เข้าสู่ระบบ“พี่ปริ๊นสวยมากกกกกก ให้ตายเถอะ คนอะไรสวยขนาดนี้เนี่ย”
เสียงของเด็กสาววัยสิบสี่ที่ดังขึ้นมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ทำให้สองเท้าของริณชะงักไปครู่หนึ่ง เธอหยุดนิ่งเพื่อหาต้นเสียง จึงได้รู้ว่าเป็นเสียงของ แยม หลานสาวของป้าผิน ป้าแม่ครัวประจำโฮมสเตย์
แยมอาศัยอยู่กับป้าผินมาตั้งแต่ที่โฮมสเตย์ของริณเปิดทำการ เธอกับป้าเป็นคนท้องถิ่นที่มาขอทำงานที่นี่ ป้าผินมีฝีมือในการทำอาหารพื้นถิ่นที่ขึ้นชื่อ เสน่ห์ปลายจวักมัดใจลูกค้าที่มาพักได้ทุกราย ส่วนแยมก็มีความสดใสเป็นอาวุธประจำกาย บางครั้งเธอยังทำหน้าที่เป็นไกด์ท้องถิ่นนำเที่ยวได้อีกด้วย หากลูกค้าท่านไหนต้องการ ทำให้ริณเอ็นดูป้าหลานคู่นี้มาก จึงให้ที่พักอาศัยที่โฮมสเตย์และทั้งสามคนก็สนิทกันมาก
“อู้งานเหรอแยม!!”
ริณเดินเงียบเชียบเข้าไปด้านหลัง เมื่อเสียงของเธอดังขึ้น ทำเอาแยมสะดุ้งโหยงจนเกือบตกเปลที่แขวนผูกไว้กับต้นไม้ใหญ่สองต้น
“โอ๊ยพี่ริณ!! มาไม่ให้สุ้มให้เสียงเลยนะคะ ถ้าแยมหัวใจวายจะทำไงเนี่ย”
ณริณทิพย์ในชุดเสื้อยืดและกางเกงขาสามส่วนคลี่ยิ้มมุมปากเบา ๆ แล้วก้มลงหยิบมือถือของแยมที่เผลอปล่อยหลุดจากมือร่วงลงพื้นขึ้นมาให้
“คนเราไม่ได้หัวใจวายกันง่าย ๆ นะแยม เอานี่ มือถือ”
ขณะส่งมือถือคืนเจ้าของ ริณก็เหลือบไปมองหน้าจอมือถือของแยมที่เปิดค้างไว้ ภาพในหน้าจอทำเอาสายตาของริณไม่สามารถละไปไหนได้เลย
ไม่รู้ว่านานแค่ไหนที่เธอเอาแต่จ้องภาพของหญิงสาวในหน้าจอเนิ่นนาน...นานจนแยมต้องเรียกสติกลับมา
“พี่ริณ พี่ริณ พี่ริณคะ!!”
“อ้อ จ้ะ ๆ ว่าไง”
ริณรีบละสายตาไปทางอื่นเมื่อรู้ตัวว่าเผลอจ้องมองหญิงสาวในมือถือนานเกินไป ทว่าท่าทีของเธอไม่ได้รอดพ้นสายตาของแยม หนำซ้ำเด็กสาวยังยิ้มกว้างมากกว่าเดิม
“ฮันแน่ ๆ ชอบล่ะสิ เอาไปดูให้เต็มตาสิพี่ริณ”
แยมหันหน้าจอมือถือมาอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้ณริณทิพย์กลับเบี่ยงสายตาไปทางอื่น
“แยมดูเถอะ พี่ไม่รู้จักดารา จะชอบได้ไง”
ริณปฏิเสธไปทั้งอย่างนั้น ถึงแม้หัวใจของเธอจะสั่นไหวอยู่เล็กน้อยกับภาพที่เห็นเมื่อครู่
ภาพของผู้หญิงผิวขาว ผมสีน้ำตาลดัดลอน ใส่ชุดเดรสสายเดี่ยวกำลังส่งยิ้มให้กล้องและกองทัพนักข่าวที่กำลังสัมภาษณ์เธอทำเอาติดตาณริณทิพย์ไม่น้อย
