Share

บทที่ 7

last update Tanggal publikasi: 2026-02-03 03:53:18

@Seiji Talk

ไม่คิดเลยว่าจะเจอกันที่นี่ได้!

ผมเหลืออบตามองไปเห็นเพื่อนสนิทของน้องชายตัวเองที่ดูเหมือนจะแอบมาเที่ยวกับผู้ชายคนอื่น แถมวันนี้ยังไม่มีเพื่อนในกลุ่มด้วยเลย เว้นแต่คนชือน้ำหวาน ซึ่งพวกเธอเป็นผู้หญิงเพียงแค่สองคนในกลุ่มนั้น พนันได้เลยว่าไอ้เซ็นโตะน้องชายของผมจะต้องไม่รู้แน่นอน ว่าเพื่อนสนิทที่มันหวงแหนนั้นแอบหนีมาเที่ยวในสถานที่แบบนี้ แถมยังมากับใครก็ไม่รู้ แต่ผมมองแวบเดียวก็พอจะกระจ่าง ไอ้หมอนั่นมันไม่น่าไว้ใจนักหรอก เพราะผมเห็นมันมาเที่ยวที่ร้านนี้อยู่บ่อยครั้ง

ว่าแต่...ทำไมของขวัญกับผู้ชายคนนั้นถึงดูสนิทสนมกันจังวะ

“ไอ้เซจิ นั่นใช่น้องของขวัญป้ะ?” เสียงของเป็นหนึ่ง เพื่อนในกลุ่มของผมเอ่ยถามขึ้น

“อืม สงสัยจะหนีเที่ยวมั้ง” ถึงจะตอบออกไปด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่จิตใจของผมตอนนี้กลับจดจ่ออยู่ตรงโต๊ะนั้นอย่างไม่ลดละ

“แล้วไหนน้องมึงอะ? ปกติมาด้วยกันไม่ใช่เหรอ”

“ไอ้เซนมันไปต่างประเทศ กูถึงบอกไงว่าน้องมันคงหนีเที่ยว ยังไงก็ช่วยดูหน่อยแล้วกัน ของขวัญก็เหมือน...น้องสาวกูคนหนึ่งอะ”

“สวยขนาดนั้นมึงปล่อยมาถึงตอนนี้ได้ไงวะ” ไอเท็ม กระซิบบอกผมอย่างขำขัน แต่ผมดันไม่ขำด้วยเนี่ยะสิ ไอ้พวกนี้คิดแต่เรื่องจัญไรตลอด คอยแต่จะเป่าหูให้ผมจับเพื่อนสนิทน้องชายตัวเองทำเมียสักที ถึงผมจะไม่ใช่คนดีอะไร แต่ก็รู้ผิดชอบชั่วดีว่าอะไรควรไม่ควร

“นั่นมันน้องสาวกู-.-”

เห็นกันมาตั้งแต่เด็ก แต่บอกตามตรงว่าสิ่งที่ผมไม่ชอบอยู่อย่างก็คือ การที่น้องชายผมชอบไปเล่นกับของขวัญมากกว่าพี่ชายของมันเนี่ยะแหละ มีน้องชายก็คิดว่าจะได้เล่นด้วยกันเหมือนเด็กผู้ชายทั่วไป แต่กลายเป็นว่าเซ็นโตะเอาแต่เล่นกับของขวัญ แล้วแบบนี้ผมจะมีน้องชายกับเขาไปทำไมกัน อีกอย่างนะ ผมว่าไอ้เซ็นมันควรจะเป็นพี่ชายของขวัญมากกว่ามาเป็นน้องผมซะอีก

