LOGINไม่ว่าจะอนุภรรยาหรือนางกำนัล ล้วนไม่มีผู้ใดกล้าต่อกรกับนาง เพราะนางเป็นชายารองของเขา และยังได้ชื่อว่าเป็นภรรยาที่เขาลุ่มหลงและโปรดปรานเป็นที่สุด
ตามหลักแล้ว เขาควรจะเรียกซุนรั่วมาสั่งสอนแต่เพราะมี ‘บางสิ่ง’ ที่เขาต้องการจากนางจึงต้องยอมหลับตาข้างเดียว “ตัดเบี้ยหวัดของคนครัวทั้งหมด และให้เรือนซิ่งฮวาเปิดครัวร้อนเองได้ เพิ่มเบี้ยหวัดให้นางด้วย” “แม้ท่านอ๋องจะสั่งการเช่นนี้ แต่ข้ากลับมองว่าไม่อาจเปลี่ยนแปลงสิ่งใดได้พ่ะย่ะค่ะ บัญชีของจวนท่านอ๋องตอนนี้พระชายารองถือครองอยู่ แม้ตามหลักแล้ว ควรจะเป็นพระชายา...” เฉินอ๋องปรายตามองคนของตนตาขวาง แต่องครักษ์คู่ใจกลับเอ่ยต่อ “พระองค์ทำเช่นนี้ ผู้คนจะครหาเอาได้นะพ่ะย่ะค่ะ” นิ้วทั้งสองถูกยกขึ้นมานวดขมับ นางมาเพียงวันเดียวก็ทำให้เขาปวดหัวเสียแล้ว...จูจื่อหราน ไหนผู้คนบอกว่าเจ้าเป็นสตรียอมคนไม่มีปากไม่มีเสียงอย่างไรเล่า อีกด้านหนึ่ง หลินเซียนในร่างของจื่อหรานก็เฝ้ารอการกลับมาของไป่ฮวาอย่างใจจดใจจ่อ “เป็นอย่างไรบ้าง” หญิงสาวถามทันทีที่อีกฝ่ายเดินมาถึง “นำไปให้ท่านอ๋องแล้วเพคะ” จื่อหรานยิ้ม “เช่นนั้นก็ดี เจ้าไปเรือนของหลี่ซุนรั่วกับข้า” “วะ-ว่าอย่างไรนะเพคะ” ไป่ฮวาแทบจะเป็นลมเมื่อได้ยิน “ไปเรือนของหลี่ซุนรั่วอย่างไรเล่า มีเรื่องใดให้น่าตกใจ” แม้จะรู้ว่าไม่อาจห้าม แต่ไป่ฮวาก็พยายามห้ามอย่างสุดกำลัง “ไม่ควรเพคะพระชายา คะ-แค่เรื่องเมื่อครู่ก็เพียงพอที่จะทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายแล้วนะเพคะ” หลินเซียนมองหน้าไป่ฮวาราวกับไม่เกรงกลัวคำที่หญิงสาวว่ามาแม้แต่นิด “เมื่อครู่ตอนเจ้าไม่อยู่ นางส่งนางกำนัลมาสองคน บอกว่านางป่วยหนักเพราะรับใช้ท่านอ๋องเมื่อคืนจึงมาคารวะข้าไม่ได้ ข้าจึงจะไปหานางอย่างไรเล่า” กล่าวจบหญิงสาวก็เดินออกไปทันที เพียงแต่นางไม่รู้ทางและเพิ่งนึกขึ้นได้จึงชะลอฝีเท้า “ไป่ฮวาเจ้านำข้าไป ข้าไม่รู้หนทางในจวนอ๋อง” ไป่ฮวาหน้าซีดแต่นางก็ทำอะไรไม่ได้ ทำได้เพียงนำผู้เป็นนายตรงไปยัง ‘เรือนหลันฮวา’ ไปถึงก็ทันได้เห็นหลี่ซุนรั่วกำลังนั่งกินผลไม้อย่างสบายใจ ไร้แววป่วยหนักตามคำกล่าวอ้าง “น้องสาวบอกว่าป่วยหนักข้าจึงมาดู แต่เห็นว่าเจ้ายังสบายดีเช่นนี้ ข้าก็สบายใจ” ซุนรั่วมองคนที่เดินมาอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา นางคิดว่าต่อให้สตรีตรงหน้ารอดจากยาพิษก็คงจะมีอะไรผิดปกติบ้าง แต่เหมือนไม่มีอะไรเปลี่ยนไปจากตอนที่นางไปแอบดูอีกฝ่ายเลย “เป็นอะไรไปเล่า