Share

บทที่ 3

last update Tanggal publikasi: 2026-02-03 02:41:56

ก๊อก ก๊อก

เสียงเคาะประตูจากด้านนอกปลุกฉันให้ตื่นขึ้นอย่างอดไม่ได้ด้วย สภาพที่ยังงัวเงียและแฮงค์ไม่หายจากเมื่อคืนดีนัก ฉันหันไปมองไอ้ร่างสูงที่นอนอยู่ข้างล่างเตียงแล้วเดินลงจากเตียงข้ามตัวเจ้าของห้องที่นอนกองอยู่กับพื้นไปอย่างโซซัดโซเซเพื่อไปเปิดประตูห้องให้คนด้านนอกได้เข้ามา

“อ้าว! หนูของขวัญเองเหรอจ้ะ” เป็นอาน้ำแม่ของเซนโตะนั่นเอง ท่านดูตกใจเล็กน้อย แล้วก็เปลี่ยนสีหน้าเพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ฉันมานอนห้องเซนโตะด้วยสภาพแบบนี้

“สวัสดีค่ะอาน้ำ”

“เซนโตะล่ะจ๊ะ”

“ยังนอนอยู่เลยค่ะ…อาน้ำ เดี๋ยวหนูปลุกมันให้แล้วกันนะคะ”

“ได้จ่ะ รีบตามลงมากินข้าวเช้ากันด้วยนะ เดี๋ยวข้าวจะเย็นเอาซะก่อน”

“ขอบคุณค่ะ…อาน้ำ เดี๋ยวหนูจะรีบลงไปนะคะ” อาน้ำพยักหน้า แล้วเดินลงไปยังชั้นล่างตามเดิม ฉันปิดประตูห้องแล้วเดินไปใช้เท้าเขี่ยร่างสูงของเซนโตะที่ยังนอนสลบอยู่ข้างล่างด้วยสภาพเปลือยท่อนบนกับกางเกงยีนส์ขายาวตัวที่ใส่ไปผับเมื่อคืน

“มึง! ตื่นได้แล้ว!” ถ้ามันยังไม่ลุก ฉันก็ใช้เท้าเขี่ยมันอยู่อย่างนั้นแหละ ดูสิจะทนได้สักแค่ไหนกันเชียว

“อือ…ขออีกห้านาที”

“ไม่! ตื่นได้แล้ว! ไม่งั้นกูก็เขี่ยมึงอย่างงี้แหละ!”

“โอ้ย! มึงนี่นะ…ของขวัญ!” สุดท้ายมันก็ทนลูกตื๊อของฉันไม่ได้ จึงผุดลุกผุดนั่งด้วยสภาพไม่ต่างกันกับตอนที่ฉันเพิ่งตื่น ก่อนจะรีบพุ่งตรงไปที่ห้องน้ำ และหลังจากนั้นฉันก็ได้ยินเสียง...

แอวะ

เมื่อคืนมันดื่มหนักกว่าฉันซะอีก จนไม่รู้แล้วว่าวันเกิดใครกันแน่ แถมยังหายไปกับผู้หญิงโต๊ะข้าง ๆ ตั้งนานสองนาน กว่าจะได้กลับบ้านก็เกือบตีหนึ่ง แล้วยังจะดื่มหนักจนเดินแทบไม่ไหวกลายเป็นฉันซะเองที่ต้องขับรถกลับบ้าน แบกมันขึ้นห้อง ทั้งๆ ที่สภาพตัวเองก็ใช่ว่าจะดีแท้ๆ เพราะเมื่อคืนตัวเองก็เมาด้วยเหมือนกัน ก็เลยถือวิสาสะนอนห้องมันซะเลย โดยที่ให้เจ้าของห้องอย่างมันนอนข้างล่างไปซะ

หลังจากเซนโตะเดินเข้าไปในห้องน้ำแล้ว ฉันก็ทำการผับผ้าห่มพร้อมกับจัดหมอนให้เรียบร้อย ก่อนจะเดินออกจากห้องไปในขณะที่เซนโตะยังไม่ออกมาจากห้องน้ำ เพื่อกลับบ้านตัวเองที่อยู่ไม่ไกลนัก

“จะกลับบ้านแล้วเหรอของขวัญ มานั่งทานข้าวเช้าด้วยกันก่อนสิจ๊ะ”

“ขอบคุณค่ะ…อาน้ำ แต่ไม่เป็นไรค่ะ หนูขอตัวก่อนนะคะ”

