Share

บทที่ 2

last update Tanggal publikasi: 2026-02-03 02:39:47

“ไอเซนโตะ ใช่….ร้านนี้จริงๆ เหรอวะ? ที่หวานมันบอกว่าจะเลี้ยงเหล้าพวกเราอ่ะ” ของขวัญสาวสวยในชุดเสื้อกล้ามรัดรูปและกางเกงยีนส์ขาสั้นหันไปสะกิดเซนโตะที่เอาแต่ส่งสายตาหว่านเสน่ห์ผู้หญิงไปทั่ว

สาเหตุที่ถามเป็นเพราะเริ่มไม่แน่ใจ เธอไม่รู้ว่านี้คือร้านที่เพื่อนในกลุ่มนัดมาพบปะกันหรือเปล่า นอกจากนี้ยังเป็นร้านที่เธอไม่เคยมาและไม่คุ้นตาสักเท่าไหร่นักด้วย แถมยังอยู่ไกลจากร้านประจำ อีกทั้งยังมีแต่เด็กมหาลัยเสียส่วนใหญ่ด้วย

หลังจากจัดงานวันเกิดเสร็จ ต่างคนก็ต่างแยกย้ายกันไป ซึ่งของขวัญเองก็มีฉลองวันเกิดกับกลุ่มเพื่อนของเธอด้วยเช่นกัน และพวกเธอก็เลือกร้านนี้ เพราะเห็นว่าเป็นร้านที่มีเด็กมหา’ลัย BK เยอะมาก พวกเธอนัดกันเอาไว้ว่าจะพากันเข้าที่ BK ให้ได้ และครั้งนี้ก็มาเพื่อดูลาดเลาเอาไว้ก่อน เพราะคิดว่าหากติดมหา’ลัย BK กันครบองค์ประชุม แล้วร้านนี้ก็อาจจะเป็นร้านประจำสำหรับกลุ่มของพวกเธอในอนาคตก็เป็นได้

“เออดิ! มึงดูดิ มีแต่เด็ก BK ทั้งนั้นเลย กูแม่งอยากรีบขึ้นปี 1 เร็ว ๆ แล้วเมื่อไรจะเปิดรับสักทีวะ” เซนโตะบ่นพึมพำ

“ไอ้เซนโตะ! มึงได้ฟังที่กูพูดมั้ยเนี่ย?”

“ห๊ะ? มึงว่าไงนะ…ของขวัญ”

“ก็กูถามว่า...” เธอพยายามจะหันไปถามเซนโตะอีกครั้ง แต่แล้วสายตาก็เหลือบไปเห็นใครบางคนเข้าเสียก่อน ซึ่งเขาคนนั้นก็คือคนที่เธอคิดถึงมาโดยตลอด คนที่เธอคิดว่าเขากำลังไปติวหนังสือกับเพื่อน แต่ที่ไหนได้กลับมานัวหญิงอยู่ตรงโซนมืดต่อหน้าเพื่อน ๆ

อันที่จริงเธอไม่แน่ใจว่าใช่เขาหรือเปล่า… แต่แผ่นหลังกว้างนั้นมันช่างเหมือนเขาซะเหลือเกิน เหมือนจนเธออยากจะเดินเข้าไปดูให้แน่ใจ ทว่ากลับมีเสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นเสียก่อน ทำให้เธอจำต้องละสายตาจากเขาโดยปริยาย แล้วมองไปยังต้นทางเสียงที่ดังขึ้น

“ของขวัญ! เซนโตะ! ทางนี้เว้ย!”

“กูนึกว่ามึงจะหลอกกูแล้วซะอีก”

“กูจะหลอกมึงทำไมล่ะ? เลี้ยงเหล้าก็คือเลี้ยงดิวะ กูว่านี่แหละผับประจำในอนาคตของพวกเราเว้ย! ดูดิมีแต่ผู้งานดีๆ ดูโต๊ะข้างๆ ดิ โคตรหล่อเลยอ่ะ….”

