เข้าสู่ระบบน้ำมนต์มาถึงห้องพักของพี่ ๆ วิศวะตั้งแต่ห้าโมงเย็นตรง มือที่ถือปากกาและสมุดยังสั่นเล็กน้อย เธอเคาะประตูเบา ๆ
วายุเป็นคนเปิดให้ เขาสวมกางเกงวอร์มสีเทาและเสื้อยืดขาวที่บางจนเห็นร่างของกล้ามเนื้อหน้าท้องจาง ๆ เมื่อแสงตกกระทบ ผมยังยุ่งเหมือนไม่ได้หวี และมีรอยยิ้มขี้เล่นปรากฏบนใบหน้าทันทีที่เห็นเธอ
“มาตรงเวลาดี” วายุพูด แล้วถอยให้เธอเข้าไป “วันนี้พี่อัคคีกับพี่ภูผาติดประชุมชมรม เหลือพี่คนเดียวก่อน”
ประโยคนั้นทำให้หัวใจน้ำมนต์เต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว
ห้องเงียบกว่าครั้งที่แล้ว มีเพียงไฟตั้งโต๊ะดวงเดียวที่เปิดไว้ โต๊ะทำงานถูกเคลียร์จนโล่ง เหลือเพียงกระดาษโจทย์แคลคูลัสวางซ้อนกันเป็นกอง และเก้าอี้ตัวใหญ่ที่วายุมักนั่ง
“นั่งตรงนี้” วายุชี้ไปที่เก้าอี้ตัวนั้น
น้ำมนต์ชะงัก “นั่น… ที่นั่งของพี่ไม่ใช่เหรอคะ”
“วันนี้ให้น้องนั่ง” วายุยิ้ม “พี่จะยืนสอนข้าง ๆ”
เธอนั่งลงอย่างเกรง ๆ วายุดึงเก้าอี้ตัวเล็กมาวางข้าง ๆ แต่ไม่นั่ง เขายืนพิงโต๊ะแทน เอาสมุดโจทย์มาวางตรงหน้าเธอ
“เริ่มจากบทอนุพันธ์ก่อน” เขาพูด เสียงทุ้มปกติ “น้องลองทำข้อแรกให้พี่ดู”
น้ำมนต์พยักหน้า แล้วก้มหน้าลงเขียน มือยังไม่นิ่งดี เธอทำให้ได้ครึ่งหนึ่งก็ติด
วายุก้มลงมาดู ศีรษะของเขาใกล้มากจนเธอได้กลิ่นสบู่ที่ติดอยู่บนผิวคอเขา
“คิดต่อสิ อย่าเพิ่งถาม”
เธอพยายาม แต่สมาธิหลุด เพราะลมหายใจร้อนของเขาแผ่วผ่านลำคอเธอเป็นระยะ
“ผิดแล้ว” วายุพูดเบา ๆ หลังจากเธอเขียนสูตรต่อ “ข้อนี้ใช้ผิดกฎ”
น้ำมนต์กัดริมฝีปากล่าง “ขอทำใหม่ได้ไหมคะ”
“ได้” วายุเงยหน้าขึ้น มองเธอตรง ๆ
“แต่ตามสัญญา… ผิดหนึ่งครั้ง ลงโทษหนึ่งครั้ง”
คำว่า “ลงโทษ” ทำให้ท้องน้อยของเธอหดเกร็งขึ้นมาทันที
วายุไม่พูดอะไรต่อ เขาแค่ดึงเก้าอี้ตัวเองให้ชิดกับเก้าอี้ของเธอให้มากที่สุดแล้วนั่งลง ก่อนจะตบต้นขาตัวเองเบา ๆ สองที พยักหน้า
“มานั่งบนนี้”
น้ำมนต์เบิกตากว้าง “ค่ะ…?”
