไม้สักทองสลักลายหรูหราปิดลงเบา ๆ ทว่ากลับส่งเสียงสะท้อนก้องในความรู้สึกของคนฟัง นทีทำได้เพียงยืนนิ่งอยู่ตรงใจกลางห้องกว้างขวางทึมเทา ดวงตากลมโตที่ยังคงมีร่องรอยของคราบน้ำตาแกว่งไกวไปมาราวกับลูกนกที่พลัดหลงเข้ามาในวิมานอันแปลกตาหลังจากที่สมบัติและมาลีถูกลากตัวออกไปจากคฤหาสน์อัครเดชอย่างหมดสภาพ นทีก็ถูกชายชุดสูทสีดำสองคนเดินนำทางขึ้นมายังชั้นบนของตึกใหญ่ ทิศทางที่สลับซับซ้อนและทางเดินที่ทอดยาวเงียบสงัดทำให้เขาทำได้เพียงก้มหน้าก้มตาเดินตามเสียงรองเท้าหนังที่กระทบพื้นหินอ่อนอย่างเชื่องซึม จนกระทั่งมาหยุดอยู่ ณ ห้องพักแห่งนี้มันเป็นห้องที่ใหญ่โตรโหฐาน... ใหญ่เสียจนนทีคิดว่าบ้านเช่าซอมซ่อหลังเก่าของเขาทั้งหลังยังยัดลงมาในห้องนี้ได้ไม่ถึงครึ่งด้วยซ้ำเตียงนอนขนาดคิงไซส์สีเทาควันบุหรี่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงกลางห้อง พร้อมหัวเตียงบุหนังแท้ราคาแพงระยับ ด้านข้างมีชุดโซฟากำมะหยี่สีเข้มเข้าชุดกัน ฝาผนังฝั่งหนึ่งเป็นกระจกใสบานยักษ์ที่เผยให้เห็นทิวทัศน์ยามค่ำคืนของกรุงเทพมหานครอันศิวิไลซ์ แสงไฟระยิบระยับดั่งดวงดาวบนพื้นดินด้านนอกนั่น ยิ่งตอกย้ำให้เด็กหนุ่มตร

  • พันธนาการหัวใจมาเฟีย   ตอนที่ 7 : คนที่ไม่ควรถูกลงโทษ

    ตอนที่ 7 : คนที่ไม่ควรถูกลงโทษบรรยากาศภายในห้องทำงานกว้างขวางของคฤหาสน์อัครเดชเงียบสงัดจนน่าอึดอัด มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่กำลังทำงานแว่วแผ่วเบา แสงไฟสีส้มสลัวส่องกระทบแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำสนิทที่กำลังยืนหันหลังกอดอกทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่างกระจกบานยักษ์‘คิรากร’ ไม่ได้ขยับตัวเลยนับตั้งแต่บุคคลทั้งสองถูกลากเข้ามาด้านใน“คุกเข่าลงไป!”เสียงทุ้มห้าวของ ธาม มือขวาคนสนิทตวาดลั่น ส่งผลให้ ‘สมบัติ’ และ ‘มาลี’ ที่กำลังตัวสั่นงันงกทรุดฮวบลงกับพื้นพรมราคาแพงทันที ทั้งคู่หน้าซีดเผือด ไร้ซึ่งความโอหังเหมือนตอนที่อยู่บ้านพักซอมซ่อของตัวเอง ข้าง ๆ กันนั้นมี ‘นที’ เด็กหนุ่มร่างโปร่งในชุดนักศึกษาที่หลุดรุ่ยเล็กน้อยนั่งคุกเข่าอยู่ด้วย ใบหน้าหวานก้มลงต่ำจนชิดอก ดวงตากลมโตสั่นระริกด้วยความกลัว จับจ้องเพียงมือของตัวเองที่กำลังกำชายเสื้อนักศึกษาแน่นจนขาวซีดเสียงฝีเท้าหนัก ๆ ย่ำลงบนพื้นพรม ช้า... แต่หนักแน่นจนคนฟังแทบหยุดหายใจ คิรากรหมุนตัวกลับมา สายตาคมกริบดุจพยัคฆ์ร้ายกวาดมองสองสามีภรรยาตรงหน้าด้วยความรังเกียจปิดไม่มิด ก่อนจะเลื่อนไปหยุดที่เด็กหนุ่มร่างบางซึ่งกำลังตัวสั่