“ก็ได้จ่ะ…กลับบ้านดี ๆ นะ”

“ค่ะ” คือบ้านอยู่ข้างๆ นี่เอง

“เราไปนอนเมาบ้านเซนโตะมาอีกแล้วเหรอ” เมื่อเดินเข้ามาในตัวบ้าน ก็เห็นพ่อกำลังนั่งดูทีวีอยู่ที่ห้องโถง โชคดีที่ทางบ้านฉันเข้าใจว่าชีวิตวัยรุ่นอย่างเรามันก็ต้องมีเรื่องเที่ยวบ้างอะไรบ้าง และฉันก็ทำแบบเปิดเผย ไม่ได้คิดจะปิดบังอะไรด้วย ขนาดไปนอนบ้านเซนโตะยังอยู่ในสายตาผู้ใหญ่เลย หากเป็นครอบครัวอื่นฉันคงโดนนินทาไปแล้ว ว่าทำไมลูกสาวบ้านนี้แรดจัง ไปนอนค้างกับผู้ชาย แต่ก็อย่างว่าแหละนะ ผู้ชายที่ว่านี่คือเซนโตะเพื่อนสนิทของฉันตั้งแต่เด็กไง พวกท่านเลยไม่ว่าอะไรแถมยังอยากให้เราสองลงเอยกันด้วยซ้ำ แต่อย่างที่บอก…ฉันอยากลงเลยกับคนพี่มากกว่าคนน้องน่ะสิ หุหุ…

“เมื่อวานของขวัญต้องแบกเซนโตะขึ้นบ้านค่ะ…พ่อ เลยขี้เกียจเดินกลับบ้าน”

“ไปถึงขั้นไหนกันแล้วล่ะ”

“ขั้นไหนอะไร? ไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละพ่อ โธ่ หนูไม่ได้ชอบมันสักหน่อย”

“งั้นก็ดีแล้วล่ะ แต่ถ้าเกินเลยก็อย่าลืมป้องกันด้วยล่ะ”

“ไม่มีหรอก พ่อ!” พ่อฉันนี่แหละตัวดีเลย ชอบเชียร์ให้ฉันลงเอยกับเซนโตะ แต่ขอบอกเลยนะว่าไม่มีวันซะหรอก ทุกคนก็รู้ใช่มั้ยว่าเพราะอะไร…

ไม่นานเสียงลูกบิดประตูก็ดังขึ้น มาพร้อมกับร่างสูงของเซนโตะที่ตอนนี้สภาพดูดีขึ้นกว่าชั่วโมงก่อนแล้ว มันเดินเข้ามาในห้องฉันอย่างถือวิสาสะ ก่อนจะล้มตัวลงนอนบนเตียงสีชมพูข้าง ๆ ฉันที่กำลังนอนอ่านหนังสือสอบเข้ามหาลัยอยู่ด้วยสภาพหน้าสดและแว่นตาหนาเตอะ

จริงๆ แล้วฉันเป็นคนที่สายตาสั้นมาตั้งแต่เด็กแล้ว ทั้งสั้นทั้งเอียงด้วยซ้ำ เวลาที่อยู่บ้านก็สภาพอย่างนี้แหละ หน้าสดๆ โทรมๆ กับแว่นตาหนาคู่ใจ แต่เวลาออกไปไหนก็จะแปลงโฉมตัวเองจนกลายเป็นอีกคนไปเลย แทบไม่มีใครรู้ด้วยซ้ำว่าฉันสายตาสั้นนอกจากเพื่อนๆ ในกลุ่มที่ฉันเคยไปนอนค้างบ้านพวกมันอย่างหวาน มิ้ง และจีน

ฉันกับพวกมันเพิ่งจบมัธยมปลายมาได้ไม่นานนี้เอง แต่ตอนนี้กลับยังไม่มีที่เรียนซะอย่างนั้น เพียงเพราะว่ากลุ่มของพวกเราตกลงจะเข้าเรียนมหาลัยBKที่เดียวกัน แต่มหาลัยก็ดันเปิดรับสมัครช้า แถมยังคัดคนเข้าไปเรียนจำนวนจำกัดด้วยช่วงนี้ พวกเราเลยต้องอ่านหนังสือเตรียมสอบกันไปก่อน ได้ข่าวว่าอีกสองอาทิตย์ก็จะเปิดรับสมัครแล้วด้วย อย่าพูดว่าพวกเราเลยดีกว่า ฉันน่ะอ่านบ้างแล้วแต่อารมณ์ในแต่ละวัน แต่ไอ้สายฟ้าน่ะสิ จนถึงวันนี้ฉันยังไม่เห็นมันจะแตะหนังสือเลยสักนิด

