FAZER LOGINแม่บัวยืนนิ่ง
จนกระทั่งคุณหลวงเปิดประตูกลับออกมา พร้อมใบหน้าสงบนิ่งเช่นเคย ทว่าเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นร่างของภริยาเอกที่ยืนดักรออยู่เบื้องหน้า ความตื่นตระหนกวูบหนึ่งก็ฉายชัดขึ้นในแววตา ก่อนที่เขาจะรีบปรับสีหน้าให้เป็นปรกติ แล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลราบเรียบ
แม่บัวเอ่ยถาม
“เรียบร้อยหรือไม่?”
คุณหลวงเดชชะงักไปชั่วครู่ เกิดอาการอึกอักเล็กน้อย ชายหนุ่มจึงตัดสินใจเดินเข้ามาโอบกอดแล้วเอ่ยขอร้องภริยาด้วยน้ำเสียงจริงจัง “คุณบัว... พี่ว่าเรื่องมันเลยเถิดมาไกลโขแล้ว หยุดเท่านี้ก็น่าจะพอแล้วมิใช่หรือ?”
คำตอบนั้นกลับยิ่งทำให้แม่บัวระเบิดความอัดอั้นตันใจ เธอกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ดวงตาแดงก่ำด้วยความเด็ดเดี่ยวและบิดเบี้ยว
“ไม่! คุณพี่จะต้องขย่มแม่บุษจนกว่าแม่บุษจะตั้งท้องให้จงได้! น้องเปิดโอกาสให้คุณพี่หลั่งกามให้แม่บุษทุกวันแล้ว เหตุใดป่านนี้ถึงยังไม่ตั้งท้องเสียที!”
คุณหลวงเดชรีบก้าวเข้ามาสวมกอดและพยายามปลอบโยนหว่านล้อมภริยาด้วยความตกใจ “คุณบัว... ฟังพี่ก่อน... แม้ว่าร่างกายของแม่บัวจะไม่สามารถมีบุตรได้จริงๆ ฉันก็หาได้ใส่ใจไม่ เรามีกันและกันแค่สองคนก็เพียงพอแล้ว... หากอยากมีลูกนัก รอเลี้ยงหลานจากลูกๆ ของพี่ๆ น้องๆ ฉันก็ได้ ไยต้องทำเรื่องฝืนเช่นนี้เล่า”
ทว่าแม่บัวกลับส่ายหน้าปฏิเสธ เธอฝังใจยึดติดว่าตนจะต้องมีครรภ์และทายาทให้สามีให้จงได้ เพื่อรักษาหน้าตา เธอจึงไม่ยอมรับทางออกอื่นเด็ดขาด
“ขอเพียงแม่บุษออกลูกให้เราสักคน แค่นี้ทุกอย่างก็เรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะคุณพี่ น้องทำเป็นแพ้ท้องต่อหน้าผู้คน ทั้งยังยอมจ่ายเงินสินบนให้หมอมิชชันนารีไปมากโขเช่นนั้นแล้ว... มาถึงเพียงนี้ น้องไม่อาจถอยหลังกลับได้อีกต่อไปแล้วเจ้าค่ะคุณพี่”
ทุกถ้อยคำสนทนาระหว่างสามีภริยาที่ยืนอยู่หน้าห้อง เล็ดลอดผ่านบานประตูที่แง้มอยู่เข้าสู่โสตประสาทของแม่บุษที่ยืนฟังอยู่ภายในห้องจนหมดสิ้น
บานประตูไม้สักค่อยๆ ถูกเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นร่างบอบบางของแม่บุษที่ยืนตัวสั่นเทา ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด ดวงตากลมโตเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำตา เธอไม่เคยคาดคิดเลยแม้แต่น้อยว่า ทั้งหมดทั้งมวลที่เกิดขึ้น แท้จริงแล้วมันไม่ใช่ความพลั้งเผลอหรือโชคชะตา มันคือแผนการของพี่สาวผู้เป็นที่รัก
“คุณพี่บัว” แม่บุษเอ่ยเรียกเสียงสั่นเครือ แววตาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและไม่อยากเชื่อ
เพียะ!
