เข้าสู่ระบบในเวลานี้ดูเหมือนด็อกเตอร์นายแพทย์ผู้มากประสบการณ์อย่างนายปริญ เจ้าของโรงพยาบาลเอกชนหลายแห่ง กำลังแสดงสีหน้าวิตกกังวล ราวกับคนกำลังหวาดระแวงกลัวความลับถูกเปิดโปง
“ผมกำลังจะลงเล่นการเมือง หวังว่าลูกชายของคุณคงไม่ทำให้เสียเรื่องหรอกนะรสา”
“ตลอดระยะเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา ฉันกับลูกเคยทำอะไรให้คุณเสียหน้าบ้างไหมคะ ถ้าหากวันหนึ่งเกิดเรื่องเสียหายขึ้นมา คุณควรยอมรับความจริงให้ได้ ใครกันแน่ที่เป็นคนทำให้ชีวิตของคุณพัง”
สิ่งที่เจ็บปวดที่สุดสำหรับผู้หญิง นั่นก็คือมือที่สามที่มาในคราบลูกสาวเพื่อนสนิทของผู้เป็นสามี ถึงแม้สุดท้ายเขาจะเลือกเธอ แต่ปมในใจกับรอยแผลที่เกิดขึ้นนั้นมันยังคงฝังลึกอยู่กลางหัวใจของผู้หญิงที่ขึ้นชื่อว่าเป็นภรรยา ซึ่งวันเวลาไม่อาจเยียวยาให้หายขาดได้
“เรื่องของหนูอรมันจบไปตั้งนานแล้ว คุณจะพูดให้มันได้อะไรขึ้นมา”
“แน่ใจเหรอคะว่าจบแล้ว” หน้าต่างมีหูประตูมีช่องการเคลื่อนไหวของเอมอรที่อยากทำตัวเด่น เพื่อยกระดับให้ตัวเองดูดีมีหน้ามีตาทางสังคม ทว่าหล่อนคงลืมฐานะของตัวเอง จนทำให้ภรรยาหลวงอย่างรสาระแคะระคายใจ เริ่มให้คนสะกดรอยตามหล่อน
“คุณจะเซ้าซี้ทำไม น่ารำคาญ!” เขาพูดออกมาด้วยน้ำเสียงโกรธขึ้งเบา ๆ
“ฉันทำผิดอะไรทำไมต้องตะคอกใส่ทุกทั้งที่พูดถึงคู่ขาของคุณ”
“หนูอรไม่เคยก้าวก่ายคุณเลยนะรสา ยังไงคุณก็ยังคงครองตำแหน่งภรรยาของผมมีหน้ามีตาในสังคม ซึ่งหนูอรไม่เคยเรียกร้องเลยสักครั้ง ฉะนั้นคุณอย่าทำให้ตัวเองดูน่าสมเพชมากไปกว่านี้อีกเลย”
พอพูดจบประโยคเขาได้เดินออกไปจากบ้านทันที ปล่อยให้ผู้หญิงที่เขาเคยพร่ำบอกว่ารักนั่งร้องไห้จนตัวโยน ราวกับโลกใบนี้แตกสลายต้องการให้เธอแบกรับความชอกช้ำเอาไว้แต่เพียงผู้เดียว
“แม่ทะเลาะกับพ่ออีกแล้วใช่ไหมคะ” โรซานน่าเดินเข้ามานั่งข้าง ๆ มารดา หญิงสาวโอบกอดบุพการีเอาไว้ด้วยความรู้สึกสงสารจับหัวใจ
“เขาโกหกแม่มาโดยตลอด ความจริงแล้วเขาไม่เคยหยุดติดต่อกับเอมอรเลยสักครั้ง”
