เข้าสู่ระบบข้าวหอมและเพื่อนนั่งห่างพี่ออสตินให้ไกลสุดล่าเรียกได้ว่าคนละมุมห้อง เพื่อหลีกเลี่ยงการใกล้ชิดที่ไม่ควรจะเป็นอีก แต่แล้วคนที่นั่งด้านข้างเธอดันลุกขึ้นไปนั่งข้างหน้า และเหมือนเปิดทางให้คนที่เธอเรียกว่าคู่ซ้อมได้เปลี่ยนที่นั่งมานั่งใกล้เธอ
แรงลมจากร่างสูงที่กระทบร่างกายของสาวสวยอย่างข้าวหอมทำให้รู้สึกเย็นยะเยือกไปถึงสุดขั้วหัวใจ แต่เธอก็พยายามทำเป็นไม่รู้จักเขา แล้วหยิบชีทเรียนขึ้นปิดบังใบหน้า แต่ต่อให้เลี่ยงยังไงคนที่อยากรู้จักเธอก็ไม่ปล่อยโอกาสนี้ทิ้งไป เสียงนุ่มหูที่เมื่อก่อนอยากได้ยินกลับทำให้เธอสะดุ้งเมื่อเขาเอ่ยทัก
“สวัสดีครับน้องสามพัน”
หญิงสาวที่เคยมั่นใจตัวเองถึงกับมือไม้อ่อนเมื่อเขาทักทายเธอด้วยถ้อยคำที่เรียกได้ว่าน่าเกลียดที่สุด คล้ายกับดูถูกเธอซึ่งหน้า
“เราชื่อข้าวหอม” เสียงเล็ดลอดไรฟันบอกออกไปเพื่อให้เข้าใจถูกต้อง จะได้ไม่เรียกเธอว่าสามพันอะไรน่าเกลียด สาวขายบริการเบอร์ตองยังราคาแพงกว่านี้เลยด้วยซ้ำ เขาตีค่าเธอแค่นี้มันเหยียดหยามศักดิ์ศรีสาววิทยากันเกินไป
“นั่นน่ะสิ อย่างน้องข้าวหอมเนี่ยสามพันพี่ว่ามีทอนนะ”
‘กรี๊ด! สาบานว่านี่ปากผู้ชาย หยาบคายมาก’ ข้าวหอมมองหน้าด่าด้วยสายตา ไม่กล้าพูดออกไปมากกว่านี้ทั้งที่เมื่อก่อนอยากจะคุยเสียเต็มประดาว่าได้กับพี่ออสตินแล้ว แต่แม่งพอได้แล้วไม่นึกว่าเห่าเก่ง ดูถูกผู้หญิงที่นอนด้วยแบบนี้เหรอ มิน่าล่ะถึงไม่มีแฟน ปากแบบนี้แถมข้าวสารยังคิดเลย
“จริงไหมล่ะ”
“ไม่จริง” ข้าวหอมเถียงทันควันเมื่อเขาเปิดโอกาสให้แก้ตัว แต่ทว่าพูดไปแล้วดันใส่อารมณ์มากไปหน่อยทำให้เพื่อนรอบข้างหันมาเป็นตาเดียว แล้วนั่นก็ทำให้เธอรู้สึกเขินเล็กน้อยเมื่อมีสายตาหลายคู่หันมา แต่คนต้นเรื่องกลับทำหน้านิ่งเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
‘ฝากไว้ก่อนเถอะ’ ข้าวหอมทำปากขมุบขมิบแล้วด่าในใจ แต่ยิ่งเห็นเสี้ยวหน้า ๆ ก็คิดถึงแต่อาวุธประจำกายอันแสนใหญ่โตของเขา มันเป็นภาพจำที่สลัดไม่หลุดสักที จากที่เคยพูดว่าได้เขาสักทีจะตั้งใจเรียนกลายเป็นว่าได้แล้วไม่มีสมาธิเรียนเสียอย่างนั้น
