LOGINก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูจากด้านนอกปลุกฉันให้ตื่นขึ้นอย่างอดไม่ได้ด้วย สภาพที่ยังงัวเงียและแฮงค์ไม่หายจากเมื่อคืนดีนัก ฉันหันไปมองไอ้ร่างสูงที่นอนอยู่ข้างล่างเตียงแล้วเดินลงจากเตียงข้ามตัวเจ้าของห้องที่นอนกองอยู่กับพื้นไปอย่างโซซัดโซเซเพื่อไปเปิดประตูห้องให้คนด้านนอกได้เข้ามา
“อ้าว! หนูของขวัญเองเหรอจ้ะ” เป็นอาน้ำแม่ของเซนโตะนั่นเอง ท่านดูตกใจเล็กน้อย แล้วก็เปลี่ยนสีหน้าเพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ฉันมานอนห้องเซนโตะด้วยสภาพแบบนี้
“สวัสดีค่ะอาน้ำ”
“เซนโตะล่ะจ๊ะ”
“ยังนอนอยู่เลยค่ะ…อาน้ำ เดี๋ยวหนูปลุกมันให้แล้วกันนะคะ”
“ได้จ่ะ รีบตามลงมากินข้าวเช้ากันด้วยนะ เดี๋ยวข้าวจะเย็นเอาซะก่อน”
“ขอบคุณค่ะ…อาน้ำ เดี๋ยวหนูจะรีบลงไปนะคะ” อาน้ำพยักหน้า แล้วเดินลงไปยังชั้นล่างตามเดิม ฉันปิดประตูห้องแล้วเดินไปใช้เท้าเขี่ยร่างสูงของเซนโตะที่ยังนอนสลบอยู่ข้างล่างด้วยสภาพเปลือยท่อนบนกับกางเกงยีนส์ขายาวตัวที่ใส่ไปผับเมื่อคืน
“มึง! ตื่นได้แล้ว!” ถ้ามันยังไม่ลุก ฉันก็ใช้เท้าเขี่ยมันอยู่อย่างนั้นแหละ ดูสิจะทนได้สักแค่ไหนกันเชียว
“อือ…ขออีกห้านาที”
“ไม่! ตื่นได้แล้ว! ไม่งั้นกูก็เขี่ยมึงอย่างงี้แหละ!”
“โอ้ย! มึงนี่นะ…ของขวัญ!” สุดท้ายมันก็ทนลูกตื๊อของฉันไม่ได้ จึงผุดลุกผุดนั่งด้วยสภาพไม่ต่างกันกับตอนที่ฉันเพิ่งตื่น ก่อนจะรีบพุ่งตรงไปที่ห้องน้ำ และหลังจากนั้นฉันก็ได้ยินเสียง...
แอวะ
เมื่อคืนมันดื่มหนักกว่าฉันซะอีก จนไม่รู้แล้วว่าวันเกิดใครกันแน่ แถมยังหายไปกับผู้หญิงโต๊ะข้าง ๆ ตั้งนานสองนาน กว่าจะได้กลับบ้านก็เกือบตีหนึ่ง แล้วยังจะดื่มหนักจนเดินแทบไม่ไหวกลายเป็นฉันซะเองที่ต้องขับรถกลับบ้าน แบกมันขึ้นห้อง ทั้งๆ ที่สภาพตัวเองก็ใช่ว่าจะดีแท้ๆ เพราะเมื่อคืนตัวเองก็เมาด้วยเหมือนกัน ก็เลยถือวิสาสะนอนห้องมันซะเลย โดยที่ให้เจ้าของห้องอย่างมันนอนข้างล่างไปซะ
หลังจากเซนโตะเดินเข้าไปในห้องน้ำแล้ว ฉันก็ทำการผับผ้าห่มพร้อมกับจัดหมอนให้เรียบร้อย ก่อนจะเดินออกจากห้องไปในขณะที่เซนโตะยังไม่ออกมาจากห้องน้ำ เพื่อกลับบ้านตัวเองที่อยู่ไม่ไกลนัก
“จะกลับบ้านแล้วเหรอของขวัญ มานั่งทานข้าวเช้าด้วยกันก่อนสิจ๊ะ”
“ขอบคุณค่ะ…อาน้ำ แต่ไม่เป็นไรค่ะ หนูขอตัวก่อนนะคะ”
“ก็ได้จ่ะ…กลับบ้านดี ๆ นะ”
“ค่ะ” คือบ้านอยู่ข้างๆ นี่เอง
