เข้าสู่ระบบเช้ามืดธนภัทรได้ดึงเข็มใส่น้ำเกลือออก ก่อนจะใช้สำลีกดเอาไว้ไม่ให้เลือดไหลออกมา จากนั้นเขาได้กวาดสายตามองไปรอบ ๆ ห้อง ก่อนจะพบกับป้ายชื่อของหญิงสาว
“แพทย์หญิงโรซานน่า กิตติกูลไพศาล ที่แท้คุณหมอก็เป็นลูกสาวของด็อกเตอร์ปริญโลกนี้ช่างกลมเสียจริง” แววตาประดุจเปลวไฟกำลังจ้องไปที่ภาพถ่ายของเธอ เมื่อธนภัทรกำลังนึกถึงใบหน้าของคนที่ทำให้เขาตกอยู่ในสภาพแบบนี้
ผู้เป็นบิดาของเธอหมายเอาชีวิตชายหนุ่ม ไม่คิดเลยว่าลูกสาวของเขาจะเป็นคนรักษา ทำให้ธนภัทรรอดชีวิตมาได้
“นายน้อยเป็นไงบ้างครับ ผมไม่คิดว่าพวกมันจะกล้าทำขนาดนี้” ลูกน้องคนสนิทของเขาเอ่ยถามขึ้นมาด้วยความห่วงใย
“พวกมันคงรู้ความเคลื่อนไหวของฉัน ว่าแต่งานที่ฉันให้ไปจัดการเรียบร้อยดีไหม”
“ไม่มีปัญหาครับ”
“ถ้าอย่างนั้นก็กลับเลยแล้วกัน”
“ไม่แวะโรงพยาบาลก่อนเหรอครับ”
“ไม่ต้อง แผลนี้ไกลหัวใจเยอะเลย” ชายหนุ่มพูดพลางยกยิ้มมุมปาก เมื่อนึกถึงใบหน้าของคนที่ทำแผลให้ อีกทั้งเธอยังแวะมาวัดไข้ให้กับเขาทุกครึ่งชั่วโมง กว่าหญิงสาวจะแน่ใจว่าเขาไม่เป็นอันตราย ทำเอาเธอเกือบไม่ได้นอนทั้งคืน
อย่างน้อยเธอก็มีจรรยาบรรณของแพทย์ ไม่เลือกที่รักมักที่ชังทำการรักษาเขาอย่างสุดความสามารถที่มี ทั้งที่อุปกรณ์ทางการแพทย์ไม่อำนวย
///////
โรซานน่าลุกมาเตรียมมื้อเช้า จากนั้นหญิงสาวได้เดินเข้าไปในห้องนอน ปรากฏว่าคนไข้ที่เธอเฝ้าสังเกตอาการมาทั้งคืน เวลานี้เขาได้หายไปแล้ว
“หวังว่าเราคงไม่ได้พบกันอีกนะคะ” หญิงสาวเชื่อว่าเรื่องบังเอิญแบบนี้คงไม่เกิดขึ้นกับเธอเป็นคนรั้งที่สอง
**ขอบคุณที่ดูแลผมทั้งคืน เอาไว้คราวหน้าจะตอบแทนเป็นร้อยเท่าพันเท่า ยินดีที่ได้รู้จักขอบคุณนะครับนางฟ้าของผม**
“คงใช้มุกแบบนี้จีบสาวบ่อยสินะ” หญิงสาวเบ้ปากพลางวางกระดาษโน้ตไว้ที่เดิม เธอควรทิ้งมันลงถังขยะ แต่ทำไมกลับเลือกที่จะเก็บเอาไว้ก็ไม่รู้
Rrrr!!! ขณะที่โรซานน่ากำลังเก็บกวาดห้องอยู่นั้น เสียงสมาร์ตโฟนเครื่องแพงได้ดังขึ้น ซึ่งหญิงสาวชำเลืองดูถึงกับต้องถอนหายใจ เพราะสายที่โทรเข้ามาคือบิดาที่ลงมือทำร้ายจิตใจมารดาของเธออย่างเลือดเย็น
