Masukทุกค่ำคืนและทุกเวลาที่อยู่ร่วมกันภายใต้ชายคา แม่บุษยอมจำนนต่อสัมผัสอันดุดันและเอาแต่ใจของคุณหลวงเดชอย่างเต็มใจ ร่างกายบอบบางตอบสนองทุกจังหวะรักอย่างไร้ข้อแม้ แววตาและเรือนร่างของเธอกลับถูกครอบงำด้วยไฟสวาทที่โหมกระหน่ำไม่รู้ดับ ฉ่ำเยิ้มด้วยหยาดน้ำแห่งความกำหนัด ลมหายใจหอบกระชั้นประสานไปกับเสียงครางหวานหูที่ดังคลอเคล้ากับเสียงลมหายใจร้อนผ่าวทุกย่างก้าวและลมหายใจล้วนเต็มไปด้วยความตื่นตัวและกระหายใคร่
แม้ภายนอกเธอจะพยายามรักษาท่าทีให้สำรวมเยี่ยงกุลสตรีผู้เรียบร้อย ทว่าสัญชาตญาณความระแวดระวังของผู้เป็นพี่สาวอย่างแม่บัวก็เริ่มทำงานขึ้นทีละน้อย
สายตาของแม่บัวที่คอยสังเกตพฤติกรรมของน้องสาวและสามีเริ่มเต็มไปด้วยความเคลือบแคลงสงสัย ทุกครั้งที่คุณหลวงเดชเอ่ยคำกำกวมหรือแม่บุษแสดงอาการสะท้านยามอยู่ใกล้ชิดกัน ความผิดปกติก็เริ่มแผ่ซ่านปกคลุมบรรยากาศในเรือนใหญ่ให้ตึงเครียดขึ้นทุกที
“ช่วงนี้แม่บุษดูแปลกไปนะ... หน้าตาตื่นตระหนกแถมยังดูอิดโรยพิกล ไยท่าทีถึงได้ลุกลี้ลุกลนนักเล่า? มีเรื่องใดกังวลใจอยู่หรือจ๊ะแม่บุษ”
แม่บุษสะดุ้งสุดตัว ลมหายใจติดขัดจนแทบไม่กล้าสบตาพี่สาว
“อย่าไปคาดคั้นน้องเลยแม่บัว... งานตำราของเธอช่วงนี้หนักหนา ไหนจะสอบไล่เก็บคะแนนอีก... แม่บุษเคร่งเครียดจนหน้าซีดเซียว ฉันต้องคอยช่วยและตักเตือนเธออยู่ไม่ขาด มิฉะนั้นเธอคงอ่านตำราจนดึกดื่น ไม่อยมพักผ่อนทุกค่ำคืนดอก”
แม่บัวพยักหน้ารับเบาๆ พลางหันไปมองน้องสาวด้วยความเอ็นดูระคนห่วงใย
“อย่างนั้นหรอกหรือ... ถ้าเช่นนั้นก็อย่าหักโหมจนเกินไปนักล่ะแม่บุษ มีสิ่งใดให้คุณพี่ช่วยสอนก็บอกกล่าวได้... เอาล่ะ ไปพักผ่อนเถอะ หน้าตาเจ้าซีดเซียวเต็มทีแล้ว”
“เจ้าค่ะ... พี่บัว...”