สิ้นเสียงเรียก แม่บัวหันขวับกลับมาด้วยแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่าน ฝ่ามือเรียวฟาดเข้าใส่ใบหน้าของน้องสาวแท้ๆ เต็มแรงจนหน้าหัน แรงปะทะทำให้แม่บุษทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นเรือน ดวงตาของแม่บัวแดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยวและอัดอั้น
“ตบนี้! พี่ตบเธอในฐานะเมียที่ถูกผัวเล่นชู้ลับหลัง... เธอทำลงไปได้อย่างไรแม่บุษ!” แม่บัวแผดเสียงตวาดลั่นห้อง ตัวสั่นเทา
แม่บุษยกมือขึ้นกุมแก้มที่ขึ้นรอยแดงช้ำ น้ำตาไหลพรากอาบสองแก้ม เธอสะอื้นยอมรับความผิด ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาพี่สาวด้วยความร้าวรานใจ
“ถ้าเช่นนั้น... ที่คุณพี่อุตส่าห์ส่งคนไปรับน้องมาจากหัวเมือง ชวนให้มาอยู่ร่วมเรือนในพระนครด้วยกันตั้งแต่แรก ก็เพื่อการนี้... เพื่อให้น้องคนนี้มาอุ้มท้องแทนคุณพี่งั้นหรือเจ้าคะ”
แม่บัวชะงักไปชั่วขณะ หัวใจของเธอเจ็บปวดร้าวรานไม่แพ้กัน แต่ศักดิ์ศรีทำให้เธอต้องฝืนทนกลืนเลือดเพื่อเป้าหมายอันยิ่งใหญ่ เธอจ้องตาน้องสาวนิ่งสนิทก่อนจะตอบออกไปเสียงกร้าว
“ใช่! ฉันทำลงไปทั้งหมดก็เพื่อการนี้!”
“อ๊ากกกกกกกกกกกกก!!”องคชาติที่เขาภาคภูมิใจในสมรรถภาพและเป็นเครื่องมือชำเรากาม บัดนี้ขาดสะบั้นออกจากพวง แม่บุษถ่มทิ้ง ร่วงหล่นลงสู่พื้นไม้ เปรอะเปื้อนคราบเลือดสีแดงฉานผสมกับน้ำกามสีขาวขุ่นจนน่าสะพรึงกลัวแม่บัวที่นั่งมองเหตุการณ์ด้วยความพึงพอใจมาตลอด ถึงกับเบิกตากว้างจนแทบถลน ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด เสียงกรีดร้องหวีดหวานด้วยความตกใจสุดขีดดังระเบิดตามมาทันที“คุณพี่?!! คุณพี่!!”สองมือสั่นเทากุมปากมองภาพสามีที่ทรุดฮวบลงกุมหว่างขาที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือดสดๆแม่บุษค่อยๆ ลุกขึ้นเชื่องช้าน้ำหนักจากครรภ์แก่ใกล้คลอดทำให้การก้าวเดินแต่ละครั้งยากลำบาก ทว่าสงบนิ่ง มีเพียงรอยยิ้มเยือกเย็นที่ปรากฏบนใบหน้า คราบเลือดสีแดงฉานเปรอะเปื้อนรอบริมฝีปากและคางของเธออย่างน่ากลัว บ่าวไพร่ที่วิ่งกรูเข้ามาดูเหตุการณ์ต่างพากันผวาถอยหลังด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ไม่มีใครสักคนกล้าแม้แต่จะขยับเข้าไปใกล้หรือยื่นมือเข้าช่วยท่ามกลางความโกลาหลและเสียงครวญครางด้วยความเจ็บปวดเจียนตายของคุณหลวงเดชที่นอนดิ้นพล่านอยู่บนพื้นเรือน แม่บุษประคองครรภ์อุ้ยอ้ายของตนเดินฝ่าความมืดออกไปสู่ระเบียงริมน้ำ ลมยามค่ำคืนพัดโชยกลิ่นไอความชื้น
บรรยากาศในห้องโถงเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะเรื่องการตั้งชื่อเด็กน้อย แม่บุษช้อนสายตาขึ้นสบตากับคุณหลวงเดชผู้เป็นพี่เขย แววตาของหญิงสาวที่ตั้งครรภ์แก่ใกล้คลอดฉายแววความกระหายใคร่ที่อัดอั้นมานานแรมเดือนแม่บุษขยับตัวเข้าหาคุณหลวงเดชเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยปากขอร้องด้วยน้ำเสียงกระเส่าและเว้าวอน"พี่ท่าน... ตั้งแต่ท้องโตใกล้คลอด