Share

บทที่ 4

last update Tanggal publikasi: 2025-05-15 22:50:01

"แต่ผมยังไม่อยากมีพันธะเข้ามาเกี่ยวข้องให้ต้องวุ่นวายปวดสมองเล่นตอนนี้นะครับ ผมยังรักอิสระ อยากใช้ชีวิตเที่ยวเตร็ดเตร่และทุ่มเทกับการทำงานให้เต็มที่ก่อน"

คุณอรุณีรู้นิสัยใจคอของภาคินลูกชายตัวเองเป็นอย่างดี...เจ้าอารมณ์ ไม่เคยยอมใคร ชอบหงุดหงิด ไม่ไว้หน้าใครทั้งสิ้นแม้กระทั่งคนผู้นั้นจะสำคัญสักเพียงใดแต่หากทำให้เขาไม่พึงพอใจแล้วล่ะก็ย่อมต้องมอดไหม้กันไปข้างหนึ่ง

แต่คงมีคนเดียวที่เจ้าภาคินยินยอมอย่างจำใจกัดฟันฝืน...นั่นก็คือคุณดำเกิงผู้เป็นบิดา เนื่องจากทุกๆครั้งเขาจะใช้อรุณีเมียน้อย แม่เชื้อแม่พันธุ์เข้าต่อรองเพื่อหักแข้งหักขาไม่ให้ภาคินเหิมเกริมหรือกลายเป็นนกปีกกล้าขาแข็งคิดขัดคำสั่ง

"แล้วจะทำยังไง จะยอมพ่อเขาเหมือนทุกๆครั้งที่ผ่านมาหรือเปล่า?"

"ก็คงจะต้องปล่อยเลยตามเลยไปก่อน ไม่เช่นนั้นพ่อก็คงจะต้องใช้แม่มาขู่เหมือนทุกๆครั้ง" ภาคินประคองฝ่ามือนุ่มของมารดาขึ้นมาเสมอแผงอกแกร่ง "แม่รอผมอีกสักหน่อยนะครับ ผมสัญญาว่าผมจะทำให้แม่สุขสบายด้วยสองมือสองขาของผมเอง ผมจะไม่ยอมให้คนพวกนั้นมากดขี่ข่มเหงแม่ได้อีก"

ที่เขาต้องพยายามพัฒนาศักยภาพของตนเอง ถีบตนเองขึ้นไปให้เสมอและอยู่เหนือกว่าภาคีลูกชายคนโปรด...นั่นก็เพราะคุณอรุณี เขาอยากจะทวงคืนทุกสิ่งทุกอย่างที่แม่ควรจะได้ตั้งแต่แรกในฐานะภรรยาอีกคนหนึ่ง!

แม่ของเขาไม่ผิด เพราะแม่ของเขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าคุณดำเกิงแต่งงานมีภรรยาและมีลูกแล้ว...คุณดำเกิงดึงคุณอรุณีเข้ามาอยู่ในความสัมพันธ์วงเวียนวงไฟเนื่องจากอารมณ์ชั่ววูบเมื่อครั้งไปถ่ายทำโฆษณาแถวเกาะภาคใต้ ใช้ความหวานคารมดีเข้าสู่หว่านล้อมจนหล่อนเผลอไผลตัวหลวมเข้าไป จนกระทั่งตั้งท้อง

แต่พอรู้ความจริงคุณอรุณีก็พยายามตีตัวออกห่าง ขอโทษขอโพยคุณหญิงจารวีที่เป็นต้นเหตุทำให้ครอบครัวต้องร้าวฉานกันยกใหญ่เนื่องด้วยตนเข้าไปแทรกกลางระหว่างความสัมพันธ์ แต่ก็เป็น...คุณดำเกิงเองที่ไม่ยอมปล่อย เขาเก็บคุณอรุณีไว้เป็นตุ๊กตาหน้ารถ เป็นนางบำเรอชั่วครั้งชั่วคราว...ไปบ้านโน้นทีบ้านนี้ทีสลับกันวันคี่วันคู่...

"ขอบคุณมากเลยนะลูกที่ทำเพื่อแม่ แต่ไม่ต้องพยายามทำงานตัวเป็นเกลียวมานะบากบั่นขนาดนั้นก็ได้ แม่เป็นห่วง แล้วไอ้ส่วนทิฐิที่มันเป็นกำแพงอัดแน่นอยู่ในใจเพลาๆทุเลาลงหน่อย เพราะเดี๋ยวมันจะย้อนกลับไปกัดกินลูกเอง" คุณอรุณีไม่อยากเห็นบุตรชายของตนเองเป็นบ้าคลั่ง!

