로그인อัยย์ลดา
วันนี้อารมณ์ของฉันมันถาโถมปั่นป่วนไปหมด ปกติฉันก็เป็นพวกน้ำตาร่วงในงานแต่งอยู่แล้ว แต่การได้เฝ้ามองเพื่อนสนิทที่สุดในชีวิตแต่งงานกับผู้ชายที่เธอรัก มัน...ฉันตื้นตันจนพูดอะไรไม่ออก
ฉันเฝ้าดูความสัมพันธ์ของทั้งคู่เติบโตมาตลอดหลายปี และรู้ดีตั้งแต่วันแรกที่พวกเขาออกเดตกันว่านาตาลีเจอคนที่ใช่แล้ว เขาปกป้องเธอ ให้เกียรติเธอ และทะนุถนอมเธอในแบบที่หาได้ยากเหลือเกินในโลกทุกวันนี้ การได้เห็นพวกเขาสองคนอยู่ด้วยกันมันช่างสมบูรณ์แบบและมันทำให้ฉันใจฟูขึ้นมา เติมความหวังว่าสักวันฉันอาจจะได้มีความสุขแบบนั้นบ้าง
และที่หนักไปกว่านั้น ผู้ชายที่ฉันเฝ้าโหยหาและคิดถึงมาตลอดห้าปีเต็มเขากลับมาแล้ว กลับเข้ามาอยู่ในวงโคจรของฉันอีกครั้ง
ฉันรู้ว่าเขาต้องมาที่นี่ เขาเป็นพี่ชายคนเดียวของนาตาลีนี่นา และทันทีที่เขาส่งรอยยิ้มบ้า ๆ นั่นมาให้จากอีกฟากของห้องจัดเลี้ยง ฉันก็แทบจะทรุดลงไปกองตรงนั้น
ฉันพร่ำบอกตัวเองซ้ำ ๆ ว่าต้องใจเย็น ๆ นี่มันห้าปีแล้วนะที่เราไม่ได้เจอกัน ไม่มีทางที่เขาจะยังสนใจฉันอยู่ แต่เผื่อว่าเขาสนใจฉันก็สั่งตัวเองไว้อย่างเด็ดขาดว่าต้องอยู่ห่าง ๆ เพราะชีวิตฉันมันเปลี่ยนไปมากหลังจากที่เขาจากไป
แต่แล้วเขาก็มองฉันด้วยดวงตาสีฟ้าลุ่มลึกคู่นั้น และฉันก็เหมือนถูกตรึงขยับตัวไม่ได้แม้แต่จะหายใจ ฉันกลับไปอยู่จุดเดิม จุดที่ฉันเปราะบางแพ้ทางเสน่ห์ของเขาอย่างสมบูรณ์
ฉันเคยคิดว่าตัวเองเข้มแข็ง ฉันเรียนรู้อะไรมากมายตลอดห้าปีที่ผ่านมา แต่ทั้งหมดที่สร้างมากลับมลายหายไปเพียงเพราะสายตาคู่เดียวของแดเนียล ฉันต้องคุมสติต้องไม่ยอมถลำลึกเหมือนครั้งที่แล้ว
พูดง่ายกว่าทำ ในเมื่อตอนนี้ฉันกำลังซบหน้าอยู่กับไหล่เขา ยกแขนพันรอบคอในอ้อมกอดที่รัดแน่น กลิ่นกายของเขามันช่างคุ้นเคยราวกับเราย้อนกลับไปคืนนั้น...คืนส่งท้ายปีเก่า...สัมผัสของเขา สะโพกของเขาที่เบียดชิด ความตื่นตัวที่ดุนดันอยู่ในกางเกง มันปลุกเร้าจนฉันแทบขาดใจ แต่เมื่อนึกถึงผลลัพธ์ของค่ำคืนนั้น ฉันรู้ว่าครั้งนี้ฉันต้องมีสติ ฉันต้องต้านทานให้ได้
เมื่อเสียงเพลงแผ่วลงเขากอดรัดฉันแน่นขึ้นอีกก่อนจะค่อย ๆ วางฉันลงบนพื้น ฉันเงยหน้าสบตาสีฟ้าคู่นั้น เขารู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ ฉันฝืนยิ้มและหันหลัง
ฉันหายใจไม่ออก ฉันพูดอะไรไม่ได้ ฉันต้องการเวลาส่วนตัวเดี๋ยวนี้ ฉันต้องการเวลาที่จะได้อยู่กับตัวเองลำพัง
เขามองตามขณะที่ฉันเดินจ้ำอ้าวไปยังห้องน้ำ ฉันเลี้ยวเข้าห้องน้ำและชะงักเมื่อเห็นนาตาลีกำลังทุลักทุเลอยู่กับชุดเจ้าสาวของเธอ เธอเงยหน้ามายิ้มแล้วก็หลุดหัวเราะออกมา
“แน็ต นี่เธอทำบ้าอะไรอยู่น่ะ”
