Masukภามโดนผู้หญิงที่รักที่สุดบอกเลิก ความเมาของเขาทั้งหมดเลยเอามาลงที่น้องสาวบุญธรรมของเขา ที่เป็นตัวตนเหตุที่ทำให้เขาต้องเลิกกับคนรัก ความสัมพันธ์แสนลึกซึ้งเพียงชั่วคืนจากพี่ชายน้องสาวบุญธรรม ต้องแปรเปลี่ยนไปตลอดกาลเพราะพวกเขาได้สร้างอีกหนึ่งชีวิตขึ้นมา หญิงสาวได้แต่หอบความเจ็บช้ำกลับไป ทำได้เพียงมองแผ่นหลังกว้างของเขาเป็นครั้งสุดท้าย เพราะตั้งแต่คืนนี้ไป เธอจะไม่ขอพึ่งพิงใบบุญของคนบ้านนี้อีก แม้ว่าบ้านหลังนี้จะมีบุญคุณกับเธอมากขนาดไหน ทว่าคืนนี้เธอเจ็บปวดเหลือเกิน เจ็บจนไม่อาจจะอยู่สู้หน้าเขาได้อีก การจากลาของเธอในครั้งนี้ก็อาจจะช่วยให้เขามีชีวิตที่ดียิ่งขึ้น เพราะเธอมันได้ชื่อว่าเป็นตัวกาลกิณี อยู่กับใคร คนนั้นก็มีแต่เรื่องเดือดร้อนถ้าการจากไปของเธอจะช่วยให้เขาคืนดีกับแฟนของเขา เธอก็พร้อมยินดีที่จะจากไป ระยะเวลา 4 ปี ที่ผ่านมา เขาออกตามหาเธอไปทุกที่ จนในที่สุดเขาก็เจอเธอทว่าเขาเจอเธอกับเด็กผู้ชายแสนน่ารัก เพียงแค่เขามองแวบแรกก็รู้ได้ทันทีว่าเด็กผู้ชายคนนี้เป็นลูกชายของเขาแน่ ๆ ชายหนุ่มจึงต้องคิดหาวิธีทำให้ลูกกับเมียของเขากลับมา
Lihat lebih banyakSevi terbangun dengan rasa lengket di area dadanya. Awalnya ia mengira itu hanya keringat karena cuaca panas. Namun saat jemarinya menyentuh, terasa basah. Ia tercekat, lalu buru-buru masuk ke kamar mandi.
Di depan cermin, pandangannya membeku. Dari dadanya, cairan putih kekuningan merembes pelan. Ia menekan sedikit, rasa nyeri menjalar, dan cairan itu keluar lebih deras.
“Apa-apaan ini…?” bisiknya, panik.
Jantungnya berdebar tak beraturan. Ia belum pernah hamil. Siklus haidnya normal. Ia bahkan belum pernah disentuh. Jadi kenapa tubuhnya bereaksi seperti ini? Ingatannya langsung melayang ke malam sebelumnya—dua botol susu stroberi edisi terbatas BerryStraw – Limited Edition yang ia habiskan. Rasanya lebih segar, lebih manis dari biasanya. Terlalu manis.
Sevi terduduk di tepi ranjang, memegangi dadanya yang berdenyut, antara nyeri dan sensasi panas yang tak ia pahami. Ia mencoba menenangkan diri, tapi waktu tak berpihak padanya. Ia tetap harus berangkat kerja. Dengan pasrah, ia menutup dadanya dengan lapisan pakaian ekstra dan tisu untuk menahan rembesan.
Di kantor, ia berulang kali harus ke kamar mandi untuk mengganti tisu. Sulit baginya berkonsentrasi. Namun siang itu, sebuah pesan masuk: ia dipanggil ke ruangan Arlan, bosnya, untuk menyerahkan laporan hasil uji kualitas.
Sevi masuk dengan langkah ragu. Duduk di hadapan Arlan, ia berusaha bersikap profesional. Ia membungkuk sedikit saat menyerahkan berkas. Tapi gerakannya terhenti ketika menyadari tatapan Arlan… tepat ke arah dadanya.
Alis pria itu bertaut. “Sevi… kenapa bajumu basah?”
“A—” Sevi buru-buru menunduk, menutupi bagian itu dengan map. “Bukan apa-apa, Pak. Cuma… ketumpahan minuman.”
Arlan mengangkat kepala. Ekspresinya tetap dingin, tapi jauh di balik tatapan datarnya, ada sesuatu yang lain. Bukan sekadar heran, tapi juga… terusik. Selama ini, ia sudah terbiasa menahan diri di hadapan Sevi—karyawan yang diam-diam mencuri perhatiannya sejak awal masuk kerja.