เมื่อคนที่คิดถึงนั่งอยู่ใกล้กับเนื้อหาที่แสนจะไม่เข้าใจบนกระดานที่อาจารย์พูดไปเหมือนเข้าหูซ้ายทะลุหูขวาคล้ายคนสมองเบลอไปแล้ว
แต่เมื่อใกล้จบคลาสเรียนคนด้านข้างหันมากระซิบ
“ไหนว่าได้สักทีจะตั้งใจเรียน สงสัยต้องมีซ้ำ”
ข้าวหอมชะงักกึกทันที เหมือนอีตาออสตินนี่นั่งอยู่ในใจเธออย่างนั้น เพราะหัวเธอคิดแต่เรื่องอื่นไม่คิดถึงเรื่องเรียนเลยด้วยซ้ำ แต่แล้วเมื่อหันมาเห็นชีทเรียนของตัวเองที่มีภาพน่าอายจากการขีด ๆ เขียน ๆ มั่ว ๆ แต่ดันไปเหมือนภาพส่วนนั้นของเขา จึงต้องรีบปิดชีทเรียนหนีอายทันที
“ถ้าติดใจอีกก็ได้นะ”
“ตะ...ติด...ติดอะไรไม่รู้เรื่อง” แน่นอนว่าเธอทำแกล้งไขสือเก่งที่สุด ทั้งทำเบลอใส่จะได้ไม่ต้องพูดถึงเรื่องวันนั้นอีก
“ถ้าอยากรู้เรื่องก็มาหาพี่ที่ห้องสิ ห้อง 304”
หลังเลิกคลาสแล้วเสียงที่บอกเลขที่ห้องยังดังก้องในหูจนข้าวหอมต้องสลัดศีรษะไปมาให้มันหลุดจากหัวสักที ทั้งที่เป็นเรื่องที่ตัวเองไม่อยากจำ แต่กลับท่องได้ขึ้นใจยิ่งกว่าตัวเลขบัตรประชาชน
“ข้าวหอมเป็นอะไรเพ้อหาผัวหรือไง นั่งติดกันแล้วคิดถึงเหรอ”
ยังเป็นอบเชยที่พูดอะไรโดนใจไปหมดราวกับนั่งอยู่ในใจ แต่คนอย่างข้าวหอมเหรอจะยอมรับ
“บ้าใครคิดถึงเขากัน ฉันกำลังคิดเรื่องที่เรียนวันนี้อยู่ต่างหาก”
“พี่ออสติน...!” ร่างของเธอโดนจับให้นั่งตักเขาโดยที่สองแขนของเขากักตัวเธอเอาไว้แล้วเกยคางมนกับหัวไหล่ของเธออ่านเอกสารและเซ็นต่อไป “อยู่นิ่ง ๆ” “ทำงานก็ปล่อยข้าวหอมสิคะ” “ชอบทำท่านี้” คำว่าชอบทำท่านี้ของเขาทำให้เธอหวิวทีเดียว นึกถึงวันที่ทำหน้ากระจกเขากดเข้าข้างหลังจากนั้นก็จับเธอยกขึ้นสองขาชี้เป็นตัววีแล้วภาพของเขาที่กำลังมุดเข้ามาในตัวเธอเด่นชัดเสียจนเธอขมิบตอดแรงและรัวนัก ยามนึกถึงวันนั้นทีไรใจเธอก็เต้นระรัวใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นทันที ลมหายใจที่รินรดต้นคอของเธอทำให้เธออุ่นวาบไปทั้งอก แล้วไม่พอแค่นั้นมือหนาอีกข้างที่ว่างลูบขาเธอไปมาพาลให้รู้สึกสยิวอย่างบอกไม่ถูก “พี่ออสติน...