LOGINธาวินนั่งดูหุ้นตัวเองตกฮวบอย่างหัวเสีย ในรอบครึ่งปีมานี่ หุ้นที่เขาลงทุนไว้กับบริษัทต่างๆ ขาดทุนมากกว่า 15% แต่โชคดีหน่อย กำไรจากโรงแรมและธุรกิจอื่นๆ ในเครือ NESTFEST Group ทดแทนส่วนนี้ได้ ชายหนุ่มละดวงตาจากกราฟที่ขยับขึ้นลง ขยับแขนเสื้อดูเวลาบนหน้าปัดนาฬิกาเรือนแพง
อีก 20 นาที เขามีประชุมแบบส่วนตัวเพื่อขอสัมปทานเกาะเอกชนแห่งหนึ่ง ยังมีเวลาเหลืออีกเล็กน้อย ธาวินหยิบบุหรี่จากลิ้นชัก จากนั้นเดินไปยังโซฟาหนังสีดำ ยกเท้าพาดไว้บนโต๊ะกระจก นั่งดูดบุหรี่ในห้องทำงาน บรรยากาศภายในห้องเงียบเชียบ มีเพียงเสียงลมพัดผ่านหน้าต่าง ก่อนที่เสียงเคาะประตูจะดังขึ้น ก๊อกๆ !! ควันขาวลอยคลุ้งกระจายทั่วห้อง ธาวินยังดูดต่อ ปล่อยคนด้านนอกรอไปก่อน กระทั่งทิ้งบุหรี่ลงโถแก้ว แล้วส่งเสียงตอบให้เปิดเข้ามา โดยที่เขานึกว่าต้องเป็นคุณรัศมี ผู้จัดการโรงแรมเข้ามาเตรียมตัวรอประชุมพร้อมเขา จังหวะที่ยกเท้าลงจากโต๊ะ หางตาของชายหนุ่มเหลือบเห็นปลายเท้าสวมรองเท้าคัทชูแบบมีส้น รัศมีขาไม่ขาวขนาดนี้... ธาวินเสดวงตามองเต็มๆ คนตรงหน้าไม่ใช่ผู้จัดการ “เมญ่า” “...” “มีอะไร” “คือ...พี่รัศไม่สบาย ตอนนี้แอดมิตที่โรงพยาบาลค่ะ” ได้ยินก็ตกใจ เมื่อเช้าเขาสังเกตเห็นว่าผู้จัดการโรงแรมมีอาการอ่อนเพลีย แต่พอถามไถ่ ได้เพียงคำตอบว่านอนน้อยพักผ่อนไม่เพียงพอ “โรงพยาบาลไหน” “ภูเก็ตอินเตอร์ค่ะ” ร่างสูงเหยียดตัวขึ้น หยิบโทรศัพท์บนโต๊ะแล้วยกแนบหูทันที มืออีกข้างยันบนโต๊ะ ใช้ปลายเล็บเคาะตึกๆ และแสดงท่าทางอย่างเป็นกังวล เมญ่าประสานมือตัวเองไว้ด้านหน้ามองชายหนุ่มพร้อมนึกถึงคำพูดของจุ๊บแจง คุณธาวินดูแลลูกน้องตัวเองดีอย่างกับคนในครอบครัวและตอนนี้เธอก็ได้เห็น “โรงพยาบาลภูเก็ตอินเตอร์นะครับ ผมธาวิน ผู้บริหารเดอะแกรนด์ออคิตโฮเทล ต้องการทราบอาการของคุณรัศมี เธอเป็นผู้จัดการโรงแรมผมเอง” ชายหนุ่มพูดจบก็เงียบลง ตั้งใจฟังเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลแจ้งอาการคนป่วย หลายนาทียังไม่มีการโต้ตอบ นอกจากสีหน้าแสดงความเป็นห่วงอย่างชัดเจน เมญ่ายืนอยู่ที่เดิม รอจนกว่าธาวินจะวางสายและถามไถ่อาการของพี่รัศ “ครับ...