เข้าสู่ระบบลลินกับอบเชยมองหน้ากันแบะปากและพูดแซะอย่างพร้อมเพรียงกัน “ตอแหล!”
ใช่ใครมันจะไปรู้ดีเท่าเพื่อนสองคนนี้อีกเล่า แต่เรื่องอะไรจะยอมรับล่ะ
และหลังกินข้าวกลางวันเสร็จต่างคนก็แยกย้ายกลับคอนโด ซึ่งคอนโดทั้งสามอยู่ในละแวกเดียวกัน เพียงแต่คอนโดของข้าวหอมจะหรูที่สุด เพราะพ่อกับแม่ไม่ค่อยมีเวลามาดูแลลูกสาว จึงเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูก แต่หารู้ไม่ว่านั่นมันจะเปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาล เพราะเมื่อเห็นคนใส่แว่นที่คุ้นเคยกันดีตรงเข้ามาในลิฟต์พร้อมกับมองเธออย่างต้องการเอาเรื่อง
“นี่พี่ตามเรามาถึงคอนโดเลยหรือไง”
“เราหรือเปล่าที่ตามพี่มา” ออสตินกดยิ้มมุมปากมองคนด้านข้างด้วยแววตาใสซื่อ แต่ทว่าสีหน้าต่างกับแววตาสิ้นเชิง
“ติดใจงั้นสิ” ความมั่นหน้าในการนอนแข็งเป็นหินของข้าวหอม ยังมีหน้าตีฝีปากกล้าท้าทายเขา แต่แล้วก็โดนเขาย่างสามขุมเข้ามาพร้อมยกแขนกักเอาไว้ไม่ให้หนีไปไหน
“เราหรือเปล่าที่ติดใจ...” ขณะที่ชายหนุ่มกำลังจะเอ่ยประโยคถัดไปเสียงลิฟต์ก็ดังขึ้นก่อน
ติ๊ง!
ไวกว่าความคิดเพราะห้องของเขาถึงก่อนจึงจับข้อมือยายตัวแสบที่ให้ค่าตัวเขาแค่สามพันออกมาจากลิฟต์แล้วแตะบัตรเข้าไปในห้องทันทีแบบไม่ทันได้ร้องให้คนช่วย
“กรี๊ด! พี่จะทำอะไรน่ะ”
“ไม่เอาเหรอเงินทอนน่ะ” เขาผลักยายตัวแสบเข้าห้องแล้วก็จัดการล็อกประตูอย่างแน่นหนา จากนั้นก็ค่อย ๆ ปลดกระดุมทีละเม็ดด้วยรอยยิ้มเหี้ยม จนคนมองรู้สึกกลืนน้ำลายเหนียวลงคออย่างยากลำบาก
“ดะ...เดี๋ยวพี่ออสตินใจเย็น ๆ คือว่า...”
