로그인ชายหนุ่มชะงักไป สันกรามขบแน่นอย่างหงุดหงิด เพราะรู้ดีว่าสภาพชุดพวกนั้น ถ้าเอาไปใส่ในห้องประชุมที่มีแต่ผู้ถือหุ้นและผู้บริหารระดับสูง คงกลายเป็นเป้าสายตาและสร้างเรื่องอื้อฉาวมากกว่าเดิม“แล้วเสื้อผ้าตัวอื่นของเธอล่ะ”“อยู่ที่คฤหาสน์หมดค่ะ ที่นี่มีแต่ชุดที่คุณหอบมา” สรัลจันทร์ยิ้มหวานหยดย้อยอย่างจงใจกวนประสาท “หรือคุณจะให้สรัลใส่เข้าไปนั่งประชุมล่ะคะ ท่านประธาน”“โธ่เว้ย!”แทนคณินสบถลั่น มือหนาเสยผมที่ยุ่งเหยิงขึ้นอย่างอารมณ์เสีย ชายหนุ่มเหลือบมองนาฬิกาบนผนังที่ฟ้องว่าเวลาเหลือน้อยเต็มที เขาไม่มีเวลาพอที่จะรอให้เธอไปหาชุดใหม่หรือขับรถพาไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่บ้านใหญ่“อยู่ที่ห้องนี้ ห้ามก้าวขาออกไปไหนเด็ดขาด” แทนคณินชี้หน้าเธอด้วยสายตาเฉียบขาด “โดยเฉพาะชั้นยี่สิบสาม... ถ้าฉันรู้ว่าเธอแอบไปหามัน ฉันจะกลับมาฉีกขาเธอ แล้วขังเธอไว้บนเตียงไม่ให้เห็นเดือนเห็นตะวัน!”พูดจบ ชายหนุ่มก็หันหลังเดินกลับเข้าห้องนอน คว้าเสื้อเชิ้ตตัวใหม่และสูทมาสวมอย่างรวดเร็ว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายลอยคลุ้งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่เสียงเปิดประตูและปิดกระแทกลงอย่างรุนแรงจะดังขึ้น เป็นสัญญาณว่าพายุลูกใหญ่ได้พัดผ่านออกไปจากห้องแล้ว
ปัง!เสียงบานประตูไม้เนื้อหนากระแทกปิดสนิท ล็อกสองชั้นหมุนดังแกร๊กด้วยแรงเหวี่ยงจากมือหนายังไม่ทันที่สรัลจันทร์จะได้กะพริบตา แผ่นหลังของเธอก็ถูกกระแทกเข้ากับผนังห้องโถงทางเดินอย่างแรง แขนแกร่งของแทนคณินรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอขึ้นตรึงไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียวส่วนแผงอกเปลือยเปล่าที่มีหยดเหงื่อซึมตามร่องกล้ามเนื้อบดเบียดลงมาแนบชิด ท่อนล่างที่สวมเพียงกางเกงสแล็กตัวเดิมดันเบียดเข้าหากลางลำตัวของเธอจนไร้ช่องว่าง“จะขึ้นไปหามันเหรอ” แทนคณินกดเสียงต่ำชิดริมฝีปากเธอ นัยน์ตาดำสนิทวาวโรจน์ สันกรามบดแน่นจนเส้นเลือดข้างขมับปูดโปน“คิดว่าใส่เศษผ้าตัวนี้ออกมาอ่อยมันต่อหน้าฉัน แล้วฉันจะปล่อยให้เธอเดินขึ้นไปหามันง่ายๆ หรือไง”สรัลจันทร์ขยับข้อมือที่ถูกบีบแน่น เธอไม่ยอมหลบสายตา แต่กลับเชิดคางขึ้นสบตากับคนอารมณ์ร้ายตรงๆ“ฉันไม่ได้อ่อยค่ะ แต่คุณหมอเขาเป็นคนมีมารยาท เอาของมาให้ถึงหน้าห้อง สรัลก็แค่จะขึ้นไปขอบคุณตามมารยาทคนปกติ... ซึ่งคนแถวนี้คงสะกดไม่เป็น”“มารยาท?” แทนคณินเค่นหัวเราะในลำคอ ใบหน้าคมคายโน้มลงมาฝังจมูกลงบนซอกคอขาว ขบฟันลงบนผิวเนื้ออ่อนตรงแอ่งชีพจรอย่างแรงจนเธอสะดุ้ง “มารยาทของ
