LOGINเมื่อท่านประธานเทวาซีกรุ๊ป ถูกเพื่อนรักลากเข้าบาร์โฮสต์ เธอเริ่มแสดงสีหน้าวิตกกังวลออกมา พลางเกิดความลังเลในสิ่งที่เพิ่งตัดสินใจลงไป
“กลับเถอะเสียภาพลักษณ์ฉันหมด” หญิงสาวพูดออกมาด้วยท่าทีกล้า ๆ กลัว ๆ เธอไม่น่าด่วนผลีผลามเข้ามาในสถานที่แบบนี้เลย ทำไมไม่คิดให้รอบคอบเสียก่อน
ถ้าหากมีภาพหลุดออกไปใครจะเชื่อถือ ซีอีโอสาวผู้ที่ไม่เคยมีข่าวฉาว แต่กลับมาตกม้าตายตอนอายุย่างเข้าเลยสี่ เพราะการโน้มน้าวของรินลดาบวกกับชายหนุ่มมีส่วนคล้ายกับคนที่เธอตามหา จึงทำให้หญิงสาวตอบตกลงอย่างไม่ลังเล พร้อมกับร่างสัญญามาเรียบร้อย
“ฉันจองห้องวีไอพีให้แกรับรองไม่มีนักข่าวคนไหนหาเจอ”
“ฮ๋า... จองห้องเลยเหรอ”
“ก็ฉันจองห้องให้แกสร้างข้อตกลงกับเขาไง คิดอะไรเปล่าเนี่ย”
“คิดดีได้ไหมล่ะ แล้วใครให้แกจองห้องให้ฉัน ชิ!”
“ผู้ชายจากโฮสต์ต้องการแค่เงิน ในเมื่อแกมีเงินก็ใช้ให้มันเป็นประโยชน์สิ สัญญาที่ร่างเอาไว้ได้เอามาด้วยหรือเปล่า”
“คือฉัน...”
“พรุ่งนี้แกต้องหาผู้ชายไปแสดงเป็นแฟนต่อหน้าคุณย่าแล้วนะ นาทีนี้จะไปหาที่ไหนทันล่ะหรือแกอยากแต่งงานกับคุณธนภัทร”
“ผู้ชายที่มีทัศนคติแย่ ๆ แบบนั้น อยู่ด้วยแล้วชีวิตฉันคงเต็มไปด้วยพลังงานเชิงบวกด้านลบ”
“ผู้ชายที่นี่แกสามารถควบคุมได้ แค่มีเงินจ่ายแกเปย์ไหวไหมล่ะเฌอรีน” รินลดาพยายามโน้มน้าวให้เพื่อนรักคล้อยตาม เพราะหล่อนได้ตกปากรับคำโรมราชันไว้แล้ว
ในที่สุดหญิงสาวก็ตัดสินใจเดินเข้ามาในห้องที่รินลดาจองไว้ให้ ซึ่งทำเอาเฌอรีนใจเต้นไม่เบา เพราะโฮสต์คนนี้ช่างหล่อเหลาเอาการน่าดู เธอยังแอบเสียดายที่เขาเอาอนาคตมาฝากไว้กับงานบริการ ซึ่งรายได้อาจจะดีแต่มันไม่มั่นคง ภายในใจลึก ๆ ก็แอบรู้สึกดี ที่ชายหนุ่มคือคนที่เธอเฝ้ารอคอยอยากเจอมาหลายปี
/////////
“สวัสดีครับผมชื่อโรมราชัน คุณอาจจะเรียกผมสั้น ๆ ว่าโรมเฉย ๆ ก็ได้ ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ” เขาพูดพลางยื่นมือออกไปทักทาย ทว่าหญิงสาวกลับแสดงอำนาจเหนือกว่า ประหนึ่งอยากประกาศให้เขารู้ว่าเธอไม่ใช่ผู้หญิง ที่เขาคิดจะฉวยโอกาสได้ง่าย ๆ