รอยยิ้มนั้น...ดูสดใสดีจังเลย
ริณสาวเท้าหนีออกมาจากจุดนั้นโดยไม่หันกลับไปมองเสียงล้อเลียนของแยมที่ดังไล่หลัง เธอเลือกเดินลัดเลาะไปตามทางเดินหินศิลาแลงที่ทอดยาวผ่านซุ้มเฟื่องฟ้าสีสดใสเพื่อไปตรวจเช็กความเรียบร้อยของห้องพักทั้งสี่ห้องก่อนที่ลูกค้าที่จองไว้จะเดินทางมาถึงในช่วงบ่ายวันเสาร์
บรรยากาศของ 48 Hour Escape ในเวลานี้เงียบสงบจนได้ยินเสียงใบไม้ไหวตามแรงลม ต้นจามจุรีใหญ่ยังคงแผ่กิ่งก้านเป็นร่มเงาให้แก่บ้านพักไม้สักที่ริณออกแบบให้กลมกลืนกับธรรมชาติมากที่สุด
ห้องพักแต่ละห้องถูกจัดวางอย่างเป็นส่วนตัวห่างกันพอสมควร มีระเบียงกว้างยื่นออกไปรับลมภูเขา กลิ่นอายของไม้เก่าหอมอ่อน ๆ ผสมกับกลิ่นฝนที่ยังคงตกค้างบนยอดหญ้าสร้างความรู้สึกผ่อนคลายให้แก่ผู้มาเยือนเสมอ
ริณเดินเข้าไปตรวจสอบห้องพักหมายเลขหนึ่ง เธอขยับปลอกหมอนให้ตึงเป๊ะ จัดวางแจกันดอกไม้ป่าที่เก็บมาสด ๆ ไว้บนโต๊ะข้างหัวเตียงอย่างประณีต ทุกอย่างต้องสมบูรณ์แบบ เพราะสำหรับเธอ โฮมสเตย์แห่งนี้ไม่ใช่แค่ธุรกิจ แต่มันคือการพิสูจน์คุณค่าของความใส่ใจที่เธอไม่มีโอกาสได้ทำอย่างเต็มที่ในโลกของโรงแรมห้าดาว
แต่ถึงแม้มือจะหยิบจับสิ่งของไปตามสัญชาตญาณ แต่ในหัวกลับมีภาพหนึ่งซ้อนทับขึ้นมาตลอดเวลา
ใบหน้าขาวนวลราวกับแสงจันทร์ และรอยยิ้มที่ดูเหมือนจะสว่างไสวเสียจนแสงไฟจากกล้องนักข่าวดูมัวหมองไปเลย...รอยยิ้มนั้นมันติดอยู่ในหัวของริณในแบบที่ไม่สามารถสลัดออกไปได้เลย
“ก็แค่ดาราคนหนึ่ง...อย่าสนใจเลย”
ริณพึมพำกับตัวเองเบา ๆ แต่พอนึกถึงสายตาของผู้หญิงในรูปที่ดูเหมือนกำลังอ้อนวอนขอพื้นที่หายใจท่ามกลางฝูงชน ริณก็เผลอถอนหายใจออกมาโดยไม่รู้ตัว เธอรีบสลัดความคิดทิ้งแล้วเดินไปยังห้องถัดไป พยายามจดจ่ออยู่กับฝุ่นละอองเล็ก ๆ บนขอบหน้าต่างเพื่อให้ใจกลับมานิ่งสงบเหมือนเดิม
จนกระทั่งแสงอาทิตย์เริ่มทอแสงสีส้มอมม่วงฉาบไปทั่วขุนเขาจังหวัดน่าน บรรยากาศยามเย็นที่นี่หนาวเย็นลงอย่างรวดเร็ว ริณเปลี่ยนจากงานตรวจเช็กห้องพักมาสู่กิจวัตรสุดท้ายของวัน นั่นคือการเข้าครัวไปช่วยป้าผินเตรียมมื้อเย็น