“มึงมีไรจะบอกกูมั้ย ของขวัญ” พอมันล้มตัวลงนอน มันก็เอาแต่จ้องหน้าฉันใหญ่เหมือนมีอะไรจะคุยด้วย

“อะไรวะ”

“ไม่มีอะไรจะบอกกูแน่เหรอ เมื่อคืนมึงนัดใครไว้?”

“มึงจะพูดอะไรก็พูดมาเลยดีกว่าไอ้เซน กูขี้เกียจเดา กูไม่รู้จริงๆ เว้ย”

“เซจิโทรมาบอกกูว่ามึงนัดผู้ชายไปที่ห้องเชือด มึงนัดใครไว้?”

“กูเปล่านะ”

“อย่ามาโกหก ถ้าเซจิมันไม่เห็นมึงจริง ๆ คงไม่กล้าโทรมาบอกกูขนาดนี้หรอก บอกมาเร็วเข้า!”

“กูแค่เข้าไปฉี่เฉยๆ เว้ย ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันคือห้องเหี้ยไรอ่ะ”

“แหนะ! ยังจะแถอีก มึงแอบนัดใครไอ้หนุ่มโต๊ะข้าง ๆ ใช่มะ กูบอกแล้วไงว่ามัน…”

“โว้ย! กูบอกว่ากูแค่ไอ้ฉี่เฉยๆ ไง ไม่ได้นัดใครทั้งนั้นกูเมา!” ฉันบอกมันไปตามตรง แต่สายตาที่เซนโตะมันมองมานั้นเหมือนจะไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่นัก ราวกับพยักหน้าไปงั้นๆ ซึ่งฉันก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ

“ลุกขึ้นไปแต่งตัวได้แล้ว พวกเราต้องไปห้าง C กัน”

“ไปทำไม? กูไม่ไป! กูจะอ่านหนังสือ!”

“เซจิมันนัดพวกเราไปติวหนังสือที่ห้าง C ร้านเพื่อนมะ... ของขวัญ! ไอ้ของขวัญ!” ฉันลุกขึ้นไปแต่งตัวใหม่ ตั้งแต่ที่เซนโตะพูดชื่อพี่เซจิแล้ว ใช้เวลาเพียงไม่นานก็ออกมาพร้อมกับชุดใหม่

“ขอเวลาแต่งหน้าแปปหนึ่ง”

“แค่ไปติวหนังสือไม่เห็นต้องแต่งหน้าเลยนี่ หรือมึงจะไปอ่อยเซจิ..?”

“บ้า! ปกติเวลากูออกนอกบ้านก็แต่งหน้าอยู่แล้วป่ะ”

“เออๆ กูให้เวลาสิบห้านาที ไม่งั้นกูไม่รอนะ”

“ขู่กูแบบนี้กี่รอบแล้วล่ะ? ก็เห็นรอตลอดนี่”

“ -0 -”

แอบตื่นเต้นจัง ปกติแล้วพี่เซจิมักจะเลี่ยงการติวหนังสือให้พวกเราอยู่ตลอด แต่ว่าวันนี้เขากลับมานัดติวให้ แต่เรื่องนั้นมันก็ดีแล้ว ฉันจะได้เจอหน้าพี่เขาด้วย

‘โดยปกติ ฉันก็อยากจะเจอหน้าพี่ทุกวันอยู่แล้ว’

