Share

บทที่ 2

last update Last Updated: 2026-02-03 02:39:47

“ไอเซนโตะ ใช่….ร้านนี้จริงๆ เหรอวะ? ที่หวานมันบอกว่าจะเลี้ยงเหล้าพวกเราอ่ะ” ของขวัญสาวสวยในชุดเสื้อกล้ามรัดรูปและกางเกงยีนส์ขาสั้นหันไปสะกิดเซนโตะที่เอาแต่ส่งสายตาหว่านเสน่ห์ผู้หญิงไปทั่ว

สาเหตุที่ถามเป็นเพราะเริ่มไม่แน่ใจ เธอไม่รู้ว่านี้คือร้านที่เพื่อนในกลุ่มนัดมาพบปะกันหรือเปล่า นอกจากนี้ยังเป็นร้านที่เธอไม่เคยมาและไม่คุ้นตาสักเท่าไหร่นักด้วย แถมยังอยู่ไกลจากร้านประจำ อีกทั้งยังมีแต่เด็กมหาลัยเสียส่วนใหญ่ด้วย

หลังจากจัดงานวันเกิดเสร็จ ต่างคนก็ต่างแยกย้ายกันไป ซึ่งของขวัญเองก็มีฉลองวันเกิดกับกลุ่มเพื่อนของเธอด้วยเช่นกัน และพวกเธอก็เลือกร้านนี้ เพราะเห็นว่าเป็นร้านที่มีเด็กมหา’ลัย BK เยอะมาก พวกเธอนัดกันเอาไว้ว่าจะพากันเข้าที่ BK ให้ได้ และครั้งนี้ก็มาเพื่อดูลาดเลาเอาไว้ก่อน เพราะคิดว่าหากติดมหา’ลัย BK กันครบองค์ประชุม แล้วร้านนี้ก็อาจจะเป็นร้านประจำสำหรับกลุ่มของพวกเธอในอนาคตก็เป็นได้

“เออดิ! มึงดูดิ มีแต่เด็ก BK ทั้งนั้นเลย กูแม่งอยากรีบขึ้นปี 1 เร็ว ๆ แล้วเมื่อไรจะเปิดรับสักทีวะ” เซนโตะบ่นพึมพำ

“ไอ้เซนโตะ! มึงได้ฟังที่กูพูดมั้ยเนี่ย?”

“ห๊ะ? มึงว่าไงนะ…ของขวัญ”

“ก็กูถามว่า...” เธอพยายามจะหันไปถามเซนโตะอีกครั้ง แต่แล้วสายตาก็เหลือบไปเห็นใครบางคนเข้าเสียก่อน ซึ่งเขาคนนั้นก็คือคนที่เธอคิดถึงมาโดยตลอด คนที่เธอคิดว่าเขากำลังไปติวหนังสือกับเพื่อน แต่ที่ไหนได้กลับมานัวหญิงอยู่ตรงโซนมืดต่อหน้าเพื่อน ๆ

อันที่จริงเธอไม่แน่ใจว่าใช่เขาหรือเปล่า… แต่แผ่นหลังกว้างนั้นมันช่างเหมือนเขาซะเหลือเกิน เหมือนจนเธออยากจะเดินเข้าไปดูให้แน่ใจ ทว่ากลับมีเสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นเสียก่อน ทำให้เธอจำต้องละสายตาจากเขาโดยปริยาย แล้วมองไปยังต้นทางเสียงที่ดังขึ้น

“ของขวัญ! เซนโตะ! ทางนี้เว้ย!”

“กูนึกว่ามึงจะหลอกกูแล้วซะอีก”

“กูจะหลอกมึงทำไมล่ะ? เลี้ยงเหล้าก็คือเลี้ยงดิวะ กูว่านี่แหละผับประจำในอนาคตของพวกเราเว้ย! ดูดิมีแต่ผู้งานดีๆ ดูโต๊ะข้างๆ ดิ โคตรหล่อเลยอ่ะ….”

