ログインในเวลานี้ดูเหมือนด็อกเตอร์นายแพทย์ผู้มากประสบการณ์อย่างนายปริญ เจ้าของโรงพยาบาลเอกชนหลายแห่ง กำลังแสดงสีหน้าวิตกกังวล ราวกับคนกำลังหวาดระแวงกลัวความลับถูกเปิดโปง
“ผมกำลังจะลงเล่นการเมือง หวังว่าลูกชายของคุณคงไม่ทำให้เสียเรื่องหรอกนะรสา”
“ตลอดระยะเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา ฉันกับลูกเคยทำอะไรให้คุณเสียหน้าบ้างไหมคะ ถ้าหากวันหนึ่งเกิดเรื่องเสียหายขึ้นมา คุณควรยอมรับความจริงให้ได้ ใครกันแน่ที่เป็นคนทำให้ชีวิตของคุณพัง”
สิ่งที่เจ็บปวดที่สุดสำหรับผู้หญิง นั่นก็คือมือที่สามที่มาในคราบลูกสาวเพื่อนสนิทของผู้เป็นสามี ถึงแม้สุดท้ายเขาจะเลือกเธอ แต่ปมในใจกับรอยแผลที่เกิดขึ้นนั้นมันยังคงฝังลึกอยู่กลางหัวใจของผู้หญิงที่ขึ้นชื่อว่าเป็นภรรยา ซึ่งวันเวลาไม่อาจเยียวยาให้หายขาดได้
“เรื่องของหนูอรมันจบไปตั้งนานแล้ว คุณจะพูดให้มันได้อะไรขึ้นมา”
“แน่ใจเหรอคะว่าจบแล้ว” หน้าต่างมีหูประตูมีช่องการเคลื่อนไหวของเอมอรที่อยากทำตัวเด่น เพื่อยกระดับให้ตัวเองดูดีมีหน้ามีตาทางสังคม ทว่าหล่อนคงลืมฐานะของตัวเอง จนทำให้ภรรยาหลวงอย่างรสาระแคะระคายใจ เริ่มให้คนสะกดรอยตามหล่อน
“คุณจะเซ้าซี้ทำไม น่ารำคาญ!” เขาพูดออกมาด้วยน้ำเสียงโกรธขึ้งเบา ๆ
“ฉันทำผิดอะไรทำไมต้องตะคอกใส่ทุกทั้งที่พูดถึงคู่ขาของคุณ”
“หนูอรไม่เคยก้าวก่ายคุณเลยนะรสา ยังไงคุณก็ยังคงครองตำแหน่งภรรยาของผมมีหน้ามีตาในสังคม ซึ่งหนูอรไม่เคยเรียกร้องเลยสักครั้ง ฉะนั้นคุณอย่าทำให้ตัวเองดูน่าสมเพชมากไปกว่านี้อีกเลย”
พอพูดจบประโยคเขาได้เดินออกไปจากบ้านทันที ปล่อยให้ผู้หญิงที่เขาเคยพร่ำบอกว่ารักนั่งร้องไห้จนตัวโยน ราวกับโลกใบนี้แตกสลายต้องการให้เธอแบกรับความชอกช้ำเอาไว้แต่เพียงผู้เดียว
“แม่ทะเลาะกับพ่ออีกแล้วใช่ไหมคะ” โรซานน่าเดินเข้ามานั่งข้าง ๆ มารดา หญิงสาวโอบกอดบุพการีเอาไว้ด้วยความรู้สึกสงสารจับหัวใจ
“เขาโกหกแม่มาโดยตลอด ความจริงแล้วเขาไม่เคยหยุดติดต่อกับเอมอรเลยสักครั้ง”
“โรสรักแม่นะคะ”
“แม่เจ็บปวดเหลือเกินโรส แม่อยากหนีไปให้ไกลไม่อยากอยู่ตรงนี้แล้ว”
“โรสรู้ค่ะ ยังไงแม่ก็ยังมีโรสกับโรมนะคะแม่”
“ลูกแม่... ฮึก ฮื้อ! ทำไมชีวิตของแม่ต้องมาเจอกับเรื่องบ้า ๆ พวกนี้ด้วย พ่อเขาไม่รักแม่ตอนไหน ความรักคำสัญญาที่เคยให้ไว้มันไม่มีความหมายเลยใช่ไหม”
“ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงได้เสมอ ความรักก็เช่นกัน แต่โรสเชื่อในตัวแม่นะคะ เราต้องผ่านมันไปให้ได้ โรสไม่มีวันปล่อยมือจากแม่เด็ดขาด” เวลานี้อาการของรสาเริ่มดีขึ้นมาก ทว่าการถูกสามีโกหกหลอกลวง ลับหลังเธอเขากลับเลี้ยงดูปูเสื่อเอมอรเป็นอย่างดี สิ่งนั้นได้กระตุ้นความรู้สึกปวดหนึบอยู่กลางใจ ส่งผลให้ภาวะทางอารมณ์จมดิ่งลงสู่ก้นเหวลึกอีกครั้ง
