เข้าสู่ระบบ“อีกนิดเดียว!! น้ำ ค จะแตกใส่ ห แล้ว”
“อ๊าๆ” กลีบสาวบีบรัดแท่งลึงค์แน่น กระตุกรัดเป็นจังหวะอย่างเสียวซ่าน กล้ามเนื้อมัดเล็กๆ ในรูเสียวตอดตุบตับ ทำให้ร่างแกร่งกำยำแหงนศีรษะผงะหงาย กล้ามเนื้อทุกมัดเครียดเกร็งถี่ร้อน
“จะแตกแล้ว!”
“อร๊างๆๆ... ตะ..แตกแล้ว น้ำ ห แตกอีกแล้ว”
พรวดด!! พรวดดด!!
เพียงสิ้นเสียงครางหวานๆ ร่างทั้งสองก็สั่นสะท้าน น้ำกามสีขาวขุ่นพุ่งอัดใส่รูตอดเด้งจนเยิ้มทะลัก เสียวซาบซ่านขึ้นสมองจนสีหน้าล่องลอยทั้งคู่
“อ๊ะ อา.. อูววว เสียวจังเลย”
“ซี้ดด อา.. แตกใส่ ห แม่บุษ ปี้มันส์จริงๆ”
แม่บุษหมดเรี่ยวแรง ได้แต่นอนฟุบหอบหายใจไม่ทันอยู่บนโซฟา มีคราบน้ำกามเปรอะเยิ้มออกมาจากรูสาว ร่างบอบบางกระตุกเสียว น้ำแตกซ้ำอย่างง่ายดาย
“อึ่กก.. อา..”
ร่างบึกบึนถอนลึงค์ออกช้าๆ กลีบแบะปลิ้นตามดังโบ๊ะและอ้าโบ๋ แท่งเอ็นลำใหญ่ชี้โด่ ตั้งตระหง่านเหมือนเสาวิหาร แม่บุษหอบกระเส่า ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าสิ่งนี้จะสอดใส่เข้าไปในรูเสียวเล็กๆ ของเธอได้
“คุณบัวน่าจะใกล้ตื่นแล้ว ไปนั่งทำการบ้านต่อซะ”
“เจ้าค่ะ”
ริมฝีปากบวมเจ่อสั่นระริก ดวงตากลมโตฉ่ำน้ำช้อนขึ้นมองผู้เป็นพี่เขยแวบหนึ่ง ก่อนจะฝืนพยักหน้ารับคำสั่งนั้นด้วยน้ำเสียงที่พยายามบังคับให้ราบเรียบที่สุด
เด็กสาวหยัดกายลุกขึ้น กลับไปนั่งยังโต๊ะทำงานตัวเดิม ท่ามกลางกองตำราเรียนและกระดาษจดบันทึก หัวใจยังคงเต้นระรัวและร่างกายยังคงหลงเหลือไออุ่นอันตราย ทว่าเมื่อเสียงฝีเท้าคุ้นเคยดังแว่วมาจากบันได แม่บุษจึงต้องรีบก้มหน้าลงจดปากกาลงบนกระดาษ ปิดบังความลับอันเร่าร้อนและบาปหนาไว้ภายใต้หน้ากากของกุลสตรีผู้เรียบร้อยอย่างแนบเนียนที่สุด
แม้กระทั่งตอนที่แม่บัวกำลังตั้งอกตั้งใจรีดเสื้อราชปะแตนให้สามีด้วยความใส่ใจ เธอฮัมเพลงเบาๆ อย่างอารมณ์ดี พลางตระเตรียมทาบผืนผ้าไหมเนื้อดีสีหวานที่ตั้งใจจะนำมาตัดเย็บเป็นเสื้อตัวใหม่ให้น้องสาวสุดที่รัก และเลือกผ้ามาเตรียมตัดเย็บผ้าอ้อม
ทว่า ในขณะที่แม่บัวกำลังง่วนอยู่กับการดูแลความเรียบร้อยของคนทั้งสองด้วยความรักและความไว้วางใจอย่างเต็มเปี่ยม... อีกมุมหนึ่งของตึกหลังใหญ่ กลับอบอวลไปด้วยไฟสวาทที่กำลังลุกโชนอย่างเงียบเชียบและเร่าร้อนเกินกว่าใครจะจินตนาการถึง
ภายในห้องลับตา บรรยากาศเต็มไปด้วยความระทึกใจและกลิ่นอายความผิดบาปที่ทวีความรุนแรงขึ้นทุกขณะ คุณหลวงเดชฉวยโอกาสยามที่ภรรยาคลาดสายตา ฉุดตัวแม่บุษเข้ามาแนบชิดติดผนังห้อง ปลายนิ้วร้อนรุกรานเข้าใต้ร่มผ้าอย่างชำนาญท่ามกลางความตื่นกลัวระคนความกระสันซ่านที่พุ่งสูงเสียดฟ้า
แม่บุษกัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือดเพื่อกลั้นเสียงคราง ร่างกายบอบบางสั่นสะท้านเร่าด้วยความเสียวซ่านที่โหมกระหน่ำในขณะที่พี่สาวผู้แสนดีกำลังนั่งพับผ้าและเตรียมตัดชุดให้อยู่ห่างไปเพียงไม่กี่ห้อง ความรู้สึกผิดที่กัดกินจิตใจกลับกลายเป็นยาปลุกเร้าชั้นดีที่ทำให้ลมหายใจกระเส่าของทั้งคู่ประสานกันอย่างแนบแน่น
“อึ่กก...”