“ผู้หญิงก็เด็ดไม่แพ้กัน เห็นทีกูคงต้องตั้งใจทำข้อสอบและเตรียมสัมภาษณ์ดี ๆ ซะแล้ว”

“นี่มึงกะจะตั้งใจเรียนเพื่อสิ่งนี้เลยเหรอวะไอ้เซน ยอมใจว่ะ ฮ่าๆ”

“ของขวัญ! ผู้โต๊ะนั้นมองมึงด้วยหล่อมาก”

“ไหน?!” ไอ้คนที่ถามมันไม่ใช่ฉันหรอก แต่เป็นไอ้คนที่นั่งข้าง ๆ ฉันต่างหาก

อ๋อใช่…ฉันลืมเล่าเรื่องคนที่สำคัญในชีวิตฉันไปเลย ซึ่งคนคนนั้นก็คือเซนโตะยังไงล่ะ… มันเป็นเพื่อนฉันมาตั้งแต่สมัยเด็ก เพราะแม่ของพวกเราสองคนเป็นเพื่อนสนิทกัน แถมบ้านยังอยู่ข้างกันอีกต่างหาก จึงทำให้เซนโตะสนิทกับฉันมาก เรียกได้ว่าโตมาด้วยกันเลยทีเดียว พวกเรารักกันมากจนเหมือนไม่ใช่แค่เพื่อนสนิท แต่เป็นเหมือนพี่เหมือนน้องกันไปแล้ว

โดยส่วนตัวแล้วฉันเป็นลูกสาวคนเดียวของที่บ้าน จึงมองว่าบางทีเซนโตะก็เป็นเหมือนพี่ชายที่คอยสแกนคนนั้นคนนี้ให้ในเวลาที่ฉันตั้งใจอยากจะคบกับใครอย่างจริงจัง ซึ่งก็ถือเป็นเรื่องดีแหละนะ

แต่ถึงแม้บางคนเซนโตะจะยืนกรานว่าเขาเป็นคนดีและสามารถทำให้ฉันมีความสุขได้ ก็กลับเป็นฉันเสียเองเนี่ยะแหละที่ไม่ยอมเปิดใจให้ใครเข้ามา

เพียงเพราะว่า...ฉันกำลังรอความรักลมๆ แล้งๆ จากพี่เซจิ พี่ชายแท้ ๆ ของเซนโตะนั่นแหละ ซึ่งเป็นผู้ชายที่ไม่เคยจะมองฉันเลยด้วยซ้ำ แต่ฉันเองก็ยังแอบหวังว่าอาจมีสักวันที่เขาจะหันมามองกันบ้าง

“ดูแม่งก็รู้แล้วว่าขี้หลีอะ”

“แหม...พูดเหมือนมึงคนดียังงั้นแหละเนอะ”

“เอ้า! เพราะกูไม่ใช่คนดีไง กูถึงมองผีด้วยกันออก ยังไงของขวัญก็ต้องเจอคนดี ๆ ไม่อย่างนั้นกูไม่ยอม”

“คนดีจังเลยนะมึง ไหนมาหอมแก้มทีดิ” ฉันพูดชมมันอย่างหมั่นไส้ พลางทำเป็นยื่นหน้าไปหอมแก้มมันแบบที่ชอบทำ แต่กลับถูกมือของเซนโตะดันหน้าเอาไว้ซะก่อน

“หยุดดิ มึงทำงี้เดี๋ยวผู้หญิงในผับก็หาว่ากูมากับเมียกันพอดี แล้วกูจะขายออกมั้ย?”

“ขายไม่ออกก็เรื่องของมึงดิวะ ” ฉันบ่นมันอุบอิบ แต่เหมือนเซนโตะจะแอบได้ยิน จึงผลักหัวฉันอย่างเบามือด้วยความหมั่นไส้

“กวนตีนละของขวัญ…” เซนโตะบ่นฉันกลับพลางหยิบแก้วเหล้าตรงหน้าขึ้นกระดก

ส่วนฉันก็ได้แลบลิ้นใส่มันกลับไป หยอกล้อกันไปสักพัก เซนโตะก็ดูเหมือนมันจะนิ่งไปแล้ว สายตาของมันจับจ้องไปยังผู้หญิงที่อยู่ถัดจากโต๊ะของพวกฉันไปประมาณสองสามโต๊ะ ซึ่งฉันก็รู้ได้ทันทีว่ามันคงเจอเหยื่อเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“มึง… กูว่ากูต้องไปแล้วว่ะ ถึงเวลาเฉิดฉาย”

“เช็คให้ดีด้วยนะมึง ไม่ใช่ว่าเขามากับผัวนะเว้ย” ฉันบอกมันไล่หลังไป

“รอดูแล้วกัน…” มันโบกมือแล้วเดินไปยังโต๊ะผู้หญิงคนนั้นทันที ส่วนฉันอาศัยจังหวะนี้หันไปมองหาพี่เซจิอีกครั้ง โต๊ะของเขาอยู่ไม่ห่างจากโต๊ะของฉันมากเท่าไรนัก แต่หากไม่โฟกัสก็คงไมองไม่เห็นโต๊ะนั้นอย่างแน่นอน เพราะมุมค่อนข้างเป็นส่วนตัว

