تسجيل الدخول“ไง”
“มาเช้าเกินไปไหม คุณโลฮาส”
คาเลนเอ่ยปากถามกลับเมื่อเปิดประตูบ้านก็เจอกับคุณพระเอกที่ยืนมองด้วยท่าทางไม่ทุกข์ไม่ร้อน เรียวคิ้วบิทเทอเลิกขึ้นข้างหนึ่งพร้อมกับยืนกอดอก “ฉันว่านี่มันเป็นเวลาปกติที่คนจะตื่นนะ” คนฟังได้ยินแบบนั้นก็ยกมือขึ้นยีผมดำยุ่งตนเองเบาๆ อย่างงัวเงีย
“เป็นฮันเตอร์ก็ดีแล้วครับ ไม่ต้องเป็นนาฬิกาปลุกหรอก”
บิทเทอหรี่ตามองก่อนคาเลนจะเปิดประตูออกกว้างให้อีกฝ่ายเข้ามา เขาทักออกไปแบบนั้นเพราะเวลาตอนนี้เช้ามาก เช้ามากจนไม่เห็นแม้แต่ดวงตะวันแถมท้องฟ้ามืดอย่างกับสีน้ำหมึก
‘ถ้ามีพวกคำนิยามว่าไก่แจ้ขันปลุกชาวนามาทำงานทุกเช้า คาเลนก็เชื่อสุดใจเลยว่าบิทเทอตื่นมาเพื่อล่าภูตทุกเช้าเช่นเดียวกัน ไม่รู้ว่าพระเอกคนนี้หายใจเข้าออกนึกถึงแต่การล่ารึไง’
“คาเบิลอยู่ไหน?”
บิทเทอเอ่ยถามแล้วตรงไปนั่งเก้าอี้กว้างในห้องรับแขก คาเลนเดินมาหยุดยืนหลังโซฟาที่แขกเพิ่งนั่ง ฝ่ามือเลื่อนจับพนักเก้าอี้ก่อนจะโน้มศีรษะลงพูดด้วยใบหน้ายิ้มยียวน “ไม่เอาสิ~ มาหาผมแต่เช้าเพราะคิดถึงผมล่ะสิ ไม่ต้องเอาพ่อผมมาอ้างหรอก”
“ฉันมาเพราะมีธุระคุยกับเขา ไม่ใช่นาย”
“แต่คุณมาบ้านผม”
“ก็นายอยู่บ้านเดียวกันกับเขา ไม่ได้อยากจะโผล่หัวมาเจอนายสักหน่อย”
“แต่...ยังไงนั่นก็หมายความว่าคุณมาบ้านผมอยู่ดีหนิ”
ขณะที่บิทเทอกำลังหยิบมวนบุหรี่ออกมาคาบ มือข้างหนึ่งพลันยกกุมขมับพลางปรายตานัยน์ตาสีฟ้ามองขวางใส่คาเลน “สมองนายมันปัญหาเรื่องการสื่อสารรึไง?” ชายผมดำยาวได้สบตากับอีกคนระยะใกล้จึงยื่นปลายนิ้วชี้จิ้มแก้มอีกฝ่ายเล่น
“ถ้าใช่ คุณจะสอนคนมีปัญหาคนนี้ไหมล่ะ?”
“ไปหาหมอไป” บิทเทอว่าพลางปัดมืออีกคนออก
คาเลนเห็นแบบนั้นจึงหัวเราะในลำคออย่างขบขัน แต่บิทเทอก็หาได้สนใจแล้วหันไปสูบบุหรี่ต่อ จากนั้นชายผมยาวดำจึงเดินไปนั่งโซฟาเดี่ยวเยื้องข้างๆ จากอีกฝ่าย
‘ว่าไปแล้ว ดูไปดูมาไอ้หมอนี่ก็ไม่ได้น่ากลัวอะไรเลยแฮะ ออกจะดูเหมือนหมาป่า?’