“ฉันปวดฉี่ แล้วไม่มีใครอยู่ช่วย เลยต้องถอดชุดออกเอง ทีนี้ก็รูดซิปกลับไม่ขึ้น”
“โอ๊ยตาย” ฉันระเบิดหัวเราะตาม “เธอนี่มันจริง ๆ เลย”
ฉันเดินไปช่วยจัดชุดให้เข้าที่ เธอดูมีความสุขมาก ฉันไม่อยากทำลายมันเลย แต่ฉันต้องการใครสักคน
“พี่ชายเธอกับฉัน...เต้นรำด้วยกัน”
“รู้แล้ว ฉันเห็น” เธอตอบด้วยยิ้มรู้ทัน
“ฉันสับสน เขาเพิ่งกลับมา แต่มันเหมือนเขาไม่เคยหายไปไหน”
“อัยย์ เธอโอเคหรือเปล่า”
“ฉันเหรอ อื้อ...โอเคสิ” ฉันโกหก
“แล้ว...เธอจะบอกพี่แดนเรื่องน้องแทนหรือเปล่า”
คำพูดนั้นคือสิ่งที่ฉันกลัวที่สุดว่าจะต้องได้ยินจากปากเธอ ฉันอุตส่าห์สร้างเรื่องโกหกที่รัดกุมเกี่ยวกับพ่อของน้องแทนคุณ บอกทุกคนว่าเป็นลูกของผู้ชายที่ฉันเผลอไปมีวันไนต์แสตนด์ด้วยแล้วพลาด
แต่ฉันรู้ว่าฉันโกหกนาตาลีไม่ได้ เธอรู้จักฉันดีเกินไป และที่สำคัญเค้าหน้าลูกครึ่งของแทนคุณมันฟ้องชัดเสียยิ่งกว่าอะไรว่าพ่อของแกคือใคร
เราสองคนแค่ไม่พูดถึงมันออกมาตรง ๆ จนกระทั่งวันนี้
แดเนียลผมยืนรออยู่ที่หน้าซุ้มพิธี กวาดสายตามองแขกเหรื่อที่มาร่วมเป็นสักขีพยาน ผมรู้ดีว่าคงไม่มีใครคาดคิดว่าจะได้เห็นวันนี้ วันที่เพลย์บอยอย่างผมจะยอมลงหลักปักฐานมีภรรยามีครอบครัวเป็นตัวเป็นตนให้ตายสิ แม้แต่ตัวผมเองก็ยังแทบไม่อยากจะเชื่อสายตาแต่ตอนนี้ผมกำลังยืนอยู่ตรงนี้จริง ๆ มือข้างหนึ่งกุมมือมือน้อย ๆ ของน้องแทน ลูกชายสุดที่รักเอาไว้ และเฝ้ารอวินาทีที่แม่ของเขาจะเดินผ่านประตูเข้ามาอย่างใจจดใจจ่อตอนแรกอัยย์อยากให้น้องแทนเป็นคนเดินส่งตัวเธอ แต่เจ้าตัวเล็กกลับยืนกรานเสียงแข็งว่าเขาอยากเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวยืนข้างพ่อมากกว่า หน้าที่อันทรงเกียร
อัยย์ลดาอุ่นใจเหลือเกินที่ได้กลับมาฉลองเทศกาลปีใหม่ที่บ้านของแม่ เผลอแป๊บเดียวก็ผ่านไปหนึ่งปีเต็มแล้วนับตั้งแต่แดเนียลกลับเข้ามาในชีวิตของเรา ฉันนึกไม่ออกเลยจริง ๆ ว่าชีวิตจะมีความสุขและลงตัวไปกว่านี้ได้ยังไงหลังจากที่เราตกลงเป็นครอบครัวเดียวกัน ฉันกับน้องแทนก็ย้ายเข้าไปอยู่ที่เพนต์เฮาส์ของเขา แม้ที่นั่นจะสะดวกสบายแค่ไหนแต่เราก็ยังยึดธรรมเนียมเดิมคือต้องกลับมานอนค้างที่บ้านแม่ในคืนส่งท้ายปีเก่าเพื่อรอนับถอยหลังเข้าสู่ปีใหม่ด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตาคืนนี้นาตาลีกับปัณณ์ก็มาร่วมวงด้วย บ้านตึกแถวหลังเล็กของเราเลยอัดแน่นไปด้วยความอบอุ่นและเสียงหัวเราะ 