“ดูจากหน้าตาผิวพรรณคงลงทุนไปเยอะสินะ” เฌอรีนคือผู้หญิงคนแรกที่ทักเขาแบบนี้ หญิงสาวคงคิดว่าเขาผ่านมือหมอมานับครั้งไม่ถ้วน ทว่าในทางกลับเขาโรมราชันมีใบหน้าหล่อเหลาราวกับฟ้าประทานมาตั้งแต่เกิด
“เจ้ก็ปากร้ายไม่เบานะครับ”
“นายเรียกใครว่าเจ้!” เฌอรีนโกรธจนลมออกหู เมื่อเธอถูกชายหนุ่มเรียกออกมาแบบนั้น
“ผมเพิ่งอายุสามสิบ”
“สามสิบ!” เฌอรีนไม่รู้จะตกใจอะไรก่อนดี ระหว่างอายุของเขากับใบหน้าที่แลดูอ่อนกว่าวัย ถ้าไม่บอกเธอคงคิดว่าเขายังเรียนอยู่ปีสองปีสามด้วยซ้ำ แต่นั่นมันผ่านมาหลายปีแล้ว
“ใช่ครับ แต่คุณเองก็ไม่เหมือนคนอายุสามสิบแปดนะครับ”
“นี่! ไม่ต้องย้ำ ฉันอายุเท่าไหร่ไม่สำคัญหรอก เรื่องสัญญาที่รินลดาส่งให้นายคงอ่านมาอย่างละเอียดแล้วใช่ไหม เพื่อนของฉันคงบอกประเด็นสำคัญให้นายได้ทราบไปแล้ว ตกลงนายจะเอาไง”
“คุณไม่กลัวผมเอาเปรียบเหรอครับ”
“ถึงยังไงรายละเอียดทั้งหมด ก็ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่ระบุเอาไว้ในสัญญา”
“แต่บางข้อผมไม่เห็นด้วย”
“ทำไมล่ะ นายมีแต่ได้กับได้เลยนะ”
“ลูกผู้ชายอย่างผม ไม่ได้เกิดมาเพื่อเอาเปรียบผู้หญิง”
“แต่งานที่นายทำมันดูย้อนแย้งอยู่นะ”
“ผู้หญิงที่ผมพูดถึงคือคุณ ไม่ใช่ทุกคนบนโลกใบนี้”
“นายรับเงินจากฉันถือว่าเราต่างก็ได้ผลประโยชน์ร่วมกัน” เฌอรีนยังคงไม่เข้าใจกับถ้อยคำเหล่านั้น เพราะเธอคิดว่าสักวันผู้ชายอย่างเขาก็ต้องเลือกสิ่งที่ดีกว่า
“ผมเตือนคุณแล้วนะครับ ผมเป็นผู้ชายไม่ใช่นักบุญ ผมต้องการอะไรคุณน่าจะรู้ดี เงินไม่ใช่คำตอบสำหรับผม”
“แล้วที่นายทำงานอยู่ที่นี่ไม่ได้ทำเพื่อเงินหรือไง สรุปแล้วต้องการเดือนเท่าไหร่ฉันพร้อมจ่าย แค่นายลงนามในสัญญาฉบับนี้ทุกอย่างก็เป็นไปตามเงื่อนไข”
(คุณเป็นผู้หญิงแบบไหนกันนะ) โรมราชันคิดในใจ พลางกวาดสายตามองข้อตกลงในสัญญาทุกข้ออีกครั้งอย่างละเอียด
“รายได้ของผมไม่แน่นนอน”
“นายต้องการเดือนเท่าไหร่ก็ว่ามาสิ! กรอกตัวเลขลงไปเลย”
“บอกแล้วไง... ในแต่ละเดือนรายได้ของผมไม่แน่นอน”
“ฉันรู้! นี่ไง ถึงได้เว้นเอาไว้ให้นายใส่ตัวเลขลงไป”