กลิ่นหอมของแกงแคและพริกแกงที่ป้าผินกำลังโขลกดังโป๊ก ๆ อยู่ในครัวไม้หลังใหญ่ทำให้ริณรู้สึกอุ่นใจเสมอ แยมกำลังนั่งอยู่บนม้านั่งไม้เตี้ย ๆ ข้างกะละมังน้ำใบโต มีผักกาดขาวและกวางตุ้งกองพะเนินรอการชำระล้าง ริณเดินเข้าไปคว้าผ้ากันเปื้อนมาสวมแล้วนั่งลงข้าง ๆ แยมโดยไม่พูดอะไร
“คิดว่าวันนี้พี่ริณจะไม่มาช่วยซะแล้ว แยมล้างผักจนมือเปื่อยหมดแล้วเนี่ย”
เด็กสาวแสร้งบ่นพึมพำแต่ใบหน้ายังเปื้อนยิ้ม
“รีบทำงานเถอะ แขกจะมาแล้ว บ่นเก่งจริง ๆ”
ริณเอ่ยดุไม่จริงจังนัก มือเรียวสวยเริ่มหยิบผักมาเด็ดทีละใบอย่างแคล่วคล่อง
ความเงียบปกคลุมอยู่ครู่หนึ่ง มีเพียงเสียงน้ำไหลและเสียงตะหลิวกระทบกระทะของป้าผิน ริณเม้มริมฝีปากแน่นเหมือนกำลังชั่งใจอะไรบางอย่าง เธอชำเลืองมองแยมที่กำลังฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะกระแอมออกมาเบา ๆ หนึ่งที
“แยม...”
“คะ?” แยมหันมามองอย่างสงสัย
“ที่แยมดูเมื่อกลางวันน่ะ...” ริณเว้นจังหวะ พลางก้มหน้าก้มตาล้างผักกาดขาวใบนั้นอย่างตั้งอกตั้งใจราวกับมันเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิต “ผู้หญิงในรูปคนนั้น เค้า เอ่อ...เป็นใครเหรอ”
แยมชะงักไปสามวินาที ก่อนจะเบิกตากว้างแล้วขยับเข้าไปใกล้ริณจนไหล่แทบเกยกัน แววตาของเด็กสาวเป็นประกายระยิบระยับเหมือนเจอเรื่องสนุกที่สุดในรอบปี
“โถ่พี่ริณ แยมก็คิดว่าพี่จะไม่ถามซะแล้ว สวยใช่มั้ยล๊า แยมนะ เป็นแฟนคลับตัวยงพี่เค้าเลย เธอชื่อ พี่ปริ๊นค่ะ ปริ๊นที่มาจากปริ๊นเซส ที่แปลว่าเจ้าหญิงค่ะ”
เพียงได้ยินคำว่า ปริ๊น หัวใจของณริณทิพย์ก็วูบไหวอีกครั้ง แต่เสียงในหัวอีกด้านก็ดังขึ้นมาว่า โลกไม่ได้กลมขนาดนั้น คนเราชื่อซ้ำกันก็คงไม่แปลก
“ตอนนี้พี่ปริ๊นดังมาก ๆ เลยค่ะ เธอเป็นนางเอกเบอร์ต้นของประเทศไทยตอนนี้เลยนะคะ! ใครไม่รู้จักพี่ปริ๊นคือเชยสะบัดเลยล่ะ”
ริณฟังด้วยท่าทีสงบนิ่ง ดูเหมือนไม่ได้สนใจการบอกเล่าด้วยท่าทีตื่นเต้นของแยมเลยแม้แต่น้อย
“เหรอ...ก็ น่ารักดี”
“แค่น่ารักเหรอคะ? นั่นน่ะนางฟ้าเดินดินชัด ๆ!” แยมเริ่มเปิดโหมดป้ายยาเต็มสูบ
“พี่ปริ๊นเป็นคนเก่งมากนะคะ เล่นละครเรื่องไหนก็เรตติ้งถล่มทลาย เธอสวยแบบไม่ต้องพยายามเลยค่ะ ผิวขาวออร่าแบบที่พี่เห็นในจอนั่นแหละ แล้วนิสัยก็น่ารักมาก เป็นกันเองกับแฟนคลับสุด ๆ แต่ช่วงนี้...”
