Se connecter"ใจเย็นๆ ก่อนน่าพี่รัตน์ เขาอาจจะไม่เป็นอย่างที่พี่คิดก็ได้นะ"
"จะไม่เป็นได้ยังไงกัน!"
รัตนาสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเต็มไปด้วยแรงอารมณ์พลางหันมาจ้องหน้าคู่สนทนาตาเขม็ง
"ยายเม้ามันบอกว่าเห็นมากับตาตัวเองเชียวนะ ว่าพ่อตัวดีของฉันหิ้วแม่นั่นเข้าโรงแรม!"
"โธ่... คำพูดคนอย่างยายเม้าน่ะ พี่ต้องเอาห้าหารนะ อย่าไปเชื่อเสียหมดเลยถ้ายังไม่ได้เห็นกับตาตัวเอง"
"โอ๊ย... จะห้าจะหกหรือจะหารอะไรฉันไม่สนแล้ว!"
รัตนาร้องเสียงหลงอย่างคนสติแตก เธอเดินงุ่นง่านกลับไปกลับมาจนแผ่นไม้บนเรือนลั่นประท้วงตามจังหวะก้าว ปากก็ยังคงพรั่งพรูความอัดอั้นออกมาไม่หยุด
"เธอลองคิดดูนะรุ่ง... ตั้งแต่อยู่กินกันมาสิบปีเนี่ย ฉันต้องตามไปลากคอเขาออกมาจากห้องเมียน้อยเมียเก็บมากี่คนต่อกี่คนแล้ว!"
"แต่เธอก็เป็นฝ่ายชนะ ยอมสงบศึกกลับบ้านทุกทีไม่ใช่เหรอ..."
รุ่งรัตนา น้องสาวคนเล็กเอ่ยแทรกขึ้นเบา ๆ หวังจะคัดค้านเมื่อเห็นว่าพี่สาวเริ่มจะคุมสติไม่อยู่
"มันก็ใช่! แต่แหม... เธอก็คิดดูสิว่ามันน่าน่าโมโหแค่ไหน"
รัตนาทำหน้าบิดเบี้ยวด้วยความขัดใจ เป็นสีหน้าที่คนฟังแค่นึกตามก็จินตนาการออกว่าอารมณ์ของคนพูดนั้นพุ่งพล่านเพียงใด
"เมื่อคืนฉันก็เพิ่งตามไปนะ แต่ไม่เจอ... ไอ้พวกลูกน้องเวรนั่นมันดันรู้ทัน แจ้นไปบอกลูกพี่มันเสียก่อนน่ะสิ!"
"ที่จริง... พี่ก็ไม่น่าจะไปตึงเครียดกับเขาขนาดนั้นเลยนะ"
"โอ๊ย! ไม่เคร่งไหวเหรอยะ นั่นน่ะผัวฉันทั้งคนนะรุ่ง... ฉันก็รักของฉัน!"
รัตนาโพล่งแทรกขึ้นมาทันควันอย่างไม่ยอมความ
"ถ้าพี่เลือกจะรัก พี่ก็ต้องทำใจสิ... ในเมื่อพี่ก็รู้อยู่เต็มอกว่านิสัยสามีพี่เป็นคนยังไง"
"มันก็ใช่..."
รัตนาหยุดเดินกะทันหัน เธอถอนหายใจเฮือกใหญ่จนอกแทบกระเพื่อม เมื่อภาพเก่า ๆ ในอดีตย้อนคืนกลับมาตั้งแต่วันแรกที่เริ่มใช้ชีวิตคู่จนถึงปานนี้ แม้จะล่วงเลยมานับสิบปี แต่พ่อเจ้าประคุณสามีตัวดีก็ยังคงเส้นคงวาไม่มีเปลี่ยน"ใครจะไปรู้ว่ายิ่งแก่ปูนนี้แล้ว ตัณหามันจะยิ่งกลับหนาขึ้นกว่าเดิมเสียอีก... รู้อย่างนี้ เชื่อแม่แต่แรกเสียก็ดีหรอก จะได้ไม่ต้องมานั่งปวดหัวแบบนี้!"