“คุณจ่ายไหวแน่นะ”
“ฉันเป็นใครนายก็น่าจะรู้ดี กลัวฉันไม่มีเงินจ่ายหรือไง”
“ผมรู้ว่าคุณมีเงิน”
“รู้แล้วก็รีบลงนาม ฉันมีงานต้องทำต่อ”
“ตอนนี้เนี่ยนะ คุณไม่คิดจะพักบ้างเลยรึไง”
“ฉันโตมากับธุรกิจ ชีวิตของฉันไม่มีอะไรสำคัญไปกว่างานอยู่แล้ว รีบ ๆ ลงนามซะ หรือถ้านายไม่สนใจฉันจะได้ไปหาคนอื่น”
“โอเคครับ รายได้ของผม เริ่มต้นที่หกหลักมากสุดก็แปดหลักต่อเดือน”
“ฮะ! บางเดือนรายได้อยู่ที่แปดหลัก นี่นายออกไข่เป็นทองคำรึไง! คิดจะปล้นฉันเหรอ” โรมราชันแทบหลุดขำออกมา เมื่อเห็นสีหน้าของเฌอรีน เธอคงไม่รู้ว่าเขาเป็นถึงเจ้าของบาร์โฮต์ ซึ่งถือหุ้นมากสุด แน่นอนว่ามันมากกว่าอามิทกับมิลตันเสียอีก
“แล้วคุณคิดว่าไง ผมไม่ได้มีดีแค่ไข่ทองคำนะครับ อย่างอื่นถ้าไม่ดีจริงผมคงขายไม่ออก” ถ้อยคำกวน ๆ กับสายตาเจ้าเล่ห์ของเขา ทำเอาเฌอรีนถึงกับเลิ่กลั่ก
“บ้าหรือเปล่า จะเอาเท่าไหร่ก็เติมตัวเลขลงไป ฉันไม่มีเวลามาต่อปากต่อคำกับนายหรอกนะ”
“โอเค” โรมราชันพูดพลางคว้าสัญญามาเซ็นอย่างไม่ลังเล เขาได้แต่หวังว่าความใกล้ชิดจะทำให้ชีวิตเปลี่ยนไปจากเดิม เพิ่มเติมคือการมีลูกน้อยเป็นโซ่ทองคล้องใจ
“สิ่งที่นายต้องจำให้ขึ้นใจ คือกฎข้อแรกห้ามตกหลุมรักฉันเด็ดขาด เด็กที่เกิดมาฉันมีสิทธิ์ขาดในการเลี้ยงดูแต่เพียงผู้เดียว”
“ได้ไง! นั่นมันเสปิร์มผมนะ อย่างน้อยผมก็ควรมีสิทธิ์ที่จะดูแลเขาในฐานะพ่อ นี่มันสัญญาเสียดุลการค้าผมไม่ยอม” คนทั้งคู่เริ่มทะเลาะกัน ทั้งที่ยังไม่ทันได้ลองใช้ชีวิตร่วมกันด้วยซ้ำ
“เสียดุลอะไร ฉันจ่ายให้นายไปเท่าไหร่ ฉันสิควรเป็นฝ่ายเรียกร้อง แต่ช่างเถอะถึงยังไงคุณย่าก็ต้องบังคับให้ฉันแต่งงานอยู่แล้ว อย่างน้อยนายก็ดูดีกว่าผู้ชายคนนั้น”
“ผมมีดีกว่าที่คุณคิด แล้วไม่ต้องพูดถึงสิทธิ์ขาดในการเลี้ยงดู ยังไงผมก็ไม่ยอมให้คุณพรากลูกพรากพ่อเด็ดขาด”
“เรื่องนั้นพักไว้ก่อน ฉันท้องเมื่อไหร่ค่อยมาคุยกันใหม่” เธอปรายหางตามองเขาอย่างไม่ค่อยไว้วางใจโรมราชันเท่าไหร่นัก
“คุณคิดว่าผมไม่มีน้ำยาพอรึไง” ถ้าเธอรู้ว่าเขาเป็นศัลยแพทย์มือหนึ่งไม่ต่างจากพี่สาว เฌอรีนจะยังคงมองแรงแบบนี้หรือเปล่า