Senyum tipis Sevi saat rapat, cara dia tenggelam dalam laporan, seseorang yang menyukai pekerjaan diri sendirinya adalah wanita yang langka. Hingga wangi samar stroberinya yang entah kenapa selalu tertinggal di sekitar meja kerja. Semua itu sudah lama membuat Arlan waspada terhadap dirinya sendiri.
Kini, dengan Sevi duduk di depannya dalam keadaan canggung, wajah memerah, dan noda basah yang jelas membekas di bajunya, pertahanan yang ia bangun terasa retak.
“Di kantor, penampilan nggak cuma harus rapi. Baju kamu seperti ini nggak sopan. Saya harap—”
“Saya mengerti, Pak,” Sevi langsung memotong. Ia berdiri terburu-buru, pipinya panas. “Maaf. Saya akan… bereskan.”
Ia keluar hampir berlari.
Arlan masih menatap pintu yang tertutup, rahangnya mengeras. Aroma manis samar menggantung di udara. Aroma yang sejak dulu diam-diam membuatnya lemah, kini terasa semakin kuat. Ia mengembuskan napas panjang, tapi itu tak menghapus sensasi yang tertinggal.
“แต่...” นันน์พยายามจะพูดโน้มน้าวเจ้านายหนุ่มต่อทว่าก็โดนเจ้านายเอ็ดเสียงดังพร้อมกับไล่เตะทันทีที่นันน์เอาแต่พูดเรื่องไม่เป็นเรื่อง “ไปทำงานได้แล้ว อยากจะโดนไล่ออกหรือไง!” นันน์รีบวิ่งไปทำงานด่วน “ใครไม่อยากทำงานก็ออกไปได้เลยนะ ฉันอนุญาต” เขาเอ็ดเสียงดังอีกครั้งด้วยความหงุดหงิด คนงานในไร่ทุกคนต่างเงียบกริบก้มหน้าก้มตาเก็บส้มกันใหญ่ วันนี้ทั้งวันเจ้านายหนุ่มของพวกเขาก็หงุดหงิดฟาดงวงฟาดงาตลอดทั้งวัน จากที่หลัง ๆ อารมณ์ร้ายอยู่แล้ว วันนี้ยิ่งร้ายเข้าไปใหญ่ *********************** “ช่วงนี้คุณภามดูผอมไปนะคะ กินข้าวเยอะ ๆ หน่อยสิคะ อย่ากินแต่เหล้าเยอะสิคะ” ป้าแมวแม่ครัวที่ไร่ออกมาพูดด้วยความเป็นห่วง “ผมผอมไปแล้วไม่หล่อหรือครับป้าแมวคนสวย” ชายหนุ่มหยอดคำหวาน สายตาหยาดเยิ้ม ปากหวานขนาดนี้ไม่ต้องเดา ชายหนุ่มได้ดื่มน้ำเมากันอยู่ที่โรงอาหารของไร่กับพวกลูกน้องสนิท ๆ หลายคน “แม้คุณภามก้อจะอ้วนหรือจะผอมคุณก็หล่ออยู่แล้วล่ะค่ะคุณภาม” ป้า
ตั้งแต่คืนนั้นเธอเลือกจากไปจากเขา ไม่คิดที่อยู่ให้เป็นภาระของเขาอีกต่อไป ขืนอยู่ต่อไปอาจจะมองหน้ากันไม่ติดด้วยซ้ำเพราะเขาเองก็ไม่ได้อยากได้เธอมาเป็นน้องสาวบุญธรรมตั้งแต่แรก เธอจำได้ดีตั้งแต่เธออายุสิบขวบมาอยู่ที่นี่เพราะพ่อแม่เกิดอุบัติเหตุรถคว่ำ มีเธอเพียงคนเดียวที่รอดชีวิต แม่ของเขาที่เป็นเพื่อนของแม่เธอได้รับเธอมาเป็นลูกบุญธรรม ทว่าเขาก็ส่งสายตามาว่าไม่ชอบ แถมตอนแม่ของเขาเผลอ เขาชอบมาแกล้งเธอเป็นประจำ ยังขู่ไม่ให้เธอไปบอกแม่ด้วย พวกคนงานในไร่บางกลุ่มต่างบอกว่าเธอเป็นกาลกิณีไปอยู่กับใครคนนั้นต้องชิบหาย