“ผู้หญิงก็เด็ดไม่แพ้กัน เห็นทีกูคงต้องตั้งใจทำข้อสอบและเตรียมสัมภาษณ์ดี ๆ ซะแล้ว”

“นี่มึงกะจะตั้งใจเรียนเพื่อสิ่งนี้เลยเหรอวะไอ้เซน ยอมใจว่ะ ฮ่าๆ”

“ของขวัญ! ผู้โต๊ะนั้นมองมึงด้วยหล่อมาก”

“ไหน?!” ไอ้คนที่ถามมันไม่ใช่ฉันหรอก แต่เป็นไอ้คนที่นั่งข้าง ๆ ฉันต่างหาก

อ๋อใช่…ฉันลืมเล่าเรื่องคนที่สำคัญในชีวิตฉันไปเลย ซึ่งคนคนนั้นก็คือเซนโตะยังไงล่ะ… มันเป็นเพื่อนฉันมาตั้งแต่สมัยเด็ก เพราะแม่ของพวกเราสองคนเป็นเพื่อนสนิทกัน แถมบ้านยังอยู่ข้างกันอีกต่างหาก จึงทำให้เซนโตะสนิทกับฉันมาก เรียกได้ว่าโตมาด้วยกันเลยทีเดียว พวกเรารักกันมากจนเหมือนไม่ใช่แค่เพื่อนสนิท แต่เป็นเหมือนพี่เหมือนน้องกันไปแล้ว

โดยส่วนตัวแล้วฉันเป็นลูกสาวคนเดียวของที่บ้าน จึงมองว่าบางทีเซนโตะก็เป็นเหมือนพี่ชายที่คอยสแกนคนนั้นคนนี้ให้ในเวลาที่ฉันตั้งใจอยากจะคบกับใครอย่างจริงจัง ซึ่งก็ถือเป็นเรื่องดีแหละนะ

แต่ถึงแม้บางคนเซนโตะจะยืนกรานว่าเขาเป็นคนดีและสามารถทำให้ฉันมีความสุขได้ ก็กลับเป็นฉันเสียเองเนี่ยะแหละที่ไม่ยอมเปิดใจให้ใครเข้ามา

เพียงเพราะว่า...ฉันกำลังรอความรักลมๆ แล้งๆ จากพี่เซจิ พี่ชายแท้ ๆ ของเซนโตะนั่นแหละ ซึ่งเป็นผู้ชายที่ไม่เคยจะมองฉันเลยด้วยซ้ำ แต่ฉันเองก็ยังแอบหวังว่าอาจมีสักวันที่เขาจะหันมามองกันบ้าง

“ดูแม่งก็รู้แล้วว่าขี้หลีอะ”

“แหม...พูดเหมือนมึงคนดียังงั้นแหละเนอะ”

“เอ้า! เพราะกูไม่ใช่คนดีไง กูถึงมองผีด้วยกันออก ยังไงของขวัญก็ต้องเจอคนดี ๆ ไม่อย่างนั้นกูไม่ยอม”

“คนดีจังเลยนะมึง ไหนมาหอมแก้มทีดิ” ฉันพูดชมมันอย่างหมั่นไส้ พลางทำเป็นยื่นหน้าไปหอมแก้มมันแบบที่ชอบทำ แต่กลับถูกมือของเซนโตะดันหน้าเอาไว้ซะก่อน

“หยุดดิ มึงทำงี้เดี๋ยวผู้หญิงในผับก็หาว่ากูมากับเมียกันพอดี แล้วกูจะขายออกมั้ย?”

“ขายไม่ออกก็เรื่องของมึงดิวะ ” ฉันบ่นมันอุบอิบ แต่เหมือนเซนโตะจะแอบได้ยิน จึงผลักหัวฉันอย่างเบามือด้วยความหมั่นไส้

“กวนตีนละของขวัญ…” เซนโตะบ่นฉันกลับพลางหยิบแก้วเหล้าตรงหน้าขึ้นกระดก

ส่วนฉันก็ได้แลบลิ้นใส่มันกลับไป หยอกล้อกันไปสักพัก เซนโตะก็ดูเหมือนมันจะนิ่งไปแล้ว สายตาของมันจับจ้องไปยังผู้หญิงที่อยู่ถัดจากโต๊ะของพวกฉันไปประมาณสองสามโต๊ะ ซึ่งฉันก็รู้ได้ทันทีว่ามันคงเจอเหยื่อเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“มึง… กูว่ากูต้องไปแล้วว่ะ ถึงเวลาเฉิดฉาย”

“เช็คให้ดีด้วยนะมึง ไม่ใช่ว่าเขามากับผัวนะเว้ย” ฉันบอกมันไล่หลังไป

“รอดูแล้วกัน…” มันโบกมือแล้วเดินไปยังโต๊ะผู้หญิงคนนั้นทันที ส่วนฉันอาศัยจังหวะนี้หันไปมองหาพี่เซจิอีกครั้ง โต๊ะของเขาอยู่ไม่ห่างจากโต๊ะของฉันมากเท่าไรนัก แต่หากไม่โฟกัสก็คงไมองไม่เห็นโต๊ะนั้นอย่างแน่นอน เพราะมุมค่อนข้างเป็นส่วนตัว