“ก็ใครจะไปรู้ล่ะ อันดับแรกนายไปตรวจร่างกายให้ละเอียดยิบ มีโรคถ่ายทอดทางพันธุกรรมไหม ที่สำคัญโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ห้ามพลาดเด็ดขาด นายอาจจะเคยนอนกับผู้หญิงมาแล้วมากหน้าหลายตา แต่จากนี้ไปห้ามยุ่งกับใครนอกจากฉันคนเดียว”
“คุณหึงผมเหรอ”
“ฮ่ะ! ฉันเนี่ยนะหึงนาย รอให้พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตกก่อนเถอะ...ชิ!” เฌอรีนเบ้ปากมองบน เธอผิดหวังอยู่บ้างที่เขาเลือกทำงานแบบนี้ ซึ่งหญิงสาวก็ไม่คิดที่จะปลูกต้นรักกับใคร
ที่สำคัญหญิงสาวยังคงมีความเชื่อมั่นสูง ผู้ชายอย่างโรมราชันคงไม่มีวันกล้าก่อกบฏ ถึงกับทวงสิทธิ์ของการเป็นบิดา ถ้าหากเธอนั้นเกิดมีลูกกับเขาได้ มันก็คงกลายเป็นแค่ความสัมพันธ์ระยะสั้นเท่านั้น ถ้าวันหนึ่งต้องหย่าขาดคงไม่หลงเหลือความผูกพันให้ต้องคะนึงหาอีกฝ่าย
หลายวันผ่านไป เวลานี้เฌอรีนได้ฉีกสัญญาฉบับนั้นทิ้ง พร้อมกับให้รินลดาจัดการเอกสารการหย่า หญิงสาวลงนามในใบหย่าไว้เรียบร้อยแล้ว รอแค่ลายเซ็นของโรมราชัน เธอกับเขาก็จะกลายเป็นอดีตที่มันคอยทิ่มแทงหัวใจไปอีกนาน “คิดดีแล้วเหรอเฌอ” รินลดาพยายามเปลี่ยนใจเพื่อนรัก เธออยากให้เฌอรีนไต่ตรองให้ดีเสียก่อน “ไม่มีงานวิวาห์ ไม่มีคนยินดี ไม่ชุดเจ้าสาวสวย ๆ ไม่มีเจ้าบ่าวเดินกุมมือ ไม่มีเขาก็ดีแล้ว” “เกิดอะไรขึ้น เขานอกใจแกหรือเปล่า” “เขาจะนอกใจฉันได้ยังไง ในเมื่อในหัวใจของเขาไม่เคยมีฉันอยู่ในนั้นเลย” “แล้วแบบนี้ แกตัดใจได้แน่นะเฌอ” “แกจำไว้นะริน ผู้ชายคือสิ่งมีชีวิตที่ไม่น่าไว้ใจที่สุดในโลก ผู้หญิงอย่างเราต้องรักตัวเองให้มาก ๆ ถึงจะไม่มีวันพ่ายแพ้หรือบาดเจ็บจากความรัก” “แล้วคุณย่าทราบเรื่องนี้หรือยัง”