แยมลดเสียงลงจนเกือบกระซิบ
“พี่ปริ๊นโดนข่าวหนักมากค่ะ ทั้งเรื่องโดนโยงไปเป็นมือที่สาม ซึ่งไม่จริงเลยสักนิด แล้วก็โดนผู้จัดการคนเก่าโกงเงินอีก แยมล่ะสงสารพี่ปริ๊นมาก ในทีวีดูยิ้มเก่งแบบนั้น แต่แยมว่าข้างในเธอคงเหนื่อยน่าดูเลยค่ะ”
ริณหยุดมือที่กำลังล้างผัก หัวใจกระตุกวูบเมื่อได้ยินคำว่าเหนื่อย...คำเดียวกับที่เธอเคยใช้บอกพ่อก่อนจะตัดสินใจมาเปิดโฮมสเตย์ที่นี่
“อ่า ก็น่าเห็นใจนะ” ริณกลับไปสนใจเรื่องการล้างผักต่อ
“น่าเห็นใจมากเลยค่ะ แยมนะ ได้แต่ภาวนาให้พี่ปริ๊นเจอคนดี ๆ จะได้มีคนมาดูแล เคยดูในไอจีของพี่เค้า ทั้งขับรถไปทำงานเอง ทำกับข้าวไปกินที่กอง ผู้หญิงอะไรดูแลตัวเองเก่งเป็นบ้า คงมีมาตรฐานในการเลือกแฟนสูงแน่ ๆ ค่ะ”
ริณหัวเราะเบา ๆ เมื่อเด็กสาวอย่างแยมเอ่ยถึงกิจวัตรประจำวันของศิลปินที่ชอบได้เป็นฉาก ๆ
“รู้เรื่องเค้าขนาดนั้นเลยเหรอแยม”
“เอ้า ก็แยมติดตามเค้าทุกช่องทางนี่คะ ทำไมแยมจะไม่รู้ล่ะ อีกอย่างพี่ปริ๊นก็ชอบมาไลฟ์คุยกับแฟนคลับด้วย พี่เค้าน่ารักมากจริง ๆ”
แยมเงียบไปครู่หนึ่งพร้อมกับละมือที่กำลังล้างผัก เธอเช็ดมือกับผ้าเช็ดมือที่วางอยู่ข้าง ๆ แล้วหยิบมือถือออกมาจากกระเป๋ากางเกง จิ้ม ๆ หน้าจอไม่กี่ครั้งก็ยื่นหน้าจอไปทางริณ
“นี่ค่ะ ช่องทางติดตามพี่ปริ๊น”
ริณเหลือบสายตามามองเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยจดจ่ออยู่แค่ภาพโปรไฟล์ของหญิงสาวที่เห็นเพียงใบหน้าคมคายเด่นชัด
ไม่ว่าจะภาพยิ้มหรือไม่ยิ้ม ผู้หญิงคนนี้ก็ยังดูมีเสน่ห์ในทุกมิติ สมแล้วที่มาทำอาชีพนักแสดง
“อย่าลืมไปฟอลนะพี่ริณ”
แยมเอ่ยพร้อมกับเก็บมือถือกลับคืนเพียงเสี้ยววินาที แต่ในวินาทีสั้น ๆ นั่นแหละที่ณริณทิพย์จดจำชื่อแอคเคาน์ของคนในจอไว้ได้อย่างแม่นยำ
“พี่ไม่ได้ชอบดารา จะไปฟอลทำไมล่ะ”
ริณส่ายหัวน้อย ๆ ก่อนจะก้มลงล้างผักต่ออย่างเงียบ ๆ ในใจเริ่มสับสนระหว่างความรักสงบที่เธออุตส่าห์สร้างมา กับความรู้สึกบางอย่างที่หาคำตอบไม่ได้...
ค่ำคืนนั้น ริณเข้านอนเร็วกว่าปกติ แต่เธอกลับนอนไม่หลับ ชื่อของคนในหน้าจอยังคงวนเวียนอยู่ข้างหู คล้ายกับทำนองเพลงที่สลัดไม่พ้น
ปริ๊น...ปริ๊นเซส ที่หมายถึงเจ้าหญิงงั้นเหรอ
คนอะไรชื่อเจ้าหญิง
สวยเหมือนเจ้าหญิง
หรือนิสัยเหมือนเจ้าหญิง
หรือเป็นเจ้าหญิงจริง ๆ กันนะ...