“ให้นั่งตักพี่” วายุพูดนิ่ง ๆ “จะได้กระซิบสอนได้ใกล้ ๆ แล้วก็ถือเป็นการลงโทษข้อแรกไปในตัว”
เธอลังเลอยู่นานหลายวินาที แต่ภาพใบเกรดสีแดงยังลอยอยู่ในหัว ในที่สุดน้ำมนต์ก็ค่อย ๆ ลุกขึ้น หันหลังให้เขา แล้วนั่งลงบนตักวายุอย่างเกร็งตัวสุดขีด
ร่างกายผู้ชายที่แข็งแรงรองรับน้ำหนักเธอได้ทั้งหมด ต้นขาทั้งสองข้างของวายุอุ่นและแน่น เธอรู้สึกได้ถึงความร้อนที่ส่งผ่านกางเกงวอร์มบาง ๆ ขึ้นมาสัมผัสต้นขาด้านในของตัวเอง
วายุเอากิ่งแขนหนึ่งโอบรอบเอวเธอทันที อีกมือหนึ่งจับมือที่เธอถือปากกาไว้
“เขียนต่อสิ พี่จับมือสอนให้”
น้ำมนต์พยายามเขียน แต่ทุกครั้งที่เธอขยับตัว เธอจะรู้สึกถึงกล้ามเนื้อต้นขาของเขาที่ขยับตาม
และยิ่งกว่านั้น… สิ่งที่แข็งขึ้นเล็กน้อยตรงกลางร่างกายเขาเริ่มดันเข้ามาสัมผัสกับก้นของเธออย่างชัดเจน
“เกร็งทำไม” วายุกระซิบข้างหู ลมหายใจร้อนพัดผ่านใบหู “ผ่อนคลายหน่อย นั่งถ่วงน้ำหนักลงมาได้”
“พี่…” น้ำมนต์เสียงสั่น
“อืม ?” เขาตอบพร้อมกับที่มือที่โอบเอวเลื่อนขึ้นไปเล็กน้อย นิ้วโป้งลูบไปมาบนผ้าเชิ้ตตรงช่วงเอวบาง ๆ
“น้องทำโจทย์ต่อสิ พี่ยังไม่ได้บอกว่าให้น้องหยุด”
เธอบังคับตัวเองให้มองลงไปที่กระดาษอีกครั้ง แต่มือที่ถูกเขาจับไว้นั้นแทบไม่มีแรง
วายุใช้ร่างกายตัวเองดันเธอให้นั่งชิดเข้าไปอีก จนหลังของเธอติดกับอกเขาสนิท กลิ่นตัวผู้ชายแผ่คลุมเข้ามาทุกลมหายใจ
“ข้อนี้ใช้ Chain Rule” วายุพูด เสียงต่ำมาก “จำได้ไหม”
ขณะที่พูด มือที่จับเอวของเธอเลื่อนขึ้นไปอีกนิด นิ้วทั้งห้าคลำไปตามโครงกระดูกซี่โครงด้านล่างอย่างช้า ๆ ผ่านเสื้อบาง ๆ
น้ำมนต์ตัวสั่น “จำ… จำได้ค่ะ”
“งั้นเขียนสิ”
เธอเขียนไปได้ไม่กี่ตัว วายุก็เอาคางวางลงบนไหล่เธอเบา ๆ “ผิดอีกแล้ว”
ครั้งนี้เขาไม่รอให้น้ำมนต์พูดอะไร มือที่อยู่บนเอวเลื่อนลงไปจับที่สะโพกด้านนอก แล้วบีบเบา ๆ หนึ่งครั้ง
“โทษข้อสอง” วายุพึมพำ “นั่งให้ลึกกว่านี้”
เขาใช้นิ้วดันสะโพกเธอให้กดลงไปกับต้นขาตัวเองมากขึ้น ตำแหน่งใหม่ทำให้ส่วนที่แข็งขึงของเขากดติดกับร่องก้นเธอชัดเจนจนน้ำมนต์ต้องกลั้นหายใจ
“พี่วายุ… หนูทำต่อไม่ไหว”
“ทำไหว” เขาตอบเรียบ ๆ “พี่ยังไม่ได้อนุญาตให้น้องหยุด”
มืออีกข้างที่เคยจับมือเธอ ตอนนี้เลื่อนขึ้นมาจับคางน้ำมนต์ บิดหน้าเธอให้หันมาทางด้านข้างเล็กน้อย
“มองโจทย์ ไม่ต้องมองพี่”
แต่สายตาเธอมองอะไรไม่ออกแล้ว ทุกประสาทสัมผัสถูกดึงไปที่การกดทับด้านล่าง และนิ้วของวายุที่กำลังลูบขึ้นลงอย่างช้า ๆ ตามแนวกระดูกเชิงกรานด้านหน้า ผ่านเสื้อผ้า