“เราไปนอนเมาบ้านเซนโตะมาอีกแล้วเหรอ” เมื่อเดินเข้ามาในตัวบ้าน ก็เห็นพ่อกำลังนั่งดูทีวีอยู่ที่ห้องโถง โชคดีที่ทางบ้านฉันเข้าใจว่าชีวิตวัยรุ่นอย่างเรามันก็ต้องมีเรื่องเที่ยวบ้างอะไรบ้าง และฉันก็ทำแบบเปิดเผย ไม่ได้คิดจะปิดบังอะไรด้วย ขนาดไปนอนบ้านเซนโตะยังอยู่ในสายตาผู้ใหญ่เลย หากเป็นครอบครัวอื่นฉันคงโดนนินทาไปแล้ว ว่าทำไมลูกสาวบ้านนี้แรดจัง ไปนอนค้างกับผู้ชาย แต่ก็อย่างว่าแหละนะ ผู้ชายที่ว่านี่คือเซนโตะเพื่อนสนิทของฉันตั้งแต่เด็กไง พวกท่านเลยไม่ว่าอะไรแถมยังอยากให้เราสองลงเอยกันด้วยซ้ำ แต่อย่างที่บอก…ฉันอยากลงเลยกับคนพี่มากกว่าคนน้องน่ะสิ หุหุ…
“เมื่อวานของขวัญต้องแบกเซนโตะขึ้นบ้านค่ะ…พ่อ เลยขี้เกียจเดินกลับบ้าน”
“ไปถึงขั้นไหนกันแล้วล่ะ”
“ขั้นไหนอะไร? ไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละพ่อ โธ่ หนูไม่ได้ชอบมันสักหน่อย”
“งั้นก็ดีแล้วล่ะ แต่ถ้าเกินเลยก็อย่าลืมป้องกันด้วยล่ะ”
“ไม่มีหรอก พ่อ!” พ่อฉันนี่แหละตัวดีเลย ชอบเชียร์ให้ฉันลงเอยกับเซนโตะ แต่ขอบอกเลยนะว่าไม่มีวันซะหรอก ทุกคนก็รู้ใช่มั้ยว่าเพราะอะไร…
ไม่นานเสียงลูกบิดประตูก็ดังขึ้น มาพร้อมกับร่างสูงของเซนโตะที่ตอนนี้สภาพดูดีขึ้นกว่าชั่วโมงก่อนแล้ว มันเดินเข้ามาในห้องฉันอย่างถือวิสาสะ ก่อนจะล้มตัวลงนอนบนเตียงสีชมพูข้าง ๆ ฉันที่กำลังนอนอ่านหนังสือสอบเข้ามหาลัยอยู่ด้วยสภาพหน้าสดและแว่นตาหนาเตอะ
จริงๆ แล้วฉันเป็นคนที่สายตาสั้นมาตั้งแต่เด็กแล้ว ทั้งสั้นทั้งเอียงด้วยซ้ำ เวลาที่อยู่บ้านก็สภาพอย่างนี้แหละ หน้าสดๆ โทรมๆ กับแว่นตาหนาคู่ใจ แต่เวลาออกไปไหนก็จะแปลงโฉมตัวเองจนกลายเป็นอีกคนไปเลย แทบไม่มีใครรู้ด้วยซ้ำว่าฉันสายตาสั้นนอกจากเพื่อนๆ ในกลุ่มที่ฉันเคยไปนอนค้างบ้านพวกมันอย่างหวาน มิ้ง และจีน
ฉันกับพวกมันเพิ่งจบมัธยมปลายมาได้ไม่นานนี้เอง แต่ตอนนี้กลับยังไม่มีที่เรียนซะอย่างนั้น เพียงเพราะว่ากลุ่มของพวกเราตกลงจะเข้าเรียนมหาลัยBKที่เดียวกัน แต่มหาลัยก็ดันเปิดรับสมัครช้า แถมยังคัดคนเข้าไปเรียนจำนวนจำกัดด้วยช่วงนี้ พวกเราเลยต้องอ่านหนังสือเตรียมสอบกันไปก่อน ได้ข่าวว่าอีกสองอาทิตย์ก็จะเปิดรับสมัครแล้วด้วย อย่าพูดว่าพวกเราเลยดีกว่า ฉันน่ะอ่านบ้างแล้วแต่อารมณ์ในแต่ละวัน แต่ไอ้สายฟ้าน่ะสิ จนถึงวันนี้ฉันยังไม่เห็นมันจะแตะหนังสือเลยสักนิด
“มึงมีไรจะบอกกูมั้ย ของขวัญ” พอมันล้มตัวลงนอน มันก็เอาแต่จ้องหน้าฉันใหญ่เหมือนมีอะไรจะคุยด้วย
“อะไรวะ”
“ไม่มีอะไรจะบอกกูแน่เหรอ เมื่อคืนมึงนัดใครไว้?”