“รับสายสักทีนะหมอ ตอนนี้อยู่ที่ไหนไปเรียกแม่มารับสายหน่อย” น้ำเสียงวางอำนาจดังขึ้น จนหญิงสาวขยับโทรศัพท์ออกห่างจากหู เพราะไม่ชอบฟังเวลาบิดาตะคอกใส่แบบนี้
“แม่กำลังพักผ่อนค่ะ โรสไม่อยากกวน”
“ดี! ทั้งแม่ทั้งลูก”
“อีกวันสองวันโรสกับแม่ก็กลับแล้วค่ะ”
“ฉันหวังว่าแกกับแม่ของแกคงไม่ทำให้เสียเรื่องหรอกนะ ภาพลักษณ์ของกิตติกูลไพศาลต้องดูใสสะอาดปราศจากเรื่องเสื่อมเสีย”
“โรสว่าเรื่องนี้พ่อควรเตือนผู้หญิงคนนั้นมากกว่านะคะ”
“เกี่ยวอะไรกับหนูอร”
“การกินหรูอยู่สบายทั้งที่บ้านล้มละลาย ผู้หญิงแบบนั้นหาเงินมาจากไหน ระวังกองทัพนักข่าวไว้บ้างก็ดีนะคะ อย่าให้พวกเขาสงสัยจนกลับไปขุดเจอตอโผล่ขึ้นมาอาจแย่ได้นะคะ” ครั้งแรกที่โรซานน่ากล้าใช้ถ้อยคำแบบนั้นกับบิดาของเธอ
“หมอโรส! พ่อรู้นะว่าลูกทำอะไรเอมอรบ้าง”
“เธอฟ้องพ่อเหรอคะ”
“พ่อไม่คิดเลยนะว่าหมอจะกล้าทำเรื่องต่ำ ๆ ที่ผิดจรรยาบรรณของแพทย์”
“โรสก็แค่ทำในสิ่งที่เรียกว่าศีลธรรม ถ้าหากพ่อกับผู้หญิงคนนั้นไม่ทำร้ายแม่ก่อน โรสคงไม่มีวันลดตัวลงไปทำเรื่องต่ำ ๆ ที่พ่อพูดถึงหรอกนะคะ” หญิงสาวกำมือแน่นระงับความโกรธเอาไว้สุดกำลัง เมื่อผู้เป็นบิดาคอยให้ท้ายและปกปกเอมอรเรื่อยมา
“แค่ทำหมันก็พอแล้ว ทำไมหมอต้องตัดมดลูกหนูอรทิ้งด้วย”
“ก็เพราะผู้หญิงอย่างเธอไม่เหมาะที่จะเป็นแม่คน ในเมื่อเธอรักที่จะแย่งสามีคนอื่นก็ต้องยอมรับผลที่ตามมาให้ได้สิค่ะ”
“หมอโรสพูดเกินไปแล้วนะ พ่อก็แค่สงสารหนูอร พ่อไม่เคยคิดจะหย่ากับแม่เลยสักครั้ง แค่ขอพื้นที่เล็ก ๆ ให้หนูอรได้พักพิงเธอไม่มีใครเลยนะหมอโรส”
“คนที่น่าสงสารคือคุณแม่มากกว่าค่ะ” หญิงสาวเริ่มฉุนความเห็นแก่ตัวของบิดา สิ่งที่เขาทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งตกอยู่ในสภาพกลืนไม่เข้าคายไม่ออกแล้วยังมาบอกว่าตัวเองดูสูงส่งกว่าใคร ๆ คนแบบนี้หาแค่ความสุขใส่ตัวเท่านั้น
“ลูกเริ่มพูดจาไม่รู้เรื่องแล้วนะ ยังไงกลับมาก็อย่าลืมไปทานข้าวกับคุณเซนต์ด้วยนะ พ่อกับเจ้าสัวธาดาได้คุยกันไว้แล้ว”