"ผมจะไม่ปล่อยให้มันย้อนกลับมาทำร้ายตัวเองหรอกครับแม่ คนพวกนั้นต่างหากต้องได้รับผลกรรม" น้ำเสียงแข็งกร้าวแลดูจริงจังของภาคินทำเอาผู้เป็นมารดาอกสั่นหวาดผวาไม่ไหว

"พ่อ คุณหญิงจารวี คุณภาคีพวกเธอไม่ได้ทำอะไรผิดเลยนะลูก คนที่ผิดก็คือแม่เอง..." คุณอรุณียืดอกยอมรับความจริงในสิ่งที่ตัวเองก่อเอาไว้ หากวันนั้นหล่อนไม่ง่ายยินยอมผู้ชายคนนั้นและเชื่อเขาอย่างหมดจดแล้วย้อนกลับมาเอะใจดูสักนิดว่าคนเพียบพร้อมทั้งหน้าที่การงาน ฐานะ ชาติสกุลเลิศหรูจะมาจริงจังกับผู้หญิงบ้านนอกคอกนาลูกสาวคนหากุ้ง หอย ปู ปลา เป็นชาวประมงแล่นเรืออยู่ในท้องทะเลได้อย่างไร "เป็นแม่เอง แม่ผิดเอง แม่เป็นเมียน้อยเขา แม่ทำให้คุณจารวีต้องเจ็บช้ำน้ำใจ"

"แต่คนที่ลากแม่เข้าไปในวงเวียนนั้นก็คือพ่อ! พ่อไม่ยอมปล่อยให้แม่ไปใช้ชีวิตอิสระ พ่อเหนี่ยวรั้งแล้วกักขังแม่เอาไว้ในบ้านหลังเล็กๆอันแสนมอสอ เป็นผู้หญิงในความลับ เป็นตุ๊กตาเริงระบำ...และไปเสวยสุขกับเมียแต่ง พ่อไม่เคยปกป้องแม่ พ่อปล่อยให้แม่ใหญ่มาทำร้ายพูดจาข่มเหงแม่สารพัดโดยที่เขายืนมองเฉยๆไม่ตอบโต้หรือคัดค้านแม้สักคำเดียว" ภาคินผ่านชีวิตช่วงนั้นมาหมดทุกสรรพสิ่งแล้ว...ตั้งแต่รู้ความจริงเขาเฝ้ามองมารดานั่งร้องห่มร้องไห้เสียใจไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งในรอบเดือน

เขาเห็นมารดาลงครัวทำอาหารตั้งแต่บ่ายสามในวันที่คนคนนั้นสัญญาดิบดีเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าจะมาหา ยังจำได้ดีทุกอย่างที่วางอยู่บนโต๊ะล้วนเป็นของโปรดของพ่อ แต่สุดท้ายแม่ก็ต้องนั่งรอเก้อ...เพราะเขาดันลืม ดันเสวยสุขอยู่กับเมียแต่ง

แม่ต้องทนทุกข์ก็เพื่อเขาคนนั้น...

เพราะอยากให้ภาคินเติบโตมาในสังคมที่มีคุณภาพเป็นผู้ลากมากดีอยู่ในชนชั้นที่คิดว่าเหมาะสมแล้ว...อยู่เพื่อให้เขาได้เรียนโรงเรียนดีๆ ให้เขาได้กินอาหารดีๆ ไม่ต้องไปทนลำบากตรากตรำหาเช้ากินค่ำ กินมื้ออดมื้อ ข้าวเคล้าปลาทอด ฟังคำดูถูกดูหมิ่นจากญาติพี่น้อง แต่ก็ต้องแลกกับศักดิ์ศรีของแม่...