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 30

    ไม่หนาวอย่างที่คิดนี่นา ฮ่าๆๆ ฉันทำปากเก่งไปอย่างนั้นแหละ เป็นเพราะได้เสื้อโค้ทกับผ้าพันคอรวมถึงถุงเท้าที่พี่เซจิเตรียมมา จึงช่วยให้ความอบอุ่นกับฉันได้พอสมควร ทำดีก็เป็นเหมือนกันนะเราเนี่ยะฉันแอบมองเขาจากทางด้านหลัง เพราะตอนนี้พี่เซจิกำลังนั่งอยู่ตรงเบาะข้างหน้าพร้อมกับคุณอา มาซาชิ เพื่อพูดคุยเรื่องที่จะต้องไปพบปะทีมผู้บริหารโรงพยาบาลในอีกสองวันข้างหน้าใช้เวลาเกือบชั่วโมงก็มาถึงบ้านตระกูลทากาฮาชิที่ญี่ปุ่น ฉันว่าบ้านที่ไทยก็ใหญ่มากแล้วนะ แต่พอเป็นบ้านที่ญี่ปุ่นแล้วที่ไทยกลับเทียบไม่ติดเลยเนี่ยะสิ แบบนี้ต้องเรียกว่าคฤหาสน์มากกว่าบ้านแล้ว“ของขวัญเคยใส่กิโมโนไหมลูก” คุณอามาซาชิหันมาพูดกับฉันระหว่างทางที่พวกเรากำลังเดินเข้าไปในตัวบ้าน“ไม่เคยค่ะ” ฉันส่ายศีรษะด้วยความงุนงง คงจะเคยแหละ หน้าอย่างฉันคงจะซื้อกิโมโนมาใส่เดินเล่นที่ประเทศไทยอยู่หรอก -_-“เดี๋ยววันนี้อาจะให้ช่างตัดผ้าเข้ามาวัดตัวให้ เป็นชุดที่ต้องใส่ไหว้บรรพบุรุษในวันสุดสัปดาห์นี้ หนูแพทเองก็ด้วยนะ”“ค่ะ ขอบคุณค่ะ” ฉันและแพทพยักหน้ารับทราบแล้วกล่าวขอบคุณ นี่พวกฉันต้องไปร่วมพิธีอะไรกับพวกเขาด้วยอย่างนั้นเหรอ คิดว่าจะเป็นพิธีเฉพ

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 29

    “ไม่เอา ของขวัญไม่อยากไป…” ฉันกอดอกยืนหันหลังให้พ่อกับแม่ที่เข้ามาเจรจาว่าจะให้ฉันไปญี่ปุ่นกับครอบครัวของพี่เซจิ พร้อมทั้งให้เหตุผลว่าจะให้ลองไปดูงานในโรงพยาบาลถ้าฉันไปก็หลบหน้าเขาต่อไม่ได้น่ะสิ บอกตามตรง ตั้งแต่เรื่องวันนั้นฉันก็ยังงอนเขาอยู่ อย่าคิดว่าของขวัญคนนี้จะยอมยกโทษให้ง่าย ๆ นะ!“แต่แม่ตอบตกลงกับอาน้ำไปแล้วนะ ทริปนี้เซนโตะก็ไปด้วยกัน ปกติเห็นตัวติดกันตลอดไม่ใช่เหรอ”“ตอนนี้ไม่ติดแล้วค่ะ เซนโตะมันติดเมียมันนู่น” ดูท่าคงจะพกเมียติดไปด้วยแน่ ๆ และฉันก็คงต้องไปอยู่ที่นู่นอย่างโดดเดี่ยว เพราะจะให้ไปอยู่กับพี่เซจิฉันก็ไม่เอาหรอก!“นี่อย่าบอกนะว่าครั้งก่อนที่เราพูดว่าอกหัก…” พ่อเปรยขึ้นมาพลางยกมือขึ้นชี้นิ้วมาทางฉัน อย่าได้คิดเรื่องแบบนั้นเชียว...“?”“เพราะเซนโตะมีแฟนเหรอ?” พ่อถามออกมาตามตรง ส่วนแม่เองก็รอคำตอบเรื่องนี้เหมือนกัน นั่นไง! ว่าแล้วเชียว!“โอ๊ยยยย ไม่ใช่ค่ะ ไอ้นี่น่ะ ปล่อยมันไปมีเมียก็ดีแล้ว คนเขาจะได้เลิกเข้าใจผิดว่ามันเป็นแฟนหนูสักที” ฉันบ่นลับหลัง เพราะหลายปีที่ผ่านมานี้ ยอมรับตามตรงที่ฉันโสดก้เป็นเพราะมันส่วนหนึ่งด้วย แต่ฉันก็ไม่อยากจะโทษมันมากนักหรอก เพราะสาเหตุห