พอกาลเวลาผ่านไป จากเด็กผู้หญิงผมเปียหน้าตาน่ารักก็เติบโตเป็นสาวสวยสะพรั่ง มีผู้ชายมาต่อแถวขายขนมจีบให้เป็นว่าเล่น แต่ผมก็ไม่เคยเห็นว่าเธอจะคบใครเป็นตัวเป็นตนสักที วันๆ ก็เอาแต่ขลุกอยู่กับเซ็นโตะ จนบางครั้งผมก็แอบคิดว่าพวกมันแอบคบกันหรือเปล่า เพราะถึงยังไงครอบครัวของพวกเราก็คงจะต้องปรองดองกันเข้าสักวัน ในเมื่อพวกท่านจับคู่ให้สองคนนั้นตั้งแต่เด็ก ๆ จึงทำให้ผมคิดว่า ไม่ว่ายังไง ของขวัญก็ต้องมาเป็นน้องสะใภ้ของผมอยู่ดี ผมจึงพยามองเธอให้เป็นน้องสาวคนหนึ่งมาโดยตลอด

และอาจเป็นอีกสาเหตุที่ผมไม่เคยปรายตามองเธอในฐานะผู้หญิงคนหนึ่งเลยก็ว่าได้...

ผ่านไปสักพัก น้ำ หวานแฟนสาวของไอเท็มก็ลากของขวัญมาที่โต๊ะของพวกเรา สีหน้าของเธอแดกก่ำราวกับดื่มเหล้าไปเยอะมาก  แต่แปลกที่ร่างกายตามเนื้อตามตัวของคนตัวเล็กมีเหงื่อไหลท่วมเต็มไปหมด ทำให้ผมรู้สึกแปลกใจว่าอาจไม่ใช่เพราะฤทธิ์แอลกฮอล์

“หวาน ของขวัญเป็นอะไรไปน่ะ” ผมเอ่ยถามทั้งที่ยังจ้องหน้าคนตัวเล็กอย่างไม่ลดละ แต่ดูเหมือนว่าเธอจะไม่รู้ตัวเลย เอาแต่มองนู่นนี่นั่นราวกับคนคุมสติไม่อยู่เสียอย่างนั้น

“หวานก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะพี่เซจิ ของขวัญมันเพิ่งเป็นเมื่อกี้เองนะ ดื่มมาตั้งนานหน้ายังไม่แดงขนาดนี้เลย” หวานตอบผมด้วยสีหน้าที่ดูไม่ค่อยดีนัก ทำเอาผมอดห่วงไม่ได้ และบรรดาเพื่อของผมรวมถึงโต๊ะข้าง ๆ ก็ต่างพากันตื่นตระหนกไปตามกัน

“โต๊ะไหนพาพี่ไปดูหน่อย” หวานพยักหน้ารับก่อนจะเดินนำผมไปที่โต๊ะของพวกเธอที่ตอนนี้ไม่มีใครนั่งอยู่แล้ว แม้กระทั่งไอ้ผู้ชายคนนั้น

“แล้วอีกคนที่มากับพวกเธอไปไหน?”

“หวานก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ เราสองคนไปห้องน้ำกันแล้วให้เบนเฝ้าโต๊ะไว้ พอกลับมาเขาก็หายตัวไปแล้ว แต่ตอนไปเข้าห้องน้ำด้วยกัน ของขวัญก็ยังมีสติดีอยู่เลยนะคะ แทบไม่เมาด้วยซ้ำ พี่เซจิก็น่าจะรู้ว่าของขวัญมันคอแข็งขนาดไหน”

“......”

“แต่พอยกแก้วเหล้าดื่มต่อ มันก็เป็นแบบที่พี่เห็นนั่นแหละค่ะ”

“ของขวัญดื่มเเก้วไหน?” หวานชี้ไปยังแก้วเหล้าซึ่งอยู่ไม่ไกลจากมือของผมมากนัก ในแก้วอำพันนั้นยังมีเหล้าอยู่เกือบครึ่งแก้ว ผมจึงตัดสินใจยกขึ้นมาจิบเพื่อลองทดสอบดู

เป็นไปตามคาด เธอโดนวางยาปลุกอารมณ์ เพียงเวลาไม่นานร่างกายของผมก็เกิดอาการร้อนวูบวาบจนเหงื่อออกตามเนื้อตัวไม่ต่างกับร่างบางที่ผมเพิ่งเห็นเมื่อสักครู่

“พี่เซจิเป็นอะไรหรือเปล่าคะ?”