“มึงจะพูดอะไรก็พูดมาเลยดีกว่าไอ้เซน กูขี้เกียจเดา กูไม่รู้จริงๆ เว้ย”
“เซจิโทรมาบอกกูว่ามึงนัดผู้ชายไปที่ห้องเชือด มึงนัดใครไว้?”
“กูเปล่านะ”
“อย่ามาโกหก ถ้าเซจิมันไม่เห็นมึงจริง ๆ คงไม่กล้าโทรมาบอกกูขนาดนี้หรอก บอกมาเร็วเข้า!”
“กูแค่เข้าไปฉี่เฉยๆ เว้ย ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันคือห้องเหี้ยไรอ่ะ”
“แหนะ! ยังจะแถอีก มึงแอบนัดใครไอ้หนุ่มโต๊ะข้าง ๆ ใช่มะ กูบอกแล้วไงว่ามัน…”
“โว้ย! กูบอกว่ากูแค่ไอ้ฉี่เฉยๆ ไง ไม่ได้นัดใครทั้งนั้นกูเมา!” ฉันบอกมันไปตามตรง แต่สายตาที่เซนโตะมันมองมานั้นเหมือนจะไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่นัก ราวกับพยักหน้าไปงั้นๆ ซึ่งฉันก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ
“ลุกขึ้นไปแต่งตัวได้แล้ว พวกเราต้องไปห้าง C กัน”
“ไปทำไม? กูไม่ไป! กูจะอ่านหนังสือ!”
“เซจิมันนัดพวกเราไปติวหนังสือที่ห้าง C ร้านเพื่อนมะ... ของขวัญ! ไอ้ของขวัญ!” ฉันลุกขึ้นไปแต่งตัวใหม่ ตั้งแต่ที่เซนโตะพูดชื่อพี่เซจิแล้ว ใช้เวลาเพียงไม่นานก็ออกมาพร้อมกับชุดใหม่
“ขอเวลาแต่งหน้าแปปหนึ่ง”
“แค่ไปติวหนังสือไม่เห็นต้องแต่งหน้าเลยนี่ หรือมึงจะไปอ่อยเซจิ..?”
“บ้า! ปกติเวลากูออกนอกบ้านก็แต่งหน้าอยู่แล้วป่ะ”
“เออๆ กูให้เวลาสิบห้านาที ไม่งั้นกูไม่รอนะ”
“ขู่กูแบบนี้กี่รอบแล้วล่ะ? ก็เห็นรอตลอดนี่”
“ -0 -”
แอบตื่นเต้นจัง ปกติแล้วพี่เซจิมักจะเลี่ยงการติวหนังสือให้พวกเราอยู่ตลอด แต่ว่าวันนี้เขากลับมานัดติวให้ แต่เรื่องนั้นมันก็ดีแล้ว ฉันจะได้เจอหน้าพี่เขาด้วย
‘โดยปกติ ฉันก็อยากจะเจอหน้าพี่ทุกวันอยู่แล้ว’
“ก็กูจะใช้...”“แต่ผมหยิบก่อน”“กูจำเป็นต้องใช้ตอนนี้...เดี๋ยวผัดผักมันไหม้”“ผมก็จำเป็นเหมือนกัน เดี๋ยวไข่ไหม้”ฉันตื่นขึ้นเพราะเสียงเอะอะโวยวายดังไปทั่วบริเวณ แต่เมื่อลืมตาขึ้นมาก็พบว่าพี่เซจิและคิรันกำลังเข้าครัวทำอาหารด้วยกันอยู่ ถึงแม้จะดูเหมือนคนกำลังจะเปิดศึกฆ่าแกงกันมากกว่าก็เถอะ“ทำอะไรกัน?” ฉันเดินงัวเงียเข้ามาในห้องครัวเรียกความสนใจจากทั้งคู่ได้ทันควัน ก่อนจะจ้องมองสิ่งที่อยู่ในกะทะเริ่มเกรียมเข้าไปทุกที ฉันจึงต้องรีบเข้าไปคว้าตะหลิวในมือของคิรันออกมาถือไว้เอง