"..." จริงอย่างที่ภาคินพูดทุกประการ "นี่...ลูกอยากกินขนมเค้กหน้าส้มหรือเปล่า เดี๋ยวแม่ว่าจะลงครัวทำซักชุดสองชุดแล้วเอาไปฝากขายที่ร้านหน้าปากซอยนี้ด้วย"

"อยากกินกับแม่ ขนมเค้กรสส้มฝีมือแม่อร่อยที่สุดเลย" และนี่เป็นอีกหนึ่งอย่างที่เขาตั้งใจว่าจะสานฝันให้แก่มารดา...นั่นก็คือเปิดร้านขายขนมเล็กๆให้คุณอรุณีได้ทำตามความปรารถนาของตนเองสักครั้ง เขาเชื่อว่ามันต้องขายดิบขายดีเทน้ำเทท่านั่งรับกำไรจนมือหงิกมืองอแน่ๆ

จำได้ว่าเมื่อก่อนแม่ของเขาเคยทำขายอยู่ครั้งหนึ่ง...แต่ก็ต้องเลิกราล้มเลิกความฝันไป เนื่องจากความหึงหวงส่วนตัวของคุณดำเกิงที่ไม่ชอบให้คุณอรุณีออกไปด้านนอกบ่อยครั้ง กะจะขังไม่ให้เห็นเดือนเห็นตะวันเลยกระมัง!

"ปากหวานจริงๆเลยนะ อะ นั่งรอตรงนี้ก่อน ดีนะเนี่ยที่ไม่ต้องรอนานเพราะแม่อบแป้งเค้กไว้เสร็จเรียบร้อยแล้วล่ะ เหลือแค่ปาดแย้งด้านบนก็สามารถทานได้เลย" คุณอรุณีหัวเราะยิ้มแย้มอย่างมีความสุขทุกครั้งที่ได้ใช้ช่วงเวลาในหนึ่งวันอยู่กับบุตรชาย

...

@ร้านอาหารเจ้าประจำหลังมหาวิทยาลัย

"นี่ถ้าฉันไม่โทรนัดก็คงจะไม่มีใครโผล่หัวมาสินะ" พิมพ์พลอยสาวสวยประจำกลุ่ม ที่ปัจจุบันนี้เป็นเจ้าของร้านขนมเล็กๆกำลังเปิดตัวอยู่ในห้างสรรพสินค้าชื่อดัง

"ก็ฉันทำงานนี่ ใครมันจะไปโชคดีเหมือนแกล่ะ ขายขนมอยู่ดีๆดันได้ลูกชายเจ้าของห้างมาเป็นผัวซะงั้น" ฟ้าใสเพื่อนสาวอีกคนหนึ่งซึ่งกำลังทำงานเป็นหัวหน้าฝ่ายการตลาดของบริษัทเดชาบวรสกุลกรุ๊ปแห่งเดียวกับมินตราเอ่ยขึ้น

"บุญวาสนากีกูสูง" แต่ก็ไม่สามารถโต้เถียงได้จริงๆ มีผัวเป็นถึงลูกชายเจ้าของห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ซ้ำพ่อแม่สามียังรัก ยังหลงเปรียบเสมือนลูกสาวอีกคนหนึ่งอีกด้วย นับได้ว่าโชคดีซ้อนสอง

แต่เธอเนี่ยสิ...เป็นเพียงนางบำเรอลับๆ เอาแค่ความสุขทางกาย ทางใจแค่ได้อยู่ใกล้เขาก็พึงพอแล้ว

"แล้วไหนไอ้พลกฤษณ์ไม่มาเหรอ" พลกฤษณ์คือเพื่อนผู้ชายคนเดียวในกลุ่มที่สนิทสนมกับพวกเธอมากที่สุด

"เห็นบอกว่ากำลังรีบมา แต่ไฟแดงด้านหน้าบริษัทมันรถติดมากก็เลยถึงช้าหน่อย" พิมพ์พลอยตอบคำถามของฟ้าใส "เออ แล้วนี่แกไม่คิดจะมีแฟนเลยเหรอยายมินตรา ดูฉันซิแต่งงานมาเกือบปีแล้ว ส่วนยายฟ้าใสก็เพิ่งจะได้ฤกษ์หมั้นหมายปลายเดือน 6 เหลือแค่แกคนเดียวแล้วนะ ระวังจะขึ้นคานไม่รู้ตัว"

"จริง แกก็หน้าตาสะสวยนะยายมินตรา ไม่ใช่ว่าจะขี้ริ้วขี้เหร่สักหน่อย หรือจะให้ยายพิมพ์พลอยแนะนำเพื่อนผัวมันที่รวยๆให้พิจารณาสักคนสองคนดีป่ะ ชีวิตของแกจะได้สุขสบาย" ฟ้าใสสนับสนุนเต็มที่ ก็ในกลุ่มนี้ที่คบหาสมาคมกันมาตั้งแต่สมัยมหาวิทยาลัยเหลือแค่มินตราคนเดียวนั่นแหละที่ยังคงครองสถานะโสด...