เมื่อทั้งคู่ยืนเคียงข้างกัน ใครต่อใครต่างก็ยากจะเชื่อว่าหญิงสาวสองคนนี้คือพี่น้องคลานตามกันมา เพราะรูปลักษณ์ของพวกเธอนั้นราวกับภาพวาดที่อยู่คนละเฉดสีรัตนา พี่สาวคนโตปรากฏกายในลุคที่สะดุดตาตั้งแต่ระยะไกล เธอเป็นหญิงสาวร่างอวบอัดผิวขาวนวลเนียนที่ดูเจ้าเนื้ออย่างมีเสน่ห์ แม้จะมีส่วนสูงเพียง 155 เซนติเมตร แต่เธอก็รู้วิธีดึงจุดเด่นของตัวเองออกมาด้วยการแต่งกายที่เน้นความเซ็กซี่และหรูหรา ชุดที่เธอสวมใส่มักเป็นแบรนด์เนมราคาแพงที่ตัดเย็บมาเพื่อโชว์ส่วนเว้าส่วนโค้ง โดยเฉพาะหน้าอกหน้าใจที่โดดเด่นเป็นพิเศษ
ใบหน้าของรัตนาถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางอย่างประณีตและจัดจ้าน ริมฝีปากฉาบสีแดงสดสะดุดตา ดวงตาคู่สวยติดขนตาปลอมงอนหนาทำให้ดูสวยเฉี่ยวตลอดเวลา รับกับเส้นผมยาวดัดลอนสลวยที่จัดแต่งทรงมาอย่างดีราวกับเพิ่งเดินออกจากร้านทำผมชั้นนำในขณะที่ รุ่งรัตนา น้องสาวคนเล็ก กลับมีความงามที่ต่างไปโดยสิ้นเชิง
เธอโดดเด่นด้วยรูปร่างสูงโปร่งถึง 165 เซนติเมตร หุ่นสวยสง่างามดูสมส่วนแบบนางแบบโดยไม่ต้องพยายาม ทว่าบนใบหน้าของเธอกลับไร้ซึ่งเครื่องสำอางใด ๆ เผยให้เห็นผิวพรรณที่สวยแบบธรรมชาติและเครื่องหน้าที่หมดจดสมวัย รุ่งรัตนาพอใจที่จะอยู่ในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์ธรรมดา ๆ ไม่มีแบรนด์หรูหรา เน้นความคล่องตัวและเรียบง่าย
ผมของเธอถูกซอยเป็นทรงสั้นดูน่ารักทะมัดทะแมง ยิ่งส่งให้เธอดูเป็นหญิงสาวสมัยใหม่ที่มั่นใจในตัวเองไม่เพียงแต่รูปลักษณ์เท่านั้น แต่นิสัยใจคอของทั้งคู่ยังต่างกันอย่างสิ้นเชิง รัตนาคือภาพจำของหญิงสาวผู้รักสนุก หลงใหลในความหรูหรา และพร้อมจะใช้แรงอารมณ์นำทางชีวิตเสมอ ในขณะที่รุ่งรัตนาคือความสงบและมีเหตุมีผล เธอใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย รักอิสระ และมองโลกด้วยความเป็นจริงมากกว่าความเพ้อฝัน
“เฮ้อ... เมื่อไหร่เรื่องบ้าๆ นี่มันจะจบสิ้นเสียทีนะ ฉันเหนื่อยเหลือเกินรุ่ง”
รัตนาหยุดชะงักฝีเท้ากะทันหัน ราวกับเรี่ยวแรงที่มีถูกสูบหายไปในอากาศ เธอถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่จนหน้าอกอวบอัดที่โผล่พ้นชุดแบรนด์เนมตัวแพงกระเพื่อมไหวตามแรงสะอื้นในอก ดวงตาที่แต่งแต้มด้วยขนตาปลอมงอนงามเริ่มสั่นระริก เมื่อภาพความทรงจำเก่าๆ ย้อนกลับมาตอกย้ำ ตั้งแต่วันแรกที่เธอดึงดันจะใช้ชีวิตร่วมกับเขา จนล่วงเลยมานับสิบปี พ่อเจ้าประคุณสามีตัวดีก็ยังคงเส้นคงวาเรื่องเจ้าชู้ไม่เคยเปลี่ยน
“ใครจะไปรู้ว่ายิ่งแก่ปูนนี้แล้ว ตัณหามันจะยิ่งกลับหนาขึ้นกว่าเดิมเสียอีก...”
รัตนาพึมพำเสียงแผ่วพลางทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาอย่างหมดแรง มือเรียวที่แต่งเล็บมาอย่างดีกุมเข้าหากันแน่น ความถือดีในตอนแรกมลายหายไปเหลือเพียงความท้อแท้ที่หยั่งรากลึก
“รู้อย่างนี้... เชื่อแม่แต่แรกเสียก็ดีหรอก จะได้ไม่ต้องมานั่งตามจองล้างจองผลาญกันไม่จบไม่สิ้นแบบนี้!”