ตัวน้องรู้สึกวุ่นวายใจและมิได้คลายกำหนัดมานานแรมเดือน... ยิ่งเห็นหน้าท่าน ยิ่งเกิดความใคร่รัญจวนใจนัก น้องใคร่อยากใช้ปากปรนเปรอและดูดซับน้ำกามจากคุณพี่สักครั้งให้หายอยาก... เถิดนะเจ้าคะ"แม่บัวผู้เป็นภริยาเอกหาได้มีความริษยาหรือขัดเคืองไม่ ตรงกันข้าม เธอกลับแย้มยิ้มด้วยความเอ็นดูและตามใจน้องสาวทุกอย่าง เธอจึงพยักหน้ารับอย่างใจกว้าง"เอาสิแม่บุษ... อยากทำอันใดก็ตามใจเถิด ช่วงนี้เธอเหน็ดเหนื่อยกับการตั้งครรภ์มามากแล้ว พี่อนุญาต"แม่บัวขยับเข้ามาช่วยประคองร่างอวบอิ่มอุ้ยอ้ายของน้องสาวให้นอนเอนกายพิงหมอนใบใหญ่อย่างสบายตัว ก่อนที่แม่บัวจะหันไปพยักหน้าและส่งสัญญาณให้สามีคุณหลวงเดชขยับกายเข้าใกล้ปลดสายรัดและรูดผ้านุ่งลง เผยให้เห็นท่อนดุ้นใหญ่โตที่ตื่นตัวและตั้งชันขึ้น เขาโน้มตัว
“ยินดีด้วยนะขอรับคุณหลวง คุณบัว... เด็กในครรภ์สมบูรณ์แข็งแรงดีมาก อีกไม่กี่วัน... ทุกท่านจะได้ยลโฉมหน้าทายาทตัวน้อยคนนี้แล้วขอรับ” หมอมิชชันนารีเอ่ยเป็นภาษาไทยสำเนียงแปล่งๆสิ้นคำบอกเล่าของแพทย์หนุ่ม แม่บัวถึงกับแสดงอาการตื่นเต้นดีใจจนเนื้อตัวสั่นเทา รอยยิ้มกว้างปรากฏบนใบหน้าจนแทบหุบไม่ลง เธอหันไปสบตาคุณหลวงเดชผู้เป็นสามี ซึ่งในยามนี้ก็มีแววตาปีติยินดีไม่แพ้กัน ทั้งสองคนต่างพากันหัวเราะและโอบกอดกันด้วยความตื้นตันใจที่ความสำเร็จอยู่แค่เอื้อม“ได้ยินแล้วใช่ไหมคุณพี่... ลูกของเราใกล้จะลืมตาดูโลกแล้วเจ้าค่ะ!” แม่บัวเอ่ยกับสามีด้วยน้ำเสียงสั่นเครือด้วยความสุขสมเมื่อความหวังใกล้เป็นจริง บรรยากาศในเรือนใหญ่จึงเต็มไปด้วยความคึกคัก แม่บัวสั่งให้บ่าวไพร่จัดแจงตระเตรียมข้าวของเครื่องใช้สำหรับเด็กอ่อนไว้เพียบพร้อม ทั้งผ้าอ้อมเนื้อดี เปลไม้สักแกะสลักลวดลายวิจิตรบรรจง และเสื้อผ้าตัวจิ๋วที่สั่งตัดพิเศษจากต่างประเทศ ทุกค่ำคืน สามีภริยาต่างพากันนั่งล้อมวงพูดคุย วาดฝันถึงอนาคตอันรุ่งโรจน์ขณะที่กำลังช่วยกันเลือกผ้าอ้อมเนื้อนุ่ม คุณหลวงเดชก็ชะงักมือลง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองภริยาและนึกขึ้นได้“นี่แม่บัว..
ในที่สุด ความพยายามและหยาดเหงื่อแห่งการรอคอยก็สัมฤทธิ์ผล เมื่ออาการแพ้ท้องคลื่นไส้และรอบเดือนที่ขาดหายไปเป็นเครื่องยืนยันชัดเจนว่า แม่บุษตั้งครรภ์สำเร็จตามความตั้งใจข่าวการตั้งครรภ์นี้สร้างความปีติยินดีให้แก่แม่บัวยิ่งนัก เธอรีบก้าวเข้ามาจัดการทุกสิ่งทุกอย่าง ดูแลประคบประหงมแม่บุษประดุจดั่งว่าตนเองเป็นมารดาผู้ตั้งครรภ์เสียเอง ทั้งจัดหาอาหารบำรุงชั้นดี และคอยตระเตรียมทุกอย่างให้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง“กินเสียหน่อยเถิดแม่บุษ ลูกในท้องของพี่จะได้แข็งแรง... พี่ตั้งใจเลือกของบำรุงเหล่านี้มาให้โดยเฉพาะเชียวหนา” แม่บัวเอ่ยด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน ขณะตักยาบำรุงยื่นให้ด้วยมือตนเองแม่บุษรับถ้วยยามาถือไว้ เธอเงยหน้าขึ้นสบตาพี่สาวก่อนจะเอ่ยถามเรียบๆ “ขอบคุณคุณพี่ที่กรุณา... ว่าแต่เรื่องที่น้องจะขอหยุดเรียนในพระนครเล่า เรียบร้อยดีแล้วหรือยังเจ้าคะ?”“เรียบร้อยดีทุกประการ พี่จัดการอ้างกับทางเรือนเรียนและผู้คนรอบข้างให้หมดแล้ว ว่าเจ้าจำเป็นต้องเดินทางกลับไปเยี่ยมบ้านเกิดที่ต่างจังหวัดสักพักใหญ่เพื่อพักผ่อน... น้องไม่ต้องกังวลผู้ใดจะสงสัยหรอก”เมื่อครรภ์ในยามนี้ยังอ่อนและอยู่ในช่วงเวลาที่ต้องระมัดระวังเป็น