“วันนั้นหนีทำไม ไม่ถึงใจเหรอ” พูดพร้อมกับสะบัดเสื้อนักศึกษาทิ้งไปที่พื้นก่อนจะจับยายตัวดีมาคุยกันบนเตียง และเขาจำได้ว่ายายนี่ติดค้างเรื่องที่บอกว่าจะอมเขาทั้งคืน
“ปะ...เปล่ามันดี...มันดีมากถึงขนาดให้ค่าตัวเลยไง” ข้าวหอมเห็นทางรอดเดียวคือต้องชมเท่านั้น อวยให้สุดแล้ว
“สามพัน?” พูดแล้วก็หัวเสียเขาทำให้ขนาดนั้นให้ค่าตัวเขาแค่สามพันมันดูถูกไปหน่อยหรือเปล่า
“หรือพี่จะเอาอีกล่ะ วันนั้นหนูมีเงินเท่านั้นไงก็เลยให้แค่สามพัน หากพี่เอาอีกเดี๋ยวหนู...” ข้าวหอมทำท่ารื้อค้นกระเป๋าหาเงินแต่ทว่ากลับโดนอีกคนจับมันโยนส่ง ๆ ไปที่พื้นแล้วผลักเธอให้นอนราบกับเตียงนอน
“ดะ...เดี๋ยวก่อน” ข้าวหอมรู้ว่าตัวเองยังไม่พร้อมหากโดนของใหญ่อีกครั้งมีหวังได้จุกแน่
แต่เหมือนอีกคนจะไม่ฟังเธอใบหน้าคมคายของเขาซุกไปตามซอกคอขาวผ่องคล้ายอยากสำรวจบางอย่างจากนั้นเขาเงยหน้าขึ้นมองเธอด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่มก่อนจะเอ่ยขึ้น
“จางเร็วไปนะ อุตส่าห์ทำรอยไว้”
สมองอันแสนเบลอของข้าวหอมประมวลผลอย่างรวดเร็วจากนั้นก็เข้าใจได้ทันทีว่าเขาหมายถึงรอยอะไร สองมือของข้าวหอมรีบตะปบคอเสื้อทันที หากเขาทำรอยอีกพรุ่งนี้มีเรียนเธอต้องโดนเพื่อนล้อแน่ ๆ
“พอแล้ว...ลุกออกไปได้แล้วจะกลับห้อง”
“คิดว่าเข้ามาในห้องนี้แล้วจะออกง่าย ๆ เหรอ ห้องเธอ 404 อยู่ด้านบนแค่นี้มันไม่หนีไปไหนหรอก ไม่สู้มาเล่นอะไรสนุก ๆ กันก่อนไม่ดีกว่าเหรอ” ออสตินไม่เคยของขาด แต่ผู้หญิงตรงหน้าทำให้เขาติด ติดจนสามวันแล้วก็ยังไม่เลิกคิดถึงความขาวอมชมพูของร่องสาวอันน่ามองจนอยากจะยกซดอีกสักครั้ง
“ระ...รู้ด้วยเหรอ”
“มีอะไรที่ฉันอยากรู้แล้วไม่รู้บ้างล่ะ”
คราวนี้ข้าวหอมเหมือนรู้ว่าเล่นผิดคนแล้ว แต่ว่าเขาขึ้นชื่อเรื่องกินไม่ซ้ำนี่ แล้วกับเธอนี่เรียกอะไร
“ละ...แล้วลากฉันเข้าห้องมาทำอะไรล่ะ” เหมือนเป็นคำถามที่โง่ที่สุด แต่ว่าถามออกไปแล้วก็ต้องกัดริมฝีปาก
“ก็มาทำเรื่องของเราให้เสร็จยังไงล่ะ”
“สะ...เสร็จอะไร เราเสร็จแล้วนะวันนั้น”
“แต่ยังไม่สุด วันนี้เอาให้สุดไปเลย”