ทำหน้าราวกับเห็นผี หรือว่าแท้จริงแล้วเจ้ารู้ว่าข้าเป็นผีกัน” ดวงตาสวยแต่ดุจ้องมองไม่ลดละจนซุนรั่วต้องหลับตาลงเพื่อหลีกหนี “พี่สาวพูดอะไรกัน ข้าไม่เข้าใจสักนิด ข้าเพียงแต่ไม่เข้าใจว่า เหตุใดท่านถึงมาที่นี่” หลินเซียนเหยียดยิ้มหยัน ซึ่งเมื่อมันถูกแสดงออกด้วยใบหน้าของจื่อหรานกลับดูสวยสยองพิกล “ก็มารับการคารวะจากเจ้า เพียงแต่ได้มาเห็นเจ้าแล้ว ข้าก็ให้นึกประหลาดใจ จวนอ๋องแห่งนี้แปลกพิกล ชายารองมีนางกำนัลล้อมหน้าล้อมหลังนับสิบ ทั้งยังกินดีอยู่ดี แต่กลับส่งอาหารดุจโรงเจให้กับพระชายา แต่เจ้าไม่ต้องกังวล ข้าส่งของเหล่านั้นไปให้ท่านอ๋องแล้ว” “อะไรนะ!” ซุนรั่วเป็นกังวลขึ้นมาทันที ถึงนางจะทำตัวเช่นนี้มาตลอดการอยู่จวนอ๋อง แต่ต่อหน้าท่านอ๋องก็มิเคยแสดงท่าทางเช่นนี้ให้พระองค์เห็น และหญิงสาวก็ต้องกังวลหนักขึ้นไปอีก เมื่อราชองครักษ์ฉู่เถาส่งคำสั่งจากท่านอ๋องมาบอกให้นางจัดการอาหารการกินของพระชายาให้ดีกว่าเดิม พร้อมทั้งสั่งให้จัดส่งบัญชีของจวนให้พระชายาโดยเร็วที่สุด “ขะ-ข้ารู้แล้ว” ซุนรั่วบอกกับราชองครักษ์ฉู่เถาเสียงสั่น แต่กลับตวัดตามองจื่อหรานที่นั่งไม่รู้ร้อนรู้หนาวอยู่อย่างไม่พอใจ ทว่า...แม้ท่านอ๋องจะบอกให้นางทำ แต่หากนางไม่ยอมทำและสั่งห้ามมิให้ผู้ใดปากโป้งอีก ใครจะกล้าล่วงเกินนางเล่า “ช้าก่อน” ยังไม่ทันที่ราชองครักษ์ฉู่เถาจะจากไป หลินเซียนกลับเรียกอีกฝ่ายเอาไว้เสียก่อน ราชองครักษ์หนุ่มที่ไม่คิดว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับตน หมายจะรีบเดินกลับไปประจำเรือนหลัก แต่กลับทำไม่ได้เมื่อถูกผู้มีอำนาจอีกคนรั้งเอาไว้ก่อน “เจ้าน่ะ...เป็นคนของท่านอ๋องใช่หรือไม่” “พ่ะย่ะค่ะ” องครักษ์หนุ่มตอบ “วันนี้ชายารองไม่มาคารวะน้ำชาข้าในตอนเช้า จวนอ๋องมีธรรมเนียมลงโทษเช่นไรหรือ” ราชองครักษ์ฉู่เถาลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างอยากลำบาก เขาไม่รู้จะเอ่ยคำใดดีในหัวสมองกลับคิดได้เพียงคำแก้ตัวน้ำขุ่น ๆ “เพราะจวนอ๋องแห่งนี้ไม่เคยมีพระชายามาก่อน กระหม่อมคิดว่าคำถามนี้ พระชายาควรถามท่านอ๋องมากกว่าพ่ะย่ะค่ะ” หลินเซียนฟังแล้วอมยิ้ม “เช่นนั้นหรือ? ย่อมได้ แต่ระหว่างนั้นเจ้า...