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • พันธะร้ายรักเมียเก็บ   บทที่ 45

    @2 เดือนผ่านไป พิธีวิวาห์สมรสของทั้งคู่ถูกจัดขึ้นอย่างรวดเร็วท่ามกลางความตื่นตะลึงและเสียงเห่ร้องตกใจจากพนักงานในบริษัทญาติสนิทมิตรสหายเพื่อนฝูงและคู่ค้าทางธุรกิจต่างๆ แต่รับรองได้เลยว่าไม่น้อยหน้าผู้ใด ระดับออแกไนซ์มืออาชีพอันดับต้นๆ ของเมืองไทยเนรมิตเองตั้งแต่ประตูงานยันอาหารการกิน ทรงผม ชุดเจ้าสาวเอย รองเท้าเอย แก้วเอย ผ้าปูโต๊ะเอยหรือแม้กระทั่งทิชชู่ที่หยิบใช้ก็เป็นของแบรนด์ของมีคุณภาพทั้งนั้น...ทำให้มินตราตกเป็นเป้าสนใจและเป็นที่อิจฉาของเหล่าสาวๆ ทั้งน้อยทั้งใหญ่ที่หมายปองปรารถนาอยากจะเข้ามาเป็นสะใภ้เศรษฐีหมื่นล้านตระกูลเดชาบวรสกุล...ตอนนี้คงเหลือแต่พี่คนโตไว้ให้เป็นเป้าหมายใหม่สำหรับใช้ยิงธนูแล้วเล็งไปยังจุดกึ่งกลางเขา ทว่าความเป็นไปได้ช่างน้อยแสนน้อยเหลือเกินเพราะแอบมีข่าวลือหลุดมาว่ากำลังกิ๊กกั๊กอยู่กับลูกนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ชื่อดังคนหนึ่ง......แล้ววันนี้ก็เป็นอีกวันหนึ่งที่ค่อนข้างสำคัญเป็นอย่างมากนั่นก็คือมินตราและภาคินจะได้รู้เพศลูกตัวเอง ซึ่งถูกจัดขึ้นตามสไตล์ของพวกชนชาติทางฝั่งตะวันตกฝั่งตะวันออกที่นิยมให้พ่อแม่มาลุ้นเพศลูกโดยจะมีเพียงหนึ่งคนเท่านั้นที่รับรู้นั่น

  • พันธะร้ายรักเมียเก็บ   บทที่ 44

    ผ่านไปประมาณเกือบครึ่งชั่วโมง ประตูที่เคยถูกล็อคก็เปิดง้างออกเผยให้เห็นเรือนร่างแกร่งกำยำของชายหนุ่มที่มีชื่อว่าภาคินัย เดชาบวรสกุล สายตาของเขาซึ่งฉายมองทีเดิมช่างคลับคล้ายคับคลาเป็นดั่งพญาราชสีห์ สิงห์ เสือที่มีพละกำลังมาก ดูดุ ดูน่าเกรงขาม มิหวาดกลัวต่อใคร ทว่าตอนนี้กลับมีแต่แววรักฝังลึกอยู่เต็มเปี่ยม ความหวานเยิ้มดุจน้ำผึ้งเดือนห้าปรากฏชัด ค่อยๆ เดินเรียบแล้วหย่อนสะโพกนั่งท่าเทพบุตรลงบนพื้นตรงหน้าหญิงสาวที่เขาพึงใจรัก "ผมขอโทษ ผมขอโทษที่ผมทำแย่ๆ กับมินมาโดยตลอด ผมรู้ว่าคำขอโทษของผมมันไม่ได้ผล และมันไม่สามารถชดเชยชดใช้กับสิ่งที่ผมทำกับมินได้ แต่ผมอยากจะให้มินรู้ว่าผู้ชายคนนี้มันสำนึกผิดแล้วจริงๆ มันพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อไถ่โทษให้กับมิน" ภาคินก้มหน้างุดก่อนที่หยดน้ำจะเริ่มเอ่อล้นอาบสองพวงแก้วจรดบนพื้นกระเบื้องจนกลายเป็นคราบกว้าง "..." "ผมรู้ว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาผมไม่เคยดีกับมินเลย ผมเป็นผู้ชายร้ายๆ เป็นผู้ชายห่วยแตกที่ปากจัด อารมณ์ร้าย หัวร้อนไม่ฟังใคร รุนแรงในสายตาของมิน แต่ผมอยากจะขอโอกาสมินสักครั้งได้ไหม ขอโอกาสให้ผมได้ดูแลลูก ให้ผมได้ดูแลมิน ให้ผมได้ทำหน้าที่ของพ่อและหน้า

