LOGINเมื่อเดินออกมาจากสำนักทะเบียน หญิงสาวมองไปที่เอกสารสำคัญ ซึ่งเป็นใบทะเบียนสมรสของเธอกับโรมราชัน
“เป็นอะไรไป หรือคุณอยากเปลี่ยนใจ เราไปหย่ากันตอนนี้ยังทันนะ” ชายหนุ่มพูดออกมาด้วยรอยยิ้มเชือดเฉือน เมื่อเขากำลังจะได้รับชัยชนะ หลังจากเฝ้ารอหญิงสาวมาเนิ่นนานหลายปี ถือได้ว่าชีวิตนี้เขาเฝ้ารอเพียงแค่เธอ
“ใครบอกว่าฉันจะเปลี่ยนใจ นับตั้งแต่วินาทีนี้นายคือผู้ชายของฉันจำเอาไว้” เธอหันมายิ้มสู้ยังไงก็อยากลองดูสักตั้ง
เพราะเป้าหมายของเธอก็คือการเลือกใครสักคน มาทำให้เธอหลุดพ้นจากการถูกคลุมถุงชน บวกกับหน้าตาของโรมราชันที่ดูหล่อเหลา ก็น่าจะทำให้เธอสามารถมีลูกสาวหรือลูกชายสักคนกับเขาได้ไม่ยาก
“อย่าริเล่นกับไฟ เพราะถ้ามันติดขึ้นมาเมื่อไหร่ ต่อให้คุณเรียกรถดับเพลิงมาทั้งโลก ก็ไม่อาจดับไฟที่คุณเป็นคนตั้งใจจุดให้มอดดับลงได้”
“พูดจาเพ้อเจ้อ! ขึ้นรถได้แล้ว”
“ครับที่รัก”
เฌอรีนแอบมองค้อน แต่ไม่ได้พูดอะไรออกไป เธอพยายามทำตัวให้ชินและคุ้นเคยกับชายหนุ่ม เพราะถึงยังไงก็ต้องอยู่กับเขาตลอดระยะเวลาที่กำหนดเอาไว้ในสัญญา ซึ่งอาจจะมากกว่าหนึ่งปีหรือสองปี อยู่ที่ว่าเขาจะมีความสามารถทำให้เธอตั้งครรภ์ได้เมื่อไหร่ หรือถ้าเป็นไปได้ก็อยากใช้ชีวิตกับเขาไปจนวาระสุดท้ายของชีวิต
“นายจำที่ฉันบอกได้ไหม ห้ามพูดอะไรเกี่ยวกับสัญญาเด็ดขาด”
“ผมรู้หรอกน่า”
“คุณย่าคงไม่ชอบนายสักเท่าไหร่ทำใจไว้ด้วยแล้วกัน เพราะถึงยังไงความสัมพันธ์ของเราสองคนก็ต้องจบลงสักวัน” เธอพูดประโยคนี้ออกมาด้วยใบหน้าเรียบเฉย ทว่าอีกฝ่ายกลับรู้สึกน้อยใจอยู่ในที
“ในสายตาของคุณผมคงเป็นได้แค่ไม้กันหมาสินะ”
“สมองนายได้รับการกระทบกระเทือนมาหรือเปล่า หรือสะดุดแล้วความจำหล่นหายไป นายเป็นได้แค่เพียงไม้กันหมานั่นแหละเข้าใจถูกแล้ว"
“คนอะไรไร้หัวใจสิ้นดี”
“ฉันก็เป็นแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ไม่เคยเชื่อเรื่องความรัก เพราะท้ายที่สุดความรู้สึกของคนเราเปลี่ยนแปลงได้เสมอ”
เฌอรีนยังคงฝังใจในความรักที่บิดาเคยมีให้มารดาของเธอ ถึงแม้สุดท้ายพวกเขาจะจากไปแล้วก็ตามที ทว่าสิ่งที่ผู้ชายคนหนึ่งได้พลาดพลั้งปันใจให้ผู้หญิงอีกคน ที่มิใช่ภรรยาของตัวเอง นำมาซึ่งความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ จนเฌอรีนต้องกลายเป็นเด็กกำพร้า