และในตอนนี้ ฉันก็มั่นใจแล้วว่าเป็นพี่เซจิจริง ๆ นอกจากนี้เขายังมีผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่บนตักด้วย

อ่า…เจ็บชะมัด! แต่กลับทำอะไรไม่ได้เลยสักอย่าง ฉันละสายตาจากภาพบาดตานั้นแล้วหันไปยิ้มให้ทั้งน้ำหวาน และมิ้ง ซึ่งแต่ละคนก็ต่างเป็นเพื่อนในกลุ่มของฉันด้วยกันทั้งนั้น

“ตอนเข้ามา กูเหมือนเห็นพี่เซจิเลยว่ะ มึงว่าไอ้เซนโตะมันจะเจอพี่ชายมันมั้ย” มิ้งชะโงกหน้ามาถามฉัน

“อ้าวพี่เซจิมาร้านนี้ด้วยเหรอ? กูเห็นพี่เซจิบอกแม่ว่าจะไปติวหนังสือกับเพื่อนนะ” ฉันโกหกพวกมันไป พยายามทำตัวให้แนบเนียนและปกติที่สุดว่าตัวเองไม่ได้สนใจอะไรพี่เซจิมากมายนัก เพราะเพื่อนในกลุ่มของฉันแต่ละคนมันก็แสดงอาการออกอย่างชัดเจนว่าชอบพี่เซจิเหมือนกัน แต่ก็แค่กรี๊ดกร๊าดตามประสานั่นแหละ พวกมันเองก็มีแฟนกันหมดแล้ว เหลือเพียงฉันกับไอ้เซนโตะ…

แต่แบบเซนโตะจะเรียกว่าโสดเต็มปากก็ไม่ได้หรอก ก็อย่างที่ทุกคนรู้ว่ามันเจ้าชู้ขนาดไหน

“กูถามจริงนะ…ของขวัญ มึงก็สนิทกับครอบครัวไอ้เซนโตะมาตั้งนาน ทำไมถึงไม่พยายามตีสนิทกับพี่เซจิบ้างวะ ตีสนิทพี่เซจิให้พวกกูหน่อยดิ…นะนะนะ”

“ไหนใครอยากให้กูตีสนิทกับพี่เซจิบ้าง” พวกมันทั้งหมดพร้อมใจกันยกมือขึ้น

“เออดีกูจะได้ฟ้องผัวมึงเรียงตัวเลย กูไม่ทำให้หรอกเว้ย! ไปเอาคนน้องนู้น” แล้วฉันก็ชี้ไปที่ไอ้เซนโตะที่กำลังคุยกับผู้หญิงอยู่ทางโต๊ะไกลอย่างสนุกสนาน โดยที่มือมันเองก็พยายามลวนลามขาอ่อนผู้หญิงคนนั้นด้วย ดูความเจ้าเล่ห์ของมันสิ…

“เหอะ กูคงน้ำตาเช็ดหัวเข่าอะ”

“ต่างกันตรงไหนก็นิสัยเหมือนกันทั้งพี่ทั้งน้องปะ” ฉันพูดไปตามตรง จริง ๆ ก็ดูเจ้าชู้ทั้งเซจิเซนโตะนั่นแหละ เพียงแต่คนละสไตล์เท่านั้น อย่างที่ฉันบอกไปตั้งแต่ตอนแรกก็คือ พี่เซจิชอบกินแบบเงียบ ๆ ส่วนไอเซนโตะ รายนี้ชอบกินแบบโจ่งแจ้ง

น่าแปลกที่ผู้หญิงยังยอม ทั้งๆ ที่รู้ตัวดีว่าต่อให้ยอมพี่เซจิหรือเซนโตะ พวกเขาก็ไม่ยอมหยุดที่พวกเธออย่างแน่นอน แต่ก็คงเหมือนกับฉันแหละมั้ง ที่หัวใจยังปักหมุดรักพี่เซจิ ทั้งที่รู้ว่าเขาไม่เคยแม้แต่จะปรายตามองฉัน

“ไม่จริงอ่ะ! อย่าว่าพี่เซจิของกูนะ พี่เขาดีกว่าไอ้เซนโตะตั้งเยอะ”