  • พันธะร้ายรักเมียเก็บ   บทที่ 43

    แล้วจะให้เธอทำเช่นไรล่ะ ในเมื่อนี่คือความสัตย์จริงที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เธอพูดถึงหลักความเป็นจริง หลักความเป็นไปของชีวิตที่คนทุกคนล้วนได้พบเจอเธอเห็นมานัดต่อนัดแล้วล่ะ ทั้งคนรอบตัว รอบกาย ญาติสนิทมิตรสหาย เพื่อนฝูงหลายต่อหลายเหล่า ยามที่คนรู้จักกลับไปกินของเก่า กลับไปกินขี้ที่ตัวเองพยายามตะเกียกตะกายฉุดรั้งขึ้นมาเพื่อให้หลุดพ้นก็มักจะถูกหัวเราะเยาะถูกว่ากล่าวซ้ำเติมสารพัดสาระเพ"แต่นี่แม่ แม่ไม่ใช่คนพันนั้น แม่ไม่ใช่พวกที่จะมานั่งหัวเราะเยาะลูก มินไม่จำเป็นต้องอาย แม่บอกมินเสมอว่าเวลาที่มินมีอะไรมินสามารถพูดคุย มินสามารถบอกแม่ได้ ถึงแม่จะให้ความปรึกษา ให้ความช่วยเหลือมิได้ไม่มากพอแต่แม่คนนี้ก็พร้อมรับฟังลูกเสมอ" คุณกลิ่นแก้วเลื่อนแขนเรียวบางขึ้นไปจับบ่าของลูกสาว "มินไม่ผิดเลยลูกที่มินจะยังรักคุณภาคินและมินอยากตัดสินใจให้โอกาสคุณภาคินอีกครั้ง มินไม่ได้เป็นคนโง่แต่เพราะมินรักเขา เพราะเขาคือผู้ชายที่มินรักต่างหากล่ะ ข้อนี้ที่มินควรจะสนใจมากที่สุด แม่ขอถามหน่อยคนพวกนั้นที่มินคิดว่าเขาจะมาหัวเราะเยาะมิน เขาได้หากับข้าวหุงข้าวหุงปลา หาเงินทำให้มินมีความสุขเหมือนตอนนี้ได้หรือเปล่า คนที่

  • พันธะร้ายรักเมียเก็บ   บทที่ 42

    โคร้ม!!"คุณ!!!" วินาทีแรกที่ภาพเขากำลังหล่นร่วงจากต้นไม้ฉายเข้ามาในแววตา โสตประสาทการรับรู้ของมินตราเธอก็รีบลุกขึ้นพรวดพราดเข้าไปประคองเขาอย่างอัตโนมัติราวกับหัวใจกดรีโมทคอนโทรลสั่งมาเสียกระนั้น"โอ๊ย!! ผมเจ็บมากเลยครับมิน" ใจหนึ่งก็เจ็บปวดรวดร้าวไปทั้งเรือนร่างจริงๆ นั่นแหละ แต่ก็อาจใส่จริตใส่มารยาสาไถของเพศหญิงที่มักจะชอบใช้กับพวกผู้ชายด้วยหน่อยเพื่อออดอ้อนออเซาะเรียกร้องความเห็นใจจะได้อยู่ใกล้ชิดกับมินตรามากยิ่งๆ ขึ้นไปอีก"เจ็บมากไหม" สีหน้าของหญิงสาวดูเป็นกังวลและแสดงออกถึงความห่วงใยอย่างเห็นได้ชัดเจนแจ่มแจ้งจนรู้สึกว่ามันค่อนข้างตรงข้ามกับทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอเคยพยายามปฏิเสธเขาสารพัด ทว่าแท้จริงแล้วในใจไม่ได้คิดหรือไม่ได้รู้สึกเช่นนั้นเลยด้วยซ้ำ "เจ็บมากเลยครับ..." ชายหนุ่มซบลงบนเนินหน้าอกของมินตราแล้วโอบกอดเรือนร่างเธอเอาไว้ "กล้าไปเอารถออกแล้วก็ช่วยตามคนงานมาซัก 2-3 คนด้วย ฉันจะพาคุณภาคินไปโรงพยาบาล" "ครับ""มินเป็นห่วงผมเหรอครับ ดีใจจังเลยมีคนเป็นห่วงด้วย" เขาแอบยิ้มเล็กยิ้มน้อย"อย่าสำคัญตัวเองผิดไปหน่อยเลย ฉันไม่ได้เป็นห่วงเป็นใยอะไรคุณสักนิด แต่ที่ฉันทำลงไปทั้งหมดก็เพร