“ของขวัญโดนวางยา” ผมรีบกลับไปที่โต๊ะตัวเองเพื่อพาร่างบางกลับทันที ก่อนที่จะไม่ทันเวลาเข้า เพราะผมเองรู้ดีว่าอีกไม่นานมันจะเกิดอะไรขึ้นกับเธอบ้าง ผมเองก็เคยเป็นมาก่อน

“สรุปน้องของขวัญเป็นอะไรวะ? กูว่าอาการเหมือน......” ไอเท็มที่ปกติจะเอาแต่นั่งมองหน้าจอโทรศัพท์เพื่อเล่นเกมนั้น หลังจากเห็นผมเดินเข้ามาด้วยสีหน้าแตกตื่นก็อดเงยหน้าขึ้นถามเสียไม่ได้

“อืม โดนวางยา อย่าบอกใครนะมึง โดยเฉพาะ…”

“ไอ้เซนโตะ!!” ทั้งโต๊ะพูดขึ้นพร้อมกันเสียงดังมาก เรื่องนั้นมันแน่นอนอยู่แล้ว ขืนไอ้เซ็นโตะรู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับของขวัญ มันคงอยู่ไม่สุขแน่ ผมรู้จักน้องชายของตัวเองดี

ผมอุ้มร่างบางพาดบ่ากันจะรีบเดินออกไปจากร้าน มุ่งตรงไปที่รถตัวเองแล้วโยนร่างบางเข้าไปในรถทันที เหลือเวลาอีกไม่มาก ผมต้องพาเธอไปที่โรงพยาบาลให้ทันเวลาก่อนที่ยามันจะออกฤทธิ์ไปมากกว่านี้

“ของขวัญ! อย่าทำแบบนี้” ระหว่างที่ขับรถไป ผมก็คอยมองเธอเป็นระยะ ๆ ตอนนี้ร่างบางเริ่มปลดกระดุมเสื้อตัวเองจนเผยให้เห็นเนินอกขาว จนตัวผมเองยังต้องลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก

“แต่ของขวัญร้อน” เธอจับมือของผมไว้แล้วเลื่อนมือผมไปสัมผัสที่หน้าอกใหญ่เกินตัวของเธอ

“ของขวัญ! มีสติหน่อยสิ!”

“พี่เซจิ น้องเป็นอะไรก็ไม่รู้” ไม่พูดเพียงเท่านั้น เธอยังเลื่อนกายของตัวเองขึ้นคร่อมร่างของผม แล้วประกบริมฝีปากบางของเธอเข้ามาโดยที่ผมไม่ทันได้ตั้งตัว นอกจากนี้ ยัยตัวแสบยังถอดเสื้อของผมออกอีกต่างหาก ให้ตายเถอะ! ผมจะทำยังไงดีในเมื่อฤทธิ์ยาที่ผมดื่มเข้าไปมันก็กำลังเริ่มออกฤทธิ์แล้วด้วยเหมือนกัน

ร่างบางเลื่อนต่ำลงมาจูบที่ลำคอของผม พลางขบเม้มไปด้วยจนผมเริ่มรู้สึกได้ถึงความเจ็บบริเวณลำคอตรงหลายจุด เอาจริงๆ ผมไม่เคยยอมให้ใครทำรอยกับผมเลยสักครั้ง เพราะส่วนใหญ่ล้วนเป็น one night stand ทั้งนั้น ให้ตายเถอะ….เหมือนคนตัวเล็กกำลังกดปิดปุ่มรู้ผิดชอบชั่วดีของผมไปเสียดื้อ ๆ

ในตอนนี้ ราวกับร่างกายของผมกำลังพ่ายแพ้ต่อเธอ ผมพยามข่มอารมณ์เอาไว้อย่างมาก ผมไม่อยากยุ่งกับเธอเลย แต่ว่าปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเธอช่างเป็นผู้หญิงที่น่าฟัดเอาซะเหลือเกิน จนผมเริ่มจะไม่ไหวเสียแล้วสิ….