“ความรักคือสิ่งสวยงาม ถ้าคุณได้ทำความรู้จักกับผม โลกใบนี้จะกลายเป็นสีชมพู ผมรับรองว่าชีวิตของคุณจะต้องเต็มไปด้วยสีสัน”
“บางทีชีวิตของฉันอาจเต็มไปด้วยความหลากหลาย จนไม่มีพื้นที่ว่างให้ใครได้ใช้สีสันเหล่านั้นเข้ามาเติมแต่ง ถึงแล้วลงไปสิ... เจอคุณย่าก็อย่าพูดมาก เงียบเอาไว้เดี๋ยวฉันจัดการเอง” ภาวะความเป็นผู้นำของเฌอรีน กับท่าทีเชื่อมั่นในตัวเองสูง ทำให้โรมราชันแอบยิ้มตามหลังเธออกไป ถึงยังไงหญิงสาวก็คือรักแรกและรักเดียวของเขา
เฌอรีนพาโรมราชันมาพบผู้เป็นย่า หญิงสาวแอบแสดงสีหน้ากังวลใจ เพราะกลัวชายหนุ่มจะทำให้แผนแตก เธอไม่อยากแต่งงานกับผู้ชายที่เต็มไปด้วยผู้หญิงล้อมหน้าล้อมหลัง ทว่าผู้ใหญ่กลับเห็นว่าคนทั้งคู่เหมาะสมกัน ซึ่งเฌอรีนกลับคิดว่าเสืออย่างเขาไม่มีวันกลายเป็นลูกแมวที่เชื่องได้
“ไม่คิดจะจัดงานแต่งหรือไง แล้วนี่ไม่ทันไรแอบไปจดทะเบียนสมรสกันแล้วเหรอ” ท่าทางของคุณนายพิสมัยไม่ค่อยพอใจ เมื่อเห็นกระดาษแผ่นนั้นวางไว้ตรงหน้า
“ผมชื่อโรมราชันอาชีพหลักทำงานเป็นที่โรงพยาบาลเอกชน ผมเป็นศัลยแพทย์ครับคุณย่า มีบ้านมีรถฐานะมั่นคง ผมสัญญาว่าจะรักและซื่อสัตย์กับคุณเฌอรีนเพียงคนเดียว” ชายหนุ่มพูดออกมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แววตาของเขาแน่วแน่เสียจนหญิงสูงวัยอดชื่นชมไม่ได้
ทว่าเฌอรีนกลับแอบตำหนิชายหนุ่มในใจ หมอนวดอย่างเขากล้าดียังไง ถึงได้กล้าพูดโกหกบอกคุณย่าของเธอว่าตัวเองเป็นนายแพทย์
“นี่นายไม่ต้องพูดได้ไหม ฉันบอกแล้วไงให้อยู่เงียบ ๆ” หญิงสาวเอ็ดเขาออกไปเบา ๆ ทว่าแววตาของเธอกลับมองค้อนอย่างไม่พอใจ
“ยัยเฌอ... ไปหยิบกล่องกำมะหยี่สีแดงในห้องมาให้ย่าหน่อยสิ”
“ให้ป้าติ๋มไปหยิบให้ก็ได้นี่ค่ะ” หญิงสาวรีบหันไปทางแม่บ้าน เพราะไม่อยากปล่อยให้สามีหนุ่มป้ายแดงของเธออยู่กับผู้เป็นย่าตามลำพัง
“เรานั่นแหละ รีบไปสิ”
“ค่ะคุณย่า” หญิงสาวจำใจต้องลุกเดินไปหยิบของมาให้หญิงสูงวัย แต่ก็ไม่ลืมหันมาสบตาโรมราชัน เพราะเธอกลัวเขาเผยพิรุธให้คุณย่าจับได้
“โรมราชันคุณเพิ่งอายุสามสิบ ทำไมคิดอยากสร้างครอบครัวกับเฌอรีน”