“โรสรักแม่นะคะ”
“แม่เจ็บปวดเหลือเกินโรส แม่อยากหนีไปให้ไกลไม่อยากอยู่ตรงนี้แล้ว”
“โรสรู้ค่ะ ยังไงแม่ก็ยังมีโรสกับโรมนะคะแม่”
“ลูกแม่... ฮึก ฮื้อ! ทำไมชีวิตของแม่ต้องมาเจอกับเรื่องบ้า ๆ พวกนี้ด้วย พ่อเขาไม่รักแม่ตอนไหน ความรักคำสัญญาที่เคยให้ไว้มันไม่มีความหมายเลยใช่ไหม”
“ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงได้เสมอ ความรักก็เช่นกัน แต่โรสเชื่อในตัวแม่นะคะ เราต้องผ่านมันไปให้ได้ โรสไม่มีวันปล่อยมือจากแม่เด็ดขาด” เวลานี้อาการของรสาเริ่มดีขึ้นมาก ทว่าการถูกสามีโกหกหลอกลวง ลับหลังเธอเขากลับเลี้ยงดูปูเสื่อเอมอรเป็นอย่างดี สิ่งนั้นได้กระตุ้นความรู้สึกปวดหนึบอยู่กลางใจ ส่งผลให้ภาวะทางอารมณ์จมดิ่งลงสู่ก้นเหวลึกอีกครั้ง
“แม่เหนื่อยที่ต้องทนปั้นหน้า ทำเหมือนกับชีวิตนี้มีความสุขจนล้น”
“แม่พักผ่อนบ้างนะคะ ท่าทางไม่ได้นอนมาหลายคืนแล้วใช่ไหม”
“แม่นอนไม่ค่อยหลับน่ะ”
“โอเคค่ะ เดี๋ยวโรสจะพาแม่ไปสูดอากาศบริสุทธิ์ธรรมชาติบำบัดคงทำให้แม่รู้สึกดีขึ้น”
เนื่องจากเมืองกรุงนั้นวุ่นวาย โรซานน่าจึงขับรถมาไกลถึงเขาใหญ่ บ้านพักตากอากาศหลังเล็ก ๆ ที่เธอใช้เงินเก็บซื้อเอาไว้ อย่างน้อยในเวลาเหนื่อยล้าจากการโหมงานอย่างหนัก บางวันผ่าตัดติดต่อกันหลายเคสขึ้นอยู่กับคนไข้ อาจอยู่ในภาวะฉุกเฉินหรือวิกฤติจริง ๆ ก็เหนื่อยหน่อย
ถึงแม้เธอจะเป็นทายาทของโรงพยาบาล แต่ก็ไม่เคยใช้อภิสิทธิ์ใดพิเศษกว่าแพทย์ที่ทำงานร่วมกัน ที่นี่มันทำให้หญิงสาวหายใจเอาออกซิเจนได้อย่างเต็มปอด เธอมีเวลาหยุดพักแค่ไม่กี่วัน ซึ่งมันก็มากพอสำหรับศัลยแพทย์ที่เห็นชีวิตของผู้อื่นสำคัญเป็นอันดับแรกอย่างแพทย์หญิงโรซานน่า
หญิงสาวไม่ต่างจากนกน้อยในกรงทอง ต้องคอยทำตามคำสั่งของบิดาอย่างเคร่งครัด แต่พอเห็นมารดาถูกทำร้ายจิตใจครั้งแล้วครั้งเล่า เธอเริ่มที่จะไม่ทนอีกต่อไป
“แม่ทานยาแล้วนอนพักนะคะ พรุ่งนี้ตื่นมาจะได้สดชื่น”