“พะ…พี่เซจิ!” ผมพลิกร่างบางให้เป็นฝ่ายย้ายไปอยู่ใต้ร่างของผมแทน ก่อนจะปรับเบาะให้อยู่ในระดับต่ำลง โดยที่มีผมเป็นคนคุมเกมคร่อมร่างประกอบกับประกบริมฝีปากของเธออย่างหื่นกระหาย ทำเอาร่างบางแทบตั้งตัวไม่ทัน แต่เธอก็ตอบรับสัมผัสของผมกลับมา

“พี่เซจิ…น้องหายใจไม่ทันค่ะ” ผมพักให้เธอได้มีเวลาหายใจหายคอบ้าง แต่เพียงแค่แปปเดียวเท่านั้น ก็เริ่มจูบต่อจนบรรยากาศภายในรถมันเริ่มเร้าร้อนขึ้นเรื่อย ๆ ผมไล้ริมฝีปากต่ำลงจนถึงลำคอขาวเนียน กลิ่นหอมอ่อน ๆ ค้ลายดอกไม้เหมือนเป็นกลิ่นกลายของเธอแตะเข้าที่จมูกของผม เพิ่งรู้สึกได้ว่ากลิ่นนี้ของเธอช่างเย้ายวนและน่าหลงใหลเสียเหลือเกิน พลางขมเม้มลำคอขาวเนียนซ้ำแล้วซ้ำเล่า ส่วนมือก็คอยทำหน้าที่ปลดกระดุมเสื้อของเธอออกทีละเม็ด จนเผยให้เห็นบราเซียสีขาวที่ปิดเนื้อเนินอกนั้นไว้ ทุกสิ่งอย่างที่เป็นองค์ประกอบของตัวเธอนั้นทำให้ผมแทบคลั่ง แต่แล้วก็เหมือนสติของผมมันก็กลับเข้ามาเสียดื้อ ๆ

มันไม่ถูกต้อง!

ใช่! มันไม่ถูกต้องเลยสักนิดที่ผมจะล่วงเกินของขวัญแบบนี้่ ทั้ง ๆ ที่พวกเราก็เห็นกันมาตั้งแต่เด็ก เธอเองก็เหมือนน้องสาวของผมคนหนึ่ง นอกจากนี้ ของขวัญยังเป็นเพื่อนสนิทกับน้องชายของผม และที่สำคัญคือมันของขวัญมาก พลันสายของผมเหลือบไปเห็นเนคไทที่เบาะหลังรถพอดี

“พะ…พี่เซจิจะทำอะไรคะ?!”

“ก็มัดเธอน่ะสิ อยู่นิ่ง ๆ ฉันจะรีบพาไปส่งโรงพยาบาล กลับไปนั่งที่เบาะตัวเองได้แล้ว”

“ไม่เอา น้องไม่ไปโรงพยาบาลนะ” คนตัวเล็กหน้าบึ้งตึง แต่ก็ยอมที่จะกลับไปยังที่นั่งของตัวเองโดยดี

“ไม่ได้ อาการเธอ…”

“แต่น้องไม่อยากให้ใครรู้เรื่องที่โดนมอมยา ทั้งพ่อแม่ทั้งไอ้เซ็นโตะด้วย มันคงจะ…ฮึก” ร่างบางแอบปาดน้ำตาพลางสะอึกสะอื้น ตัวของเธอยังสั่นเทาด้วยฤทธิ์ยา ผมรู้ว่าเธอยังทรมานอยู่ เพราะผมเองก็เช่นเดียวกัน แต่เดี๋ยวนะ! ผมพอจะหาทางอื่นที่ทำให้เธอไม่ต้องไปโรงพยาบาลได้แล้วล่ะ…