  • พันธนาการหัวใจมาเฟีย   ตอนที่ 6 : ราชันแห่งโลกมืด

    ตอนที่ 6 : ราชันแห่งโลกมืดภายในห้องทำงานขนาดใหญ่ที่ถูกปกคลุมด้วยโทนสีเข้มหรูหรา เสียงบานประตูไม้สักทองปิดลงเบา ๆ ที่ด้านหลัง ทว่ากลับส่งแรงสั่นสะเทือนลึกเข้าไปในความรู้สึกของนทีราวกับเสียงลั่นดาลประตูคุก ร่างโปร่งบางยืนนิ่งงันอยู่ใกล้ขอบพรมกำมะหยี่สีเข้ม ไม่กล้าแม้แต่จะก้าวขาเดินต่อหรือขยับกายไปทิศทางใด นิ้วมือเรียวซีดยังคงกำหูหิ้วกระเป๋าผ้าใบเก่าเอาไว้แน่นหนาจนสั่นระริกแสงสว่างยามสายที่สอดส่องผ่านบานกระจกหน้าต่างบานใหญ่จากพื้นจรดเพดานด้านหลังโต๊ะทำงาน ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศในห้องนี้ดูอบอุ่นขึ้นเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน แสงแดดเหล่านั้นกลับทำหน้าที่ขับเน้นให้ร่างของชายหนุ่มที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานไม้ตัวหนาดูน่าเกรงขามและลึกลับราวกับภาพวาดของซาตานในโลกมืด‘คิรากร อัครเดช’ชายหนุ่มในชุดสูทสากลสามชิ้นสีดำสนิท คัตติ้งเนี๊ยบกริบรับกับช่วงไหล่กว้างและโครงสร้างร่างกายที่สูงใหญ่ทว่าเต็มไปด้วยมวลกล้ามเนื้อของคนที่ฝึกฝนมาอย่างดี เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาคมคายราวกับรูปสลักหินอ่อนที่ไร้รอยตำหนิ นัยน์ตาคมกริบสีนิลสนิทคู่นั้นทอประกายความนิ่งสงบ เยือกเย็น แต่กลับแฝงไปด้วยอำนาจดิบเถื่อนที่พร้อมจะบดขยี้ท

  • พันธนาการหัวใจมาเฟีย   ตอนที่ 5 : คฤหาสน์อัครเดช

    ตอนที่ 5 : คฤหาสน์อัครเดชทัศนียภาพสองข้างทางผ่านบานกระจกฟิล์มดำทึบของรถหรูเคลื่อนผ่านไปอย่างรวดเร็ว จากตึกแถวซอมซ่อในย่านชุมชนเก่าแปรเปลี่ยนเป็นถนนสายหลักที่คลาคล่ำไปด้วยแสงสีของเมืองกรุงยามเช้าตรู่ ทว่าสำหรับนทีแล้ว โลกภายนอกเหล่านั้นกลับไม่ได้เข้าสู่การรับรู้ของเขาเลยแม้แต่น้อย ร่างโปร่งบางยังคงนั่งคุดคู้ขดตัวอยู่บนเบาะหนังแท้ฝั่งหนึ่ง มือเรียวทั้งสองข้างกอดกระเป๋าผ้าใบเก่าของตนเองไว้แน่นหนาราวกับมันเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจชิ้นสุดท้ายในชีวิตภายในรถเงียบสนิท มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานอย่างนิ่มนวลและแผ่วเบา ชายชุดดำสองคนที่นั่งอยู่เบาะหน้าไม่มีใครเอ่ยปากพูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว บรรยากาศที่ไร้เสียงบวกกับกลิ่นน้ำหอมปรับอากาศราคาแพงในตัวรถ ยิ่งขับเน้นให้ความเงียบนั้นทวีความอึดอัดจนแทบจะหายใจไม่ออก‘ชีวิตของเรา... คงจบลงแค่นี้แล้วจริง ๆ ใช่ไหม’กระแสความหวาดกลัวแล่นพล่านไปทั่วทุกอณูความคิด นทีหลับตาลงแน่นพยายามข่มก้อนสะอื้นที่จุกขึ้นมาถึงลำคอ จินตนาการในหัวเตลิดเปิดเปิงไปถึงภาพความโหดร้ายต่าง ๆ นานาที่เคยได้ยินมาเกี่ยวกับพวกมาเฟีย เขาเป็นเพียงเด็กหนุ่มธรรมดาที่วัน ๆ อยู่แต่ในก้

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status