Masuk"พี่อยากให้เราช่วยหาบริษัทตกแต่งบ้านให้หน่อย พี่ไม่ค่อยจะมีเวลาปลีกตัวไปจัดการเองเท่าไหร่..."
เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงกึ่งฝากฝัง "แต่อยากได้ที่ทำงานไวๆ ถ้าได้ภายในอาทิตย์นี้จะดีมาก"
"ทำไมถึงต้องด่วนขนาดนั้นล่ะคะพี่รบ"
รดาเอ่ยถามด้วยความสงสัย พลางมองสบตาพี่ชายที่ดูมุ่งมั่นเป็นพิเศษ
"พี่อยากจะย้ายเข้าไปอยู่ที่บ้านหลังนั้นให้เร็วที่สุดน่ะสิ"
เรืองรบตอบสั้น ๆ แววตาคมคายฉายแววครุ่นคิด
"บ้านไกลปืนเที่ยงขนาดนั้น นายนี่ยังดื้อจะไปอยู่อีกเรอะ"
ศรัทธาแทรกขึ้นพลางเลิกคิ้วสูงมองเพื่อนสนิทที่ตัวโตไหล่กว้างกว่าเขา
"นึกยังไงจะไปอยู่เสียไกลหูไกลตาคน"
"นั่นแหละคือที่หมายหลัก... มันหลบพวกเพื่อนฝูงตัวแสบได้ดีที่สุด นายไม่รู้อะไรซะแล้ว"
นายตำรวจหนุ่มหล่อเฟี้ยวหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ท่าทางดูผ่อนคลายขึ้นเมื่อได้อยู่กับคนใกล้ชิด"แล้วเย็นนี้พี่รบจะอยู่ทานข้าวด้วยกันไหมคะ รดาว่าจะเข้าครัวทำของโปรดให้พอดี" น้องสาวถามด้วยน้ำเสียงออดอ้อน"เห็นจะไม่ได้หรอกรดา พี่ต้องรีบกลับเข้าไปเคลียร์งานที่โรงพักต่อ"
"แหม... งานตลอดเลยนะคะพี่ชายเรา" รดาส่ายหน้าเบาๆ พลางยิ้มระคนอ่อนใจ
"ดีนะที่พี่ยังไม่มีครอบครัว ถ้าขยันงานจนไม่มีเวลาให้บ้านแบบนี้ ผู้หญิงที่ไหนเขาจะทนได้กันคะ"
"ผมว่านะ... แฟนในอนาคตของพี่ชายคุณ ก็ต้องเป็นผู้หญิงประเภทเดียวกันนั่นแหละ ถึงจะร่วมหอลงโรงกันรอด"
ศรัทธาเสริมขึ้นพร้อมรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม แววตาของคนเป็นสามีที่ดูสะโอดสะองฉายแววหยอกล้ออย่างปิดไม่มิด"ผู้หญิงแบบไหนกันคะที่พี่จะทนพี่รบได้?
รดาถามพลางหัวเราะ
"อ้าว... ก็ประเภทชอบเดินสายทำงานเหมือนกัน ไม่จู้จี้ขี้หึง และรักอิสระเป็นชีวิตจิตใจพอกันน่ะสิคุณ" ศรัทธาหัวเราะร่วน ก่อนจะโน้มตัวไปกระซิบดังๆ ให้พี่เขยได้ยิน
"หรือไม่... ผู้หญิงคนนั้นก็ต้องรู้จักวิธี 'ดักทาง' พี่ชายตัวแสบของคุณให้มัดอยู่หมัดยังไงล่ะ!"
"ดักทางยังไงคะ?"
รดาเอียงคอถามอย่างสงสัย พลางมองสลับระหว่างพี่ชายกับสามี
"ก็... ต้องรู้จักผ่อนสั้นผ่อนยาวน่ะสิคุณ"
ศรัทธาหัวเราะกลิ้ง แววตาเจ้าเล่ห์จ้องมองเพื่อนสนิทที่นั่งตัวตรงไหล่ผึ่ง
"นี่คุณไม่รู้จริง ๆ หรือว่าพี่ชายคุณน่ะ 'ใช้' ผู้หญิงเปลืองแค่ไหน อย่างเจ้ารบนี่นะ... ถ้าเอาหัวใจที่เขาหักมาเรียงต่อกัน ป่านนี้คงยาวไปถึงหน้าปากซอยบ้านเราแล้วมั้ง"
"นายศรัทธา..."