“อีหวานได้ข่าวว่าผัวมึงก็อยู่ร้านนี้ไม่ใช่เหรอวะ? เก็บอาการหน่อยนะมึง”

“มาไม่เท่าไร เดี๋ยวเสือกนั่งโต๊ะเดียวกับพี่เซจิด้วยจะโป๊ะไปอีกจ้า ฮ่าๆ”

“ให้กูเดินไปฟ้องผัวมึงเลยมั้ยล่ะ”

“พวกมึงอ่ะใจร้าย” แล้วหวานมันก็ทำหน้าเศร้าสร้อยแบบเสแสร้ง พวกเราก็นั่งขำและนั่งคุยกันอย่างเพลิดเพลินพลางจิบเหล้าที่หวานซื้อมาเลี้ยงให้ไปด้วย รู้ตัวอีกที ฉันก็นอนหน้าฟุ๊บลงกับโต๊ะซะแล้ว หรือเรียกง่าย ๆ ว่าเมานั่นแหละ

หวานกับมิ้งก็เริ่มเบลอแล้วเหมือนกัน ส่วนจีนเพื่อนในกลุ่มของฉันอีกคนที่ตามมาทีหลัง มันยังไม่ทันจะได้เมา ผัวมันก็มาลากกลับบ้านซะงั้น หวงอะไรกันนักกันหนาก็ไม่รู้ ตอนนี้กลุ่มของพวกเราก็เหลือแค่ฉัน หวาน และมิ้ง ส่วนไอ้เซนโตะก็หายไปกับผู้หญิงตั้งแต่ชั่วโมงแรกแล้ว จะเจอมันอีกทีก็คงเป็นช่วงร้านใกล้ปิด ก็คือตอนที่มารับฉันนั่นแหละ

“นี่กี่โมงแล้ววะ” ฉันเงยหน้าไปถามพวกที่เหลืออยู่ด้วยสภาพมึนๆ

“ตอนนี้เที่ยงคืนแล้ว มึงกลับตอนไหน?”

“ก็ต้องรอไอ้เซนโตะนั่นแหละ เดี๋ยวกูไปห้องน้ำแปปนะ”

“อือ ให้พวกกูไปเป็นเพื่อนเปล่า”

“ไม่เป็นไรอะ กูยังไหว” ไหวของฉันคือภาพเบลอเดินเซ แต่ยังพอมีสติอยู่เล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้เดินชนคนนั้นคนนี้นะ แล้วฉันก็เดินไปยังตามทางที่คิดว่าจะเป็นห้องน้ำ เอ๊ะ! ทำไมมันอยู่ลึก นอกจากนี้ยังดูแปลกพิกล เพราะเหมือนจะมีเตียงอยู่ในห้องด้วย แต่ก็เอาเถอะ…ฉันอยากเข้าห้องน้ำจะแย่แล้ว รีบเข้าแล้วรีบไปดีกว่า

กึก กึก

“อะ...อื้อ เซจิ…ถอดให้เฟย์หน่อยสิ” อยู่ ๆ ฉันก็ได้ยินเสียงแหลมของผู้หญิงที่พูดด้วยน้ำเสียงกระเส่า ว่าแต่เมื่อกี้หูฉันไม่ได้ฝาดใช่มั้ย! ยัยนั่นเหมือนเรียกชื่อพี่เซจิ!

 ฉันรีบจัดการธุระให้เสร็จเรียบร้อยแล้วออกจากห้องน้ำมาด้วยสภาพเซนิดหน่อย แล้วภาพที่เห็นทำเอาฉันถึงกับผงะตาสว่างขึ้นมาทันใด

ฉันพอจะเห็นภาพของผู้ชายคนหนึ่งที่ถึงแม้สายตาจะค่อนข้างเบลอ แต่ก็จำได้ว่าคือ “พี่เซจิ” สภาพของเขาเปลือยท่อนบนกำลังคร่อมร่างผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ ซึ่งตอนนี้ด้านบนของเธอเหลือเพียงแต่บราเซียลูกไม้สีดำเท่านั้น ไม่ต้องบอกฉันก็พอจะเข้าใจได้ในทันทีว่าทั้งสองคนกำลังจะทำอะไรกัน

“พะ...พี่เซจิ!” ฉันเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าตกใจ

“ของขวัญ!?” พี่เซจิเองก็เช่นกัน

“...!?” ส่วนยัยผู้หญิงคนนั้นก็อ้ำอึ้ง

“เธอเข้ามาทำอะไรที่ห้องนี้?”