หลายวันผ่านไป โรมราชันได้รับภาพถ่ายจากบิดาของเขา ซึ่งนายแพทย์ปริญได้ออกคำสั่งให้ลูกชายตัดขาดกับเฌอรีนทันที ไม่อย่างนั้นเขาจะไม่รับรองความปลอดภัยของเธอ “เชี้ยเอ๊ย! อะไรวะเนี่ย” เมื่อเขาได้รับข้อความ ชายหนุ่มไม่รอช้ารีบกดโทรหาผู้เป็นบิดาทันที “ว่าไงไอ้ลูกชาย ป่านนี้เพิ่งโทรมาได้นะ” น้ำเสียงของผู้มีชัยชนะดังขึ้น “พ่อคิดจะทำอะไร” “แล้วหมอล่ะกำลังคิดอะไรอยู่” เขายอกย้อนเอ่ยถามลูกชายออกมาด้วยน้ำเสียงแฝงไปด้วยร่อยรอยระงับโทสะ “พ่อทำอะไรกับแม่ไว้บ้างอย่าคิดว่าผมไม่รู้นะครับ” “เรื่องนั้นไม่เกี่ยวกับหมอ ตอนนี้หนูซารังก็เรียนจบแล้ว เจ้าสัวธาดาอยากเป็นทองแผ่นเดียวกับกิตติกูลไพศาล หมอต้องแต่งงานกับเธอ” “ผมไม่เคยคิดที่จะแต่งงานกับซารัง” “แล้วไง! ใครอนุญาตให้หมอไปยุ่งกับผู้หญิงคนนั้น เธอทำธุรกิจอะไรคงอยากถูกฟ้องล้มละลายสินะ ถึงกล้าเอาชีวิตเข้ามาข้องเกี
เมื่อกลับถึงบ้านสิ่งแรกที่ธนภัทรต้องการ นั่นคือประวัติของแพทย์หญิงโรซานน่า แน่นอนว่าเขาอยากตอบแทนเธอ เพราะชายหนุ่มถือคติที่ว่าบุญคุณต้องทดแทนมีแค้นต้องชำระ “นี่ครับนายน้อยประวัติของคุณหมอ” “เธอเป็นลูกสาวของด็อกเตอร์นายแพทย์ปริญจริง ๆ ด้วย” ลูกน้องคนสนิทรายงานตามข้อมูลที่ได้มา อีกทั้งเขายังแอบรู้มาว่าเธอมีน้องชายเป็นนายแพทย์ผู้มากความสามารถอีกด้วย “ผมมีอีกเรื่องที่ยังไม่ได้รายงานนายน้อยครับ” “อะไรเหรอ” “คือ... คุณหมอมีน้องชายด้วยนะครับ” “แล้วไง” “หมอโรมราชันคนที่คุณเฌอรีนรักหมดหัวใจ เขาคือน้องชายแท้ ๆ ของคุณหมอโรซานน่าครับ” “ฮะ! ไอ้หน้าอ่อนนั่นน่ะเหรอ มันเป็นน้องชายของคุณหมอ” เขาไม่อยากเชื่อเลยว่าโลกใบนี้จะกลม จนเหวี่ยงให้คนทำร้ายหัว
ณ บ้านหลังหนึ่งไม่เล็กไม่ใหญ่มาก แต่ก็ดูหรูหราถูกออกแบบมาสำหรับเอมอร ซึ่งได้ตั้งอยู่ชานเมือง มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน พร้อมทั้งมีเงินใช้ไม่ขาดมือ รถยนต์คันหรูแล่นเข้ามาจอด ก่อนที่นายแพทย์ปริญจะเดินเข้าไปในบ้าน ปล่อยให้คนขับรถนั่งรออยู่ด้านนอก “คุณอา... อรรอตั้งนานทำไมเพิ่งมาเอาป่านนี้คะ” หล่อนพูดพลางโผเข้าไปสวมกอดชายวัยหกสิบต้น ๆ ซึ่งเขายังดูหล่อเหลาเอาการร่างกายบึกบึนสมชายชาตรี นั่นอาจเป็นเพราะว่าปริญเป็นหมอเขาจึงรู้วิธีดูแลตัวเองเป็นอย่างดี “ช่วงนี้งานเยอะอาไม่ค่อยว่าง ว่าแต่หนูอรเถอะเป็นไงบ้างชอบบ้านหลังนี้ไหม” ปริญพูดพร้อมกับส่งสูทให้หญิงสาวราวกับหล่อนคือภรรยาของเขา จุ๊บ! “ชอบมากค่ะ ขอบคุณนะคะคุณอา” หล่อนโน้มใบหน้าเข้าไปหอมเขาฟอดใหญ่ ซึ่งการออดอ