และในตอนนี้ ฉันก็มั่นใจแล้วว่าเป็นพี่เซจิจริง ๆ นอกจากนี้เขายังมีผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่บนตักด้วย

อ่า…เจ็บชะมัด! แต่กลับทำอะไรไม่ได้เลยสักอย่าง ฉันละสายตาจากภาพบาดตานั้นแล้วหันไปยิ้มให้ทั้งน้ำหวาน และมิ้ง ซึ่งแต่ละคนก็ต่างเป็นเพื่อนในกลุ่มของฉันด้วยกันทั้งนั้น

“ตอนเข้ามา กูเหมือนเห็นพี่เซจิเลยว่ะ มึงว่าไอ้เซนโตะมันจะเจอพี่ชายมันมั้ย” มิ้งชะโงกหน้ามาถามฉัน

“อ้าวพี่เซจิมาร้านนี้ด้วยเหรอ? กูเห็นพี่เซจิบอกแม่ว่าจะไปติวหนังสือกับเพื่อนนะ” ฉันโกหกพวกมันไป พยายามทำตัวให้แนบเนียนและปกติที่สุดว่าตัวเองไม่ได้สนใจอะไรพี่เซจิมากมายนัก เพราะเพื่อนในกลุ่มของฉันแต่ละคนมันก็แสดงอาการออกอย่างชัดเจนว่าชอบพี่เซจิเหมือนกัน แต่ก็แค่กรี๊ดกร๊าดตามประสานั่นแหละ พวกมันเองก็มีแฟนกันหมดแล้ว เหลือเพียงฉันกับไอ้เซนโตะ…

แต่แบบเซนโตะจะเรียกว่าโสดเต็มปากก็ไม่ได้หรอก ก็อย่างที่ทุกคนรู้ว่ามันเจ้าชู้ขนาดไหน

“กูถามจริงนะ…ของขวัญ มึงก็สนิทกับครอบครัวไอ้เซนโตะมาตั้งนาน ทำไมถึงไม่พยายามตีสนิทกับพี่เซจิบ้างวะ ตีสนิทพี่เซจิให้พวกกูหน่อยดิ…นะนะนะ”

“ไหนใครอยากให้กูตีสนิทกับพี่เซจิบ้าง” พวกมันทั้งหมดพร้อมใจกันยกมือขึ้น

“เออดีกูจะได้ฟ้องผัวมึงเรียงตัวเลย กูไม่ทำให้หรอกเว้ย! ไปเอาคนน้องนู้น” แล้วฉันก็ชี้ไปที่ไอ้เซนโตะที่กำลังคุยกับผู้หญิงอยู่ทางโต๊ะไกลอย่างสนุกสนาน โดยที่มือมันเองก็พยายามลวนลามขาอ่อนผู้หญิงคนนั้นด้วย ดูความเจ้าเล่ห์ของมันสิ…

“เหอะ กูคงน้ำตาเช็ดหัวเข่าอะ”

“ต่างกันตรงไหนก็นิสัยเหมือนกันทั้งพี่ทั้งน้องปะ” ฉันพูดไปตามตรง จริง ๆ ก็ดูเจ้าชู้ทั้งเซจิเซนโตะนั่นแหละ เพียงแต่คนละสไตล์เท่านั้น อย่างที่ฉันบอกไปตั้งแต่ตอนแรกก็คือ พี่เซจิชอบกินแบบเงียบ ๆ ส่วนไอเซนโตะ รายนี้ชอบกินแบบโจ่งแจ้ง

น่าแปลกที่ผู้หญิงยังยอม ทั้งๆ ที่รู้ตัวดีว่าต่อให้ยอมพี่เซจิหรือเซนโตะ พวกเขาก็ไม่ยอมหยุดที่พวกเธออย่างแน่นอน แต่ก็คงเหมือนกับฉันแหละมั้ง ที่หัวใจยังปักหมุดรักพี่เซจิ ทั้งที่รู้ว่าเขาไม่เคยแม้แต่จะปรายตามองฉัน

“ไม่จริงอ่ะ! อย่าว่าพี่เซจิของกูนะ พี่เขาดีกว่าไอ้เซนโตะตั้งเยอะ”