“พี่ออสติน...!” ร่างของเธอโดนจับให้นั่งตักเขาโดยที่สองแขนของเขากักตัวเธอเอาไว้แล้วเกยคางมนกับหัวไหล่ของเธออ่านเอกสารและเซ็นต่อไป “อยู่นิ่ง ๆ” “ทำงานก็ปล่อยข้าวหอมสิคะ” “ชอบทำท่านี้” คำว่าชอบทำท่านี้ของเขาทำให้เธอหวิวทีเดียว นึกถึงวันที่ทำหน้ากระจกเขากดเข้าข้างหลังจากนั้นก็จับเธอยกขึ้นสองขาชี้เป็นตัววีแล้วภาพของเขาที่กำลังมุดเข้ามาในตัวเธอเด่นชัดเสียจนเธอขมิบตอดแรงและรัวนัก ยามนึกถึงวันนั้นทีไรใจเธอก็เต้นระรัวใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นทันที ลมหายใจที่รินรดต้นคอของเธอทำให้เธออุ่นวาบไปทั้งอก แล้วไม่พอแค่นั้นมือหนาอีกข้างที่ว่างลูบขาเธอไปมาพาลให้รู้สึกสยิวอย่างบอกไม่ถูก “พี่ออสติน...ถามอะไรหน่อยสิ” เธอกัดริมฝีปากพยายามกลั้นเสียงครางแล้วพูดกับเขาให้คิดถึงเรื่องอื่นแทน “ถามมาสิ” เขาตอบแต่ก็ไม่หยุดจากการลูบ ๆ คลำ ๆ เนื้อตัวเมียของตนเอง “แฟนเก่าพี่เคยมาหาที่นี่ไหม” มือที่กำลังคลึงต้นขาของเธอชะงักแล้วก็เอาลงจากขาพร้อมกับเสียงตะกุกตะกัก ทำให้ข้าวหอมรู้สึกว่าเขาต้องกำลังปิดบังเธอแน่ ๆ “ปะ...เปล่า” “กี่ครั้งบอกมานะ”
หลังอาหารมื้อเย็นที่คุณมาลินีทำต้อนรับลูกสะใภ้อย่างเป็นทางการ หลังเจ้าลูกชายตัวดีง้อสำเร็จก็ถึงเวลานั่งคุยกันสักที ครั้งก่อนไปหาหนูข้าวหอมที่บ้านยังไม่ได้คุยอะไรกันมากเพราะว่ากำลังทะเลาะกับลูกชายอยู่ คราวนี้สบโอกาสเห็นคลิปที่เป็นไวรัลของเจ้าลูกชายตัวดีจึงถามเรื่องแต่งงาน “หลังเรียนจบแต่งงานเลยไหม แม่จะได้เตรียมตัวเอาไว้ล่วงหน้า ชอบจัดงานที่ไหน โรงแรม ริมทะเล หรือในสวน” ข้าวหอมยิ้มเขินเธอเพิ่งอยู่ปีสาม อีกสองปีกว่าจะเรียนจบมันก็ยังไม่ใช่ใกล้ ๆ นะ คุณแม่ของเขารีบร้อนจริง ๆ “แม่ครับ น้องเรียนแล้วยังต้องฝึกงานอีกนะครับ” “ดีสิ ฝึกที่บริษัทเราเดี๋ยวให้ผู้จัดการทั่วไปหาตำแหน่งฝึกให้ อยากทำตำแหน่งอะไรล่ะ” มาลินีไม่ท้อถามต่อว่าที่ลูกสะใภ้ที่เจ้าลูกชายจะเป็นจะตายเมื่อตอนทะเลาะกัน “ต้องฝึกเลขาของผมสิ จะฝึกตำแหน่งอื่นได้ยังไง” ข้าวหอมอมยิ้ม เขาไม่คิดจะให้เธอห่างเขาเลยหรือไง จึงแหย่เขาเล่น “คุณแม่คะ แผนกไหนผู้ชายเยอะ ๆ บ้างคะ ข้าวหอมอยากอยู่ตำแหน่งนั้น” พูดจบได้ยินเสียงขบฟันแต่ก็ไม่กล้าหันไปมอง หันมองแต่คุณแม่ที่กำลังคิดอย่างหนัก