เสียงเข้มที่กดต่ำลงเล็กน้อยของเรืองรบดังขึ้นเป็นการปราม แต่นั่นกลับทำให้ศรัทธาหัวเราะร่วนเสียงดังลั่นบ้าน เขาจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าภายใต้เครื่องแบบและมาดขรึมนั้น เรืองรบคือ 'ยอดชาย' ที่สาว ๆ ทั้งพระนครต่างถวิลหา ไม่ใช่แค่รูปโฉมที่หล่อเหลาคมคายระดับพระเอกหนัง แต่เขายังมาพร้อมกับความสามารถที่ล้นเหลือ ทั้งชั้นเชิงการสืบสวนที่เฉียบคมและยศถาบรรดาศักดิ์ที่ก้าวหน้าอย่างรวดเร็วแถมโปรไฟล์ยัง 'รวย' ระดับมหาเศรษฐีที่เป็นที่หมายปองของทุกตระกูลดัง มีหรือที่สนามรักของเขาจะว่างเว้น ผู้หญิงน้อยใหญ่ต่างพากันแวะเวียนมาขายขนมจีบให้เขาไม่เว้นแต่ละวัน ทั้งสาวน้อยวัยใสไปจนถึงสาวใหญ่ทรงเสน่ห์ จนศรัทธาอดไม่ได้ที่จะต้องคอยกระเซ้าเรื่องความเจ้าชู้เงียบๆ ที่คนอื่นไม่มีใครกล้าแหย่
"เดี๋ยวคุยเรื่องงานกันหน่อย... นายกับฉัน"
เรืองรบตัดบทพลางปรายตาไปทางน้องสาว เป็นสัญญาณขอความเป็นส่วนตัวรดาพยักหน้าอย่างรู้ความ เธออุ้มบุตรสาวจอมซนที่ยังคงเกาะแข้งเกาะขาคุณลุงไม่ยอมปล่อย
"ไปค่ะลูกแก้ว ปล่อยให้คุณลุงคุยธุระกับคุณพ่อก่อนนะ"
"คุณลุงรบต้องแวะมาหาหนูแก้วก่อนกลับนะค๊า"
เด็กหญิงทำเสียงอ้อนวอน"ครับผม... เดี๋ยวลุงแวะไปหาแน่นอนครับ"
เรืองรบคลี่ยิ้มอ่อนโยน ซึ่งเป็นรอยยิ้มที่น้อยคนนักจะได้เห็น ก่อนที่รดาจะพาสาวน้อยออกไป ทิ้งให้สองหนุ่มจมอยู่กับแผนการตกแต่งบ้านและงานด่วนยาวเหยียดเกือบชั่วโมงจนกระทั่งบ่ายแก่ ๆ แสงแดดเริ่มทอแสงสีส้มรำไร เรืองรบขับรถคู่ใจทะยานออกจากบ้านสวนมุ่งหน้าเข้าสู่ตัวเมือง มือหนาที่บังคับพวงมาลัยดูผ่อนคลายลง แต่แววตาคมคายกลับฉายแววครุ่นคิดอยู่ลึกๆ
เฮ้อ... เขาถอนหายใจยาวพลางปล่อยความคิดไปตามเส้นทางที่รถวิ่งไปภายใต้หน้ากากของนายตำรวจผู้แข็งแกร่งและสมบูรณ์แบบที่ใครต่อใครต่างอิจฉา
ลึก ๆ ในใจเขากลับโหยหาความเรียบง่ายที่เงินหรืออำนาจก็ซื้อไม่ได้ เขาไม่ได้อยากเป็นโสดไปตลอดชีวิต และก็ไม่ได้อยากใช้ชีวิตโลดโผนในวังวนเสน่หาเหมือนที่ศรัทธาชอบแซวไปวัน ๆ จะมีผู้หญิงคนไหนบ้างนะ ที่รับตัวตนจริง ๆ ของเราได้เกือบทุกเรื่อง?