ระหว่างที่ชายหนุ่มกำลังครุ่นคิดในหัวตนเองนั้น เสียงฝีเท้าอีกคู่ก็ดังมาจากบันไดพร้อมปรากฏร่างคาเบิลหรือพ่อของเขา อีกฝ่ายเดินมาหาพวกเขาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มไม่ต่างอะไรจากคนแก่ใจดีคนหนึ่ง ซึ่งคาเลนคุ้นชินกับท่าทางนั้นเป็นอย่างดี
“วันนี้พระอาทิตย์ขึ้นทิศตะวันตกรึเปล่าเนี่ย~ ไม่คิดว่าจะมีวันที่เห็นพ่อตื่นเช้าขนาดนี้”
คาเลนว่าแล้วทำเสียงกระซิกด้วยความตื้นตันใจแบบปลอมๆ ทำเอาคาเบิลและบิทเทอต่างมองมาที่เขาด้วยสีหน้าตาเอือมไม่ต่างกัน ก่อนคนเป็นเจ้าบ้านสูงวัยจะตอบลูกชายตนเองไป
“วันนี้มีนัดเลยตื่นแต่เช้าน่ะ”
“งั้นเหรอ แต่ยังไงก็ไม่เช้าไปกว่าหมอนั่นหรอก”
บิทเทอไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่ชายหางตามองมาคนกล่าวอย่างเคืองใจ คาเลนเห็นแบบนั้นจึงย่นไหล่ทำท่าทีล้อเลียนแล้วลุกตรงไปที่เชิงบันได “งั้นเชิญคุยกันให้สนุกล่ะ” ว่าจบชายหนุ่มก็เดินกลับขึ้นห้องตัวเอง เพราะถึงจะสงสัยว่าทั้งคู่สนทนาเรื่องอะไร แต่นั่นคงไม่ดีถ้าไปกวนจนเสียมารยาท
ถึงก่อนหน้านี้จะทำตัวเสียมารยาทมาเยอะก็เถอะ…
‘แบบนี้จะทำยังไงต่อดีล่ะ’
พอกลับถึงห้องชายหนุ่มก็ทิ้งตัวนอนลงบนเตียงทันที เพราะนอกจากจะไม่อยากกวนสองคนนั้นแล้ว เขายังมีเรื่องอื่นที่ต้องกังวลมากกว่านั้นอีก ‘จริงๆ ก็พอจะจำเนื้อเรื่องได้คร่าวๆ อยู่หรอกนะ แต่ตอนนี้เหมือนเส้นเรื่องมันจะเริ่มเพี้ยนไปเพราะผมแล้วน่ะสิ’
‘อีกอย่างคือตอนนี้ผมก็ไม่ได้ต่างอะไรจากบัคที่มาป่วนนิยาย จนเส้นเนื้อหลักเปลี่ยนเลยนิหน่า~ แต่ว่าใครสนกันล่ะ? แบบนี้ผมอาจจะได้เห็นอะไรแปลกใหม่มากขึ้นก็ได้’
‘นึกแล้วก็สนุกดีแปลกๆ’
หลังจากนึกคิดเรื่องต่างๆ มานาน คาเลนจึงเริ่มตัดสินใจทำบางอย่าง เพราะยังไงวันนี้ก็เป็นวันหยุด ไม่มีทางที่ชายหนุ่มจะปล่อยให้เวลาอันมีค่าตัวเองสูญเปล่าแน่นอน และกิจกรรมในวันนี้คือ ‘การนอน’ อาจฟังดูเหมือนไม่พิเศษ แต่คาเลนยึดมั่นว่ามันเป็นหนึ่งในสิ่งทรงคุณค่าที่เขาควรทำในวันหยุด
ก๊อก ๆ ๆ ๆ
เวลาผ่านไปพักใหญ่เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ปลุกร่างสูงนอนชี้เท้าไปทางหมอนส่วนหัวห้อยลงมาที่ปลายเตียงตื่นจากนิทรา เมื่อเริ่มได้สติเลยค่อยๆ เลื้อยตัวลงมาจากเตียงตรงไปเปิดประตูห้องด้วยความเกียจคร้าน แล้วพบกับคาเบิลสวมชุดสูทเตรียมออกไปนอกบ้าน
“ทำงานอยู่เหรอ?”
“ใช่ ผม...ทำงานหนักมาก เลยพักผ่อนอยู่”
คาเบิลหัวเราะเบาหลังได้ยินคำตอบ เขารู้ดีว่าชายต่างโลกในร่างบุตรของตนนั้นพักอยู่จริงๆ เพราะทั้งน้ำเสียงทั้งท่าทางยังเต็มไปด้วยอาการงัวเงีย “เดี๋ยวฉันต้องออกไปส่งต้นฉบับ”
“อาฮะ คุณคุยกับบิทเทอเสร็จแล้วเหรอ?”