“อีหวานได้ข่าวว่าผัวมึงก็อยู่ร้านนี้ไม่ใช่เหรอวะ? เก็บอาการหน่อยนะมึง”

“มาไม่เท่าไร เดี๋ยวเสือกนั่งโต๊ะเดียวกับพี่เซจิด้วยจะโป๊ะไปอีกจ้า ฮ่าๆ”

“ให้กูเดินไปฟ้องผัวมึงเลยมั้ยล่ะ”

“พวกมึงอ่ะใจร้าย” แล้วหวานมันก็ทำหน้าเศร้าสร้อยแบบเสแสร้ง พวกเราก็นั่งขำและนั่งคุยกันอย่างเพลิดเพลินพลางจิบเหล้าที่หวานซื้อมาเลี้ยงให้ไปด้วย รู้ตัวอีกที ฉันก็นอนหน้าฟุ๊บลงกับโต๊ะซะแล้ว หรือเรียกง่าย ๆ ว่าเมานั่นแหละ

หวานกับมิ้งก็เริ่มเบลอแล้วเหมือนกัน ส่วนจีนเพื่อนในกลุ่มของฉันอีกคนที่ตามมาทีหลัง มันยังไม่ทันจะได้เมา ผัวมันก็มาลากกลับบ้านซะงั้น หวงอะไรกันนักกันหนาก็ไม่รู้ ตอนนี้กลุ่มของพวกเราก็เหลือแค่ฉัน หวาน และมิ้ง ส่วนไอ้เซนโตะก็หายไปกับผู้หญิงตั้งแต่ชั่วโมงแรกแล้ว จะเจอมันอีกทีก็คงเป็นช่วงร้านใกล้ปิด ก็คือตอนที่มารับฉันนั่นแหละ

“นี่กี่โมงแล้ววะ” ฉันเงยหน้าไปถามพวกที่เหลืออยู่ด้วยสภาพมึนๆ

“ตอนนี้เที่ยงคืนแล้ว มึงกลับตอนไหน?”

“ก็ต้องรอไอ้เซนโตะนั่นแหละ เดี๋ยวกูไปห้องน้ำแปปนะ”

“อือ ให้พวกกูไปเป็นเพื่อนเปล่า”

“ไม่เป็นไรอะ กูยังไหว” ไหวของฉันคือภาพเบลอเดินเซ แต่ยังพอมีสติอยู่เล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้เดินชนคนนั้นคนนี้นะ แล้วฉันก็เดินไปยังตามทางที่คิดว่าจะเป็นห้องน้ำ เอ๊ะ! ทำไมมันอยู่ลึก นอกจากนี้ยังดูแปลกพิกล เพราะเหมือนจะมีเตียงอยู่ในห้องด้วย แต่ก็เอาเถอะ…ฉันอยากเข้าห้องน้ำจะแย่แล้ว รีบเข้าแล้วรีบไปดีกว่า

กึก กึก

“อะ...อื้อ เซจิ…ถอดให้เฟย์หน่อยสิ” อยู่ ๆ ฉันก็ได้ยินเสียงแหลมของผู้หญิงที่พูดด้วยน้ำเสียงกระเส่า ว่าแต่เมื่อกี้หูฉันไม่ได้ฝาดใช่มั้ย! ยัยนั่นเหมือนเรียกชื่อพี่เซจิ!

 ฉันรีบจัดการธุระให้เสร็จเรียบร้อยแล้วออกจากห้องน้ำมาด้วยสภาพเซนิดหน่อย แล้วภาพที่เห็นทำเอาฉันถึงกับผงะตาสว่างขึ้นมาทันใด

ฉันพอจะเห็นภาพของผู้ชายคนหนึ่งที่ถึงแม้สายตาจะค่อนข้างเบลอ แต่ก็จำได้ว่าคือ “พี่เซจิ” สภาพของเขาเปลือยท่อนบนกำลังคร่อมร่างผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ ซึ่งตอนนี้ด้านบนของเธอเหลือเพียงแต่บราเซียลูกไม้สีดำเท่านั้น ไม่ต้องบอกฉันก็พอจะเข้าใจได้ในทันทีว่าทั้งสองคนกำลังจะทำอะไรกัน

“พะ...พี่เซจิ!” ฉันเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าตกใจ

“ของขวัญ!?” พี่เซจิเองก็เช่นกัน

“...!?” ส่วนยัยผู้หญิงคนนั้นก็อ้ำอึ้ง

“เธอเข้ามาทำอะไรที่ห้องนี้?”

