Masuk“ไง”
“มาเช้าเกินไปไหม คุณโลฮาส”
คาเลนเอ่ยปากถามกลับเมื่อเปิดประตูบ้านก็เจอกับคุณพระเอกที่ยืนมองด้วยท่าทางไม่ทุกข์ไม่ร้อน เรียวคิ้วบิทเทอเลิกขึ้นข้างหนึ่งพร้อมกับยืนกอดอก “ฉันว่านี่มันเป็นเวลาปกติที่คนจะตื่นนะ” คนฟังได้ยินแบบนั้นก็ยกมือขึ้นยีผมดำยุ่งตนเองเบาๆ อย่างงัวเงีย
“เป็นฮันเตอร์ก็ดีแล้วครับ ไม่ต้องเป็นนาฬิกาปลุกหรอก”
บิทเทอหรี่ตามองก่อนคาเลนจะเปิดประตูออกกว้างให้อีกฝ่ายเข้ามา เขาทักออกไปแบบนั้นเพราะเวลาตอนนี้เช้ามาก เช้ามากจนไม่เห็นแม้แต่ดวงตะวันแถมท้องฟ้ามืดอย่างกับสีน้ำหมึก
‘ถ้ามีพวกคำนิยามว่าไก่แจ้ขันปลุกชาวนามาทำงานทุกเช้า คาเลนก็เชื่อสุดใจเลยว่าบิทเทอตื่นมาเพื่อล่าภูตทุกเช้าเช่นเดียวกัน ไม่รู้ว่าพระเอกคนนี้หายใจเข้าออกนึกถึงแต่การล่ารึไง’
“คาเบิลอยู่ไหน?”
บิทเทอเอ่ยถามแล้วตรงไปนั่งเก้าอี้กว้างในห้องรับแขก คาเลนเดินมาหยุดยืนหลังโซฟาที่แขกเพิ่งนั่ง ฝ่ามือเลื่อนจับพนักเก้าอี้ก่อนจะโน้มศีรษะลงพูดด้วยใบหน้ายิ้มยียวน “ไม่เอาสิ~ มาหาผมแต่เช้าเพราะคิดถึงผมล่ะสิ ไม่ต้องเอาพ่อผมมาอ้างหรอก”
“ฉันมาเพราะมีธุระคุยกับเขา ไม่ใช่นาย”
“แต่คุณมาบ้านผม”
“ก็นายอยู่บ้านเดียวกันกับเขา ไม่ได้อยากจะโผล่หัวมาเจอนายสักหน่อย”
“แต่...ยังไงนั่นก็หมายความว่าคุณมาบ้านผมอยู่ดีหนิ”
ขณะที่บิทเทอกำลังหยิบมวนบุหรี่ออกมาคาบ มือข้างหนึ่งพลันยกกุมขมับพลางปรายตานัยน์ตาสีฟ้ามองขวางใส่คาเลน “สมองนายมันปัญหาเรื่องการสื่อสารรึไง?” ชายผมดำยาวได้สบตากับอีกคนระยะใกล้จึงยื่นปลายนิ้วชี้จิ้มแก้มอีกฝ่ายเล่น
“ถ้าใช่ คุณจะสอนคนมีปัญหาคนนี้ไหมล่ะ?”
“ไปหาหมอไป” บิทเทอว่าพลางปัดมืออีกคนออก
คาเลนเห็นแบบนั้นจึงหัวเราะในลำคออย่างขบขัน แต่บิทเทอก็หาได้สนใจแล้วหันไปสูบบุหรี่ต่อ จากนั้นชายผมยาวดำจึงเดินไปนั่งโซฟาเดี่ยวเยื้องข้างๆ จากอีกฝ่าย
‘ว่าไปแล้ว ดูไปดูมาไอ้หมอนี่ก็ไม่ได้น่ากลัวอะไรเลยแฮะ ออกจะดูเหมือนหมาป่า?’