บทส่งท้ายนับจากนั้นเป็นต้นมา บรรยากาศภายในเรือนใหญ่ก็แปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความสัมพันธ์อันต้องห้ามระหว่างคุณหลวงเดชและแม่บุษหาได้ต้องหลบซ่อนอีกต่อไป หากแต่ดำเนินไปอย่างเปิดเผยท่ามกลางความยินยอมพร้อมใจทุกค่ำคืนในห้องนอนส่วนตัว แม่บัวผู้เป็นภริยาเอกหาได้มีความริษยาหรือขัดเคืองไม่ ตรงกันข้าม เธอกลับเป็นผู้กำกับดูแลทุกขั้นตอนอยู่ข้างเตียงอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจว่าแผนการสืบสายเลือดนี้จะดำเนินไปอย่างไม่มีข้อผิดพลาดพรวดด... พรวดด...“อ๊าาา!! ซี้ดด คุณพี่บัว น้ำ ค คุณพี่เขยแตกใส่ ห แล้วเจ้าค่ะ น้องรับไม่ไหวแล้ว”“ทนอีกนิด เพิ่งจะนำที่สามเท่านั้น อย่าเพิ่งขยับนะแม่บุษ”ดวงตาของแม่บัวจ้องมองลึงค์ของสามีและกลีบแคมน้องสาวที่ประกบชิดติดกัน กระตุกรัดหงึกๆ ขณะกำลังน้ำแตกพุ่ง โดยที่แม่บัวคอยเอ่ยปากสั่งการ“คุณพี่... ขยับเข้ามาให้ลึกกว่านี้เจ้าค่ะ... อย่าให้เสียหยดน้ำกามไปแม้แต่น้อย” แม่บัวเอ่ยกำกับด้วยความใส่ใจในทุกรายละเอียด “แม่บุษต้องตั้งท้องโดยเร็วที่สุด”ตามตำรากามโบราณที่ตกทอดกันมา แม่บัวบังคับให้คุณหลวงเดชเชื่อมต่อองคชาติร้อนระอุเข้ากับรูรักของแม่บุษในท่าทางนิ่งสนิท ลำเอ็นใหญ่อัดแน่
“ใช่! ฉันทำลงไปทั้งหมดก็เพื่อการนี้!”แม่บุษส่ายหน้าช้าๆ หยาดน้ำตาหยดแล้วหยดเล่าร่วงหล่นลงกระทบพื้น “ใจร้ายนัก... น้องเป็นน้องแท้ๆ ของคุณพี่ ไฉนเลยถึงทำลายอนาคตและศักดิ์ศรีของน้องได้ลงคอ!”แม่บัวแค่นหัวเราะทั้งน้ำตา “เธอไม่เข้าใจอะไรเลยแม่บุษ! ฉันเป็นพี่สาวคนโต เป็นลูกสาวของเจ้าคุณพ่อที่ใครๆ ต่างก็คาดหวัง... ฉันแต่งงานมาเป็นปีแต่ไร้ลูก พวกญาติๆ และคนนินทากำลังหัวเราะเยาะฉันลับหลัง! ฉันจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาดูถูกฉันเด็ดขาด! และเธอ... เป็นน้องสาว เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขเดียวกัน เธอก็ต้องช่วยฉัน!”“ไม่... น้องไม่ช่วย! น้องไม่มีวันยอมทำร้ายตัวเองอีกแล้ว!” แม่บุษแผดเสียงปฏิเสธลั่น น้ำเสียงสั่นเครือแต่เด็ดเดี่ยว“ถ้าเธอไม่ยอม... ก็ลองก้าวเท้าออกจากห้องนี้ดูสิแม่บุษ! ฉันจะประกาศให้คนทั้งพระนครได้รู้ว่าเธอแอบลอบเล่นชู้กับพี่เขยตนเองอย่างหน้าไม่อาย คราวนี้ล่ะ... เธอก็จะไม่มีวันได้ผุดได้เกิดอีกต่อไป จำคำฉันไว้!”คำขู่ทำให้แม่บุษชาวาบไปทั้งร่าง เธอรู้ดีว่าในสังคมศักดินานี้ ผู้หญิงอย่างเธอหากไร้ซึ่งเกียรติและถูกตราหน้าว่าเป็นหญิงชั่ว ชีวิตก็จะยิ่งกว่าตกนรกทั้งเป็น...เมื่อเห็นว่าใช้ไม้แข็งอย่างเดี