“อ...เอ่อ...”

“ฉันถามว่าเธอมาทำอะไรที่ห้องนี้ นัดใครไว้!”

พี่เซจิใส่เสื้อตัวเองให้เข้าที่แล้วลากฉันออกมาจากห้อง จนฉันแทบจะก้าวตามไม่ทัน ดูท่าเขาคงจะโกรธฉันมากเลยสินะที่ไปขัดจังหวะความสุขของเขากับผู้หญิงคนนั้น

“เปล่านะ ของขวัญแค่...”

“อย่าโกหก! ฉันถามว่านัดใครไว้ อยากให้เรื่องนี้รู้ถึงหูแม่เธอใช่มั้ย…ของขวัญ”

“ยะ...อย่าบอกแม่ของขวัญนะ(เรื่องที่ฉันแอบแม่หนีเที่ยว)”

“แล้วเพื่อนเธอไปไหนหมด”

“อยู่ข้างโซนนั้นค่ะ” ฉันชี้ไปที่โซนของตัวเอง แต่บัดนี้มันกลับว่างเปล่า

“ไหนเพื่อนเธอ” พี่เซจิยืนกอดอกอย่างไม่ลดละ แล้วยิงคำถามเดิมใส่ ราวกับคิดว่าฉันกำลังโกหก

“มันคงไปห้องน้ำกัน พี่ปล่อยของขวัญได้แล้ว กลับไปทำธุระของตัวเองให้เสร็จเถอะค่ะ”

“แล้วไอ้เซนโตะมันไปไหน”

“...” ถ้าหากพี่เซจิรู้ว่าเซนโตะไปทำอะไร มีหวังเขาได้เอาไปฟ้องอาน้ำแน่ ๆ ฉันไม่ยอมให้เพื่อนของฉันถูกแม่บ่นหรอก และตัวฉันเองก็จะไม่ยอมถูกแม่บ่นด้วยเหมือนกัน

“ฉันถะ…”

“ของขวัญว่าผู้หญิงคนนั้นคงจะรอพี่อยู่ เพราะฉะนั้นอย่ามาเสียเวลากับน้องเลยดีกว่าค่ะ เดี๋ยวน้องจะรอเพื่อนอยู่ตรงนี้เอง” ฉันพูดตัดบทไปพลางเดินไปนั่งลงที่โต๊ะเดิม ซวยแล้ว! พวกนั้นหายไปไหนกันนะ แถมยังเอากระเป๋าฉันไปด้วยอีกต่างหาก โทรศัพท์อะไรก็อยู่ในกระเป๋าหมดเลยด้วย แล้วอย่างนี้ฉันจะติดต่อกับพวกมันยังไงเนี่ยอีกอย่างพี่เซจิก็เดินออกไปจริง ๆ ด้วย ทิ้งให้ฉันนั่งอยู่ตรงนั้นคนเดียวอยู่นานสองนาน และแล้วก็เหมือนสวรรค์มาโปรดฉันอีกครั้ง เมื่อเพื่อนรักสองคนเดินกลับมา

“ของขวัญ มึงไปไหนมา รู้มั้ยกูตามหามึงตั้งนาน ไหนบอกว่าไปห้องน้ำมาไง พวกกูก็ไปดักรอก็ไม่เห็นเจอ บอกแล้วไงว่าให้พวกกูไปเป็นเพื่อน อะ…นี่กระเป๋ามึง นึกว่าโดนผู้ชายลากไปซะแล้ว” หวานมันบ่นฉันยาวเหยียดจนถึงขนาดต้องยกมืออุดหูกันเลยทีเดียว

“กูไปห้องน้ำชั้นบนมา”

“บนไหนของมึง ห้องน้ำอยู่ชั้นล่างฝั่งนั้นเองนะ”

“ชั้นบนก็มี”

“มึงกูได้ข่าวว่าชั้นบนของร้านมัน....”