“ใช่ ตอนนี้เขาอยากคุยกับนาย เพราะงั้นลงไปเจอเขาด้วยแล้วกัน”
คาเลนยกมือขึ้นถูเปลือกตาพลางพยักหน้าตอบรับไป คนเป็นพ่อเห็นท่าทีนั้นก็ถึงกับส่ายหน้าอ่อนก่อนจะหมุนตัวเดินลงไปยังชั้นล่าง ชายหนุ่มยืนนิ่งตั้งสติตนเองครู่หนึ่ง แล้วค่อยลงไปยังห้องรับแขกที่มีบิทเทอนั่งสูบบุหรี่รออยู่
“เฮ้~ หลับไปแล้วเหรอ ให้ผมพาคุณไปที่เตียงให้ไหม?”
บิทเทอหันมามองตาขวางพร้อมพ่นควันออกจากปากจมูก ท่าทางน่าเกรงขามแต่ในสายตาคาเลนนั้นกลับดูไม่ได้อันตรายเลย บางทีอาจเป็นเพราะเขาเคยชินแล้วก็เป็นได้
“ล้อเล่นน่ะ แล้วอยากคุยอะไรกับผมเหรอ คุณฮันเตอร์”
ว่าจบชายหนุ่มก็หย่อนตัวนั่งลงบนเก้าอี้ตัวข้างๆ
‘ไม่รู้ทำไมช่วงนี้สังหรณ์ว่าคุณพระเอกชักจะเริ่มสนใจผมมากขึ้นเรื่อยๆ หรือผมคิดไปเองกันนะ?’
“นี่” บิทเทอออกปากเรียกดึงสติเขากลับมาอีกครั้ง “วันนั้นที่เราไปถอนคำสาป ‘รูปภาพสั่งตาย’ นายได้เห็นอะไรแปลกๆ จากตัวฉันไหม?”
“ทำไมเหรอ? กลัวผมเห็นผักติดฟันคุณเหรอ?”
“เลิกทำเหมือนฉันเป็นเพื่อนเล่นสักที”
‘บางทีหมอนี่อาจจะรู้ตัวแล้วว่าตัวเองมีออร่าคำสาป หรืออาจจะไม่? แต่ถึงขั้นเรียกมาเพื่อที่จะยืนยันความคิดตัวเองเลยก็คงเริ่มสงสัยแล้วมั้ง’ คาเลนเผยยิ้มอ่อนพร้อมกับหรี่ตามองกลับ
‘ผมควรจะบอกคุณพระเอกดีไหมเนี่ย~’
“ผมไม่เข้าใจว่าคุณต้องการถามอะไรกันแน่ ช่วยพูดชัดๆ ตรงๆ ด้วยครับ”
บิทเทอได้ยินแบบนั้นก็ถึงกับชะงักไปชั่วขณะ ท่าทางเหมือนเขาไม่ได้คาดเอาไว้ว่าตนเองจะถูกต้อนให้ตอบคำถามเช่นกัน “นายก็แค่ตอบเท่าที่นายเห็นและรู้ในวันนั้นมาก็พอ” คาเลนหยุดคิดก่อนมุมปากจะค่อยๆ เชิดยิ้ม
“น่าเสียดาย~ แบบนั้นผมคงตอบไม่ได้หรอก”
ฮันเตอร์หนุ่มเดาะลิ้นอย่างเคืองใจ แล้วให้คำถามใหม่แบบไม่เต็มใจนัก
“นายเห็นออร่าจากคำสาปจากตัวฉันใช่ไหม?”
‘ใจเด็ดกว่าที่คิดแฮะ นึกว่าเขาจะเก็บเรื่องนี้ไว้กับตัวซะอีก’
‘ถ้าตามเนื้อเรื่อง บิทเทอไม่ใช่คนที่รู้ตัวว่าตัวเองมีออร่าคำสาปหรอก แต่มีคนเซนส์ดีในทีมฮันเตอร์เดียวกับเขาที่สังเกตเห็น บางทีเขาน่าจะรู้มาจากหมอนั่น เลยมาถามผมเพื่อความมั่นใจ แล้วที่ยอมบอกผมตรงๆ อาจจะเพราะเห็นผมเป็นแอนนาลิสต์คนเก่งที่น่าเชื่อถือ?’
‘หรืออาจจะแค่ร้อนรนหาคำตอบที่แน่ชัดก็เท่านั้น’
“ถ้าบอกว่าใช่ แล้วอยากขอให้ผมช่วยอะไรเหรอ?”