แสงแดดเช้าแทงลอดรอยแยกของผ้าม่านทึบเข้ามากระทบขอบเตียงสรัลจันทร์ยังนอนคว่ำหน้า จมูกฝังอยู่กับหมอนใบใหญ่ ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ ร่างกายเปลือยเปล่าใต้ผ้าห่มนวมผืนหนาขยับไหวเพียงเล็กน้อย ผิวแผ่นหลังเนียนมีรอยกดทับสีแดงจางเป็นปื้นภาพความทรงจำของเมื่อคืนย้อนกลับมาชัดเจนหลังจากภีรเดชเดินพ้นลานจอดรถไป แทนคณินไม่ยอมปล่อยให้เธอได้หายใจ ชายหนุ่มลากเธอขึ้นลิฟต์ส่วนตัวตรงสู่ชั้นยี่สิบสี่ ผลักเธอเข้าไปในห้องแล้วปิดล็อกประตูลงกลอน เสียงฝนกระหน่ำซัดกระจกบานใหญ่ด้านนอกไม่ดังเท่าเสียงหอบหายใจของคนสองคนบนเตียงหลังนี้ เขาไม่ได้ถอดเสื้อผ้าออกจนหมด มีเพียงกางเกงที่ถูกปลดออกลวกๆ ก่อนจะกดทับตัวตนลงมาอย่างเอาแต่ใจ สองมือหนายึดสะโพกเธอไว้แน่น ตอกตรึงจังหวะหนักหน่วงซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเตียงไม้ส่งเสียงลั่น เธอจิกเล็บลงบนแผ่นหลังกว้าง พยายามดิ้นหนี แต่เขากลับโน้มตัวลงมากัดใบหู กระซิบสั่งห้ามไม่ให้เธอหยุดรัดแน่น ความมืดและกลิ่นไอฝนกลืนกินความรู้สึกผิดชอบชั่วดีไปจนหมดสิ้น กระทั่งเกือบตีสี่ที่พายุสงบลง เขาถึงยอมทิ้งตัวลงนอนข้างๆ โดยไม่ยอมลุกกลับไปไหนก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้ง หนักแน่น เป
ความตระหนกแล่นปราดเข้าสู่ขั้วหัวใจในเสี้ยววินาที ร่างกายของสรัลจันทร์เย็นเฉียบด้วยความกลัว ทว่าจุดที่ทั้งสองร่างยังคงหลอมรวมแนบชิดกันอยู่นั้นกลับร้อนจัดและบีบรัดตัวแน่นขึ้นมาเองโดยสัญชาตญาณความหวาดระแวงระคนตื่นตระหนกทำเอาช่องทางคับแคบหดเกร็งตอดกระตุกอย่างรุนแรงเป็นระลอก บีบคั้นท่อนเนื้อร้อนผ่าวของแทนคณินที่ยังฝังลึกอยู่ข้างในจนชายหนุ่มถึงกับสะท้านเยือก ลมหายใจสะดุดกึก เส้นเลือดข้างขมับปูดโปนขึ้นเป็นริ้วด้วยความทรมานจากการต้องสะกดกลั้นอารมณ์ดิบเอาไว้สุดกำลัง“อยู่นิ่งๆ...” แทนคณินกดเสียงต่ำสั่นพร่า สั่งการชิดริมหูของเธอราวกับเสียงกระซิบของสายลมมือหนาข้างหนึ่งกดศีรษะของน้องเมียให้ซบแนบแน่นลงกับแผงอกกว้างของตนเอง ปล่อยให้เรือนผมดัดลอนยาวสยายปกคลุมบดบังใบหน้าของเธอไว้จนมิด พร้อมกับดึงสูทตัวนอกที่พาดอยู่เบาะหลังขึ้นมาคลุมทับแผ่นหลังบางและสะโพกผายที่กำลังนั่งคร่อมทับหน้าตักของเขาไว้ ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึก ปรับสีหน้าให้เยียบเย็นดั่งผืนน้ำแข็ง ก่อนจะกดปุ่มลดกระจกฝั่งคนขับลงมาเพียงแค่คืบเดียว พอให้มองเห็นและสนทนาได้โดยไม่เปิดเผยสภาพความล่อแหลมด้านในฟึ่บ...ช่องว่างของกระจกฟิล์มดำเปิดออก