“มึงจะหยุดทำไมเนี้ย พูดต่อดิ”

“นั่นมันห้องเชือดไม่ใช่เหรอวะ”

“!!!!”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 16

    “ก็กูจะใช้...”“แต่ผมหยิบก่อน”“กูจำเป็นต้องใช้ตอนนี้...เดี๋ยวผัดผักมันไหม้”“ผมก็จำเป็นเหมือนกัน เดี๋ยวไข่ไหม้”ฉันตื่นขึ้นเพราะเสียงเอะอะโวยวายดังไปทั่วบริเวณ แต่เมื่อลืมตาขึ้นมาก็พบว่าพี่เซจิและคิรันกำลังเข้าครัวทำอาหารด้วยกันอยู่ ถึงแม้จะดูเหมือนคนกำลังจะเปิดศึกฆ่าแกงกันมากกว่าก็เถอะ“ทำอะไรกัน?” ฉันเดินงัวเงียเข้ามาในห้องครัวเรียกความสนใจจากทั้งคู่ได้ทันควัน ก่อนจะจ้องมองสิ่งที่อยู่ในกะทะเริ่มเกรียมเข้าไปทุกที ฉันจึงต้องรีบเข้าไปคว้าตะหลิวในมือของคิรันออกมาถือไว้เอง ด้วยกลัวว่าทั้งคู่จะทำห้องฉันไฟลุกแทนที่จะได้นั่งทานข้าวกันอย่างปกติสุข“ออกไปทั้งคู่เลย” ฉันชี้นิ้วไปทางโซนห้องนั่งเล่น ทั้งสองพากันคอตกแล้วเดินออกไปอย่างว่าง่าย ไม่นานอาหารก็ถูกยกออกมาตั้งวางไว้บนโต๊ะ“แล้วเซนโตะล่ะคะ ไม่ได้มาด้วยกันเหรอ?” ฉันถามถึงเพื่อนสนิทตัวดี ที่ตอนนี้หายหน้าหายตาและส่งพี่ชายตัวเองมาคุมประพฤติฉันแทน“ไปห้องแฟนแล้ว” พี่เซจิตอบพร้อมทำสีหน้าหน่าย ๆ ช่วงนี้ดูเหมือนเซนโตะจะติดแฟนสาวคนนี้มากเป็นพิเศษ หรือว่ามันจะเจอคนที่ใช่แล้วจริง ๆ นะ สงสัยต้องหาเวลาให้มันมานั่งชี้แจงสักหน่อยแล้ว“อ่อ...” ฉันพยักหน

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 15

    ถึงแม้จะรู้สึกสงสัยว่าใครกันที่เป็นคนซื้อของพวกนี้มาให้ แต่ฉันก็รู้สึกขอบคุณมากยิ่งกว่า ให้ตายเถอะของขวัญ ลืมเรื่องสำคัญแบบนี้ไปได้ยังไงกันว่าใกล้วันนั้นของเดือนแล้ว ควรจะพกผ้าอนามัยติดตัวเอาไว้เผื่อฉุกเฉินสิฉันกลับมาถึงห้องของตัวเองโดยสวัสดิภาพ ก่อนจะพบว่าเซนโตะยืนรออยู่หน้าห้อง สีหน้าดูเป็นกังวลใจอย่างไรอย่างนั้น เมื่อเห็นฉํนมันก็รีบเดินตรงเข้ามาหาทันที“มึง ไม่เป็นไรนะ”“อืม...” สงสัยหวานกับมิ้งเป็นคนบอก บังเอิญว่าฉันทักไปหาพวกมันพอดี จึงไม่แปลกที่เซนโตะจะรู้เรื่องนี้เข้า “กูไม่เป็นไรหรอก ว่าแต่...กูสงสัยว่ะ ว่าใครซื้อผ้าอนามัยกับกระโปรงตัวใหม่มาให้กู”“เออเอาเหอะมึง เรื่องแบบนี้ช่างแม่งเหอะ” เซนโตะพูดเหมือนต้องการตัดจบเรื่องนี้“หรือมึงรู้ว่าใคร?” ฉันหรี่ตามองส่งสายตาจับผิดไปหามันทันที หรือว่า...ไม่หรอกมั้ง อย่างเขาคนนั้นจะมาใส่ใจฉันได้ยังไง“กู...จะไปรู้ได้ไงเล่า เลิกพูดถึงเรื่องร้าย ๆ เถอะของขวัญ มีคนช่วย...ก็ดีแล้ว”เซนโตะว่าพลางรอให้ฉันเปิดประตูเพื่อจะเดินเข้าไปในห้อง เอาอีกแล้ว สองพี่น้องนี่ชอบมาวุ่นวายที่ห้องฉันกันตลอดเลยก๊อก ก๊อกเพิ่งปิดประตูลงได้ไม่นานเสียงเคาะประตูก็ดั