“แม่เหนื่อยที่ต้องทนปั้นหน้า ทำเหมือนกับชีวิตนี้มีความสุขจนล้น”
“แม่พักผ่อนบ้างนะคะ ท่าทางไม่ได้นอนมาหลายคืนแล้วใช่ไหม”
“แม่นอนไม่ค่อยหลับน่ะ”
“โอเคค่ะ เดี๋ยวโรสจะพาแม่ไปสูดอากาศบริสุทธิ์ธรรมชาติบำบัดคงทำให้แม่รู้สึกดีขึ้น”
เนื่องจากเมืองกรุงนั้นวุ่นวาย โรซานน่าจึงขับรถมาไกลถึงเขาใหญ่ บ้านพักตากอากาศหลังเล็ก ๆ ที่เธอใช้เงินเก็บซื้อเอาไว้ อย่างน้อยในเวลาเหนื่อยล้าจากการโหมงานอย่างหนัก บางวันผ่าตัดติดต่อกันหลายเคสขึ้นอยู่กับคนไข้ อาจอยู่ในภาวะฉุกเฉินหรือวิกฤติจริง ๆ ก็เหนื่อยหน่อย
ถึงแม้เธอจะเป็นทายาทของโรงพยาบาล แต่ก็ไม่เคยใช้อภิสิทธิ์ใดพิเศษกว่าแพทย์ที่ทำงานร่วมกัน ที่นี่มันทำให้หญิงสาวหายใจเอาออกซิเจนได้อย่างเต็มปอด เธอมีเวลาหยุดพักแค่ไม่กี่วัน ซึ่งมันก็มากพอสำหรับศัลยแพทย์ที่เห็นชีวิตของผู้อื่นสำคัญเป็นอันดับแรกอย่างแพทย์หญิงโรซานน่า
หญิงสาวไม่ต่างจากนกน้อยในกรงทอง ต้องคอยทำตามคำสั่งของบิดาอย่างเคร่งครัด แต่พอเห็นมารดาถูกทำร้ายจิตใจครั้งแล้วครั้งเล่า เธอเริ่มที่จะไม่ทนอีกต่อไป
“แม่ทานยาแล้วนอนพักนะคะ พรุ่งนี้ตื่นมาจะได้สดชื่น”
“ขอบใจมากนะโรสที่อุตส่าห์ขับรถพาแม่มาที่นี่”
“แม่ทำเพื่อโรสกับโรมมาโดยตลอด โรสแค่อยากทำสิ่งเล็ก ๆ น้อยตอบแทนแม่บ้าง ต่อไปนี้โรสจะปกป้องแม่เองค่ะ” หญิงสาวพูดพลางคว้ามือผู้เป็นมารดามากุมเอาไว้ ทั้งสองส่งยิ้มบาง ๆ ให้กัน จากนั้นไม่นานรสาก็หลับไปเพราะฤทธิ์ยา
โรซานน่าเดินออกมาที่ระเบียง เธอมองดวงดาวระยิบระยับบนท้องฟ้าด้วยความรู้สึกหลากหลาย หญิงสาวที่ผู้คนต่างอิจฉาใครต่อใครมองว่าชีวิตของเธอช่างสมบูรณ์เพอร์เฟกต์ แต่ความเป็นจริงแล้วมันสวนทางกับภาพลักษณ์ดูดีไร้ที่ติ
ปัง! ปัง! ปัง! เสียงปืนดังขึ้นติดต่อกันหลายนัด ทำให้ผู้หญิงตัวคนเดียวอย่างเธอรีบเดินเข้าบ้านอย่างไว
“ดึกป่านนี้ ใครมายิงอะไรแล้วนี้นะ” เธออุตส่าห์จะนั่งดูดาวที่ระเบียงสักหน่อย กลับต้องเดินเข้าไปในห้องนอนอย่างไม่เต็มใจ
เวลาผ่านไปได้สักพักโรซานน่าสัมผัสได้ถึงความผิดปกติของพุ่มไม้ คล้ายคนกำลังตะเกียกตะกายเอาชีวิตรอด
“โอ๊ย! ช่วยด้วย!” เสียงขอความช่วยเหลือดังขึ้น ซึ่งทำให้หญิงสาวเอียงหูฟัง แต่เสียงนั้นพลันเงียบไปแล้ว
“หูแว่วหรือเปล่า”
“ช่วยด้วย... ช่วยผมด้วย” คราวนี้น้ำเสียงแหบแห้งได้ดังขึ้นอีกครั้ง จึงทำให้หญิงสาวหยิบไฟฉายขึ้นมา แล้วส่องไปยังพุ่มไม้เธอเห็นผู้ชายตัวโตนั่งกุมไหล่อยู่ข้างแปลงกุหลาบ
“อย่าส่องไฟ” เสียงห้ามดังขึ้นเบา ๆ
“นี่คุณเป็นใคร แล้วไปบวกกับใครมาถึงได้ตกอยู่ในสภาพแบบนี้ เป็นคนร้ายหรือเปล่า ฉันจะโทรแจ้งตำรวจ”
หมับ!!!