หลี่ซุนรั่วใช่หรือไม่ เจ้าคุกเข่าแล้วถือถ้วยชาเอาไว้จนกว่าข้าจะพอใจ” ซุนรั่วดวงตาแข็งค้าง นางหันมองไปรอบกายหวังให้ใครสักคนออกหน้าปกป้องแต่ก็ไร้ท่าที ทุกคนต่างก้มหน้าหลบสายตา แม้นางจะได้รับความโปรดปรานจากท่านอ๋อง แต่กลับไม่มีผู้ใดสนใจเท่ากับความจริงที่ว่า จูจื่อหรานคือสตรีที่ฮ่องเต้ทรงเลือกและแต่งตั้งให้เป็นพระชายาของเฉินอ๋องเขาไม่กล้านำเอาของต่างหน้าของ ‘คนที่เคยรัก’ ไปไว้ในเรือนชายา ถึงจะรู้สึกผิด แต่เขาก็ทราบดีว่านี่คือรักข้างเดียว มิหนำซ้ำอีกฝ่ายก็ไม่อยู่แล้ว หากยังยื้อเวลา เสด็จพี่ชายของเขาก็จะสงสัยที่เขาไม่ยอมรับชายาที่พระองค์เลือกให้“อย่างไรใจของข้าก็ยังเป็นของเจ้า” ชายหนุ่มหันหลังกลับ พลันเดินไปยังเรือนซิ่งฮวา นี่ไม่ใช่เรื่องที่ฝืนใจ หากเป็นหลี่ซูรั่วนั่นก็อีกเรื่อง แต่สำหรับจูจื่อหรานมันต่างออกไป“ท่านอ๋อง…จะเสด็จมาทั้งที เหตุใดถึงไม่ให้คนมาแจ้งเล่าเพคะ” หลินเซียนกำลังทำตัวไม่ถูก ยามนี้นางอยู่ในอาภรณ์ที่พร้อมจะเข้านอนแล้ว ไม่เหมาะจะรับแขกเป็นอย่างยิ่ง“เจ้าเป็นชายาข้ามิใช่หรือ ข้าก็เพียงแต่มาทำหน้าที่สวามีที่ดี” ข้าวของที่ชายหนุ่มเตรียมมาถูกนำเข้ามาในห้อง ไป่ฮวาถูกสายตาของท่านอ๋องไล่ทางอ้อมให้ออกไปโดยไม่เอ่ยสิ่งใด“ที่นี่...มันเกินไปจริง ๆ เอาเถิด ไว้เราจะให้คนมาจัดการ หรือจริง ๆ แล้ว เจ้าจะจัดการเองเมื่อได้ถือบัญชีของจวนมาแล้วก็ย่อมได้ คงอีกไม่กี่วันหรอก”หลินเซียนรับฟังอย่างเป็นกังวล นางไม่เคยรู้สึกกังวลเช่นนี้มาก่อน แต่ยังไม่ทันได้คิดหรือทำอะไรให้มากความ ผ้าคลุมสีแดงก็ถูกคลุมลงมาบนใบหน้าสวยอี
วันถัดมาหลินเซียนในร่างของจูจื่อหรานเดินตรงไปยังเรือนหลักของเฉินอ๋องพร้อมน้ำแกงในมือ ไม่มีผู้ใดห้ามหญิงสาว หนึ่งนั่นเพราะนางคือพระชายาอ๋อง สองคือเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นทุกเช้า มิใช่ว่านางกำนัลทุกคนจะรู้ว่าในยามนี้ท่านอ๋องมิได้ประทับอยู่ในเรือน การที่หลินเซียนทำเช่นนี้เพราะตลอดหลายวันที่ผ่านมา นางสังเกตเห็นรูปภาพสำคัญรูปหนึ่งที่มันเคยเป็นของบิดานาง หญิงสาวก้าวเข้ามาในเรือนหลักที่มิได้มีคนเดินกันพลุกพล่านเหมือนเรือนอื่น ๆ นั่นก็เพราะท่านอ๋องมิชอบให้ผู้ใดเข้ามายุ่งวุ่นวายมากนัก หลินเซียนเดินประคองถ้วยน้ำแกงไปไว้ที่โต๊ะของท่านอ๋องก่อนจะเดินผ่านโต๊ะทรงงานไปยังด้านหลัง...ที่มีรูปของบิดานางอยู่ หญิงสาวมองซ้ายแลขวาอย่างกังวล นางกลัวว่าผู้ใดจะมาพบเข้า น้ำแกงนั้นใช้เป็นข้ออ้างได้รวมถึงนางจะแสร้งทำเป็นลืมว่า วันนี้ท่านอ๋องมิได้เรียกให้เข้าพบ ทุกอย่างก็เพื่อสิ่งที่ซ่อนเอาไว้ในช่องซ่อนหลังรูปนี้ก็เท่านั้น แม้จะคาดหวังว่ามันอาจเป็นหลักฐานที่ทำให้ทั้งครอบครัวของนางต้องตาย แต่เพียงเอื้อมมือไปหมายจะแตะรูป เสียงทุ้มทรงอำนาจก็ตะโกนลั่นจนหญิงสาวเข่าแทบทรุด “เจ้าคิดจะทำอะไร!” “ท่านอ๋อง...หม่อมฉันมิไ