“อ...เอ่อ...”

“ฉันถามว่าเธอมาทำอะไรที่ห้องนี้ นัดใครไว้!”

พี่เซจิใส่เสื้อตัวเองให้เข้าที่แล้วลากฉันออกมาจากห้อง จนฉันแทบจะก้าวตามไม่ทัน ดูท่าเขาคงจะโกรธฉันมากเลยสินะที่ไปขัดจังหวะความสุขของเขากับผู้หญิงคนนั้น

“เปล่านะ ของขวัญแค่...”

“อย่าโกหก! ฉันถามว่านัดใครไว้ อยากให้เรื่องนี้รู้ถึงหูแม่เธอใช่มั้ย…ของขวัญ”

“ยะ...อย่าบอกแม่ของขวัญนะ(เรื่องที่ฉันแอบแม่หนีเที่ยว)”

“แล้วเพื่อนเธอไปไหนหมด”

“อยู่ข้างโซนนั้นค่ะ” ฉันชี้ไปที่โซนของตัวเอง แต่บัดนี้มันกลับว่างเปล่า

“ไหนเพื่อนเธอ” พี่เซจิยืนกอดอกอย่างไม่ลดละ แล้วยิงคำถามเดิมใส่ ราวกับคิดว่าฉันกำลังโกหก

“มันคงไปห้องน้ำกัน พี่ปล่อยของขวัญได้แล้ว กลับไปทำธุระของตัวเองให้เสร็จเถอะค่ะ”

“แล้วไอ้เซนโตะมันไปไหน”

“...” ถ้าหากพี่เซจิรู้ว่าเซนโตะไปทำอะไร มีหวังเขาได้เอาไปฟ้องอาน้ำแน่ ๆ ฉันไม่ยอมให้เพื่อนของฉันถูกแม่บ่นหรอก และตัวฉันเองก็จะไม่ยอมถูกแม่บ่นด้วยเหมือนกัน

“ฉันถะ…”

“ของขวัญว่าผู้หญิงคนนั้นคงจะรอพี่อยู่ เพราะฉะนั้นอย่ามาเสียเวลากับน้องเลยดีกว่าค่ะ เดี๋ยวน้องจะรอเพื่อนอยู่ตรงนี้เอง” ฉันพูดตัดบทไปพลางเดินไปนั่งลงที่โต๊ะเดิม ซวยแล้ว! พวกนั้นหายไปไหนกันนะ แถมยังเอากระเป๋าฉันไปด้วยอีกต่างหาก โทรศัพท์อะไรก็อยู่ในกระเป๋าหมดเลยด้วย แล้วอย่างนี้ฉันจะติดต่อกับพวกมันยังไงเนี่ยอีกอย่างพี่เซจิก็เดินออกไปจริง ๆ ด้วย ทิ้งให้ฉันนั่งอยู่ตรงนั้นคนเดียวอยู่นานสองนาน และแล้วก็เหมือนสวรรค์มาโปรดฉันอีกครั้ง เมื่อเพื่อนรักสองคนเดินกลับมา

“ของขวัญ มึงไปไหนมา รู้มั้ยกูตามหามึงตั้งนาน ไหนบอกว่าไปห้องน้ำมาไง พวกกูก็ไปดักรอก็ไม่เห็นเจอ บอกแล้วไงว่าให้พวกกูไปเป็นเพื่อน อะ…นี่กระเป๋ามึง นึกว่าโดนผู้ชายลากไปซะแล้ว” หวานมันบ่นฉันยาวเหยียดจนถึงขนาดต้องยกมืออุดหูกันเลยทีเดียว

“กูไปห้องน้ำชั้นบนมา”

“บนไหนของมึง ห้องน้ำอยู่ชั้นล่างฝั่งนั้นเองนะ”

“ชั้นบนก็มี”

“มึงกูได้ข่าวว่าชั้นบนของร้านมัน....”