สรัลจันทร์กัดริมฝีปากเพราะด้านล่างอีกคนกำลังแทรกตัวตนเข้ามาก่อนกระทุ้งหนัก ๆ เมื่อเธอไม่ยอมตอบกลับเสียทีตับ!แรงกระแทกส่งให้ช่องทางคับแคบบีบรัดถี่ ๆ จนเธอเผลอครางออกมา “ซี๊ด!”หมอรวินที่คาสายอยู่ได้ยินเสียงแปลก ๆ จากปลายสายจึงรีบเอ่ยถาม “เป็นอะไรหรือเปล่าครับคุณรัน”สรัลรีบกลั้นใจก่อนเอ่ยตอบกลัวเขาจะกระวนกระวายใจแล้วสงสัยว่าเธอเป็นอะไรไปถึงได้ครางไปตามสายแบบนั้น“เอ่อ...ไม่มีอะไรค่ะ ถึงคอนโดแล้วกำลังจัดของให้เข้าที่เข้าทาง” แม้บอกไปแต่ใจกลับจดจ่อกับสิ่งที่กำลังเคลื่อนเข้าเคลื่อนออกอยู่ตรงด้านล่าง และยิ่งมองเห็นว่าเธอทรมานแต่ยังไม่มากพอ แทนคณินจึงโน้มริมฝีปากเข้าไปกัดที่ปลายเต้าอวบแล้วขบปลายแรง ๆ จนเธออยากกรีดร้อง‘เสียว...ให้ตายเถอะเสียวอะไรขาดนี้ นี่พี่เขยเธอต้องการให้เธอเสียวตายคาสายหรือไง’“ผมโทรมากวนหรือเปล่าครับ” หมอรวินยังถามต่อราวกับไม่อยากวาง สรัลจันทร์ก็ไม่อยากวางหรอก หากไม่ใช่ว่าตอนนี้เธอกำลังถูกใครบางคนทรมานเกือบตายแบบนี้ยิ่งเขาหยุดขยับตอนที่เธอเริ่มเสียววาบตรงช่องท้อง ทำให้เอวของเธอร่อนไปมาอยากให้เขาขยับเข้ามาลึก ๆ หนัก ๆ จนเป็นฝ่ายโยกเข้าหาเสียเอง ราวกับอยากฝังตัวตนเข้า
พื้นที่ภายในห้องโดยสารของแมคลาเรนคันหรูแคบลงถนัดตาเมื่อถูกแทนที่ด้วยร่างสูงใหญ่และกลิ่นอายคุกคามอันดิบเถื่อน กำลังจัดท่าทางให้เหมาะกับการร่วมรักกันอย่างโจ่งครึ้มภายนอกตัวรถ สายฝนยังคงสาดซัดกระทบพื้นจนเกิดเสียงดังกึกก้อง สายน้ำพร่ามัวบดบังทัศนียภาพของลานจอดรถชั้นใต้ดินจนตัดขาดโลกภายนอกออกไปโดยสิ้นเชิง ทว่าภายในห้องโดยสารที่เปิดแอร์เย็นเฉียบ อุณหภูมิกลับพุ่งสูงขึ้นจนแทบลุกเป็นไฟสรัลจันทร์พยายามขืนกายออกจากอ้อมแขนแกร่ง สองมือเรียวดันแผงอกกว้างที่แน่นตึงใต้เสื้อเชิ้ตสีเข้มอย่างสุดกำลัง แต่แรงของเธอกลับไม่อาจสั่นคลอนคนตรงหน้าได้แม้แต่น้อย ยิ่งดิ้นรน สะโพกกลมกลึงที่สวมเดรสซาตินตัวสั้นยิ่งเสียดสีบดเบียดเข้ากับท่อนขาแข็งแรงของเขาอย่างเลี่ยงไม่ได้และยิ่งเมื่อเขากดลำท่อนเข้ามาจดจ่อตรงร่องกลีบเพียงแค่แหวกเพนตี้ออกไป“อยู่นิ่งๆ สรัลจันทร์” แทนคณินกดเสียงต่ำรอดไรฟัน มือหนาข้างหนึ่งรวบเอวคอดกิ่วของเธอไว้แน่น ส่วนมืออีกข้างที่สอดแทรกอยู่ใต้ชายกระโปรงทั้งจับจ่อลำท่อนให้สอดตรง ๆ “คิดว่าดิ้นแล้วจะรอดออกไปได้หรือไง”“ปล่อย! สรัลอึดอัด... บอกแล้วไงว่าในรถมันแคบ!” หญิงสาวตวัดสายตามองสบตากับเขาในความสลั