ถามอะไรหน่อยสิ” เธอกัดริมฝีปากพยายามกลั้นเสียงครางแล้วพูดกับเขาให้คิดถึงเรื่องอื่นแทน “ถามมาสิ” เขาตอบแต่ก็ไม่หยุดจากการลูบ ๆ คลำ ๆ เนื้อตัวเมียของตนเอง “แฟนเก่าพี่เคยมาหาที่นี่ไหม” มือที่กำลังคลึงต้นขาของเธอชะงักแล้วก็เอาลงจากขาพร้อมกับเสียงตะกุกตะกัก ทำให้ข้าวหอมรู้สึกว่าเขาต้องกำลังปิดบังเธอแน่ ๆ “ปะ...เปล่า” “กี่ครั้งบอกมานะ”
หลังอาหารมื้อเย็นที่คุณมาลินีทำต้อนรับลูกสะใภ้อย่างเป็นทางการ หลังเจ้าลูกชายตัวดีง้อสำเร็จก็ถึงเวลานั่งคุยกันสักที ครั้งก่อนไปหาหนูข้าวหอมที่บ้านยังไม่ได้คุยอะไรกันมากเพราะว่ากำลังทะเลาะกับลูกชายอยู่ คราวนี้สบโอกาสเห็นคลิปที่เป็นไวรัลของเจ้าลูกชายตัวดีจึงถามเรื่องแต่งงาน “หลังเรียนจบแต่งงานเลยไหม แม่จะได้เตรียมตัวเอาไว้ล่วงหน้า ชอบจัดงานที่ไหน โรงแรม ริมทะเล หรือในสวน” ข้าวหอมยิ้มเขินเธอเพิ่งอยู่ปีสาม อีกสองปีกว่าจะเรียนจบมันก็ยังไม่ใช่ใกล้ ๆ นะ คุณแม่ของเขารีบร้อนจริง ๆ “แม่ครับ น้องเรียนแล้วยังต้องฝึกงานอีกนะครับ” “ดีสิ ฝึกที่บริษัทเราเดี๋ยวให้ผู้จัดการทั่วไปหาตำแหน่งฝึกให้ อยากทำตำแหน่งอะไรล่ะ” มาลินีไม่ท้อถามต่อว่าที่ลูกสะใภ้ที่เจ้าลูกชายจะเป็นจะตายเมื่อตอนทะเลาะกัน “ต้องฝึกเลขาของผมสิ จะฝึกตำแหน่งอื่นได้ยังไง” ข้าวหอมอมยิ้ม เขาไม่คิดจะให้เธอห่างเขาเลยหรือไง จึงแหย่เขาเล่น “คุณแม่คะ แผนกไหนผู้ชายเยอะ ๆ บ้างคะ ข้าวหอมอยากอยู่ตำแหน่งนั้น” พูดจบได้ยินเสียงขบฟันแต่ก็ไม่กล้าหันไปมอง หันมองแต่คุณแม่ที่กำลังคิดอย่างหนัก
ข้าวฟ่างโกรธจนเส้นเลือดขึ้นไปถึงดวงตา ทำให้น้ำตาคลอหน่วย เธอเป็นคนที่สวยมาก ๆ แต่เธอโดนผู้ชายปฏิเสธแบบไม่เหลือเยื่อใยได้อย่างไร “ฉันจะคอยดูว่าจะไปรอดได้สักกี่น้ำ” ข้าวฟ่างพูดจบก็เดินออกไปทันที ไม่รอให้มีคนนินทาเธอต่อได้อีก ในรถออสตินมองคนด้านข้างที่ยิ้มไม่หุบ ไม่รู้ดีใจอะไรนักหนาจนต้องถาม “ชอบเหรอที่พี่ทำแบบนั้น” “ชอบค่ะ ทำกับข้าวหอมคนเดียวนะ” ข้าวหอมโน้นใบหน้าเข้าไปจุ๊บแก้มเขาทีหนึ่งแล้วก็ถูไถกับแขนล่ำ ๆ ของเขา จนอีกคนเอามือที่จับพวงมาลัยมาลูบหัวเธอเบา