“หม่อมฉันไม่รู้ว่าพระองค์ให้หม่อมฉันมาทำอะไรที่นี่ จึงยืนมองอยู่เช่นนี้เพคะ” อ๋องหนุ่มเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ ไม่มีผู้ใดกล้าต่อปากต่อคำกับเขามานานแล้ว พระชายานี่ช่างใจกล้ายิ่งนัก“และหม่อมฉันก็ยังมีเรื่องสงสัย เหตุใดเรื่องนี้ถึงกลายเป็นหม่อมฉันที่โดนทำโทษ”เฟยหลงถอนหายใจ “เราไม่ได้ทำโทษ”หญิงสาวยิ้มเยาะ “แต่ก็เข้าข้างชายารอง หม่อมฉันรู้ดีว่าตนเองมาทีหลัง แต่ว่าพระองค์จะไม่ลำเอียงไปหน่อยหรือเพคะ หรือต้องให้หม่อมฉันพูดออกไปว่า เรือนของพระชายานั้นแย่ยิ่งกว่าเรือนของชายารองหรือแม้แต่อนุภรรยาเสียอีก” ฟังมาถึงคำสุดท้าย เฉินอ๋องกลับรู้สึกคิดผิดที่ไม่สั่งทำโทษทั้งสองให้หมดเรื่องหมดราวไปเมื่อคิดได้อย่างนั้นก็มองไปที่ชายาปากกล้า แม้จื่อหรานจะไม่ผิด แต่การที่นางเอ่ยวาจาเช่นนี้กับเขาก็เหมือนจะเข้าทางพอดี “คุกเข่า!”หลินเซียนที่อยู่ในร่างจื่อหรานมองหน้าอีกฝ่าย “พระองค์ทำโทษหม่อมฉันเพียงเพราะหม่อมฉันเอ่ยถึงชายารองหรือเพคะ”เฉินอ๋องยิ้ม เขาไม่จำเป็นต้องอธิบายการกระทำอยู่แล้ว ทำเพียงกล่าวหน้าตายว่า “เรื่องเรือนของเจ้ากับอาหารการกิน ต่อไปเราจะให้คนของเราช่วยดูแล” เขารู้ดีเรื่องที่ซุนรั่วไม่ยอมปฏิบัติตามค
หลังจากผ่านไปถึงสองชั่วยาม หลินเซียนในร่างของจื่อหรานก็ลุกขึ้นบิดขี้เกียจเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยพูดกับซุนรั่วที่แทบจะเป็นลมไปแล้วว่า “อันที่จริงข้าก็ยังไม่ใคร่พอใจสักเท่าไร เพียงแต่เริ่มจะหิวขึ้นมาแล้ว เมื่อเช้ายังไม่ทันได้กินอะไรกลับเกิดเรื่องเสียก่อน เอาเถิด เจ้าก็พอเท่านี้ แต่หากพรุ่งนี้ยังไม่ไปคารวะข้าตอนเช้าอีก ข้าก็ไม่เหนื่อยหากจะต้องเดินมาที่นี่” ยังไม่ทันที่สตรีผู้ได้ชื่อว่า พระชายาแห่งจวนอ๋องจะก้าวออกจากเรือนหลันฮวา เสียงกรีดร้องของชายารองก็ดังกึกก้องขึ้นมาเสียก่อน ไป่ฮวาที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ถึงกับสะดุ้งสุดตัว ทว่าในใจหลินเซียนกลับไม่หวาดกลัวแม้แต่น้อย “พระชายาเพคะ หากนางนำเรื่องนี้ไปฟ้องท่านอ๋อง ท่านจะทำเช่นไรเพคะ” จริง ๆ แล้วนางก็ไม่แน่ใจนักว่าท่านอ๋องรักซุนรั่วมากเพียงใด ทว่าจากคำสั่งที่ราชองครักษ์ผู้นั้นถือมา ท่านอ๋องคงไม่ได้หลงใหลนางถึงขั้นมองผิดเป็นถูกหรือหลงสตรีจนไม่ลืมหูลืมตา อันที่จริงนางออกจะผิดหวังอยู่ไม่น้อยกับการวางเฉยของท่านอ๋อง พระองค์เป็นถึงพระอนุชาของฮ่องเต้ ทั้งยังเป็นองค์ชายที่อดีตฮ่องเต้ทรงโปรดมิใช่น้อย ถึงได้ประทานเมืองตงหยางให้เป็นศักดินา ทั้ง ๆ ที่เมืองนี