“ปล่อยฉันนะ!” หญิงสาวสลัดมือเขาออกอย่างแรง พลางตวาดเสียงแข็งให้ดูมีพลัง ทั้งที่ภายในใจกำลังหวาดกลัวชายตรงหน้า เมื่อเธอว่าเห็นในมือเขากำปืนไว้แน่น
“ผมมาร่วมงานแต่งเพื่อน แต่ไม่รู้ว่าไปทำอะไรให้ใครไม่พอใจหรือเปล่า พวกมันมากันหลายคนคงหมายเอาชีวิตผม”
“เชื่อได้หรือเปล่าเนี่ย”
“ผมจะตายอยู่แล้วมีเหตุผลอะไรต้องโกหก ตอนนี้ต้องห้ามเลือดก่อนไม่อย่างนั้นผมคงตายสมใจพวกมันแน่ คุณมีกล่องยาไหม ผมไม่ไหวแล้วช่วยหน่อย”
“ฉันจะเรียกรถพยาบาลให้”
“ไม่ได้!”
“ทำไมคุณกลัวอะไร เป็นนักโทษแหกคุกมารึไง”
“หน้าตาผมเหมือนนักโทษตรงไหน ถ้าพวกมันรู้ว่าผมยังไม่ตายคงตามไปเก็บถึงโรงพยาบาล”
“บ้านเมืองมีขื่อมีแปนะคุณจะกลัวอะไร”
“อิทธิพลของอำนาจมืด อยู่เหนือกฎหมายและความถูกต้องเสมอ จะถามอะไรนักหนา... ผมคงต้องตายอยู่ตรงนี้แน่ ๆ ถ้าคุณยังชักช้าไม่ห้ามเลือดให้ผมสักที”
“ฉันเป็นหมอยังไงก็คงปล่อยให้คุณตายไปต่อหน้าต่อตาไม่ได้หรอก ลุกขึ้นมาเดินดี ๆ อดทนหน่อย ในบ้านมีเครื่องมือแพทย์พอที่จะช่วยคุณได้อยู่บ้าง”
หญิงสาวจำใจเดินเข้าไปพยุงชายหนุ่มเข้าไปในบ้านของเธอ ก่อนจะให้เขานอนลงที่เตียง เพื่อตรวจดูอาการก่อนทำการรักษา
“โชคดีที่กระสุนไม่ฝังใน แต่คุณเสียเลือดมากเลยนะ” หลังจากห้ามเลือดให้เขาเสร็จ โรซานน่าให้น้ำเกลือกับเขาพยุงอาการตามที่รักษาได้ ซึ่งเขาทำราวกับว่าการถูกยิงเป็นเรื่องธรรมดา
“คุณเป็นหมอไม่ใช่เหรอ รักษายังไงก็ได้แต่ห้ามพาผมส่งโรงพยาบาลเด็ดขาด”
“ฉันอุตส่าห์หนีมาตั้งไกล เพื่อพักผ่อนหย่อนใจ แต่กลับมาเจอคนไข้อย่างคุณบ้าชะมัดเลย”
“ยังไงก็ขอบคุณนะ”
“คุณเองก็ดวงแข็งใช้ได้ ถือว่าโชคดีที่เจอฉัน”
“ถ้ามีโอกาสผมจะตอบแทนคุณอย่างงาม”
“ฉันไม่ต้องการ” หญิงสาวพูดออกมาด้วยใบหน้าเรียบเฉย ทว่าชายหนุ่มกลับสัมผัสได้ถึงความรู้สึกบางอย่าง ภายใต้แววตาคู่สวยกลับแฝงไปด้วยความหมองหม่น
“ผมเองก็ไม่ชอบติดหนี้บุญคุณใคร”
“แล้วทำไมไม่ตายอยู่ตรงนั้นล่ะ จะได้ไม่ติดค้างใคร”
“นั่นปากเหรอ... คุณเป็นหมอจริงไหมเนี่ย”
“จริงไม่จริงฉันสามารถฉีดเฟอร์มาลีนให้คุณได้ก็แล้วกัน ถ้าหากดีขึ้นแล้วก็รีบออกไปจากบ้านฉันซะ”
“ใจร้ายจัง” เขาพูดพลางแสดงรอยยิ้มแววตากรุ้มกริ่ม