ระหว่างที่ชายหนุ่มกำลังครุ่นคิดในหัวตนเองนั้น เสียงฝีเท้าอีกคู่ก็ดังมาจากบันไดพร้อมปรากฏร่างคาเบิลหรือพ่อของเขา อีกฝ่ายเดินมาหาพวกเขาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มไม่ต่างอะไรจากคนแก่ใจดีคนหนึ่ง ซึ่งคาเลนคุ้นชินกับท่าทางนั้นเป็นอย่างดี
“วันนี้พระอาทิตย์ขึ้นทิศตะวันตกรึเปล่าเนี่ย~ ไม่คิดว่าจะมีวันที่เห็นพ่อตื่นเช้าขนาดนี้”
คาเลนว่าแล้วทำเสียงกระซิกด้วยความตื้นตันใจแบบปลอมๆ ทำเอาคาเบิลและบิทเทอต่างมองมาที่เขาด้วยสีหน้าตาเอือมไม่ต่างกัน ก่อนคนเป็นเจ้าบ้านสูงวัยจะตอบลูกชายตนเองไป
“วันนี้มีนัดเลยตื่นแต่เช้าน่ะ”
“งั้นเหรอ แต่ยังไงก็ไม่เช้าไปกว่าหมอนั่นหรอก”
บิทเทอไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่ชายหางตามองมาคนกล่าวอย่างเคืองใจ คาเลนเห็นแบบนั้นจึงย่นไหล่ทำท่าทีล้อเลียนแล้วลุกตรงไปที่เชิงบันได “งั้นเชิญคุยกันให้สนุกล่ะ” ว่าจบชายหนุ่มก็เดินกลับขึ้นห้องตัวเอง เพราะถึงจะสงสัยว่าทั้งคู่สนทนาเรื่องอะไร แต่นั่นคงไม่ดีถ้าไปกวนจนเสียมารยาท
ถึงก่อนหน้านี้จะทำตัวเสียมารยาทมาเยอะก็เถอะ…
‘แบบนี้จะทำยังไงต่อดีล่ะ’
พอกลับถึงห้องชายหนุ่มก็ทิ้งตัวนอนลงบนเตียงทันที เพราะนอกจากจะไม่อยากกวนสองคนนั้นแล้ว เขายังมีเรื่องอื่นที่ต้องกังวลมากกว่านั้นอีก ‘จริงๆ ก็พอจะจำเนื้อเรื่องได้คร่าวๆ อยู่หรอกนะ แต่ตอนนี้เหมือนเส้นเรื่องมันจะเริ่มเพี้ยนไปเพราะผมแล้วน่ะสิ’
‘อีกอย่างคือตอนนี้ผมก็ไม่ได้ต่างอะไรจากบัคที่มาป่วนนิยาย จนเส้นเนื้อหลักเปลี่ยนเลยนิหน่า~ แต่ว่าใครสนกันล่ะ? แบบนี้ผมอาจจะได้เห็นอะไรแปลกใหม่มากขึ้นก็ได้’
‘นึกแล้วก็สนุกดีแปลกๆ’
หลังจากนึกคิดเรื่องต่างๆ มานาน คาเลนจึงเริ่มตัดสินใจทำบางอย่าง เพราะยังไงวันนี้ก็เป็นวันหยุด ไม่มีทางที่ชายหนุ่มจะปล่อยให้เวลาอันมีค่าตัวเองสูญเปล่าแน่นอน และกิจกรรมในวันนี้คือ ‘การนอน’ อาจฟังดูเหมือนไม่พิเศษ แต่คาเลนยึดมั่นว่ามันเป็นหนึ่งในสิ่งทรงคุณค่าที่เขาควรทำในวันหยุด
ก๊อก ๆ ๆ ๆ
เวลาผ่านไปพักใหญ่เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ปลุกร่างสูงนอนชี้เท้าไปทางหมอนส่วนหัวห้อยลงมาที่ปลายเตียงตื่นจากนิทรา เมื่อเริ่มได้สติเลยค่อยๆ เลื้อยตัวลงมาจากเตียงตรงไปเปิดประตูห้องด้วยความเกียจคร้าน แล้วพบกับคาเบิลสวมชุดสูทเตรียมออกไปนอกบ้าน
“ทำงานอยู่เหรอ?”
“ใช่ ผม...ทำงานหนักมาก เลยพักผ่อนอยู่”
คาเบิลหัวเราะเบาหลังได้ยินคำตอบ เขารู้ดีว่าชายต่างโลกในร่างบุตรของตนนั้นพักอยู่จริงๆ เพราะทั้งน้ำเสียงทั้งท่าทางยังเต็มไปด้วยอาการงัวเงีย “เดี๋ยวฉันต้องออกไปส่งต้นฉบับ”
“อาฮะ คุณคุยกับบิทเทอเสร็จแล้วเหรอ?”