ด้วยกลัวว่าทั้งคู่จะทำห้องฉันไฟลุกแทนที่จะได้นั่งทานข้าวกันอย่างปกติสุข“ออกไปทั้งคู่เลย” ฉันชี้นิ้วไปทางโซนห้องนั่งเล่น ทั้งสองพากันคอตกแล้วเดินออกไปอย่างว่าง่าย ไม่นานอาหารก็ถูกยกออกมาตั้งวางไว้บนโต๊ะ“แล้วเซนโตะล่ะคะ ไม่ได้มาด้วยกันเหรอ?” ฉันถามถึงเพื่อนสนิทตัวดี ที่ตอนนี้หายหน้าหายตาและส่งพี่ชายตัวเองมาคุมประพฤติฉันแทน“ไปห้องแฟนแล้ว” พี่เซจิตอบพร้อมทำสีหน้าหน่าย ๆ ช่วงนี้ดูเหมือนเซนโตะจะติดแฟนสาวคนนี้มากเป็นพิเศษ หรือว่ามันจะเจอคนที่ใช่แล้วจริง ๆ นะ สงสัยต้องหาเวลาให้มันมานั่งชี้แจงสักหน่อยแล้ว“อ่อ...” ฉันพยักหน
ถึงแม้จะรู้สึกสงสัยว่าใครกันที่เป็นคนซื้อของพวกนี้มาให้ แต่ฉันก็รู้สึกขอบคุณมากยิ่งกว่า ให้ตายเถอะของขวัญ ลืมเรื่องสำคัญแบบนี้ไปได้ยังไงกันว่าใกล้วันนั้นของเดือนแล้ว ควรจะพกผ้าอนามัยติดตัวเอาไว้เผื่อฉุกเฉินสิฉันกลับมาถึงห้องของตัวเองโดยสวัสดิภาพ ก่อนจะพบว่าเซนโตะยืนรออยู่หน้าห้อง สีหน้าดูเป็นกังวลใจอย่างไรอย่างนั้น เมื่อเห็นฉํนมันก็รีบเดินตรงเข้ามาหาทันที“มึง ไม่เป็นไรนะ”“อืม...” สงสัยหวานกับมิ้งเป็นคนบอก บังเอิญว่าฉันทักไปหาพวกมันพอดี จึงไม่แปลกที่เซนโตะจะรู้เรื่องนี้เข้า “กูไม่เป็นไรหรอก ว่าแต่...กูสงสัยว่ะ ว่าใครซื้อผ้าอนามัยกับกระโปรงตัวใหม่มาให้กู”“เออเอาเหอะมึง เรื่องแบบนี้ช่างแม่งเหอะ” เซนโตะพูดเหมือนต้องการตัดจบเรื่องนี้“หรือมึงรู้ว่าใคร?” ฉันหรี่ตามองส่งสายตาจับผิดไปหามันทันที หรือว่า...ไม่หรอกมั้ง อย่างเขาคนนั้นจะมาใส่ใจฉันได้ยังไง“กู...จะไปรู้ได้ไงเล่า เลิกพูดถึงเรื่องร้าย ๆ เถอะของขวัญ มีคนช่วย...ก็ดีแล้ว”เซนโตะว่าพลางรอให้ฉันเปิดประตูเพื่อจะเดินเข้าไปในห้อง เอาอีกแล้ว สองพี่น้องนี่ชอบมาวุ่นวายที่ห้องฉันกันตลอดเลยก๊อก ก๊อกเพิ่งปิดประตูลงได้ไม่นานเสียงเคาะประตูก็ดั
หลังจากวันนั้น พี่เซจิก็เริ่มทำตัวแปลกประหลาดมากขึ้นเรื่อย ๆ ทุกเย็นหลังจากฉันกลับถึงคอนโดก็จะเห็นเขายืนอยู่ตรงหน้าห้องเป็นประจำ ไม่รู้ว่ามีธุระอะไรที่ห้องของฉันนักหนา วันนี้เองก็เช่นกัน“พอดี พี่มารอเซนโตะน่ะ...”“เซนโตะไปห้องแฟนค่ะ ไม่ได้อยู่กับน้อง” ฉันตอบกลับทันควันพลางเดินหลบเลี่ยงเขาเข้าไปในห้อง แต่พี่เซจิก็ยังไม่วายเดินตามเข้ามาในห้องจนได้“ก็นั่นแหละ...