“ใจเย็นๆ ช้าๆ ค่อยๆ กดน้ำหนักลงมา อา...”
“งื้ออ...” แม่บุษครางซาบซ่าน นั่งคร่อมอยู่เหนือแท่งลึงค์แสนน่าทึ่งนั่น มือแกร่งตะปบบั้นท้ายงอนงาม ค่อยๆ สอนให้เธอขึ้นเทียน จดจ่อหัวลึงค์เข้าไปได้
สวบบบ...
สวบบบ...
“อ๊าๆๆ”
“หัวดุ้นเข้าไปแล้ว ก็ง่ายแล้วล่ะ เอาล่ะ กดลงมาเลย ช้าๆ นะแม่บุษ เก่งมาก ห อร่อยจริงๆ”
กลีบเสียวค่อยๆ แบะปลิ้นตามขนาดลึงค์ กระทั่งสอดลึกเข้าไปมิดด้ามได้สำเร็จ แม่บุษถึงกับตาเหลือก หัวสมองขาวโพลน น้ำแตกกระฉูด
“ฮ่าๆ น่ารักอะไรอย่างนี้ เอ้า โยกเอวหน่อย อย่าขี้เกียจ”
“อร๊างๆๆ สุดยอดไปเลยเจ้าค่ะ”
ร่างบอบบางขย่มเอว โยกเอวเหมือนกำลังควบม้า ทั้งๆ ที่รู้ว่ามันไม่ควร แต่เอวมันโยกไปเองไม่หยุด
ตับๆๆๆๆๆ
“แฮ่กก... แฮ่กก...”
“เหนื่อยแล้วหรือ งั้นตาฉัน”
เขาตรึงสองขาของเธอไว้แล้วกระแทกสวน ดังป้าบๆๆๆๆๆ แม่บุษจำไม่ได้ว่าตนเองน้ำแตกไปกี่ครั้ง รู้แค่ว่าน้ำกามร้อนๆ ที่พุ่งกระฉูดในรูเสียวช่างแสนวิเศษ และเธอก็อยากได้อีก เมื่อทุกอย่างสิ้นสุด คุณหลวงยังคงแนบกายอยู่กับเธอ ซุกใบหน้าลงบนไหล่เปลือย ท่อนลึงค์ลำเขื่องกระตุกหงึกๆ คารูเสียวฉ่ำแฉะ
“ห ตอดแน่นดีจริงๆ น้ำ ห ออกมาแฉะดีสุดๆ ปี้เท่าไหร่ก็ไม่พอ”
ปลายนิ้วแตะเรียวปากเธอแผ่วเบา เสียงเขาขาดท่อนต่ำและแผ่วในลำคอ ก่อนจะลุกขึ้น สวมผ้าอย่างเชื่องช้า
“จนกว่าแม่บัวจะคลอด... แม่บุษจะต้องคอยรีดน้ำกามฉัน เตรียมตัวรับมือให้ดีก็แล้วกัน...”
