로그인“อ๊ากกกกกกกกกกกกก!!”
องคชาติที่เขาภาคภูมิใจในสมรรถภาพและเป็นเครื่องมือชำเรากาม บัดนี้ขาดสะบั้นออกจากพวง แม่บุษถ่มทิ้ง ร่วงหล่นลงสู่พื้นไม้ เปรอะเปื้อนคราบเลือดสีแดงฉานผสมกับน้ำกามสีขาวขุ่นจนน่าสะพรึงกลัว
แม่บัวที่นั่งมองเหตุการณ์ด้วยความพึงพอใจมาตลอด ถึงกับเบิกตากว้างจนแทบถลน ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด เสียงกรีดร้องหวีดหวานด้วยความตกใจสุดขีดดังระเบิดตามมาทันที
“คุณพี่?!! คุณพี่!!”
สองมือสั่นเทากุมปากมองภาพสามีที่ทรุดฮวบลงกุมหว่างขาที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือดสดๆ
แม่บุษค่อยๆ ลุกขึ้นเชื่องช้า
น้ำหนักจากครรภ์แก่ใกล้คลอดทำให้การก้าวเดินแต่ละครั้งยากลำบาก ทว่าสงบนิ่ง มีเพียงรอยยิ้มเยือกเย็นที่ปรากฏบนใบหน้า คราบเลือดสีแดงฉานเปรอะเปื้อนรอบริมฝีปากและคางของเธออย่างน่ากลัว บ่าวไพร่ที่วิ่งกรูเข้ามาดูเหตุการณ์ต่างพากันผวาถอยหลังด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ไม่มีใครสักคนกล้าแม้แต่จะขยับเข้าไปใกล้หรือยื่นมือเข้าช่วย
ท่ามกลางความโกลาหลและเสียงครวญครางด้วยความเจ็บปวดเจียนตายของคุณหลวงเดชที่นอนดิ้นพล่านอยู่บนพื้นเรือน แม่บุษประคองครรภ์อุ้ยอ้ายของตนเดินฝ่าความมืดออกไปสู่ระเบียงริมน้ำ ลมยามค่ำคืนพัดโชยกลิ่นไอความชื้นของแม่น้ำเจ้าพระยาเข้าปะทะร่าง
แม่บัวที่เพิ่งตั้งสติจากความช็อกขีดสุดได้ รีบตะเกียกตะกายลุกขึ้นแล้ววิ่งตามออกมาที่ระเบียง ใบหน้าซีดเผือด น้ำตานองหน้าด้วยความตื่นตระหนกและหวาดกลัว
“แม่บุษ!... แม่บุษน้องพี่! อย่าทำเช่นนี้... กลับมาคุยกันก่อน!” แม่บษแผดเสียงร้องห้ามด้วยความสั่นเครือ
แม่บุษหยุดยืนอยู่ที่ริมขอบระเบียง เด็กสาวหันกลับมามองพี่สาวด้วยแววตาว่างเปล่า ก่อนจะแย้มยิ้มกว้างอย่างงดงามและน่าสะพรึงกลัวในเวลาเดียวกัน
“เพราะทุกคนคอยตามใจ คุณพี่ถึงได้สมหวังมาตลอดชีวิต... อยากได้สิ่งใดก็ต้องได้เสมอมา... แต่เรื่องลูกของคุณหลวง คุณพี่จะไม่สมหวังไปตลอดกาลแล้วนะเจ้าคะ... ฮ่าๆ”
สิ้นเสียงอันก้องกังวาน แม่บุษก็ทิ้งตัวกระโจนลงสู่กระแสน้ำเชี่ยวกรากเบื้องล่างทันที ร่างจมหายไปกับความมืดมิดของสายน้ำอย่างไร้เสียง
“ไม่—! แม่บุษษษษ—!”