“ใช่ ตอนนี้เขาอยากคุยกับนาย เพราะงั้นลงไปเจอเขาด้วยแล้วกัน”
คาเลนยกมือขึ้นถูเปลือกตาพลางพยักหน้าตอบรับไป คนเป็นพ่อเห็นท่าทีนั้นก็ถึงกับส่ายหน้าอ่อนก่อนจะหมุนตัวเดินลงไปยังชั้นล่าง ชายหนุ่มยืนนิ่งตั้งสติตนเองครู่หนึ่ง แล้วค่อยลงไปยังห้องรับแขกที่มีบิทเทอนั่งสูบบุหรี่รออยู่
“เฮ้~ หลับไปแล้วเหรอ ให้ผมพาคุณไปที่เตียงให้ไหม?”
บิทเทอหันมามองตาขวางพร้อมพ่นควันออกจากปากจมูก ท่าทางน่าเกรงขามแต่ในสายตาคาเลนนั้นกลับดูไม่ได้อันตรายเลย บางทีอาจเป็นเพราะเขาเคยชินแล้วก็เป็นได้
“ล้อเล่นน่ะ แล้วอยากคุยอะไรกับผมเหรอ คุณฮันเตอร์”
ว่าจบชายหนุ่มก็หย่อนตัวนั่งลงบนเก้าอี้ตัวข้างๆ
‘ไม่รู้ทำไมช่วงนี้สังหรณ์ว่าคุณพระเอกชักจะเริ่มสนใจผมมากขึ้นเรื่อยๆ หรือผมคิดไปเองกันนะ?’
“นี่” บิทเทอออกปากเรียกดึงสติเขากลับมาอีกครั้ง “วันนั้นที่เราไปถอนคำสาป ‘รูปภาพสั่งตาย’ นายได้เห็นอะไรแปลกๆ จากตัวฉันไหม?”
“ทำไมเหรอ? กลัวผมเห็นผักติดฟันคุณเหรอ?”
“เลิกทำเหมือนฉันเป็นเพื่อนเล่นสักที”
‘บางทีหมอนี่อาจจะรู้ตัวแล้วว่าตัวเองมีออร่าคำสาป หรืออาจจะไม่? แต่ถึงขั้นเรียกมาเพื่อที่จะยืนยันความคิดตัวเองเลยก็คงเริ่มสงสัยแล้วมั้ง’ คาเลนเผยยิ้มอ่อนพร้อมกับหรี่ตามองกลับ
‘ผมควรจะบอกคุณพระเอกดีไหมเนี่ย~’
“ผมไม่เข้าใจว่าคุณต้องการถามอะไรกันแน่ ช่วยพูดชัดๆ ตรงๆ ด้วยครับ”
บิทเทอได้ยินแบบนั้นก็ถึงกับชะงักไปชั่วขณะ ท่าทางเหมือนเขาไม่ได้คาดเอาไว้ว่าตนเองจะถูกต้อนให้ตอบคำถามเช่นกัน “นายก็แค่ตอบเท่าที่นายเห็นและรู้ในวันนั้นมาก็พอ” คาเลนหยุดคิดก่อนมุมปากจะค่อยๆ เชิดยิ้ม
“น่าเสียดาย~ แบบนั้นผมคงตอบไม่ได้หรอก”
ฮันเตอร์หนุ่มเดาะลิ้นอย่างเคืองใจ แล้วให้คำถามใหม่แบบไม่เต็มใจนัก
“นายเห็นออร่าจากคำสาปจากตัวฉันใช่ไหม?”
‘ใจเด็ดกว่าที่คิดแฮะ นึกว่าเขาจะเก็บเรื่องนี้ไว้กับตัวซะอีก’
‘ถ้าตามเนื้อเรื่อง บิทเทอไม่ใช่คนที่รู้ตัวว่าตัวเองมีออร่าคำสาปหรอก แต่มีคนเซนส์ดีในทีมฮันเตอร์เดียวกับเขาที่สังเกตเห็น บางทีเขาน่าจะรู้มาจากหมอนั่น เลยมาถามผมเพื่อความมั่นใจ แล้วที่ยอมบอกผมตรงๆ อาจจะเพราะเห็นผมเป็นแอนนาลิสต์คนเก่งที่น่าเชื่อถือ?’
‘หรืออาจจะแค่ร้อนรนหาคำตอบที่แน่ชัดก็เท่านั้น’
“ถ้าบอกว่าใช่ แล้วอยากขอให้ผมช่วยอะไรเหรอ?”