“เจ้าค่ะ” เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับผู้เป็นพี่เขยด้วยแววตาสั่นระริก ก่อนจะค่อยๆ พยักหน้ารับคำสั่งนั้นแต่โดยดี
“อ๊ากกกกกกกกกกกกก!!”องคชาติที่เขาภาคภูมิใจในสมรรถภาพและเป็นเครื่องมือชำเรากาม บัดนี้ขาดสะบั้นออกจากพวง แม่บุษถ่มทิ้ง ร่วงหล่นลงสู่พื้นไม้ เปรอะเปื้อนคราบเลือดสีแดงฉานผสมกับน้ำกามสีขาวขุ่นจนน่าสะพรึงกลัวแม่บัวที่นั่งมองเหตุการณ์ด้วยความพึงพอใจมาตลอด ถึงกับเบิกตากว้างจนแทบถลน ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด เสียงกรีดร้องหวีดหวานด้วยความตกใจสุดขีดดังระเบิดตามมาทันที“คุณพี่?!! คุณพี่!!”สองมือสั่นเทากุมปากมองภาพสามีที่ทรุดฮวบลงกุมหว่างขาที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือดสดๆแม่บุษค่อยๆ ลุกขึ้นเชื่องช้าน้ำหนักจากครรภ์แก่ใกล้คลอดทำให้การก้าวเดินแต่ละครั้งยากลำบาก ทว่าสงบนิ่ง มีเพียงรอยยิ้มเยือกเย็นที่ปรากฏบนใบหน้า คราบเลือดสีแดงฉานเปรอะเปื้อนรอบริมฝีปากและคางของเธออย่างน่ากลัว บ่าวไพร่ที่วิ่งกรูเข้ามาดูเหตุการณ์ต่างพากันผวาถอยหลังด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ไม่มีใครสักคนกล้าแม้แต่จะขยับเข้าไปใกล้หรือยื่นมือเข้าช่วยท่ามกลางความโกลาหลและเสียงครวญครางด้วยความเจ็บปวดเจียนตายของคุณหลวงเดชที่นอนดิ้นพล่านอยู่บนพื้นเรือน แม่บุษประคองครรภ์อุ้ยอ้ายของตนเดินฝ่าความมืดออกไปสู่ระเบียงริมน้ำ ลมยามค่ำคืนพัดโชยกลิ่นไอความชื้น
บรรยากาศในห้องโถงเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะเรื่องการตั้งชื่อเด็กน้อย แม่บุษช้อนสายตาขึ้นสบตากับคุณหลวงเดชผู้เป็นพี่เขย แววตาของหญิงสาวที่ตั้งครรภ์แก่ใกล้คลอดฉายแววความกระหายใคร่ที่อัดอั้นมานานแรมเดือนแม่บุษขยับตัวเข้าหาคุณหลวงเดชเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยปากขอร้องด้วยน้ำเสียงกระเส่าและเว้าวอน"พี่ท่าน... ตั้งแต่ท้องโตใกล้คลอด ตัวน้องรู้สึกวุ่นวายใจและมิได้คลายกำหนัดมานานแรมเดือน... ยิ่งเห็นหน้าท่าน ยิ่งเกิดความใคร่รัญจวนใจนัก น้องใคร่อยากใช้ปากปรนเปรอและดูดซับน้ำกามจากคุณพี่สักครั้งให้หายอยาก... เถิดนะเจ้าคะ"แม่บัวผู้เป็นภริยาเอกหาได้มีความริษยาหรือขัดเคืองไม่ ตรงกันข้าม เธอกลับแย้มยิ้มด้วยความเอ็นดูและตามใจน้องสาวทุกอย่าง เธอจึงพยักหน้ารับอย่างใจกว้าง"เอาสิแม่บุษ... อยากทำอันใดก็ตามใจเถิด ช่วงนี้เธอเหน็ดเหนื่อยกับการตั้งครรภ์มามากแล้ว พี่อนุญาต"แม่บัวขยับเข้ามาช่วยประคองร่างอวบอิ่มอุ้ยอ้ายของน้องสาวให้นอนเอนกายพิงหมอนใบใหญ่อย่างสบายตัว ก่อนที่แม่บัวจะหันไปพยักหน้าและส่งสัญญาณให้สามีคุณหลวงเดชขยับกายเข้าใกล้ปลดสายรัดและรูดผ้านุ่งลง เผยให้เห็นท่อนดุ้นใหญ่โตที่ตื่นตัวและตั้งชันขึ้น เขาโน้มตัว