“น้องเปียกหรือยัง”
วายุถามเสียงเบามาก เหมือนถามเรื่องอากาศ
น้ำมนต์ตัวแข็งทื่อ “พ… พี่คะ”
“ตอบ”
เธอกัดริมฝีปากจนขาว “ยัง… ยังไม่…”
วายุหัวเราะในลำคอ แล้วยกมือขึ้นมาปิดปากเธอเบา ๆ
“โกหก ตัวน้องร้อนผิดปกติ”
เขาปล่อยปากเธอ แล้วใช้มือนั้นเลื่อนลงไปตามลำคอ ผ่านไหปลาร้า แล้วหยุดที่กระดุมเม็ดแรกของเสื้อเชิ้ตนักศึกษา
“พี่ไม่ได้จะถอดให้น้องตอนนี้… แค่อยากให้น้องรู้ว่า ถ้าทำผิดอีก พี่จะเริ่มนับจากกระดุมเม็ดนี้”
น้ำมนต์หายใจรัว หน้าอกขึ้นลงแรงจนเสื้อตึง
วายุกลับไปจับมือเธออีกครั้ง บังคับให้จับปากกา
“ข้อต่อไป พี่จะอ่านโจทย์ให้น้องฟัง น้องเขียนอย่างเดียว”
เขาอ่านโจทย์ช้า ๆ เสียงทุ้มสั่นสะเทือนไปทั่วหลังของเธอ ขณะที่มือที่โอบเอวยังคงลูบไล้ไปมาอย่างไม่หยุด
บางครั้งนิ้วก้อยก็เลื่อนลงไปแตะขอบกางเกงยีนส์ด้านในเล็กน้อยโดยไม่เจตนา
น้ำมนต์เขียนผิดอีกสามข้อติด
ทุกครั้งที่ผิด วายุจะมี “บทลงโทษ” เพิ่มขึ้นทีละนิด
ครั้งหนึ่ง… เขาดูดเบา ๆ ที่หลังใบหู
อีกครั้ง… เขาใช้ฟันกัดไหล่เธอผ่านผ้าอย่างแผ่วเบา
และครั้งล่าสุด… เขาใช้นิ้วสองนิ้วเลื่อนเข้าไปใต้เสื้อเชิ้ตทางด้านหลัง แล้วลูบขึ้นลงตามแนวกระดูกสันหลังเปลือย
“พี่… ขอพักได้ไหม” น้ำมนต์แทบจะร้องขอ
วายุหยุดมือ แต่เขาไม่ได้เอาออก “อีกสิบนาที สอนจนถึงข้อที่สิบ”
สิบนาทีนั้นยาวนานเหมือนหนึ่งชั่วโมง น้ำมนต์นั่งตัวสั่นบนตักเขา ขาทั้งสองข้างถูกเขาใช้เข่าแยกออกเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว จนผ้ากางเกงยีนส์ตึงรั้งตรงกลางลำตัวที่เปียกชุ่มไม่รู้ตัว
เมื่อครบเวลา วายุก็จูบเบา ๆ ที่ขมับเธอหนึ่งครั้ง แล้วพูดข้างหู
“วันนี้พอ เก็บของได้”
น้ำมนต์ลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว ขาสั่นจนต้องพยุงโต๊ะเพราะกลัวล้ม เธอไม่กล้าหันไปมองตรงกลางร่างกายของวายุที่เกิดอะไรขึ้น
“พรุ่งนี้เย็น มาใหม่” วายุพูดพลางยืดตัว
“คราวนี้พี่อัคคีจะอยู่ด้วย… แล้วน้องคงได้รู้ว่า การลงโทษของสองคน มันต่างจากคนเดียวยังไง”
น้ำมนต์รีบเก็บสมุด เดินออกจากห้องโดยไม่บอกลา
พอถึงหอพัก เธอเข้าห้องน้ำทันที ล็อกประตู แล้วยืนพิงอ่างล้างหน้า มือทั้งสองข้างกดลงบนขอบอ่างแน่น
ร่างกายยังร้อนระอุ ตรงที่วายุเคยกดไว้… ยังคงรู้สึกได้ถึงแรงกดนั้นชัดเจน
และที่แย่ที่สุดคือ เธอรู้ตัวดีว่ากางเกงชั้นในของตัวเองเปียกชุ่มไปแล้วตั้งแต่ตอนที่เขาเริ่มกัดไหล่
น้ำมนต์หลับตาลง แล้วกระซิบกับตัวเองเบา ๆ
“พรุ่งนี้… หนูจะไม่ทำผิดอีก”