บิทเทอถอนหายใจ “นายช่วยรักษาฉันได้ไหม?” คาเลนได้ยินแบบนั้นก็หรี่ตามองผนวกกับรอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้า เปิดเผยถึงความพึงใจอย่างเห็นได้ชัด
“ได้สิ แต่ไม่รับประกันว่าจะหายนะ”
‘เหมือนว่าผมจะมัดใจคุณพระเอกคนนี้ได้สำเร็จ รู้สึกดีแปลกๆ แฮะ’
คาเลนลุกขึ้นด้วยคารมดี ก่อนจะเอ่ยเหมือนเพิ่งนึกเอะใจได้ “จะว่าไปยังไม่ได้แนะนำตัวอย่างเป็นทางการเลยสินะ” สายตาทั้งสองสบมองกัน ก่อนคาเลนจะยิ้มแล้วกล่าวแนะนำตัวเอง
“ผม คาเลน แบรนดอน เป็นแอนนาลิสต์ ‘แบล็กอาร์ต’ ครับ”
แอ๊ด…ในยามเช้าที่ท้องฟ้านั่นยังไม่สางมากนัก จึงไม่มีการต้อนรับแสงอาทิตย์ลงมาสู่เมืองธาน ประตูบ้านหลังหนึ่งเปิดออกมา ปรากฏร่างชายผมยาวดำมัดรวบยุ่งเล็กน้อยสาวเท้ามาหยิบหนังสือพิมพ์ที่วางเอาไว้หน้าบ้าน เขาอ้าปากหาวอย่างงัวเงียก่อนจะหางตาชายเห็นเงาตะคุ่มที่อยู่ข้างประตูอีกฟากว้ายยย!?คาเลนหวีดร้องพร้อมออกแรงบีบกำหนังสือพิมพ์ด้วยความตกใจจนยับยู้ไปหมด ไม่แน่ใจเลยว่าจะยังอ่านต่อได้อยู่หรือไม่ คาเลนสะบัดหัวไปมาแล้วมองร่างที่ยืนอยู่ข้างประตู จึงเห็นว่าเป็นหญิงสาวผมยาวสีน้ำตาล สวมเสื้อหมองๆ ขาดๆ ไม่ต่างจะคนไร้บ้านข้างทาง‘โอเค อย่างน้อยดูทรงแล้วยัยนี้คงไม่ใช่ผีแน่นอน’“เธอ…เป็นใคร?”ชายหนุ่มที่เพิ่งหายจากอาการตระหนกออกปากถามไป หญิงสาวแปลกหน้าใช้นัยน์ตาสีน้ำตาลสำรวจเขาตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างพินิจพิเคราะห์ เรียวคิ้วขมวดเข้าหากันเป็นปมผนวกกับริมฝีปากยู่ ใช้ความคิดไปพักหนึ่งเธอก็พูดด้วยท่าทางตื่นตาตื่นใจทันที“นะ นายคือคนที่มาจากอีกโลกหนึ่งเหมือนกันใช่ไหม!?”“ครับ?”
ณ สำนักงานฮันเตอร์ซึ่งมีเหล่าผู้จำกัดภูตเดินทางมาบันทึกภารกิจ เครื่องแบบโทนสีทมิฬที่สวมใส่กันนั้นมีความคล้ายแต่ก็ต่างกันไปตามความสะดวกของการจัดสรร เสียงพูดคุยเป็นบรรยากาศอันปกติของสถานที่แห่งนี้ ไม่นานบานประตูก็เปิดเข้ามาพร้อมปรากฏฮันเตอร์หนุ่มผู้หนึ่งไอออนย่ำเท้าเดินเข้ามาอย่างเคยชินโดยระหว่างทางก็มีเหล่าฮันเตอร์กล่าวทักทายบ้าง เพราะอย่างไรก็ตามฮันเตอร์ทุกๆ คนต่างก็ทำหน้าที่ในพื้นที่ใกล้เคียงกัน จึงสามารถเห็นหน้าได้จนชินตา“ไอออนริส โรเดนเวอร์เขารอนายอยู่ที่ห้องประชุมน่ะ”“วันนี้มีประชุมด้วยเหรอครับ?”“ไม่รู้สิ คนในกลุ่มบอกว่าเป็นประชุมด่วน เมื่อกี้เห็นวิ่งเข้าไปกันให้วุ่นเลย”“ขอบคุณที่บอกครับ”ไอออนรับรู้สาส์นจากฮันเตอร์ที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดีมา จึงไม่รอนานช้าที่จะจัดการกิจตัวเองให้เสร็จเสีย เมื่อเดินไปถึงเคาน์เตอร์ซึ่งมียานรัมประจำอยู่ เธอก็ส่งยิ้มอ่อนละไมมาให้ดั่งเช่นทุกครั้ง “วันนี้คุณน่าจะยุ่งเหมือนเคยสินะคะ” หญิงสาวว่าพลางยื่นใบบันทึกภารกิจแนบกับกระดานส่งให้พร้อมปากกา“ผมเองก็ไม่เคยคิดว่าตัวเองว่างเลยนะ”“