บิทเทอถอนหายใจ “นายช่วยรักษาฉันได้ไหม?” คาเลนได้ยินแบบนั้นก็หรี่ตามองผนวกกับรอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้า เปิดเผยถึงความพึงใจอย่างเห็นได้ชัด
“ได้สิ แต่ไม่รับประกันว่าจะหายนะ”
‘เหมือนว่าผมจะมัดใจคุณพระเอกคนนี้ได้สำเร็จ รู้สึกดีแปลกๆ แฮะ’
คาเลนลุกขึ้นด้วยคารมดี ก่อนจะเอ่ยเหมือนเพิ่งนึกเอะใจได้ “จะว่าไปยังไม่ได้แนะนำตัวอย่างเป็นทางการเลยสินะ” สายตาทั้งสองสบมองกัน ก่อนคาเลนจะยิ้มแล้วกล่าวแนะนำตัวเอง
“ผม คาเลน แบรนดอน เป็นแอนนาลิสต์ ‘แบล็กอาร์ต’ ครับ”
“อรุณสวัสดิ์ครับ ท่านคาเลน”“อรุณสวัสดิ์~ ยินดีต้อนรับกลับ~”เมื่อยามเช้ามาถึงราวิน นั่มนั่ม และเบนจามินก็กลับมายังบ้านแบรนดอน ทั้งสองคนเห็นเจ้าบ้านสวมเชิ้ตขาวกับกางเกงขายาวดำคล้ายภาพลักษณ์เดิม แต่ที่ต่างออกไปหน่อยคือวันนี้คาเลนปล่อยผมยาวดำ ซึ่งปกติปล่อยทีไรก็บ่นรำคาญ แล้วขณะนี้อีกฝ่ายนั้นกำลังกินขนมปังทาแยมกับนมในห้องรับแขกชั้นล่างพอดี ท่าทีดูคารมดีมากกว่าทุกๆ ครา พลันให้อัศวินหนุ่มกับอดีตขอทานสาวต้องมองหน้ากันเองอย่างสงสัย‘อารมณ์ดีเกินคาด’อย่างกับว่าเข้าใจความคิดตรงกันได้โดยไม่ต้องปริปากพูด พวกเขาละสายตาจากกันเอง ก่อนเบนจามินจะเดินไปนั่งตรงข้าม คว้าขนมปังที่อีกคนเพิ่งทาเสร็จมากินหน้าตาเฉย แต่ชายผมยาวกลับไม่ถือโทษ แถมยังยอมมอบให้โดยไม่ต่อว่าอะไรอีกต่างหาก“หิวเหรอ~ เอานมเพิ่มด้วยเลยไหม? เดี๋ยวฉันจะเทให้เอง~”‘ปกติก็ทำตัวประหลาดกวนนั่นกวนนี่แท้ๆ มาทำดีแบบนี้ชวนน่าขนลุกชะมัด’การตอบสนองอีกคนทำเบนจามินที่หวังจะกวนบาทาถึงกับแสดงสีหน้าเหยเกอึ้งไป ราวินซึ่งเดินมานั่งเย
“คาเลน?”บิทเทอซึ่งนอนหงายอยู่บนเตียงกว้างเอ่ยเรียกเสียงแหบ สายตาช้อนมองชายผมยาวดำคร่อมบนตัวช่วงหน้าตักอย่างเสน่หา นัยน์ตาสีน้ำตาลเพ่งมองกลับด้วยท่าทางขุ่นเคือง“เมื่อกี้...แฮ่ก กล้ามากที่รุกทีเผลอ”คุณพระเอกมองนิ่งไม่มีท่าสำนึกผิด จากนั้นจึงค่อยๆ ไล่สายตาตั้งแต่ใบหน้าแดงระเรื่อปรกด้วยเส้นผมดำกระเซิง ลงมาเห็นช่วงล่างเปลือยเปล่าเผยขาเรียวขาว บิทเทอยันตัวลุกกำลังจะยื่นหน้าไปประกบปากอีกครั้ง แต่ต้องพลาดเพราะฝ่ามือคาเลนที่ดันให้เอนล้มลงนอนหงายอย่างเดิม“ยังไม่หยุดอีก”“เมื่อกี้นายรู้สึกดี”“...แต่มันทำฉันตกใจ”ไม่ได้ปฏิเสธแต่เลือกจะเบี่ยงประเด็นไปทางอื่น คาเลนกระแอมไอแก้อาการกระด้างอายตนเอง ก่อนครู่ต่อมาสายตาจะหลุบมองส่วนชูชันคุณพระเอก ตั้งแต่เสร็จจากเมื่อครู่ผ่านไม่กี่นาทีมันก็ผงาดอีกครั้ง“ครั้งนี้ฉันรับเอง”“รับ?”บิทเทอเลิกคิ้วมองกลับคล้ายไม่เข้าใจมากนัก แต่ถึงอย่างนั้นอีกคนก็ไม่ได้อธิบายเพิ่ม ลุกไปคว้าเอาถุงยางมาสวมส
