FAZER LOGINในที่สุด ความพยายามและหยาดเหงื่อแห่งการรอคอยก็สัมฤทธิ์ผล เมื่ออาการแพ้ท้องคลื่นไส้และรอบเดือนที่ขาดหายไปเป็นเครื่องยืนยันชัดเจนว่า แม่บุษตั้งครรภ์สำเร็จตามความตั้งใจ
ข่าวการตั้งครรภ์นี้สร้างความปีติยินดีให้แก่แม่บัวยิ่งนัก เธอรีบก้าวเข้ามาจัดการทุกสิ่งทุกอย่าง ดูแลประคบประหงมแม่บุษประดุจดั่งว่าตนเองเป็นมารดาผู้ตั้งครรภ์เสียเอง ทั้งจัดหาอาหารบำรุงชั้นดี และคอยตระเตรียมทุกอย่างให้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง
“กินเสียหน่อยเถิดแม่บุษ ลูกในท้องของพี่จะได้แข็งแรง... พี่ตั้งใจเลือกของบำรุงเหล่านี้มาให้โดยเฉพาะเชียวหนา” แม่บัวเอ่ยด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน ขณะตักยาบำรุงยื่นให้ด้วยมือตนเอง
แม่บุษรับถ้วยยามาถือไว้ เธอเงยหน้าขึ้นสบตาพี่สาวก่อนจะเอ่ยถามเรียบๆ “ขอบคุณคุณพี่ที่กรุณา... ว่าแต่เรื่องที่น้องจะขอหยุดเรียนในพระนครเล่า เรียบร้อยดีแล้วหรือยังเจ้าคะ?”
“เรียบร้อยดีทุกประการ พี่จัดการอ้างกับทางเรือนเรียนและผู้คนรอบข้างให้หมดแล้ว ว่าเจ้าจำเป็นต้องเดินทางกลับไปเยี่ยมบ้านเกิดที่ต่างจังหวัดสักพักใหญ่เพื่อพักผ่อน... น้องไม่ต้องกังวลผู้ใดจะสงสัยหรอก”
เมื่อครรภ์ในยามนี้ยังอ่อนและอยู่ในช่วงเวลาที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ กิจกรรมบนเตียงอันเร่าร้อนระหว่างคุณหลวงเดชและแม่บุษจึงจำต้องถูกระงับและงดเว้นไปโดยปริยาย จนกว่าครรภ์จะเจริญเติบโตและมีความมั่นคงปลอดภัย
ทุกๆ คืน เมื่อความเงียบสงบเข้าปกคลุมเรือน แม่บุษที่ต้องนอนพักผ่อนอยู่ในห้องนอนข้างๆ กลับต้องตกอยู่ในวังวนของความทรมานทางจิตใจอีกครั้ง เมื่อทุกอย่างวนกลับมาสู่จุดเริ่มต้น
เสียงพลอดรักอันดุเดือดและเร่าร้อนระหว่างคุณหลวงเดชผู้เป็นพี่เขย และแม่บัวผู้เป็นพี่สาว ที่กลับมาโหมกระหน่ำสานสัมพันธ์กันตามปกติ เล็ดลอดผ่านผนังไม้เข้ามาสะท้อนก้องในโสตประสาทของเธอครั้งแล้วครั้งเล่า
"อ๊ะ... คุณพี่... ตอก ค แรงอีกนิดเจ้าค่ะ..." เสียงครางกระเส่าของแม่บัวดังคลอเคลียกับเสียงทุ้มต่ำของคุณหลวงเดช
“โอ้วว ปี้กับแม่บัวยอดเยี่ยมที่สุด”
แม่บุษนอนกำผ้าห่มแน่น ดวงตากลมโตเบิกโพลงจ้องมองเพดานเรือนด้วยความขื่นขม เสียงลมหายใจและเสียงกระซิบรักของคนทั้งคู่ หมุนวนซ้ำไปซ้ำมา แม้เธอจะเป็นผู้อุ้มท้องเด็กคนนี้ไว้ในครรภ์ แต่ความรักของคุณหลวงเดช ก็ยังคงเป็นของพี่สาวเธอแต่เพียงผู้เดียว...