เช้ามืดธนภัทรได้ดึงเข็มใส่น้ำเกลือออก ก่อนจะใช้สำลีกดเอาไว้ไม่ให้เลือดไหลออกมา จากนั้นเขาได้กวาดสายตามองไปรอบ ๆ ห้อง ก่อนจะพบกับป้ายชื่อของหญิงสาว “แพทย์หญิงโรซานน่า กิตติกูลไพศาล ที่แท้คุณหมอก็เป็นลูกสาวของด็อกเตอร์ปริญโลกนี้ช่างกลมเสียจริง” แววตาประดุจเปลวไฟกำลังจ้องไปที่ภาพถ่ายของเธอ เมื่อธนภัทรกำลังนึกถึงใบหน้าของคนที่ทำให้เขาตกอยู่ในสภาพแบบนี้ ผู้เป็นบิดาของเธอหมายเอาชีวิตชายหนุ่ม ไม่คิดเลยว่าลูกสาวของเขาจะเป็นคนรักษา ทำให้ธนภัทรรอดชีวิตมาได้ “นายน้อยเป็นไงบ้างครับ ผมไม่คิดว่าพวกมันจะกล้าทำขนาดนี้” ลูกน้องคนสนิทของเขาเอ่ยถามขึ้นมาด้วยความห่วงใย “พวกมันคงรู้ความเคลื่อนไหวของฉัน ว่าแต่งานที่ฉันให้ไปจัดการเรียบร้อยดีไหม” “ไม่มีปัญหาครับ” “ถ้าอย่างนั้นก็กลับเลยแล้วกัน”
ในเวลานี้ดูเหมือนด็อกเตอร์นายแพทย์ผู้มากประสบการณ์อย่างนายปริญ เจ้าของโรงพยาบาลเอกชนหลายแห่ง กำลังแสดงสีหน้าวิตกกังวล ราวกับคนกำลังหวาดระแวงกลัวความลับถูกเปิดโปง “ผมกำลังจะลงเล่นการเมือง หวังว่าลูกชายของคุณคงไม่ทำให้เสียเรื่องหรอกนะรสา” “ตลอดระยะเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา ฉันกับลูกเคยทำอะไรให้คุณเสียหน้าบ้างไหมคะ ถ้าหากวันหนึ่งเกิดเรื่องเสียหายขึ้นมา คุณควรยอมรับความจริงให้ได้ ใครกันแน่ที่เป็นคนทำให้ชีวิตของคุณพัง” สิ่งที่เจ็บปวดที่สุดสำหรับผู้หญิง นั่นก็คือมือที่สามที่มาในคราบลูกสาวเพื่อนสนิทของผู้เป็นสามี ถึงแม้สุดท้ายเขาจะเลือกเธอ แต่ปมในใจกับรอยแผลที่เกิดขึ้นนั้นมันยังคงฝังลึกอยู่กลางหัวใจของผู้หญิงที่ขึ้นชื่อว่าเป็นภรรยา ซึ่งวันเวลาไม่อาจเยียวยาให้หายขาดได้ “เรื่องของหนูอรมันจบไปตั้งนานแล้ว คุณจะพูดให้มันได้อะไรขึ้นมา” “แน่ใจเหรอคะว่าจบแล้ว” หน้าต่างมีหูประตูมีช่องการเคลื่อนไหวของเอมอรที่อยากทำตัวเด่น เพื่อยกระดับให้ตัวเองดูดีมีหน้ามีตาทางสังคม ทว่าหล่อนคงล