พี่มารอมันที่ห้องเธอไง เดี๋ยวมันกลับมา”“แล้วทำไมไม่ไปรอที่ห้องพี่ล่ะ ถ้าเซนโตะกลับมาก็ต้องกลับห้องพี่อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ?”“ก็...เผื่อมันแวะห้องเธอก่อนไง”เอาเถอะ ฉันไม่อยากซักไซ้ไร่เรียงความอะไรให้มันมากมายนักหรอก เขาอยากจะอยู่ก็ให้อยู่ไปแล้วกัน แต่วันนี้ฉันมีธุระต้องออกไปอ่านหนังสือที่หอสมุดตามที่นัดกับคิรันเอาไว้เมื่ออาบน้ำเปลี่ยนจากชุดนักศึกษาเป็นชุดลำลองเรียบร้อยแล้ว ฉันก็หยิบกระเป๋าสะพายพร้อมกับไอแพดเพื่อเตรียมตัวออกไปอ่านหนังสือ แต่พอฉันก้าวพ้นประตูห้องนอน พี่เซจิก็รีบลุกขึ้นยืนทันที“ไปไหน?”“นัดเพื่อนอ่านหนังือเอาไว้ที่หอสมุดค่ะ”“ไปด้วย” ว่าพลางหยิบกุญแจรถของตัวเองแล้วเดินตามฉันออกมาจนถึงหน้าประตูห้อง“พี่จะไปทำไม น้
“โอ๊ย! พี่เป็นอะไรเนี่ยะ!” ฉันร้องออกมาเพราะแรงเหวี่ยงจากพี่เซจิที่โยนร่างของฉันลงบนเบาะหลังรถ และฉันก็โวยวายขึ้นทันทีหลังจากที่เขาปล่อยให้ฉันเป็นอิสระ ก่อนที่ขายาวจะก้าวอ้อมไปทางประตูฝั่งคนขับแล้วเปิดขึ้นมานั่ง“ไม่ได้เป็นอะไรหนิ เธอนั่นแหละดื้อ บอกให้กลับด้วยกันก็ไม่ยอมกลับ ฉันก็เลยต้องทำแบบนี้” ว่าพลางจับพวงมาลัยรถแล้วขับออกมาจากร้านอาหาร“ก็น้องไม่อยากขัดจังหวะพี่อยู่กับแฟนหนิ” ฉันพูดสิ่งที่ตัวเองคิดออกไปตามตรง ไม่รู้ว่ามันฟังดูเป็นการประชดหรือเปล่านะ แต่สำหรับฉันแล้วมันหมายความตามนั้นจริง ๆหลังจากฟังสิ่งที่ฉันชี้แจงแล้วพี่เซจิก็นิ่งเงียบเหมือนทุกครั้ง เขาไม่มีเหตุจำเป็นจะต้องชี้แจงเรื่องนี้กับฉันหรอก แต่บอกตามตรง ว่าฉันก็แอบหวังให้เขาปฏิเสธกลับมา ว่าผู้หญิงคนนั้นกับเขาไม่ใช่แฟนกัน แต่ก็ไร้ซึ่งเสียงตอบกลับจากเขาบอกตามตรง เห็นแบบนี้แล้ว...ฉันจะตัดใจจากพี่เซจิขั้นเด็ดขาดแล้วล่ะ ทุกคนรอดูได้เลยไม่นานนักรถก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าร้านคาเฟ่แห่งหนึ่งแทนที่จะเป็นคอนโดของพวกเรา ฉันรีบหันมองเขาด้วยแววตาฉงนสงสัย แต่ในขณะที่กำลังจะเอ่ยปากถาม เขาก็เปิดปากอธิบายขึ้นก่อนแล้ว“ฉันอยากกินของหวานน่ะ