ย้ายเข้าห้องปลอดเชื้อได้เลย โรงแรมเรามีประกันสุขภาพวงเงินสองแสน ขอบคุณครับ” โทรศัพท์ถูกวางสาย พร้อมกับการถอนหายใจ ดวงตาคมพลันมองด้านหน้ายังเห็นเมญ่ายืนไม่ไปไหน “พี่รัศเป็นยังไงบ้างคะ” “ติดเชื้อ ไข้ขึ้นสูง ต้องพักรักษาตัวอย่างน้อยหนึ่งอาทิตย์” ใบหน้าสวยหวานแอบเศร้า เป็นห่วงพี่รัศไม่ต่างจากธาวิน พลันนั้นเมื่อคนป่วยถึงมือหมอ เธอก็สบายใจ “ขอตัวไปทำงานต่อนะคะ” “เดี๋ยว” ร่างขาวหมุนตัวตั้งท่าจะเดิน แต่เมื่อเจ้านายเรียกไว้ชะงักแล้วหันมามอง “...” “ฉันมีประชุมเรื่องสัมปทานเกาะ จริงๆ คุณรัศต้องประชุมและเป็นพยานด้วย” “...” “เธออยู่ประชุมกับฉันก่อน” พูดจบธาวินหยิบแฟ้มวางบนโต๊ะตัวเดิม นั่งลงเตรียมความพร้อม อีกไม่นานเจ้าของเกาะเอกชนเดินทางมาถึง ขณะที่เมญ่ายืนงุนงงทำตัวไม่ถูก พนักงานต้อนรับลูกค้าไม่มีสิทธิ์เกี่ยวข้องกับงานสำคัญของผู้บริหารระดับสูง แต่เมื่อผู้จัดการนอนโรงพยาบาล ธาวินจำเป็นต้องมีใครสักคนอยู่ประชุมและเป็นพยานเพื่อเซ็นสัญญาเช่าเกาะในครั้งนี้ด้วย “นั่งลง” มือหนาคว้าเรียวแขนเล็ก ดึงคนยืนกะทันหัน เมญ่าไม่ทันตั้งตัวถูกกระชากเต็มแรงจนเผลอล้มทับ ทำธาวินหงายหลังลงโซฟา คนตัวเล็กเกยบนอกแกร่ง ใบหน้าลดหลั่นห่างกันแค่คืบ พลันดวงตาประสานกันโดยไม่ตั้งใจ แทนที่ชายหนุ่มจะโวยวาย กลับแต่มีความเงียบแผ่คลุมทั่วห้อง ดวงตาคมแอบสั่นไหว ยังจับจ้องดวงตาสีหวานของเมญ่าไม่หลบเลี่ยง ในขณะที่ลมหายใจของอีกฝ่ายเริ่มติดขัดเพราะความใกล้ชิดที่ไม่คาดคิดเช่นนี้ มือหนาวางข้างสะโพก รับเมญ่าในตอนที่ล้ม ขยับวางไว้กลางหลังของคนตัวเล็ก ก่อนจะผงกหัวขึ้นช้าๆ ราวกับมีแม่เหล็กค่อยๆ ดึงขึ้นมา ริมฝีปากทั้งคู่ห่างกันเพียงขนาดด้ายเส้นเดียว แค่เพียงใครคนใดคนหนึ่งเอนตัวเข้าไปอีกนิดหรือผงกศีรษะขึ้นมาอีกหน่อยมันคงได้สัมผัสกัน กระนั้นระยะห่างที่แทบจะจูบกันอยู่รอมร่อ เปลี่ยนเป็นผละออกจากกันราวกับโดนกระชากอีกครั้ง ครั้นประตูห้องทำงานถูกเคาะ เจ้าของเกาะเอกชนมาถึงพอดี สติที่พร่าเบลอไปเล็กน้อยกรูกลับมา ธาวินลุกนั่ง ส่วนเมญ่าขยับห่างออกเพียงเล็กน้อย และการประชุมเสนอขอสัมปทานเกาะแห่งใหม่เกิดขึ้น ธาวินเจรจาอย่างคล่องแคล่ว โดยที่คนข้างๆ ทำเพียงมองและกะพริบตาปริบๆ งานส่วนนี้เมญ่าไม่รู้เรื่องและยากเกินกว่าจะเข้าใจ ฉะนั้นสิ่งที่เธอทำได้คือการฟัง