ริณก้าวลงไปในอ่างอาบน้ำอย่างช้าๆ แรงกระเพื่อมของน้ำทำเอาหัวใจของปริ๊นสั่นไหวไปตามจังหวะการเคลื่อนไหวของคนพี่ ริณขยับเข้าหาจนแผ่นหลังของปริ๊นแนบชิดกับขอบอ่างที่เย็นเฉียบ สวนทางกับความร้อนรุ่มจากร่างกายของคนตรงหน้าที่กำลังคืบคลานเข้ามา“ใส่ไว้แบบนี้...มันจะอาบสะอาดได้ยังไงคะ”น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่ามัวอยู่ข้างใบหู พร้อมกับฝ่ามืออุ่นที่ลูบไล้ผ่านผิวกายใต้น้ำขึ้นมาอย่างเชื่องช้า ริณไม่ได้รีบร้อน แต่ทุกสัมผัสนั้นกลับหนักแน่นและตั้งใจปลายนิ้วเรียวเกี่ยวรั้งสายบราลูกไม้ที่เปียกชุ่มให้เลื่อนหลุดออกจากลาดไหล่เนียนทีละข้าง สายตาของเธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของปริ๊น ราวกับจะบอกว่าต่อจากนี้ กระต่ายน้อยตัวนี้ไม่มีทางหนีเสือตัวนี้พ้นแล้วริณเอื้อมมือไปสัมผัสกับแผ่นหลังขาวเนียนของปริ๊นอย่างแผ่วเบา เธอบรรจงปลดตะขอชิ้นบนออกอย่างชำนาญ ก่อนจะทิ้งมันลงข้างอ่างอย่างไม่ไยดีทันทีที่ร่างกายเป็นอิสระ ความเย็นของอากาศและสัมผัสจากฝ่ามือของริณที่กอบกุมความอ่อนนุ่มทั้งสองข้างเอาไว้ทำให้ปริ๊นเผลอแอ่นอกเข้าหาตามสัญชาตญาณ“อื้อ... พี่ริณคะ”ปริ๊นครางชื่ออีกฝ่ายเสียงแผ่ว พยายามจะยกมือขึ้นปกปิดความกระดากอายที่จู่ๆ ก็พลุ่งพ
เมื่อรถกระบะสี่ประตูเลี้ยวเข้ามาจอดบริเวณที่จอดรถวีไอพีของโรงแรมเรียบร้อยแล้ว ปริ๊นก็รีบคว้ากระเป๋าถือคู่ใจอย่างรวดเร็วจนริณหันมอง ไม่ทันได้ถามอะไรคุณนางเอกก็รีบเปิดประตูรถลงไปราวกับมีเรื่องสำคัญบางอย่างแต่แล้วในวินาทีที่กำลังก้าวลงจากรถ รองเท้าส้นสูงของเธอก็เกิดไม่รักดี จากที่ปกติดูจะคุ้นเคยกันทุกวัน กลายเป็นว่าวินาทีนี้มันทำให้เธอข้อเท้าพลิกอย่างไม่ทันตั้งตัว จนร่างเล็กทิ้งตัวลงกับพื้นทันที“ปริ๊น!”ริณที่เห็นเหตุการณ์ตะโกนด้วยความตกใจ เธอรีบเปิดประตูรถลงมาแล้ววิ่งมาประคองร่างของแฟนสาวอย่างรวดเร็ว“ค่อย ๆ ลุกนะ เจ็บตรงไหนบ้าง เจ็บมากมั้ย”ใบหน้าของริณซีดเผือด หัวใจชาวูบไปทั้งดวง ไม่ว่าจะเป็นการเจ็บปวดแบบไหน เล็กน้อยหรือมาก เธอก็ไม่อยากให้ผู้หญิงคนนี้ได้รับแม้แต่ปลายเล็บทว่าตอนนี้ความเจ็บปวดนั้นกลับเป็นตอนที่อีกฝ่ายอยู่กับเธอแท้ ๆ ปริ๊นก็ยังเจ็บตัวได้“โอ๊ย เจ็บข้อเท้าจังเลยค่ะพี่ริณ ปริ๊นคงก้าวผิดท่าแน่ ๆ เลยค่ะเมื่อกี้”ใบหน้าสวยเหยเกดูน่าสงสาร ปริ๊นซบหน้าลงกับไหล่ของริณ แต่ถึงอย่างนั้น...ริมฝีปากของเธอกลับยกยิ้มเบาๆแม้จะผิดความตั้งใจไปหน่อย เพราะคิดว่าจะแกล้งเจ็บเท้านิดหน่อย แต