แต่ลึก ๆ แล้ว เธอไม่แน่ใจเลยว่าประโยคนี้เป็นคำสัญญา หรือเป็นแค่คำโกหกที่ตัวเองก็ไม่เชื่อ
แสงแดดยามเช้าของวันที่สองในพูลวิลล่าส่องผ่านผ้าม่านโปร่งบางเข้ามาภายในห้องนอนน้ำมนต์ค่อย ๆ กะพริบตาตื่นขึ้นมาอย่างเชื่องช้า เธอยังคงนอนขวางอยู่ตรงกลางเตียงคิงไซส์โดยมีศีรษะทุยหนุนเกยอยู่บนแผงอกแกร่งของภูผา ท่อนแขนของวายุโอบรัดเอวคอดของเธอเอาไว้แน่นจากทางด้านหลังส่วนอัคคีนอนหงายอยู่ตรงปลายเตียง โดยมีฝ่ามือหนาวางพาดทาบทับอยู่บนน่องเรียวของเธออย่างหวงแหนร่างกายของเธอยังคงอ่อนล้าและปวดระบมจากการถูกเคี่ยวกรำอย่างหนักหน่วงเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมาทว่ามันกลับเป็นความอ่อนล้าที่เปี่ยมล้นไปด้วยความสุขสมและอิ่มเอมใจในทุกอณูความรู้สึก ทุกครั้งที่ขยับตัวคราวนิ่วเธอจะสัมผัสได้ถึงรอยริ้วจาง ๆ บนบั้นท้าย และอาการปวดหนึบเล็กน้อยทั้งช่องทางด้านหน้าและด้านหลังที่ตอกย้ำถึงความลึกซึ้งที่เพิ่งพานพบภูผาขยับปลายนิ้วสางกลุ่มผมที่ยุ่งเหยิงของเธอเบา ๆ“ตื่นแล้วเหรอ”“อืม…” น้ำมนต์ขานรับด้วยน้ำเสียงแหบพร่าวายุกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นอีกนิดทั้งที่ยังไม่ยอมลืมตา“นอนต่ออีกหน่อยก็ได้นะ”อัคคีหยัดกายลุกขึ้นนั่ง เอื้อมมือมาวางทาบทับบนหน้าท้องแบนราบของเธอ“หิวหรือเปล่า เดี๋ยวพี่ไปทำอาหารเช้าให้”น้ำมนต์ส่ายหน้าดิก
เสียงน้ำดังขึ้นชัดทุกครั้งที่ทั้งสองคนกระแทกเข้าไปพร้อมกัน น้ำมนต์ครางเสียงสูงขึ้นเรื่อย ๆ น้ำตาไหลพรากร่างกายถูกดันไปมาจากการถูกใช้สามทาง ผนังเนื้อด้านหน้าและด้านหลังหดรัดสลับกันจนวายุและภูผาต้องชักหายใจแรง“อื้มมม… อาา… พี่วายุ… พี่ภูผา…” น้ำมนต์ครางเสียงขาด ๆ “หนู...”วายุหัวเราะในลำคอ เสียงแหบ “เดี๋ยวพี่ทำให้แน่นกว่านี้อีก”ในห้องเต็มไปด้วยเสียงน้ำ เสียงผิวหนังกระทบกัน และเสียงครางอู้อี้ของน้ำมนต์ที่ถูกอุดปากด้วยลำปูดของอัคคีความรู้สึกแน่นจนล้น ถูกกระแทกจากด้านหลังและด้านล่างสลับกัน ทำให้เธอไม่สามารถคิดอะไรได้เลยวายุใช้มือคลึงหัวนมทั้งสองข้างจากด้านล่าง พลางดูดเล่น ภูผาเร่งจังหวะขึ้นทีละนิด มือจับสะโพกเธอไว้แน่นจนเกิดรอยแดง อัคคีขยับเข้าออกในปากอย่างระมัดระวัง“โคตรเสียว ใกล้แตกแล้ว...” วายุพูดเสียงแหบไม่นานร่างกายของเธอก็เริ่มหดรัดเองโดยควบคุมไม่ได้ ผนังเนื้อทั้งด้านหน้าและด้านหลังบีบรัดแรงขึ้นเป็นระลอก ขาทั้งสองข้างสั่นเทา“แตก !” ภูผาสั่งเสียงต่ำน้ำมนต์ปล่อยตัวทันที คลื่นความสุขพุ่งขึ้นมาแรงจนขาอ่อน หดรัดทั้งสองทางจนวายุและภูผาต้องหยุดนิ่งเธอครางเสียงยาวออกมาจากลำคอคาท่อน