“แม่ของฉันไม่สบายท่านต้องการพักผ่อน พรุ่งนี้เช้าฉันไม่อยากให้แม่ตื่นมาเจอคุณในสภาพแบบนี้” หญิงสาวพูดพลางเดินออกไปจากห้อง คืนนี้เธอคงต้องอาศัยนอนกับมารดา เพราะห้องนอนถูกธนภัทรยึดไปโดยปริยาย
เวลาผ่านไปหลายวัน สิ่งที่แพทย์หญิงโรซานน่าน่าตระหนักได้ นั่นคือความรักที่ธนภัทรมีให้กับเธอและลูกน้อย ผู้ช่วยคนสนิทได้พูดอะไรบางอย่างให้เธอได้เข้าใจในสิ่งที่เคยมีอคติ “นายน้อยรักคุณหมอมากเลยนะครับ เขายอมละทิ้งทุกอย่างแม้แต่ความฝัน เพื่อเลือกทางเดินที่ทำให้ตัวเองไม่สะดุด สามารถใช้ชีวิตไปกับคุณหมอและลูกได้อย่างราบรื่น” “ฉันเองก็ไม่เคยคิดว่าเขาจะถูกลอบทำร้ายปางตาย” “นี่ไม่ใช่ครั้งแรกของนายน้อย เพียงแต่ครั้งนี้สาหัสกว่าครั้งไหน ๆ บวกกับความหวังที่อยากมีชีวิตอยู่ค่อย ๆ หมดลงไป จนทำให้นายน้อยไม่อยากตื่นขึ้นมารับรู้เรื่องราวเหล่านั้น” “เขายังมีโอกาส คุณกลับไปพักเถอะค่ะ คืนนี้ฉันจะเฝ้าไข้เขาเอง”“รบกวนคุณหมอด้วยนะครับ ยังไงผมก็ขอบคุณคุณหมอแทนนายน้อยด้วยนะครับ” เมื่อผู้ช่วยคนสนิทของธนภัทรเดินออกไป แพทย์หญิงโรซานน่าเดินมานั่งข้างเตียงคนไข้ เธอมองใบหน้าของธนภัทรด้วยแววตารู้สึกผิด ความหล่อเหลาที่เคยหลอกล่อผู้หญิงมานับไม่ถ้วน เวลานี้เธอเองก็กำลังถูกช
หลายเดือนผ่านไป หลังจากด็อกเตอร์นายแพทย์ปริญตัดขาดจากทางโลก พึ่งพระธรรมในการยึดเหนี่ยวจิตใจ ทำให้โรมราชันเข้ามารับช่วงต่อ เขากลายเป็นผู้บริหารโรงพยาบาลอย่างเต็มตัว “เป็นไงบ้างหมอโรม หมอโรสปลอดภัยดีใช่ไหมหลานแม่แข็งแรงหรือเปล่า” รสามีท่าทีห่วงใยอีกทั้งยังตื่นเต้นดีใจที่จะได้อุ้มหลาน “ปลอดภัยดีครับแม่ ตามผมมาครับ” “เดี๋ยวก่อน นายจะไม่โทรบอกคุณธนภัทรหน่อยเหรอ” เฌอรีนเองก็แอบสงสารธนภัทรที่เขาง้อแพทย์หญิงโรซาน่าไม่สำเร็จ “ผมโทรบอกแล้วครับ เขาอยู่ฮ่องกงเดี๋ยวเขาคงมา” “ดีเลยแม่เองก็อยากให้หมอโรสคืนดีกันสักที ไม่รู้ทำไมเธอถึงใจแข็งจัง” “ได้แม่มาเต็ม” โรมราชันหันมาแซวมารดาของเขา “กรณีของแม่กับคุณธนภัทรมันต่างกันนะ ตั้งแต่คุณธนภัทรบอกรักหมอโรสเขาก็ไม่เคยนอกใจเธอเลยสักครั้ง” “แต่ลูกสาวของแม่เกือบตายเพราะผู้หญิงของคุณธนภัทรนะครับแม่”