รถกระบะสีดำเคลื่อนตัวออกสู่ถนนใหญ่ มุ่งหน้าไปยังย่านริมน้ำยามเย็น ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มทองอบอุ่น ริณพาคุณดารามายังร้านอาหารสไตล์โฮมเมดเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ติดริมน้ำ แม้จะเป็นร้านที่มีลูกค้าบ้างแต่ก็ไม่ได้พลุกพล่านจนน่าอึดอัด ริณเลือกโต๊ะที่ติดริมระเบียงมากที่สุด เพื่อให้ปริ๊นได้มองเห็นทัศนียภาพอย่างที่ตั้งใจลมแม่น้ำพัดมาเอื่อย ๆ พาเอากลิ่นอายความเย็นสดชื่นมาปะทะผิวหน้า ปริ๊นถอดแว่นกันแดดวางลงบนโต๊ะ เธอปล่อยให้ลมพัดผมปลิวสยายไปตามธรรมชาติ ริณมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกอิ่มเอมใจ เธอสั่งเมนูง่าย ๆ ที่รู้ว่าปริ๊นชอบ และไม่ลืมที่จะสั่งน้ำเก๊กฮวยเย็น ๆ มาช่วยให้คนข้าง ๆ สดชื่นขึ้น“โห ดวงอาทิตย์สวยจังค่ะพี่ริณ”ปริ๊นพึมพำ สายตามองไปที่พระอาทิตย์ดวงกลมโตที่กำลังค่อย ๆ ลับขอบฟ้าไปหลังแนวตึกระฟ้า แสงสีส้มสะท้อนกับผิวน้ำเจ้าพระยาจนดูคล้ายเพชรเม็ดงาม“สวยค่ะ...สวยมากจริง ๆ”ริณตอบรับ แต่สายตาของเธอไม่ได้มองไปที่ขอบฟ้าเลยสักนิด เธอกลับมองเพียงใบหน้าของคนที่นั่งตรงข้ามที่ตอนนี้ถูกแสงสีทองอาบไล้จนดูนวลตาปริ๊นหันกลับมาสบตาแล้วหลุดขำ“พี่ริณคะ ปริ๊นบอกให้ดูวิว ไม่ได้ให้ดูหน้าปริ๊น”“ก็วิวนั่งอยู่ต
ขณะที่โลกโซเชียลกำลังเต็มไปด้วยแฮชแท็กคำว่า #การกลับมาของเจ้าหญิง ภายในรถกระบะสี่ประตูสีดำที่จอดอยู่ไม่ไกล คนหลังพวงมาลัยกำลังนั่งพิงพนักเบาะด้วยท่าทีสบายใจ พร้อมกับสายตาที่จดจ่ออยู่กับหน้าจอแท็บเล็ตที่กำลังสตรีมไลฟ์สดงานแถลงข่าวริณเผลอคลี่ยิ้มออกมาเมื่อเห็นปริ๊นพูดตอบโต้อย่างฉะฉาน แววตาของนางเอกสาวในหน้าจอนั้นดูเติบโตและเด็ดเดี่ยวขึ้นมาก ยิ่งในตอนที่ปริ๊นเอ่ยถึงแฟนคลับ คุณแม่ และคนรัก คนที่ได้ยินแบบนั้นถึงกับหน้าร้อนผ่าว แม้ไม่มีชื่อเธอเลยสักประโยค แต่ณริณทิพย์ก็รู้ว่าเจ้าตัวหมายถึงเธอการมีแฟนเป็นดารามันรู้สึกแบบนี้เองสินะ...“พูดอะไรแบบนั้นต่อหน้าสื่อได้ไงเนี่ย เกิดมีคนถามต่อว่าคนรักหมายถึงใคร จะตอบเค้ายังไงเด็กดื้อ...”