“คุณย่าเชื่อในรักแรกพบหรือเปล่าครับ”
“รักแรกพบเหรอ”
“ใช่ครับ เธอคือรักแรกของผม เมื่อแปดปีที่แล้วคุณเฌอรีนเคยช่วยชีวิตผมเอาไว้ แต่เธอคงจำไม่ได้แล้วมั้งครับ ในขณะที่ผมไม่เคยเลยสักวัน” ถ้อยคำเหล่านั้น ทำเอาหญิงสูงวัยเผยยิ้มออกมา ไม่ว่าชายหนุ่มจะมีฐานะต่ำต้อยหรือสูงศักดิ์ ผู้ชายที่มั่งคงและซื่อสัตย์กับความรู้สึกของตัวเองอย่างเขานั้น ช่างคู่ควรกับเฌอรีนอย่างไร้ที่ติ
“ยัยเฌอที่คุณรู้จัก ภายนอกดูเข้มแข็งและเด็ดเดี่ยว แต่จริง ๆ แล้วเธอก็แค่ผู้หญิงคนหนึ่งที่ต้องแบกรับทุกอย่างไว้เพียงลำพัง ทั้งเรื่องงานและที่บ้านเธอต้องรับผิดชอบตั้งแต่อายุยังน้อย”
“คุณย่าวางใจเถอะครับ ไม่ว่ายังไงผมก็ไม่มีวันทิ้งให้คุณเฌอรีนต้องเผชิญกับโลกใบนี้เพียงลำพังอย่างแน่นอน”
“ย่าไม่รู้หรอกนะว่าเราสองคนได้ทำข้อตกลงหรือเงื่อนไขอะไรไว้หรือเปล่า ถึงได้ด่วนตัดสินใจไปจดทะเบียนสมรสกัน ยังไงย่าก็ฝากให้คุณหมอช่วยดูแลยัยเฌอด้วยนะ” หญิงสูงวัยรู้สึกถูกชะตาโรมราชันตั้งแต่แรกเจอ เพราะนางเชื่อว่าชายหนุ่มมีความจริงใจให้กับเฌอรีน
“ผมเต็มใจที่จะปกป้องและดูแลคุณเฌอรีนเป็นอย่างดี คุณย่าไม่ต้องห่วงนะครับ วางใจได้เลย... ผมจะทำทุกอย่างให้หลานสาวของคุณย่าได้ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้หญิงโชคดีที่สุดในโลก”
“ขอบใจมากนะพ่อหนุ่ม” เวลานี้คนทั้งคู่ได้พูดกันถูกคอ เพราะโรมราชันเก่งจิตวิทยาในการเอาอกเอาใจคนแก่ จึงทำให้คุณนายพิศมัยเอ็นดูหลานเขยคนนี้เป็นพิเศษ
เวลาผ่านไปได้สักพัก หลังจากทำความรู้จักกันแล้ว เฌอรีนพาชายหนุ่มเอากระเป๋าไปเก็บที่ห้องของเธอ เพราะการแสดงต้องสมบทบาททุกขั้นตอน
“ตู้เสื้อผ้าของนายอยู่ตรงนั้น ถึงแม้ฉันต้องการมีลูกกับนายแค่ไหน ตอนนี้ฉันยังไม่พร้อม แล้วใบตรวจโรคล่ะได้เอามาด้วยหรือเปล่า”
“นี่ครับ รับรองผมไม่มีโรคติดต่ออะไรทั้งสิ้น ร่างกายของผมสมบูรณ์แข็งแรง พร้อมสำหรับเป็นพ่อพันธุ์ให้คุณได้อย่างเต็มร้อย”
“พูดจาน่าเกลียด”
“โธ่คุณ... สมัยนี้เขาไม่เก๊กกันแล้ว ว่าแต่นั่นรูปของใคร”
“หยุดนะ! ห้ามแตะต้องเด็ดขาด” ชายหนุ่มรีบชักมือกลับ เพราะเห็นสีหน้าและแววตาของเฌอรีนดุเอาเรื่องน่าดู
“คุณวาดเองเหรอ”
“อืม...”
