LOGINณ ห้องทำงานของท่านประธานบริษัทเทวาซีกรุ๊ป ผลิตเครื่องแต่งกายชั้นนำของประเทศ รวมทั้งเครื่องหนังอย่างกระเป๋าและรองเท้าอีกด้วย หญิงสาวในชุดเดรสรัดรูปสีขาวทับด้วยสูทสีงาช้างแขนยาว มองมุมไหนก็สวยระดับไฮเอนด์ กำลังนั่งมองภาพชายหนุ่ม ที่เธอแอบถ่ายเขาเอาไว้จากทางด้านหลัง เรื่องราวในค่ำคืนนั้นยังคงตราตรึงอยู่ในหัวใจของเฌอรีนเสมอ
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! เสียงคนเคาะประตูดังขึ้น พร้อมกับเลขาสาวหน้าห้องควบคู่ตำแหน่งเพื่อนรักของเธอเดินเข้ามา รินลดาแอบยกยิ้มมุมปาก เมื่อเห็นเฌอรีนกำลังจ้องภาพถ่ายในโทรศัพท์มือถือ
“เจอเขาแล้วเป็นไงบ้าง”
“ก็ดี แต่ลึก ๆ แล้วก็แอบเสียใจอยู่เหมือนกัน ไม่คิดว่าจะเจอเขาในสถานที่แบบนั้น” คราวนี้แววตาของหญิงสาวได้ฉายแววผิดหวังออกมาเล็กน้อย
“เอาน่า... ยังไงก็ได้เจอกันแล้ว ไม่ว่าสถานะใดยังไงฉันก็ดีใจกับแกนะเฌอ”
“ฉันอยากให้เขาเลิกไปทำงานที่นั่นสักที แกว่าฉันควรทำไงดี”
“ทำไมล่ะ... แกหึงเขาเหรอ”
“แกก็เห็นแล้วนี่นา... สาว ๆ พวกนั้นจ้องจะฉกเขาไปให้ได้ ดีนะที่ฉันลากเขาออกมาก่อน” เฌอรีนนึกถึงเห็นการณ์ที่เกิดขึ้นสองสามวันก่อนได้อย่างชัดเจน
“เอาน่า... ผู้หญิงพวกนั้นได้แค่มอง แต่แกได้ครอบครอง”
“ฟังดูน่าภูมิใจเนอะ” เฌอรีนเบ้ปากกรอกตามองบน เธอเริ่มทนไม่ไหวหลังจากเห็นหน้างาน ที่โรมราชันคอยบริการสาว ๆ
“ว่าแต่ย่าของแกโอเคมั้ย”
“ตอนนี้ก็โอเค แต่ถ้าท่านรู้ว่าโรมทำงานอะไร ฉันคงถูกบีบให้หย่าแน่”
“การเจอกันครั้งนั้นถือว่าเป็นโชคชะตานำพา แต่ครั้งนี้ถือเสียว่ามันคือพรหมลิขิต ฉันเชื่อว่าแกกับเขาคู่กันแล้วไม่แคล้วกันอย่างแน่นอน”
“ฉันจะออกคำสั่ง ห้ามไม่ให้เขาไปที่โฮสต์อีก แต่ไม่รู้จะห้ามได้หรือเปล่า”
“ตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน”
“เขาบอกว่าไปทำงาน แต่ฉันไม่ได้ถามว่างานอะไร”
“แกสงสัยแล้วทำไมไม่ถามเขาล่ะ”
“เขาคงอึดอัดน่ะ ฉันเลยอนุญาตให้เขาค้างที่คอนโด”
“โถ... แม่พระ”
“ไม่หรอกริน ใครบอกว่าฉันแสนดี แต่ที่ทำแบบนั้นก็เพราะกลัวคุณย่ารู้ว่าเขาทำงานอะไรมาก่อน รอให้คุณอามารับคุณย่าไปเชียงใหม่ก่อนเถอะ” หญิงสาวเริ่มกลัว ถ้าหากถูกผู้เป็นย่าจับได้ไล่ทัน แผนที่วางเอาไว้คงล่มไม่เป็นท่า กว่าจะตามหาเขาเจอมันไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับเธอเลยสักนิด
“แล้วคุณอาเขาจะมารับคุณย่าวันไหนเหรอ”
“ก็คงอีกสองสามวันมั้ง”
“อย่าคิดมากสิ ช่วงบ่ายท่านประธานต้องไปพบลูกค้ารายใหญ่ ฉันขอตัวไปเตรียมเอกสารก่อนนะ”
“อืม... ไปเถอะ”
ครั้งแรกเจอเขาที่บาร์โฮสต์ หญิงสาวเกือบเสียอาการ ซึ่งเงื่อนไขที่เธอตั้งขึ้นก็เพื่อผูกมัดโรมราชันไว้กับเธอ ทั้งที่รู้ว่าหัวใจมันบังคับกันไม่ได้ สักวันสัญญาฉบับนั้นจบลงคงต้องแยกย้ายกันไป ไม่รู้ว่าเธอจะทำใจให้ลืมเขาได้หรือเปล่า