เก็บใจความสำคัญและเป็นพยานให้ธาวินเท่านั้น “ญ่า ขอเอกสารบนโต๊ะเพิ่มเติมให้ผมหน่อย” ร่างขาวลุกขึ้น กระโปรงที่ผ่าสูงต่างสะดุดตาเจ้านายและผู้มาใหม่ พลันนั้นสร้างความไม่พอใจให้ธาวินมากทีเดียว “ได้แล้วค่ะ” แฟ้มสำคัญวางลง พร้อมกับการหย่อนก้นนั่ง ยิ่งทำกระโปรงร่นสูงหนักเห็นต้นขาเนียนเสียจนคนมองเสียสมาธิ “หาผ้ามาคลุม” “คะ” เมญ่าไม่เข้าใจ หาผ้าคลุมอะไร ความชักช้าที่เอาแต่งงไม่ทันใจ ทำชายหนุ่มถอดสูทสีดำและคลุมต้นขาอ่อนทันที “ชอบโชว์หนักหรือไง คุณวัฒน์มองใหญ่แล้ว” ธาวินกระซิบ “เปล่านะคะ” ว่าแล้วก็ขยับสูทให้มิดชิด นั่งฟังชายสองคนคุยธุระต่อ กระทั่งทุกอย่างลงตัว เซ็นสัญญาขอสัมปทานนานถึง 5 ปี มีพยานจากฝั่งเจ้าของเกาะและพยานของโรงแรมคือเมญ่าแทนผู้จัดการ “ขอบคุณมากเลยนะครับคุณธาวินที่สนใจเกาะเรา” “สมบูรณ์และสวยงามขนาดนั้น ผมอยากให้นักท่องเที่ยวผมได้เห็น” “ครับ -- เรียบร้อยแล้ว ผมขอตัวกลับก่อน” คุณวัฒน์และลูกน้องเดินออก เหลือเพียงธาวินและเมญ่าที่ยังอยู่ ดวงตาสวยมองนาฬิกาชี้เลข 5 ตอนนี้เป็นเวลาเลิกงานของเธอ “ไปไหน” “เลิกงานแล้ว ฉันจะกลับที่พัก” “ชอบโชว์” ว่าแล้วก็วางมือบนต้นขาขาว บีบเคล้นคลึงและลูบไล้ ทำเมญ่าตกใจหนัก ไม่นึกว่าคุณวินจะมือไวขนาดนี้ หมายจะดึงมือหนาออกไม่เป็นผล “ฮืม...” “คุณวิน อะไรของคุณ”“ทำอย่างกับไม่เคยโดนมือฉันจับ มันสัมผัสทั้งในทั้งนอกมาแล้วด้วย” “ลืมๆ มันไปเถอะค่ะ” คราวนี้ดึงมือเจ้านายหื่นกามออกได้สำเร็จ เมญ่ารีบลุก วิ่งออกจากห้องโดยไม่หันมองกลับหลังแม้แต่น้อย ธาวินที่มองตามจนหายลับออกไป ก็หัวเราะชอบใจราวเป็นเรื่องตลก เมื่อสักครู่เขาแค่แกล้งเธอก็เท่านั้น แต่...แอบดมมือตัวเอง20:30Just’ 69 Haremทันทีที่รถหรูเคลื่อนจอด เมญ่าตาเบิกกว้าง ไม่ได้ตกใจที่ได้กลับมาที่นี่ แต่ตกใจที่ธาวินพาเธอมา“คุณวิน”“ทำไมทำหน้าแบบนั้น”“พาญ่ามาที่นี่”หันหน้ากลับไปถามด้วยท่าทางงงๆ“ทุกอย่างมันคืออดีตไปแล้วญ่า ต่อให้เธอเคยเป็นของใครมาก่อน ฉันก็ไม่คิดแบบนั้นอีกแล้ว”ชายหนุ่มแตะมือลงต้นขานิ่ม บีบเบาๆ และยิ้มอย่างสบายใจ พลันนั้นก็ลงจากรถมาก่อน เดินอ้อมมาเปิดประตูให้คนด้านในลงตาม วันนี้เมญ่าแต่งตัวสวยและเซ็กซี่ที่สุดดวงตาสีอ่อนมองด้านหน้าของ Just’ 69 Harem ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือมีการ์ดรักษาความปลอดภัยหน้าใหม่ๆ ที่เธอไม่เคยเห็น อาจเป็นไปได้ว่าเมฆารับเข้ามาหลังจากเธอลาออกในครั้งนั้นมือหนากระชับมือขาวบาง ธาวินเดินล้วงกระเป๋าไปยังประตูทางเข้าพิเศษที่มีไว้ให้กับลูกค้าคนสำคัญและธาวินคือหนึ่งในนั้นด้านในอึกทึกด้วยเสียงเพลงและแสงไฟละลานตา ทันทีที่เข้าไป เมญ่าแอบหรี่ตาเล็กน้อย ครั้นตอนนี้ไม่ชินกับแสงไฟสีแดงม่วงสลับกับฟ้าและสีอื่นๆ ลูกค้าเข้ามาใช้บริการค่อนข้างมาก แต่ก็ยังคงให้ความเป็นส่วนตัวได้ดี“ญ่า...ญ่า!!”เสียงดังตะโกนแข่งกับเสียงเพลงที่เปิดภายใน เจ้าของชื่อที่ได้ยินห
หลายวันต่อมาความเกร็งเมื่อเจอต้องญาติผู้ใหญ่ของธาวินค่อยๆ เบาลง เปลี่ยนเป็นความสนิทสนมระหว่างเมญ่าและแม่ของธาวิน บรรยากาศภายในบ้านหลังโตเป็นไปอย่างอบอุ่น ชายหนุ่มได้ใช้โอกาสนี้พักผ่อนเต็มตัว อยู่กับครอบครัวมากขึ้นหลังจากย้ายไปอยู่ภูเก็ตถาวรเพราะต้องดูแลกิจการภายในห้องครัวกำลังวุ่นวาย ดวงเด่นนึกสนุก อยากโชว์ฝีมือตัวเองลองทำขนมให้ว่าที่ลูกสะใภ้ได้ชิม“ตอนแม่เป็นสาว ชอบทำให้คุณธวัฒน์กิน แต่พอคลอดตาวินไม่มีเวลาเลย ทิ้งฝีมือตัวเองนานหลายปี”“เหรอคะ”เมญ่ามองอุปกรณ์ต้องตาตาโต ไม่นึกมาก่อนว่าคนแก่กว่าจะชอบทำขนมเป็นงานอดิเรก“วันนี้มีโอกาสเสียที ลองดูนะญ่า”“ค่ะ”นอกจากจะเป็นหัวเรือใหญ่ทำของอร่อยๆ ในวันนี้ ยังได้เมญ่าและแม่บ้านคอยเป็นผู้ช่วย เมญ่าค่อยๆ นวดแป้ง โดยได้ดวงเด่นเป็นคนสอน ยังทำเงอะงะเพราะส่วนตัวเธอไม่ใช่ผู้หญิงมีปลายจวัก ทว่าต้องลองทำเพื่อไม่ให้ดูน่าเกลียดและโดนตำหนิว่าทำอะไรไม่เป็นเลย“ทำได้ใช่ไหม”“ได้ค่ะ ญ่าอาจทำไม่เก่ง แต่จะพยายามนะคะคุณแม่”“ชอบจัง...ชอบคนตั้งใจ”ดวงเด่นอดชื่นชมคนตรงหน้าไม่ได้ มองใบหน้าจิ้มลิ้มไม่มีเครื่องสำอางแต่งแต้ม พลางยิ้มกว้างราวกับภูมิใจ ดวงเด่นชอบคนม
ธาวินถอดริมฝีปาก มองเนินปากอวบของเมญ่าแดงก่ำเพราะถูกเขาดูดอย่างแรง ขณะที่ปากตนเปื้อนด้วยหยาดน้ำลายยืดออกมาเป็นสาย เมญ่าปรือดวงตามอง กระเส่าลมหายใจครั้นความซาบซ่านเล่นงานขึ้นมาทีละนิดชุดนอนสีชมพูไม่ได้บางมาก สังเกตดีๆ จะเห็นบราเซียและกางเกงชั้นในที่ยังสวม ธาวินวางมือบนอกอวบอิ่ม