“ใครน่ะ... แฟนคุณเหรอ ทำไมวาดจากทางด้านหลัง”
“เรื่องของฉันนายไม่ต้องยุ่งหรอก”
“ผู้ชายในความลับกับค่ำคืนอันมืดมิด” โรมราชันพูดออกมาด้วยน้ำเสียงระคนกำลังน้อยใจ ทั้งที่เขากับเธอเพิ่งทำสัญญาและลงนามในข้อตกลงเสร็จ ระยะเวลาไม่มีกำหนดก็จริง
ทว่าเมื่อไหร่ที่เฌอรีนตั้งครรภ์ เธอคลอดลูกเสร็จร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงทั้งแม่และเด็ก ถ้าหากวันนั้นมาถึงเขากับเธออาจต้องหย่าขาดจากกัน โดยไม่มีสิทธิ์ใด ๆ ในตัวบุตร
ซึ่งโรมราชันคิดว่ามันเป็นการเอาเปรียบมากเกินไป เฌอรีนไม่ควรสร้างข้อตกลงนี้ตั้งแต่แรก ถึงยังไงเด็กที่เกิดมานั้นก็ลูกเขาทั้งคน แต่เขาก็ตัดสินใจลงนามไปแล้ว เพราะคิดว่ารักแท้คงแพ้ใกล้ชิดได้ไม่ยาก
หลายวันผ่านไป เวลานี้เฌอรีนได้ฉีกสัญญาฉบับนั้นทิ้ง พร้อมกับให้รินลดาจัดการเอกสารการหย่า หญิงสาวลงนามในใบหย่าไว้เรียบร้อยแล้ว รอแค่ลายเซ็นของโรมราชัน เธอกับเขาก็จะกลายเป็นอดีตที่มันคอยทิ่มแทงหัวใจไปอีกนาน “คิดดีแล้วเหรอเฌอ” รินลดาพยายามเปลี่ยนใจเพื่อนรัก เธออยากให้เฌอรีนไต่ตรองให้ดีเสียก่อน “ไม่มีงานวิวาห์ ไม่มีคนยินดี ไม่ชุดเจ้าสาวสวย ๆ ไม่มีเจ้าบ่าวเดินกุมมือ ไม่มีเขาก็ดีแล้ว” “เกิดอะไรขึ้น เขานอกใจแกหรือเปล่า” “เขาจะนอกใจฉันได้ยังไง ในเมื่อในหัวใจของเขาไม่เคยมีฉันอยู่ในนั้นเลย” “แล้วแบบนี้ แกตัดใจได้แน่นะเฌอ” “แกจำไว้นะริน ผู้ชายคือสิ่งมีชีวิตที่ไม่น่าไว้ใจที่สุดในโลก ผู้หญิงอย่างเราต้องรักตัวเองให้มาก ๆ ถึงจะไม่มีวันพ่ายแพ้หรือบาดเจ็บจากความรัก” “แล้วคุณย่าทราบเรื่องนี้หรือยัง”
หลายวันผ่านไป โรมราชันได้รับภาพถ่ายจากบิดาของเขา ซึ่งนายแพทย์ปริญได้ออกคำสั่งให้ลูกชายตัดขาดกับเฌอรีนทันที ไม่อย่างนั้นเขาจะไม่รับรองความปลอดภัยของเธอ “เชี้ยเอ๊ย! อะไรวะเนี่ย” เมื่อเขาได้รับข้อความ ชายหนุ่มไม่รอช้ารีบกดโทรหาผู้เป็นบิดาทันที “ว่าไงไอ้ลูกชาย ป่านนี้เพิ่งโทรมาได้นะ” น้ำเสียงของผู้มีชัยชนะดังขึ้น “พ่อคิดจะทำอะไร” “แล้วหมอล่ะกำลังคิดอะไรอยู่” เขายอกย้อนเอ่ยถามลูกชายออกมาด้วยน้ำเสียงแฝงไปด้วยร่อยรอยระงับโทสะ “พ่อทำอะไรกับแม่ไว้บ้างอย่าคิดว่าผมไม่รู้นะครับ” “เรื่องนั้นไม่เกี่ยวกับหมอ ตอนนี้หนูซารังก็เรียนจบแล้ว เจ้าสัวธาดาอยากเป็นทองแผ่นเดียวกับกิตติกูลไพศาล หมอต้องแต่งงานกับเธอ” “ผมไม่เคยคิดที่จะแต่งงานกับซารัง” “แล้วไง! ใครอนุญาตให้หมอไปยุ่งกับผู้หญิงคนนั้น เธอทำธุรกิจอะไรคงอยากถูกฟ้องล้มละลายสินะ ถึงกล้าเอาชีวิตเข้ามาข้องเกี
เมื่อกลับถึงบ้านสิ่งแรกที่ธนภัทรต้องการ นั่นคือประวัติของแพทย์หญิงโรซานน่า แน่นอนว่าเขาอยากตอบแทนเธอ เพราะชายหนุ่มถือคติที่ว่าบุญคุณต้องทดแทนมีแค้นต้องชำระ “นี่ครับนายน้อยประวัติของคุณหมอ” “เธอเป็นลูกสาวของด็อกเตอร์นายแพทย์ปริญจริง ๆ ด้วย” ลูกน้องคนสนิทรายงานตามข้อมูลที่ได้มา อีกทั้งเขายังแอบรู้มาว่าเธอมีน้องชายเป็นนายแพทย์ผู้มากความสามารถอีกด้วย “ผมมีอีกเรื่องที่ยังไม่ได้รายงานนายน้อยครับ” “อะไรเหรอ” “คือ... คุณหมอมีน้องชายด้วยนะครับ” “แล้วไง” “หมอโรมราชันคนที่คุณเฌอรีนรักหมดหัวใจ เขาคือน้องชายแท้ ๆ ของคุณหมอโรซานน่าครับ” “ฮะ! ไอ้หน้าอ่อนนั่นน่ะเหรอ มันเป็นน้องชายของคุณหมอ” เขาไม่อยากเชื่อเลยว่าโลกใบนี้จะกลม จนเหวี่ยงให้คนทำร้ายหัว
ณ บ้านหลังหนึ่งไม่เล็กไม่ใหญ่มาก แต่ก็ดูหรูหราถูกออกแบบมาสำหรับเอมอร ซึ่งได้ตั้งอยู่ชานเมือง มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน พร้อมทั้งมีเงินใช้ไม่ขาดมือ รถยนต์คันหรูแล่นเข้ามาจอด ก่อนที่นายแพทย์ปริญจะเดินเข้าไปในบ้าน ปล่อยให้คนขับรถนั่งรออยู่ด้านนอก “คุณอา... อรรอตั้งนานทำไมเพิ่งมาเอาป่านนี้คะ” หล่อนพูดพลางโผเข้าไปสวมกอดชายวัยหกสิบต้น ๆ ซึ่งเขายังดูหล่อเหลาเอาการร่างกายบึกบึนสมชายชาตรี นั่นอาจเป็นเพราะว่าปริญเป็นหมอเขาจึงรู้วิธีดูแลตัวเองเป็นอย่างดี “ช่วงนี้งานเยอะอาไม่ค่อยว่าง ว่าแต่หนูอรเถอะเป็นไงบ้างชอบบ้านหลังนี้ไหม” ปริญพูดพร้อมกับส่งสูทให้หญิงสาวราวกับหล่อนคือภรรยาของเขา จุ๊บ! “ชอบมากค่ะ ขอบคุณนะคะคุณอา” หล่อนโน้มใบหน้าเข้าไปหอมเขาฟอดใหญ่ ซึ่งการออดอ