ตอนนั้นพวกคนงานพวกนี้คิดว่าเธอเป็นเด็กเลยนินทาโดยไม่คิดว่าเธออาจจะได้ยิน ในตอนนั้นแม้ว่าเขาไม่ได้พูดว่าเธอเป็นกาลกิณีดังพวกคนงานว่าทว่าสายตาของเขามันบ่งบอกว่าแบบนั้น พอเธออายุสิบเก้าแม่บุญธรรมของเธอก็มากด่วนเสียชีวิตไปด้วยโรคมะเร็ง คำว่ากาลกิณียังคงตอกย้ำเธอเรื่อยมา จนถึงปัจจุบันนี้ แม้ว่าคนในไร่จะไม่พูดอะไร แต่สายตาของพวกเขามันชัดเจน เมื่อสิ้นใบบุญของแม่บุญธรรมแล้ว เธอยิ่งอยู่ที่นี่อย่างลำบาก แม้ว่าจะได้เรียนหนังสือจนจบมหาลัยเพราะเขาได้รับปากไว้กับแม่ของเ
เมื่อหญิงสาวได้เห็นความใหญ่โตของเขา ดังนั้นจึงเกิดอาการผวา รีบดันตัวเขยิบถ่อยหนีห่างเขา ทว่าโดนชายหนุ่มรั้งสะโพกเอาไว้ พร้อมกับที่เขาเอาท่อนแข็งขืดจ่อมาที่ปากถ้ำดอกไม้อีกครั้ง เขาถูขึ้นลงช้า ๆ ไปพร้อมดูปฏิกิริยาคนที่นอนสั่นสะท้านข้างล่างด้วย “พี่ภาม...มะลิกลัว” สิ้นสุดเสียงของเธอ ชายหนุ่มก็สอดใส่เข้าไปเต็มที่ทว่ามันเข้าไปได้ครึ่งลำเอง เขาก็ต้องหยุดค้างอยู่แบบนั้นเพราะเธอส่งเสียงกรี๊ดออกมาด้วยความเจ็บปวด พร้อมกับพยายามดันตัวของเขาด้วย “อื้อ พี่ภาม...มะลิเจ็บ” น้ำตาของเธอไหลลงมาทั้งสองข้าง ร่างกายของเธอมันเหมือนถูกเขาเอามีดมากรีดเข้ากลางใจให้มันแตกสลายเป็นเสี่ยง ๆ เขามองร่างบางที่นอนสั่นสะท้านและน้ำตาที่ไหลรินลงมา ชายหนุ่มก็นึกสงสารจับใจที่เขาเผลอทำอะไรวู้วาวไปชั่วขณะ ทั้งที่รู้ดีว่านี้เป็นครั้งแรกของมะลิทว่าเขาก็ทำอะไรเอาแต่ใจเกินไปหน่อย ภามเลยก้มลงไปจูบซับน้ำตาที่หางตาของเธอ โดยไม่คิดรังเกียจ จูบซับไปเรื่อย ๆ จนทั่วใบหน้า เสียงสะอึกสะอื้นค่อย ๆ เบาลง จวบจนเขาเลื่อนริมฝีปากของเขาไปจูบที่ปากแสนหวานของเธอ แสดงความอ่อนโยนลงไปให้เธอไ
ชายหนุ่มถอดเสื้อเชิ้ตออกจากตัวโยนลงไปที่พื้นห้อง มะลิสะดุ้งตกใจ ในตอนที่เสื้อของเขาดังกระทบลงพื้นห้อง เธอหันมามองเขาที่มีเพียงแต่แผงซิกแพ็คแน่น ๆ เท่านั้น แม้ว่าจะเห็นรูปร่างของเขาบ่อยในตอนที่เขาถอนเสื้อ ทว่าในยามวิกาลแบบนี้เธอยังไม่เคยเลยสักครั้ง ยิ่งทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงมากขึ้นไปใหญ่ “พี่ภาม...” เสียงพูดของเธอถูกปากของเขากลืนกินไปจนหมด ปากหวานของเธอถูกเขาบดขยี้ครอบครองเอาไว้เต็มปาก คนไม่ประสีประสากับเรื่องพวกนี้ พอโดนเขาจู่โจมเข้ามาด้วยริมฝีปากหยักได้รูป สติสตังที่มีก็พลอยเลือนหายไป หลงเหลือแต่ความเร่าร้อนของเขาที่เข้ามาครอบงำเอาไว้ให้จิตใจของเธอมีแต่ความร้อนรุ่ม ชายหนุ่มอุ้มร่างบางขึ้นมานอนไว้บนเตียงนอน โดยที่เขายังไม่ยอมปล่อยจูบออกจากเธอ ยังคงมอบจูบที่แสนเร่าร้อนโดยที่เธอไม่อาจจะปฏิเสธไปได้ มือของเขาเริ่มจะไม่อยู่กับที่ เขาเริ่มที่จะลูบไล้เนื้อตัวของเธอผ่านชุดนอนลายหมีแสนน่ารัก จนเธอเริ่มรู้สึกว่าร่างกายมันร้อนวูบวาบไปทั่วทั้งร่างกาย แม้ว่าอยากจะผลักไสเขาออกไปทว่าร่างกายของเธอมันต้องการเขามาเติมเต็ม เสื้อนอนลา