นับตั้งแต่แม่บุษตั้งครรภ์จนล่วงเข้าสู่เดือนท้ายๆ แม่บัวก็เก็บเนื้อเก็บตัวเงียบเชียบอยู่แต่ภายในเรือนเช่นกัน ไม่ออกไปปรากฏตัวตามงานสังคมหรือพิธีรีตองใดๆ ในพระนคร โดยใช้ข้ออ้างเรื่องปัญหาสุขภาพและขนาดครรภ์ที่นับวันยิ่งขยายใหญ่โตขึ้นจนไม่สะดวกจะเดินทางไปไหนมาไหน เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้คนจับผิดหรือสงสัยในความผิดปกติ
ยามบ่ายคล้อย แสงแดดอ่อนๆ ทอประกายระยิบระยับบนผืนน้ำเจ้าพระยา ลมเย็นพัดโชยเข้ามาปะทะระเบียงเรือนใหญ่ สองพี่น้องนั่งเคียงคู่กันอยู่บนเสื่อลำแพนปูทับด้วยพรมเนื้อดี แม่บุษตั้งครรภ์แก่นั่งเอนกายพิงหมอนสามเหลี่ยมใบโต ขณะร้อยมาลัยดอกมะลิและจัดทำเครื่องดอกไม้แขวนประดับหน้าต่างไปพร้อมกับพี่สาว
กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้สดคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ แม่บัวส่งเสียงพูดคุยเจื้อยแจ้ว เล่าเรื่องราวความหลังในวัยเด็กด้วยรอยยิ้มสดใส เพื่อผ่อนคลายบรรยากาศ
“แม่บุษ... เธอจำตอนที่เรายังเด็กๆ อยู่ที่เรือนเก่าได้ไหมหนา ตอนนั้นเจ้าคุณพ่อเพิ่งกลับจากพระนคร แล้วหอบหิ้วตุ๊กตาไขลานฝรั่งตัวใหญ่มาฝากพวกเราด้วยนะ พี่จำได้ว่าพี่ตื่นเต้นเสียจนนอนไม่หลับอยู่หลายคืนทีเดียว”
แม่บุษก้มหน้าลงร้อยดอกมะลิในมือช้าๆ รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างอ่อนจาง แววตาไหววูบไปชั่วขณะก่อนจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ราวกับสายน้ำที่ไหลเอื่อย
“จำได้สิเจ้าคะ... ของเล่นงามๆ หรือสิ่งของวิเศษใดๆ ล้วนเป็นของคุณพี่แต่เพียงผู้เดียวทั้งสิ้น... ส่วนตัวน้องก็ต้องรอของเล่นเก่าที่คุณพี่เล่นจนเบื่อและโยนให้เท่านั้นเอง หากน้องไปแตะตุ๊กตาฝรั่งนั่นเข้า คุณพี่จะโกรธมาก”
แม่บัวชะงักมือที่กำลังร้อยมาลัย เธอหันขวับมามองน้องสาวด้วยความตกใจระคนแปลกใจ ก่อนจะอุทานออกมาเสียงสูง
“แหม... น้องพูดเช่นนี้ไม่จริงเสียหน่อยหนาแม่บุษ! พี่ออกจะเอ็นดูเธอ มีอันใดพี่ก็แบ่งให้เธอเล่นด้วยตลอดมิใช่หรือ?”
แม่บัวเอ่ยปฏิเสธด้วยความบริสุทธิ์ใจ โดยที่ไม่ได้ตระหนักว่า นิสัยเอาแต่ใจตนเองฝังรากลึกอยู่ในตัวเธอมาตั้งแต่ครั้งยังเยาว์วัย
เมื่อเห็นสีหน้าฉงนของพี่สาว แม่บุษก็ไม่ได้เอ่ยเถียงอันใดต่อ เด็กสาวเพียงแต่ทอดถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเบือนหน้ากลับไปมองระลอกคลื่นบนผืนน้ำ แล้วเปลี่ยนเรื่องคุยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“แต่จะว่าไป... ก็น่าคิดถึงเจ้าคุณพ่อนักนะเจ้าคะ...”