เซนต์คือพี่ชายของซารังแน่นอนว่าบิดาของเธอนั้น อยากเกี่ยวดองกับตระกูเจ้าสัวธาดา คงหวังให้ตัวเองได้รับการหนุนหลังจากฝ่ายนั้น
“พ่อก็แค่รักตัวเอง จนลืมไปว่าหนูกับน้องมีเลือดมีเนื้อมีหัวใจเหมือนคนทั่วไป” โรซานน่าพูดออกมาทั้งน้ำตา พลางกดวางสายแล้วปิดเครื่องทันที ด้วยความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจผู้เป็นบิดา
“โรส”
“อ้าวแม่! ตื่นแล้วเหรอคะ” เธอรีบยกมือขึ้นมาปาดน้ำตาออกจากแก้ม แล้วปรับใบหน้าและแววตาให้เป็นปกติ
“อืม... ทำไมลูกทำหน้าแบบนั้น แล้วทำไมตาแดง ๆ ล่ะลูก”
“โรสนอนไม่ค่อยหลับค่ะ แม่หิวหรือยังคะ”
“ก็นิดหน่อยจ้า”
“มาเลยค่ะ โรสทำข้าวต้มไว้แล้ว เดี๋ยวทานมื้อเช้าเสร็จเราไปเดินเล่นที่น้ำตกดีไหมคะ”
“ดีเลยจ้า อยู่แต่ในบ้านก็คิดอะไรฟุ้งซ่าน” สองแม่ลูกส่งยิ้มบาง ๆ ให้กัน ครั้งแรกในรอบหลายปีที่รสาเริ่มเบื่อหน่ายกับการอยู่ใช้ชีวิตคู่
“โรสรู้นะคะป้าแม่เจ็บปวดแค่ไหน”
“ทำไมพ่อเขาต้องโกหกแม่ด้วย สุดท้ายเอมอรก็อยู่อย่างสุขสบายผู้ชายอย่างเขาเชื่อไม่ได้เลยสักนิด คำพูดคำสัญญาที่ให้ไว้ก็เป็นเพียงแค่ลมปาก แม่รู้สึกขยาดจนไม่อยากอยู่ร่วมชายคากับเขาอีกแล้ว”
“โรสเคารพการตัดสินใจของแม่นะคะ”
“แต่การตัดสินใจของแม่มันคงไม่มีผลถ้าหากพ่อของลูกไม่ยินยอม ภาพลักษณ์ของเขาสำคัญกว่าความรู้สึกของคนในครอบครัว ไม่รู้ว่าโรมกลับมาต้องเจอกับอะไรบ้าง” รสายังคงห่วงลูกชาย เพราะกลัวโรมราชันถูกผู้เป็นสามีบังคับให้แต่งงานกับซารัง เหมือนที่โรซานน่ากำลังเผชิญอยู่ในตอนนี้
“โรสเชื่อว่าหมอโรมไม่มีทางปล่อยให้ตัวเอง ถูกคุณพ่อชักจูงไปในทางที่ตัวเขาเองไม่ปรารถนาจะเดินอย่างแน่นอนค่ะ”
“สองพ่อลูกคงลุกขึ้นมาห้ำหั่นกัน แม่ไม่อยากเห็นโรมราชันแสดงด้านมืดออกมาเลย แม่กลัวเขาทำอะไรไม่ยั้งคิด”
“โรสเชื่อว่าหมอโรมคงไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่าม” หญิงสาวพูดพลางครุ่นคิด เธอควรบอกเรื่องเฌอรีนกับมารดาดีไหม เพราะกลัวว่าถ้าบอกไปแล้วอาจทำให้นางเก็บไปคิด
“มีอะไรหรือเปล่าโรส พูดมาเถอะแม่ไม่เป็นไร”