ๆ “ก็จะทำแค่แฟนเท่านั้นแหละ คนอื่นไม่ทำหรอก” “ทำกับคนอื่นก็มีเรื่องน่ะสิ” ข้าวหอมแกล้งโกรธเขา รู้แล้วคนเนิร์ด ๆ อย่างพี่ออสตินคนนี้น่ารักที่สุดในโลก ตลอดสามเดือนที่ผ่านมาพิสูจน์ได้แล้วว่าเขาเป็นคนที่จริงใจกับเธอ และรักเธอจริง ๆ “ค้าบ กลัวแล้วค้าบ วันนี้ไปกินข้าวที่บ้านแม่ผมนะ” ต่อให้เกือบจะได้ขอแต่งงานไปแล้ว แต่ว่าเจ้าตัวก็ยังไม่รับนัดไปกินข้าวที่บ้านสักทีจนเขาที่อยากจะพาไปจะแย่รอไม่ไหว หากเป็นเมื่อก่อนผู้หญิงที่เข้ามาหาเขาอยากให้ไปเปิดตัวที่บ้านจะตายไป แต่ไม่มีใครได้สิทธิ์
เปิดเรียนวันแรกข้าวหอมก็มีสารถีรับส่งเป็นคนที่ประกาศออกโซเชียลว่าเธอเป็นคนที่เขาต้องการจะแต่งงานด้วย เมื่อมาถึงตึกคณะวิทยาลลินกับอบเชยก็ยืนหน้าบูดอยู่แล้วพร้อมกับรีบวิ่งเข้ามาหา “เพิ่งเสด็จรู้ไหมว่าคู่กรณีรออยู่” ลลินมาถึงก็รีบบอกทันที เธอหมั่นไส้ยายข้าวฟ่างอะไรนั่นมาก มั่นหน้าขนาดมานั่งรอเพื่อนเธอที่ตึกคณะดูก็รู้ว่าต้องการมาหาเรื่อง “ใครคู่กรณี ฉันยังไม่ได้ไปเหยียบหางใครเลยนะ” ข้าวหอมพูดติดตลก แต่เดาในใจว่าน่าจะบรรดาแฟนคลับของพี่ออสติน ขณะที่เธอกำลังล้วงเอามือถือจะส่งข้อความบอกเขา แต่กลับหาไม่เจอจนเธอคิดว่าน่าจะลืมไว้ที่รถแต่ด้วยเดินมาใต้ตึกแล้วขี้เกียจเดินกลับ จึงยืมโทรศัพท์เพื่อนโทรหาเขาเพื่อจะให้เอามือถือมาให้ “ข้าวฟ่าง อดีตพี่ออสตินผัวแกสิ มารอตั้งแต่เช้าล่ะ” อบเชยบอกเพื่อนให้รู้ตัว เพราะไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนี้จะมาไม้ไหนกันแน่ “ฉันก็ไม่มีอะไรจะพูดกับเขานะ จะมาดักฉันทำไม” ข้าวหอมไม่อยากเข้าไปยุ่ง เธอคิดแค่ปัจจุบันจะก้าวไปข้างหน้าอย่างไรมากกว่า “แต่ยายนั่นมีแน่ ฉันได้ข่าวว่านางพยายามตามหาพี่ออสตินนะ แต่ว่าเขาไม่รับสายเลยแล้วบล็อกด้วยมั้ง ก