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 28

    “หลับสบายจังเลยนะเมื่อคืนนี้” ว่าพลางบิดขี้เกียจแล้วยกยิ้มสดใส ต่างจากอีกคนที่ทำหน้ามุ่ยไม่รับบุญตั้งแต่เช้า“คนเจ้าเล่ห์”“เจ้าเล่ห์ตรงไหนกัน เธอหล่นมาหาพี่เองนะ”“พี่นั่นแหละดึงน้องลงไป” เธอจำความรู้สึกนั้นได้แม่น ว่าเหมือนมีคนดึงลงไปจนทำให้ตัวเองตกเตียงแล้วหลังจากนั้นทั้งสองก็ถกเถียงเรื่องนี้กันตลอดทั้งเช้า วันนี้เป็นวันอาทิตย์ ของขวัญซซึ่งเป็นนักศึกษาแพทย์ปีหนึ่งจึงไม่มีธุระจำเป็นที่จะต้องเข้ามหาลัย แต่สำหรับเซจิที่เป็นนักศึกษาแพทย์ปีที่สาม เขาต้องไปเข้าแล็ปส่งกล้องวิชาพยาธิวิทยา ที่นัดติวกับเพื่อนในรุ่นเอาไว้“ไปแต่งตัวซะ เดี๋ยวพี่ลงมารับ” ว่าจบเขาก็เดินออกจากห้องไปทิ้งให้ฉันงุนงง รับไปไหน วันนี้วันอาทิตย์ไม่ใช่เหรอ (. .)?หรือว่าจะพาไปเดทกันนะ -///- บ้าบอ คิดอะไรเพ้อเจ้อนะของขวัญ...แต่ก็เอาเถอะ อาบน้ำแต่งตัวรอก็ได้ ในตอนแรกฉันก็แอบหวังว่าเขาจะพาไปที่ที่น่าสนใจ แต่เมื่อรู้ตัวอีกทีก็มาโผล่อยู่ในคณะเป็นที่เรียบร้อยวันหยุดยังจะพามาที่นี่อีก แต่ไม่เป็นไร ฉันพอจะให้อภัยได้เพราะตัวเองได้อยู่ข้างเขาเนี่ยะแหละ -///-“อ้าว เซจิ เข้ามาสิ” เพื่อนร่วมรุ่นของพี่เซจิทักทายแล้วเชื้อเชิญให้เขา

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 27

    กลับจากคุยเรื่องหัวใจกับพี่เซจิแล้ว พวกมิ้งและน้ำหวานก็ชวนฉันออกไปเที่ยวฉลองที่ร้านประจำ เนื่องในโอกาสที่คิรันได้แชมป์ และใช่ค่ะ พวกมันชวนดาวเด่นอย่างคิรันลับหลังฉันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก่อนที่จะมาชวนฉันเสียอีก และถ้าฉันไม่ไปก็คงเสียมารยาทมากแน่นอนของขวัญคนนี้จึงต้องแต่งตัวออกมาข้างนอกอีกครั้ง ทั้งที่บอกฝันดีพี่เซจิเรียบร้อยแล้ว ทำแบบนี้ไม่น่ารักเลยแฮะของขวัญ“ทางนี้คิรัน” มิ้งโบกมือเรียก ก่อนจะเว้นที่ว่างข้าง ๆ ฉันเอาไว้เพื่อให้คิรันได้เดินมานั่งอย่างรู้งาน -_-คิรันเดินเข้ามาพร้อมกับชุดลำลองที่ฉันไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก เพราะส่วนใหญ่เจอกัแต่นที่มหาลัยจึงคุ้นตาเขาในคาบชุดนักศึกษาเสียมากกว่า แต่ตอนนี้เขาก็แค่เปลี่ยนไปใส่เสื้อยืดสีขาวแทนเสื้อเชิ้ตเท่านั้น ส่วนกางเกงเป็นกางเกงแสล็คเหมือนเดิม แต่ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกสะกดสายตาได้ขนาดนี้นะ หรืออาจเป็นเพราะใบหน้าที่หล่อเหลาเกินมนุษย์ของเขาล่ะแต่ฉันว่าเลิกพรรณนาถึงรูปร่างหน้าตาของเขาเถอะ เพราะถึงหล่อแค่ไหนคนในใจของฉันก็มีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น ก็คือพี่เซจินั่นแหละพูดถึงพี่เซจิแล้วก็ทำให้ฉันถึงเรื่องที่เราตกลงคุยกัน บอกตามตรงฉันก็รู้สึกว่าตั