“ฉันบอกคุณแล้วไง ท่านประธานไม่ว่าง” ธนภัทรไม่ได้สนใจในคำทัดทานของรินลดาแม้แต่น้อย
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! เสียงคนเคาะประตูดังขึ้นพร้อมกับชายร่างสูงใหญ่เดินเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม แสดงออกถึงอำนาจที่เขามีเหนือกว่าเลขาสาว
“ฉันห้ามแล้วแต่คุณธนภัทรเขาไม่ฟัง” รินลดาพูดออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อนเอือมระอา
“ไม่เป็นไรไปทำงานต่อเถอะริน” หญิงสาวส่งยิ้มบาง ๆ ให้กับเพื่อนรักที่พ่วงตำแหน่งเลขาหน้าห้องของเธอ
“ไม่ทราบว่าคุณธนภัทรมีธุระอะไรกับฉันเหรอคะ”
“ผู้ชายแบบนั้นเหรอสามีคุณ ผมไม่คิดเลยว่าระดับผู้บริหารเทวาซีกรุ๊ป จะยอมลดตัวไปเกลือกกลัวกับไอ้แมงดานั่น!”
“ฉันจะแต่งกับใครก็ไม่เกี่ยวกับคุณ อ้อ! สามีของฉันเขาไม่ใช่แมงดา เพราะอย่างน้อยเขาก็รู้จักทำงาน ไม่ได้นั่งแบมือขอเงินพ่อแม่ไปวัน ๆ เหมือนใครบางคน”
“คุณพูดประชดผมเหรอเฌอรีน”
“เปล่านี้ค่ะ ฉันก็พูดไปตามเนื้อผ้า”
“พอดีว่าผ้าอย่างผมเกรดเอเสียด้วยสิ แค่วางเอาไว้ใครต่อใครก็แย่งกันซื้อ”
“ใครที่คุณพูดถึงคงไม่ใช่ฉันอย่างแน่นอน”
“ผมสู้ไอ้หมอนั่นไม่ได้ตรงไหน” ครานี้ธนภัทรได้เดินเข้าหาหญิงสาว ทว่าเธอกลับเชิดหน้าขึ้น ใช้สายตามองเขาด้วยความเย้ยหยัน ประหนึ่งอยากประกาศสงครามกับเขาให้รู้แพ้รู้ชนะไปเลย เธอเหนื่อยที่จะต้องมานั่งตอบคำถามคนรอบข้างเต็มที
“ฉันมีสามีแล้ว ทางที่ดีคุณเลิกตอแยฉันสักทีเถอะค่ะ”
“ผมจะทำให้ไอ้หน้าอ่อนนั่นได้รู้จักคำว่าหายนะ”
“ถ้าคุณแตะคนของฉันรับรองว่าเจอดีแน่” หญิงสาวไม่อาจทนเห็นโรมราชันตกอยู่ในอันตรายได้ เธอรู้จักนิสัยของธนภัทรดี เขาเป็นคนประเภทขี้แพ้ชวนตีมาแต่ไหนแต่ไร
“ก็แค่ผู้ชายจากบาร์โฮสต์มันมีอะไรดี...เอ... หรือว่าลีลามันเด็ดกว่าผม”
เพียะ!!! หญิงสาวตบหน้าอีกฝ่ายเต็มแรงด้วยความรู้สึกโกรธจนเลือดขึ้นหน้า
“อย่ามาดูถูกฉันอีก เพราะเราไม่เคยมีอะไรกัน ฉันไม่ใช่ผู้หญิงกินไม่เลือก”
“ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า! ตลกสิ้นดี” เสียงหัวเราะของเขาดังขึ้นราวกับตั้งใจถากถางหญิงสาว เมื่อเฌอรีนพาผู้ชายจากโฮสต์เข้าบ้าน แต่กลับทำตัวสูงส่งราวกับนางพญา
“คุณคงไม่เคยมีความรักสินะ ก็แน่สิ! คนอย่างคุณผู้หญิงคนไหนคงรักไม่ลง”
“ระวังตัวเอาไว้ให้ดี ถ้าคุณพลาดเมื่อไหร่ผมจะทำให้คุณได้ลิ้มรสของความเจ็บปวด”
“ไม่รักคือไม่รัก ยังไงฉันก็ไม่มีทางแต่งงานกับคุณ”
“ปฏิเสธผมแบบนี้ รู้ใช่ไหมว่าผลที่ตามมาจะเป็นยังไง”
“อย่ามาขู่ซะให้ยาก ในเมื่อเราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันตั้งแต่แรก”
“ผมก็อยากรู้เหมือนกันถ้าคุณย่ารู้ว่าสามีของหลานสาวสุดที่รักทำงานที่บาร์โฮสต์ อาการของคนแก่จะเป็นยังไงน๊า...”