ริณพึมพำกับตัวเองด้วยความเอ็นดูคนรัก เธอสัมผัสได้ถึงความเข้มแข็งที่ส่งผ่านมาทางหน้าจอ ปริ๊นไม่ใช่ดาราสาวที่คอยแต่จะหลบหลังใครอีกต่อไปแล้ว แต่เธอคือดวงอาทิตย์ที่กำลังส่องแสงอย่างเต็มภาคภูมิ ริณกดปิดไลฟ์สดเมื่อเห็นว่าการแถลงข่าวจบลงอย่างสวยงามเธอนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเปิดแอปพลิเคชัน Instagram ขึ้นมาพื้นที่ส่วนตัวทางโซเชียลของณริณทิพย์ในตอนนี้มีผู้ติดตามเพียงหน
จะมีดาราสักกี่คนที่มาทำงานด้วยรถกระบะสี่ประตู...ปกติแล้ว แค่ปริ๊นกระดิกนิ้ว รถยุโรปแบรนด์ดังพร้อมคนขับก็มาจอดรออยู่ตรงหน้าได้ทันที แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้เธอจะติดใจกลิ่นเบาะหนังในรถของพี่ริณไปแล้ว บวกกับกลิ่นน้ำหอมดอกไม้ที่คนพี่ชอบใช้เป็นประจำ มันก็ยิ่งทำให้บรรยากาศในรถคันนี้มีความพิเศษจนไม่อยากใช้รถคันไหนอีกเลยพาหนะคู่ใจของริณเคลื่อนมาจอดสนิทอยู่ที่หน้าตึกสำนักงานใหญ่ของต้นสังกัดปริ๊น ท่ามกลางสายตาของพนักงานและนักข่าวบางคนที่เริ่มมาซุ่มรอทำข่าวการแถลงเรื่องราวช็อกวงการในครั้งนี้ ปริ๊นสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เธอขยับแว่นกันแดดสีดำขึ้นสวมเพื่อปกปิดร่องรอยความเหนื่อยล้า และเตรียมจะเอื้อมมือไปเปิดประตูรถแต่ยังไม่ทันที่มือเรียวจะสัมผัสที่เปิดประตู แรงบีบเบาๆ ที่ต้นแขนก็ทำให้เธอต้องชะงัก“เดี๋ยวค่ะ...อย่าเพิ่งไป”น้ำเสียงเรียบของริณทำให้ปริ๊นหันกลับมามองด้วยความสงสัย คนหลังพวงมาลัยไม่ได้มองถนนเบื้องหน้าอีกต่อไป แต่เธอกลับเอื้อมมือไปหยิบกระเป๋าหนังใบเล็กสีนู้ดที่วางอยู่ตรงเบาะหลังขึ้นมา“มีอะไรเหรอคะพี่ริณ?”ริณไม่ได้ตอบเป็นคำพูด แต่เธอรูดซิปกระเป๋าใบนั้นออก ปริ๊นถึงกับตาค้างเมื่อเห็นว่าข้างใน
ความเงียบงันของปริ๊นทำให้บรรยากาศในรถดูอึมครึมไม่น้อย ตั้งแต่รถของริณเคลื่อนตัวออกมาจากบ้านของพสุ คนที่นั่งมาด้วยกันตรงเบาะข้างก็เงียบมาตลอดทาง“พี่ต้องไปส่งคุณที่ไหนคะ”คนหลังพวงมาลัยเอ่ยถามเพื่อทำลายความเงียบ ทว่าสิ่งที่ได้กลับมาก็ยังเป็นความเงียบเช่นเดิม“มันเลยเวลานัดมาแล้วค่ะ ปริ๊นไม่กล้าไปเจอผู้ใหญ่ ไลน์หาพี่ใบปอก็ยังไม่ตอบมาเลย วันนี้ปริ๊นรู้สึกไม่โอเคเลยค่ะ”คนเด็กกว่ายังคงก้มหน้าอยู่อย่างนั้น ริณจึงตัดสินใจจอดรถหน้าร้านคาเฟ่แห่งหนึ่งที่สายตาบังเอิญไปโฟกัสกับป้ายชื่อร้านพอดีเค้กจันทร์เจ้า...