“ยินดีด้วยนะขอรับคุณหลวง คุณบัว... เด็กในครรภ์สมบูรณ์แข็งแรงดีมาก อีกไม่กี่วัน... ทุกท่านจะได้ยลโฉมหน้าทายาทตัวน้อยคนนี้แล้วขอรับ” หมอมิชชันนารีเอ่ยเป็นภาษาไทยสำเนียงแปล่งๆสิ้นคำบอกเล่าของแพทย์หนุ่ม แม่บัวถึงกับแสดงอาการตื่นเต้นดีใจจนเนื้อตัวสั่นเทา รอยยิ้มกว้างปรากฏบนใบหน้าจนแทบหุบไม่ลง เธอหันไปสบตาคุณหลวงเดชผู้เป็นสามี ซึ่งในยามนี้ก็มีแววตาปีติยินดีไม่แพ้กัน ทั้งสองคนต่างพากันหัวเราะและโอบกอดกันด้วยความตื้นตันใจที่ความสำเร็จอยู่แค่เอื้อม“ได้ยินแล้วใช่ไหมคุณพี่... ลูกของเราใกล้จะลืมตาดูโลกแล้วเจ้าค่ะ!” แม่บัวเอ่ยกับสามีด้วยน้ำเสียงสั่นเครือด้วยความสุขสมเมื่อความหวังใกล้เป็นจริง บรรยากาศในเรือนใหญ่จึงเต็มไปด้วยความคึกคัก แม่บัวสั่งให้บ่าวไพร่จัดแจงตระเตรียมข้าวของเครื่องใช้สำหรับเด็กอ่อนไว้เพียบพร้อม ทั้งผ้าอ้อมเนื้อดี เปลไม้สักแกะสลักลวดลายวิจิตรบรรจง และเสื้อผ้าตัวจิ๋วที่สั่งตัดพิเศษจากต่างประเทศ ทุกค่ำคืน สามีภริยาต่างพากันนั่งล้อมวงพูดคุย วาดฝันถึงอนาคตอันรุ่งโรจน์ขณะที่กำลังช่วยกันเลือกผ้าอ้อมเนื้อนุ่ม คุณหลวงเดชก็ชะงักมือลง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองภริยาและนึกขึ้นได้“นี่แม่บัว..
ในที่สุด ความพยายามและหยาดเหงื่อแห่งการรอคอยก็สัมฤทธิ์ผล เมื่ออาการแพ้ท้องคลื่นไส้และรอบเดือนที่ขาดหายไปเป็นเครื่องยืนยันชัดเจนว่า แม่บุษตั้งครรภ์สำเร็จตามความตั้งใจข่าวการตั้งครรภ์นี้สร้างความปีติยินดีให้แก่แม่บัวยิ่งนัก เธอรีบก้าวเข้ามาจัดการทุกสิ่งทุกอย่าง ดูแลประคบประหงมแม่บุษประดุจดั่งว่าตนเองเป็นมารดาผู้ตั้งครรภ์เสียเอง ทั้งจัดหาอาหารบำรุงชั้นดี และคอยตระเตรียมทุกอย่างให้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง“กินเสียหน่อยเถิดแม่บุษ ลูกในท้องของพี่จะได้แข็งแรง... พี่ตั้งใจเลือกของบำรุงเหล่านี้มาให้โดยเฉพาะเชียวหนา” แม่บัวเอ่ยด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน ขณะตักยาบำรุงยื่นให้ด้วยมือตนเองแม่บุษรับถ้วยยามาถือไว้ เธอเงยหน้าขึ้นสบตาพี่สาวก่อนจะเอ่ยถามเรียบๆ “ขอบคุณคุณพี่ที่กรุณา... ว่าแต่เรื่องที่น้องจะขอหยุดเรียนในพระนครเล่า เรียบร้อยดีแล้วหรือยังเจ้าคะ?”“เรียบร้อยดีทุกประการ พี่จัดการอ้างกับทางเรือนเรียนและผู้คนรอบข้างให้หมดแล้ว ว่าเจ้าจำเป็นต้องเดินทางกลับไปเยี่ยมบ้านเกิดที่ต่างจังหวัดสักพักใหญ่เพื่อพักผ่อน... น้องไม่ต้องกังวลผู้ใดจะสงสัยหรอก”เมื่อครรภ์ในยามนี้ยังอ่อนและอยู่ในช่วงเวลาที่ต้องระมัดระวังเป็น