“พวกแกจะทำอะไร ถอยไปนะ! รู้ไหมว่าฉันเป็นใคร” เธอคิดหาทางขู่ทั้งที่รู้ว่ามันคงไม่ได้ผล “เป็นใครพวกเราไม่สน หากคุณนิภาดายกให้ก็สบายใจได้” พวกมันกำลังยืนห้อมล้อมราวกับเสือร้าย กำลังต้อนกระต่ายน้อยให้จนมุม “แก้มัด” ชายคนหนึ่งพูดขึ้น ซึ่งทำให้แพทย์หญิงโรซานน่าแอบดีใจ อย่างน้อยโอกาสก็ยังคงมีอยู่บ้าง ถึงแม้จะริบหรี่ก็ตามที “อย่าคิดหนีเลยสาวน้อย ที่นี่ห่างไกลผู้คนถ้าคิดหนีก็มีแต่ร่างที่ไร้วิญาณเท่านั้น” “ปล่อยฉันไปเถอะนะ ฉันยินดีจ่ายไม่อั้น” “แต่พวกเราไม่ได้ต้องการเงิน” หมับ! “ปล่อยนะ” “สวยจัง ผิวขาวยังกับไข่ปอก” เมื่อฝ่ามือหยาบกร้านสัมผัสลงมายังใบหน้าของเธอ ทำให้แพทย์หญิงโรซานน่าถึงกับหลั่งน้ำตาออกมาอย่างสิ้นหวัง มือสองข้างถูกจับไขว้หลังด้วยแรงขอ
เมื่อมาถึงบ้านเขาไม่รอช้า พอจอดรถได้รีบลงจากรถแล้วเข้าไปข้างในทันที ซึ่งเวลานี้สิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าทำให้เขาพูดไม่ออก ความดีใจกำลังทำให้ชายหนุ่มอยากโอบกอดแพทย์หญิงโรซานน่า พร้อมกับบอกเธอว่าเขารักเธอ รักเธอและก็รักเธอ “ยินดีด้วยนะคะ คุณธนภัทรกำลังจะได้เป็นพ่อคนแล้ว” เฌอรีนพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นไม่แพ้กัน“แม่เองก็กำลังจะกลายเป็นคุณยาย หลังพายุโหมกระหน่ำท้องฟ้าก็กลับมาสดใสอีกครั้ง แม่อยากอุ้มหลานเต็มทีแล้ว” “หลานคนแรกของบ้าน จะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายกันนะ” โรมราชันเดินเข้ามาโอบไหล่เฌอรีนเอาไว้ เมื่อพูดถึงสมาชิกใหม่ของบ้านเขาดูมีอาการตื่นเต้นเป็นพิเศษ “แล้วคุณหมอล่ะครับ” “อ้าว! แม่คิดว่ากลับมาพร้อมกันเสียอีก” “ผมไปรับเธอที่โรงพยาบาลแต่ไม่เจอ ถามใครเขาก็บอกว่าคุณหมอกลับไปแล้ว ผมติดต่อหมอโรสไม่ได้เลย” ธนภัทรเริ่มร้อนรนใจ เมื่อเขาสัมผัสได้ว่าแพทย์หญ
ภายในบ้านพักตากอากาศเต็มไปด้วยบรรยากาศแสนโรแมนติก ธนภัทรกลายเป็นผู้ชายคลั่งรัก เขาสลัดลายเสือถอดเขี้ยวเล็บทิ้งเหลือเพียงเค้าโครงของเจ้าแมวเหมียวขี้อ้อน “ทำไมที่รักหน้าซีดจังเลยครับ” “คงเป็นเพราะโรสพักผ่อนไม่เพียงพอ แล้วนี่คุณทำอะไรคะน่าทานจัง” “ของโปรดคุณทั้งนั้น” “ผมเพิ่งโทรหาแม่ของคุณช่วงเช้าตรู่ เลยได้เมนูพวกนี้มา” “ฮะ!... แสดงว่าแม่ก็รู้เรื่องของเราแล้วสิค่ะ” แพทย์หญิงโรซานน่าแสดงสีหน้าตกใจ เพราะเธอไม่คิดว่าธนภัทรจะกล้าพูดเรื่องนี้กับมารดาของเธอ “ใช่ครับ ผมยังบอกท่านว่าเราสองคนแต่งงานกันแล้ว” “อะไรนะคะ!” “ที่รักไม่ต้องตกใจนาดนั้นหรอกครับ ไม่ใช่แค่แม่ของคุณนะ คนทั้งโลกก็คงรู้กันหมดแล้วเพราะผมเพิ่งอั