คนที่พร้อมจะรอเขากลับบ้านในวันที่เหนื่อยล้าจากการไล่จับโจร คนที่ไม่ต้องรอให้เขาเอาอกเอาใจตลอดเวลา แต่เข้าใจในภาระหน้าที่อันหนักอึ้ง ใครจะรู้ว่านายตำรวจมาดเท่อย่างเขาก็อยากมีใครสักคนให้เอนหลังพิงยามค่ำคืนเหมือนกัน เพียงแต่ตอนนี้...
คนที่ทำให้เขารู้สึก 'ใช่' จนอยากหยุดเดินจริง ๆ มันยังไม่ปรากฏตัวออกมาเสียที
"จะรีบไปไหนรบ... ใจเย็นๆ"
เขาบอกตัวเองเบาๆ พลางแตะเบรกตามสัญญาณไฟริมทาง พร้อมกับรอยยิ้มบาง ๆ ที่มุมปากเมื่อนึกถึงคำพูดของศรัทธา... สงสัยเขาต้องรอ 'คนดักทาง' ที่เก่งพอตัวจริง ๆ เสียแล้ว
สายลมโชยเอื่อยพัดพาเอากลิ่นอายความสดชื่นของร่มไม้ใบหนาเข้ามาภายในห้องนอนใหญ่ที่กำลังอยู่ระหว่างการปรับปรุงขยายพื้นที่เป็นครั้งสุดท้าย ฟ้ารุ่ง ยืนอยู่กลางห้องพลางกางแบบพิมพ์เขียวในมือออกตรวจดูความเรียบร้อยรอบ ๆ เธอดึงดันที่จะเดินทางมาดูงานที่บ้านสวนของ เรืองรบ ในวันนี้เพียงลำพังเพื่อเก็บรายละเอียดหน้างานส่วนสุดท้ายให้เสร็จสมบูรณ์"ทำไมมาดูงานถึงไม่ยอมบอกผมล่ะ?"เรืองรบเอ่ยถาม น้ำเสียงทุ้มต่ำแฝงไปด้วยความตัดพ้อบางเบาฟ้ารุ่งชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะแสร้งทำเป็นตรวจเช็กหน้าต่างกระจกบานโตเพื่อหลบสายตาคมกริบคู่นั้น "ฟ้าเห็นว่าเป็นแค่การเก็บงานส่วนสุดท้ายสั้น ๆ ค่ะ ไม่อยากรบกวนคุณ”“รบกวนอะไรกัน..”ชายหนุ่มขยับเข้าไปยืนเคียงข้างเธอ"ชอบสไตล์การแต่งห้องแบบไหน?”เขาทอดสายตามองไปรอบ ๆ ห้องนอนกว้างขวางที่ขยายเสร็จเรียบร้อยแล้ว ห้องนี้ผมปล่อยอิสระให้ฟ้าดีไซน์ได้เต็มที่เลยนะ รวมถึงวัสดุและเครื่องเรือนทุกชิ้นในห้องนี้ ผมอยากให้ฟ้าเป็นคนเลือกเองทั้งหมด... ทุกอย่างเลย"คำพูดที่ให้เกียรติและแฝงความนัยลึกซึ้งทำเอาฟ้ารุ่งหน้าร้อนวูบ“คุณเป็นเจ้าของควรจะเป็นคุณค่ะ”หัวใจเจ้ากรรมสั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้“เอา
ณ ผับอาเธอร์ ความโกลาหลใต้แสงไฟกระพริบ"ตำรวจ! ทุกคนหยุดอยู่กับที่! เปิดไฟสปอตไลท์! ปิดเครื่องเสียงเดี๋ยวนี้!"เสียงประกาศเฉียบขาดผ่านลำโพงขยายเสียงของนายตำรวจผู้ควบคุมทีม ทำเอาเสียงเพลงที่กำลังดังกระหึ่มดับวูบลงทันตา แสงไฟหลากสีถูกแปรเปลี่ยนเป็นไฟแสงขาวสว่างโล่บาดตา นักเที่ยวหลายร้อยชีวิตตื่นตระหนกพากันกรีดร้องและวิ่งพล่านหาทางหนี แต่ทุกประตูถูกเจ้าหน้าที่ตรึงกำลังไว้หมดแล้ว"เฮ้ย! พวกแกทำอะไรวะ รู้ไหมว่าที่นี่ผับของใคร?!"