@Condo Seiji

“ของขวัญ รอยู่ที่นี่ก่อนนะ” ผมพาเธอกลับมาที่คอนโดด้วยพลางวางร่างบางอย่างแผ่วเบา แต่ของขวัญยังคงจับผมเอาไว้แน่น ตัวเธอไม่ได้มีทีท่าว่าจะสั่นเทาน้อยลงเลยแม้แต่น้อย ผมจึงรีบเดินออกจากห้องไปยังอีกห้องหนึ่ง ซึ่งอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลกันนัก เวลานี้ผมหวังพึ่งใครไม่ได้แล้วเหมือนกัน ยังไงก็ภาวนาขอให้เจ้าของห้องอยู่ด้วยเถอะ…

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

“มีไรวะไอ้เซจิ มึงนี่แม่ง…มาถูกจังหวะเหลือเกินนะ” ผมเหลือบมองหญิงสาวบนโซฟาที่กำลังเอาผ้าคลุมร่างสลับกับสภาพเจ้าของห้องอย่างมาร์ตินที่มาต้อนรับผมด้วยสภาพผ้าขนหนูตัวบางปิดท่อนล่างไว้ ก็พอจะเดาได้ว่าสองคนนี้กำลังจะทำอะไรกัน

“กูมีเรื่องให้ช่วยว่ะ”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 30

    ไม่หนาวอย่างที่คิดนี่นา ฮ่าๆๆ ฉันทำปากเก่งไปอย่างนั้นแหละ เป็นเพราะได้เสื้อโค้ทกับผ้าพันคอรวมถึงถุงเท้าที่พี่เซจิเตรียมมา จึงช่วยให้ความอบอุ่นกับฉันได้พอสมควร ทำดีก็เป็นเหมือนกันนะเราเนี่ยะฉันแอบมองเขาจากทางด้านหลัง เพราะตอนนี้พี่เซจิกำลังนั่งอยู่ตรงเบาะข้างหน้าพร้อมกับคุณอา มาซาชิ เพื่อพูดคุยเรื่องที่จะต้องไปพบปะทีมผู้บริหารโรงพยาบาลในอีกสองวันข้างหน้าใช้เวลาเกือบชั่วโมงก็มาถึงบ้านตระกูลทากาฮาชิที่ญี่ปุ่น ฉันว่าบ้านที่ไทยก็ใหญ่มากแล้วนะ แต่พอเป็นบ้านที่ญี่ปุ่นแล้วที่ไทยกลับเทียบไม่ติดเลยเนี่ยะสิ แบบนี้ต้องเรียกว่าคฤหาสน์มากกว่าบ้านแล้ว“ของขวัญเคยใส่กิโมโนไหมลูก” คุณอามาซาชิหันมาพูดกับฉันระหว่างทางที่พวกเรากำลังเดินเข้าไปในตัวบ้าน“ไม่เคยค่ะ” ฉันส่ายศีรษะด้วยความงุนงง คงจะเคยแหละ หน้าอย่างฉันคงจะซื้อกิโมโนมาใส่เดินเล่นที่ประเทศไทยอยู่หรอก -_-“เดี๋ยววันนี้อาจะให้ช่างตัดผ้าเข้ามาวัดตัวให้ เป็นชุดที่ต้องใส่ไหว้บรรพบุรุษในวันสุดสัปดาห์นี้ หนูแพทเองก็ด้วยนะ”“ค่ะ ขอบคุณค่ะ” ฉันและแพทพยักหน้ารับทราบแล้วกล่าวขอบคุณ นี่พวกฉันต้องไปร่วมพิธีอะไรกับพวกเขาด้วยอย่างนั้นเหรอ คิดว่าจะเป็นพิธีเฉพ