บทส่งท้ายนับจากนั้นเป็นต้นมา บรรยากาศภายในเรือนใหญ่ก็แปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความสัมพันธ์อันต้องห้ามระหว่างคุณหลวงเดชและแม่บุษหาได้ต้องหลบซ่อนอีกต่อไป หากแต่ดำเนินไปอย่างเปิดเผยท่ามกลางความยินยอมพร้อมใจทุกค่ำคืนในห้องนอนส่วนตัว แม่บัวผู้เป็นภริยาเอกหาได้มีความริษยาหรือขัดเคืองไม่ ตรงกันข้าม เธอกลับเป็นผู้กำกับดูแลทุกขั้นตอนอยู่ข้างเตียงอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจว่าแผนการสืบสายเลือดนี้จะดำเนินไปอย่างไม่มีข้อผิดพลาดพรวดด... พรวดด...“อ๊าาา!! ซี้ดด คุณพี่บัว น้ำ ค คุณพี่เขยแตกใส่ ห แล้วเจ้าค่ะ น้องรับไม่ไหวแล้ว”“ทนอีกนิด เพิ่งจะนำที่สามเท่านั้น อย่าเพิ่งขยับนะแม่บุษ”ดวงตาของแม่บัวจ้องมองลึงค์ของสามีและกลีบแคมน้องสาวที่ประกบชิดติดกัน กระตุกรัดหงึกๆ ขณะกำลังน้ำแตกพุ่ง โดยที่แม่บัวคอยเอ่ยปากสั่งการ“คุณพี่... ขยับเข้ามาให้ลึกกว่านี้เจ้าค่ะ... อย่าให้เสียหยดน้ำกามไปแม้แต่น้อย” แม่บัวเอ่ยกำกับด้วยความใส่ใจในทุกรายละเอียด “แม่บุษต้องตั้งท้องโดยเร็วที่สุด”ตามตำรากามโบราณที่ตกทอดกันมา แม่บัวบังคับให้คุณหลวงเดชเชื่อมต่อองคชาติร้อนระอุเข้ากับรูรักของแม่บุษในท่าทางนิ่งสนิท ลำเอ็นใหญ่อัดแน่
“ใช่! ฉันทำลงไปทั้งหมดก็เพื่อการนี้!”แม่บุษส่ายหน้าช้าๆ หยาดน้ำตาหยดแล้วหยดเล่าร่วงหล่นลงกระทบพื้น “ใจร้ายนัก... น้องเป็นน้องแท้ๆ ของคุณพี่ ไฉนเลยถึงทำลายอนาคตและศักดิ์ศรีของน้องได้ลงคอ!”แม่บัวแค่นหัวเราะทั้งน้ำตา “เธอไม่เข้าใจอะไรเลยแม่บุษ! ฉันเป็นพี่สาวคนโต เป็นลูกสาวของเจ้าคุณพ่อที่ใครๆ ต่างก็คาดหวัง... ฉันแต่งงานมาเป็นปีแต่ไร้ลูก พวกญาติๆ และคนนินทากำลังหัวเราะเยาะฉันลับหลัง! ฉันจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาดูถูกฉันเด็ดขาด! และเธอ... เป็นน้องสาว เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขเดียวกัน เธอก็ต้องช่วยฉัน!”“ไม่... น้องไม่ช่วย! น้องไม่มีวันยอมทำร้ายตัวเองอีกแล้ว!” แม่บุษแผดเสียงปฏิเสธลั่น น้ำเสียงสั่นเครือแต่เด็ดเดี่ยว“ถ้าเธอไม่ยอม... ก็ลองก้าวเท้าออกจากห้องนี้ดูสิแม่บุษ! ฉันจะประกาศให้คนทั้งพระนครได้รู้ว่าเธอแอบลอบเล่นชู้กับพี่เขยตนเองอย่างหน้าไม่อาย คราวนี้ล่ะ... เธอก็จะไม่มีวันได้ผุดได้เกิดอีกต่อไป จำคำฉันไว้!”คำขู่ทำให้แม่บุษชาวาบไปทั้งร่าง เธอรู้ดีว่าในสังคมศักดินานี้ ผู้หญิงอย่างเธอหากไร้ซึ่งเกียรติและถูกตราหน้าว่าเป็นหญิงชั่ว ชีวิตก็จะยิ่งกว่าตกนรกทั้งเป็น...เมื่อเห็นว่าใช้ไม้แข็งอย่างเดี