ชาติ ผู้จัดการผับคนสนิทของพชร วิ่งหน้าตาตื่นออกมาจากห้องทำงาน ท่าทางกร่างใส่นายตำรวจ "มีหมายค้นหรือเปล่า จู่ ๆ จะมาบุกรุกแบบนี้ไม่ได้นะเว้ย!""นี่หมายค้นและหมายจับ!"นายตำรวจระดับสารวัตรยื่นเอกสารฉบับใหญ่กระแทกเข้าที่หน้าอกของชาติทันที แววตากร้าว"เราได้รับสายรายงานและมีหลักฐานชัดเจนว่า ผับอาเธอร์มีการลักลอบจำหน่ายยาเสพติดรายใหญ่และเปิดสถานบริการเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด คุมตัวผู้จัดการและพนักงานทุกคนไว้! ใครขัดขืนจับให้หมด!""เหวอ! เดี๋ยวซิผู้กอง... เคลียร์กันก่อนได้ไหม"ชาติหน้าถอดสี ท่าทางอวดดีมลายหายไปสิ้นเมื่อเห็นของกลางเป็นซองยาเสพติดชนิดต่าง ๆ ที่สายสืบตำรวจต
เสียงโต้เถียงที่ดังเล็ดลอดออกมาจากห้องโถงใหญ่ ทำเอา ลอย ที่แอบซุ่มอยู่หลังม่านใกล้ทางเดินต้องคอยเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ ยิ่งเวลาผ่านไป น้ำเสียงของทั้งคู่ก็ยิ่งทวีความเกรี้ยวกราดและดังชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆภายในห้อง เสี่ยตือ กำลังยืนหน้าดำคร่ำเครียดจ้องมองกล่องของขวัญขนาดใหญ่หลายต่อหลายกล่องที่วางกองสลับซับซ้อนอยู่กลางบ้าน ก่อนจะตวัดสายตาไม่พอใจไปทาง เจี๊ยบ ที่ยืนกอดอกเชิดหน้าอย่างไร้ความเกรงกลัว"อีหนูเจี๊ยบ! นี่มันอะไรกันวะ!”เสี่ยตือหงุดหงิดมาก เพราะนับตั้งแต่ดูหลักฐานจากเล็กเขาจำเป็นต้องหาหลักฐานเพิ่มเติม เขาเคยพลาดแล้วเขาจะต้องไม่พลาดอีกเด้ดขาดแต่ทบทวนมาตลอดว่าจะทำกับเรื่องราวยุ่งเหยิงนี้ให้จบลงอย่างไรที่มันจะไม่พินาศยับเยิน“ทำไมคะเสี่ย ก็แค่งานของเจี๊ยบค่ะ น่าจะดีใจนะคะที่เจี๊ยบมาการมีงานทำ” เดี๋ยวนี้ปีกกล้าขาแข็ง ขนาดขนไอ้กล่องพวกนี้เข้ามาเต็มบ้านโดยไม่เห็นหัวกันเลยเหรอฮะ!"เสี่ยตือตวาดลั่น"มันก็เป็นสิทธิ์ของฉันไหมล่ะเสี่ย!"เจี๊ยบตอกกลับทันควัน น้ำเสียงสะบัดสะบิ้ง "นี่มันคืองานใหม่ที่เจี๊ยบได้เงินดีมาก ๆเชียวล่ะ”“มันงานอะไรกันแน่ ต้นปี กลางปี ตลอดปี ก็มีกล่องของขวัญไม่ต้องรอปีใ
ประตูห้องพักในอพาร์ตเมนต์หรูของเรืองรบปิดลงพร้อมกับเสียงล็อกอัตโนมัติที่ดัง ‘คลิก’ บาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของฟ้ารุ่ง หญิงสาวก้าวขาเข้ามาด้านในอย่างจำนน“เข้ามาเหอะน่ายืนตรงหน้าประตูยิ่งเป็นเป้าสายตาคนพักที่นี่...”เรืองรบบอกขณะที่ สายตาฟ้ารุ่งกวาดมองไปรอบ ๆ ห้องพักที่เธอเพิ่งเคยมาเยือนเป็นครั้งแรก มันกว้างขวาง ทันสมัย และอบอวลไปด้วยบรรยากาศเรียบขรึม “ไม่ต้องกลัวผมปล้ำหรอก...”