“อย่าคิดทำอะไรบ้า ๆ นะ!” หญิงสาวเริ่มกลืนน้ำตายงคอด้วยความยากลำบาก หลังจากถูกธนภัทรหยิบยกเอาหน้าที่การงานของโรมราชันขึ้นมาขู่
“คืนนี้ไปพบผมที่เดิม ถ้าไม่อยากให้คุณย่ารู้ประวัติความเป็นมาของหลานเขย”
“ได้!”
“ดีมากสาวน้อย แล้วเจอกันนะครับเจ้ากระต่ายน้อยของผม”
ก่อนเดินออกไปเขายังหันมาแสยะยิ้มร้ายอย่างผู้มีชัย ซึ่งทำให้เฌอรีนถึงกับกำมือแน่นระงับความโกรธ เธอกับโรมราชันยังไม่ได้ทำความคุ้นเคยกัน แต่กลับต้องมาเจอกับปัญหาที่เลี่ยงไม่ได้
“เกิดอะไรขึ้น เขาทำอะไรแกหรือเปล่าเฌอ”
“เปล่า” หญิงสาวพูดออกมาด้วยสีหน้าที่เป็นกังวล เพราะหากเขาเล่นไม่ซื่อคงเสียเปรียบธนภัทร จนกลายเป็นจุดอ่อนที่เขาสามารถใช้เป็นข้อต่อรองได้ แต่ถ้าไม่ไปคุณย่าต้องรู้เรื่องที่เธอพยายามเก็บเป็นความลับอย่างแน่นอน
“เอาน้ำเย็น ๆ สักแก้วไหม”
“ไม่เป็นไร คืนนี้แกไปพบคุณธนภัทรเป็นเพื่อนฉันได้ไหมริน”
“ทำไมต้องไป เขาขู่แกเรื่องคุณโรมใช่ไหม”
“อืม... รอให้คุณย่าขึ้นเหนือก่อน ยังไงคืนนี้ฉันต้องไปพบเขาอยู่ดี”
“โอเค เดี๋ยวฉันไปเป็นเพื่อน”
“ขอบใจนะริน”
“ไม่เป็นไรหรอกน่าเพื่อนกัน โอนมาแค่สองพันพอ”
“ค่าอะไร”
“ล้อเล่นน่า... แกนี่จริง ๆ เลยนะ ชีวิตตั้งแต่เด็กจนโต ไม่สิอายุจะเข้าเลขสี่แล้ว นอกจากงานมีอะไรที่ทำให้แกยิ้มได้บ้าง”
“ก็แกไง”
“เหรอ... ชิ! แต่ฉันว่าน่าจะเป็นสามีเด็กของแกมากกว่า”
“รินลดา!”