“คือ... โรส มีเรื่องบางอย่างเกี่ยวกับหมอโรมอยากพูดให้แม่ฟังน่ะค่ะ”
“พูดมาสิ”
“พอดีวันนั้นโรสไปตามน้องกลับ เลยรู้ว่าหมอโรมมีแฟนแล้วค่ะ”
“จริงเหรอ ใครกัน แม่รู้จักไหม”
“เท่าที่โรสหาข้อมูลมาได้ น้องสะใภ้ทำงานอยู่ที่บริษัทเทวาซีกรุ๊ปค่ะ”
“รู้สึกคุ้น ๆ เหมือนเคยได้ยินจากไหนนะ”
“ไม่คุ้นได้ยังไงล่ะคะแม่ ก็บริษัทนี้ผลิตเครื่องแต่งกาย ที่สำคัญกระเป๋าแบรนด์ของบริษัทนี้เขาดังจะตาย โรสเองยังซื้อมาใช้ตั้งหลายใบ”
“เธอทำตำแหน่งอะไรเหรอ แต่ช่างเถอะไม่ว่าเธอจะเป็นคนงานทั่วไปคนสวนหรือแม่บ้าน ตาโรมคงไม่เปลี่ยนใจเพราะที่ผ่านมาไม่เห็นเขาคบกับผู้หญิงคนไหนเลย”
โรซานน่าพยักหน้าพลางยิ้มบาง ๆ ให้กับมารดาของเธอ หญิงสาวยังคงเชื่อมั่นในตัวน้องชาย ไม่ว่ายังไงการตัดสินใจของโรมราชันถือว่าเด็ดขาด เธอก็ได้แต่หวังว่าบิดาคงไม่ทำอะไรให้เฌอรีนต้องเดินออกไปจากชีวิตของโรมราชัน
หลายวันผ่านไป เวลานี้เฌอรีนได้ฉีกสัญญาฉบับนั้นทิ้ง พร้อมกับให้รินลดาจัดการเอกสารการหย่า หญิงสาวลงนามในใบหย่าไว้เรียบร้อยแล้ว รอแค่ลายเซ็นของโรมราชัน เธอกับเขาก็จะกลายเป็นอดีตที่มันคอยทิ่มแทงหัวใจไปอีกนาน “คิดดีแล้วเหรอเฌอ” รินลดาพยายามเปลี่ยนใจเพื่อนรัก เธออยากให้เฌอรีนไต่ตรองให้ดีเสียก่อน “ไม่มีงานวิวาห์ ไม่มีคนยินดี ไม่ชุดเจ้าสาวสวย ๆ ไม่มีเจ้าบ่าวเดินกุมมือ ไม่มีเขาก็ดีแล้ว” “เกิดอะไรขึ้น เขานอกใจแกหรือเปล่า” “เขาจะนอกใจฉันได้ยังไง ในเมื่อในหัวใจของเขาไม่เคยมีฉันอยู่ในนั้นเลย” “แล้วแบบนี้ แกตัดใจได้แน่นะเฌอ” “แกจำไว้นะริน ผู้ชายคือสิ่งมีชีวิตที่ไม่น่าไว้ใจที่สุดในโลก ผู้หญิงอย่างเราต้องรักตัวเองให้มาก ๆ ถึงจะไม่มีวันพ่ายแพ้หรือบาดเจ็บจากความรัก” “แล้วคุณย่าทราบเรื่องนี้หรือยัง”
หลายวันผ่านไป โรมราชันได้รับภาพถ่ายจากบิดาของเขา ซึ่งนายแพทย์ปริญได้ออกคำสั่งให้ลูกชายตัดขาดกับเฌอรีนทันที ไม่อย่างนั้นเขาจะไม่รับรองความปลอดภัยของเธอ “เชี้ยเอ๊ย! อะไรวะเนี่ย” เมื่อเขาได้รับข้อความ ชายหนุ่มไม่รอช้ารีบกดโทรหาผู้เป็นบิดาทันที “ว่าไงไอ้ลูกชาย