เสียงกรีดร้องโหยหวนราวกับหัวใจสลายของแม่บัวแผดลั่นไปทั่วผืนน้ำและผืนเรือนใหญ่ ดับสิ้นซึ่งอำนาจ วาสนา และความหวังทั้งหมดที่เธอเคยไขว่คว้า ทิ้งไว้เพียงความพินาศย่อยยับที่เธอเป็นผู้ขุดหลุมฝังมันลงไปกับมือ
---------------
สามวันต่อมา... สายน้ำเชี่ยวกรากแห่งแม่น้ำเจ้าพระยาได้คายความจริงอันน่าสะพรึงกลัวขึ้นสู่ผิวน้ำ ร่างไร้วิญญาณของแม่บุษลอยขึ้นมาเกยตลิ่งใกล้ท่าเรือ สภาพศพเริ่มอืดพองอุ้มครรภ์แก่ใกล้คลอดอย่างน่าอนาถ สร้างความสยดสยองและตื่นตระหนกให้แก่ชาวบ้านแถบนั้นยิ่งนัก
เจ้าหน้าที่ตระเวนบาลถูกส่งมาจัดการ ทันทีที่พลิกศพขึ้นดู สายตาของนายตำรวจก็สะดุดเข้ากับ เข็มกลัดประดับยศอันวิจิตรบรรจงบนอกเสื้อของศพ เข็มกลัดตระกูลสูงศักดิ์ ซึ่งทำให้เจ้าหน้าที่จดจำได้ในทันที!
ข่าวร้ายและคำครหาแพร่สะพัดไปทั่วทุกหัวระแหงในพระนครดุจไฟลามทุ่ง!
เรื่องราวของเด็กสาวผู้เยาว์วัยที่ยังมิได้ออกเรือน หากแต่กลับกลายเป็นศพตายทั้งกลม ลอยน้ำอย่างน่าอนาถ ถูกโจษจันกันไปทั่ว ยิ่งไปกว่านั้น มีข่าวเล็ดลอดออกมาว่าคุณหลวงเดชเองก็เกิดอุบัติเหตุประหลาดจนบาดเจ็บสาหัส นอนจมกองเลือดเข้าขั้นตรีทูต
ชื่อเสียง เกียรติยศ และวงศ์ตระกูลที่คุณหลวงเดชและแม่บัวเพียรพยายามค้ำจุนและวาดฝันไว้อย่างวิจิตร พังทลายลงในชั่วข้ามคืน กลายเป็นเรื่องฉาวโฉ่อัปยศที่สุดในพระนคร เบื้องบนไม่อาจเพิกเฉยจึงต้องเปิดชำระคดี
“คุณหลวงเดช... ประพฤติผิดศีลธรรมอันดีงาม ย่ำยีเด็กสาวในปกครองจนตั้งครรภ์ มีรับสั่งปลดและขับไล่ออกจากราชการ ริบทรัพย์สินและบรรดาศักดิ์คืนทั้งหมด
ส่วนเธอบัว... เบื้องบนทรงมีคำวินิจฉัยเด็ดขาดแล้วว่า... หญิงวิปลาสเลือดเย็นเช่นนี้ ไม่ควรเลี้ยงไว้ในพระนคร ห้ามเหยียบย่างกลับเข้ามาในเขตพระนครอีกเป็นอันขาด”
สิ้นคำพิพากษา แม่บัวที่นั่งทรุดร่างอยู่บนพื้นเบื้องหน้า ถึงกับสะดุ้งเฮือก น้ำตาที่แห้งเหือดไปกลับทะลักรินอาบแก้ม ทำได้เพียงนั่งสั่นสะท้าน เสียงก่นด่าและสายตาเหยียดหยามบดขยี้จนแหลกสลาย ขณะที่เสียงร้องโหยหวนของคุณหลวงเดชที่นอนทรมานอยู่บนเปลหาม
ในวันที่แม่บัวถูกเนรเทศ แม่บัวต้องถูกหามและลากสังขารออกจากเรือน ไม่มีแม้แต่บ่าวไพร่สักคนคอยเหลียวแล หลงเหลือเพียงเสียงสาปแช่งและก้อนอิฐก้อนดินที่ชาวบ้านปาใส่ด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ ชดใช้เวรกรรมไปชั่วชีวิต
จบบริบูรณ์