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 14

    หลังจากวันนั้น พี่เซจิก็เริ่มทำตัวแปลกประหลาดมากขึ้นเรื่อย ๆ ทุกเย็นหลังจากฉันกลับถึงคอนโดก็จะเห็นเขายืนอยู่ตรงหน้าห้องเป็นประจำ ไม่รู้ว่ามีธุระอะไรที่ห้องของฉันนักหนา วันนี้เองก็เช่นกัน“พอดี พี่มารอเซนโตะน่ะ...”“เซนโตะไปห้องแฟนค่ะ ไม่ได้อยู่กับน้อง” ฉันตอบกลับทันควันพลางเดินหลบเลี่ยงเขาเข้าไปในห้อง แต่พี่เซจิก็ยังไม่วายเดินตามเข้ามาในห้องจนได้“ก็นั่นแหละ...พี่มารอมันที่ห้องเธอไง เดี๋ยวมันกลับมา”“แล้วทำไมไม่ไปรอที่ห้องพี่ล่ะ ถ้าเซนโตะกลับมาก็ต้องกลับห้องพี่อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ?”“ก็...เผื่อมันแวะห้องเธอก่อนไง”เอาเถอะ ฉันไม่อยากซักไซ้ไร่เรียงความอะไรให้มันมากมายนักหรอก เขาอยากจะอยู่ก็ให้อยู่ไปแล้วกัน แต่วันนี้ฉันมีธุระต้องออกไปอ่านหนังสือที่หอสมุดตามที่นัดกับคิรันเอาไว้เมื่ออาบน้ำเปลี่ยนจากชุดนักศึกษาเป็นชุดลำลองเรียบร้อยแล้ว ฉันก็หยิบกระเป๋าสะพายพร้อมกับไอแพดเพื่อเตรียมตัวออกไปอ่านหนังสือ แต่พอฉันก้าวพ้นประตูห้องนอน พี่เซจิก็รีบลุกขึ้นยืนทันที“ไปไหน?”“นัดเพื่อนอ่านหนังือเอาไว้ที่หอสมุดค่ะ”“ไปด้วย” ว่าพลางหยิบกุญแจรถของตัวเองแล้วเดินตามฉันออกมาจนถึงหน้าประตูห้อง“พี่จะไปทำไม น้

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 13

    “โอ๊ย! พี่เป็นอะไรเนี่ยะ!” ฉันร้องออกมาเพราะแรงเหวี่ยงจากพี่เซจิที่โยนร่างของฉันลงบนเบาะหลังรถ และฉันก็โวยวายขึ้นทันทีหลังจากที่เขาปล่อยให้ฉันเป็นอิสระ ก่อนที่ขายาวจะก้าวอ้อมไปทางประตูฝั่งคนขับแล้วเปิดขึ้นมานั่ง“ไม่ได้เป็นอะไรหนิ เธอนั่นแหละดื้อ บอกให้กลับด้วยกันก็ไม่ยอมกลับ ฉันก็เลยต้องทำแบบนี้” ว่าพลางจับพวงมาลัยรถแล้วขับออกมาจากร้านอาหาร“ก็น้องไม่อยากขัดจังหวะพี่อยู่กับแฟนหนิ” ฉันพูดสิ่งที่ตัวเองคิดออกไปตามตรง ไม่รู้ว่ามันฟังดูเป็นการประชดหรือเปล่านะ แต่สำหรับฉันแล้วมันหมายความตามนั้นจริง ๆหลังจากฟังสิ่งที่ฉันชี้แจงแล้วพี่เซจิก็นิ่งเงียบเหมือนทุกครั้ง เขาไม่มีเหตุจำเป็นจะต้องชี้แจงเรื่องนี้กับฉันหรอก แต่บอกตามตรง ว่าฉันก็แอบหวังให้เขาปฏิเสธกลับมา ว่าผู้หญิงคนนั้นกับเขาไม่ใช่แฟนกัน แต่ก็ไร้ซึ่งเสียงตอบกลับจากเขาบอกตามตรง เห็นแบบนี้แล้ว...ฉันจะตัดใจจากพี่เซจิขั้นเด็ดขาดแล้วล่ะ ทุกคนรอดูได้เลยไม่นานนักรถก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าร้านคาเฟ่แห่งหนึ่งแทนที่จะเป็นคอนโดของพวกเรา ฉันรีบหันมองเขาด้วยแววตาฉงนสงสัย แต่ในขณะที่กำลังจะเอ่ยปากถาม เขาก็เปิดปากอธิบายขึ้นก่อนแล้ว“ฉันอยากกินของหวานน่ะ