แม่บุษรีบรับคำด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ก่อนจะรีบสาวเท้าเดินเลี่ยงออกไปจากห้องโถงใหญ่ทันที ทว่าลึกๆ แล้ว เธอรู้ดีว่ายิ่งความลับนี้เสี่ยงมากเท่าไหร่ ไฟสวาทและแรงกำหนัดในอกก็ยิ่งโหมกระพือรุนแรงขึ้นจนแทบควบคุมไม่อยู่
------------
แสงแดดยามเที่ยงสาดส่องกระทบผืนน้ำเจ้าพระยา สะท้อนแสงระยิบระยับเข้ามาภายในตึกริมน้ำ ช่วงเวลาพักกลางวันหากไม่มีราชกิจสำคัญใด คุณหลวงเดชจะละจากหน้าที่การงานแล้วรีบกลับมาที่เรือนเพื่อดูแลภริยาด้วยความรักใคร่เอาใจใส่อย่างสม่ำเสมอ
ภายในห้องอาหาร คุณหลวงเดชประคองร่างอ้อนแอ้นของแม่บัวให้นั่งลงอย่างระมัดระวัง ชายหนุ่มตักข้าวและกับข้าวใส่จาน ก่อนจะใช้ช้อนตักป้อนภริยาด้วยความนุ่มนวลและทะนุถนอม ท่าทางที่เปี่ยมด้วยความรักและความใส่ใจนั้นทำให้แม่บัวซาบซึ้งใจจนหยาดน้ำตาคลอเบ้าด้วยความตื้นตัน
“คุณพี่ดูแลน้องดีเหลือเกินเจ้าค่ะ...” แม่บัวเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน รอยยิ้มพิมพ์ใจปรากฏบนใบหน้าผ่องใส ทว่าลึกๆ ในดวงตากลับเจือแววความกังวลใจบางอย่าง เธอวางมือลงบนตักแล้วเอ่ยต่อด้วยความรู้สึกผิด “แต่น้องอดกังวลไม่ได้... ในเมื่อช่วงนี้ร่างกายของน้องอุ้มท้องอยู่ ไม่สามารถปรนนิบัติรับใช้คุณพี่ในยามค่ำคืนได้อย่างเคย... น้องเกรงว่าคุณพี่จะเหงาเหลือเกินเจ้าค่ะ”
คุณหลวงเดชแย้มรอยยิ้มอบอุ่น ชายหนุ่มวางช้อนลงแล้วเอื้อมมือไปกุมมือเรียวนุ่มของภริยาไว้แน่น บีบเบาๆ เพื่อคลายความกังวล
“อย่าได้คิดมากไปเลยคุณบัว...” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยปลอบโยนอย่างอ่อนโยน แววตาฉายแววรักใคร่ลึกซึ้ง “ประเดี๋ยวเมื่อครรภ์ของเจ้าแข็งแรงมั่นคงดีแล้ว... เราสองคนย่อมกลับมาร่วมสวาทเคียงคู่กันได้ราบรื่นดังเดิม ตัวฉันนั้น... ยอมอดทนเพื่อรอคอยคุณบัวแต่เพียงผู้เดียว ขอเพียงแค่ภริยาและลูกในท้องปลอดภัย สิ่งอื่นใดล้วนไม่สำคัญทั้งสิ้น”
คำพูดที่หนักแน่นและเต็มไปด้วยความซื่อสัตย์ของคุณหลวงเดชพัดพาความกังวลในใจของแม่บัวให้มลายหายสิ้นจนหมดสิ้น หัวใจดวงน้อยพองโตด้วยความรักและศรัทธาที่มีต่อสามีจนล้นปรี่
ด้วยความซาบซึ้งและอยากตอบแทนความอดทนอดกลั้นของสามี แม่บัวจึงช้อนสายตาขึ้นสบกับดวงตาคมกริบด้วยความรักใคร่ระคนเขินอาย เธอค่อยๆ ขยับกายเข้าใกล้
“คุณพี่... ให้น้องได้ดูแลคุณพี่เถิดนะเจ้าคะ” แม่บัวเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลอ่อนหวาน ละม้ายเสียงกระซิบคลอเคลียข้างกาย “แม้ว่าร่างกายของน้องในยามนี้จะไม่สะดวก แต่หัวใจนี้... ย่อมเป็นของคุณพี่แต่เพียงผู้เดียว... ให้ฉันได้ปรนนิบัติคุณพี่ด้วยวิธีนี้นะเจ้าคะ...”