ไม่ว่าจะอนุภรรยาหรือนางกำนัล ล้วนไม่มีผู้ใดกล้าต่อกรกับนาง เพราะนางเป็นชายารองของเขา และยังได้ชื่อว่าเป็นภรรยาที่เขาลุ่มหลงและโปรดปรานเป็นที่สุด ตามหลักแล้ว เขาควรจะเรียกซุนรั่วมาสั่งสอนแต่เพราะมี ‘บางสิ่ง’ ที่เขาต้องการจากนางจึงต้องยอมหลับตาข้างเดียว “ตัดเบี้ยหวัดของคนครัวทั้งหมด และให้เรือนซิ่งฮวาเปิดครัวร้อนเองได้ เพิ่มเบี้ยหวัดให้นางด้วย” “แม้ท่านอ๋องจะสั่งการเช่นนี้ แต่ข้ากลับมองว่าไม่อาจเปลี่ยนแปลงสิ่งใดได้พ่ะย่ะค่ะ บัญชีของจวนท่านอ๋องตอนนี้พระชายารองถือครองอยู่ แม้ตามหลักแล้ว ควรจะเป็นพระชายา...” เฉินอ๋องปรายตามองคนของตนตาขวาง แต่องครักษ์คู่ใจกลับเอ่ยต่อ “พระองค์ทำเช่นนี้ ผู้คนจะครหาเอาได้นะพ่ะย่ะค่ะ” นิ้วทั้งสองถูกยกขึ้นมานวดขมับ นางมาเพียงวันเดียวก็ทำให้เขาปวดหัวเสียแล้ว...จูจื่อหราน ไหนผู้คนบอกว่าเจ้าเป็นสตรียอมคนไม่มีปากไม่มีเสียงอย่างไรเล่า อีกด้านหนึ่ง หลินเซียนในร่างของจื่อหรานก็เฝ้ารอการกลับมาของไป่ฮวาอย่างใจจดใจจ่อ “เป็นอย่างไรบ้าง” หญิงสาวถามทันทีที่อีกฝ่ายเดินมาถึง “นำไปให้ท่านอ๋องแล้วเพคะ” จื่อหรานยิ้ม “เช่นนั้นก็ดี เจ้าไปเรือนของหลี่ซุนรั่วกับข้า” “วะ-ว่า
“หามิได้เพคะ ข้าคือนางในวังหลัง เพียงแต่เคยเห็นท่านอัครมหาเสนาบดีพร้อมคุณหนูซูและบุตรเขยอย่างใต้เท้าหลี่เข้าเฝ้าฮองเฮา ปกติขุนนางมิอาจย่างเท้าเข้าสู่วังหลัง แต่ใต้เท้าซูเป็นพี่ชายของฮองเฮา จึงได้พบกันหลายครั้ง” นางกำนัลไป่ยังพูดไปเรื่อย ๆ โดยไม่ทันสังเกตสีหน้าเจ้านายเลยแม้แต่น้อย“สุขสบายกันยิ่งนัก พอ...ข้าอาบพอแล้ว” ไป่ฮวาสะดุ้งตกใจเพราะไม่รู้ว่าตัวนางทำอะไรผิดอีกหรือไม่“แต่ว่า...”“ไปเตรียมชุดมาเถิด ข้าจะเข้านอนแล้ว พรุ่งนี้ยังมีเรื่องต้องทำอีกมาก”ใช่ นางยังต้องมีอะไรให้ทำอีกมากในฐานะของจูจื่อหรานก่อนหน้านี้ หลินเซียนก็เป็นเพียงสตรีใสซื่อเช่นเดียวกับจูจื่อหราน เพราะเหตุนี้ ทั้งนางและอีกฝ่ายจึงล้วนตายอย่างง่ายดาย ไม่อาจทราบได้ว่าจูจื่อหรานตัวจริงไปอยู่ที่ใดแล้ว แต่คงสิ้นใจไปแล้วกระมัง มิฉะนั้นคงไม่อาจมีผู้ใดมาแทนที่ได้เช่นนี้ หลินเซียนครุ่นคิดวนเวียน ทั้งความทรงจำของตนเองและความทรงจำที่ได้รับรู้จากแม่นางจื่อหรานและสิ่งที่ทำให้หญิงสาวซึ่งเกือบจะเคลิ้มหลับเบิกตากว้างในความมืด คือความก้าวหน้าของพวกคนชั่วที่ทำร้ายและทำลายครอบครัวของนางบุรุษชั่วแซ่หลี่ได้เป็นบุตรเขยของอัครมหาเสนาบดี