เฌอรีนถึงกับยกยิ้มมุมปากออกมา เผยให้เห็นความสดใจบนใบหน้า หลังจากเจอเรื่องเครียดตั้งแต่เช้า แต่พอนึกถึงใบหน้าอันหล่อเหลากลับทำให้หัวใจของหญิงสาวรู้สึกกระชุ่มกระชวยพองโต
หลายวันผ่านไป เวลานี้เฌอรีนได้ฉีกสัญญาฉบับนั้นทิ้ง พร้อมกับให้รินลดาจัดการเอกสารการหย่า หญิงสาวลงนามในใบหย่าไว้เรียบร้อยแล้ว รอแค่ลายเซ็นของโรมราชัน เธอกับเขาก็จะกลายเป็นอดีตที่มันคอยทิ่มแทงหัวใจไปอีกนาน “คิดดีแล้วเหรอเฌอ” รินลดาพยายามเปลี่ยนใจเพื่อนรัก เธออยากให้เฌอรีนไต่ตรองให้ดีเสียก่อน “ไม่มีงานวิวาห์ ไม่มีคนยินดี ไม่ชุดเจ้าสาวสวย ๆ ไม่มีเจ้าบ่าวเดินกุมมือ ไม่มีเขาก็ดีแล้ว” “เกิดอะไรขึ้น เขานอกใจแกหรือเปล่า” “เขาจะนอกใจฉันได้ยังไง ในเมื่อในหัวใจของเขาไม่เคยมีฉันอยู่ในนั้นเลย” “แล้วแบบนี้ แกตัดใจได้แน่นะเฌอ” “แกจำไว้นะริน ผู้ชายคือสิ่งมีชีวิตที่ไม่น่าไว้ใจที่สุดในโลก ผู้หญิงอย่างเราต้องรักตัวเองให้มาก ๆ ถึงจะไม่มีวันพ่ายแพ้หรือบาดเจ็บจากความรัก” “แล้วคุณย่าทราบเรื่องนี้หรือยัง”
หลายวันผ่านไป โรมราชันได้รับภาพถ่ายจากบิดาของเขา ซึ่งนายแพทย์ปริญได้ออกคำสั่งให้ลูกชายตัดขาดกับเฌอรีนทันที ไม่อย่างนั้นเขาจะไม่รับรองความปลอดภัยของเธอ “เชี้ยเอ๊ย! อะไรวะเนี่ย” เมื่อเขาได้รับข้อความ ชายหนุ่มไม่รอช้ารีบกดโทรหาผู้เป็นบิดาทันที “ว่าไงไอ้ลูกชาย ป่านนี้เพิ่งโทรมาได้นะ” น้ำเสียงของผู้มีชัยชนะดังขึ้น “พ่อคิดจะทำอะไร” “แล้วหมอล่ะกำลังคิดอะไรอยู่” เขายอกย้อนเอ่ยถามลูกชายออกมาด้วยน้ำเสียงแฝงไปด้วยร่อยรอยระงับโทสะ “พ่อทำอะไรกับแม่ไว้บ้างอย่าคิดว่าผมไม่รู้นะครับ” “เรื่องนั้นไม่เกี่ยวกับหมอ ตอนนี้หนูซารังก็เรียนจบแล้ว เจ้าสัวธาดาอยากเป็นทองแผ่นเดียวกับกิตติกูลไพศาล หมอต้องแต่งงานกับเธอ” “ผมไม่เคยคิดที่จะแต่งงานกับซารัง” “แล้วไง! ใครอนุญาตให้หมอไปยุ่งกับผู้หญิงคนนั้น เธอทำธุรกิจอะไรคงอยากถูกฟ้องล้มละลายสินะ ถึงกล้าเอาชีวิตเข้ามาข้องเกี
เมื่อกลับถึงบ้านสิ่งแรกที่ธนภัทรต้องการ นั่นคือประวัติของแพทย์หญิงโรซานน่า แน่นอนว่าเขาอยากตอบแทนเธอ เพราะชายหนุ่มถือคติที่ว่าบุญคุณต้องทดแทนมีแค้นต้องชำระ “นี่ครับนายน้อยประวัติของคุณหมอ” “เธอเป็นลูกสาวของด็อกเตอร์นายแพทย์ปริญจริง ๆ ด้วย” ลูกน้องคนสนิทรายงานตามข้อมูลที่ได้มา อีกทั้งเขายังแอบรู้มาว่าเธอมีน้องชายเป็นนายแพทย์ผู้มากความสามารถอีกด้วย “ผมมีอีกเรื่องที่ยังไม่ได้รายงานนายน้อยครับ” “อะไรเหรอ” “คือ... คุณหมอมีน้องชายด้วยนะครับ” “แล้วไง” “หมอโรมราชันคนที่คุณเฌอรีนรักหมดหัวใจ เขาคือน้องชายแท้ ๆ ของคุณหมอโรซานน่าครับ” “ฮะ! ไอ้หน้าอ่อนนั่นน่ะเหรอ มันเป็นน้องชายของคุณหมอ” เขาไม่อยากเชื่อเลยว่าโลกใบนี้จะกลม จนเหวี่ยงให้คนทำร้ายหัว