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 26

    พี่เซจิพามาถึงจุดหมาย ซึ่งเป็นสวนหย่อมที่ผู้คนต่างมาเดินเล่นพักผ่อนกันเป็นคู่ ในช่วงยามเย็นแบบนี้ ดวงอาทิตย์กับลังลับขอบฟ้า แสงอาทิตย์กำลังอบอุ่นได้ที่เลยทีเดียวแต่ก็อบอุ่นหัวใจได้เพียงบรรยากาศเท่านั้น เพราะตอนนี้ฉันรู้สึกว่ากำลังมีบางอย่างที่หนักอึ้งอยู่ภายในใจ บอกตามตรง ฉันไม่พร้อมจะเผชิญหน้าเขาเลย อยากจะหนีไปให้พ้นเสียด้วยซ้ำ แต่อีกใจก็อยากรู้ว่าเขาอยากจะพูดเรื่องอะไรหรือว่าพี่เซจิจะพาฉันมาคุยเรื่องที่ฉันสารภาพออกไปวันนั้น และเรียกมาปฏิเสธกันนะ...ไม่เอาอะ ของขวัญไม่อยากฟังคำนั้น...ฉันควรจะวิ่งหนีไปให้ไกลสิ แต่มานึกขึ้นได้ตอนนี้ก็สายไปแล้วล่ะของขวัญพี่เซจิมายืนอยู่ตรงหน้าฉัน แววตาของเขาดูจริงจังประกอบกับความลึกลับซึ่งทำให้ฉันไม่สามารถอ่านได้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ เขายืนนิ่งเงียบอยู่สักครู่ก่อนจะสูดหายใจเข้าลึก ราวกับว่าเขากำลังรวบรวมความกล้าที่จะพูดอะไรบางอย่าง"มีเรื่องอะไรจะคุยเหรอคะ?" ฉันตัดสินใจเปิดปากถามออกไปตรง ๆ เพราะต้องการรีบตัดความอึดอัดใจนี้ทิ้ง เอาเลย ของขวัญพร้อมแล้ว จะปฏิเสธก็บอกมาตามตรงเลยสิ!พี่เซจินิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง สายตาที่แฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ยากจะอ

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 25

    และแล้ววันเสาร์ก็มาถึง ตลอดทั้งสัปดาห์นี้ฉันพยายามหลบหน้าพี่เซจิอยู่ตลอด โธ่เอ๊ย ของขวัญ เรื่องบนรถวันนั้นน่าอายชะมัด พูดออกไปได้ยังไงกัน -///- และดูเหมือนว่าอีกฝ่ายก็จะรู้ตัวว่าฉันพยายามหลบหน้า จึงไม่โผล่มาให้ฉันเห็นเหมือนกันแต่บอกตามตรง...อีกความรู้สึกหนึ่งฉันก็แอบน้อยใจเหมือนกันนะ เขาไม่พยายามที่จะมาเจอกันเลยอย่างนั้นสิขณะที่ภายในสมองกำลังครุ่นคิดเรื่องว้าวุ่นใจอยู่นั้น ขาของฉันก็ก้าวขึ้นไปบนแท่นอัฒจันทร์ที่อยู่ข้างสระว่ายน้ำเพื่อจับจองที่นั่งเข้าชมการแข่งขัน ใช่แล้ว วันนี้ฉันมาเชียร์คิรันแข่งขันกีฬาเฟรชชี่ แต่ไม่ได้มาคนเดียวหรอกนะ เพราะกลุ่มเพื่อนของฉัน พวกมิ้งและน้ำหวานก็มาด้วยเหมือนกันเมื่อถึงเวลาแข่งขัน ฉันก็รีบนำป้ายที่อุตส่าห์ตัดแปะสติ๊กเกอร์อย่างประณีตออกมา“คิรัน!” ฉันตะโกนเรียกเขาที่กำลังยืนอยู่ข้างสระเพื่อเตรียมตัวแข่งขัน หลังจากเขาหันมามองฉันก็รีบยกป้ายที่เขียนเอาไว้ว่า ‘สู้เขานะคิรัน’ ขึ้นมาโบกทันทีที่คิรันอ่านป้ายนั้นจบเขาก็ยกยิ้มแล้วโบกมือมาให้ฉันอย่างรับทราบ“แหม มึง เหมือนผัวเมียมาเชียร์กันเลยนะ” มิ้งเอ่ยแซวขึ้นมา ก่อนจะเบ้ปากให้ฉํนด้วยความหมั่นไส้“จริง ถ้าจะหว

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status