ณ เมืองธานยามค่ำคืนอันเงียบเหงาที่สำนักงานฮันเตอร์ ปรากฏชายหนุ่มผมขาวจางถือแก้วใสบรรจุของเหลวสีอำพันประมาณครึ่งหนึ่ง เขานั่งอยู่หน้าเคาน์เตอร์ภายในห้องโถงใหญ่ที่มีบานหน้าต่างกว้างรอบๆ พาให้แสงไฟจากในเมืองส่องทอดเข้ามา บรรยากาศยามดึกเหมือนสงบแต่มันไม่ใช่สำหรับเขาเลยแม้แต่น้อย“สภาพแย่มากกว่าทุกวันเลยนะ”“...”“ไม่ได้เจอภูตที่ถูกตาต้องใจ เลยมาซึมอยู่กับฉันรึไง”“เงียบทีเถอะ ยานรัม”เสียงหวานของหญิงสาวเอ่ยถามพร้อมกับหมุนข้อมือให้เครื่องดื่มในแก้วไหลวนไปมาสะท้อนต้องกับแสง บิทเทอสอดมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อเอาซองบุหรี่ออกมา เมื่อเคาะทีหนึ่งจนมวนบุหรี่เด้งขึ้นก็คาบไว้แต่ยังไม่ทันได้จุดสูบเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นมาจากด้านหลังตึ่กนัยน์ตาสีฟ้าปรายมองผู้มาเยือนพร้อมๆ กับยานรัมที่มองตาม ก่อนเธอจะแสดงสีหน้าแปลกใจออกมา “ไอออนริส? คุณมาทำอะไรที่นี่?” ครั้นคุณพระเอกเห็นคนมาเยือนเป็นใครก็หันกลับมาจุดสูบบุหรี่ด้วยไม้ขีดต่อ ทางชายหนุ่มในเครื่องแบบฮันเตอร์เดินย่ำมานั่งลงข้างๆ บิทเทอ“เมื่อกี้ไปเจอเพื่อนมาน่ะ”
“ท่าน…คาเลน?”ราวินเว้นช่วงไปสักพัก เมื่อเห็นว่าชายผมยาวดำเดินเข้ามาพร้อมกับแขกแปลกหน้า อัศวินหนุ่มมองไปคล้ายสงสัยแต่คงไม่เท่ากับนั่มนั่ม เจ้าหมาร็อตไวเลอร์ที่ตอนนี้เอียงหัวมองหน้ามึนๆ ตามสไตล์หมา เพื่อไม่ให้ทั้งคู่งงไปมากกว่านี้ คาเลนจึงแนะนำตัวคนมาเยือนให้ได้รู้ว่าชื่อเสียงเรียงนามทันที“หมอนี้เป็นเพื่อนฉันเองน่ะ นายไม่ต้องเกร็งหรอก”ชายผมแดงเลือดหมูเผยยิ้มบาง แนะนำตัวกับราวินด้วยอัธยาศัยอันดีพร้อมยื่นมือไป “ไอออนริส คาร์ลตันครับ” ราวินจับมือตอบแม้ว่าสายตาของเขาจะเรียบนิ่งอย่างเดิมไม่มีเปลี่ยน แต่เมื่อสบกับนัยน์ตาสีแดงอิฐของไอออนริสแล้ว อัศวินหนุ่มก็ชะงักไปเหมือนมีบางอย่างเกิดตะขิดตะขวงภายในใจ“ราวิน เคิร์ต รามุสครับ”“ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ คุณรามุส”“ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันครับ”พอเห็นว่าทั้งสองคนทำความรู้จักกันเสร็จ ชายผมยาวดำจึงถอดเสื้อโค้ทห้อยกับเสาแขวนผ้า เท้าสาวเดินเข้าไปในห้องรับแขกด้วยท่าทางอ่อนล้าไม่รักษาภาพพจน์ตนเองแต่อย่างใด เพราะตอนนี้คนที่อยู่ในบ้านเขาก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกล เลยเลือกที่จะปล่อยตัวได้แบบไม่ใส