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 29

    “ไม่เอา ของขวัญไม่อยากไป…” ฉันกอดอกยืนหันหลังให้พ่อกับแม่ที่เข้ามาเจรจาว่าจะให้ฉันไปญี่ปุ่นกับครอบครัวของพี่เซจิ พร้อมทั้งให้เหตุผลว่าจะให้ลองไปดูงานในโรงพยาบาลถ้าฉันไปก็หลบหน้าเขาต่อไม่ได้น่ะสิ บอกตามตรง ตั้งแต่เรื่องวันนั้นฉันก็ยังงอนเขาอยู่ อย่าคิดว่าของขวัญคนนี้จะยอมยกโทษให้ง่าย ๆ นะ!“แต่แม่ตอบตกลงกับอาน้ำไปแล้วนะ ทริปนี้เซนโตะก็ไปด้วยกัน ปกติเห็นตัวติดกันตลอดไม่ใช่เหรอ”“ตอนนี้ไม่ติดแล้วค่ะ เซนโตะมันติดเมียมันนู่น” ดูท่าคงจะพกเมียติดไปด้วยแน่ ๆ และฉันก็คงต้องไปอยู่ที่นู่นอย่างโดดเดี่ยว เพราะจะให้ไปอยู่กับพี่เซจิฉันก็ไม่เอาหรอก!“นี่อย่าบอกนะว่าครั้งก่อนที่เราพูดว่าอกหัก…” พ่อเปรยขึ้นมาพลางยกมือขึ้นชี้นิ้วมาทางฉัน อย่าได้คิดเรื่องแบบนั้นเชียว...“?”“เพราะเซนโตะมีแฟนเหรอ?” พ่อถามออกมาตามตรง ส่วนแม่เองก็รอคำตอบเรื่องนี้เหมือนกัน นั่นไง! ว่าแล้วเชียว!“โอ๊ยยยย ไม่ใช่ค่ะ ไอ้นี่น่ะ ปล่อยมันไปมีเมียก็ดีแล้ว คนเขาจะได้เลิกเข้าใจผิดว่ามันเป็นแฟนหนูสักที” ฉันบ่นลับหลัง เพราะหลายปีที่ผ่านมานี้ ยอมรับตามตรงที่ฉันโสดก้เป็นเพราะมันส่วนหนึ่งด้วย แต่ฉันก็ไม่อยากจะโทษมันมากนักหรอก เพราะสาเหตุห

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 28

    “หลับสบายจังเลยนะเมื่อคืนนี้” ว่าพลางบิดขี้เกียจแล้วยกยิ้มสดใส ต่างจากอีกคนที่ทำหน้ามุ่ยไม่รับบุญตั้งแต่เช้า“คนเจ้าเล่ห์”“เจ้าเล่ห์ตรงไหนกัน เธอหล่นมาหาพี่เองนะ”“พี่นั่นแหละดึงน้องลงไป” เธอจำความรู้สึกนั้นได้แม่น ว่าเหมือนมีคนดึงลงไปจนทำให้ตัวเองตกเตียงแล้วหลังจากนั้นทั้งสองก็ถกเถียงเรื่องนี้กันตลอดทั้งเช้า วันนี้เป็นวันอาทิตย์ ของขวัญซซึ่งเป็นนักศึกษาแพทย์ปีหนึ่งจึงไม่มีธุระจำเป็นที่จะต้องเข้ามหาลัย แต่สำหรับเซจิที่เป็นนักศึกษาแพทย์ปีที่สาม เขาต้องไปเข้าแล็ปส่งกล้องวิชาพยาธิวิทยา ที่นัดติวกับเพื่อนในรุ่นเอาไว้“ไปแต่งตัวซะ เดี๋ยวพี่ลงมารับ” ว่าจบเขาก็เดินออกจากห้องไปทิ้งให้ฉันงุนงง รับไปไหน วันนี้วันอาทิตย์ไม่ใช่เหรอ (. .)?หรือว่าจะพาไปเดทกันนะ -///- บ้าบอ คิดอะไรเพ้อเจ้อนะของขวัญ...แต่ก็เอาเถอะ อาบน้ำแต่งตัวรอก็ได้ ในตอนแรกฉันก็แอบหวังว่าเขาจะพาไปที่ที่น่าสนใจ แต่เมื่อรู้ตัวอีกทีก็มาโผล่อยู่ในคณะเป็นที่เรียบร้อยวันหยุดยังจะพามาที่นี่อีก แต่ไม่เป็นไร ฉันพอจะให้อภัยได้เพราะตัวเองได้อยู่ข้างเขาเนี่ยะแหละ -///-“อ้าว เซจิ เข้ามาสิ” เพื่อนร่วมรุ่นของพี่เซจิทักทายแล้วเชื้อเชิญให้เขา