  • พันธะร้ายรักเมียเก็บ   บทที่ 41

    รุ่งเช้าวันถัดมา...ยามนี้พระอาทิตย์ทอแสงจ้าสว่างไสวมีสายลมพัดปลิวให้ความร่มเย็นใต้โคนต้นทุเรียนหมอนทองของจังหวัดจันทบุรี ซ้ำเห็นคนงานชาวสวนทั้งลูกเด็กเล็กแดง เพศสตรีและเพศบุรุษมาทำงานกันอย่างขะมักเขม้นไม่ให้แคล้วคลาดหรือเสียเวลาสักนาทีเดียว...ภาคินยังคงลุกขึ้นทำอาหารตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อคอยเอาอกเอาใจดูแลปรนนิบัติพัดวีมินตราและเจ้าตัวเล็กที่กำลังต้องการสารอาหารอย่างครบถ้วนอยู่ในครรภ์...เขาแทบจะกลายเป็นลูกเขย กลายเป็นคนรับใช้และกลายเป็นแม่ครัวคนหนึ่งของบ้านหลังนี้ไปเสียแล้ว ทั้งๆ ที่ปกติไม่เคยแม้กระทั่งเหยียบย่างเข้ามาในห้องสี่เหลี่ยมแล้วลงมือหั่นผัก หั่นหมู หั่นเนื้อ หั่นไก่ด้วยตนเองสักครั้ง"ข้าวต้มไก่ไข่พร้อมกับตับครับ อาหารพวกนี้จะช่วยบำรุงมินและลูกให้แข็งแรง" "เอาวางไว้ตรงนั้นแหละ มีธุระอะไรทำก็ไปทำเสีย อย่ามายืนหัวโด่เกะกะรกหูรกตาอยู่ตรงนี้ สุขภาพทัศนวิสัยการมองเห็นฉันจะเสียเอาเปล่าๆ" แม้นพูดจาถากถางน้ำใจแต่ก็ไม่กล้าสบหน้ากับเขาเพราะกลัวใจตัวเองหวั่นไหวจึงจำเป็นต้องเบี่ยงเบนศีรษะเอนเอียงไปทางอื่นหลบหลีกให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้"ครับ" ภาคินทำได้เพียงกล้ำกลืนฝืนทนยอมรับกับชะตา