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 12

    “มึง นั่นพี่เซจิป่าววะ” น้ำหวานที่นั่งอยู่ข้าง ๆ พูดขึ้น บังเอิญว่าเป็นทิศที่หันหน้าเขาหาเขาพอดี น้ำหวานจึงต้องเห็นเป็นธรรมดาอยู่แล้ว และหลังจากได้ยินแบบนั้นทุกคนก็พากันหันไปมอง แต่ก็ไม่ได้พรวดพราดหันไปหรอกนะ เพราะกลุ่มเพื่อนของฉันมีวิธีหันอย่างแนบเนียนอยู่แล้ว“เออว่ะ ใช่จริงด้วย ว่าแต่พี่เขาเปลี่ยนคนควงอีกแล้วเหรอวะ”ฉันปรายตามองเขาอีกครั้งก่อนจะเห็นท่าทางยิ้มแย้มรวมถึงสายตาที่เขาใช้มองผู้หญิงคนนั้น มันช่าง...อบอุ่นเหลือเกิน เป็นสายตาที่ฉันคงไม่มีวันได้รับจากเขา“ของขวัญ มึงจะกินอะไรเนี่ยะ กูเรียกหลายรอบแล้วนะ”“อ๋อ...เอาตามมึงละกัน” ฉันบอกกล่าวหลังจากเรียกสติคืนมาได้“เออ จะได้รีบสั่ง หิวกันจะตายแล้ว”“เห้ย นั่นคิรัน เดือนคณะมึงป้ะของขวัญ” มิ้งส่งสายตาไปยังทิศสิบสิงนาฬิกาข้างหลังของฉัน ก่อนที่พวกเราจะค่อย ๆ ลอบมองอย่างแนบเนียนแล้วหันกลับมาพูดจาชุมนุมกันอีกครั้ง“เออว่ะ” ว่าจบ พวกมันก็ส่งสายตามาทางฉันอย่างมีเล่ศ์นัย อะไรกันอีกล่ะเนี่ยะ“อะแฮ่ม...ของขวัญ...”“?”“ฉันว่าคิรันมองเธออยู่นะ”“บ้าหน่า เขาอาจจะแค่ตกใจที่พวกเราแห่กันหันไปมองก็ได้” ฉันว่าพลางยกแก้วน้ำขึ้นจิบเป็นการเลี่ยงบทสน

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 11

    “วันนี้ดูอารมณ์ดีเนอะมึงอ่ะ” เซ็นโตะนั่งท้าวคางมองฉันที่กำลังหั่นผักเตรียมทำอาหารอยู่ในห้องของมัน“ยังไงวะ กูก็ยิ้มแบบนี้ทุกวันมั้ยล่ะ”“ไม่อ่ะ กูรู้สึกว่าวันนี้มึงยิ้มมากกว่าปกติ เหมือน....”“เหมือนอะไร?”“...คนบ้า”“ไอ้%#@$%$” ฉันบ่นมันอุบอิบแล้วจัดการทำกับข้าวของตัวเองต่อไป โดยสายตาเจ้ากรรมก็ยังไม่วายเหลือบมองพี่เซจิอยู่ตลอด พี่เซจิที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ด้วย สงสัยช่วงนี้สอบถี่ เพราะตั้งแต่มาถึงที่ห้องฉันก็เห็นเขาก้มหน้าอ่านหนังสืออยู่ตลอดเวลาแต่ในวันนี้เขาดูเงียบลงกว่าเมื่อคืนเยอะเลย ไม่แม้แต่จะทักทายอะไรฉันด้วยซ้ำ ออกมาจากห้องนอนตัวเองได้ก็อ่านหนังสืออยู่ในท่านั้น ทั้งห้องจึงมีเพียงเสียงของฉันและเซ็นโตะที่พูดคุยตอบโต้กันไปมา“เอ้า! เสร็จแล้ว!” ฉันยกแกงจืดเต้าหู้หมูสับกับผัดผักมาวางไว้ที่โต๊ะกินข้าวและนั่งรอเซ็นโตะที่กำลังเดินไปตักข้าวมา ตามหน้าที่ที่ตกลงกันเอาไว้ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่แล้ว แต่เผลอแปบเดียวพี่เซจิก็หายไปจากโต๊ะอ่านหนังสือเสียอย่างนั้น อาจจะเข้าไปนอนในห้องแล้วล่ะมั้ง แต่แล้วก็เหมือนว่าฉันจะคิดผิด เมื่อร่างสูงที่ฉันกำลังนึกถึงอยู่นั้น เดินออกมาจากห้องนอนของต

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status