“นั่นสิ ท่านตามใจพวกเราเสียยิ่งกว่าอะไร ไม่ว่าพี่อยากได้สิ่งใด เจ้าคุณพ่อเป็นต้องดั้นด้นหามาให้เสมอ... ไม่เคยขัดใจพี่เลยสักคราเดียว จริงสิ เจ้าคุณพ่อส่งเปลเด็กมาให้ด้วยนะ ท่านส่งจดหมายมาบอกว่าจะสั่งของเล่นฝรั่งมาเพิ่มอีกให้มากๆ และก็จะต้องใช้ผ้าสาลูจากอินเดียมาทำผ้าอ้อม ถึงจะแพงก็ช่าง ลูกของพี่จะต้องไม่น้อยหน้าผู้ใดในพระนคร”
คำพูดนั้นทำให้รอยยิ้มของแม่บัวกว้างขึ้นด้วยความภูมิใจ
จนกระทั่งวันหนึ่ง หมอมิชชันนารีชาวตะวันตกได้แวะเวียนมาตรวจอาการและตรวจสุขภาพครรภ์ให้แก่แม่บุษตามกำหนด นายแพทย์ฝรั่งเอ่ยแจ้งข่าวดีด้วยรอยยิ้มว่า สุขภาพของมารดาและเด็กในครรภ์แข็งแรงสมบูรณ์ดี และกำหนดคลอดกำลังจะมาถึงในอีกไม่ช้าแล้ว
“อ๊ากกกกกกกกกกกกก!!”องคชาติที่เขาภาคภูมิใจในสมรรถภาพและเป็นเครื่องมือชำเรากาม บัดนี้ขาดสะบั้นออกจากพวง แม่บุษถ่มทิ้ง ร่วงหล่นลงสู่พื้นไม้ เปรอะเปื้อนคราบเลือดสีแดงฉานผสมกับน้ำกามสีขาวขุ่นจนน่าสะพรึงกลัวแม่บัวที่นั่งมองเหตุการณ์ด้วยความพึงพอใจมาตลอด ถึงกับเบิกตากว้างจนแทบถลน ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด เสียงกรีดร้องหวีดหวานด้วยความตกใจสุดขีดดังระเบิดตามมาทันที“คุณพี่?!! คุณพี่!!”สองมือสั่นเทากุมปากมองภาพสามีที่ทรุดฮวบลงกุมหว่างขาที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือดสดๆแม่บุษค่อยๆ ลุกขึ้นเชื่องช้าน้ำหนักจากครรภ์แก่ใกล้คลอดทำให้การก้าวเดินแต่ละครั้งยากลำบาก ทว่าสงบนิ่ง มีเพียงรอยยิ้มเยือกเย็นที่ปรากฏบนใบหน้า คราบเลือดสีแดงฉานเปรอะเปื้อนรอบริมฝีปากและคางของเธออย่างน่ากลัว บ่าวไพร่ที่วิ่งกรูเข้ามาดูเหตุการณ์ต่างพากันผวาถอยหลังด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ไม่มีใครสักคนกล้าแม้แต่จะขยับเข้าไปใกล้หรือยื่นมือเข้าช่วยท่ามกลางความโกลาหลและเสียงครวญครางด้วยความเจ็บปวดเจียนตายของคุณหลวงเดชที่นอนดิ้นพล่านอยู่บนพื้นเรือน แม่บุษประคองครรภ์อุ้ยอ้ายของตนเดินฝ่าความมืดออกไปสู่ระเบียงริมน้ำ ลมยามค่ำคืนพัดโชยกลิ่นไอความชื้น
บรรยากาศในห้องโถงเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะเรื่องการตั้งชื่อเด็กน้อย แม่บุษช้อนสายตาขึ้นสบตากับคุณหลวงเดชผู้เป็นพี่เขย แววตาของหญิงสาวที่ตั้งครรภ์แก่ใกล้คลอดฉายแววความกระหายใคร่ที่อัดอั้นมานานแรมเดือนแม่บุษขยับตัวเข้าหาคุณหลวงเดชเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยปากขอร้องด้วยน้ำเสียงกระเส่าและเว้าวอน"พี่ท่าน... ตั้งแต่ท้องโตใกล้คลอด ตัวน้องรู้สึกวุ่นวายใจและมิได้คลายกำหนัดมานานแรมเดือน... ยิ่งเห็นหน้าท่าน ยิ่งเกิดความใคร่รัญจวนใจนัก น้องใคร่อยากใช้ปากปรนเปรอและดูดซับน้ำกามจากคุณพี่สักครั้งให้หายอยาก... เถิดนะเจ้าคะ"แม่บัวผู้เป็นภริยาเอกหาได้มีความริษยาหรือขัดเคืองไม่ ตรงกันข้าม เธอกลับแย้มยิ้มด้วยความเอ็นดูและตามใจน้องสาวทุกอย่าง เธอจึงพยักหน้ารับอย่างใจกว้าง"เอาสิแม่บุษ... อยากทำอันใดก็ตามใจเถิด ช่วงนี้เธอเหน็ดเหนื่อยกับการตั้งครรภ์มามากแล้ว พี่อนุญาต"แม่บัวขยับเข้ามาช่วยประคองร่างอวบอิ่มอุ้ยอ้ายของน้องสาวให้นอนเอนกายพิงหมอนใบใหญ่อย่างสบายตัว ก่อนที่แม่บัวจะหันไปพยักหน้าและส่งสัญญาณให้สามีคุณหลวงเดชขยับกายเข้าใกล้ปลดสายรัดและรูดผ้านุ่งลง เผยให้เห็นท่อนดุ้นใหญ่โตที่ตื่นตัวและตั้งชันขึ้น เขาโน้มตัว
“ยินดีด้วยนะขอรับคุณหลวง คุณบัว... เด็กในครรภ์สมบูรณ์แข็งแรงดีมาก อีกไม่กี่วัน... ทุกท่านจะได้ยลโฉมหน้าทายาทตัวน้อยคนนี้แล้วขอรับ” หมอมิชชันนารีเอ่ยเป็นภาษาไทยสำเนียงแปล่งๆสิ้นคำบอกเล่าของแพทย์หนุ่ม แม่บัวถึงกับแสดงอาการตื่นเต้นดีใจจนเนื้อตัวสั่นเทา รอยยิ้มกว้างปรากฏบนใบหน้าจนแทบหุบไม่ลง เธอหันไปสบตาคุณหลวงเดชผู้เป็นสามี ซึ่งในยามนี้ก็มีแววตาปีติยินดีไม่แพ้กัน ทั้งสองคนต่างพากันหัวเราะและโอบกอดกันด้วยความตื้นตันใจที่ความสำเร็จอยู่แค่เอื้อม“ได้ยินแล้วใช่ไหมคุณพี่... ลูกของเราใกล้จะลืมตาดูโลกแล้วเจ้าค่ะ!” แม่บัวเอ่ยกับสามีด้วยน้ำเสียงสั่นเครือด้วยความสุขสมเมื่อความหวังใกล้เป็นจริง บรรยากาศในเรือนใหญ่จึงเต็มไปด้วยความคึกคัก แม่บัวสั่งให้บ่าวไพร่จัดแจงตระเตรียมข้าวของเครื่องใช้สำหรับเด็กอ่อนไว้เพียบพร้อม ทั้งผ้าอ้อมเนื้อดี เปลไม้สักแกะสลักลวดลายวิจิตรบรรจง และเสื้อผ้าตัวจิ๋วที่สั่งตัดพิเศษจากต่างประเทศ ทุกค่ำคืน สามีภริยาต่างพากันนั่งล้อมวงพูดคุย วาดฝันถึงอนาคตอันรุ่งโรจน์ขณะที่กำลังช่วยกันเลือกผ้าอ้อมเนื้อนุ่ม คุณหลวงเดชก็ชะงักมือลง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองภริยาและนึกขึ้นได้“นี่แม่บัว..
ในที่สุด ความพยายามและหยาดเหงื่อแห่งการรอคอยก็สัมฤทธิ์ผล เมื่ออาการแพ้ท้องคลื่นไส้และรอบเดือนที่ขาดหายไปเป็นเครื่องยืนยันชัดเจนว่า แม่บุษตั้งครรภ์สำเร็จตามความตั้งใจข่าวการตั้งครรภ์นี้สร้างความปีติยินดีให้แก่แม่บัวยิ่งนัก เธอรีบก้าวเข้ามาจัดการทุกสิ่งทุกอย่าง ดูแลประคบประหงมแม่บุษประดุจดั่งว่าตนเองเป็นมารดาผู้ตั้งครรภ์เสียเอง ทั้งจัดหาอาหารบำรุงชั้นดี และคอยตระเตรียมทุกอย่างให้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง“กินเสียหน่อยเถิดแม่บุษ ลูกในท้องของพี่จะได้แข็งแรง... พี่ตั้งใจเลือกของบำรุงเหล่านี้มาให้โดยเฉพาะเชียวหนา” แม่บัวเอ่ยด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน ขณะตักยาบำรุงยื่นให้ด้วยมือตนเองแม่บุษรับถ้วยยามาถือไว้ เธอเงยหน้าขึ้นสบตาพี่สาวก่อนจะเอ่ยถามเรียบๆ “ขอบคุณคุณพี่ที่กรุณา... ว่าแต่เรื่องที่น้องจะขอหยุดเรียนในพระนครเล่า เรียบร้อยดีแล้วหรือยังเจ้าคะ?”“เรียบร้อยดีทุกประการ พี่จัดการอ้างกับทางเรือนเรียนและผู้คนรอบข้างให้หมดแล้ว ว่าเจ้าจำเป็นต้องเดินทางกลับไปเยี่ยมบ้านเกิดที่ต่างจังหวัดสักพักใหญ่เพื่อพักผ่อน... น้องไม่ต้องกังวลผู้ใดจะสงสัยหรอก”เมื่อครรภ์ในยามนี้ยังอ่อนและอยู่ในช่วงเวลาที่ต้องระมัดระวังเป็น