ข้าวฟ่างโกรธจนเส้นเลือดขึ้นไปถึงดวงตา ทำให้น้ำตาคลอหน่วย เธอเป็นคนที่สวยมาก ๆ แต่เธอโดนผู้ชายปฏิเสธแบบไม่เหลือเยื่อใยได้อย่างไร “ฉันจะคอยดูว่าจะไปรอดได้สักกี่น้ำ” ข้าวฟ่างพูดจบก็เดินออกไปทันที ไม่รอให้มีคนนินทาเธอต่อได้อีก ในรถออสตินมองคนด้านข้างที่ยิ้มไม่หุบ ไม่รู้ดีใจอะไรนักหนาจนต้องถาม “ชอบเหรอที่พี่ทำแบบนั้น” “ชอบค่ะ ทำกับข้าวหอมคนเดียวนะ” ข้าวหอมโน้นใบหน้าเข้าไปจุ๊บแก้มเขาทีหนึ่งแล้วก็ถูไถกับแขนล่ำ ๆ ของเขา จนอีกคนเอามือที่จับพวงมาลัยมาลูบหัวเธอเบา ๆ “ก็จะทำแค่แฟนเท่านั้นแหละ คนอื่นไม่ทำหรอก” “ทำกับคนอื่นก็มีเรื่องน่ะสิ” ข้าวหอมแกล้งโกรธเขา รู้แล้วคนเนิร์ด ๆ อย่างพี่ออสตินคนนี้น่ารักที่สุดในโลก ตลอดสามเดือนที่ผ่านมาพิสูจน์ได้แล้วว่าเขาเป็นคนที่จริงใจกับเธอ และรักเธอจริง ๆ “ค้าบ กลัวแล้วค้าบ วันนี้ไปกินข้าวที่บ้านแม่ผมนะ” ต่อให้เกือบจะได้ขอแต่งงานไปแล้ว แต่ว่าเจ้าตัวก็ยังไม่รับนัดไปกินข้าวที่บ้านสักทีจนเขาที่อยากจะพาไปจะแย่รอไม่ไหว หากเป็นเมื่อก่อนผู้หญิงที่เข้ามาหาเขาอยากให้ไปเปิดตัวที่บ้านจะตายไป แต่ไม่มีใครได้สิทธิ์
เปิดเรียนวันแรกข้าวหอมก็มีสารถีรับส่งเป็นคนที่ประกาศออกโซเชียลว่าเธอเป็นคนที่เขาต้องการจะแต่งงานด้วย เมื่อมาถึงตึกคณะวิทยาลลินกับอบเชยก็ยืนหน้าบูดอยู่แล้วพร้อมกับรีบวิ่งเข้ามาหา “เพิ่งเสด็จรู้ไหมว่าคู่กรณีรออยู่” ลลินมาถึงก็รีบบอกทันที เธอหมั่นไส้ยายข้าวฟ่างอะไรนั่นมาก มั่นหน้าขนาดมานั่งรอเพื่อนเธอที่ตึกคณะดูก็รู้ว่าต้องการมาหาเรื่อง “ใครคู่กรณี ฉันยังไม่ได้ไปเหยียบหางใครเลยนะ” ข้าวหอมพูดติดตลก แต่เดาในใจว่าน่าจะบรรดาแฟนคลับของพี่ออสติน ขณะที่เธอกำลังล้วงเอามือถือจะส่งข้อความบอกเขา แต่กลับหาไม่เจอจนเธอคิดว่าน่าจะลืมไว้ที่รถแต่ด้วยเดินมาใต้ตึกแล้วขี้เกียจเดินกลับ จึงยืมโทรศัพท์เพื่อนโทรหาเขาเพื่อจะให้เอามือถือมาให้ “ข้าวฟ่าง อดีตพี่ออสตินผัวแกสิ มารอตั้งแต่เช้าล่ะ” อบเชยบอกเพื่อนให้รู้ตัว เพราะไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนี้จะมาไม้ไหนกันแน่ “ฉันก็ไม่มีอะไรจะพูดกับเขานะ จะมาดักฉันทำไม” ข้าวหอมไม่อยากเข้าไปยุ่ง เธอคิดแค่ปัจจุบันจะก้าวไปข้างหน้าอย่างไรมากกว่า “แต่ยายนั่นมีแน่ ฉันได้ข่าวว่านางพยายามตามหาพี่ออสตินนะ แต่ว่าเขาไม่รับสายเลยแล้วบล็อกด้วยมั้ง ก