ณ บ้านหลังหนึ่งไม่เล็กไม่ใหญ่มาก แต่ก็ดูหรูหราถูกออกแบบมาสำหรับเอมอร ซึ่งได้ตั้งอยู่ชานเมือง มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน พร้อมทั้งมีเงินใช้ไม่ขาดมือ รถยนต์คันหรูแล่นเข้ามาจอด ก่อนที่นายแพทย์ปริญจะเดินเข้าไปในบ้าน ปล่อยให้คนขับรถนั่งรออยู่ด้านนอก “คุณอา... อรรอตั้งนานทำไมเพิ่งมาเอาป่านนี้คะ” หล่อนพูดพลางโผเข้าไปสวมกอดชายวัยหกสิบต้น ๆ ซึ่งเขายังดูหล่อเหลาเอาการร่างกายบึกบึนสมชายชาตรี นั่นอาจเป็นเพราะว่าปริญเป็นหมอเขาจึงรู้วิธีดูแลตัวเองเป็นอย่างดี “ช่วงนี้งานเยอะอาไม่ค่อยว่าง ว่าแต่หนูอรเถอะเป็นไงบ้างชอบบ้านหลังนี้ไหม” ปริญพูดพร้อมกับส่งสูทให้หญิงสาวราวกับหล่อนคือภรรยาของเขา จุ๊บ! “ชอบมากค่ะ ขอบคุณนะคะคุณอา” หล่อนโน้มใบหน้าเข้าไปหอมเขาฟอดใหญ่ ซึ่งการออดอ
เช้ามืดธนภัทรได้ดึงเข็มใส่น้ำเกลือออก ก่อนจะใช้สำลีกดเอาไว้ไม่ให้เลือดไหลออกมา จากนั้นเขาได้กวาดสายตามองไปรอบ ๆ ห้อง ก่อนจะพบกับป้ายชื่อของหญิงสาว “แพทย์หญิงโรซานน่า กิตติกูลไพศาล ที่แท้คุณหมอก็เป็นลูกสาวของด็อกเตอร์ปริญโลกนี้ช่างกลมเสียจริง” แววตาประดุจเปลวไฟกำลังจ้องไปที่ภาพถ่ายของเธอ เมื่อธนภัทรกำลังนึกถึงใบหน้าของคนที่ทำให้เขาตกอยู่ในสภาพแบบนี้ ผู้เป็นบิดาของเธอหมายเอาชีวิตชายหนุ่ม ไม่คิดเลยว่าลูกสาวของเขาจะเป็นคนรักษา ทำให้ธนภัทรรอดชีวิตมาได้ “นายน้อยเป็นไงบ้างครับ ผมไม่คิดว่าพวกมันจะกล้าทำขนาดนี้” ลูกน้องคนสนิทของเขาเอ่ยถามขึ้นมาด้วยความห่วงใย “พวกมันคงรู้ความเคลื่อนไหวของฉัน ว่าแต่งานที่ฉันให้ไปจัดการเรียบร้อยดีไหม” “ไม่มีปัญหาครับ” “ถ้าอย่างนั้นก็กลับเลยแล้วกัน”
ในเวลานี้ดูเหมือนด็อกเตอร์นายแพทย์ผู้มากประสบการณ์อย่างนายปริญ เจ้าของโรงพยาบาลเอกชนหลายแห่ง กำลังแสดงสีหน้าวิตกกังวล ราวกับคนกำลังหวาดระแวงกลัวความลับถูกเปิดโปง “ผมกำลังจะลงเล่นการเมือง หวังว่าลูกชายของคุณคงไม่ทำให้เสียเรื่องหรอกนะรสา” “ตลอดระยะเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา ฉันกับลูกเคยทำอะไรให้คุณเสียหน้าบ้างไหมคะ ถ้าหากวันหนึ่งเกิดเรื่องเสียหายขึ้นมา คุณควรยอมรับความจริงให้ได้ ใครกันแน่ที่เป็นคนทำให้ชีวิตของคุณพัง” สิ่งที่เจ็บปวดที่สุดสำหรับผู้หญิง นั่นก็คือมือที่สามที่มาในคราบลูกสาวเพื่อนสนิทของผู้เป็นสามี ถึงแม้สุดท้ายเขาจะเลือกเธอ แต่ปมในใจกับรอยแผลที่เกิดขึ้นนั้นมันยังคงฝังลึกอยู่กลางหัวใจของผู้หญิงที่ขึ้นชื่อว่าเป็นภรรยา ซึ่งวันเวลาไม่อาจเยียวยาให้หายขาดได้ “เรื่องของหนูอรมันจบไปตั้งนานแล้ว คุณจะพูดให้มันได้อะไรขึ้นมา” “แน่ใจเหรอคะว่าจบแล้ว” หน้าต่างมีหูประตูมีช่องการเคลื่อนไหวของเอมอรที่อยากทำตัวเด่น เพื่อยกระดับให้ตัวเองดูดีมีหน้ามีตาทางสังคม ทว่าหล่อนคงล