เสียงของเขายังคงจริงจังไม่เหลือร่องรอยการพูดล้อเล่นอีกเลย“ถ้าจะปล้ำ ผมไม่ต้องพามาที่นี่ เพราะที่นี่คนรู้จักผมทั้งนั้น”ฟ้ารุ่งเงียบและมองการตกแต่งห้องชุดนี้ด้วยโทนสีเทาดำและเฟอร์นิเจอร์หนังราคาแพงสะท้อนตัวตนของเจ้าของห้องได้เป็นอย่างดี“นั่งที่โต๊ะนี้ก่อน..ผมจะจัดการเอง คุณนั่งรอเฉย ๆ”ฟ้ารุ่งพยายามระงับอาการสั่นพร่าในอก เธอกำมือแน่นพลางบอกตัวเองในใจ... อย่าปล่อยให้เผลอไผลเหมือนที่ผ่านมาอีกเด็ดขาด ครั้งนี้เธอต้องเข้มแข็งและมีสติ“เป็นอะไร อย่าบอกนะว่าคุณกลัวผม”เรืองรบหันมามองเธอ แววตาดุดันและท่าทีเฉียบขาดที่เขาใช้ระงับการประท้วงของเธอบนรถค่อย ๆ คลายลงเล็กน้อย แต่ยังคงแฝงไปด้วยความทรงอำนาจ“คนที่คุณควรกลัวตอน
บรรยากาศภายในออฟฟิศทำงานของฟ้ารุ่งดูอึดอัดขึ้นมาถนัดตา เมื่อร่างสูงสง่าของสารวัตรเรืองรบก้าวเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงานของเธอ หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองเพียงแวบเดียว ก่อนจะก้มลงสนใจเอกสารบนโต๊ะต่อพลางวางตัวเฉยชา ไม่แสดงอาการตื่นเต้นดีใจเหมือนทุกครั้งที่เขามาหา ท่าทีเมินเฉยอย่างไร้เยื่อใยนั้นแสดงออกชัดเจนจน ‘รุ่งรัตนา’ เพื่อนร่วมงานที่นั่งอยู่ในห้องกระจกมองมาแปลกๆ ด้วยความสงสัยในความสัมพันธ์ของทั้งคู่เรืองรบกลับไม่ละความพยายาม ขยับเข้าไปใกล้ระบายยิ้มบาง ๆ“ยังไม่หายโกรธผมอีกเหรอ...”เขาดูอิดโรยเล็กน้อย น้ำเสียงแผ่วเบา ก่อนจะเอ่ยปากชวนด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล“ผมมารับไปทานข้าวเที่ยงด้วยกันหน่อย ผมมีเรื่องสำคัญบางเรื่องอยากจะเล่าให้คุณฟัง”ฟ้ารุ่งไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาสบตาด้วยซ้ำ มือเรียวยังคงพลิกหน้ากระดาษเอกสารไปมาอย่างเป็นจังหวะ ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งและห่างเหินจนคนฟังใจหาย“มีอะไรก็พูดมาที่นี่เลยค่ะ พูดตรงนี้ได้เลย ฉันมีงานต้องเคลียร์อีกเยอะ คงไม่มีเวลาออกไปนั่งทานข้าวข้างนอกหรอกค่ะ”.รุ่งรัตนาที่แอบสังเกตการณ์อยู่เงียบๆ ทนความอึดอัดไม่ไหว“สวัสดีค่า...ว่างเหรอคะถึงได้แวะมา “เ