“มึงจะหยุดทำไมเนี้ย พูดต่อดิ”

“นั่นมันห้องเชือดไม่ใช่เหรอวะ”

“!!!!”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 30

    ไม่หนาวอย่างที่คิดนี่นา ฮ่าๆๆ ฉันทำปากเก่งไปอย่างนั้นแหละ เป็นเพราะได้เสื้อโค้ทกับผ้าพันคอรวมถึงถุงเท้าที่พี่เซจิเตรียมมา จึงช่วยให้ความอบอุ่นกับฉันได้พอสมควร ทำดีก็เป็นเหมือนกันนะเราเนี่ยะฉันแอบมองเขาจากทางด้านหลัง เพราะตอนนี้พี่เซจิกำลังนั่งอยู่ตรงเบาะข้างหน้าพร้อมกับคุณอา มาซาชิ เพื่อพูดคุยเรื่องที่จะต้องไปพบปะทีมผู้บริหารโรงพยาบาลในอีกสองวันข้างหน้าใช้เวลาเกือบชั่วโมงก็มาถึงบ้านตระกูลทากาฮาชิที่ญี่ปุ่น ฉันว่าบ้านที่ไทยก็ใหญ่มากแล้วนะ แต่พอเป็นบ้านที่ญี่ปุ่นแล้วที่ไทยกลับเทียบไม่ติดเลยเนี่ยะสิ แบบนี้ต้องเรียกว่าคฤหาสน์มากกว่าบ้านแล้ว“ของขวัญเคยใส่กิโมโนไหมลูก” คุณอามาซาชิหันมาพูดกับฉันระหว่างทางที่พวกเรากำลังเดินเข้าไปในตัวบ้าน“ไม่เคยค่ะ” ฉันส่ายศีรษะด้วยความงุนงง คงจะเคยแหละ หน้าอย่างฉันคงจะซื้อกิโมโนมาใส่เดินเล่นที่ประเทศไทยอยู่หรอก -_-“เดี๋ยววันนี้อาจะให้ช่างตัดผ้าเข้ามาวัดตัวให้ เป็นชุดที่ต้องใส่ไหว้บรรพบุรุษในวันสุดสัปดาห์นี้ หนูแพทเองก็ด้วยนะ”“ค่ะ ขอบคุณค่ะ” ฉันและแพทพยักหน้ารับทราบแล้วกล่าวขอบคุณ นี่พวกฉันต้องไปร่วมพิธีอะไรกับพวกเขาด้วยอย่างนั้นเหรอ คิดว่าจะเป็นพิธีเฉพ

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 29

    “ไม่เอา ของขวัญไม่อยากไป…” ฉันกอดอกยืนหันหลังให้พ่อกับแม่ที่เข้ามาเจรจาว่าจะให้ฉันไปญี่ปุ่นกับครอบครัวของพี่เซจิ พร้อมทั้งให้เหตุผลว่าจะให้ลองไปดูงานในโรงพยาบาลถ้าฉันไปก็หลบหน้าเขาต่อไม่ได้น่ะสิ บอกตามตรง ตั้งแต่เรื่องวันนั้นฉันก็ยังงอนเขาอยู่ อย่าคิดว่าของขวัญคนนี้จะยอมยกโทษให้ง่าย ๆ นะ!“แต่แม่ตอบตกลงกับอาน้ำไปแล้วนะ ทริปนี้เซนโตะก็ไปด้วยกัน ปกติเห็นตัวติดกันตลอดไม่ใช่เหรอ”“ตอนนี้ไม่ติดแล้วค่ะ เซนโตะมันติดเมียมันนู่น” ดูท่าคงจะพกเมียติดไปด้วยแน่ ๆ และฉันก็คงต้องไปอยู่ที่นู่นอย่างโดดเดี่ยว เพราะจะให้ไปอยู่กับพี่เซจิฉันก็ไม่เอาหรอก!“นี่อย่าบอกนะว่าครั้งก่อนที่เราพูดว่าอกหัก…” พ่อเปรยขึ้นมาพลางยกมือขึ้นชี้นิ้วมาทางฉัน อย่าได้คิดเรื่องแบบนั้นเชียว...“?”“เพราะเซนโตะมีแฟนเหรอ?” พ่อถามออกมาตามตรง ส่วนแม่เองก็รอคำตอบเรื่องนี้เหมือนกัน นั่นไง! ว่าแล้วเชียว!“โอ๊ยยยย ไม่ใช่ค่ะ ไอ้นี่น่ะ ปล่อยมันไปมีเมียก็ดีแล้ว คนเขาจะได้เลิกเข้าใจผิดว่ามันเป็นแฟนหนูสักที” ฉันบ่นลับหลัง เพราะหลายปีที่ผ่านมานี้ ยอมรับตามตรงที่ฉันโสดก้เป็นเพราะมันส่วนหนึ่งด้วย แต่ฉันก็ไม่อยากจะโทษมันมากนักหรอก เพราะสาเหตุห