ป่านนี้เพิ่งโทรมาได้นะ” น้ำเสียงของผู้มีชัยชนะดังขึ้น “พ่อคิดจะทำอะไร” “แล้วหมอล่ะกำลังคิดอะไรอยู่” เขายอกย้อนเอ่ยถามลูกชายออกมาด้วยน้ำเสียงแฝงไปด้วยร่อยรอยระงับโทสะ “พ่อทำอะไรกับแม่ไว้บ้างอย่าคิดว่าผมไม่รู้นะครับ” “เรื่องนั้นไม่เกี่ยวกับหมอ ตอนนี้หนูซารังก็เรียนจบแล้ว เจ้าสัวธาดาอยากเป็นทองแผ่นเดียวกับกิตติกูลไพศาล หมอต้องแต่งงานกับเธอ” “ผมไม่เคยคิดที่จะแต่งงานกับซารัง” “แล้วไง! ใครอนุญาตให้หมอไปยุ่งกับผู้หญิงคนนั้น เธอทำธุรกิจอะไรคงอยากถูกฟ้องล้มละลายสินะ ถึงกล้าเอาชีวิตเข้ามาข้องเกี
เมื่อกลับถึงบ้านสิ่งแรกที่ธนภัทรต้องการ นั่นคือประวัติของแพทย์หญิงโรซานน่า แน่นอนว่าเขาอยากตอบแทนเธอ เพราะชายหนุ่มถือคติที่ว่าบุญคุณต้องทดแทนมีแค้นต้องชำระ “นี่ครับนายน้อยประวัติของคุณหมอ” “เธอเป็นลูกสาวของด็อกเตอร์นายแพทย์ปริญจริง ๆ ด้วย” ลูกน้องคนสนิทรายงานตามข้อมูลที่ได้มา อีกทั้งเขายังแอบรู้มาว่าเธอมีน้องชายเป็นนายแพทย์ผู้มากความสามารถอีกด้วย “ผมมีอีกเรื่องที่ยังไม่ได้รายงานนายน้อยครับ” “อะไรเหรอ” “คือ... คุณหมอมีน้องชายด้วยนะครับ” “แล้วไง” “หมอโรมราชันคนที่คุณเฌอรีนรักหมดหัวใจ เขาคือน้องชายแท้ ๆ ของคุณหมอโรซานน่าครับ” “ฮะ! ไอ้หน้าอ่อนนั่นน่ะเหรอ มันเป็นน้องชายของคุณหมอ” เขาไม่อยากเชื่อเลยว่าโลกใบนี้จะกลม จนเหวี่ยงให้คนทำร้ายหัว
ณ บ้านหลังหนึ่งไม่เล็กไม่ใหญ่มาก แต่ก็ดูหรูหราถูกออกแบบมาสำหรับเอมอร ซึ่งได้ตั้งอยู่ชานเมือง มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน พร้อมทั้งมีเงินใช้ไม่ขาดมือ รถยนต์คันหรูแล่นเข้ามาจอด ก่อนที่นายแพทย์ปริญจะเดินเข้าไปในบ้าน ปล่อยให้คนขับรถนั่งรออยู่ด้านนอก “คุณอา... อรรอตั้งนานทำไมเพิ่งมาเอาป่านนี้คะ” หล่อนพูดพลางโผเข้าไปสวมกอดชายวัยหกสิบต้น ๆ ซึ่งเขายังดูหล่อเหลาเอาการร่างกายบึกบึนสมชายชาตรี นั่นอาจเป็นเพราะว่าปริญเป็นหมอเขาจึงรู้วิธีดูแลตัวเองเป็นอย่างดี “ช่วงนี้งานเยอะอาไม่ค่อยว่าง ว่าแต่หนูอรเถอะเป็นไงบ้างชอบบ้านหลังนี้ไหม” ปริญพูดพร้อมกับส่งสูทให้หญิงสาวราวกับหล่อนคือภรรยาของเขา จุ๊บ! “ชอบมากค่ะ ขอบคุณนะคะคุณอา” หล่อนโน้มใบหน้าเข้าไปหอมเขาฟอดใหญ่ ซึ่งการออดอ
เช้ามืดธนภัทรได้ดึงเข็มใส่น้ำเกลือออก ก่อนจะใช้สำลีกดเอาไว้ไม่ให้เลือดไหลออกมา จากนั้นเขาได้กวาดสายตามองไปรอบ ๆ ห้อง ก่อนจะพบกับป้ายชื่อของหญิงสาว “แพทย์หญิงโรซานน่า กิตติกูลไพศาล ที่แท้คุณหมอก็เป็นลูกสาวของด็อกเตอร์ปริญโลกนี้ช่างกลมเสียจริง” แววตาประดุจเปลวไฟกำลังจ้องไปที่ภาพถ่ายของเธอ เมื่อธนภัทรกำลังนึกถึงใบหน้าของคนที่ทำให้เขาตกอยู่ในสภาพแบบนี้ ผู้เป็นบิดาของเธอหมายเอาชีวิตชายหนุ่ม ไม่คิดเลยว่าลูกสาวของเขาจะเป็นคนรักษา ทำให้ธนภัทรรอดชีวิตมาได้ “นายน้อยเป็นไงบ้างครับ ผมไม่คิดว่าพวกมันจะกล้าทำขนาดนี้” ลูกน้องคนสนิทของเขาเอ่ยถามขึ้นมาด้วยความห่วงใย “พวกมันคงรู้ความเคลื่อนไหวของฉัน ว่าแต่งานที่ฉันให้ไปจัดการเรียบร้อยดีไหม” “ไม่มีปัญหาครับ” “ถ้าอย่างนั้นก็กลับเลยแล้วกัน”
ในเวลานี้ดูเหมือนด็อกเตอร์นายแพทย์ผู้มากประสบการณ์อย่างนายปริญ เจ้าของโรงพยาบาลเอกชนหลายแห่ง กำลังแสดงสีหน้าวิตกกังวล ราวกับคนกำลังหวาดระแวงกลัวความลับถูกเปิดโปง “ผมกำลังจะลงเล่นการเมือง หวังว่าลูกชายของคุณคงไม่ทำให้เสียเรื่องหรอกนะรสา” “ตลอดระยะเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา ฉันกับลูกเคยทำอะไรให้คุณเสียหน้าบ้างไหมคะ ถ้าหากวันหนึ่งเกิดเรื่องเสียหายขึ้นมา คุณควรยอมรับความจริงให้ได้ ใครกันแน่ที่เป็นคนทำให้ชีวิตของคุณพัง” สิ่งที่เจ็บปวดที่สุดสำหรับผู้หญิง นั่นก็คือมือที่สามที่มาในคราบลูกสาวเพื่อนสนิทของผู้เป็นสามี ถึงแม้สุดท้ายเขาจะเลือกเธอ แต่ปมในใจกับรอยแผลที่เกิดขึ้นนั้นมันยังคงฝังลึกอยู่กลางหัวใจของผู้หญิงที่ขึ้นชื่อว่าเป็นภรรยา ซึ่งวันเวลาไม่อาจเยียวยาให้หายขาดได้ “เรื่องของหนูอรมันจบไปตั้งนานแล้ว คุณจะพูดให้มันได้อะไรขึ้นมา” “แน่ใจเหรอคะว่าจบแล้ว” หน้าต่างมีหูประตูมีช่องการเคลื่อนไหวของเอมอรที่อยากทำตัวเด่น เพื่อยกระดับให้ตัวเองดูดีมีหน้ามีตาทางสังคม ทว่าหล่อนคงล