บีบเต็มง่ามและนวดฉุดความต้องการของเมญ่าออกมา จากนั้นสอดเข้าไปใต้แผ่นหลัง ใช้เพียงมือเดียวบีบตะขอบราเซียและปลดมันออกอย่างชำนาญ หัวนมกลมแป้นดุนดันผ่านชุดนอน สองจุกกลมตั้งเด่นตระหง่านต่อดวงตาสีรัตติกาลอันแสนหื่นกามท้องนิ้วโป้งคลึงเม็ดนมแข็งเป็นไต มองเจ้าของหน้าอกอวบนอนครางกระเส่าและหลับตาพริ้มอย่างมีอารมณ์ใต้ร่างตนเขาชอบเมญ่าตอนทำหน้าแบบนี้ หน้าเสียวๆ โคตรเซ็กซี่“ฮื่อ...!”ร่างอ้อนแอ้นบิดเร้า ทำผ้าปูเรียบตึงเริ่มยับยู่ยี่ ธาวินร่นกายลงต่ำ ดันหัวเข่าแยกออกจากกัน อ้ากว้างเห็นเนินอวบกลางหว่างขาถูกห่อรัดด้วยกางเกงชั้นในสีเดียวกับบราเซีย นิ้วโป้งคลึงตรงตำแหน่งรอยแยก ขยี้เบาๆ แต่ทำเมญ่าสะดุ้งจนก้นลอย สักพักก็ทิ้งลงเตียงเช่นเดิม ก่อนจะสะดุ้งโหยงอีกครั้ง เมื่อปลายลิ้นตวัดเลียช่องทางโดยไม่ถอดกางเกงในของเธอออก“อ่าส์...!
ห้องนอนสำหรับแขกถูกเตรียมไว้รอ เมญ่านั่งบนเตียงนิ่มสีขาว ซับผมที่เปียกจากการโดนน้ำขณะที่อาบ ดวงเด่นเป็นคนหัวโบราณ ต่อให้รู้ว่าลูกชายและคนรักจะเลยเถิดมากันนับครั้งไม่ถ้วน ถ้ายังไม่แต่งงานต้องนอนแยกห้องกัน ฉะนั้นคืนนี้ เมญ่าต้องนอนคนเดียวในห้องกว้างๆ ที่ไม่คุ้นชินเสียเท่าไหร่ก๊อก ๆ !!เสียงเคาะไม่ดังมาก แต่ดึงความสนใจของคนด้านในได้ดี หญิงสาวมองไปยังต้นทางของเสียง ขมวดหัวคิ้วเข้าหากันเล็กน้อย ตอนนี้เป็นเวลาเกือบ 5 ทุ่ม บ้านหลังโตเงียบสนิทเหมือนทุกคนต่างเข้านอน หรือจะเป็นธาวิน ไม่น่าใช่ เพราะถูกแม่สั่งไว้ว่า ห้ามเข้าหาเธอเด็ดเหรอ ครุ่นคิดเพียงชั่วครู่ก็ลุกขึ้น จากนั้นเปิดประตู ค่อยๆ แง้มและชะโงกหน้าออกมาก็เห็นว่าเป็นดวงเด่นที่เคาะห้องเธอ คนแก่กว่าสวมชุดนอนผ้าซาตินสีม่วงเข้ม ยืนยิ้มแป้นไม่เห็นฟันอยู่ด้านหน้า“หนูญ่า...ยังไม่นอนใช่ไหม”“ยังค่ะ คุณแม่ละคะ”“แม่นอนไม่ค่อยหลับ เลยออกมาหาหนู”“...”คนอายุน้อยยิ้มรับเบาๆ เขินเล็กน้อยเมื่อถูกคนในบ้านหลังโตให้การดูแลและต้อนรับเป็นอย่างดี“แม่ขอเข้าไปหน่อย”เมื่อเจ้าของบ้านต้องการมีหรือจะกล้าขัด เมญ่าพยักหน้ารีบเปิดประตูอ้าออกกว้างแล้วถอยตัวให้คนแ