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 28

    “หลับสบายจังเลยนะเมื่อคืนนี้” ว่าพลางบิดขี้เกียจแล้วยกยิ้มสดใส ต่างจากอีกคนที่ทำหน้ามุ่ยไม่รับบุญตั้งแต่เช้า“คนเจ้าเล่ห์”“เจ้าเล่ห์ตรงไหนกัน เธอหล่นมาหาพี่เองนะ”“พี่นั่นแหละดึงน้องลงไป” เธอจำความรู้สึกนั้นได้แม่น ว่าเหมือนมีคนดึงลงไปจนทำให้ตัวเองตกเตียงแล้วหลังจากนั้นทั้งสองก็ถกเถียงเรื่องนี้กันตลอดทั้งเช้า วันนี้เป็นวันอาทิตย์ ของขวัญซซึ่งเป็นนักศึกษาแพทย์ปีหนึ่งจึงไม่มีธุระจำเป็นที่จะต้องเข้ามหาลัย แต่สำหรับเซจิที่เป็นนักศึกษาแพทย์ปีที่สาม เขาต้องไปเข้าแล็ปส่งกล้องวิชาพยาธิวิทยา ที่นัดติวกับเพื่อนในรุ่นเอาไว้“ไปแต่งตัวซะ เดี๋ยวพี่ลงมารับ” ว่าจบเขาก็เดินออกจากห้องไปทิ้งให้ฉันงุนงง รับไปไหน วันนี้วันอาทิตย์ไม่ใช่เหรอ (. .)?หรือว่าจะพาไปเดทกันนะ -///- บ้าบอ คิดอะไรเพ้อเจ้อนะของขวัญ...แต่ก็เอาเถอะ อาบน้ำแต่งตัวรอก็ได้ ในตอนแรกฉันก็แอบหวังว่าเขาจะพาไปที่ที่น่าสนใจ แต่เมื่อรู้ตัวอีกทีก็มาโผล่อยู่ในคณะเป็นที่เรียบร้อยวันหยุดยังจะพามาที่นี่อีก แต่ไม่เป็นไร ฉันพอจะให้อภัยได้เพราะตัวเองได้อยู่ข้างเขาเนี่ยะแหละ -///-“อ้าว เซจิ เข้ามาสิ” เพื่อนร่วมรุ่นของพี่เซจิทักทายแล้วเชื้อเชิญให้เขา

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 27

    กลับจากคุยเรื่องหัวใจกับพี่เซจิแล้ว พวกมิ้งและน้ำหวานก็ชวนฉันออกไปเที่ยวฉลองที่ร้านประจำ เนื่องในโอกาสที่คิรันได้แชมป์ และใช่ค่ะ พวกมันชวนดาวเด่นอย่างคิรันลับหลังฉันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก่อนที่จะมาชวนฉันเสียอีก และถ้าฉันไม่ไปก็คงเสียมารยาทมากแน่นอนของขวัญคนนี้จึงต้องแต่งตัวออกมาข้างนอกอีกครั้ง ทั้งที่บอกฝันดีพี่เซจิเรียบร้อยแล้ว ทำแบบนี้ไม่น่ารักเลยแฮะของขวัญ“ทางนี้คิรัน” มิ้งโบกมือเรียก ก่อนจะเว้นที่ว่างข้าง ๆ ฉันเอาไว้เพื่อให้คิรันได้เดินมานั่งอย่างรู้งาน -_-คิรันเดินเข้ามาพร้อมกับชุดลำลองที่ฉันไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก เพราะส่วนใหญ่เจอกัแต่นที่มหาลัยจึงคุ้นตาเขาในคาบชุดนักศึกษาเสียมากกว่า แต่ตอนนี้เขาก็แค่เปลี่ยนไปใส่เสื้อยืดสีขาวแทนเสื้อเชิ้ตเท่านั้น ส่วนกางเกงเป็นกางเกงแสล็คเหมือนเดิม แต่ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกสะกดสายตาได้ขนาดนี้นะ หรืออาจเป็นเพราะใบหน้าที่หล่อเหลาเกินมนุษย์ของเขาล่ะแต่ฉันว่าเลิกพรรณนาถึงรูปร่างหน้าตาของเขาเถอะ เพราะถึงหล่อแค่ไหนคนในใจของฉันก็มีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น ก็คือพี่เซจินั่นแหละพูดถึงพี่เซจิแล้วก็ทำให้ฉันถึงเรื่องที่เราตกลงคุยกัน บอกตามตรงฉันก็รู้สึกว่าตั