“เปื่อยชะมัด”คาเลนบ่นขณะนอนบนโซฟาในห้องรับแขกอย่างเอื่อยเฉื่อย แล้วความขี้เกียจก็ได้เข้ามาครอบงำเป็นที่เรียบร้อย ไม่ใช่เรื่องประหลาด เพราะหลังจากหายไปเป็นเดือน พอกลับมาอีกทีก็ต้องเคลียร์งานมหาศาลที่คั่งค้าง เช่นเดียวกันกับบิทเทอซึ่งปล่อยให้เขตตัวเองอยู่ในความดูแลคนอื่นมานาน เลยต้องกลับไปรับผิดชอบหน้าที่ฮันเตอร์ต่อตามเดิม“เป็นไงบ้าง~ ไอ้คนหนีงาน”“คนไม่มีงานทำอย่างเธออย่าบ่นให้มากเลย”คาเลนว่าแล้วปัดมือไล่เบนจามินที่ยืนพิงขอบประตู ก่อนเธอจะถอนหายใจอ่อน “วันนี้ฉันจะออกไปทำธุระกับราวินนะ นายเองก็หยุดนอนเปื่อยได้แล้ว เดี๋ยวคุณพระเอกสุดหวานใจจะมาหาแล้วไม่ใช่รึไง”“อะ นั่นสิ!”พูดถึงคุณพระเอกไม่ถึงวิ เขาก็ผุดลุกขึ้นเร็วจนเบนจามินสะดุ้งโหยง “ชิ เหม็นคนคลั่งรักพระเอก”“ขอโทษที่ความรักของฉันมันทำร้ายคนโสดแบบเธอ~”พอชายหนุ่มเสริมด้วยท่าทางสุดเสียใจ (แบบปลอมๆ) เบนจามินก็กลอกตามองบนพร้อมถอนหายใจ เธอส่ายหัวก่อนจะผละตัวเดินจากไปโดยทิ้งท้ายไว้แค่ว่า…“เอาเถอะ ขอให้รักกันนานๆ แล้วกันน้า~ พ่อหนุ่ม”เจ้าบ้านไม่ตอบอะ
“จริงๆ แล้วผมแพ้ครับ ท่านคาเลน”ราวินเอ่ยออกมาด้วยใบหน้าเรียบนิ่งแต่ยังคงร่องรอยความผิดหวังเอาไว้ ถ้าหากเป็นหมาคงเห็นหางกับหูที่ลู่ตกลงหมด คาเลนเลิกคิ้วมองเล็กน้อย พักหนึ่งก็เข้าใจได้ว่าสิ่งที่อีกฝ่ายกล่าวถึงคืออะไร‘ก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าตกใจอะไร’ชายผมยาวกอดอกก่อนจะถามไปอย่างไม่ทุกข์ร้อนหรือตำหนิในตัวอัศวิน“แล้วทำไมแมนดิวถึงบอกว่านายชนะล่ะ?”“ตอนนั้นผมหมดสภาพสู้ต่อแต่ไม่ยอมแพ้ เขาเลยยอมแพ้เพื่อจบการต่อสู้”‘นี่มันโคตรจะหยามเลยนี่หว่า~ ตาแก่บ้านั่น’พอได้ฟังคำบอกเล่าจากราวินก็อดหลุดปากอุทานออกมาไม่ได้ คาเลนจึงถอนหายใจอดสูต่อการกระทำของแมนดิว ชายผู้ครองตำแหน่งคนที่ฝึกสอนพระเอกและลาสต์บอสอย่างเขา แล้วเพิ่งจะได้สู้กับอัศวินเมื่อไม่นานมานี้“ผมต้องขออภัยหากท่านคาเลนผิดหวัง”“ไม่เป็นไ—”“คราวหน้าผมจะคว้าชัยชนะมาให้ได้ครับ”“...”ยังไม่ทันจะพูดปลอบใจอะไร ราวินกลับด่วนสรุปหวังจะลองประมือใหม่เสียแล้ว คาเลนได้แต่มองนิ่งพักหนึ่งก่อนจะยื่นมือ