แสงสลัวภายนอกส่องผ่านบานหน้าต่างตกกระทบกับพื้นห้อง บนเตียงปรากฏร่างคาเลนนอนตะแคงหันหลังให้กับแสงอรุณยามเช้า เส้นผมดำยาวถูกปล่อยละยุ่งเหยิงไม่น้อยจากกิจกรรมยามดึกคืนก่อน เปลือกตาค่อยๆ เลื่อนเปิดเผยนัยน์ตาสีน้ำตาลที่ฉายแววงัวเงียปนอ่อนล้าฟู่ว…กลุ่มควันจางถูกพ่นออกมาฟุ้งไปทั่ว คาเลนกลอกตามองเห็นว่าเกิดมาจากคนข้างกาย บิทเทอในสภาพเปลือยท่อนบนกำลังสูบบุหรี่ด้วยท่าทางเหม่อลอย พอเคลื่อนสายตาลงพบว่าท่อนล่างถูกคลุมปิดด้วยผ้าห่มขาวผืนเดียวกับที่เขาห่มคาเลนช้อนสายตาเลื่อนกลับไปพินิจใบหน้าของฮันเตอร์หนุ่มอีกครั้ง เส้นผมขาวจางยุ่งไม่เป็นทรงนัก ซึ่งก็คงไม่ได้ต่างอะไรจากเขามาก นัยน์ตาสีฟ้าแลดูเฉยชาเหมือนกับทุกครั้ง ภาพตรงหน้านั้นถึงจะดูต่างไปจากปกติเพียงเล็กน้อยแต่มันก็มีเสน่ห์อีกแบบหนึ่ง‘ลุคคุณพระเอกเพิ่งตื่น…โคตรหล่อเลย’“สูบบุหรี่แต่เช้าเลยนะ” คาเลนพูดทักหลังจากที่ได้พินิจรูปลักษณ์คุณพระเอกเสร็จสิ้น ก่อนบิทเทอที่เหมือนล่องลอยอยู่ในภวังค์ความคิดตนเองอยู่นาน ก็เปลี่ยนเหลียวกลับมามองคนที่นอนอยู่ข้างๆ คาเลนส่งยิ้มบางๆ ใ
“เมื่อกี้...นายยังไม่ ทำไม...อะ”คาเลนพยายามถามด้วยน้ำเสียงติดขัดไม่ค่อยได้ความ ในขณะที่คุณพระเอกสาละวนกับการกดจูบลงคอคอยกวนสมาธิคนพูด เสียงริมฝีปากประทับและผละออกดังคลอเคลียอยู่ในหู ทั้งสัมผัสทั้งลมหายใจกระทบผิวกายสร้างความกระด้างแก่เขามากขึ้นเรื่อยๆ“บิทเทอ...นี่มัน…”“ทำไม?”บิทเทอถามกลับพลางไล่ลิ้นเลียตามลำคอลากมาหยุดหยอกล้อหลังใบหูขึ้นสีแดงเถือก ทิ้งร่องรอยชื้นแฉะรวมถึงสัมผัสไอลมหายใจอุ่น ริมฝีปากคาเลนเผยอขึ้นไม่รู้ว่าจังหวะหายใจตนเองจะถูกคุณพระเอกขัดยามใด สัมผัสทั้งมวลกำลังเร้าอารมณ์ปลุกความกระสัน‘ผมชอบ ผมอยากทำกับบิทเทอมาตลอด แต่แปลก… น่าแปลกที่บิทเทอเสนออะไรแบบนี้กับผม หมอนี่ดูไม่ใช่คนที่สนใจเรื่องอย่างว่าเลยสักนิดเดียว ขอแค่เพราะอยากปลอบผมจริงๆ? หรือขอเพราะตัวเองไม่ได้ปลดปล่อยนาน? บางทีอาจจะเป็นไปได้ว่าบิทเทอมีรสนิยมแบบที่ผมไม่รู้มาก่อน? —’“อะ!?”เสียงเปล่งหลุดดังครั้นถูกกัดติงหูด้วยคมฟันที่ฝังฝากรอยอย่างมันเขี้ยว บิทเทอส่งมือลอดสอดสัมผัสผิวกายใต้ร่มผ้า คลำลูบหน้าท้องขึ้นลอนกล้ามอ่อ