“ขอบใจมากนะโรสที่อุตส่าห์ขับรถพาแม่มาที่นี่”
“แม่ทำเพื่อโรสกับโรมมาโดยตลอด โรสแค่อยากทำสิ่งเล็ก ๆ น้อยตอบแทนแม่บ้าง ต่อไปนี้โรสจะปกป้องแม่เองค่ะ” หญิงสาวพูดพลางคว้ามือผู้เป็นมารดามากุมเอาไว้ ทั้งสองส่งยิ้มบาง ๆ ให้กัน จากนั้นไม่นานรสาก็หลับไปเพราะฤทธิ์ยา
โรซานน่าเดินออกมาที่ระเบียง เธอมองดวงดาวระยิบระยับบนท้องฟ้าด้วยความรู้สึกหลากหลาย หญิงสาวที่ผู้คนต่างอิจฉาใครต่อใครมองว่าชีวิตของเธอช่างสมบูรณ์เพอร์เฟกต์ แต่ความเป็นจริงแล้วมันสวนทางกับภาพลักษณ์ดูดีไร้ที่ติ
ปัง! ปัง! ปัง! เสียงปืนดังขึ้นติดต่อกันหลายนัด ทำให้ผู้หญิงตัวคนเดียวอย่างเธอรีบเดินเข้าบ้านอย่างไว
“ดึกป่านนี้ ใครมายิงอะไรแล้วนี้นะ” เธออุตส่าห์จะนั่งดูดาวที่ระเบียงสักหน่อย กลับต้องเดินเข้าไปในห้องนอนอย่างไม่เต็มใจ
เวลาผ่านไปได้สักพักโรซานน่าสัมผัสได้ถึงความผิดปกติของพุ่มไม้ คล้ายคนกำลังตะเกียกตะกายเอาชีวิตรอด
“โอ๊ย! ช่วยด้วย!” เสียงขอความช่วยเหลือดังขึ้น ซึ่งทำให้หญิงสาวเอียงหูฟัง แต่เสียงนั้นพลันเงียบไปแล้ว
“หูแว่วหรือเปล่า”
“ช่วยด้วย... ช่วยผมด้วย” คราวนี้น้ำเสียงแหบแห้งได้ดังขึ้นอีกครั้ง จึงทำให้หญิงสาวหยิบไฟฉายขึ้นมา แล้วส่องไปยังพุ่มไม้เธอเห็นผู้ชายตัวโตนั่งกุมไหล่อยู่ข้างแปลงกุหลาบ
“อย่าส่องไฟ” เสียงห้ามดังขึ้นเบา ๆ
“นี่คุณเป็นใคร แล้วไปบวกกับใครมาถึงได้ตกอยู่ในสภาพแบบนี้ เป็นคนร้ายหรือเปล่า ฉันจะโทรแจ้งตำรวจ”
หมับ!!!
“ปล่อยฉันนะ!” หญิงสาวสลัดมือเขาออกอย่างแรง พลางตวาดเสียงแข็งให้ดูมีพลัง ทั้งที่ภายในใจกำลังหวาดกลัวชายตรงหน้า เมื่อเธอว่าเห็นในมือเขากำปืนไว้แน่น
“ผมมาร่วมงานแต่งเพื่อน แต่ไม่รู้ว่าไปทำอะไรให้ใครไม่พอใจหรือเปล่า พวกมันมากันหลายคนคงหมายเอาชีวิตผม”
“เชื่อได้หรือเปล่าเนี่ย”
“ผมจะตายอยู่แล้วมีเหตุผลอะไรต้องโกหก ตอนนี้ต้องห้ามเลือดก่อนไม่อย่างนั้นผมคงตายสมใจพวกมันแน่ คุณมีกล่องยาไหม ผมไม่ไหวแล้วช่วยหน่อย”
“ฉันจะเรียกรถพยาบาลให้”
“ไม่ได้!”