น้ำมนต์ทำตาม มือบีบและลูบช้า ๆ ขณะที่ร่างกายถูกเล่นจากทั้งสามคน ร่องเนื้อบวมและเปียกจนวายุเลียไม่ทัน เสียงดูดชื้น ๆ ดังขึ้นปนกับเสียงน้ำในสระภูผาถอดกางเกงว่ายน้ำออก แล้วยืนตรงระดับสายตาของเธอ“อ้าปาก”น้ำมนต์เปิดปาก รับเขาเข้าไปอย่างช้า ๆ วายุเพิ่มนิ้วที่สอง แล้วเริ่มขยับเร็วขึ้น อัคคีใช้นิ้วหนีบหัวนมทั้งสองข้างร่างกายน้ำมนต์เริ่มสั่น เธอใกล้แล้วแต่ภูผาถอนออกจากปากในจังหวะที่เธอกำลังจะไป “ยังไม่ให้”วายุก็หยุดลิ้นและนิ้วพร้อมกัน น้ำมนต์ครางด้วยความทรมาน“เข้าห้อง” ภูผาพูดเสียงต่ำ “บนเตียงใหญ่”ทั้งสามคนพยุงน้ำมนต์ขึ้นจากขอบสระ บิกินี่ส่วนล่างถูกดึงออกจนหมดระหว่างทาง ร่างกายเปลือยเปล่าของเธอถูกอุ้มไปวางลงบนเตียงในห้องนอนหลักที่ประตูเปิดโล่งออกสู่ระเบียงวายุและอัคคีถอดกางเกงออกจนหมด ภูผายังยืนมองน้ำมนต์ที่นอนหอบอยู่ตรงกลางเตียง“คืนนี้…” ภูผาพูด “พี่จะให้น้องได้รู้ว่า การถูกประกบทั้งหน้าและหลังพร้อมกัน มันรู้สึกยังไง”น้ำมนต์มองทั้งสามคน สายตาเปียกชื้นด้วยความต้องการที่ถูกค้างไว้“ค่ะ…”น้ำมนต์นอนหงายอยู่ตรงกลางเตียงใหญ่ ร่างกายยังเปียกชื้นจากน้ำในสระและเหงื่อ ลมทะเลพัดผ่านประตูเปิด
พูลวิลล่าส่วนตัวที่ภูผาจองไว้ตั้งอยู่บนเนินเขา ไม่มีบ้านเพื่อนบ้านในระยะสายตา สระว่ายน้ำสีฟ้าใสอยู่กลางแจ้ง เชื่อมกับระเบียงไม้กว้างที่มองเห็นวิวทะเลไกล ๆ ลมทะเลพัดเบา ๆ ตลอดเวลาทั้งสี่คนขับรถมาถึงตอนบ่ายสอง วายุเป็นคนขับรถ อัคคีนั่งข้าง ๆ ส่วนน้ำมนต์นั่งหลังกับภูผาเมื่อเปิดประตูรถ กลิ่นน้ำทะเลและหญ้าแห้งลอยเข้ามาทันที“สวยมาก” น้ำมนต์ยืนมองสระน้ำตาโต“ไปเปลี่ยนชุดก่อน” ภูผาวางกระเป๋าลงบนโซฟาในห้องนั่งเล่น “เจอที่ระเบียง”น้ำมนต์พยักหน้า แล้วเดินเข้าห้องนอนที่ถูกจัดไว้ให้เธอ ปิดประตู เปิดกระเป๋า แล้วหยิบชุดว่ายน้ำที่ซื้อมาเองออกมาเป็นบิกินี่สีดำตัวจิ๋ว ทรงสามเหลี่ยมเล็กมากทั้งบนและล่าง สายผูกข้างเอว ผ้าบางจนเมื่อเปียกน้ำคงจะแนบเนื้อเกือบทั้งหมด เธอเคยยืนดูตัวเองในกระจกที่หอพักแล้วนึกเสียใจที่ซื้อแต่ตอนนี้… เธออยากให้พี่ทั้งสามคนเห็นน้ำมนต์เปลี่ยนชุด แล้วห่มเสื้อเชิ้ตขาวตัวใหญ่คลุมไว้ก่อน เดินออกไปที่ระเบียงทั้งสามคนยืนอยู่กันแล้ว วายุถอดเสื้อเหลือกางเกงขาสั้น อัคคีสวมเสื้อคลุมบาง ๆ เปิดอก ภูผายังใส่เสื้อเชิ้ตแขนสั้นอยู่เมื่อน้ำมนต์เดินออกมา แล้วหยุดตรงขอบประตู เธอค่อย ๆ คลายกระ