“อ๊ากกกกกกกกกกกกก!!”องคชาติที่เขาภาคภูมิใจในสมรรถภาพและเป็นเครื่องมือชำเรากาม บัดนี้ขาดสะบั้นออกจากพวง แม่บุษถ่มทิ้ง ร่วงหล่นลงสู่พื้นไม้ เปรอะเปื้อนคราบเลือดสีแดงฉานผสมกับน้ำกามสีขาวขุ่นจนน่าสะพรึงกลัวแม่บัวที่นั่งมองเหตุการณ์ด้วยความพึงพอใจมาตลอด ถึงกับเบิกตากว้างจนแทบถลน ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด เสียงกรีดร้องหวีดหวานด้วยความตกใจสุดขีดดังระเบิดตามมาทันที“คุณพี่?!! คุณพี่!!”สองมือสั่นเทากุมปากมองภาพสามีที่ทรุดฮวบลงกุมหว่างขาที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือดสดๆแม่บุษค่อยๆ ลุกขึ้นเชื่องช้าน้ำหนักจากครรภ์แก่ใกล้คลอดทำให้การก้าวเดินแต่ละครั้งยากลำบาก ทว่าสงบนิ่ง มีเพียงรอยยิ้มเยือกเย็นที่ปรากฏบนใบหน้า คราบเลือดสีแดงฉานเปรอะเปื้อนรอบริมฝีปากและคางของเธออย่างน่ากลัว บ่าวไพร่ที่วิ่งกรูเข้ามาดูเหตุการณ์ต่างพากันผวาถอยหลังด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ไม่มีใครสักคนกล้าแม้แต่จะขยับเข้าไปใกล้หรือยื่นมือเข้าช่วยท่ามกลางความโกลาหลและเสียงครวญครางด้วยความเจ็บปวดเจียนตายของคุณหลวงเดชที่นอนดิ้นพล่านอยู่บนพื้นเรือน แม่บุษประคองครรภ์อุ้ยอ้ายของตนเดินฝ่าความมืดออกไปสู่ระเบียงริมน้ำ ลมยามค่ำคืนพัดโชยกลิ่นไอความชื้น
บรรยากาศในห้องโถงเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะเรื่องการตั้งชื่อเด็กน้อย แม่บุษช้อนสายตาขึ้นสบตากับคุณหลวงเดชผู้เป็นพี่เขย แววตาของหญิงสาวที่ตั้งครรภ์แก่ใกล้คลอดฉายแววความกระหายใคร่ที่อัดอั้นมานานแรมเดือนแม่บุษขยับตัวเข้าหาคุณหลวงเดชเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยปากขอร้องด้วยน้ำเสียงกระเส่าและเว้าวอน"พี่ท่าน... ตั้งแต่ท้องโตใกล้คลอด ตัวน้องรู้สึกวุ่นวายใจและมิได้คลายกำหนัดมานานแรมเดือน... ยิ่งเห็นหน้าท่าน ยิ่งเกิดความใคร่รัญจวนใจนัก น้องใคร่อยากใช้ปากปรนเปรอและดูดซับน้ำกามจากคุณพี่สักครั้งให้หายอยาก... เถิดนะเจ้าคะ"แม่บัวผู้เป็นภริยาเอกหาได้มีความริษยาหรือขัดเคืองไม่ ตรงกันข้าม เธอกลับแย้มยิ้มด้วยความเอ็นดูและตามใจน้องสาวทุกอย่าง เธอจึงพยักหน้ารับอย่างใจกว้าง"เอาสิแม่บุษ... อยากทำอันใดก็ตามใจเถิด ช่วงนี้เธอเหน็ดเหนื่อยกับการตั้งครรภ์มามากแล้ว พี่อนุญาต"แม่บัวขยับเข้ามาช่วยประคองร่างอวบอิ่มอุ้ยอ้ายของน้องสาวให้นอนเอนกายพิงหมอนใบใหญ่อย่างสบายตัว ก่อนที่แม่บัวจะหันไปพยักหน้าและส่งสัญญาณให้สามีคุณหลวงเดชขยับกายเข้าใกล้ปลดสายรัดและรูดผ้านุ่งลง เผยให้เห็นท่อนดุ้นใหญ่โตที่ตื่นตัวและตั้งชันขึ้น เขาโน้มตัว