“ทำไมคุณกลัวอะไร เป็นนักโทษแหกคุกมารึไง”
“หน้าตาผมเหมือนนักโทษตรงไหน ถ้าพวกมันรู้ว่าผมยังไม่ตายคงตามไปเก็บถึงโรงพยาบาล”
“บ้านเมืองมีขื่อมีแปนะคุณจะกลัวอะไร”
“อิทธิพลของอำนาจมืด อยู่เหนือกฎหมายและความถูกต้องเสมอ จะถามอะไรนักหนา... ผมคงต้องตายอยู่ตรงนี้แน่ ๆ ถ้าคุณยังชักช้าไม่ห้ามเลือดให้ผมสักที”
“ฉันเป็นหมอยังไงก็คงปล่อยให้คุณตายไปต่อหน้าต่อตาไม่ได้หรอก ลุกขึ้นมาเดินดี ๆ อดทนหน่อย ในบ้านมีเครื่องมือแพทย์พอที่จะช่วยคุณได้อยู่บ้าง”
หญิงสาวจำใจเดินเข้าไปพยุงชายหนุ่มเข้าไปในบ้านของเธอ ก่อนจะให้เขานอนลงที่เตียง เพื่อตรวจดูอาการก่อนทำการรักษา
“โชคดีที่กระสุนไม่ฝังใน แต่คุณเสียเลือดมากเลยนะ” หลังจากห้ามเลือดให้เขาเสร็จ โรซานน่าให้น้ำเกลือกับเขาพยุงอาการตามที่รักษาได้ ซึ่งเขาทำราวกับว่าการถูกยิงเป็นเรื่องธรรมดา
“คุณเป็นหมอไม่ใช่เหรอ รักษายังไงก็ได้แต่ห้ามพาผมส่งโรงพยาบาลเด็ดขาด”
“ฉันอุตส่าห์หนีมาตั้งไกล เพื่อพักผ่อนหย่อนใจ แต่กลับมาเจอคนไข้อย่างคุณบ้าชะมัดเลย”
“ยังไงก็ขอบคุณนะ”
“คุณเองก็ดวงแข็งใช้ได้ ถือว่าโชคดีที่เจอฉัน”
“ถ้ามีโอกาสผมจะตอบแทนคุณอย่างงาม”
“ฉันไม่ต้องการ” หญิงสาวพูดออกมาด้วยใบหน้าเรียบเฉย ทว่าชายหนุ่มกลับสัมผัสได้ถึงความรู้สึกบางอย่าง ภายใต้แววตาคู่สวยกลับแฝงไปด้วยความหมองหม่น
“ผมเองก็ไม่ชอบติดหนี้บุญคุณใคร”
“แล้วทำไมไม่ตายอยู่ตรงนั้นล่ะ จะได้ไม่ติดค้างใคร”
“นั่นปากเหรอ... คุณเป็นหมอจริงไหมเนี่ย”
“จริงไม่จริงฉันสามารถฉีดเฟอร์มาลีนให้คุณได้ก็แล้วกัน ถ้าหากดีขึ้นแล้วก็รีบออกไปจากบ้านฉันซะ”
“ใจร้ายจัง” เขาพูดพลางแสดงรอยยิ้มแววตากรุ้มกริ่ม
“แม่ของฉันไม่สบายท่านต้องการพักผ่อน พรุ่งนี้เช้าฉันไม่อยากให้แม่ตื่นมาเจอคุณในสภาพแบบนี้” หญิงสาวพูดพลางเดินออกไปจากห้อง คืนนี้เธอคงต้องอาศัยนอนกับมารดา เพราะห้องนอนถูกธนภัทรยึดไปโดยปริยาย
หลายวันผ่านไป เวลานี้เฌอรีนได้ฉีกสัญญาฉบับนั้นทิ้ง พร้อมกับให้รินลดาจัดการเอกสารการหย่า หญิงสาวลงนามในใบหย่าไว้เรียบร้อยแล้ว รอแค่ลายเซ็นของโรมราชัน เธอกับเขาก็จะกลายเป็นอดีตที่มันคอยทิ่มแทงหัวใจไปอีกนาน “คิดดีแล้วเหรอเฌอ” รินลดาพยายามเปลี่ยนใจเพื่อนรัก เธออยากให้เฌอรีนไต่ตรองให้ดีเสียก่อน “ไม่มีงานวิวาห์ ไม่มีคนยินดี ไม่ชุดเจ้าสาวสวย ๆ ไม่มีเจ้าบ่าวเดินกุมมือ ไม่มีเขาก็ดีแล้ว” “เกิดอะไรขึ้น เขานอกใจแกหรือเปล่า” “เขาจะนอกใจฉันได้ยังไง ในเมื่อในหัวใจของเขาไม่เคยมีฉันอยู่ในนั้นเลย” “แล้วแบบนี้ แกตัดใจได้แน่นะเฌอ” “แกจำไว้นะริน ผู้ชายคือสิ่งมีชีวิตที่ไม่น่าไว้ใจที่สุดในโลก ผู้หญิงอย่างเราต้องรักตัวเองให้มาก ๆ ถึงจะไม่มีวันพ่ายแพ้หรือบาดเจ็บจากความรัก” “แล้วคุณย่าทราบเรื่องนี้หรือยัง”