ในช่วงเวลากลางวันปรากฏอัศวินหนุ่มยืนกลางทุ่งโล่งซึ่งห่างออกไปจากบ้านแมนดิว นัยน์ตาสีมรกตทอดมองวิวทิวทัศน์อย่างเหม่อลอย เห็นภูเขาเต็มไปด้วยผืนป่าทึบต่างกับสถานแห่งนี้ที่ทั้งโล่งทั้งปลอดโปร่ง รับอากาศสดชื่นและแสงแดดได้สบาย ก่อนชั่วขณะนั้นใบหน้าคมจะเบือนหันมองคนก้าวเข้ามาในบริเวณ“รอนานไหม ท่านอัศวิน”“ไม่ครับ”ความเงียบเข้ามาปกคลุมชั่วครู่ โดยต่างฝ่ายต่างประจันหน้าสร้างบรรยากาศหนัก แมนดิวจดจ้องเข้าไปในดวงตาเยือกเย็นคู่นั้นพักหนึ่งก่อนจะกล่าวขึ้น“เราต้องสู้กันแบบเอาเป็นเอาตายและไม่มีกฎเกณฑ์ ส่วนการตัดสินนั้น…” รอยยิ้มจากอดีตกรงเล็บเพลิงเผยออกมา “ถ้าทำให้ใครหมอบหรือพูดว่ายอมแพ้ได้ก็ชนะไป”“...”“หวังว่ากฎแบบนี้จะไม่ทำให้นายกลัวแล้วกันนะ”ราวินสบตามองกลับพร้อมตะเบ็งเสียงเรียบนิ่ง “ผมไม่พูดคำว่ายอมแพ้หรอกครับ” ได้ฟังแบบนั้น คู่สนทนาจึงพลันยิ้มกว้างออกมาทันใด“มั่นใจซะจริง งั้นมาดูแล้วกัน”“จะตายแล้ว…”คาเลนบ่นออกมาขณะนอนหงายบนเตียงเดี่ยวในห้องห
เริ่มแรกเป็นเพียงความมืด สักพักพอเปลือกตาเลื่อนเปิดก็เห็นเพดานไม้มีแสงส่องตกกระทบ ปกติแล้วเขาพอจะรู้ว่าตั้งแต่ออกเดินทางทำลายแท่นศิลาคำสาปเป็นไปได้ที่จะเจอแต่เรื่องประหลาด แต่เหมือนการเดินทางครั้งนี้จะเจอเรื่องเหนือความคาดหมายเยอะเป็นพิเศษ“ตื่นมาก็ทำหน้าอย่างกับปลาตายเลยนะ”เสียงคุ้นหูพลันให้คาเลนปรายตามอง ก่อนจะเห็นหญิงสาวนั่งกินใบไม้มองมาทางเขาด้วยท่าทางใจเย็นสุดๆ เธอก็คือเบนจามินนั่นเอง เขาขมวดคิ้วยันกายลุกขึ้นนั่ง ใช้นัยน์ตาสีน้ำตาลมองรอบข้าง“นี่ ฉันอยู่ที่ไหน”เธอขมวดคิ้วมอง “นายจำไม่ได้เหรอ?”คาเลนเงียบไปครู่หนึ่งเพื่อที่จะรื้อฟื้นความทรงจำทั้งหมด สายตาเหม่อมองไล่เรียงสิ่งที่เกิดหลายต่อหลายอย่าง ก่อนในที่สุดเขาจะร้อง “อ๋อ~” ออกมาหลังจำทุกๆ อย่างได้“ฉันกับบิทเทอเดินตามนั่มนั่มมาเรื่อยๆ จนสุดท้ายก็มาถึงบ้านของแมนดิว เพอร่า”“อะฮะ”“แต่พอมาถึงฉันก็สลบ”“เพราะเหนื่อย…”“ไม่ ฉันสลบไปเพราะเห็นหน้าเธอต่างหาก”เบนจามินได้ยินแบบนั้นถึงกับยิ้มแหย่ออกมา “ทำไม~ ความสวยของฉันมันแยงตานายจนทนมองไม่ไ