เธอทอดสายตาออกไปอย่างไร้จุดหมาย นึกย้อนถึงคำเตือนของผู้ใหญ่ที่เคยปรามาสผู้ชายคนนี้ไว้ แล้วก็ได้แต่ยอมรับกับตัวเองเงียบๆ ว่าเธอเลือกทางเดินนี้เอง
ในห้องนั่งเล่นที่ตกแต่งด้วยเครื่องเรือนหลุยส์บุทอง แสงไฟจากโคมระย้าคริสตัลระยิบระยับล้อกับประกายเพชรบนนิ้วมือของ รัตนา เธอนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาตัวยาว ในชุดเดรสสีเบอร์กันดีรัดรูปคว้านลึกที่เน้นส่วนโค้งเว้าอวบอัด ผิวพรรณของเธอผุดผ่องหอมฟุ้งไปด้วยน้ำหอมราคาแพง ใบหน้าที่ถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางจัดจ้านดูเชิดรั้นและบึ้งตึง ดวงตาที่กรีดอายไลเนอร์คมกริบจ้องมองไปที่ประตูอย่างไม่วางตาทันทีที่เสียงฝีเท้าหนักๆ ของ เสี่ยตือ หรือเสี่ยองอาจ เจ้าของผับใหญ่ผู้มีอิทธิพลเดินพุงพลุ้ยเข้ามา รัตนาก็ดีดตัวลุกขึ้นยืนทันที“ไปไหนมาคะเสี่ย!” เสียงแหลมปนสะบัดถามขึ้นทันควันโดยไม่เปิดโอกาสให้สามีได้ตั้งตัวเสี่ยตือชะงักกึก พยายามปั้นหน้ายิ้มเกลี่ยน“อ้าว... หนูรัตน์ ทำไมยังไม่นอนอีกจ๊ะ นี่มันดึกมากแล้วนะ”“รัตน์จะนอนหลับได้ยังไง ในเมื่อเพื่อนรักอย่างยัยเม้าเพิ่งคาบข่าวบอกรัตน์ว่า เห็นเสี่ยหายไปกับแม่สาวน้อยคนใหม่!” รัตนาเดินเข้าไปประจันหน้า วางมือที่สะโพกอวบกลมพลางมองจิก“รัตน์รู้นะคะว่าเสี่ยเจ้าของผับใหญ่ มีอีหนูมาติดพันน่ะมันเรื่องธรรมดา แต่นี่ถึงขั้นไปนอนค้างอ้างแรมไม่กลับบ้านกลับช่องแบบนี้ รัตน์ไม่ยอมนะค
เรืองรบแวะเวียนมาหารุ่งรัตนาที่ออฟฟิศบ่อยครั้ง ทว่ากลับมีเรื่องน่าประหลาดใจเกิดขึ้นเสมอ เพราะทุกครั้งเขามักจะคลาดกับฟ้ารุ่งไปอย่างน่าเสียดาย ทั้งที่เขามักจะเห็นร่างสูงโปร่งของหล่อนเดินเข้าออกออฟฟิศอยู่เป็นประจำ แต่พอเขาก้าวเท้าเข้าไปด้านใน ฟ้ารุ่งก็มักจะอันตรธานหายไปก่อนทุกที จนเขานึกสงสัยว่านี่เป็นเรื่องบังเอิญหรือพรหมลิขิตเล่นตลกกันแน่ แต่วันนี้เขาไม่ได้มาเพียงลำพัง เรืองรบเดินนำหญิงสาวหน้าหวานคนหนึ่งเข้ามาในห้องทำงานของรุ่งรัตนา รุ่งรัตนามองผู้มาเยือนคนใหม่ด้วยความทึ่งในความงาม หล่อนมีใบหน้าที่หมดจดงดงามราวกับภาพวาด นัยน์ตาคู่สวยดูซึ้งกินใจ ผิวขาวผุดผ่องตัดกับเส้นผมยาวสลวยที่ทิ้งตัวลงมาถึงกลางหลัง ใบหน้าถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางบางเบาดูพอเหมาะพอเจาะไปเสียทุกส่วนจนยากจะละสายตา "นี่ 'เรืองริน' น้องสาวของผมครับ..." เรืองรบเอ่ยแนะนำด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจรุ่งรัตนาคลี่ยิ้มกว้างพลางลุกขึ้นต้อนรับ "สวัสดีค่ะคุณริน ตัวจริงสวยกว่าในรูปที่คุณเรืองรบเคยอวดไว้อีกนะคะเนี่ย มองเพลินจนเกือบลืมทักเลย" "สวัสดีค่ะ เรียกว่ารดาก็ได้ค่ะ...พี่รบก็ชมรินเกินไปค่ะ" เ