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 27

    กลับจากคุยเรื่องหัวใจกับพี่เซจิแล้ว พวกมิ้งและน้ำหวานก็ชวนฉันออกไปเที่ยวฉลองที่ร้านประจำ เนื่องในโอกาสที่คิรันได้แชมป์ และใช่ค่ะ พวกมันชวนดาวเด่นอย่างคิรันลับหลังฉันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก่อนที่จะมาชวนฉันเสียอีก และถ้าฉันไม่ไปก็คงเสียมารยาทมากแน่นอนของขวัญคนนี้จึงต้องแต่งตัวออกมาข้างนอกอีกครั้ง ทั้งที่บอกฝันดีพี่เซจิเรียบร้อยแล้ว ทำแบบนี้ไม่น่ารักเลยแฮะของขวัญ“ทางนี้คิรัน” มิ้งโบกมือเรียก ก่อนจะเว้นที่ว่างข้าง ๆ ฉันเอาไว้เพื่อให้คิรันได้เดินมานั่งอย่างรู้งาน -_-คิรันเดินเข้ามาพร้อมกับชุดลำลองที่ฉันไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก เพราะส่วนใหญ่เจอกัแต่นที่มหาลัยจึงคุ้นตาเขาในคาบชุดนักศึกษาเสียมากกว่า แต่ตอนนี้เขาก็แค่เปลี่ยนไปใส่เสื้อยืดสีขาวแทนเสื้อเชิ้ตเท่านั้น ส่วนกางเกงเป็นกางเกงแสล็คเหมือนเดิม แต่ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกสะกดสายตาได้ขนาดนี้นะ หรืออาจเป็นเพราะใบหน้าที่หล่อเหลาเกินมนุษย์ของเขาล่ะแต่ฉันว่าเลิกพรรณนาถึงรูปร่างหน้าตาของเขาเถอะ เพราะถึงหล่อแค่ไหนคนในใจของฉันก็มีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น ก็คือพี่เซจินั่นแหละพูดถึงพี่เซจิแล้วก็ทำให้ฉันถึงเรื่องที่เราตกลงคุยกัน บอกตามตรงฉันก็รู้สึกว่าตั