“ยินดีด้วยนะขอรับคุณหลวง คุณบัว... เด็กในครรภ์สมบูรณ์แข็งแรงดีมาก อีกไม่กี่วัน... ทุกท่านจะได้ยลโฉมหน้าทายาทตัวน้อยคนนี้แล้วขอรับ” หมอมิชชันนารีเอ่ยเป็นภาษาไทยสำเนียงแปล่งๆสิ้นคำบอกเล่าของแพทย์หนุ่ม แม่บัวถึงกับแสดงอาการตื่นเต้นดีใจจนเนื้อตัวสั่นเทา รอยยิ้มกว้างปรากฏบนใบหน้าจนแทบหุบไม่ลง เธอหันไปสบตาคุณหลวงเดชผู้เป็นสามี ซึ่งในยามนี้ก็มีแววตาปีติยินดีไม่แพ้กัน ทั้งสองคนต่างพากันหัวเราะและโอบกอดกันด้วยความตื้นตันใจที่ความสำเร็จอยู่แค่เอื้อม“ได้ยินแล้วใช่ไหมคุณพี่... ลูกของเราใกล้จะลืมตาดูโลกแล้วเจ้าค่ะ!” แม่บัวเอ่ยกับสามีด้วยน้ำเสียงสั่นเครือด้วยความสุขสมเมื่อความหวังใกล้เป็นจริง บรรยากาศในเรือนใหญ่จึงเต็มไปด้วยความคึกคัก แม่บัวสั่งให้บ่าวไพร่จัดแจงตระเตรียมข้าวของเครื่องใช้สำหรับเด็กอ่อนไว้เพียบพร้อม ทั้งผ้าอ้อมเนื้อดี เปลไม้สักแกะสลักลวดลายวิจิตรบรรจง และเสื้อผ้าตัวจิ๋วที่สั่งตัดพิเศษจากต่างประเทศ ทุกค่ำคืน สามีภริยาต่างพากันนั่งล้อมวงพูดคุย วาดฝันถึงอนาคตอันรุ่งโรจน์ขณะที่กำลังช่วยกันเลือกผ้าอ้อมเนื้อนุ่ม คุณหลวงเดชก็ชะงักมือลง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองภริยาและนึกขึ้นได้“นี่แม่บัว..
ในที่สุด ความพยายามและหยาดเหงื่อแห่งการรอคอยก็สัมฤทธิ์ผล เมื่ออาการแพ้ท้องคลื่นไส้และรอบเดือนที่ขาดหายไปเป็นเครื่องยืนยันชัดเจนว่า แม่บุษตั้งครรภ์สำเร็จตามความตั้งใจข่าวการตั้งครรภ์นี้สร้างความปีติยินดีให้แก่แม่บัวยิ่งนัก เธอรีบก้าวเข้ามาจัดการทุกสิ่งทุกอย่าง ดูแลประคบประหงมแม่บุษประดุจดั่งว่าตนเองเป็นมารดาผู้ตั้งครรภ์เสียเอง ทั้งจัดหาอาหารบำรุงชั้นดี และคอยตระเตรียมทุกอย่างให้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง“กินเสียหน่อยเถิดแม่บุษ ลูกในท้องของพี่จะได้แข็งแรง... พี่ตั้งใจเลือกของบำรุงเหล่านี้มาให้โดยเฉพาะเชียวหนา” แม่บัวเอ่ยด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน ขณะตักยาบำรุงยื่นให้ด้วยมือตนเองแม่บุษรับถ้วยยามาถือไว้ เธอเงยหน้าขึ้นสบตาพี่สาวก่อนจะเอ่ยถามเรียบๆ “ขอบคุณคุณพี่ที่กรุณา... ว่าแต่เรื่องที่น้องจะขอหยุดเรียนในพระนครเล่า เรียบร้อยดีแล้วหรือยังเจ้าคะ?”“เรียบร้อยดีทุกประการ พี่จัดการอ้างกับทางเรือนเรียนและผู้คนรอบข้างให้หมดแล้ว ว่าเจ้าจำเป็นต้องเดินทางกลับไปเยี่ยมบ้านเกิดที่ต่างจังหวัดสักพักใหญ่เพื่อพักผ่อน... น้องไม่ต้องกังวลผู้ใดจะสงสัยหรอก”เมื่อครรภ์ในยามนี้ยังอ่อนและอยู่ในช่วงเวลาที่ต้องระมัดระวังเป็น