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 26

    พี่เซจิพามาถึงจุดหมาย ซึ่งเป็นสวนหย่อมที่ผู้คนต่างมาเดินเล่นพักผ่อนกันเป็นคู่ ในช่วงยามเย็นแบบนี้ ดวงอาทิตย์กับลังลับขอบฟ้า แสงอาทิตย์กำลังอบอุ่นได้ที่เลยทีเดียวแต่ก็อบอุ่นหัวใจได้เพียงบรรยากาศเท่านั้น เพราะตอนนี้ฉันรู้สึกว่ากำลังมีบางอย่างที่หนักอึ้งอยู่ภายในใจ บอกตามตรง ฉันไม่พร้อมจะเผชิญหน้าเขาเลย อยากจะหนีไปให้พ้นเสียด้วยซ้ำ แต่อีกใจก็อยากรู้ว่าเขาอยากจะพูดเรื่องอะไรหรือว่าพี่เซจิจะพาฉันมาคุยเรื่องที่ฉันสารภาพออกไปวันนั้น และเรียกมาปฏิเสธกันนะ...ไม่เอาอะ ของขวัญไม่อยากฟังคำนั้น...ฉันควรจะวิ่งหนีไปให้ไกลสิ แต่มานึกขึ้นได้ตอนนี้ก็สายไปแล้วล่ะของขวัญพี่เซจิมายืนอยู่ตรงหน้าฉัน แววตาของเขาดูจริงจังประกอบกับความลึกลับซึ่งทำให้ฉันไม่สามารถอ่านได้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ เขายืนนิ่งเงียบอยู่สักครู่ก่อนจะสูดหายใจเข้าลึก ราวกับว่าเขากำลังรวบรวมความกล้าที่จะพูดอะไรบางอย่าง"มีเรื่องอะไรจะคุยเหรอคะ?" ฉันตัดสินใจเปิดปากถามออกไปตรง ๆ เพราะต้องการรีบตัดความอึดอัดใจนี้ทิ้ง เอาเลย ของขวัญพร้อมแล้ว จะปฏิเสธก็บอกมาตามตรงเลยสิ!พี่เซจินิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง สายตาที่แฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ยากจะอ

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 25

    และแล้ววันเสาร์ก็มาถึง ตลอดทั้งสัปดาห์นี้ฉันพยายามหลบหน้าพี่เซจิอยู่ตลอด โธ่เอ๊ย ของขวัญ เรื่องบนรถวันนั้นน่าอายชะมัด พูดออกไปได้ยังไงกัน -///- และดูเหมือนว่าอีกฝ่ายก็จะรู้ตัวว่าฉันพยายามหลบหน้า จึงไม่โผล่มาให้ฉันเห็นเหมือนกันแต่บอกตามตรง...อีกความรู้สึกหนึ่งฉันก็แอบน้อยใจเหมือนกันนะ เขาไม่พยายามที่จะมาเจอกันเลยอย่างนั้นสิขณะที่ภายในสมองกำลังครุ่นคิดเรื่องว้าวุ่นใจอยู่นั้น ขาของฉันก็ก้าวขึ้นไปบนแท่นอัฒจันทร์ที่อยู่ข้างสระว่ายน้ำเพื่อจับจองที่นั่งเข้าชมการแข่งขัน ใช่แล้ว วันนี้ฉันมาเชียร์คิรันแข่งขันกีฬาเฟรชชี่ แต่ไม่ได้มาคนเดียวหรอกนะ เพราะกลุ่มเพื่อนของฉัน พวกมิ้งและน้ำหวานก็มาด้วยเหมือนกันเมื่อถึงเวลาแข่งขัน ฉันก็รีบนำป้ายที่อุตส่าห์ตัดแปะสติ๊กเกอร์อย่างประณีตออกมา“คิรัน!” ฉันตะโกนเรียกเขาที่กำลังยืนอยู่ข้างสระเพื่อเตรียมตัวแข่งขัน หลังจากเขาหันมามองฉันก็รีบยกป้ายที่เขียนเอาไว้ว่า ‘สู้เขานะคิรัน’ ขึ้นมาโบกทันทีที่คิรันอ่านป้ายนั้นจบเขาก็ยกยิ้มแล้วโบกมือมาให้ฉันอย่างรับทราบ“แหม มึง เหมือนผัวเมียมาเชียร์กันเลยนะ” มิ้งเอ่ยแซวขึ้นมา ก่อนจะเบ้ปากให้ฉํนด้วยความหมั่นไส้“จริง ถ้าจะหว

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status