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 26

    พี่เซจิพามาถึงจุดหมาย ซึ่งเป็นสวนหย่อมที่ผู้คนต่างมาเดินเล่นพักผ่อนกันเป็นคู่ ในช่วงยามเย็นแบบนี้ ดวงอาทิตย์กับลังลับขอบฟ้า แสงอาทิตย์กำลังอบอุ่นได้ที่เลยทีเดียวแต่ก็อบอุ่นหัวใจได้เพียงบรรยากาศเท่านั้น เพราะตอนนี้ฉันรู้สึกว่ากำลังมีบางอย่างที่หนักอึ้งอยู่ภายในใจ บอกตามตรง ฉันไม่พร้อมจะเผชิญหน้าเขาเลย อยากจะหนีไปให้พ้นเสียด้วยซ้ำ แต่อีกใจก็อยากรู้ว่าเขาอยากจะพูดเรื่องอะไรหรือว่าพี่เซจิจะพาฉันมาคุยเรื่องที่ฉันสารภาพออกไปวันนั้น และเรียกมาปฏิเสธกันนะ...ไม่เอาอะ ของขวัญไม่อยากฟังคำนั้น...ฉันควรจะวิ่งหนีไปให้ไกลสิ แต่มานึกขึ้นได้ตอนนี้ก็สายไปแล้วล่ะของขวัญพี่เซจิมายืนอยู่ตรงหน้าฉัน แววตาของเขาดูจริงจังประกอบกับความลึกลับซึ่งทำให้ฉันไม่สามารถอ่านได้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ เขายืนนิ่งเงียบอยู่สักครู่ก่อนจะสูดหายใจเข้าลึก ราวกับว่าเขากำลังรวบรวมความกล้าที่จะพูดอะไรบางอย่าง"มีเรื่องอะไรจะคุยเหรอคะ?" ฉันตัดสินใจเปิดปากถามออกไปตรง ๆ เพราะต้องการรีบตัดความอึดอัดใจนี้ทิ้ง เอาเลย ของขวัญพร้อมแล้ว จะปฏิเสธก็บอกมาตามตรงเลยสิ!พี่เซจินิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง สายตาที่แฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ยากจะอ

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 25

    และแล้ววันเสาร์ก็มาถึง ตลอดทั้งสัปดาห์นี้ฉันพยายามหลบหน้าพี่เซจิอยู่ตลอด โธ่เอ๊ย ของขวัญ เรื่องบนรถวันนั้นน่าอายชะมัด พูดออกไปได้ยังไงกัน -///- และดูเหมือนว่าอีกฝ่ายก็จะรู้ตัวว่าฉันพยายามหลบหน้า จึงไม่โผล่มาให้ฉันเห็นเหมือนกันแต่บอกตามตรง...อีกความรู้สึกหนึ่งฉันก็แอบน้อยใจเหมือนกันนะ เขาไม่พยายามที่จะมาเจอกันเลยอย่างนั้นสิขณะที่ภายในสมองกำลังครุ่นคิดเรื่องว้าวุ่นใจอยู่นั้น ขาของฉันก็ก้าวขึ้นไปบนแท่นอัฒจันทร์ที่อยู่ข้างสระว่ายน้ำเพื่อจับจองที่นั่งเข้าชมการแข่งขัน ใช่แล้ว วันนี้ฉันมาเชียร์คิรันแข่งขันกีฬาเฟรชชี่ แต่ไม่ได้มาคนเดียวหรอกนะ เพราะกลุ่มเพื่อนของฉัน พวกมิ้งและน้ำหวานก็มาด้วยเหมือนกันเมื่อถึงเวลาแข่งขัน ฉันก็รีบนำป้ายที่อุตส่าห์ตัดแปะสติ๊กเกอร์อย่างประณีตออกมา“คิรัน!” ฉันตะโกนเรียกเขาที่กำลังยืนอยู่ข้างสระเพื่อเตรียมตัวแข่งขัน หลังจากเขาหันมามองฉันก็รีบยกป้ายที่เขียนเอาไว้ว่า ‘สู้เขานะคิรัน’ ขึ้นมาโบกทันทีที่คิรันอ่านป้ายนั้นจบเขาก็ยกยิ้มแล้วโบกมือมาให้ฉันอย่างรับทราบ“แหม มึง เหมือนผัวเมียมาเชียร์กันเลยนะ” มิ้งเอ่ยแซวขึ้นมา ก่อนจะเบ้ปากให้ฉํนด้วยความหมั่นไส้“จริง ถ้าจะหว

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status