ทันทีที่เสียงเครื่องยนต์ของฟ้ารุ่งลับหายไปจากหน้าบ้าน บรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเองเมื่อครู่ก็อันตรธานหายไปในพริบตา เสี่ยอำนาจที่เคยยิ้มแย้มจนตาปิดกลับเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม แววตาคมปลาบจ้องมองลูกชายเขม็งราวกับจะมองให้ทะลุถึงความคิดข้างใน“อาเพชร ลื้อฟังป๊านะ...” น้ำเสียงที่เคยหัวเราะร่วนกลับหนักแน่นและเด็ดขาดจนน่าขนลุก“ลื้อชอบอี ป๊าไม่ว่า แต่อย่าให้ความหลงใหลมันทำลื้อถลำจนล้ำเส้น ลืมไปว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่”พชรนิ่งเงียบ สีหน้าเรียบเฉยแต่แววตาสั่นไหวเล็กน้อยเมื่อถูกบิดาจี้จุด“งานตกแต่งบ้านชุดนี้สำคัญมาก ถ้าลื้อไปวอแวอีจนอีทำงานต่อไม่ไหว งานจะเสีย แล้วมันจะกระทบไปถึงงานตัวอื่น ๆ ของเราด้วย” เสี่ยอำนาจก้าวเข้าไปใกล้ลูกชายพลางลดเสียงลงแต่ยังคงความเฉียบขาด“อย่าลืมว่าลื้อเปิดผับดัง คนจับตาดูเยอะ เรื่องผู้หญิงกับธุรกิจต้องแยกให้ขาด อย่าให้เรื่องส่วนตัวมาทำให้กงสีต้องสั่นคลอน เข้าใจที่ป๊าพูดใช่ไหม?”พชรสูดลมหายใจเข้าลึก พยักหน้าช้า ๆ“ผมทราบครับป๊า ผมแค่... มีวิธีเข้าหาของผม”“วิธีของลื้อน่ะ ป๊าดูออกว่าอีกลัว”เสี่ยอำนาจตบท่าที่บ่าลูกชายแรงๆ หนึ่งทีเป็นการเตือนสติ“คนอย่างหนูฟ้าใช้กำลังหรืออ
ฟ้ารุ่งรีบเก็บม้วนแบบแปลนและอุปกรณ์ลงกระเป๋าด้วยท่าทางคล่องแคล่ว ทว่าในใจกลับเต้นรัวอย่างคุมไม่อยู่ เมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาคมกริบที่จ้องมองเธอไม่วางตาจากทางด้านหลัง"วันนี้รายละเอียดครบถ้วนแล้วค่ะคุณพชร เดี๋ยวฟ้าจะกลับไปแก้แบบห้องโถงตามที่คุณต้องการ แล้วจะส่งไฟล์ให้ตรวจอีกทีนะคะ" เธอกล่าวพลางขยับถอยห่าง แต่ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่กลับก้าวเข้ามาขวางทางออกไว้อย่างใจเย็นพชร ในเสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนเผยให้เห็นรอยสักลวดลายวิจิตรที่ลามออกมาถึงข้อมือและลำคอ ส่งให้เขาดูมีอำนาจและน่าค้นหาอย่างประหลาด เขาพิงกรอบประตูพลางกอดอก แววตาที่จ้องมองมานั้นไม่ได้มีความดุร้าย แต่มันกลับเต็มไปด้วยความ "พึงพอใจ" จนคนถูกมองหน้าร้อนผ่าว"จะรีบไปไหนล่ะครับคุณฟ้า นี่ก็จะเย็นมากแล้ว... ผมว่าเราไปหาอะไรทานกันก่อนดีกว่า"น้ำเสียงทุ้มต่ำของเขาฟังดูเหมือนคำชวนทั่วไป แต่แฝงไปด้วยความเอาแต่ใจของคนที่คุ้นชินกับการได้รับทุกอย่างที่ต้องการ"ขอบคุณค่ะ แต่ฟ้ามีนัดกับเพื่อนแล้วค่ะ" เธอโกหกคำโต หวังจะปลีกตัวออกไปจากบรรยากาศที่เริ่มอึดอัดนี้"นัดกับเพื่อน... หรือนัดกับคนที่จดทะเบียนรถผมไปเมื่อเช้าล่ะครับ?"พชรเลิกคิ้วถามพร้อมรอยยิ้ม