“อ๊ากกกกกกกกกกกกก!!”องคชาติที่เขาภาคภูมิใจในสมรรถภาพและเป็นเครื่องมือชำเรากาม บัดนี้ขาดสะบั้นออกจากพวง แม่บุษถ่มทิ้ง ร่วงหล่นลงสู่พื้นไม้ เปรอะเปื้อนคราบเลือดสีแดงฉานผสมกับน้ำกามสีขาวขุ่นจนน่าสะพรึงกลัวแม่บัวที่นั่งมองเหตุการณ์ด้วยความพึงพอใจมาตลอด ถึงกับเบิกตากว้างจนแทบถลน ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด เสียงกรีดร้องหวีดหวานด้วยความตกใจสุดขีดดังระเบิดตามมาทันที“คุณพี่?!! คุณพี่!!”สองมือสั่นเทากุมปากมองภาพสามีที่ทรุดฮวบลงกุมหว่างขาที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือดสดๆแม่บุษค่อยๆ ลุกขึ้นเชื่องช้าน้ำหนักจากครรภ์แก่ใกล้คลอดทำให้การก้าวเดินแต่ละครั้งยากลำบาก ทว่าสงบนิ่ง มีเพียงรอยยิ้มเยือกเย็นที่ปรากฏบนใบหน้า คราบเลือดสีแดงฉานเปรอะเปื้อนรอบริมฝีปากและคางของเธออย่างน่ากลัว บ่าวไพร่ที่วิ่งกรูเข้ามาดูเหตุการณ์ต่างพากันผวาถอยหลังด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ไม่มีใครสักคนกล้าแม้แต่จะขยับเข้าไปใกล้หรือยื่นมือเข้าช่วยท่ามกลางความโกลาหลและเสียงครวญครางด้วยความเจ็บปวดเจียนตายของคุณหลวงเดชที่นอนดิ้นพล่านอยู่บนพื้นเรือน แม่บุษประคองครรภ์อุ้ยอ้ายของตนเดินฝ่าความมืดออกไปสู่ระเบียงริมน้ำ ลมยามค่ำคืนพัดโชยกลิ่นไอความชื้น
บรรยากาศในห้องโถงเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะเรื่องการตั้งชื่อเด็กน้อย แม่บุษช้อนสายตาขึ้นสบตากับคุณหลวงเดชผู้เป็นพี่เขย แววตาของหญิงสาวที่ตั้งครรภ์แก่ใกล้คลอดฉายแววความกระหายใคร่ที่อัดอั้นมานานแรมเดือนแม่บุษขยับตัวเข้าหาคุณหลวงเดชเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยปากขอร้องด้วยน้ำเสียงกระเส่าและเว้าวอน"พี่ท่าน... ตั้งแต่ท้องโตใกล้คลอด ตัวน้องรู้สึกวุ่นวายใจและมิได้คลายกำหนัดมานานแรมเดือน... ยิ่งเห็นหน้าท่าน ยิ่งเกิดความใคร่รัญจวนใจนัก น้องใคร่อยากใช้ปากปรนเปรอและดูดซับน้ำกามจากคุณพี่สักครั้งให้หายอยาก... เถิดนะเจ้าคะ"แม่บัวผู้เป็นภริยาเอกหาได้มีความริษยาหรือขัดเคืองไม่ ตรงกันข้าม เธอกลับแย้มยิ้มด้วยความเอ็นดูและตามใจน้องสาวทุกอย่าง เธอจึงพยักหน้ารับอย่างใจกว้าง"เอาสิแม่บุษ... อยากทำอันใดก็ตามใจเถิด ช่วงนี้เธอเหน็ดเหนื่อยกับการตั้งครรภ์มามากแล้ว พี่อนุญาต"แม่บัวขยับเข้ามาช่วยประคองร่างอวบอิ่มอุ้ยอ้ายของน้องสาวให้นอนเอนกายพิงหมอนใบใหญ่อย่างสบายตัว ก่อนที่แม่บัวจะหันไปพยักหน้าและส่งสัญญาณให้สามีคุณหลวงเดชขยับกายเข้าใกล้ปลดสายรัดและรูดผ้านุ่งลง เผยให้เห็นท่อนดุ้นใหญ่โตที่ตื่นตัวและตั้งชันขึ้น เขาโน้มตัว