รถยนต์จอดสนิท เพียงเสี้ยววินาทีเสียงเปิดประตูก็ดังขึ้น ด้านนอกมีคนรอรับและรออำนวยความสะดวก เมญ่าดวงตาเบิกกว้างอย่างตกใจ คนนอกสวมชุดเหมือนอย่างเป็นทางการ ท่าทางแสดงออกทำอย่างกับว่าเธอเป็นเจ้าหญิงจากแคว้นใดในโลกหล้า ขณะที่ธาวินยังอมยิ้มมองอาการของคนรัก“คนใช้ คนสวน คนสนิทของคุณพ่อคุณแม่ทั้งนั้น”“รอกันแบบนี้เลยเหรอ”“อืม...เป็นปกติ”แต่ไม่ปกติสำหรับเมญ่าเลยสักนิดธาวินชินกับเหตุการณ์ตรงหน้า เวลาเขากลับบ้านมักถูกต้อนรับแบบนี้เสมอ ทว่าอีกคนยังเกร็งแทบก้าวขาไม่ออก เป็นผลให้ชายหนุ่มลงนำมาก่อนแล้วเดินอ้อมมารับเธอ“ทุกคนไปทำงานตัวเองเถอะ แฟนผมทำตัวไม่ถูกแล้วเห็นไหม”ผู้ใต้บังคับบัญชามองหน้ากัน เมื่อเป็นคำสั่งก็ไม่มีใครกล้าขัด เดินไปคนละทิศละทางแต่ยังชะเง้อและเหล่ตามอง เป็นเรื่องตื่นเต้นของตระกูลกนกวาณิชย์“ลงมา”“คุณวิน ญ่า...”“ลงมา ไม่อย่างนั้นจะมีแต่คนมอง”หญิงสาวกระชับมือบนตัก สูดหายใจหนักๆ แล้วส่งมือให้ธาวินประคองลงจากรถ มือหนากันศีรษะทุยกระแทกขอบประตู ระวังไม่ให้ล้มแล้วจับมือเดินเข้าบ้านที่ตนคุ้นเคยภายในห้องกว้างและใหญ่โต ข้าวของตกแต่งมีราคาสมกับเป็นบ้านคนรวย กลิ่นหอมละมุนของดอกไม้สดที
เครื่องบินโบอิ้งลำใหญ่ของสายการบินอันดับหนึ่งที่ใครๆ ต้องยกนิ้วให้ในการบริการและความหรูหรา ทะยานขึ้นท้องฟ้าจากภูเก็ตมายังสนามบินสุวรรณภูมิ โดยเลือกเวลาเดินทางในช่วงบ่ายเพราะเป็นเที่ยวบินที่เร็วที่สุดและมีที่นั่งติดกันธาวินกุมมือนุ่มของคนรักมาตลอดการเดินทาง มองหญิงสาวที่ปิดปากเงียบตั้งแต่เครื่องเริ่มสูงขึ้นกระทั่งลอยบนน่านฟ้า มองนอกหน้าต่างยังเห็นกลุ่มก้อนเมฆสีขาวลอยเป็นปุยนุ่นสะท้อนโดนแสงแดดที่อยู่เหนือกว่าสาดส่องลงมา บางจังหวะตัวเครื่องสั่นโครง ครั้นบินผ่านก้อนเมฆกลุ่มใหญ่ เพียงชั่วครู่ก็นิ่งตามเดิมเมญ่ามีอาการสั่นๆ กระนั้นไม่ใช่เพราะเธอกลัวความสูงแต่อย่างใด แต่กำลังกังวลและตื่นเต้นเมื่อต้องพบเจอผู้ใหญ่ของธาวินเป็นครั้งแรก มือหนากระชับแน่นคลายออกแต่ไม่ได้ผละออกจากกัน ธาวินใช้ปลายนิ้วเกลี่ยบนหลังมือขาวเบาๆ พลางยกมุมปากยิ้มละมุนส่งให้คนทำสีหน้าจะร้องไห้อยู่รอมร่อ“เป็นอะไร”“ญ่า...”“ไม่มีอะไรให้กังวลสักนิด ทุกคนต้องยินดี”แม้ธาวินจะการันตีว่าทุกคนในตระกูลใจดี ทว่าตัวเองเป็นเพียงลูกหลานชาวประมง ฐานะครอบครัวไม่ได้ยากจนข้นแค้น แต่ใช่ว่าจะร่ำรวยจนสมฐานะของอีกฝ่าย ทั้งอดีตที่ผ่านมาและอาช