"ก๊อก... ก๊อก...""เชิญค่ะ ประตูไม่ได้ล็อก"รุ่งรัตนาเอ่ยอนุญาตน้ำเสียงกังวานใส ทันทีที่บานประตูถูกผลักเข้ามา สมฤทัย ประชาสัมพันธ์สาวสวยของบริษัทก็โผล่หน้าส่งยิ้มกว้างนำเข้ามาก่อน ตามมาด้วยร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มในชุดลำลองที่ดูเรียบง่ายทว่ากลับดูภูมิฐานอย่างน่าประหลาดรุ่งรัตนาวางมือจากงานแล้วลุกขึ้นยืนต้อนรับผู้มาเยือน แต่ทันทีที่สายตาปะทะกับใบหน้าคมเข้มและรูปร่างกำยำสูงใหญ่นั่น หล่อนถึงกับต้องขมวดคิ้วมุ่น ความรู้สึกคุ้นตาอย่างประหลาดทำให้ในหัวเริ่มประมวลผลวุ่นวาย...ใบหน้าแบบนี้ รูปร่างแบบนี้ หล่อนเคยเห็นที่ไหนกันนะ?"มาติดต่อเรื่องตกแต่งบ้านค่ะพี่รุ่ง"สมฤทัยรายงานพลางผายมือเชิญแขกหนุ่มรูปหล่อให้ไปนั่งที่เก้าอี้รับแขกตรงมุมห้อง ก่อนจะขอตัวเลี่ยงออกไปอย่างรู้หน้าที่รุ่งรัตนาเดินอ้อมโต๊ะทำงานออกมาพลางยกมือไหว้ทักทายตามมารยาท แต่แล้ววินาทีที่สบตาเขาในระยะใกล้ ความจำก็ทำงานฉับพลัน...ใช่เขาจริง ๆ ด้วย!ชายหนุ่มหน้าเข้มที่เป็นเจ้าของรถสปอร์ตสีแดงเพลิงคันนั้น คนที่หล่อนเพิ่งเจอเหตุการณ์ขวางโลกที่ลานจอดรถมาหมาด ๆหัวใจของหญิงสาวเริ่มเต้นแรงขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ ความประหม่าแล่นริ้วขึ้นมาจนร
"พร้อมจะให้ผมถอยรถออกหรือยังครับ?"น้ำเสียงนั้นนิ่งสนิททว่าทรงอำนาจดุจคำสั่งที่ประกาศก้องกลางครัน ส่งผลให้ประโยคถัดไปที่ฟ้ารุ่งกำลังจะพ่นออกมาด้วยความเดือดดาลถูกกลืนหายไปในลำคอทันที หญิงสาวเหยียดริมฝีปากมองอีกฝ่ายด้วยสายตาชิงชังอย่างปิดไม่มิด หล่อนรู้สึกอึดอัดจนอกแทบระเบิดที่ทำอะไรผู้ชายคนนี้ไม่ได้เลยแม้แต่น้อยน้ำเสียงเน้นย้ำที่ฟังดูเหมือนจงใจยุติบทสนทนาแต่เพียงเท่านี้ เป็นการประกาศความเหนือกว่าที่ทำให้ฟ้ารุ่งรู้สึกตัวเล็กลงอย่างน่าเจ็บใจ ท่าทางถือดีที่ควบคุมทุกอย่างได้เบ็ดเสร็จนั่นแหละคือสิ่งที่หล่อนเกลียดที่สุด... ไม่สิ ทั้งหมดที่เป็นเขานั่นแหละ มันขวางหูขวางตาหล่อนไปเสียทุกอย่างอย่างไร้เหตุผล!"ไปเถอะฟ้า... อย่ามีเรื่องเลย" รุ่งรัตนารีบเข้ามาแตะต้นแขนเพื่อนสาวเบาๆ เพื่อดึงสติ ก่อนจะหันไปทางชายหนุ่มด้วยรอยยิ้มละมุน"คุณช่วยถอยรถออกก่อนนะคะ เราจะได้ถอยรถของเราออกบ้าง""ครับ... ผมต้องขอโทษ 'คุณ' อีกครั้งนะครับ"ชายหนุ่มตอบรับพลางระบายยิ้มให้รุ่งรัตนาอย่างเปิดเผยและดูจริงใจ แววตาที่เขามอบให้รุ่งรัตนานั้นดูอบอุ่นและให้เกียรติอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งมันช่างต่างจากตอนที่เขามองฟ้ารุ่งราวฟ้า






![เจ้าสาวใคร่ราคะ [NC30+] + [PWP]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