“ยินดีด้วยนะขอรับคุณหลวง คุณบัว... เด็กในครรภ์สมบูรณ์แข็งแรงดีมาก อีกไม่กี่วัน... ทุกท่านจะได้ยลโฉมหน้าทายาทตัวน้อยคนนี้แล้วขอรับ” หมอมิชชันนารีเอ่ยเป็นภาษาไทยสำเนียงแปล่งๆสิ้นคำบอกเล่าของแพทย์หนุ่ม แม่บัวถึงกับแสดงอาการตื่นเต้นดีใจจนเนื้อตัวสั่นเทา รอยยิ้มกว้างปรากฏบนใบหน้าจนแทบหุบไม่ลง เธอหันไปสบตาคุณหลวงเดชผู้เป็นสามี ซึ่งในยามนี้ก็มีแววตาปีติยินดีไม่แพ้กัน ทั้งสองคนต่างพากันหัวเราะและโอบกอดกันด้วยความตื้นตันใจที่ความสำเร็จอยู่แค่เอื้อม“ได้ยินแล้วใช่ไหมคุณพี่... ลูกของเราใกล้จะลืมตาดูโลกแล้วเจ้าค่ะ!” แม่บัวเอ่ยกับสามีด้วยน้ำเสียงสั่นเครือด้วยความสุขสมเมื่อความหวังใกล้เป็นจริง บรรยากาศในเรือนใหญ่จึงเต็มไปด้วยความคึกคัก แม่บัวสั่งให้บ่าวไพร่จัดแจงตระเตรียมข้าวของเครื่องใช้สำหรับเด็กอ่อนไว้เพียบพร้อม ทั้งผ้าอ้อมเนื้อดี เปลไม้สักแกะสลักลวดลายวิจิตรบรรจง และเสื้อผ้าตัวจิ๋วที่สั่งตัดพิเศษจากต่างประเทศ ทุกค่ำคืน สามีภริยาต่างพากันนั่งล้อมวงพูดคุย วาดฝันถึงอนาคตอันรุ่งโรจน์ขณะที่กำลังช่วยกันเลือกผ้าอ้อมเนื้อนุ่ม คุณหลวงเดชก็ชะงักมือลง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองภริยาและนึกขึ้นได้“นี่แม่บัว..
ในที่สุด ความพยายามและหยาดเหงื่อแห่งการรอคอยก็สัมฤทธิ์ผล เมื่ออาการแพ้ท้องคลื่นไส้และรอบเดือนที่ขาดหายไปเป็นเครื่องยืนยันชัดเจนว่า แม่บุษตั้งครรภ์สำเร็จตามความตั้งใจข่าวการตั้งครรภ์นี้สร้างความปีติยินดีให้แก่แม่บัวยิ่งนัก เธอรีบก้าวเข้ามาจัดการทุกสิ่งทุกอย่าง ดูแลประคบประหงมแม่บุษประดุจดั่งว่าตนเองเป็นมารดาผู้ตั้งครรภ์เสียเอง ทั้งจัดหาอาหารบำรุงชั้นดี และคอยตระเตรียมทุกอย่างให้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง“กินเสียหน่อยเถิดแม่บุษ ลูกในท้องของพี่จะได้แข็งแรง... พี่ตั้งใจเลือกของบำรุงเหล่านี้มาให้โดยเฉพาะเชียวหนา” แม่บัวเอ่ยด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน ขณะตักยาบำรุงยื่นให้ด้วยมือตนเองแม่บุษรับถ้วยยามาถือไว้ เธอเงยหน้าขึ้นสบตาพี่สาวก่อนจะเอ่ยถามเรียบๆ “ขอบคุณคุณพี่ที่กรุณา... ว่าแต่เรื่องที่น้องจะขอหยุดเรียนในพระนครเล่า เรียบร้อยดีแล้วหรือยังเจ้าคะ?”“เรียบร้อยดีทุกประการ พี่จัดการอ้างกับทางเรือนเรียนและผู้คนรอบข้างให้หมดแล้ว ว่าเจ้าจำเป็นต้องเดินทางกลับไปเยี่ยมบ้านเกิดที่ต่างจังหวัดสักพักใหญ่เพื่อพักผ่อน... น้องไม่ต้องกังวลผู้ใดจะสงสัยหรอก”เมื่อครรภ์ในยามนี้ยังอ่อนและอยู่ในช่วงเวลาที่ต้องระมัดระวังเป็น