  • พันธะร้ายรักเมียเก็บ   บทที่ 40

    ภาคินไม่รู้จะทำเช่นไรจึงนำอาหารที่ตนเองปรุงเสร็จเรียบร้อยแล้ววางไว้ด้านหน้าห้องพร้อมกับเขียนโปสการ์ดบนกระดาษโพสอิทแผ่นเล็กๆ ไว้ว่า'กินข้าวเย็นเยอะๆ นะครับ สุขภาพร่างกายจะได้แข็งแรง ผมไม่ได้เป็นห่วงแค่ลูกแต่ผมเป็นห่วงมินด้วย' แต่ก็ไม่รู้เลยว่าเธอจะกินหรือเอาไปเททิ้งให้หมา...มินตราใจแข็งชะมัดยาก หากตามงอนง้อขอคืนดีเห็นทีคงใช้เวลานานพอสมควร ถ้าเป็นเช่นนั้นเขาคงต้องรีบเร่งรวบรัดจับหัวจับท้ายกินกลางตลอดตัว ไม่ให้ดิ้นหลุดด้วยวิธีการของตนเอง!บรรยากาศแห่งค่ำคืนนี้ค่อนข้างเงียบสงัดได้ยินเพียงเสียงจั๊กจั่นเรไรร้องแซ่ซ้องก้องกังวาลเมื่ออาศัยช่วงจังหวะดีแท้แลแล้วว่ามิมีผู้ใดพลุกพล่าน ภาคินลุกย่องออกจากเต็นท์ซึ่งกางอยู่บริเวณชานระเบียงหน้าบ้านค่อยๆ ย่องเลียบผ่านด้านข้าง ก่อนใช้ราวบันไดที่ตนเองเสาะเล็งเอาไว้พาดลงบนระเบียงด้านบนตรงกับห้องของมินตรา ชายหนุ่มรูปร่างแกร่งกำยำก้าวขาฉับ ส่วนสองมือนั้นไซร้กำลังจับราวบันไดปีนป่ายขึ้นไปคล้ายกับพวกโจร 500 อย่างมุ่งมั่นและมีจิตใจแน่วแน่ในการกระทำเรื่องสิ้นคิดเช่นนี้... มินตราคงชะล่าใจ บวกกับนี่เป็นชนบทแถวจังหวัดจันทบุรีเหตุไม่ค่อยพลุกพล่าน ชาวบ้านส่วนใหญ่

  • พันธะร้ายรักเมียเก็บ   บทที่ 5

    "..." มินตราทำได้เพียงหัวเราะเสียงเจื่อนๆ จะให้กล้าบอกเพื่อนสนิทอย่างไรล่ะว่าตอนนี้เธอไม่ครองโสด...คานที่เคยรอรับจนใยแมงมุมทำรังออกใช้งานเป็นที่เรียบร้อยแล้วเพียงแค่ไม่มีสถานะคู่นอนของเจ้านาย... "ไม่ต้องมาทำเป็นหัวเราะกลบเกลื่อนเลยนะยายมินตรา! ถ้าเกิดแกมัวชักช้าลีลาอยู่แบบนี้เนี่ยมีหวังได้ขึ้นคานท

  • พันธะร้ายรักเมียเก็บ   บทที่ 3

    มินตราสะลึมสะลือตื่นขึ้นมารับเช้าวันใหม่...เธอลุกขึ้นนั่งหลังตรงกระชับผ้าห่มนวมผืนนุ่มสีขาวสะอาดขึ้นไว้บนเนินหน้าอกแล้วชำเลืองตามองข้าวของกระจัดกระจายที่หล่นรอบๆห้องรับแขกด้วยความจำใจ และแล้วเช้าวันนี้เธอก็ไม่ได้เจอหน้าภาคินเช่นเคย เนื่องจากทุกครั้งที่เขาแวะเวียนมาหาเพื่อทำเรื่องอย่างว่า...ก็ไม่

  • พันธะร้ายรักเมียเก็บ   บทที่ 2

    จะว่าไปมินตราก็อดเสียดายพรหมจรรย์ที่แม่ให้มาไม่ได้...แต่ก็คุ้มอยู่แหละ หากเขาเป็นคนเปิดมัน... อย่างน้อยๆเขาก็มีส่วนดี...เขาทำให้เธอดูเป็นผู้เป็นคนและมีสง่าราศีสมฐานะเลขานุการที่สามารถยืนข้างๆเขาได้โดยไม่อายใครขึ้นบ้าง นั่นก็คือปรุงโฉม ปรับเปลี่ยนการแต่งกายใหม่หมดตั้งแต่หัวจรดเท้าไม่เว้นแม้กระทั่งท

  • พันธะร้ายรักเมียเก็บ   บทที่ 1

    "นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!" ภาคิน หรือ ภาคินัย เดชาบวรสกุล วัย 30 ปี ชายหนุ่มเอเชียไทยแท้ตั้งแต่หัวจรดเท้า รองประธานคณะกรรมการบริหารบริษัทเดชาบวรสกุลกรุ๊ป บริษัทโฆษณายักษ์ใหญ่...กำลังใช้ฝ่ามือฟาดลงบนโต๊ะของผู้เป็นบิดาซึ่งคือซีอีโออย่างแรงด้วยความโมโห "เอะอะโวยวายอะไร ฉันไปทำอะไรให้แกไอ้ภาคิน" คุณดำเ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status