“มึง นั่นพี่เซจิป่าววะ” น้ำหวานที่นั่งอยู่ข้าง ๆ พูดขึ้น บังเอิญว่าเป็นทิศที่หันหน้าเขาหาเขาพอดี น้ำหวานจึงต้องเห็นเป็นธรรมดาอยู่แล้ว และหลังจากได้ยินแบบนั้นทุกคนก็พากันหันไปมอง แต่ก็ไม่ได้พรวดพราดหันไปหรอกนะ เพราะกลุ่มเพื่อนของฉันมีวิธีหันอย่างแนบเนียนอยู่แล้ว“เออว่ะ ใช่จริงด้วย ว่าแต่พี่เขาเปลี่ยนคนควงอีกแล้วเหรอวะ”ฉันปรายตามองเขาอีกครั้งก่อนจะเห็นท่าทางยิ้มแย้มรวมถึงสายตาที่เขาใช้มองผู้หญิงคนนั้น มันช่าง...อบอุ่นเหลือเกิน เป็นสายตาที่ฉันคงไม่มีวันได้รับจากเขา“ของขวัญ มึงจะกินอะไรเนี่ยะ กูเรียกหลายรอบแล้วนะ”“อ๋อ...เอาตามมึงละกัน” ฉันบอกกล่าวหลังจากเรียกสติคืนมาได้“เออ จะได้รีบสั่ง หิวกันจะตายแล้ว”“เห้ย นั่นคิรัน เดือนคณะมึงป้ะของขวัญ” มิ้งส่งสายตาไปยังทิศสิบสิงนาฬิกาข้างหลังของฉัน ก่อนที่พวกเราจะค่อย ๆ ลอบมองอย่างแนบเนียนแล้วหันกลับมาพูดจาชุมนุมกันอีกครั้ง“เออว่ะ” ว่าจบ พวกมันก็ส่งสายตามาทางฉันอย่างมีเล่ศ์นัย อะไรกันอีกล่ะเนี่ยะ“อะแฮ่ม...ของขวัญ...”“?”“ฉันว่าคิรันมองเธออยู่นะ”“บ้าหน่า เขาอาจจะแค่ตกใจที่พวกเราแห่กันหันไปมองก็ได้” ฉันว่าพลางยกแก้วน้ำขึ้นจิบเป็นการเลี่ยงบทสน
“วันนี้ดูอารมณ์ดีเนอะมึงอ่ะ” เซ็นโตะนั่งท้าวคางมองฉันที่กำลังหั่นผักเตรียมทำอาหารอยู่ในห้องของมัน“ยังไงวะ กูก็ยิ้มแบบนี้ทุกวันมั้ยล่ะ”“ไม่อ่ะ กูรู้สึกว่าวันนี้มึงยิ้มมากกว่าปกติ เหมือน....”“เหมือนอะไร?”“...คนบ้า”“ไอ้%#@$%$” ฉันบ่นมันอุบอิบแล้วจัดการทำกับข้าวของตัวเองต่อไป โดยสายตาเจ้ากรรมก็ยังไม่วายเหลือบมองพี่เซจิอยู่ตลอด พี่เซจิที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ด้วย สงสัยช่วงนี้สอบถี่ เพราะตั้งแต่มาถึงที่ห้องฉันก็เห็นเขาก้มหน้าอ่านหนังสืออยู่ตลอดเวลาแต่ในวันนี้เขาดูเงียบลงกว่าเมื่อคืนเยอะเลย ไม่แม้แต่จะทักทายอะไรฉันด้วยซ้ำ ออกมาจากห้องนอนตัวเองได้ก็อ่านหนังสืออยู่ในท่านั้น ทั้งห้องจึงมีเพียงเสียงของฉันและเซ็นโตะที่พูดคุยตอบโต้กันไปมา“เอ้า! เสร็จแล้ว!” ฉันยกแกงจืดเต้าหู้หมูสับกับผัดผักมาวางไว้ที่โต๊ะกินข้าวและนั่งรอเซ็นโตะที่กำลังเดินไปตักข้าวมา ตามหน้าที่ที่ตกลงกันเอาไว้ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่แล้ว แต่เผลอแปบเดียวพี่เซจิก็หายไปจากโต๊ะอ่านหนังสือเสียอย่างนั้น อาจจะเข้าไปนอนในห้องแล้วล่ะมั้ง แต่แล้วก็เหมือนว่าฉันจะคิดผิด เมื่อร่างสูงที่ฉันกำลังนึกถึงอยู่นั้น เดินออกมาจากห้องนอนของต





![NightZ [II] DANGER ZENIOR](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