“ถึงเราไม่ได้ใช้จมูกเดียวกันแต่ผมใช้หัวใจดวงเดียวกับคุณนะ ขาดคุณก็เหมือนขาดใจผมตายแน่ ๆ” ข้าวหอมมองอย่างหมั่นไส้แล้วก็สะบัดตัวเข้าไปแต่เมื่อเห็นว่าสิ่งที่อยู่ในห้องคืออะไรทำเอาเธอตกตะลึง ดอกกุหลาบสีขาวเรียงอยู่เต็มห้องพร้อมกับรูปถ่ายที่เคยถ่ายด้วยกันติดกับปลายริบบิ้นมีลูกโป่งลอยอยู่บนเพดานห้อง และแต่ละรูปนั้นเป็นรูปที่เขาแอบถ่ายโดยที่เธอไม่รู้ตัวตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาตอนเราคบกัน เมื่อเดินเข้ามาในห้องเสียงเพลงที่เธอชอบก็ดังขึ้น โดยด้านหลังมีเสียงปิดประตูพร้อมกับโปรเจคเตอร์ที่กำลังฉายเรื่องราวระหว่างเรา และเสียงที่ร้องเป็นเสียงของเขา ภาพที่เธองอแงแล้วกอดเขาแน่นเขาก็ถ่ายไว้ ภาพที่เธอเมาจนหมดสภาพก็ยังมีเขา ภาพที่กินมาม่าด้วยกัน ภาพที่หอมแก้ม ภาพที่เขากำลังสอบถามเภสัชกรเรื่องยาคุม พร้อมแคปชั่น คนแรกและคนเดียวที่ซื้อยาคุมให้ ภาพกินข้าวบ้านแฟนครั้งแรก เพิ่งรู้ว่าพะโล้เป็นของโปรดเธอ ภาพนั่งเข้ามุมพร้อมกับแคปชันเสือหงอยตอนเธอโกรธ ภาพนี้ทำให้เธอหัวเราะทั้งน้ำตา มันใช่มาก ๆ แต่เมื่อหันมามองก็เห็นอีกคนกำลังนั่งคุกเข่าแล้วชูกล
ตลอดปิดเทอมของข้าวหอม ออสตินไปเฝ้าอยู่ที่บ้านข้าวหอมทุกวันจนกลายเป็นแขกอีกคน ทั้งไปนั่งคุยกับคุณพ่อของข้าวหอม เข้าครัวทำอาหารกับคุณแม่ของเธอแต่อีกคนก็ไม่ค่อยคุยกับเขา ยกเว้นจะโผล่ไปคอมเมนต์ในโพสต์ ทำให้เขาโพสต์วันละสามที่โพสต์ เพราะอย่างน้อยเธอก็เหลือที่ให้เขาและเธอได้ตอบโต้กัน “เหนื่อยไหมลูก” พิสิษถามว่าที่ลูกเขย เพราะเข้าใจหัวอกคนที่รักกันดี ตอนที่ง้อแม่ของข้าวหอมเขาก็เหนื่อยเช่นกัน “ไม่เหนื่อยหรอกครับ ขอแค่เขาให้อภัยผมยอมทำทุกอย่าง” นับวันเขาก็ยิ่งแน่ใจว่าข้าวหอมคือคนที่เขาไม่อยากให้ห่างกาย และรู้สึกปวดใจหากต้องเลิกกันจริง ๆ ตอนนี้เขามีช่วยงานในบริษัทของแม่ แต่ก็ไม่ลืมจะแวะมาหาเธอทุกวัน “ข้าวหอมเป็นคนไม่ค่อยโกรธใครง่ายนักนะ แต่ว่าถ้าโกรธคือนาน เหมือนแม่เขา” พสิษกลัวว่าคนง้อจะหมดแรงเสียก่อน ง้อนาน ๆ แบบนี้แล้วลูกสาวก็ไม่ใจอ่อน “ผมรู้ว่าผมผิด ข้าวหอมโกรธก็สมควรแล้วครับ อย่างน้อยเธอก็ทำให้รู้ว่าเธอยังรักผม หากเธอเมินและเฉยชากับสิ่งที่ผมทำ นั่นแสดงว่าเธอไม่รัก” ออสตินพยายามคิดเข้าข้างตัวเอง และนั่นคือสิ่งที่หล่อเลี้ยงหัวใจของเขาให้พยายามง้อเธอให้สำเร