บทส่งท้ายนับจากนั้นเป็นต้นมา บรรยากาศภายในเรือนใหญ่ก็แปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความสัมพันธ์อันต้องห้ามระหว่างคุณหลวงเดชและแม่บุษหาได้ต้องหลบซ่อนอีกต่อไป หากแต่ดำเนินไปอย่างเปิดเผยท่ามกลางความยินยอมพร้อมใจทุกค่ำคืนในห้องนอนส่วนตัว แม่บัวผู้เป็นภริยาเอกหาได้มีความริษยาหรือขัดเคืองไม่ ตรงกันข้าม เธอกลับเป็นผู้กำกับดูแลทุกขั้นตอนอยู่ข้างเตียงอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจว่าแผนการสืบสายเลือดนี้จะดำเนินไปอย่างไม่มีข้อผิดพลาดพรวดด... พรวดด...“อ๊าาา!! ซี้ดด คุณพี่บัว น้ำ ค คุณพี่เขยแตกใส่ ห แล้วเจ้าค่ะ น้องรับไม่ไหวแล้ว”“ทนอีกนิด เพิ่งจะนำที่สามเท่านั้น อย่าเพิ่งขยับนะแม่บุษ”ดวงตาของแม่บัวจ้องมองลึงค์ของสามีและกลีบแคมน้องสาวที่ประกบชิดติดกัน กระตุกรัดหงึกๆ ขณะกำลังน้ำแตกพุ่ง โดยที่แม่บัวคอยเอ่ยปากสั่งการ“คุณพี่... ขยับเข้ามาให้ลึกกว่านี้เจ้าค่ะ... อย่าให้เสียหยดน้ำกามไปแม้แต่น้อย” แม่บัวเอ่ยกำกับด้วยความใส่ใจในทุกรายละเอียด “แม่บุษต้องตั้งท้องโดยเร็วที่สุด”ตามตำรากามโบราณที่ตกทอดกันมา แม่บัวบังคับให้คุณหลวงเดชเชื่อมต่อองคชาติร้อนระอุเข้ากับรูรักของแม่บุษในท่าทางนิ่งสนิท ลำเอ็นใหญ่อัดแน่
“ใช่! ฉันทำลงไปทั้งหมดก็เพื่อการนี้!”แม่บุษส่ายหน้าช้าๆ หยาดน้ำตาหยดแล้วหยดเล่าร่วงหล่นลงกระทบพื้น “ใจร้ายนัก... น้องเป็นน้องแท้ๆ ของคุณพี่ ไฉนเลยถึงทำลายอนาคตและศักดิ์ศรีของน้องได้ลงคอ!”แม่บัวแค่นหัวเราะทั้งน้ำตา “เธอไม่เข้าใจอะไรเลยแม่บุษ! ฉันเป็นพี่สาวคนโต เป็นลูกสาวของเจ้าคุณพ่อที่ใครๆ ต่างก็คาดหวัง... ฉันแต่งงานมาเป็นปีแต่ไร้ลูก พวกญาติๆ และคนนินทากำลังหัวเราะเยาะฉันลับหลัง! ฉันจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาดูถูกฉันเด็ดขาด! และเธอ... เป็นน้องสาว เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขเดียวกัน เธอก็ต้องช่วยฉัน!”“ไม่... น้องไม่ช่วย! น้องไม่มีวันยอมทำร้ายตัวเองอีกแล้ว!” แม่บุษแผดเสียงปฏิเสธลั่น น้ำเสียงสั่นเครือแต่เด็ดเดี่ยว“ถ้าเธอไม่ยอม... ก็ลองก้าวเท้าออกจากห้องนี้ดูสิแม่บุษ! ฉันจะประกาศให้คนทั้งพระนครได้รู้ว่าเธอแอบลอบเล่นชู้กับพี่เขยตนเองอย่างหน้าไม่อาย คราวนี้ล่ะ... เธอก็จะไม่มีวันได้ผุดได้เกิดอีกต่อไป จำคำฉันไว้!”คำขู่ทำให้แม่บุษชาวาบไปทั้งร่าง เธอรู้ดีว่าในสังคมศักดินานี้ ผู้หญิงอย่างเธอหากไร้ซึ่งเกียรติและถูกตราหน้าว่าเป็นหญิงชั่ว ชีวิตก็จะยิ่งกว่าตกนรกทั้งเป็น...เมื่อเห็นว่าใช้ไม้แข็งอย่างเดี