หลายวันผ่านไป โรมราชันได้รับภาพถ่ายจากบิดาของเขา ซึ่งนายแพทย์ปริญได้ออกคำสั่งให้ลูกชายตัดขาดกับเฌอรีนทันที ไม่อย่างนั้นเขาจะไม่รับรองความปลอดภัยของเธอ “เชี้ยเอ๊ย! อะไรวะเนี่ย” เมื่อเขาได้รับข้อความ ชายหนุ่มไม่รอช้ารีบกดโทรหาผู้เป็นบิดาทันที “ว่าไงไอ้ลูกชาย ป่านนี้เพิ่งโทรมาได้นะ” น้ำเสียงของผู้มีชัยชนะดังขึ้น “พ่อคิดจะทำอะไร” “แล้วหมอล่ะกำลังคิดอะไรอยู่” เขายอกย้อนเอ่ยถามลูกชายออกมาด้วยน้ำเสียงแฝงไปด้วยร่อยรอยระงับโทสะ “พ่อทำอะไรกับแม่ไว้บ้างอย่าคิดว่าผมไม่รู้นะครับ” “เรื่องนั้นไม่เกี่ยวกับหมอ ตอนนี้หนูซารังก็เรียนจบแล้ว เจ้าสัวธาดาอยากเป็นทองแผ่นเดียวกับกิตติกูลไพศาล หมอต้องแต่งงานกับเธอ” “ผมไม่เคยคิดที่จะแต่งงานกับซารัง” “แล้วไง! ใครอนุญาตให้หมอไปยุ่งกับผู้หญิงคนนั้น เธอทำธุรกิจอะไรคงอยากถูกฟ้องล้มละลายสินะ ถึงกล้าเอาชีวิตเข้ามาข้องเกี
เมื่อกลับถึงบ้านสิ่งแรกที่ธนภัทรต้องการ นั่นคือประวัติของแพทย์หญิงโรซานน่า แน่นอนว่าเขาอยากตอบแทนเธอ เพราะชายหนุ่มถือคติที่ว่าบุญคุณต้องทดแทนมีแค้นต้องชำระ “นี่ครับนายน้อยประวัติของคุณหมอ” “เธอเป็นลูกสาวของด็อกเตอร์นายแพทย์ปริญจริง ๆ ด้วย” ลูกน้องคนสนิทรายงานตามข้อมูลที่ได้มา อีกทั้งเขายังแอบรู้มาว่าเธอมีน้องชายเป็นนายแพทย์ผู้มากความสามารถอีกด้วย “ผมมีอีกเรื่องที่ยังไม่ได้รายงานนายน้อยครับ” “อะไรเหรอ” “คือ... คุณหมอมีน้องชายด้วยนะครับ” “แล้วไง” “หมอโรมราชันคนที่คุณเฌอรีนรักหมดหัวใจ เขาคือน้องชายแท้ ๆ ของคุณหมอโรซานน่าครับ” “ฮะ! ไอ้หน้าอ่อนนั่นน่ะเหรอ มันเป็นน้องชายของคุณหมอ” เขาไม่อยากเชื่อเลยว่าโลกใบนี้จะกลม จนเหวี่ยงให้คนทำร้ายหัว
ณ บ้านหลังหนึ่งไม่เล็กไม่ใหญ่มาก แต่ก็ดูหรูหราถูกออกแบบมาสำหรับเอมอร ซึ่งได้ตั้งอยู่ชานเมือง มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน พร้อมทั้งมีเงินใช้ไม่ขาดมือ รถยนต์คันหรูแล่นเข้ามาจอด ก่อนที่นายแพทย์ปริญจะเดินเข้าไปในบ้าน ปล่อยให้คนขับรถนั่งรออยู่ด้านนอก “คุณอา... อรรอตั้งนานทำไมเพิ่งมาเอาป่านนี้คะ” หล่อนพูดพลางโผเข้าไปสวมกอดชายวัยหกสิบต้น ๆ ซึ่งเขายังดูหล่อเหลาเอาการร่างกายบึกบึนสมชายชาตรี นั่นอาจเป็นเพราะว่าปริญเป็นหมอเขาจึงรู้วิธีดูแลตัวเองเป็นอย่างดี “ช่วงนี้งานเยอะอาไม่ค่อยว่าง ว่าแต่หนูอรเถอะเป็นไงบ้างชอบบ้านหลังนี้ไหม” ปริญพูดพร้อมกับส่งสูทให้หญิงสาวราวกับหล่อนคือภรรยาของเขา จุ๊บ! “ชอบมากค่ะ ขอบคุณนะคะคุณอา” หล่อนโน้มใบหน้าเข้าไปหอมเขาฟอดใหญ่ ซึ่งการออดอ
เช้ามืดธนภัทรได้ดึงเข็มใส่น้ำเกลือออก ก่อนจะใช้สำลีกดเอาไว้ไม่ให้เลือดไหลออกมา จากนั้นเขาได้กวาดสายตามองไปรอบ ๆ ห้อง ก่อนจะพบกับป้ายชื่อของหญิงสาว “แพทย์หญิงโรซานน่า กิตติกูลไพศาล ที่แท้คุณหมอก็เป็นลูกสาวของด็อกเตอร์ปริญโลกนี้ช่างกลมเสียจริง” แววตาประดุจเปลวไฟกำลังจ้องไปที่ภาพถ่ายของเธอ เมื่อธนภัทรกำลังนึกถึงใบหน้าของคนที่ทำให้เขาตกอยู่ในสภาพแบบนี้ ผู้เป็นบิดาของเธอหมายเอาชีวิตชายหนุ่ม ไม่คิดเลยว่าลูกสาวของเขาจะเป็นคนรักษา ทำให้ธนภัทรรอดชีวิตมาได้ “นายน้อยเป็นไงบ้างครับ ผมไม่คิดว่าพวกมันจะกล้าทำขนาดนี้” ลูกน้องคนสนิทของเขาเอ่ยถามขึ้นมาด้วยความห่วงใย “พวกมันคงรู้ความเคลื่อนไหวของฉัน ว่าแต่งานที่ฉันให้ไปจัดการเรียบร้อยดีไหม” “ไม่มีปัญหาครับ” “ถ้าอย่างนั้นก็กลับเลยแล้วกัน”
ในเวลานี้ดูเหมือนด็อกเตอร์นายแพทย์ผู้มากประสบการณ์อย่างนายปริญ เจ้าของโรงพยาบาลเอกชนหลายแห่ง กำลังแสดงสีหน้าวิตกกังวล ราวกับคนกำลังหวาดระแวงกลัวความลับถูกเปิดโปง “ผมกำลังจะลงเล่นการเมือง หวังว่าลูกชายของคุณคงไม่ทำให้เสียเรื่องหรอกนะรสา” “ตลอดระยะเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา ฉันกับลูกเคยทำอะไรให้คุณเสียหน้าบ้างไหมคะ ถ้าหากวันหนึ่งเกิดเรื่องเสียหายขึ้นมา คุณควรยอมรับความจริงให้ได้ ใครกันแน่ที่เป็นคนทำให้ชีวิตของคุณพัง” สิ่งที่เจ็บปวดที่สุดสำหรับผู้หญิง นั่นก็คือมือที่สามที่มาในคราบลูกสาวเพื่อนสนิทของผู้เป็นสามี ถึงแม้สุดท้ายเขาจะเลือกเธอ แต่ปมในใจกับรอยแผลที่เกิดขึ้นนั้นมันยังคงฝังลึกอยู่กลางหัวใจของผู้หญิงที่ขึ้นชื่อว่าเป็นภรรยา ซึ่งวันเวลาไม่อาจเยียวยาให้หายขาดได้ “เรื่องของหนูอรมันจบไปตั้งนานแล้ว คุณจะพูดให้มันได้อะไรขึ้นมา” “แน่ใจเหรอคะว่าจบแล้ว” หน้าต่างมีหูประตูมีช่องการเคลื่อนไหวของเอมอรที่อยากทำตัวเด่น เพื่อยกระดับให้ตัวเองดูดีมีหน้ามีตาทางสังคม ทว่าหล่อนคงล