พีทลอบกลืนน้ำลาย กวาดสายตามองสลับระหว่างน้ำมนต์กับชายหนุ่มรุ่นพี่ทั้งสามคน ก่อนจะเลิกคิ้วถามอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ“พวกพี่… เป็นอะไรกับน้องเขารึเปล่าครับ”ภูผาที่ยืนคุมเชิงอยู่วงนอก ก้าวเดินเข้ามาร่วมวงจนประชิดขอบโต๊ะ นัยน์ตาคมดุกดดันมองทะลุร่างของพีท ก่อนจะเอ่ยคำตอบเพียงคำเดียวสั้น ๆ ทว่าหนักแน่นจนสะเทือนไปทั้งความรู้สึก“เป็น”พีทนิ่งอึ้งไปครู่ใหญ่ เขาฉลาดพอที่จะอ่านบรรยากาศและรังสีความหวงแหนอันรุนแรงที่แผ่ออกมาจากผู้ชายทั้งสามคนได้ รอยยิ้มเจื่อน ๆ ปรากฏบนใบหน้า“เข้าใจแล้วครับ… ขอโทษที่เข้ามารบกวน”เขาคว้าถาดอาหารของตัวเอง หยัดกายลุกขึ้น แล้วรีบจ้ำอ้าวเดินหนีออกไปจากบริเวณนั้นโดยไม่คิดจะหันหลังกลับมามองอีกเลยความเงียบงันกลับมาปกคลุมโต๊ะหินอ่อนอีกครั้ง เหลือเพียงชายหนุ่มสามคนและหญิงสาวหนึ่งคนที่ตกเป็นเป้าสายตาของคนทั้งโรงอาหารน้ำมนต์ก้มหน้ามองสมุดบนโต๊ะ แก้มใสซับสีเลือดฝาด“พี่ ๆ ต้องพูดจาตัดรอนเขาขนาดนั้นเลยหรือคะ”วายุทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามที่เพิ่งว่างลง แสยะยิ้มเยาะ“แล้วน้องจะให้พวกพี่นั่งดูน้องตอบตกลงไปกินข้าวกับไอ้หมอนั่นจริง ๆ หรือไง”“หนูไม่ได้คิดจะไปสักหน่อย…”“เรื
ภูผามองเธอ แล้วพูดเสียงต่ำ “ขอ”น้ำมนต์ลดตัวลงช้าที่สุดในคืนนี้ ทุกนิ้วถูกกลืนไปทีละน้อยจนสุด เธอไม่ขย่มเร็ว แต่ใช้โยกวงกลมเล็ก ๆ และกดค้างลึก มือทั้งสองข้างวางบนอกของเขา“หนู… แตกกับพี่อีกครั้งได้ไหม” เธอถามเสียงเบาภูผาพยักหน้าน้ำมนต์เริ่มเร่งจังหวะจริงจัง ครางเสียงดังขึ้นเรื่อย ๆ จนตัวสั่น เสียงน้ำกามและน้ำเงี่ยนของเธอดังสนั่นผสานเสียงเนื้อที่เธอกระแทกลงแรง ๆ ทางรักโชกด้วยฟองขาวที่ถูกตีจากลำแข็งของภูผา เขาผงกหัวมองเลียริมฝีปากที่แห้งผากเธอกดลงสุดในช่วงจังหวะที่ซ่านเสียว ร่างระริกเท่า ๆ กับเม็ดที่สั่นระรัว พุ่งน้ำเงี่ยนแตกออกนองหน้าท้องของภูผาพร้อมกับลำเนื้อแกร่งกระตุกในรู หัวบานผงกสั่นขณะปล่อยน้ำกามผสมเป็นคนที่สาม ภูผาเกร็งจนมือหงิก น้ำมนต์อ่อนแรงจนต้องล้มลงนอนกองบนอกของเขาห้องเงียบลง เหลือเพียงเสียงหายใจหนักของทั้งสี่คนน้ำมนต์นอนนิ่งอยู่นาน ก่อนจะค่อย ๆ ยื่นมือไปปลดเนคไทที่มัดข้อมือของภูผาก่อน เป็นคนแรก แล้วปลดให้อัคคีและวายุตามลำดับมือที่ถูกมัดไว้นานถูกนำมาโอบรอบตัวเธอทันที วายุกอดจากด้านหลัง อัคคีลูบผม ภูผายังคงให้น้ำมนต์นอนพิงอกตัวเอง“เหนื่อยไหม” ภูผาถามเสียงทุ้มน้ำมนต์ห