บทส่งท้ายนับจากนั้นเป็นต้นมา บรรยากาศภายในเรือนใหญ่ก็แปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความสัมพันธ์อันต้องห้ามระหว่างคุณหลวงเดชและแม่บุษหาได้ต้องหลบซ่อนอีกต่อไป หากแต่ดำเนินไปอย่างเปิดเผยท่ามกลางความยินยอมพร้อมใจทุกค่ำคืนในห้องนอนส่วนตัว แม่บัวผู้เป็นภริยาเอกหาได้มีความริษยาหรือขัดเคืองไม่ ตรงกันข้าม เธอกลับเป็นผู้กำกับดูแลทุกขั้นตอนอยู่ข้างเตียงอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจว่าแผนการสืบสายเลือดนี้จะดำเนินไปอย่างไม่มีข้อผิดพลาดพรวดด... พรวดด...“อ๊าาา!! ซี้ดด คุณพี่บัว น้ำ ค คุณพี่เขยแตกใส่ ห แล้วเจ้าค่ะ น้องรับไม่ไหวแล้ว”“ทนอีกนิด เพิ่งจะนำที่สามเท่านั้น อย่าเพิ่งขยับนะแม่บุษ”ดวงตาของแม่บัวจ้องมองลึงค์ของสามีและกลีบแคมน้องสาวที่ประกบชิดติดกัน กระตุกรัดหงึกๆ ขณะกำลังน้ำแตกพุ่ง โดยที่แม่บัวคอยเอ่ยปากสั่งการ“คุณพี่... ขยับเข้ามาให้ลึกกว่านี้เจ้าค่ะ... อย่าให้เสียหยดน้ำกามไปแม้แต่น้อย” แม่บัวเอ่ยกำกับด้วยความใส่ใจในทุกรายละเอียด “แม่บุษต้องตั้งท้องโดยเร็วที่สุด”ตามตำรากามโบราณที่ตกทอดกันมา แม่บัวบังคับให้คุณหลวงเดชเชื่อมต่อองคชาติร้อนระอุเข้ากับรูรักของแม่บุษในท่าทางนิ่งสนิท ลำเอ็นใหญ่อัดแน่
“ใช่! ฉันทำลงไปทั้งหมดก็เพื่อการนี้!”แม่บุษส่ายหน้าช้าๆ หยาดน้ำตาหยดแล้วหยดเล่าร่วงหล่นลงกระทบพื้น “ใจร้ายนัก... น้องเป็นน้องแท้ๆ ของคุณพี่ ไฉนเลยถึงทำลายอนาคตและศักดิ์ศรีของน้องได้ลงคอ!”แม่บัวแค่นหัวเราะทั้งน้ำตา “เธอไม่เข้าใจอะไรเลยแม่บุษ! ฉันเป็นพี่สาวคนโต เป็นลูกสาวของเจ้าคุณพ่อที่ใครๆ ต่างก็คาดหวัง... ฉันแต่งงานมาเป็นปีแต่ไร้ลูก พวกญาติๆ และคนนินทากำลังหัวเราะเยาะฉันลับหลัง! ฉันจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาดูถูกฉันเด็ดขาด! และเธอ... เป็นน้องสาว เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขเดียวกัน เธอก็ต้องช่วยฉัน!”“ไม่... น้องไม่ช่วย! น้องไม่มีวันยอมทำร้ายตัวเองอีกแล้ว!” แม่บุษแผดเสียงปฏิเสธลั่น น้ำเสียงสั่นเครือแต่เด็ดเดี่ยว“ถ้าเธอไม่ยอม... ก็ลองก้าวเท้าออกจากห้องนี้ดูสิแม่บุษ! ฉันจะประกาศให้คนทั้งพระนครได้รู้ว่าเธอแอบลอบเล่นชู้กับพี่เขยตนเองอย่างหน้าไม่อาย คราวนี้ล่ะ... เธอก็จะไม่มีวันได้ผุดได้เกิดอีกต่อไป จำคำฉันไว้!”คำขู่ทำให้แม่บุษชาวาบไปทั้งร่าง เธอรู้ดีว่าในสังคมศักดินานี้ ผู้หญิงอย่างเธอหากไร้ซึ่งเกียรติและถูกตราหน้าว่าเป็นหญิงชั่ว ชีวิตก็จะยิ่งกว่าตกนรกทั้งเป็น...เมื่อเห็นว่าใช้ไม้แข็งอย่างเดี