บทส่งท้ายนับจากนั้นเป็นต้นมา บรรยากาศภายในเรือนใหญ่ก็แปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความสัมพันธ์อันต้องห้ามระหว่างคุณหลวงเดชและแม่บุษหาได้ต้องหลบซ่อนอีกต่อไป หากแต่ดำเนินไปอย่างเปิดเผยท่ามกลางความยินยอมพร้อมใจทุกค่ำคืนในห้องนอนส่วนตัว แม่บัวผู้เป็นภริยาเอกหาได้มีความริษยาหรือขัดเคืองไม่ ตรงกันข้าม เธอกลับเป็นผู้กำกับดูแลทุกขั้นตอนอยู่ข้างเตียงอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจว่าแผนการสืบสายเลือดนี้จะดำเนินไปอย่างไม่มีข้อผิดพลาดพรวดด... พรวดด...“อ๊าาา!! ซี้ดด คุณพี่บัว น้ำ ค คุณพี่เขยแตกใส่ ห แล้วเจ้าค่ะ น้องรับไม่ไหวแล้ว”“ทนอีกนิด เพิ่งจะนำที่สามเท่านั้น อย่าเพิ่งขยับนะแม่บุษ”ดวงตาของแม่บัวจ้องมองลึงค์ของสามีและกลีบแคมน้องสาวที่ประกบชิดติดกัน กระตุกรัดหงึกๆ ขณะกำลังน้ำแตกพุ่ง โดยที่แม่บัวคอยเอ่ยปากสั่งการ“คุณพี่... ขยับเข้ามาให้ลึกกว่านี้เจ้าค่ะ... อย่าให้เสียหยดน้ำกามไปแม้แต่น้อย” แม่บัวเอ่ยกำกับด้วยความใส่ใจในทุกรายละเอียด “แม่บุษต้องตั้งท้องโดยเร็วที่สุด”ตามตำรากามโบราณที่ตกทอดกันมา แม่บัวบังคับให้คุณหลวงเดชเชื่อมต่อองคชาติร้อนระอุเข้ากับรูรักของแม่บุษในท่าทางนิ่งสนิท ลำเอ็นใหญ่อัดแน่
“ใช่! ฉันทำลงไปทั้งหมดก็เพื่อการนี้!”แม่บุษส่ายหน้าช้าๆ หยาดน้ำตาหยดแล้วหยดเล่าร่วงหล่นลงกระทบพื้น “ใจร้ายนัก... น้องเป็นน้องแท้ๆ ของคุณพี่ ไฉนเลยถึงทำลายอนาคตและศักดิ์ศรีของน้องได้ลงคอ!”แม่บัวแค่นหัวเราะทั้งน้ำตา “เธอไม่เข้าใจอะไรเลยแม่บุษ! ฉันเป็นพี่สาวคนโต เป็นลูกสาวของเจ้าคุณพ่อที่ใครๆ ต่างก็คาดหวัง... ฉันแต่งงานมาเป็นปีแต่ไร้ลูก พวกญาติๆ และคนนินทากำลังหัวเราะเยาะฉันลับหลัง! ฉันจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาดูถูกฉันเด็ดขาด! และเธอ... เป็นน้องสาว เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขเดียวกัน เธอก็ต้องช่วยฉัน!”“ไม่... น้องไม่ช่วย! น้องไม่มีวันยอมทำร้ายตัวเองอีกแล้ว!” แม่บุษแผดเสียงปฏิเสธลั่น น้ำเสียงสั่นเครือแต่เด็ดเดี่ยว“ถ้าเธอไม่ยอม... ก็ลองก้าวเท้าออกจากห้องนี้ดูสิแม่บุษ! ฉันจะประกาศให้คนทั้งพระนครได้รู้ว่าเธอแอบลอบเล่นชู้กับพี่เขยตนเองอย่างหน้าไม่อาย คราวนี้ล่ะ... เธอก็จะไม่มีวันได้ผุดได้เกิดอีกต่อไป จำคำฉันไว้!”คำขู่ทำให้แม่บุษชาวาบไปทั้งร่าง เธอรู้ดีว่าในสังคมศักดินานี้ ผู้หญิงอย่างเธอหากไร้ซึ่งเกียรติและถูกตราหน้าว่าเป็นหญิงชั่ว ชีวิตก็จะยิ่งกว่าตกนรกทั้งเป็น...เมื่อเห็นว่าใช้ไม้แข็งอย่างเดี