“มีอะไรเฮีย ทำไมโทรให้ผมออกมาแต่เช้า”เล็กหรือรัตนัยน้องชายรัตนาผู้เป็นภรรยาของเสี่ยตือเอง“เฮียไม่อยากตอบคำถามพี่สาวลื้อ ขี้เกียจเถียงกัน”“ก็เฮียทำไม่ถูกนี่นะ”“เออนะ...ลื้อจะกินอะไรก็สั่งมา เฮียมีธุระอื่นอีกที่ต้องไป”“ไม่ล่ะยังกินอะไรไม่ลง เพิ่งกระดกกาแฟถ้วยที่สามมา พูดธุระมาเลย”“เฮียอยากจะขอดูหลักฐานที่ลื้อบอกว่ามีเกี่ยวกับเจี๊ยบ.....”เล็กมองหน้าพี่เขยพร้อมถอนหายใจอย่างหนัก ๆ นั่งจ้องอยู่สักครู่จึงพูดขึ้นว่า “ที่ผมบอกเจ๊รัตน์เพราะสงสารทั้งเฮียทั้งเจ๊...ที่จริงเรื่องนี้ผมรู้มานานแล้วเล็กหยุดไปนิดหนึ่งเพื่อให้โอกาสอีฝ่ายโต้แย้งแต่เสี่ยตือยังคงนิ่งเงียบ แววตาเคร่งขรึมลง ไม่มีทีท่าว่าจะปฏิเสธ เล็กจึงสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะเปิดฉากพูดเตือนสติพี่เขยอย่างตรงไปตรงมา“เฮียตือ...ผมเห็นเฮียเป็นเหมือนพี่ชาย ผมเองก็รักและนับถือเฮียเพราะเป็นสามีพี่สาวผม” เล็กถอนหายใจจ้องหน้าที่เคร่งเครียดของเสี่ยตือ“ถามจริง นึกยังไงถึงเข้ามาขอดูหลักฐานกับผมวันนี้”“ลื้ออย่ารู้เลย เฮียอยากเห็นกับตา ถ้าลื้อมีจริงก็เอามาแสดงให้เฮียดู”“อ่อ..เพื่อความมั่นใจว่าเมียผิดหจริงไหม? ว่างั้นเถอะ...”เขาถอยหายใจห
ฟ้ารุ่งรีบเก็บม้วนแบบแปลนและอุปกรณ์ลงกระเป๋าด้วยท่าทางคล่องแคล่ว ทว่าในใจกลับเต้นรัวอย่างคุมไม่อยู่ เมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาคมกริบที่จ้องมองเธอไม่วางตาจากทางด้านหลัง"วันนี้รายละเอียดครบถ้วนแล้วค่ะคุณพชร เดี๋ยวฟ้าจะกลับไปแก้แบบห้องโถงตามที่คุณต้องการ แล้วจะส่งไฟล์ให้ตรวจอีกทีนะคะ" เธอกล่าวพลางขยับถอ
"ก๊อก... ก๊อก...""เชิญค่ะ ประตูไม่ได้ล็อก"รุ่งรัตนาเอ่ยอนุญาตน้ำเสียงกังวานใส ทันทีที่บานประตูถูกผลักเข้ามา สมฤทัย ประชาสัมพันธ์สาวสวยของบริษัทก็โผล่หน้าส่งยิ้มกว้างนำเข้ามาก่อน ตามมาด้วยร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มในชุดลำลองที่ดูเรียบง่ายทว่ากลับดูภูมิฐานอย่างน่าประหลาดรุ่งรัตนาวางมือจากงานแล้วลุกขึ้
"พร้อมจะให้ผมถอยรถออกหรือยังครับ?"น้ำเสียงนั้นนิ่งสนิททว่าทรงอำนาจดุจคำสั่งที่ประกาศก้องกลางครัน ส่งผลให้ประโยคถัดไปที่ฟ้ารุ่งกำลังจะพ่นออกมาด้วยความเดือดดาลถูกกลืนหายไปในลำคอทันที หญิงสาวเหยียดริมฝีปากมองอีกฝ่ายด้วยสายตาชิงชังอย่างปิดไม่มิด หล่อนรู้สึกอึดอัดจนอกแทบระเบิดที่ทำอะไรผู้ชายคนนี้ไม่ได
ฟ้ารุ่งไม่รอช้า หล่อนก้าวฉับ ๆ ตรงไปที่ท้ายรถสปอร์ตคันหรูสีเทาแกรไฟต์ที่จอดขวางสนิทหญิงสาววางมือลงบนตัวถังรถที่เย็นเฉียบแล้วออกแรงผลักเต็มกำลัง ทว่า... รถคันงามกลับ นิ่งสนิทราวกับถูกหล่อติดไว้กับพื้นปูน ไม่มีการขยับเขยื้อนแม้แต่เซนติเมตรเดียว!"ไหนใครบอกว่าใส่เกียร์ว่างเอาไว้ไงคะ!"ฟ้ารุ่งหันมาแหว