แดเนียลริมฝีปากของเรายังคงบดเบียดแลกเปลี่ยนลมหายใจกันอย่างดูดดื่มขณะที่ผมค่อย ๆ ทาบทับร่างนุ่มนิ่มของอัยย์ลงกับผืนเตียงผมสอดมือเข้าไปใต้ชายเสื้อยืดตัวสวยของเธอ ลูบไล้ผิวเนื้อเนียนละเอียดที่ผมเฝ้าฝันถึงก่อนจะค่อย ๆ ถลกมันขึ้นดึงผ่านศีรษะเธอออกไปแล้วเหวี่ยงทิ้งลงข้างเตียงอย่างไม่ไยดี ผมเอื้อมมือไปด้านหลังปลดตะขอบราลูกไม้สีหวานด้วยความชำนาญ รั้งมันออกไปให้พ้นทาง ปล่อยให้ทรวงอกอวบอิ่มเป็นอิสระและตกอยู่ในการกอบกุมของผมเต็มสองมือผมผละริมฝีปากออกมาเพื่อจ้องมองใบหน้าหวานที่แดงซ่านและหอบสะท้าน ใช้นิ้วหัวแม่มือบดคลึงยอดอกสีสวยที่กำลังแข็งขึงสู้มือเรียกเสียงครางแผ่วหวานจากลำคอระหง ภาพตรงหน้าสวยงามยิ่งกว่างานศิลปะชิ้นไหนในโลก
อัยย์ลดาฉันไม่เคยคาดคิดเลยว่าการที่แดเนียลโผล่มาที่หน้าบ้านวันนี้จะทำให้โลกทั้งใบของฉันกลับตาลปัตรไปหมดแวบแรกที่เห็นหน้าเขาความโกรธมันพุ่งขึ้นหน้าจนตัวสั่น เขากล้าดียังไงคิดว่าแค่หอบของขวัญกองโตมาแล้วจะเดินดุ่ม ๆ เข้ามาในชีวิตของน้องแทนได้ง่าย ๆ งั้นเหรอ โดยที่ไม่คิดจะปรึกษาหรือขออนุญาตฉันสักคำเนี่ยนะฝันไปเถอะ ฉันไม่มีวันยอมให้เขาเข้ามาปั่นหัวเราสองแม่ลูกเล่นแน่ ๆ โดยเฉพาะเมื่อฉันยังระแวงว่าเขาอาจจะมีแผนร้ายอะไรซ่อนอยู่แต่พอได้ฟังสิ่งที่เขาพรั่งพรูออกมา ได้เห็นแววตาที่เจ็บปวดและสำนึกผิดของเขาจริง ๆ หัวใจที่พยายามจะแข็งกร้าวของฉันก็เริ่มอ
แดเนียลผมอาจจะคิดผิดมหันต์ที่บุกมาหาอัยย์ถึงบ้านโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้าแบบนี้ ผมยืนนิ่งอยู่หน้าตึกแถวเก่า ๆ ที่แสนคุ้นเคย แหงนมองแสงไฟปีใหม่ระยิบระยับที่ลอดออกมาจากหน้าต่างชั้นบน เสียงแตรรถและเสียงอึกทึกของเมืองรอบกายดูเหมือนจะดับหายไปหมด เหลือเพียงเสียงหัวใจของผมที่เต้นกระหน่ำดังกลบทุกสรรพเสียงจนผมแทบคิดอะไรไม่ออกอัยย์ลดากับน้องแทนคุณกำลังใช้ชีวิตอยู่หลังประตูบานนั้น พยายามก้าวผ่านความเจ็บปวดที่ผมก่อไว้ แต่ผมรู้ดีว่าจิตวิญญาณของผมคงไม่มีวันสงบสุขถ้าวันนี้ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อสารภาพความในใจและแสดงความรับผิดชอบอย่างลูกผู้ชายต่อแม่ของลูกเธอแบกรับความลับนี้มานานเกินพอแล้ว และครั้งนี้ถึงตาผมแล้วที่จะต้องก้าวออกมาปกป้องพวกเขา ที่สำคั
อัยย์ลดาฉันยืนเหม่อลอยพิงเคาน์เตอร์ครัว สองมือประคองแก้วกาแฟอุ่น ๆ พลางปล่อยความคิดให้ล่องลอยกลับไปในช่วงหลายวันที่ผ่านมาแม้ว่าฉันจะเลิกร้องไห้ฟูมฟายไปแล้ว แต่ก้อนความเศร้าขนาดมหึมาก็ยังคงจุกแน่นอยู่ในอก มันอัดอั้นจนแทบหายใจไม่ออก ฉันพยายามกลืนกินความโกรธและความเสียใจลงไปลึกสุดใจ แต่มันก็เหมือนระเบิดเวลาที่รอวันปะทุขึ้นมาอีกครั้งฉันตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าจะต้องกันแดเนียล ออกไปจากชีวิตของฉันและชีวิตของน้องแทนให้ได้ ฉันต้องเข้มแข็ง ต้องยึดมั่นในทางเลือกนี้จนถึงตอนนี้มันก็ไม่ได้ยากเย็นอะไรนัก เพราะฉันไม่ได้ยินข่าวคราวอะไรจากเขาอีกเลยนับตั้งแ