“ถึงเราไม่ได้ใช้จมูกเดียวกันแต่ผมใช้หัวใจดวงเดียวกับคุณนะ ขาดคุณก็เหมือนขาดใจผมตายแน่ ๆ” ข้าวหอมมองอย่างหมั่นไส้แล้วก็สะบัดตัวเข้าไปแต่เมื่อเห็นว่าสิ่งที่อยู่ในห้องคืออะไรทำเอาเธอตกตะลึง ดอกกุหลาบสีขาวเรียงอยู่เต็มห้องพร้อมกับรูปถ่ายที่เคยถ่ายด้วยกันติดกับปลายริบบิ้นมีลูกโป่งลอยอยู่บนเพดานห้อง และแต่ละรูปนั้นเป็นรูปที่เขาแอบถ่ายโดยที่เธอไม่รู้ตัวตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาตอนเราคบกัน เมื่อเดินเข้ามาในห้องเสียงเพลงที่เธอชอบก็ดังขึ้น โดยด้านหลังมีเสียงปิดประตูพร้อมกับโปรเจคเตอร์ที่กำลังฉายเรื่องราวระหว่างเรา และเสียงที่ร้องเป็นเสียงของเขา ภาพที่เธองอแงแล้วกอดเขาแน่นเขาก็ถ่ายไว้ ภาพที่เธอเมาจนหมดสภาพก็ยังมีเขา ภาพที่กินมาม่าด้วยกัน ภาพที่หอมแก้ม ภาพที่เขากำลังสอบถามเภสัชกรเรื่องยาคุม พร้อมแคปชั่น คนแรกและคนเดียวที่ซื้อยาคุมให้ ภาพกินข้าวบ้านแฟนครั้งแรก เพิ่งรู้ว่าพะโล้เป็นของโปรดเธอ ภาพนั่งเข้ามุมพร้อมกับแคปชันเสือหงอยตอนเธอโกรธ ภาพนี้ทำให้เธอหัวเราะทั้งน้ำตา มันใช่มาก ๆ แต่เมื่อหันมามองก็เห็นอีกคนกำลังนั่งคุกเข่าแล้วชูกล
ตลอดปิดเทอมของข้าวหอม ออสตินไปเฝ้าอยู่ที่บ้านข้าวหอมทุกวันจนกลายเป็นแขกอีกคน ทั้งไปนั่งคุยกับคุณพ่อของข้าวหอม เข้าครัวทำอาหารกับคุณแม่ของเธอแต่อีกคนก็ไม่ค่อยคุยกับเขา ยกเว้นจะโผล่ไปคอมเมนต์ในโพสต์ ทำให้เขาโพสต์วันละสามที่โพสต์ เพราะอย่างน้อยเธอก็เหลือที่ให้เขาและเธอได้ตอบโต้กัน “เหนื่อยไหมลูก” พิสิษถามว่าที่ลูกเขย เพราะเข้าใจหัวอกคนที่รักกันดี ตอนที่ง้อแม่ของข้าวหอมเขาก็เหนื่อยเช่นกัน “ไม่เหนื่อยหรอกครับ ขอแค่เขาให้อภัยผมยอมทำทุกอย่าง” นับวันเขาก็ยิ่งแน่ใจว่าข้าวหอมคือคนที่เขาไม่อยากให้ห่างกาย และรู้สึกปวดใจหากต้องเลิกกันจริง ๆ ตอนนี้เขามีช่วยงานในบริษัทของแม่ แต่ก็ไม่ลืมจะแวะมาหาเธอทุกวัน “ข้าวหอมเป็นคนไม่ค่อยโกรธใครง่ายนักนะ แต่ว่าถ้าโกรธคือนาน เหมือนแม่เขา” พสิษกลัวว่าคนง้อจะหมดแรงเสียก่อน ง้อนาน ๆ แบบนี้แล้วลูกสาวก็ไม่ใจอ่อน “ผมรู้ว่าผมผิด ข้าวหอมโกรธก็สมควรแล้วครับ อย่างน้อยเธอก็ทำให้รู้ว่าเธอยังรักผม หากเธอเมินและเฉยชากับสิ่งที่ผมทำ นั่นแสดงว่าเธอไม่รัก” ออสตินพยายามคิดเข้าข้างตัวเอง และนั่นคือสิ่งที่หล่อเลี้ยงหัวใจของเขาให้พยายามง้อเธอให้สำเร