ชื่อร้านเขียนเอาไว้แบบนั้นคนขับดับเครื่องยนต์อย่างใจเย็น เธอมองร่างบางที่ดูเปราะบางราวกับแก้วที่พร้อมจะแตกสลายได้ทุกเมื่อ ก่อนจะเอื้อมมือไปลูบกลุ่มผมนุ่มเบาๆ“งั้นระหว่างรอพี่ปอ ไปกินขนมอร่อย ๆ กันค่ะ”ริณเดินนำปริ๊นเข้ามาภายในร้านคาเฟ่ขนาดกะทัดรัดที่ตกแต่งด้วยโทนสีอุ่นและกลิ่นหอมกรุ่นของเมล็ดกาแฟคั่วใหม่ สัมผัสนั้นช่วยให้ความตึงเครียดในใจของปริ๊นบรรเทาลงได้บ้าง ริณจัดแจงให้คนเด็กกว่านั่งที่โต๊ะมุมด้านในสุด ซึ่งค่อนข้างเป็นส่วนตัว ก่อนจะเดินหายไปที่เคาน์เตอร์เพียงลำพังไม่นานนักเธอก็เดินก
การได้เจอเจ้าถุงแป้ง ทำให้ริณได้เห็นบางอย่างในตัวของดาราสาวในแบบที่ไม่คิดว่าจะได้เห็นอย่างเช่นตอนนี้ที่ปริ๊นกำลังนั่งป้อนน้ำเจ้ากระต่ายอยู่หน้าตะกร้าหวาย พร้อมกับพูดคุยกับสิ่งมีชีวิตตัวนั้นด้วยเสียงสองเสียงสาม“เป็นไงบ้างคะคนเก่ง หิวมุ้ยยยย โอ๋เอ๋ ๆ ไม่เป็นไรนะค้าบบ เดี๋ยวคนเก่งก็หายน้า”เสียงใส ๆ
รถเอสยูวีสีขาวเลี้ยวลัดเลาะเข้าไปตามถนนลูกรังเส้นเล็กที่โอบล้อมด้วยอุโมงค์ต้นไม้และแมกไม้รกครึ้ม จนกระทั่งมาหยุดสนิทหน้าเรือนไม้เก่าหลังหนึ่งที่ตั้งอยู่ริมลำธาร ลมพัดเย็นปะทะผิวหน้าทันทีที่ปริ๊นก้าวลงจากรถ เสียงน้ำจากลำธารไหลเอื่อยและกลิ่นหอมของดินทำให้ดาราสาวเผลอหลับตาพริ้มเพื่อซึมซับความสดชื่น“ท
การไปน่านของปริ๊นเต็มไปด้วยเสียงคัดค้าน โดยเฉพาะเจ้าของบ้านอย่าง พสุ เตชะกิจเดชา ผู้เป็นพ่อ เขาไม่เคยสนับสนุนงานที่ลูกสาวรักเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน เขามีธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ มีโรงแรมมากมาย ปูทางไว้ให้ลูกสาวคนเดียวมาสานต่อ แต่ปริ๊นก็ไม่เคยเหลียวแล เพราะเธอรู้ดีว่าภาพสวยเบื้องหน้าที่เห็น มันไม่ได
“ขับรถไปน่านคนเดียวเนี่ยนะ!!”เสียงตะโกนจากปลายสายทำเอาปริ๊นต้องเอาโทรศัพท์มือถือออกห่างจากหูในทันที ถึงแม้คนที่กำลังคุยสายด้วยเป็นเพื่อนสนิทที่รู้จักกันมานานถึงยี่สิบปี แต่เธอก็ยังไม่ชินกับนิสัยโหวกเหวกโวยวายของเจ้าตัวเท่าไหร่นัก“แกจะตะโกนทำไมเล่าใยไหม หูจะแตก”ใยไหม เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของปริ๊