เช้ามืดธนภัทรได้ดึงเข็มใส่น้ำเกลือออก ก่อนจะใช้สำลีกดเอาไว้ไม่ให้เลือดไหลออกมา จากนั้นเขาได้กวาดสายตามองไปรอบ ๆ ห้อง ก่อนจะพบกับป้ายชื่อของหญิงสาว “แพทย์หญิงโรซานน่า กิตติกูลไพศาล ที่แท้คุณหมอก็เป็นลูกสาวของด็อกเตอร์ปริญโลกนี้ช่างกลมเสียจริง” แววตาประดุจเปลวไฟกำลังจ้องไปที่ภาพถ่ายของเธอ เมื่อธนภัทรกำลังนึกถึงใบหน้าของคนที่ทำให้เขาตกอยู่ในสภาพแบบนี้ ผู้เป็นบิดาของเธอหมายเอาชีวิตชายหนุ่ม ไม่คิดเลยว่าลูกสาวของเขาจะเป็นคนรักษา ทำให้ธนภัทรรอดชีวิตมาได้ “นายน้อยเป็นไงบ้างครับ ผมไม่คิดว่าพวกมันจะกล้าทำขนาดนี้” ลูกน้องคนสนิทของเขาเอ่ยถามขึ้นมาด้วยความห่วงใย “พวกมันคงรู้ความเคลื่อนไหวของฉัน ว่าแต่งานที่ฉันให้ไปจัดการเรียบร้อยดีไหม” “ไม่มีปัญหาครับ” “ถ้าอย่างนั้นก็กลับเลยแล้วกัน”
ในเวลานี้ดูเหมือนด็อกเตอร์นายแพทย์ผู้มากประสบการณ์อย่างนายปริญ เจ้าของโรงพยาบาลเอกชนหลายแห่ง กำลังแสดงสีหน้าวิตกกังวล ราวกับคนกำลังหวาดระแวงกลัวความลับถูกเปิดโปง “ผมกำลังจะลงเล่นการเมือง หวังว่าลูกชายของคุณคงไม่ทำให้เสียเรื่องหรอกนะรสา” “ตลอดระยะเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา ฉันกับลูกเคยทำอะไรให้คุณเสียหน้าบ้างไหมคะ ถ้าหากวันหนึ่งเกิดเรื่องเสียหายขึ้นมา คุณควรยอมรับความจริงให้ได้ ใครกันแน่ที่เป็นคนทำให้ชีวิตของคุณพัง” สิ่งที่เจ็บปวดที่สุดสำหรับผู้หญิง นั่นก็คือมือที่สามที่มาในคราบลูกสาวเพื่อนสนิทของผู้เป็นสามี ถึงแม้สุดท้ายเขาจะเลือกเธอ แต่ปมในใจกับรอยแผลที่เกิดขึ้นนั้นมันยังคงฝังลึกอยู่กลางหัวใจของผู้หญิงที่ขึ้นชื่อว่าเป็นภรรยา ซึ่งวันเวลาไม่อาจเยียวยาให้หายขาดได้ “เรื่องของหนูอรมันจบไปตั้งนานแล้ว คุณจะพูดให้มันได้อะไรขึ้นมา” “แน่ใจเหรอคะว่าจบแล้ว” หน้าต่างมีหูประตูมีช่องการเคลื่อนไหวของเอมอรที่อยากทำตัวเด่น เพื่อยกระดับให้ตัวเองดูดีมีหน้ามีตาทางสังคม ทว่าหล่อนคงล