ทางด้านเซนต์กำลังถูกบิดาทำโทษอย่างหนัก เขาถูกจำกัดวงเงินในแต่ละเดือน อีกทั้งรถและบ้านยังถูกเจ้าสัวธาดายึดไว้หมด เขาสั่งให้ลูกชายเดินทางไปกบดานต่างประเทศ จนกว่าข่าวฉาวโฉ่จะซาลง “จบสิ้นแล้วชื่อเสียงที่เคยสร้างเอาไว้ พอกันทีกับงานแต่ง” “ผมต่างหากที่ต้องพูดคำนี้” ด็อกเตอร์นายแพทย์ปริญพูดขึ้นด้วยท่าทีไม่เป็นมิตรอีกต่อไป “เรื่องนี้คุณหมอเองก็มีส่วนผิดนะครับ” “ผมผิดอะไรเหรอครับท่านเจ้าสัว” “ก็ผิดที่ดูแลผู้หญิงตัวเองไว้ไม่ดีไง งามหน้าไหมล่ะทีนี้ นอกจากพวกเขาจะรู้ว่าคุณหมอหย่าขาดจากภรรยา ทุกคนยังรู้อีกว่าเธอเป็นเด็กเลี้ยงของคุณหมอ” “ท่านเจ้าสัวค่ะ ทุกคนกำลังเข้าใจอรผิดนะคะ” “หุบปาก! มาลากเธอออกไป พวกแกรู่ใช่ไหมว่าจะทำยังไงกับผู้หญิงคนนี้ดี” “ทราบครับ” ชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาประชิดตัวเอมอร ซึ่งทำให้หล่อนกลัวจนตัวสั่นระริก
เซนต์กับเอมอรกำลังบรรเลงเพลงรักอยู่บนเตียงด้วยท่าทีเร่าร้อน บทสวาทของคนทั้งคู่กำลังกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสม จนเป็นที่ฮือฮาของบรรดาแขกเหรื่อที่มาร่วมงาน ทำเอาเจ้าสัวธาดาถึงกับโกรธจัด “ไอ้ลูกชายเฮงซวยเอ๊ย!” เขาสบถออกมาด้วยสีหน้าแดงก่ำคงโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ เ
ในที่สุดวันแต่งงานของแพทย์หญิงโรซานน่ากับเซนต์ก็มาถึง แขกในงานล้วนมีหน้ามีตาในสังคม รวมทั้งนักธุรกิจในย่านเอเชียและยุโรป ต่างก็มารวมกันที่งานนี้ “แม่ขอโทษนะที่ช่วยอะไรหมอโรสไม่ได้ แม่อยากสับผู้ชายคนนั้นให้เป็นชิ
โรมราชันพาเฌอรีนกลับมาที่บ้านของเธอ หญิงสาวถูกวางลงเตียงนุ่มอย่างเบามือ เขาอยากจับกดเธอให้เข็ดให้สมกับที่หญิงสาวแอบไปเที่ยวโฮสต์ แต่พอมองหน้าเธอทีไรเขาก็อดยิ้มให้กับความน่ารักของเฌอรีนไม่ได้
เมื่อสิ่งที่เฌอรีนยังคงคาใจ คือผู้หญิงในไดอารี่ที่โรมราชันเพ้อฝันประหนึ่งเธอคือคนสำคัญ จึงทำให้หญิงสาวตัดสินใจเอ่ยถามเขาออกไปตามตรง เพราะไม่อยากให้เรื่องนี้กลายเป็นจุดแตกหักของความสัมพันธ์“พี่สาวนายก็กลับมาแล้ว ฉันขอตัวกลับบ้านนะ” “ทำไมล่ะ คุณอยู่ที่นี่มีอะไรหร







